• นาฬิกาลืมเวลา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : paipai_p@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-03
  • จำนวนเรื่อง : 57
  • จำนวนผู้ชม : 504097
  • ส่ง msg :
  • โหวต 254 คน
นาฬิกาลืมเวลา
เรื่องราวของธรรมชาติ สัตว์โลก วิทยาศาสตร์ และมนุษย์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamline
วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม 2551
Posted by นาฬิกาลืมเวลา , ผู้อ่าน : 2735 , 23:17:49 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

ผมไม่รู้จักพ่อของตัวเองเท่าไรนัก... 
ผมไม่ค่อยรู้เรื่องราวของพ่อ แม้เราจะพูดคุยกัน แต่มักไม่ได้เล่าเรื่องของตนให้อีกฝ่ายฟังมาก  มีเรื่องราวมากมายของพ่อที่ผมอยากรู้ แต่ผมไม่ค่อยเอ่ยปากได้ถาม  แม้แต่บทความนี้ ผมก็ยังหาข้อมูลส่วนหนึ่งของพ่อมาจากบุคคลอื่น

และเช่นเดียวกัน ที่พ่อแทบไม่เคยสอนผมถึงสิ่งต่างๆ ในชีวิต...

นับตั้งแต่ 15 ปีที่แล้ว ที่พ่อหันหลังให้กับวงการหนังสือที่พ่อรัก ละทิ้งทุกอย่าง เดินทางมายังผืนดินของบรรพบุรุษ  เพื่อสร้างกระท่อมกลางทุ่งนา นั่นคือจุดเริ่มต้นของบ้านทุ่งปลายคลอง

ตอนนั้นผมไม่รู้เหตุผลที่พ่อเลิกทำงานทั้งๆ ที่อายุยังไม่ถึง 50 ปี ว่ากระท่อมที่ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ ไม่มีโทรทัศน์ มีเพียงแสงตะเกียงกับแสงจันทร์นั้นมีอะไรน่าหลงใหลตรงไหน

ผมไม่เข้าใจหนทางที่พ่อก้าวเดินเลย...

-------------------------------------------------------

พ่อเกิดที่บางไทร อยุธยา ท่ามกลางทุ่งนาและลำคลอง  แต่พ่อค่อนข้างโชคดีเรื่องฐานะ เพราะปู่ของผมไม่ใช่ชาวนา แต่เป็นเจ้าของโรงสีและผู้ใหญ่บ้าน ส่วนย่านั้นก็มีที่ดินอยู่พอสมควร  พ่อจึงได้เข้ามาเรียนที่กรุงเทพช่วงมัธยมปลาย และเรียนต่อมหาลัยด้านศึกษาศาสตร์ ช่วงนั้นที่พ่อเริ่มสนใจการเขียนหนังสือ พอเรียนจบพ่อก็เริ่มเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น และได้ลองส่งบทความด้านการเมืองส่งไปยังหนังสือพิมพ์สยามรัฐ  และนั่นคือก้าวแรกสู่วงการหนังสือพิมพ์

พ่อตัดสินใจหยุดเรียนปริญญาโทที่กำลังจะเรียนจบ เข้าทำงานที่หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์  เริ่มจากการทำงานพิสูจน์อักษร ก่อนไต่เต้าสู่การเป็นนักข่าวและนักเขียน  ภายใน 6 เดือน พ่อก็ได้รับความไว้วางใจให้เขียน “บทนำ” ในหนังสือพิมพ์  หลังจากนั้นพ่อก็เขียนบทความและบทวิจารณ์หลากหลายทั้งด้านบันเทิง กีฬา และการเมือง

 

พ่อเข้าสู่การเป็นนักหนังสือพิมพ์เต็มตัว  ผลงานชิ้นสำคัญของพ่อคือการทำข่าวการล่าสัตว์ที่ทุ่งใหญ่นเรศวร ที่มีข่าวว่าทหารและคนใหญ่คนโตเข้าไปลักลอบล่าสัตว์  พ่อและเจ้าหน้าที่ป่าไม้บุกเข้าป่าไปทำข่าวอย่างไม่กลัวอันตราย และได้หลักฐานสำคัญเป็นภาพสัตว์ที่ถูกล่า กลายเป็นข่าวที่โด่งดังในขณะนั้น

จนมีข่าวเฮลิคอปเตอร์ของพวกล่าสัตว์ตก ซากสัตว์ที่อยู่ในนั้นเป็นหลักฐานอย่างชัดเจน  ข่าวถูกสืบต่อไป จนเรื่องโยงไปถึงลูกของจอมพลถนอม นายกรัฐมนตรี  เหตุการณ์นี้ทำให้พ่อเดินเข้าออกระหว่างโรงพิมพ์กับโรงพัก และต้องระวังตัวเป็นพิเศษเรื่องการถูกข่มขู่  แม้ท้ายที่สุดเรื่องจะจบโดยที่ไม่สามารถเอาผิดผู้มีอำนาจได้ แต่เหตุการณ์นี้เป็นหนึ่งในชนวนที่สร้างความระอุทางการเมือง อันนำไปสู่เหตุการณ์ 14 ตุลาคม

นับจากนั้นพ่อก็หันมาทำข่าวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ป่าไม้ และสัตว์ป่า  พ่อเดินทางไปทำข่าวสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ ทั้งข่าวการตัดไม้ มลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม และการเดินทางไปสำรวจพื้นที่ที่พร้อมจะพัฒนาไปเป็นอุทยานแห่งชาติ  จนในปี พ.ศ. 2517 พ่อก็เป็นสื่อมวลชนคนแรกที่ได้รับรางวัลโครงการสิ่งแวดล้อมจากองค์การสหประชาชาติ

