• นาฬิกาลืมเวลา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : paipai_p@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-03
  • จำนวนเรื่อง : 57
  • จำนวนผู้ชม : 521964
  • ส่ง msg :
  • โหวต 254 คน
นาฬิกาลืมเวลา
เรื่องราวของธรรมชาติ สัตว์โลก วิทยาศาสตร์ และมนุษย์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamline
วันอาทิตย์ ที่ 14 ธันวาคม 2551
Posted by นาฬิกาลืมเวลา , ผู้อ่าน : 8467 , 22:21:18 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

นี่อาจเป็นภาพที่สวยงามที่สุดภาพหนึ่งในชีวิตที่ผมเคยเห็น
อากาศหนาวสัมผัสกาย สายหมอกบางปกคลุม ขุนเขาซ้อนกันเป็นมิติ สะท้อนเงาลงสายน้ำสีเงิน แต่งแต้มด้วยต้นไม้และกระท่อม
ผมยืนนิ่งอยู่กับภาพเบื้องหน้า ผาแดงและลำน้ำซองแห่งเมืองวังเวียง ประเทศลาว...
 
-------------------------------------------------------------

สิ่งที่ได้มาในเวลาที่เสียไป

ยามเย็นของวันหยุดยาวสุดสัปดาห์ ผมรูดบัตรออกจากบริษัท แบกเป้ใบโตเดินผ่านถนนย่านสุขุมวิท แสงไฟส่องสว่าง ขบวนรถติดบนท้องถนนมากกว่าทุกวัน ผู้คนเริ่มออกไปช้อปปิ้งหรือหาอะไรดื่มกิน เช่นเดียวกับสาวบาร์ที่เตรียมออกมานั่งหน้าร้าน  ผมแทรกตัวผ่านฝูงชนลงไปสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน จุดหมายอาจต่างจากคนอื่น ผมกำลังจะไปประเทศเพื่อนบ้านทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 

Next station หัวลำโพง  หนองคาย  เวียงจันทน์  วังเวียง  และหลวงพระบาง...

รถไฟตู้นอนขบวนหนองคาย กำหนดออกจากหัวลำโพงเวลาสองทุ่ม แต่กว่าล้อจะหมุนจริงๆ ก็ล่วงไปถึงสามทุ่มครึ่ง  รถไฟไทยยังคงเอกลักษณ์เรื่องเวลาอยู่เช่นเดิม  ผมนั่งดูแสงไฟและรถราตามท้องถนนในเมืองหลวง เพราะจะไม่ได้เห็นมันไปอีก 6 วัน  เมื่อรถไฟออกมาสู่ชานเมือง ผมก็เริ่มง่วง จึงล้มตัวลงนอน

รถไฟแห่งสยามประเทศ ทำให้ผมมาถึงหนองคายตอนเที่ยงตรง ช้ากว่ากำหนด 3 ชั่วโมงครึ่ง  แผนที่วางไว้ว่าจะข้ามด่านไทย-ลาว และเดินทางไปสถานีขนส่งเวียงจันทน์ให้ทันก่อนบ่ายโมงครึ่งเพื่อขึ้นรถไปเมืองวังเวียง เป็นอันต้องล้มเลิก

 

ระหว่างนั่งรถโดยสารจากฝั่งไทย ข้ามสะพานมิตรภาพและน้ำโขงไปฝั่งลาว

พยายามไม่หงุดหงิดกับเวลาที่ควบคุมไม่ได้  มนุษย์เวลาแบบผมจึงบอกตัวเองนี่เป็นการไปเที่ยว ไม่ใช่การทำงาน  แต่เพราะอยากไปให้ถึงวังเวียงก่อนพระอาทิตย์ตก ผมเลยใช้เงินซื้อเวลาด้วยการเหมารถจากด่านลาวไปยังสถานีขนส่งสายเหนือเวียงจันทน์  นั่นทำให้ผมอยากกลับไปเรียกค่าเสียหายจากการรถไฟไทยจริงๆ

มาถึงสถานีขนส่งสายเหนือของเวียงจันทน์บ่าย 2 โมงครึ่ง รถวีไอพีหมดแล้วตามคาด ผมต้องนั่งรอรถธรรมดาไปวังเวียงรอบ 4 โมง ระยะทางร่วม 160 กิโลเมตร ไปถึงวังเวียงก็ราว 2 ทุ่ม  แม้จะล่าช้า แต่อย่างน้อยผมก็โล่งใจที่ยังมีรถไป 

 

รถโดยสารจากเวียงจันทน์ไปยังเมืองต่างๆ ทั่วลาว เช่น หลวงพระบาง เชียงขวาง ไชยบุรี อุดมไชย สภาพรถก็ต่างกันไป

บรรยากาศของสถานีขนส่งสายเหนือแห่งนครหลวงเวียงจันทร์เทียบไม่ได้กับหมอชิตของบ้านเรา รถส่วนใหญ่เป็นรถแอร์ธรรมชาติ สภาพพอนั่งสบายๆ ได้ไม่นาน จะหารถที่ดีพอกับปอ.2 ของไทยได้ยากเต็มที  แต่สิ่งที่ประเทศไทยต้องอายก็คือ รถที่นี่ออกตรงเวลา สี่โมงตรงพอดีที่โชเฟอร์รถบัสของผมเหยียบคันเร่งออกเดินทาง  ผมนึกถึงรถไฟเมื่อคืนแล้วอยากให้เจ้าหน้าที่รถไฟมาดูรถท้องถิ่นของลาวเหลือเกิน

