• นาฬิกาลืมเวลา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : paipai_p@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-03
  • จำนวนเรื่อง : 57
  • จำนวนผู้ชม : 503083
  • ส่ง msg :
  • โหวต 254 คน
นาฬิกาลืมเวลา
เรื่องราวของธรรมชาติ สัตว์โลก วิทยาศาสตร์ และมนุษย์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamline
วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม 2552
Posted by นาฬิกาลืมเวลา , ผู้อ่าน : 82765 , 16:07:54 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บทความนี้มีถ้อยคำประชดประชัน ความคิดที่ดูไร้สาระ และมุมมองที่ชวนให้ท้อแท้ เนื่องจากผู้เขียนมักมีอารมณ์แปรปรวนเวลาเขียนเรื่องเกี่ยวกับการอนุรักษ์สัตว์ป่า

เริ่มปีวัวบ้ากันทั้งที ผมต้องมีวาระพิเศษมาฝากกันเสียหน่อย  ช่วงต้นปีแบบนี้จะมีข่าวการจัดอันดับต่างๆ มากมาย ทั้งสรุปอันดับหรือสิ่งที่น่าจับตามองในปีค.ศ. 2009  เช่น ดาราดาวรุ่งแห่งปี สุดยอดธุรกิจที่น่าลงทุน เทรนด์แฟชั่น ฯลฯ  ผมเองก็มีข่าวการจัดอันดับมาฝากเช่นกันครับ นั่นคือ 9 สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่ควรจับตามองที่สุดในปี 2009 

ทาง WWF กองทุนสัตว์ป่าโลก (ไม่ใช่ชื่อสถาบันมวยปล้ำ) รายงานว่าในปี ค.ศ. 2009 มีสัตว์อยู่ 9 ชนิดที่ต้องเฝ้าระวังกันมากหน่อย ไม่ใช่ว่าสัตว์พวกนี้อันตราย แต่ต้องระวังเพราะมนุษย์กำลังจะทำให้พวกมันสูญพันธุ์ ทั้งจากการล่า การสูญเสียที่อยู่อาศัย และจากภัยอื่นๆ  ซึ่งที่จริงทุกวันนี้ก็มีสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เป็นพันๆ ชนิดอยู่แล้ว  แต่ 9 ชนิดนี้เขาบอกว่าต้องคอยเฝ้าระวังกันเป็นพิเศษ

สัตว์จะสูญพันธุ์... แหม ฟังดูไกลตั๊วไกลตัว ไม่เกี่ยวกับพวกเราเอาเสียเลย  แต่รู้ไว้ก็ไม่เสียหายนะครับ เพราะมนุษย์อย่างเราเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พวกมันได้ติดชาร์ต  ลองมาดูผลงานที่น่าภาคภูมิใจของพวกเรากันดีกว่าว่า สัตว์ทั้ง 9 ชนิดที่ได้รับเกียรตินี้มีอะไรบ้าง

-----------------------------------------------------------------------------

No. 9 หมีขั้วโลก

จำนวนที่เหลืออยู่ ประมาณ 20,000 ตัว
หมีสีขาวผู้ตกเป็นเหยื่อจาก season change (เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย)  มนุษย์ทำลายมันทางอ้อม เสมือนยิงปืนไปชนชั้นบรรยากาศแล้วลูกปืนชิ่งกลับมายังแผ่นน้ำแข็ง  ว่ากันว่าถ้าอุณหภูมิสูงขึ้นๆ และแผ่นน้ำแข็งละลายลงๆ แบบนี้ หมีขั้วโลกจะสูญพันธุ์ในศตวรรษหน้า  อย่าคิดว่านานนะครับ!  นั่นถือว่าเร็วมาก เมื่อเทียบกับการวิวัฒนาการจนเกิดพวกมันขึ้นมา และถ้าดูจากพฤติกรรมของมนุษย์ในทุกวันนี้ที่ยังคงสร้างสรรค์ปรากฏการณ์โลกร้อนอย่างต่อเนื่อง ก็คงเหลือเวลาอีกไม่มากเท่าไร สำหรับสัตว์บกกินเนื้อที่ใหญ่ที่สุดในโลกชนิดนี้