พ่อลาออกจากนสพ.สยามรัฐ เมื่อ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ได้เป็นนายก เนื่องจากคิดว่าคงจะหาความเป็นกลางในการนำเสนอข่าวได้ยาก  พ่อกับพรรคพวกจึงออกไปทำหนังสือพิมพ์อยู่หลายฉบับ เช่น ประชาธิปไตย เข็มทิศ ร่วมกับพรรคพวกทำหนังสือขึ้นมาอีกหลายเล่ม รวมทั้งมีเรื่องสั้นของตัวเอง

 

เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนผมจะลืมตามาดูโลก  ผมอ่านเจอบทความในนิตยสารเก่าๆ เล่มหนึ่ง ที่กล่าวว่า “ในยุคนั้นมีนักเขียนเกิดใหม่ 4 คนที่วงการตั้งฉายาให้ว่า 4 นักเขียนมือทอง คือ ขรรค์ชัย บุญปาน  สุจิตต์ วงษ์เทศ  อนันต์ สายศิริวิทย์ และพ่อ”  ผมไม่เคยรู้ว่าพ่อเป็นคนเก่งขนาดนั้น 

ผมเคยฟังชื่อเพื่อนของพ่อหรือคนที่พ่อเคยร่วมงานด้วย ปัจจุบันคนเหล่านี้ต่างเป็นคนมีชื่อในหลายวงการทั้งเจ้าของสำนักพิมพ์ นักข่าวโทรทัศน์ชื่อดัง นักเขียนการ์ตูนรุ่นใหญ่  เจ้าของธุรกิจ นักการเมือง ส.ส. แม้แต่แกนนำของฝ่ายเสื้อเหลืองและเสื้อแดง หรืออดีตนายก!

แม่เคยบอกว่าถ้าพ่ออยู่ในวงการต่อ พ่ออาจเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ชื่อดัง นักเขียน หรือแม้แต่ ส.ส.ไปแล้ว  แต่พ่อกลับเลือกเดินออกจากจากวงการ ความสำเร็จ และชื่อเสียงในชีวิต 

 

-------------------------------------------------------

หลังจากเหตุการณ์ 6 ตุลา ที่มีการเข่นฆ่านิสิตและการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ พ่อเองถูกกล่าวหาว่าเป็นพวก “ซ้าย”   หลังจากนั้นพ่อก็หันหลังให้วงการหนังสือพิมพ์ และมาทำนิตยสารของตัวเอง ที่ชื่อว่า “เกษตรวันนี้”  พ่อเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อนำเสนอเรื่องราวของเกษตรกร นิตยสารเกษตรวันนี้ได้รับการตอบรับดีพอสมควร และได้รับการยอมรับในแวดวงเกษตร นิตยสารตีพิมพ์อยู่ 12 ปี 

แต่เมื่อถึงยุคที่การตลาดและทุนมีส่วนเริ่มเข้ามามีส่วนอย่างมากในวงการหนังสือ พร้อมกับการเติบโตของสื่อโทรทัศน์  สิ่งสำคัญในการทำนิตยสารสักเล่มอาจไม่ใช่ยอดขาย แต่คือค่าโฆษณา  นิตยสารเกษตรวันนี้ของพ่อก็เจอปัญหานี้เช่นกัน แม้ผู้อ่านจะมีพอสมควร แต่ความเหนื่อยหน่ายจากการวิ่งหาโฆษณา บวกกับความอิ่มตัวในวงการ และใจที่เริ่มคิดถึงบางสิ่ง ทำให้พ่อตัดสินใจเดินออกจากวงการน้ำหมึกตลอดกาล ด้วยวัยเพียง 47 ปี...

พ่อทิ้งปากกา แท่นพิมพ์ และเพื่อนร่วมอุดมการณ์ไว้เบื้องหลัง  เดินทางมายังผืนดินของบรรพบุรุษ มรดกที่แม่ของตนทิ้งไว้ให้  สู่ดินแดนแห่งทุ่งนาและลำคลอง  นามบ้านคลองควาย อำเภอสามโคก  พ่อตัดสินใจฝากชีวิตไว้ ณ ที่แห่งนี้ 

หลังจากนั้น ชื่อของพ่อก็หายไปจากวงการหนังสือ...

 

-------------------------------------------------------

พ่อนำเงินที่เก็บสะสมไว้ส่วนหนึ่งมาแปรเปลี่ยนผืนดินว่างเปล่าให้กลายเป็นบ้านพักอีกแห่ง มีบ่อน้ำ กระท่อม เรือพาย และแพ  ในช่วงแรกๆ ที่นี่ยังไม่มีไฟและน้ำประปา กลางคืนมีเพียงแสงตะเกียงและแสงจันทร์เท่านั้น

 

ในวัยสิบกว่าขวบ ผมมาที่นี่พร้อมกับความสนุกแบบเด็กๆ ที่ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก นอกจากเล่นน้ำ ตกปลา และวิ่งเล่นกับเพื่อน  แต่ยามค่ำคืนของบ้านทุ่งปลายคลองเป็นเวลาที่น่ากลัว เด็กเมืองแบบผมไม่คุ้นกับค่ำคืนที่มืดมิด ไม่มีไฟฟ้า ต้องกางมุ่งนอนในกระท่อมที่มีเสาตกน้ำมัน หรือเวลาที่ผมต้องมาที่นี่กับครอบครัวโดยไม่มีเพื่อน ผมรู้สึกเบื่อ เพราะไม่มีอะไรจะทำ  ผมไม่เข้าใจว่าที่ที่ไม่มีทีวี วีดีโอเกม ห้างสรรพสินค้า แบบนี้มีอะไรน่าหลงใหลตรงไหน  ผมไม่เข้าใจพ่อเท่าไรนัก

“ลุงตุ้ม” คือชื่อที่ชาวบ้านแถวนั้นเรียกพ่อ  พ่อได้รับการนับถือจากชาวบ้าน เนื่องจากความไม่ถือตัว คอยแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ  ที่ดินส่วนหนึ่งของบ้านทุ่งปลายคลองกว่า 20 ไร่ คือทุ่งนาที่มีชาวบ้านอาศัยทำนาอยู่ โดยที่พ่อไม่เก็บค่าเช่าที่  ซึ่งสิ่งที่พ่อได้รับจากชาวบ้านก็คือความรักและน้ำใจอันมากมายมหาศาลของพวกเขา 