ผมได้รู้จักเพื่อนผู้ร่วมชะตากรรมรถไฟไทยบนรถหลายคน  บนรถยังเต็มไปด้วยคนลาวผู้มีอัธยาศัยดี  โชเฟอร์ผู้จอดแวะข้างทางตามใจฉัน (จอดแวะบ้านตัวเองเพื่อหยิบของ) เด็กรถที่ปีนขึ้นหลังคารถขณะรถวิ่งอย่างไม่กลัวตาย  เพลงลูกทุ่งของไทยที่เปิดดังลั่นรถ (ซึ่งถ้ามีคนลุกขึ้นเต้น ผมคงเต้นตาม) ได้เห็นวิถีชีวิตยามเย็นของชาวบ้าน  วิวสวยๆ ของทุ่งนาและภูเขา  พระจันทร์และดาว รวมทั้งได้ประสบการณ์จอดรถยิงกระต่ายและเด็ดดอกไม้ข้างทุ่ง  สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกว่าในเวลาที่เสียไป ก็ได้บางสิ่งดีๆ ที่ไม่คาดคิดกลับมาแทน จนผมติดใจการเดินทางแบบนี้เสียแล้ว

 

รถโดยสารไปวังเวียง แม้จะไม่มีแอร์ แต่นั่งสบาย เพราะข้างนอกอากาศดี แถมมีบรรยากาศท้องถิ่นให้สัมผัสด้วย

เมื่อผมไปถึงวังเวียง ความมืดก็เข้าปกคลุม ผมมุ่งตรงไปยังที่พักที่จองไว้  ความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง 24 ชั่วโมง ทำให้รีบอาบน้ำและนอนพัก แล้วค่อยเริ่มทุกอย่างในวันพรุ่งนี้...

-------------------------------------------------------------

แสงแรกของวังเวียง

เช้าวันรุ่งขึ้น
ความเหน็ดเหนื่อยและหงุดหงิดจากการเดินทางเมื่อวานหายไปหมดสิ้น เมื่อผมเปิดประตูบ้านพัก  ความเย็นและสดชื่นของอากาศลอยมาสัมผัส พร้อมกับภาพของ “ผาแดงริมน้ำซอง”  ที่ผมตั้งใจมาชมด้วยตาตนเอง

 

ผาแดง หุบเขาหินปูนที่สลับซับซ้อน กับลำน้ำซอง ยามเช้า

ภาพเบื้องหน้า ทำให้ผมเข้าใจว่าทำไมมนุษย์ต้องดั้นด้นเดินทางเพื่อไปยังสถานที่ต่างๆ ที่อยู่ห่างไกล

ภูเขาสลับซับซ้อน แม่น้ำ หมอก  ต้นไม้ บ้าน และสิ่งอื่นๆ ที่ช่วยแต่งเติมความงามให้วังเวียง เมืองที่มีผู้ให้สมญาว่า “กุ้ยหลินแห่งเมืองลาว” หรือ “เมืองคู่แฝดของปาย”  ผมเองไม่ค่อยชอบการเปรียบความงามของสถานที่หนึ่งกับอีกสถานที่หนึ่งเท่าไรนัก รู้สึกว่าแต่ละที่มีความงามและเอกลักษณ์ของตัวเอง  วังเวียงโดดเด่นด้วยภูเขาหินปูน มีแม่น้ำซองไหลผ่าน มีทุ่งนา ถ้ำ และกิจกรรมแนวแอดเวนเจอร์มากมายที่เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว 

ใครจะเดินทางมาเยือนที่แห่งนี้ด้วยจุดประสงค์ใดก็ตาม แต่สำหรับผมตอนนี้รู้สึกว่าผมบรรลุจุดประสงค์ในการเดินทางเรียบร้อยแล้ว เพียงแค่เสี้ยวเวลาที่สายตารับรู้ภาพความงามเบื้องหน้านี้
 
ผมยืนอยู่ริมน้ำหน้าที่พัก ทางซ้ายมือมีสะพานพาข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม  ผมเดินไปยังสะพาน สะพานนี้เป็นสะพานเหล็กที่ผู้ข้ามต้องจ่ายเงินค่าข้าม (เพราะมีสะพานไม้แบบไม่ถาวรที่ข้ามได้ฟรีอยู่บริเวณอื่นด้วย)  พี่ชายผู้เฝ้าสะพานเดินเข้ามาทักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “สะบายดี”  พร้อมบอกอัตราค่าข้ามสะพาน “คนละ 4,000 กีบ” (ราว 16 บาท)  ผมจ่ายเงินและรับปี้ (ตั๋ว)  พี่ชายชาวลาวกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ขอบใจหลาย”   ซึ่งช่วงเวลาที่อยู่ในลาว ผมได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ไปอีกหลายครั้งจนคุ้นเคย

วิวบนสะพานสวยน่าชม  น้ำซองฝั่งขวาของสะพานคือต้นน้ำซองที่ไหลผ่านเมือง  ฝั่งซ้ายคือน้ำซองที่ไหลไปทางท้ายเมือง มีหุบเขาโอบล้อมอยู่ทั้งสองฝั่ง 