แนวทางอนุรักษ์
ทั่วโลกกำลังร่วมกันแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างจริงจัง (รึเปล่า)  และทาง WWF กำลังสนับสนุนการวิจัยเพื่อศึกษาว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศมีผลต่อหมีขั้วโลกอย่างไร รวมทั้งได้ร่วมกับภาครัฐบาลและอุตสาหกรรมในการลดภัยคุกคามจากการเดินเรือและการพัฒนาแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในเขตขั้วโลกเหนือ 

เราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
ลุกขึ้นไปปิดไฟหรือถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ท่านไม่ได้ใช้ หรือปิดคอมพิวเตอร์ซะเลย  ทุกครั้งที่จะเปิดแอร์ให้ท่องว่า “ฉันเย็น แต่หมีร้อน ฉันสบาย แต่หมีตายเกลี้ยง”  ทำทุกอย่างที่ช่วยไม่ให้โลกร้อน ก็น่าจะช่วยหมีได้บ้างล่ะนะ

 

No.8  แพนด้า

จำนวนที่เหลืออยู่ 1,600 ตัว
“หมีแพนด้า หมีแพนด้า เค้าว่าน่ารัก...”  แม้จะเหลืออยู่แค่พันกว่าตัว แต่ก็โชคดีที่เจ้าหมีสีขาวดำตัวนี้หน้าตาแอ๊บแบ๊วน่ารัก คนทั้งโลกจึงให้ความสนใจกับมัน  แต่อนาคตของแพนด้าก็ไม่แน่นอนเอาเสียเลย เนื่องจากถิ่นที่อยู่ของมัน ในแถบตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีนถูกแยกออกจากกัน  ทำให้มันอยู่กระจายเป็นหย่อมๆ ไม่สามารถไปมามาหาสู่เพื่อแลกเปลี่ยนดีเอ็นเอกันได้  รวมทั้งการเติบโตของสารเมลามีน เอ๊ย ของเศรษฐกิจจีนก็ทำให้บ้านของมันถูกบุกรุก  สิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นปัญหาการสูญพันธุ์ของมันได้ชัดคือ เราเห็นภาพแพนด้าในสวนสัตว์มากกว่าภาพในธรรมชาติ

แนวทางอนุรักษ์
กองทุนตราหมีแพนด้าและองค์กรต่างๆ ได้ดำเนินโครงการอนุรักษ์แพนด้ามานานแล้ว ปัจจุบันก็ได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลจีนในการวางแผนคุ้มครอง โดยการก่อตั้งเขตอนุรักษ์ และเริ่มมีการเพาะพันธุ์ในสถานที่เลี้ยง

เราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
ศึกษาเรื่องราวของแพนด้าให้มากขึ้น เรียนรู้ว่าแม้ช่วงช่วงกับหลินฮุ่ยจะนั่งแอ๊บแบ๊วกินใบไผ่อย่างสบายอารมณ์ แต่ชีวิตจริงของพวกมันนั้นรันทดมาก  ครั้งหน้าไปเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่จะได้ไปเล่าให้ผู้อื่นฟังได้ว่าควรมองแพนด้าในมุมอื่นบ้าง

 

No.7  ช้างแคระบอร์เนียว

จำนวนที่เหลืออยู่ ไม่เกิน 1,500 ตัว
ช้างพันธุ์แคระตัวนี้เป็นชนิดย่อยของช้างเอเชีย  พวกมันอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของเกาะบอร์เนียว  ช้างแคระบอร์เนียวคล้ายช้างในบ้านเราแต่ตัวเล็กกว่า เป็นช้างเอเชียพันธุ์ที่เล็กที่สุด  ชีวิตของมันลับแลและไม่เป็นที่รู้จักมากนัก นักวิทยาศาสตร์ยังไม่แน่ใจเลยว่าบรรพบุรุษของมันแต่โบราณนั้นมาจากไหน  ช้างแคระบอร์เนียวอาศัยอยู่ตามป่าที่ราบต่ำ ซึ่งถูกบุกรุกจากการทำป่าไม้และการเกษตร ทำให้ประชากรลดลง  และอีกไม่นานจา พนมคงต้องเปลี่ยนไปร้องว่า “ช้างแคระกูอยู่ไหน”