 

สวนของพ่อเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น  พ่อแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นสวนเกษตร มีแปลงผัก  มีการเลี้ยงไก่และเลี้ยงปลาพื้นบ้านหายาก มีคลองส่งน้ำ  ผลผลิตที่ได้ก็เก็บส่งขายสร้างรายได้มาได้บ้าง  ด้วยประสบการณ์การทำนิตยสารเกษตรมานาน สวนของพ่อได้รับคัดเลือกให้เป็นสวนเกษตรดีเด่น และพ่อเองก็เป็นเกษตรกรดีเด่นประจำอำเภอสามโคก 

เวลาผ่านไปกับวัยที่สูงขึ้นและผลตอบแทนที่ไม่แน่นอนของชีวิตเกษตรกร  พ่อเลิกทำสวนและเลิกเลี้ยงสัตว์ เหลือเพียงแปลงผักผลไม้เล็กๆ และปลาที่อยู่ตามธรรมชาติ   พ่อตั้งชื่อที่นี่ว่าบ้านทุ่งปลายคลอง เป็นเพียงสถานที่สำหรับพักผ่อนและใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายเท่านั้น

 

หนทางของพ่อในวันนี้ช่างต่างจากในอดีตนัก จากนักหนังสือพิมพ์ผู้มีอุดมการณ์ พ่อกลายเป็นลุงตุ้มแห่งบ้านทุ่งปลายคลองผู้มีชีวิตเรียบง่าย  พ่อไม่กลับไปยุ่งกับการเขียนหนังสืออีกเลย แม้จะถูกชักชวนหลายครั้ง  ในช่วงแรกของการมาอยู่ที่นี่ พ่อแทบไม่อ่านหนังสือพิมพ์แม้แต่เล่มเดียว พ่อคงกลัวบางสิ่งมาเรียกหาให้กลับไปสู่เส้นทางเดิม 

พ่อบอกว่า พ่อคือคลื่นลูกเก่าที่พัดผ่านไปแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาของคลื่นลูกใหม่ต่างหาก...

-------------------------------------------------------

พ่อไม่เคยพูดกับผมเรื่องการเขียนหนังสือ ไม่เคยสอน ไม่เคยแนะนำ  เพราะพ่อลาจากอาชีพนี้ตั้งแต่ผมยังไม่ขึ้นชั้นมัธยม  แต่ผมพบว่าตัวเองเดินตามทางของพ่อโดยไม่รู้ตัว ผมเริ่มหลงใหลหนังสือและการเขียนตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย  จนขณะใกล้เรียนจบมหาลัย ผมตัดสินใจข้ามสายจากวิทยาศาสตร์ไปเรียนต่อทางวารสารศาสตร์

ผมยังจำวันที่บอกกับพ่อว่าชอบเขียนหนังสือได้ดี  พ่อดูไม่ได้แปลกใจเท่าไร หรือพ่อรู้อยู่แล้วว่าผมต้องชอบการเขียนเหมือนพ่อ 

ผมเลิกเรียนปริญญาโทเช่นเดียวกับพ่อ และได้เข้าไปทำงานในวงการหนังสือดังที่ตั้งใจ  แต่ยุคสมัยของเราทั้งคู่แตกต่างกัน  ผมเริ่มงานในยุคที่ทุนและการตลาดมีส่วนสำคัญมาก  เป็นยุคที่หนังสือไม่ใช่สื่อที่โดดเด่นที่สุด  นักหนังสือพิมพ์หรือนักเขียนไม่ใช่ผู้ที่มีอิทธิพลต่อความคิดของประชาชน เท่ากับนักข่าวหรือนักวิเคราะห์ทางโทรทัศน์ ซึ่งต่างจากสมัยของพ่อ

ในวัยเท่ากัน ความสำเร็จของผมเทียบกับพ่อไม่ได้เลยในฐานะผู้ที่เขียนข่าวและต่อสู้เพื่อสังคม  ผมเป็นเพียงคนทำหนังสือที่ต้องคำนึงถึงยอดขาย การตลาด และการผลิตหนังสือที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า 

แม้หนทางของเราจะต่างกันมาก แต่ผมกลับพบว่ามีบางอย่างจากพ่อที่อยู่ในตัวผม...

ไม่นานมานี้ ผมตัดสินใจบอกความฝันของตัวเอง เรื่องการทำหนังสือกับพ่อ
ผมคิดว่าจะเจอคำคัดค้านจากชายผู้เคยลำบากและเหน็ดเหนื่อยกับการต่อสู้เพื่อหนังสือของตน

“ทำเลย” 
นั่นคือคำตอบของพ่อ ที่ทำให้ผมแปลกใจ
“ทำหนังสือมันเหนื่อยมาก แต่ก็เป็นสิ่งที่สนุกที่สุดแล้ว” พ่อบอกพร้อมกับรอยยิ้ม

คำพูดเหล่านั้นยังก้องอยู่ในหัวของผม  พ่ออาจไม่รู้หรอกว่ามันทำให้ผมมีกำลังใจมากแค่ไหน  ยิ่งเมื่อฟังแม่เล่าว่าเมื่อก่อนพ่อลำบากมากในการหาทุนและหาโฆษณา แม้แต่การขายที่เพื่อมาทำนิตยสารของตัวเองก็ยังไม่พอ  พ่อเองก็เล่าถึงความลำบากนี้ให้ผมฟัง  แต่สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมมีเป้าหมายมากขึ้น  ผมหวังว่าจะสานต่อความฝันของพ่อ ด้วยความตั้งใจเอาชนะระบบทุนที่พ่อเคยยอมแพ้และเดินจากมันไปด้วยความเหนื่อยล้า... 