 

สะพานเหล็กข้ามลำน้ำซองที่รถข้ามได้

 

ลำน้ำซองฝั่งขวาของสะพาน ทางต้นน้ำ

 

ลำน้ำซองฝั่งซ้ายของสะพาน ทางปลายน้ำ

 เคลิบเคลิ้มกับสายหมอกที่ลอยต่ำเหนือพื้นริมฝั่ง พลางเกิดความสงสัยว่าทำไมหมอกถึงลอยต่ำแบบนี้  เมื่อดูดีๆ จึงรู้ว่า หมอกบางส่วนไม่ใช่หมอก แต่เป็นควันไฟจากการเผาอะไรสักอย่าง ซึ่งในระหว่างการเดินทางเมื่อวานผมก็โดน “ควัน” หลอกว่าเป็น “หมอก” มาทีหนึ่งแล้ว

คิดเล่นๆ ว่า คนลาวอาจตั้งใจเผา เพื่อสร้างบรรยากาศให้สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว ถ้าเป็นเช่นนั้น ผมว่าก็ได้ผลไม่ใช่น้อย เพราะผมเองก็หลงใหลไปกับมันหลายครั้ง  แต่ยังไงก็ตามแม้ควันจะสวย แต่ก็มีกลิ่นและพิษ หาได้ใสบริสุทธิ์เหมือนหมอก 

 

ชาวบ้านช่วยสร้างหมอกปลอม แต่หมอกจริงก็มีเช่นกัน

เดินข้ามสะพานไปอีกฝั่งของลำน้ำซอง เมื่อหันกลับไปดวงอาทิตย์โผล่หน้าออกมาจากทิวเขาและดงไม้  ผมยืนนิ่งดื่มด่ำกับบรรยากาศ  มองดูสายหมอกจริงที่ลอยเรี่ยพื้นน้ำ  ประหลาดใจว่าภาพบางภาพสามารถกระตุ้นให้เรารู้สึกถึงความงามของมันได้  ซึ่งมนุษย์แต่ละคนรับรู้ความงามเหล่านี้ได้ต่างกัน  ทำไมภาพสายหมอก ลำน้ำ และแผงเขาถึงทำให้ผมรับรู้ถึงความงาม  แม้จะสงสัย แต่ผมก็ไม่อยากหาคำตอบ  เพราะรู้สึกว่าเมื่ออยู่เบื้องหน้าความสวยงาม บางครั้งเหตุผลก็ไม่ใช่สิ่งที่เราจำเป็นต้องรู้...

 

หมอกพรางหุบเขาไว้เบื้องหลัง

 

มองกลับไปยังฝั่งตัวเมือง มีที่พักอยู่ริมน้ำมากมาย

 

พระอาทิตย์ขึ้นที่ลำน้ำซอง

บรรยากาศยามเช้าที่ผู้มาเยือนควรได้มาสัมผัส

-------------------------------------------------------------

วิถีแห่งน้ำซอง

ตอนเที่ยง ผมมายืนริมน้ำซองหน้าที่พักอีกครั้ง สายหมอกหายไปแล้ว แต่ลำน้ำซองเวลานี้เต็มไปด้วยชีวิต และทำให้ผมรู้ว่า ยามหมดฤดูฝนนั้น แม่น้ำสายนี้ตื้นกว่าที่คิด  ชาวบ้านทั้งเด็ก ผู้หญิง หรือคนแก่  ต่างเดินหา “ไค” หรือสาหร่ายน้ำ  ส่วนบนสะพานมีผู้คนและรถเครื่องผ่านไปมาอยู่ตลอด 

เห็นภาพชีวิตเบื้องหน้า ผมจึงรู้จักสายน้ำซองมากขึ้น ที่นี่เป็นทั้งแหล่งทำมาหากิน หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวบ้าน และเป็นแหล่งพักผ่อนใจของผู้มาเยือน

 

น้ำซองยามกลางวัน มองเห็นขุนเขาชัดเจน

 

ชาวบ้านออกมาหาไคกลางลำน้ำ

 

คุณป้าก้มเก็บไคใส่กระบุงกลางหลัง

 

สะพานเหล็กในช่วงเวลาที่แตกต่างไป

ฝั่งตรงข้ามคือหมู่บ้านชาวบ้าน ถัดเข้าไปคือถนนสายเล็กๆ ตัดผ่านขุนเขาและทุ่งนา

ช่วงบ่ายแดดร่มลมตก ผมได้สัมผัสความเย็นฉ่ำของน้ำซอง โดยการล่องห่วงยาง กิจกรรมยอดนิยมอย่างหนึ่งของผู้มาวังเวียง  ระยะทาง 4 กิโลเมตร ราคา 55,000 กีบ (220 บาท) กับการลอยไปตามน้ำเป็นประสบการณ์ที่น่าลองไม่น้อย  ผมนอนบนห่วงยาง เอาก้นแช่น้ำ และเท้าราน้ำ ปล่อยให้แม่น้ำออกแรงพัดพาไป