แนวทางอนุรักษ์
ทาง WWF กำลังปกป้องพื้นที่ใจกลางของป่าที่ราบต่ำในเกาะบอร์เนียว  และใช้ดาวเทียมติดตามความเคลื่อนไหวของช้าง เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมมากขึ้น

เราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คงไม่ต้องถึงกับลงทุนไปเช่าดาวเทียมไทคม (จากคนที่คุณก็อยากให้สูญพันธุ์) มาศึกษาช้างแคระ  หาทางช่วยอนุรักษ์ญาติของมันในบ้านเราน่าจะดีกว่า เพื่อป้องกันไม่ให้ช้างไทยเข้ามาติดอันดับกับเขาด้วยในอนาคต

 

No.6  เฟอร์เรตตีนดำ

จำนวนที่เหลืออยู่ 600 ตัว
สัตว์ชื่อไม่คุ้นหูตัวนี้หน้าตาคล้ายๆ ชะมดหรือหมาไม้ พวกมันอาศัยอยู่ตามที่ราบกว้างใหญ่ในอเมริกาเหนือ  ปัญหาชีวิตมันไม่ได้เกิดจากกการที่ตีนดำแต่อย่างไร แต่เกิดจากอาหารของมัน ซึ่งก็คือตัวแพรี่ด็อกลดจำนวนลง  แพรี่ด็อกคือสัตว์คล้ายหนูตัวเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ใต้ดิน  เมื่อพวกมันถูกเกษตรกรปราบจนลดจำนวนไปมาก ผลจากโซ่อาหารก็เริ่มทำงาน เฟอร์เรตตีนดำจึงไม่มีอาหารกินไปด้วย  (ลองนึกภาพหนูนาที่ถูกชาวนากำจัดไปหมด ทำให้งูเห่าไม่มีอาหารกิน จนอดตายนะครับ) นับเป็นความซวยของมันแท้ๆ ที่อยู่ดีๆ ก็ต้องมารับกรรมจากมนุษย์

แนวทางอนุรักษ์
ครั้งหนึ่งมันเกือบสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่โชคดีที่นักวิจัยสามารถเพาะพันธุ์เฟอร์เร็ตตีนดำและปล่อยคืนสู่ธรรมชาติได้  และตอนนี้ทาง WWF มีแนวทางการอนุรักษ์พวกมันรวมถึงแพร์รี่ด็อก อาหารของมันด้วย

เราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
การขอวีซ่าเพื่อเดินทางไปบอกเกษตรกรที่อเมริกาคงเป็นเรื่องยาก  แค่รับรู้เรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์ก็พอ  ต่อไปเวลาจะฆ่าสัตว์อะไรสักตัวคงต้องคิดให้ดี  เพราะชีวิตของมันเกี่ยวพันกันด้วยโซ่อาหาร  ใครจะรู้ว่าการตบยุงตัวเดียวอาจสะเทือนไปถึงการสูญพันธุ์ของเสือโคร่งก็ได้

 

No.5  วาฬไรท์แปซิฟิกเหนือ

จำนวนที่เหลืออยู่  ไม่แน่นอน
มนุษย์มีความสามารถในการทำลายล้างขั้นเทพ ขนาดสัตว์ยักษ์ที่อยู่ในน้ำก็ยังถูกจัดการ  วาฬไรท์แปซิฟิกเหนือเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่หายากที่สุดชนิดหนึ่งในปัจจุบัน  ในอดีตมันเคยว่ายน้ำไปมาอยู่ทั่วมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ แต่ปัจจุบันมันเกือบจะสูญพันธุ์ เพราะถูกล่าอย่างหนักในช่วงวัฒนธรรมการล่าวาฬ   นอกจากถูกล่าแล้ว ยังต้องเผชิญปัญหาหลายอย่าง ทั้งการว่ายติดอวน ว่ายชนเรือ (อย่าคิดว่ามันโง่นะครับ วาฬและโลมามีปัญหากับอวนจริงๆ)  รวมทั้งได้รับผลกระทบจากการสำรวจแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในแถบอะแลสกา ซึ่งเป็นแหล่งอาหารในฤดูร้อนของมันอีกด้วย

แนวทางอนุรักษ์
WWF กำลังพัฒนาระบบการเดินเรือที่ปลอดภัย เพื่อหลบหลีกการชนกับวาฬ และพยายามยับยั้งการพัฒนาแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในแถบอะแลสกา นอกจากนี้ก็มีการออกกฎหมายห้ามล่า

เราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
ถ้าการขุดน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ มีผลกระทบต่อแหล่งที่อยู่ของวาฬไรท์แปซิฟิกเหนือและสัตว์ต่างๆ  เราควรหันมาใช้พลังงานทางเลือกอย่างอื่นแทน เช่นพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อจะได้ไม่ต้องมีการขุดหาแหล่งน้ำมันอีก...