ผมเพิ่งรู้ว่าการรับความฝันต่อจากใครสักคนเป็นแรงขับดันที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต...

บนหนทางของความฝันที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนอีกมาก ผมคงต้องพบความเหนื่อยล้า ล้มเหลว และเจอความเจ็บปวดมากมาย  แต่อย่างน้อยผมก็พบว่าเส้นทางนี้มีรอยเท้าของใครคนหนึ่งที่เคยก้าวเดินไปก่อน

และเมื่อใดที่ผมอ่อนล้า ก็ยังมีสถานที่หนึ่ง ที่รอคอยผมกลับไปพักอยู่เสมอ
นั่นคือ สวนของพ่อ...

 

-------------------------------------------------------

ผมนั่งอยู่ที่บ้านทุ่งปลายคลอง  มองทุ่งนา ท้องฟ้า สัมผัสอากาศเย็นๆ และเสียงนกร้อง  ผมหลงรักที่นี่ตั้งแต่เมื่อไร ครั้งหนึ่งผมเคยเบื่อมัน ถึงขั้นเครียดเมื่อพ่อจะพามา  บ้านทุ่งไม่มีอะไรดึงดูดผมเหมือนชีวิตในเมือง 

จนเมื่อเติบโตขึ้น ได้สัมผัสชีวิตมากขึ้น  ผมเริ่มเข้าใจธรรมชาติ หลงใหลความมหัศจรรย์และความเรียบง่ายของมัน  เมื่อได้มาสัมผัสกับบ้านทุ่งปลายคลองอย่างแท้จริง ผมจึงรู้ว่าที่แห่งนี้มีอะไร และเริ่มเข้าใจขึ้นมาแล้วว่า ทำไมพ่อถึงยอมทิ้งหลายสิ่งเพื่อมาอยู่ที่นี่...

 

ภาพพ่อในบ้านทุ่งปลายคลอง ทำให้ผมเห็นบางอย่างที่สะท้อนถึงตัวเอง  ผมรู้สึกว่าตนเองคล้ายพ่อ ทั้งที่พ่อแทบไม่เคยสอนผมถึงวิถีของพ่อเลย  เราแทบจะไม่เคยพูดเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตอย่างจริงๆ จังๆ  พ่อไม่ได้เล่าให้ฟัง และผมก็ไม่ได้ถาม  แต่น่าแปลกที่หลายสิ่งในตัวพ่อถ่ายทอดมายังผมได้

ในทางวิทยาศาสตร์อาจอธิบายได้ว่าเพราะรหัสพันธุกรรมของพ่อถ่ายทอดมาสู่ผม นั่นอาจถูกส่วนหนึ่ง  แต่ผมรู้สึกว่ามันมีสิ่งที่สำคัญกว่านั้น  หรือสายตาที่ผมมองจ้องพ่อ ทำให้ได้รับบางสิ่งเข้ามาโดยไม่รู้ตัว  บางสิ่งที่ไม่มีเสียง แต่รับรู้ได้ด้วยการมองเห็นและความรู้สึก 

สำหรับลูกชาย แผ่นหลังของพ่อ คือสิ่งที่เราเห็น และรอยเท้าของพ่อ คือทางเดินที่เราก้าวตาม...

 

-------------------------------------------------------

 

“พ่อเป็นพ่อที่ดีที่สุดของลูก”
“พ่อเสียสละเพื่อครอบครัว”
“พ่อรักลูกๆ มาก”
ผมพบข้อความหรือคำพูดเหล่านี้อยู่เสมอ เวลาที่ลูกสักคนกล่าวถึงพ่อของตัวเอง
เมื่อนึกถึงพ่อของผม ผมกลับไม่แน่ใจกับคำกล่าวเหล่านั้น...

มองตามความเป็นจริง พ่ออาจไม่ใช่พ่อที่ดีเลิศนักในแง่ของชายผู้สร้างทุกสิ่งให้ครอบครัว พ่อผู้เลิกทำงานด้วยวัยที่ยังไม่ถึง 50 ปี  หรือการการขายที่ดินบางส่วนเพื่อนำเงินมาสร้างความฝันของตัวเอง ซึ่งอาจดูไม่ใช่หนทางของพ่อผู้สร้างอนาคตทุกอย่างให้ลูก  แม้จะไม่ขัดสนและส่งลูกทุกคนเรียนจนจบได้  แต่พ่อก็ไม่ได้มีเงินมาเลี้ยงครอบครัวมากนัก และไม่ได้ทิ้งมรดกหรือกิจการสืบต่อให้กับลูกๆ ได้รับช่วงต่อ

แต่ไม่รู้เหมือนกัน ผมรู้สึกว่าพ่อทิ้งสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าเงิน ทรัพย์สมบัติ หรือความรัก...

สิ่งที่ผมภูมิใจจะกล่าวเมื่อมีคนถามถึงพ่อ คือ
“พ่อเป็นคนดี เป็นคนดีกับทุกๆ คน”

ผมรู้สึกว่าส่วนดีๆ ในตัวเองที่พอมีอยู่บ้างนั้นมาจากพ่อ  พ่อเป็นคนใจเย็น มองอะไรเป็นเหตุผล มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ใจกว้าง ไม่โกรธเกลียดใคร ไม่คดโกง ไม่ละโมบ และพร้อมต่อสู้เพื่อความถูกต้อง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่จะซื้อให้ลูกๆ ได้ด้วยเงินทอง  ผมโชคดีที่ได้รับสิ่งเหล่านี้มาจากพ่อ มันสำคัญยิ่งกว่าเงินทองหรือทรัพย์สมบัติยิ่งนัก

และสิ่งนี้นี่เองที่ผมสัมผัสได้จากสวนของพ่อ...