สายน้ำซองไหลเอื่อยๆ พาห่วงยางเดินทางไปด้วยความเร็วที่ช้ากว่าคนเดิน จนอยากขอให้เรือคายักของนักท่องเที่ยวที่พายผ่านไปให้ช่วยลากไปด้วย  ในแม่น้ำมีเกาะแก่งหรือหินกลางน้ำโผล่มา ให้หลบหลีกสร้างความตื่นเต้นบ้างเป็นระยะ  ทิวทัศน์สองฝั่งเป็นป่าและภูเขาที่สวยงาม มีจุดเล่นกิจกรรมผาดโผนที่ชาวต่างชาตินิยมอยู่เป็นระยะๆ ทั้งโหนเชือกลงน้ำ กระโดดน้ำ พร้อมบรรยากาศแบบผับที่มีทั้งเสียงเพลง แอลกอฮอล์ (และอาจรวมถึงใบไม้ที่ทำให้หัวเราะ)  โชคดีที่จุดเหล่านี้อยู่นอกเมือง ห่างจากบริเวณที่ผมพัก เพราะผมรู้สึกว่ามันรบกวนแม่น้ำซองไม่น้อยเลย

ดวงตะวันคล้อยต่ำ น้ำซองยังเดินทางด้วยจังหวะเดิม  ผมเริ่มอยากกลับไปเดินเล่นริมน้ำซองหน้าที่พัก  แม้จะพยายามใช้มือและตีน (ตามภาษาลาว) พุ้ยน้ำ แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้เร็วขึ้นเท่าไร จนถึงจุดหนึ่งที่เป็นหาดตื้น  ผมตัดสินใจลากห่วงยางขึ้นฝั่ง  หลังจากให้ห่วงยางแบกผมมาครึ่งทาง ถึงคราวที่ผมต้องแบกมันกลับไปบ้าง  อารมณ์การเดินตัวเปียกแบกห่วงยางกลับเข้าเมืองก็แปลกไม่เลวทีเดียว

--------------------------------------------

ให้สายน้ำไหลผ่าน...

กลับมาถึงจุดชมน้ำซองหน้าบ้าน ดวงอาทิตย์หายไปข้างหลังขุนเขาแล้ว แต่น้ำซองยังมีชีวิตชีวาเช่นเดิม  นักท่องเที่ยวพายเรือคายักเล่น บ้างก็เดินมาถ่ายรูปในน้ำ บ้างก็นั่งชิลๆ ริมฝั่ง ตามตลิ่งมีชาวบ้านอาบน้ำ ล้างจาน  ผมก้าวลงไปในน้ำซอง กระแสน้ำไหลไม่แรงมาก ตรงที่ลึกสุดแค่เข่าเท่านั้น  น้ำใสจนเห็นพื้นน้ำเป็นกรวดหินกลมๆ ขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้าง  ผมลองเก็บไคที่อยู่ใต้น้ำ  เล่นขว้างหินก้อนแบนๆ ให้กระทบผิวน้ำกระเด้งขึ้นลง  รวมทั้งยืนมองดูผู้คนรอบๆ ตัว 

 

ยามเย็นมีนักท่องเที่ยวมากมายมาเดินเล่นที่ลำน้ำซอง

นักท่องเที่ยวพายคายัก บางคนก็ถ่ายรูปบนสะพาน

 

ชาวบ้านมาอาบน้ำ ล้างจานริมตลิ่ง

บรรยากาศยามเย็นที่ตะวันซ่อนอยู่หลังขุนเขา

 

สายน้ำซองไม่เคยหยุดนิ่ง

น้ำตื้นแค่หน้าแข้ง กางเกงก็ยังเปียกจากการล่องห่วงยาง ผมจึงทรุดตัวลงนั่งลงกลางน้ำ มองดูสายน้ำไหลผ่านตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ไกลออกไปเป็นขุนเขาที่ยังตั้งตระหง่านอยู่เช่นเดิม 

นั่นทำให้ผมนึกถึงบางอย่าง...

สายน้ำไม่เคยหยุดนิ่งเหมือนกับเวลา  ผมนึกถึงตัวเองที่วิ่งไล่ตามหรือวิ่งหนีเวลาอยู่ตลอด ดังเช่นการเดินทางเมื่อวานหรือในชีวิตปกติ  ซึ่งไม่ต่างกับการต่อสู้ดิ้นรนในกระแสน้ำ  แต่ขณะที่ขุนเขานั้นยืนหยัดอย่างมั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลง

แสงอาทิตย์ค่อยๆ จางหายไป ผู้คนต่างเดินขึ้นฝั่ง ในลำน้ำซองมีผมอยู่คนเดียว  ปล่อยให้สายน้ำไหลผ่านไปเรื่อยๆ ผมมองดูหุบเขาเบื้องหน้า ไม่รู้สึกกังวลกับสายน้ำที่ไหลผ่านอีกต่อไป...

 

 -------------------------------------------------------------

ปล. เรื่องนี้เป็นเพียงแค่มุมๆ หนึ่งในวังเวียงเท่านั้น  การเดินทางในลาวของผมยังมีอีกหลายเรื่องที่อยากเล่าให้ฟัง ติดตามชมกันได้นะครับ ขอบใจหลาย...