 

No.4  เสือโคร่งสุมาตรา

จำนวนที่เหลืออยู่  400-500 ตัว
เสือโคร่งสุมาตราเป็นเสือโคร่งสายพันธุ์ที่ตัวเล็กที่สุดในโลก อาศัยอยู่ที่เกาะสุมาตรา (อธิบายก่อนว่า เสือโคร่งมีชนิดย่อยถึง 9 ชนิดย่อย เสือโคร่งในบ้านเราคือชนิดย่อยอินโดจีน)  สาเหตุที่พวกมันใกล้สูญพันธุ์เนื่องมาจากป่าถูกทำลายและถูกล่า  เสือหนึ่งตัวที่ถูกล่านั้นนำไปทำอะไรได้คุ้มค่ามาก อวัยวะต่างๆ (แม้แต่จู๋) ใช้ทำยาจีนแผนโบราณ หนังและกะโหลกก็นำไปทำเป็นเครื่องประดับได้  ที่สำคัญมันมีราคาดีมากด้วย  นั่นทำให้ทุกวันนี้เสือโคร่งหายากยิ่งกว่าเสือกระบาก
สาเหตุสำคัญที่นักอนุรักษ์ให้ความสำคัญกับเสือโคร่งสุมาตรา เพราะมันเป็นชนิดย่อยที่มีรหัสพันธุกรรมต่างจากชนิดย่อยอื่นที่สุด งงไหมครับ หมายความว่ามันมีโอกาสวิวัฒนาการเป็นชนิดใหม่ได้ง่ายกว่านั่นเอง ดังนั้นมันจึงมีความสำคัญในแง่วิวัฒนาการมากๆ

แนวทางอนุรักษ์
มีการจัดชุดลาดตระเวน เพื่อขัดขวางการล่าของพรานป่า  ดำเนินการลดความขัดแย้งของมนุษย์กับเสือโคร่งสุมาตรา (ว่าเสือไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด) รวมทั้งการขยายพื้นที่อุทยานที่พวกมันอาศัยให้เพิ่มเป็นสองเท่า

เราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
เปลี่ยนความเชื่อเรื่องสรรพคุณของยาจีนแผนโบราณ  ทำวิจัยเพื่อศึกษาว่า กระดูก เขี้ยว หรืออวัยวะอื่นๆ ของเสือ ไม่ได้เป็นยาที่วิเศษอะไรนัก  เมื่อได้ผลแล้วควรประกาศให้โลกรู้อย่างเป็นทางการ  หรือไปรณรงค์ตามร้านยาจีนแถวเยาวราช ถ้าจะให้ดีกว่านั้นควรไปรณรงค์ที่ประเทศจีนเสียเลย

 

No.3  กอริลลาครอสริเวอร์

จำนวนที่เหลืออยู่  300 ตัว
มนุษย์ต้องการกำจะจัดญาติของตัวเอง เหล่าลิงใหญ่หรือเอปที่คิดจะตีเสมอมนุษย์จึงลดจำนวนอย่างรวดเร็ว  กอริลลาครอสริเวอร์ก็เช่นกัน มันเป็นชนิดย่อยของกอริลลาเวสเทิร์น (กอริลลาชนิดที่ตัวผู้มีหลังสีเทา)  และเป็นเอปที่หายากที่สุดในโลก  มันเจออันตรายจากพรานป่า และการสูญเสียถิ่นที่อยู่ในประเทศไนจีเรียและแคเมอรูน  แม้ลิงใหญ่ชนิดนี้จะฉลาดขนาดไหน ก็สู้มนุษย์ที่มักจะฉลาดเป็นพิเศษยามความโลภครอบงำไม่ได้  ทำให้จำนวนของมันลดลงไปเรื่อยๆ