 

วันนี้ผมยังไม่ได้คุยกับพ่อในหลายสิ่งที่อยากคุย แต่ผมรู้สึกว่ากำแพงที่กั้นเรานั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญ  บางสิ่งจากพ่อส่งผ่านมายังผมอยู่ตลอด และผมก็รู้ว่าพ่อคงรับรู้สิ่งเหล่านั้นเช่นกัน 

ไม่ใช่รหัสพันธุกรรมที่เป็นสิ่งสำคัญในการถ่ายทอดตัวตนของพ่อมายังลูก  ไม่ใช่คำพูดหรือคำสอน  แต่เป็นสิ่งที่สัมผัสได้  เพียงแค่เห็นและเข้าใจในสิ่งที่พ่อกระทำ สิ่งนั้นจะถ่ายทอดมายังลูกได้เอง

ผมกำลังเดินตามรอยเท้าที่พ่อก้าวนำไว้ ผมรู้สึกอบอุ่นและรู้สึกขอบคุณพ่อที่ทำให้มีชีวิตดังเช่นทุกวันนี้

วันหนึ่งถ้าผมมีลูก ผมจะพาเขามาที่สวนของพ่อ เพื่อให้เขาสัมผัสสิ่งที่ปู่ของเขาสร้างขึ้นมา ให้เขาได้รับสิ่งสำคัญที่จะอยู่คู่กับชีวิตของเขาตลอดไป...

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
plains-wanderer วันที่ : 12/12/2008 เวลา : 01.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/blankpage
http://www.oknation.net/blog/plains-wanderer  (นกป่าสัปดาห์ละตัว)

ท่านเป็นผู้ชายที่ยิ่งใหญ่บนความเรียบง่ายอย่างแท้จริง
และท่านคงภูมิใจในตัวคุณมาก เป็นเรื่องราวที่อบอุ่นจริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 11/12/2008 เวลา : 08.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamline

กลับมาจากการเดินทางท่องเที่ยวแล้ว
ขอบคุณทุกคนนะครับที่แวะมาเยี่ยมชม

เด็กหญิงหว่านกล้า
เด็กหญิงหว่านกล้าดูชอบอะไรสีเขียวๆ ฟ้าๆ นะ (เหมือนผมเลย)

คุณสิงห์มือซ้าย
บ้านทุ่งปลายคลองยินดีต้อนรับทุกคนเสมอครับ

คุณปุณฯ
เขียนสิครับ เรื่องบ้านของคุณปุณ ผมก็อยากอ่านนะ
นั่นสิ ลองมาคิดๆ ดู พ่อก็ตัดสินใจได้เด็ดขาดมากๆ เลย
ผมก็เสียดายเหมือนกันที่พ่อไม่เขียนแล้ว
แต่ไม่แน่ครับ จะลองขอให้พ่อเขียนอีกบ้าง

คุณพี่ชาจีน
ขอบคุณหลายๆ ครับ คุณพ่อคงดีใจครับ ที่มีผู้ชื่นชอบสวนของเขาขนาดนี้

ภูสีคราม
"ชีวิตไม่ว่าจะอยู่บนเส้นทางไหน ล้วนทำคุณประโยชน์ได้ทั้งสิ้น"
ชอบข้อความนี้ครับ

คุณสายลมลอย
เข้าใจความรู้สึกเลยครับ
ยามที่เห็นบางอย่างจากพ่อของเรา แล้วรู้สึกถึงสิ่งนั้นในตัวเรา

คุณรุสสกี้
น่ารักดีครับ ลูกชายเดิน (ขากาง) เหมือนคุณพ่อ
ในสายตาของลูก ขาของพ่อคือสิ่งที่เขามองอยู่ตลอด

คุณ julyrhapsody
"เคยมีคนกล่าวการทำสิ่งที่ตัวเองรักเป็นอาชีพเป็นความเจ็บปวดแสนทรมาณ เพราะโลกแห่งความเป็นจริงไม่เคยสวยงาม"
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ เพราะคำว่าอาชีพ ต้องมีเรื่องเงินทอง และการแข่งขันดิ้นรนเข้ามาเกี่ยว
ความฝันกับเงิน ดูสวนทางกัน
แต่มันก็ดีตรงที่เราจะได้เปลี่ยนความฝันให้เป็นความจริงได้

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
เด็กหญิงหว่านกล้า วันที่ : 11/12/2008 เวลา : 06.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weed
V.-บทเพลงหัวใจของเด็กเดินทาง-.V : กลุ่มเขียนข้าว

วันนี้เป็นเช้าที่มีความสุขค่ะ ก็เลยแวะมาเยี่ยมอะไรเขียวๆฟ้าๆที่ดูแล้วสบายใจ อ่านแล้วรู้สึกดีคะ - บางทีการให้ค่าถ้ากับคำว่าชอบและรู้สึกดีในตัวอักษร มันก็เพียงพอแล้วใช่ไหมคะ . ?

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
Rosefinchy วันที่ : 10/12/2008 เวลา : 15.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Rosefinchy
::: Live EveryDay as if It wereYour LasT :::

แวะมาดูบ้านนี้ว่าเจ้าของเที่ยวกลับมารึยังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
julyrhapsody วันที่ : 09/12/2008 เวลา : 21.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/julyrhapsody
'love me, love my style'

แค่เริ่มต้นแล้วเศร้าแล้วอ้ะ "มีเรื่องราวมากมายของพ่อที่ผมอยากรู้ แต่ผมไม่ค่อยเอ่ยปากได้ถาม แม้แต่บทความนี้ ผมก็ยังหาข้อมูลส่วนหนึ่งของพ่อมาจากบุคคลอื่น"

เคยมีคนกล่าวการทำสิ่งที่ตัวเองรักเป็นอาชีพเป็นความเจ็บปวดแสนทรมาณ เพราะโลกแห่งความเป็นจริงไม่เคยสวยงาม แต่ในที่สุดประสบการณ์ชีวิตล้วนแล้วแต่มีคุณค่า

แถมผลลัพธ์ปลายทางคือ "บ้านทุ่งปลายคลอง" ....เจ๋งมาก ๆ

โอ้โฮ คุณนาฬิกาฯ ตบท้ายแบบคนวางแผนไกลอีกแระ "วันหนึ่งถ้าผมมีลูก ผมจะพาเขามาที่สวนของพ่อ เพื่อให้เขาสัมผัสสิ่งที่ปู่ของเขาสร้างขึ้นมา ให้เขาได้รับสิ่งสำคัญที่จะอยู่คู่กับชีวิตของเขาตลอดไป..."