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่สนใจไปวังเวียง
• วังเวียง เป็นเมืองเล็กๆ กลางหุบเขา อยู่ในแขวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ห่างจากนครหลวงเวียงจันทน์ราว 160 กิโลเมตร  เดินทางจากไทยไปได้ไม่ลำบาก (ถ้ารถไฟไม่ช้าแบบที่ผมเจอ)
• การเดินทางจากหนองคาย มีรถอินเทอร์บัสวิ่งระหว่างหนองคายไปเวียงจันทน์ ข้ามด่านตรงสะพานมิตรภาพ ใช้แค่พาสปอร์ต ไม่ต้องใช้วีซ่า ผ่านแดนได้สบาย
• จากสถานีขนส่งสายเหนือเวียงจันทน์ มีรถวิ่งไปวังเวียงหลายรอบ (ไม่ต้องกังวลว่าจะตกรถ) ทั้งรถวีไอพีและรถธรรมดา หรืออาจใช้บริการรถมินิแวน (รถตู้) จากบริษัททัวร์ต่างๆ ในเวียงจันทน์ก็ได้ ค่าโดยสารอยู่ในช่วง 200 บาท
• เมืองวังเวียงจะตั้งขนานไปกับแม่น้ำซองและผาแดง (แบบวิวที่ผมถ่ายรูปมา)  มีบ้านพัก รีสอร์ท เกสต์เฮาส์ ให้บริการมากมาย หลายราคา หลายทำเล  สามารถเดินเลือกได้เลย หรือถ้ามีที่พักในใจอยู่แล้ว จะโทรไปจองก่อนก็ได้ ไม่ต้องโอนเงิน แค่วันใกล้ๆ เดินทาง โทรไปคอนเฟิร์มอีกรอบก็พอ
• อาหารการกินก็มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งอาหารไทย ลาว และอาหารฝรั่ง หรืออาหารพื้นบ้านลาวแท้ๆ ก็มี
• ในส่วนของใจกลางเมืองย่านที่พักที่กิน มีขนาดไม่ใหญ่นัก สามารถเดินได้สบาย แต่ถ้าเป็นส่วนตลาด ท่ารถ หรือชุมชนของชาวบ้านจริงๆ จะอยู่ห่างไปราว1-2  กิโลเมตร สามารถเช่าจักรยานขี่ได้
• ส่วนที่เที่ยว เช่น ถ้ำต่างๆ หรือจุดล่องห่วงยาง พายเรือ ก็จะอยู่รอบๆ เมือง มีรถให้บริการหรือจะซื้อทัวร์ก็ได้
• ที่ลาวใช้ภาษาไทยสื่อสารได้สบายบรื๋อ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
LukeKaEw วันที่ : 13/04/2009 เวลา : 00.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lukekaew
สบาย สบาย

ไปมาแล้ว ชอบมากเลยคะ
ชิลมากกกกกกก

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
Sudteerak วันที่ : 25/12/2008 เวลา : 01.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Sudteerak
Wherever you are, please remember that I belong to you


มาช้าไปหน่อย แต่มาแล้วนึกถึงการเดินทางของตัวเองที่นั่งเครื่องใบพัด อย่างน่าหวาดเสียวจากเชียงใหม่ไปอุดร แล้วนั่งรถเพื่อนไปจอดที่หนองคาย แล้วเดินทางข้ามโขง เพียงแต่ เจ้าหญิงจอดอยู่แค่เวียงจันแค่นั้นเอง.......แค่นี้ก็ดีแล้วเพราะลาวเป็น 1 ในความใฝ่ฝันที่อยากจะไปเลยคะ

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 24/12/2008 เวลา : 23.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup

ไม่รู้จะขอบคุณยังไงดีที่แวะไปทักทายที่บล็อค
ทำให้ดิฉันไม่พลาดได้ชมบ้านเก่า

ขอบคุณจริงๆค่ะ


ความคิดเห็นที่ 33 (0)
joeyman วันที่ : 21/12/2008 เวลา : 15.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/inmind

ขอบคุณครับ สวยจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 20/12/2008 เวลา : 21.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamline

คุณ moomauen
ขอให้สนุกกับการไปเยือนลาวนะครับ
อยากรู้อะไร ถามได้นะครับ เพื่อจะช่วยตอบได้

คุณ star612
ไปสิครับ ลองหาโอกาสดุ
ผมอยากเห็นรูปถ่ายที่ลาวของคุณ คิดว่าต้องสวยแน่ๆ
เปลี่ยนไปจีบสาวลาวแทนไงครับ

คุณชาจีน
กลิ่นไอของธรรมชาติหอมเสมอครับ
ไปสิครับ ไปไม่อยากหรอก ผมว่าไปง่ายกว่าบางที่ในบ้านเราอีกนะ

คุณ july
ของใช้ที่นู้นก็มาจากบ้านเราแทบทั้งนั้น รวมราคาค่าขนส่ง แล้วก็สูงกว่า กินโค้กกระป๋องละ 20 กว่าบาท
ส่วนค่าเชื่อไฟ (น้ำมัน) ลองดูตามปั๊มแล้ว แพงกว่าบ้านเราอีก
แต่ที่ถูกคือผลไม้ครับ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
เมธา วันที่ : 20/12/2008 เวลา : 16.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

-ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
julyrhapsody วันที่ : 20/12/2008 เวลา : 15.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/julyrhapsody
'love me, love my style'

สวัสดีค่ะ
แวะมาทักทายค่ะ
คิดถึง
แล้วจะแวะมาอ่านบ่อย ๆ นะคะ


เรื่องค่าครองชีพสูงในเมืองลาวนี่ นึกขึ้นได้ว่า july เคยคุยกับคนลาว (ระหว่างไปเที่ยวนี่แหละ สัพเพเหระ) สรุปได้คร่าว ๆ ว่าเกิดจากการต้องพึ่งพิงสินค้าต่างชาติ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเวียดนามและไทย) กอปรกับรัฐบาลสังคมนิยม ไม่อาจยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงโดยฉับพลัน เช่น ราคาตลาดโลกเขาลดลงแล้ว แต่ลาวก็ยังต้องแพงต่อไป เพราะซื้อน้ำมันมากักตุนไว้ตอนแพง

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
เมธา วันที่ : 20/12/2008 เวลา : 15.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

สมมุติ ไม่ได้เอาพาสปอร์ตไปได้ไหม เพราะผมเอาไปทำวีซ่าเมกาค้างไว้น่ะ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
ชาจีน วันที่ : 19/12/2008 เวลา : 13.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sutida

คุ้มกับที่ได้ดั้นด้นเดินทางมานะคะ อยากไปนั่งเล่นนอนเล่นสูดไอหอมๆของธรรมชาติที่นี่จัง...มิติของขุนเขาและลำน้ำซองที่เรียบนิ่งงดงามจริงๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
CLEAR วันที่ : 18/12/2008 เวลา : 20.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/clear
www.facebook.com/callmeclear

อยากไปหลวงพระบางก่อนที่ยังเป็นธรรมชาติอยู่ค่ะ หาเวลาไม่ได้เสียที

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
wadwangnoy วันที่ : 18/12/2008 เวลา : 16.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wadwangnoy

เจริญพรโยม มาดูประมวลภาพโครงการบวชเณรฯ ขออนุโมทนา

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
รุสสกี้ วันที่ : 17/12/2008 เวลา : 22.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/russky
รุ่งอรุณ.....ที่นี่เงียบสงบ

มีเพื่อนอยู่ลาวเป็นสิบคน แต่ยังไม่เคยไปลาวเลย

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
เด็กหญิงหว่านกล้า วันที่ : 17/12/2008 เวลา : 13.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weed
V.-บทเพลงหัวใจของเด็กเดินทาง-.V : กลุ่มเขียนข้าว

เหมือนไปด้วยจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
star612 วันที่ : 17/12/2008 เวลา : 10.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/star612

น่าสนุกนะครับ อยากไปลาว
เล่าเห็นภาพมากมาย
นึกเสียดายโอกาส ที่สมัยทำงานในเมือง หรือตอน "เมื่อก่อน" ไม่หาโอกาสท่องเที่ยวแบบนี้บ้าง
มัวแต่ทำงาน จีบสาว และหลงแสงสีครับ..


ความคิดเห็นที่ 22 (0)
mooauem วันที่ : 17/12/2008 เวลา : 09.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mooauem

::: สะกดรอยตามมาจากบ้านคุณเมธาค่ะ..

สิ้นปีก็จะไปเที่ยววังเวียง หลวงพระบางเหมือนกัน

แนะนำกันได้นะคะ..ยินดีค่ะ..


ความคิดเห็นที่ 21 (0)
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 16/12/2008 เวลา : 23.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamline


คุณเมธา
ผมไปพักที่บ้านสวนทำมะชาด (หรืออีกชื่อว่าเลอจาดิน) บ้านมีหลายราคาครับ ผมนอนบ้านพัดลมราคาหลังละ 600 แต่ช่วงเวลาอื่นอาจถูกกว่านี้ ถ้าเป็นบ้านแอร์จะ 800 และไม่ติดแม่น้ำ บ้านพัดลมนี้อยู่ด้านหน้าคือแม่น้ำเลยครับ (มีน้ำอุ่นให้ด้วย)
ถ้ายังไงโทรไปก่อนดีกว่า เพราะที่นี่คนไทยนิยมไปพักครับ เบอร์โทร 856-020-547-4643 โทรสอบถามและจองได้เลย
ถ้าเต็มก็ยังมีอีกหลายที่ครับ และอาจถูกกว่านี้ด้วย

ไปลาวไม่ต้องใช้วีซ่า เสียค่าผ่านแดนแค่ 20 บาท
แต่ที่สำคัญคือต้องเตรียมเงินไปพอสมควรนะครับ ค่าใช้จ่ายในลาวไม่ได้ถูกกว่าบ้านเรา แถมบางอย่างแพงกว่าด้วย และค่าเข้าชมสถานที่แต่ละแห่งก็ 80 บาทเข้าไปแล้ว

อยากรู้อะไรสอบถามเพิ่มเติมได้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 16/12/2008 เวลา : 23.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamline

คุณปุณ
ผมก็รู้สึกครับ ว่าผมชอบถ่ายรูปที่มันเหงาๆ เวลาเอาโปสการ์ดไปให้เพื่อน บางทีเพื่อนก็บอกว่าทำไมรูปที่ให้มันเหงาจัง
หรืออาจเป็นเพราะรูปเหงาๆ แบบนี้ มันมีเรื่องราวอะไรให้เราคิดต่อได้เยอะ (แต่ตัวผมเองไม่ใช่คนขี้เหงานะ)