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
รุสสกี้ วันที่ : 09/12/2008 เวลา : 21.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/russky
รุ่งอรุณ.....ที่นี่เงียบสงบ

ผมก็เคยสงสัยว่าทำไมลูกเรามันจึงเดินเหมือนเรา ทั้งๆที่เราก็ไม่ได้ไปสอนให้มันเดินแบบเรา (ผมเดินขากางนิดๆ)

อยากจะบอกว่า ผมก็ศิษย์เก่าสยามรัฐ แต่เป็นรุ่นหลังคุณพ่อคุณมากๆแล้ว

และตอนนี้ก็ออกมาแล้วเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
apooh วันที่ : 06/12/2008 เวลา : 17.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bedtaled
Reduce..Re-use..Re-cycle

เที่ยวเผื่อด้วยยยยค่า

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
สายลมลอย วันที่ : 05/12/2008 เวลา : 20.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suankikran

ผมเคยถามตัวเอง เหมือนกัน ว่าระหัสพันธุกรรมที่พ่อถ่ายทอดมายังผม เป็นอะไรที่จะสืบเนื่องถึงกันหรือไม่

ด้วยความที่ไม่ได้เติบโตมาจากอายอุ่นของพ่อในช่วงสิบเดือนให้หลัง ผมไม่เคยเข้าใจความเป็นตัวตนของพ่อมากไปกว่าคนแปลกหน้าที่มาเยี่ยมยามในบางเดือน ,บางปี แค่นั้น

หลายปีตอนเติบใหญ่ ได้บังเอิญดูภาพบางภาพที่พ่อเคยถ่ายไว้ เป็นภาพขาวดำในยุควัยรุ่น หัวเกรียน เรียนโรงเรียนการช่าง(ช่างไม้) ด้านหลังของภาพเป็นกลอน

ซึ่งผมชอบเขียน!!

ทันใดนั้นเอง ผมเข้าใจแล้ว

ผมเข้าใจแล้ว

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ภูสีคราม วันที่ : 05/12/2008 เวลา : 20.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bleuemontagne
เครื่องประดับคือภาษา

ใจหนึ่งก็เสียดายที่คุณพ่อของคุณก้าวออกจากวงการน้ำหมึก
อีกใจหนึ่ง..ชีวิตไม่ว่าจะอยู่บนเส้นทางไหน
ล้วนทำคุณประโยชน์ได้ทั้งสิ้น

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ชาจีน วันที่ : 05/12/2008 เวลา : 14.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sutida

อ่านเอ็นทรีนี้ของคุณนาฬิกาฯตั้งแต่วันแรกที่โพสต์ แต่ยังไม่ได้เม้นท์เลย...คุณพ่อเก่งนะคะชื่นชมในความเป็นนักหนังสือพิมพ์ค่ะ คนนี้นี่เองที่แต่งแต้มทุกอย่างในสวนแห่งนี้ให้ดูมีชีวิตและน่าค้นหา ไม่แปลกเลยว่าทำไมใครหลายคนจึงชอบบ้านทุ่งปลายคลองแห่งนี้นักรวมถึงพี่ชาจีนด้วยค่ะ...มีความสุขวันพ่อและขอให้พ่อมีความสุขนะคะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ปุณณดา วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 22.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poonnada

อ่านเรื่องนี้แล้ว อยากเขียนเรื่องราวของบ้านสวนของพ่อกับแม่จังเลย
เพิ่งกลับมาไม่กี่วัน หลังจากไปอู้งานไปอยู่บ้านนอกเป็นอาทิตย์
อิอิ ตะเว่..งานยุ่งมากค่ะ เฮ้อ...

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ปุณณดา วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 22.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poonnada

คุณลุงตุ้มยอดเยี่ยมมากค่ะ
ฉันว่าคนๆหนึ่ง ได้เดินตามสิ่งที่รัก และทำจนสุดๆ มีความสุขกับมัน เป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชมมากๆ แม้ว่าวันหนึ่งจะค้นพบอะไรบางอย่าง แล้วก้าวไปอีกทาง (แต่เสียดายที่คุณลุงไม่คิดจะเขียนอีกนะค่ะ)
ฉันว่าคุณลุงกล้าหาญ และมุ่งมั่นมากๆ เป็นบุคคลต้นแบบที่แท้จริง
คุณนาฬิกาเองก็คงไม่ผิดท่านแน่ ชื่นชมมากๆค่ะ

ปล.เป็นเรื่องราวความรู้สึกถึงพ่อที่ซาบซึ้งมากด้วย

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 22.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

ตั้งท่าจะอ่านเอนทรีนี้มาหลายเพลา
เพิ่งลงมืออ่านจนจบเดี๋ยวนี้เองค่ะ
อยากมีชีวิตอย่างคุณพ่อของคุณจัง
หันหลังให้กับชีวิตในเมือง
ไปใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ
และเป็นคนดีมีน้ำใจกับคนรอบข้าง
จะมีสักวันไหม ที่จะได้ไปเยือนที่แห่งนี้สักครา

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
เด็กหญิงหว่านกล้า วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 21.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weed
V.-บทเพลงหัวใจของเด็กเดินทาง-.V : กลุ่มเขียนข้าว

เหมือนพ่อเคยสอนเราปั่นจักรยานสองล้อ .