คุณ windmill
ผมก็อยากกลับไปวังเวียงอีกครั้งเหมือนกันครับ

คุณ market
สายน้ำและขุนเขาฝากขอบคุณมาครับ

คุณผีเสื้อพเนจร
คุณต้องชอบที่นี่แน่ๆ ถ้าต้องการข้อมูลอะไร ถามได้นะครับ

คุณ july
ผมโดนควันของชาวลาว หลอกให้คิดว่าเป็นหมอก หลายทีแล้วครับ แล้วก็หลงถ่ายรูปใหญ่เลย หลังๆ เลยไม่ค่อยเชื่อแล้วว่าเป็นหมอกจริงหรือเปล่า
บางครั้งเราก็เป็นนาฬิกาที่ลืมเวลา ในยามที่ไม่ควรลืม แต่บางครั้งกลับเป็นนาฬิกาที่ลืมเวลาไม่ได้ ในยามที่ควรลืม
งงๆ นะ

คุณ rosefinchy
ตอนเขียนผมก็นึกไปถึงหมอกและควันของพี่เบิร์ดเหมือนกัน
แล้วจะพาไปเที่ยวต่อนะครับ ยังมีอีกหลายที่และหลายเรื่องเลย

นายสิบหมื่น
ไปเที่ยวครั้งนี้ ผมประทับใจและชื่นชมวิถีชีวิตของชาวลาวมากครับ

คุณสิงห์มือซ้าย
ผมไปอากาศก็หนาวกำลังดีเลย แต่ก็ยังไม่ใช่ช่วงที่หนาวสุดๆ และหมอกก็ยังไม่เยอะมาก
ขอบคุณที่ชวนไปเที่ยวนะครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
เมธา วันที่ : 16/12/2008 เวลา : 22.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

สวัสดีครับคุณนาฬิกาลืมเวลา ผมกำลังอยากจะไปวังเวียงพอดี ก่อนสิ้นปีนี้ อยากทราบชื่อรีสอร์ทที่คุณอยู่และราคาน่ะครับ มีพลาสปอร์ตเข้าลาวไม่ต้องเสียค่าวีซ่าอะไรอีกใช่ไหมครับ นอกจากค่ารถ ค่าอาหาร ที่พักและค่าเข้าชมสถานที่..

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 16/12/2008 เวลา : 20.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 


ชวนไปเที่ยวบางปูค่ะ
http://www.oknation.net/blog/SingMeuSai/2008/12/15/entry-1

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 16/12/2008 เวลา : 20.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

พรเคยไปวังเวียงถึงสองครั้ง แต่ยังไม่เคยไปข้ามสะพานเหล็กสักทีค่ะ

อ่านที่คุณเขียนแล้ว พลอยเคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศค่ะ
เสียดายคราวที่ไปครั้งที่แล้ว ยังไม่หนาว แต่ก็เห็นหมอกนิดๆ
ต้องไปหน้าหนาว จะสวยมากๆค่ะ
จะรออ่านตอนต่อไปค่ะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 16/12/2008 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

อ่านเรื่องนี้จบ
ผมนึกถึงเพลงของชาวลาวเพลงหนึ่งครับ
เนื้อร้องมีว่า
"ภาพพฤกษามาลาหลากสี
เหมือนแดนสุขาวดี
ซ่างงามเหลือที่ซวนซม
ซวนใจข้าฝันหาใจนิยม
ธรรมซาติสุขสม
สุดแสนซื่นซมป่านแดนสวรรค์

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
Rosefinchy วันที่ : 16/12/2008 เวลา : 09.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Rosefinchy
::: Live EveryDay as if It wereYour LasT :::

สะบายดี :-)

มาอ่านเรื่องนี้อย่างตั้งใจหลาย เลยค่ะ เมื่อเห็นภาพแรกของ Entry รูปสวยจริงๆ ค่ะ หลงรูปไปด้วยซะงั้น

เรื่องนี้อ่านไป ยิ้มไป แม้จะเจอเรื่องรถไฟเมืองไทยให้เสียอารมณ์นิดหน่อย แต่ก็รู้สึกสนุกไปด้วย จนอยากจะตามรอยทริปนี้เลยล่ะค่ะ(ไม่ว่ากันเนอะ ถ้าจะลอกซะหน่อย )

แม่น้ำซองมีชีวิตชีวาแทบจะตลอดทั้งวันเลยนะคะ สายน้ำจำเป็นต่อชีวิตจริงๆ ส่วนเรื่องหมอก(ปลอมๆ) ทำให้นึกถึงเพลงพี่เบิร์ด"หมอกและควัน"เลยแหละ

แล้วจะรออ่านเรื่องต่อไปจ้า

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
หน้ามน วันที่ : 15/12/2008 เวลา : 23.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namol

สะบายดีค่ะ
ไว้จะหาโอกาศตามรอยไปเที่ยวให้ได้..

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
julyrhapsody วันที่ : 15/12/2008 เวลา : 15.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/julyrhapsody
'love me, love my style'

สะบายดี

อารมณ์ขันนะ หุหุ>Next station หัวลำโพง หนองคาย เวียงจันทน์ วังเวียง และหลวงพระบาง...