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
เด็กหญิงหว่านกล้า วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 21.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weed
V.-บทเพลงหัวใจของเด็กเดินทาง-.V : กลุ่มเขียนข้าว

หวัดดีค่ะพี่ , หวัดดีค่ะพ่อของพี่ด้วย .

พ่อ - เป็นฮีโร่เสมอล่ะ .

ปล - สวนของพ่อน่าอยู่ เป็นดินสักก้อนดีกว่า จะได้อัดแน่นอยู่แถวๆนั้น แถวๆอะไรเขียวๆฟ้าๆมั่ง .

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 17.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamline

จะถึงวันพ่อแล้ว อย่าลืมนึกถึงคุณพ่อกันนะครับ
ผมเองก็ไม่ได้อยู่กับพ่อในวันพ่อ ต้องออกเดินทางท่องเที่ยวหลายวัน
แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังนะครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 11.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamline

ขอบคุณทุกคนมากนะครับ
ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเขียนโดยถ่ายทอดออกมาจากใจได้มากที่สุด

คุณ Phithak_C.
ดีใจครับ ที่มีคนจดจำงานเขียนของพ่อได้ เพราะทุกวันนี้ พ่อแทบไม่เคยเก็บผลงานของตัวเองไว้เลย หนังสือของพ่อ ที่ผมได้มาก็มาจากร้านกนังสือเก่าที่งานหนังสือ ขายในกองเล่มละ 20 บาท

คุณหมี
อ่านรู้เรื่องนะครับ
ใช่ครับ สิ่งสำคัญที่สุดที่เด็กได้จากพ่อแม่ คือการเรียนรู้และจดจำสิ่งที่พ่อแม่กระทำ
แล้วขอบคุณมากครับสำหรับกำลังใจ

คุณ delicoco
ดีใจครับ ที่เรื่องของผมทำให้คุณอิ่มได้

คุณ Rosefinchy
ผมเองอยากถ่ายทอดวิถีชีวิตของลุงตุ้มให้ผู้อื่นรับรู้ ไม่เกี่ยวกับว่าเขาคือพ่อของผม แต่ผมคิดว่าลุงตุ้ม เป็นผู้ที่มีการกระทำบางอย่างที่น่านับถือ สำหรับการดำเนินชีวิตในยุคนี้
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ

คุณ รอยยิ้มจางๆ
ผมหวังว่าจะสร้างผลงานดี ๆ ให้ได้เหมือนกับพ่อครับ

นายสิบหมื่น
ขอบคุณจริงๆ ครับ
วันนึงถ้าผมมีลูกผมคงเข้าใจความรู้สึกของพ่อมากยิ่งขึ้น

คุณรวงข้าวล้อมลม
การทำความดีคือสิ่งที่มีคุณค่าที่สุด ที่พ่อแม่ควรจะมอบเป็นของขวัญให้ลูกๆ
คงเห็นตัวอย่างพ่อบางคนในสังคมมอบสิ่งอื่นให้กับลูกมากมาย แต่ไม่ใช่การทำความดี
แล้วชีวิตของลูกตัวเองก็คงแหลกเหลวไม่ต่างจากพ่อนัก

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 02/12/2008 เวลา : 15.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

พ่อเป็นพ่อที่ดีที่สุดของลูก”
“พ่อเสียสละเพื่อครอบครัว”
“พ่อรักลูกๆ มาก”
ผมพบข้อความหรือคำพูดเหล่านี้อยู่เสมอ เวลาที่ลูกสักคนกล่าวถึงพ่อของตัวเอง
เมื่อนึกถึงพ่อของผม ผมกลับไม่แน่ใจกับคำกล่าวเหล่านั้น...

มองตามความเป็นจริง พ่ออาจไม่ใช่พ่อที่ดีเลิศนักในแง่ของชายผู้สร้างทุกสิ่งให้ครอบครัว พ่อผู้เลิกทำงานด้วยวัยที่ยังไม่ถึง 50 ปี หรือการการขายที่ดินบางส่วนเพื่อนำเงินมาสร้างความฝันของตัวเอง ซึ่งอาจดูไม่ใช่หนทางของพ่อผู้สร้างอนาคตทุกอย่างให้ลูก แม้จะไม่ขัดสนและส่งลูกทุกคนเรียนจนจบได้ แต่พ่อก็ไม่ได้มีเงินมาเลี้ยงครอบครัวมากนัก และไม่ได้ทิ้งมรดกหรือกิจการสืบต่อให้กับลูกๆ ได้รับช่วงต่อ

แต่ไม่รู้เหมือนกัน ผมรู้สึกว่าพ่อทิ้งสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าเงิน ทรัพย์สมบัติ หรือความรัก...

สิ่งที่ผมภูมิใจจะกล่าวเมื่อมีคนถามถึงพ่อ คือ
“พ่อเป็นคนดี เป็นคนดีกับทุกๆ คน”

....................................................

อ่านถึงตรงนี้แล้วนึกถึงพ่อตัวเองนะคะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 02/12/2008 เวลา : 15.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

เขียนได้เนียน เนียนๆมากค่ะ โดนใจ

อ่านแล้ว กินใจมากค่ะ ทำให้ซึ้งคำว่าพ่อมากกเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 02/12/2008 เวลา : 14.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

นี่เป็นเรื่องที่ดีที่สุดที่ผมได้อ่านวันนี้ครับ
เมื่อเรามีลูก
เมื่อนั้นเราจะรู้ว่าพ่อรักเราเพียงใด
แม้ท่านไม่เคนเอ่ยปาก
และพ่อมักถ่ายทอดหลายๆอย่างมาสู่ลูก
โดยที่ลูกเองไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
ฉนั้น..รักพ่อเถิดครับ
รักโดยไม่ต้องมีคำถามเพื่อหาเหตุผลใด

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 02/12/2008 เวลา : 14.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

ยอดเยี่ยม เชื่อแล้วว่า

ที่คนมักกล่าวว่า

เชื้อไม่ทิ้งแถว บ้านหลังนี้ ถ่ายทอดได้ละเมียด

รวมไปถึงละเอียดอ่อน ได้จิตวิญญาณมาจากใคร

เป็นวิถีชีวิตที่ ทุกคนใฝ่หาคะ

..................................

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ปุณณดา วันที่ : 02/12/2008 เวลา : 13.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poonnada

อยากอ่านจนตัวสั่น อิอิ
เดี๋ยวมาอีกทีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Rosefinchy วันที่ : 02/12/2008 เวลา : 11.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Rosefinchy
::: Live EveryDay as if It wereYour LasT :::

ยอดเยี่ยมจนไม่รู้จะว่าอย่างไรดีค่ะ

ทั้งวิถีชีวิตที่เรียบง่าย การทำงานเพื่อสิ่งแวดล้อม
และผลงานอื่นๆของลุงตุ้ม ผู้ที่เป็นคนดีสำหรับทุกคน
เชื่อว่าท่านมีเหตุผลอยู่ในทุกการกระทำ และแม้ว่าจะไม่ได้อธิบาย แต่ก็รับรู้ได้จากสิ่งที่ท่านทำมาตลอดมา

ส่วนคุณ C เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องของทุกเรื่องในบ้านนี้ ที่ยืนยันได้ว่า คุณมีเลือดนักเขียนอยู่เต็มตัวค่ะ

เป็นกำลังใจให้ สำหรับงานเขียนนะคะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
delicoco วันที่ : 02/12/2008 เวลา : 11.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/delicoco

อ่านเรื่องนี้แล้วอิ่มค่ะ

บางทีการไม่สอนอะไรเลยคือการสอนที่ดีที่สุดนะคะ เพราะบางครั้งต่อให้ใครคนหนึ่งสอนเราจนปากเปียกปากแฉะ เราก็อาจไม่สนใจฟัง แต่ถ้าเขาให้เราได้เรียนรู้เองจากสิ่งที่เขาทำ คิดว่านั่นจะจูงใจให้เราเรียนรู้-ซึมซับได้มากกว่าค่ะ

คุณนาฬิกาลืมเวลาเขียนเรื่องนี้ได้ดีจังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
apooh วันที่ : 02/12/2008 เวลา : 09.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bedtaled
Reduce..Re-use..Re-cycle

หมีคิดอยู่เสมอว่า ลูกๆๆเหมือนหรือต่างจากพ่อแม่ได้อย่างไร สิ่งที่ได้จากการเรียน การเรียนรู้ และ การดูชีวิตคือ ลูกจะเหมือนหรือเป็นอย่างที่พ่อและแม่ของเขาอยากให้เป็นได้นั้น ต้องมาจากทั้งกรรมพันธุ์และ จากการเรียนรู้ของตัวเด็กเอง ซึ่งในการเรียนรู้ของตัวเด็กเองนั้นก็มาจาก ฟัง พูด อ่าน เขียน เหมือนกับการเรียนรู้ในทุกๆๆ สิ่ง หมีว่าการที่คุณ C ตามรอยคุณพ่อ นั้น ต้องเป็นเพราะ ส่วนสำคัญเลยคือการที่คุณพ่อ ของคุณ C -ทำเสียง- -สร้างคำถาม- -สร้างร่องรอย- -จารหลายสิ่งไว้- ให้คุณ C ได้ ใช้ทักษะเหล่านั้น พิจารณามาตลอดชีวิตของท่านแน่ๆๆ พอคุณ C พิจารณาแล้วจึงกลายเป็นซึมซับไปโดยปริยาย แบบสั้นๆคือ คุณพ่อของคุณ C ท่านทำให้คุณ C เห็นเองมาตลอดนั่นเอง ว่าท่านเป็นอย่างไรและท่านไม่เคยเปลี่ยนแปลง ความแน่วแน่ของท่านจำหลักลงใจตัวคุณ C โดยปริยาย
เอาใจช่วยให้คุณ C ทำได้ตามความตั้งใจนะคะ

((เม้นท์ไม่รู้เรื่องโปรดอภัย แบบ ว่า ไม่ถนัดจริงๆๆ อะไรยาวๆๆ เนี่ยะ ))

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Phithak_C. วันที่ : 01/12/2008 เวลา : 23.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phithak1970

ขออนุญาตแก้ครับ ตื่นเต้นๆผสมง่วงๆ ขอแก้-รู้เกิน-ที่ถูกต้องก็คือ"และหลากหลายความรู้สึกเหลือเกินครับ"

ยกโทษในความพิดพลาดนะครับ!

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Phithak_C. วันที่ : 01/12/2008 เวลา : 23.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phithak1970

แม้จะดึกดื่นแต่ก็อ่านเรื่องนี้จนจบและขอกล่าวคำชื่นชมต่อเรื่องราวนี้ด้วยใจจริง
ละเอียด งดงาม และหลากหลายความรู้เกินครับ
สำหรับนามของของคุณพ่อในเรื่องนี้นั้น ผมเป็นคนหนึ่งครับที่อ่านหนังสือของท่านและจดจำชื่อนักเขียนมือทองคนนี้ได้เป็นอย่างดี

ขอชื่นชมอีกครั้งครับ!

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เจริญขวัญ วันที่ : 01/12/2008 เวลา : 23.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charoenkwan

ดิฉันนับถือพ่อคุณจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Redrose วันที่ : 01/12/2008 เวลา : 23.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Redrose

ท่านเป็นคนที่น่ายกย่อง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 01/12/2008 เวลา : 23.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamline

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเขียนถึงคนอย่างจริงจัง
และคนๆ นั้นก็เป็นพ่อของผมเอง
ในโอกาสวันพ่อที่จะถึง ผมจึงอยากเขียนถึงพ่อสักครั้ง
ชีวิตของพ่อที่ผมเฝ้าดูอยู่ห่างๆ
และเรื่องราวจากสวนของพ่อ
สวนที่สอนหลายสิ่งให้กับผม...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]