เชื่อว่าคุณนาฬิกา(ขณะที่)ลืมเวลาได้อะไรกลับมามากมาย เช่น ย้อนคิดถึงชีวิตหลากหลายมุม เช่น การไล่ล่าเวลาดุจสายน้ำ ....ขณะที่สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับ (แต่ก็ไม่จริงหรอกมั้ง หากคิดแบบวิทยาศาสตร์ สสารในโลกนี้ไม่สูญหาย แต่แปรสภาพ)

รวมทั้งการ "เปลี่ยนชีวิต" เพราะกลับมาเงินหมด

เอ้า รีบ ๆ ทำงานเก็บเงินเที่ยวต่อไปเร้ว

ในฐานะคนอ่านชอบช่วง "หมอกหรือควัน" เหมือนความจริงที่ซ่อนอยู่ในมายาภาพแห่งความโรแมนติคเลย

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 15/12/2008 เวลา : 10.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

มาแกะรอยตามครับผม ตามไปแน่ๆเลย ขอบคุณ เอ๊ะ ไม่เอา "ขอบใจหลาย" ดีกว่า สำหรับข้อมูลครับ ผมขอ save เลยนะ

ไปมั่งๆๆ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ดินสอขอเขียน วันที่ : 15/12/2008 เวลา : 09.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/noieakthai

น่าไปเที่ยวค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
market วันที่ : 15/12/2008 เวลา : 08.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

เรื่องเล่าจากสายน้ำ....สวยงามประทับใจมากค่ะ....+ให้ความงามของสายน้ำและขุนเขานะคะ....

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Supawan วันที่ : 15/12/2008 เวลา : 08.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

อยากไปค่ะ ...

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
windmill วันที่ : 14/12/2008 เวลา : 23.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/windmill
คำว่า "รัก"  ของบางคน ทำไมมันช่าง .. ง่ายดาย

ถ้าบุญญาวาสนายังพอมี คงจะได้ไปใช้ช่วงชีวิตหนึ่งที่วังเวียง ..

รักวังเวียงค่ะ

ปล. อ่านเรื่องนี้ของคุณแล้ว คืนนี้ฉันคงนอนหลับ ฝันดี ฝันถึงวังเวียง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ปุณณดา วันที่ : 14/12/2008 เวลา : 22.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poonnada

เหรอ.. น่าดูจัง
เดี๋ยวคุณลุงตุ้มคงหัวกะไดไม่แห้งแน่เลย

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ปุณณดา วันที่ : 14/12/2008 เวลา : 22.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poonnada

ลืมไป..ขออนุญาตเขียนเอนทรีนี้ ตอบ Tag คุณนะ..555
แบบว่าเจ๊แกปิดโครงการซะแล้ว
เลยมาบอกคุณเงียบๆ ไม่ว่านะคุณ
http://www.oknation.net/blog/poonnada/2008/12/14/entry-1/comment

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 14/12/2008 เวลา : 22.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamline

แวะมาประชาสัมพันธ์เพิ่มเล็กน้อย
ช่วงนี้บ้านทุ่งปลายคลองได้ออกทีวีด้วย
ในละคร ผ่าโลกบันเทิง ที่ฉายทุกวัน ทางช่อง 7 เวลา 19.00-19.30
กองถ่ายมาถ่ายที่บ้านทุ่งปลายคลอง หมู่บ้าน และคลองแถวๆ นั้น กันอยู่หลายฉาก ลุงตุ้มเลยได้ต้อนรับดาราหลายคนทั้งยุ้ย และเหล่าดาราจาก AF ต้องมีการขัดทำความสะอาดห้องน้ำกันยกใหญ่
ฉากที่นางเอกขี่จักรยานช่วงสุดท้ายของเพลงจบ หรือในเพลงตอนต้น ที่ขี่จักรยานกันหลายๆ คนน่ะครับ
ทางเข้าบ้านทุ่งปลายคลองนี่เอง ลองชมกันได้
เมื่อสามวันก่อนนี้กองถ่ายก็เพิ่งเดินทางไปถ่ายซ่อมกันครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ปุณณดา วันที่ : 14/12/2008 เวลา : 22.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poonnada

ดูสงบเงียบๆ ดีจังคุณ
ไม่รู้ยังไง เห็นภาพคุณนาฬิกาถ่ายมาทีไร
รู้สึกเหงาๆทุกที 555 หมอกคงเยอะนะ (หรือควันบาง)

เดาๆว่าวิถีชาวบ้านแถวนั้น คงเรียบง่าย งดงาม
อิจฉาอีกแย้วววว อยากไปมั้งง่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนบ้านใหม่ วันที่ : 14/12/2008 เวลา : 22.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krunoppol
ครูบ้านทุ่งชายทะเล

งามมากครับ..ภาพลำน้ำซองสวยเหมือนภาพวาดเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 14/12/2008 เวลา : 22.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamline

ช่วงวันพ่อที่ผ่านมาได้เดินทางไปลาวมาครับ
ทั้งวังเวียงและหลวงพระบาง นับเป็นการเดินทางที่ได้ประสบการณ์ที่ดีและน่าประทับใจมาก
เดี่ยวคงมีเรื่องมาเล่าและรูปให้ชมกันอีกครับ

ปล.ผมว่าเรื่องนี้ ทำให้ผมนึกถึงชื่อนาฬิกาลืมเวลาของตัวเองขึ้นมาเลย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 14/12/2008 เวลา : 22.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

มาทักทายก่อนไปนอนค่ะ
แล้วจะกลับมาอ่านอย่างละเอียดอีกทีค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]