แนวทางอนุรักษ์
องค์กรอนุรักษ์หลายแห่งพยายามก่อตั้งอุทยานแห่งชาติให้เป็นที่อยู่อาศัยของมันอย่างเร่งด่วน และมีการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันการล่า

เราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
ดูเป็นเรื่องไกลตัวเสียเหลือเกินในการช่วยอนุรักษ์สัตว์ที่เป็นญาติใกล้ตัวเราเช่นนี้  อาจต้องพึ่งหมอผีในแคเมอรูนให้ช่วยปกป้องคุ้มครองกอริลลาแทน  แต่อย่างน้อยเราก็ควรระลึกไว้เสมอว่าเอป เช่น กอริลลา อุรังอุตัง หรือชิมแปนซี ล้วนเป็นสัตว์หายาก ดังนั้นไม่ควรดีใจเมื่อเห็นพวกมันมาแสดงโชว์ในสวนสัตว์

 

No.2  โลมาวากิตา

จำนวนที่เหลืออยู่  150 ตัว
โลมาหน้าตาคล้ายปลาสวายตัวนี้มีขนาดเล็กที่สุดในโลกและก็หายากที่สุดด้วย  มันยาวเต็มที่ประมาณ 150 เซนติเมตร อาศัยอยู่ตามอ่าวแคลิฟอร์เนียและตอนเหนือของเม็กซิโก  โลมาวากิตาเป็นสัตว์อีกชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์เพราะเจอไซด์เอฟเฟกต์  มันไม่ได้ถูกล่าโดยตรงแต่ประสบเคราะห์กรรมจากการว่ายมาติดตาข่ายจับปลาของชาวประมง ทำให้ลดจำนวนลงไปอย่างรวดเร็วๆ 
หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ต้องอนุรักษ์ เนื่องจากโลมาวากิตาเป็น “สัตว์ชายขอบ” หรือ Edge species ที่หมายถึงสิ่งมีชีวิตที่มีวิวัฒนาการมาเฉพาะตัว มีญาติน้อย หรือมีรูปร่างและพฤติกรรมประหลาดแตกต่าง (แพนด้ากับตุ่นปากเป็ดก็นับว่าเป็นชนิดชายขอบเช่นกัน) นั่นคือถ้ามันสูญพันธุ์ไปก็จะเสียสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะเฉพาะไป

แนวทางอนุรักษ์
WWF กำลังร่วมกับองค์กรและชาวประมง หาทางอพยพพวกมัน รวมทั้งซื้อตาข่ายจับปลาจากชาวประมง และสร้างทางเลือกในอาชีพให้ชาวประมง เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงการจับปลาที่จะทำให้โลมาวากิตาได้รับผลกระทบไปด้วย

เราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
ทุกวันนี้ชาวประมงก็จับปลาได้น้อยลงแล้ว รายได้ก็ขาดแคลน  ถ้าจะให้เขามาคำนึงเรื่องพวกนี้คงเป็นไปได้ยาก  ไม่เช่นนั้น เราก็ต้องหาทางเลือกในอาชีพให้ชาวประมงที่แคลิฟอร์เนีย  ซึ่งคงยากหน่อยในวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์เช่นนี้  อาจจะทำได้เพียงแค่ฝากความหวังไว้กับบารัก โอบามา ให้แก้ไขปัญหานี้โดยเร็ว

 

No.1  แรดชวา

จำนวนที่เหลืออยู่  ไม่เกิน 60 ตัว
เขาว่ากันว่า “คนไทยถ้าตั้งใจทำอะไร ไม่แพ้ชาติใดในโลก”   เห็นจะจริงครับ น่าภูมิใจที่เรามีส่วนผลักดันให้ แรดชวาติดอันดับ 1  ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์ใหญ่ที่ใกล้สูญพันธุ์ที่สุดบนพื้นพิภพ   แรดชวา ก็คือ แรด ในประเทศไทยนี่แหละ ถึงแม้เราจะพูดกันบ่อยๆ ถึงคำว่า “แรด” แต่ก็แทบไม่เคยเห็นแรดกันจริงๆ เลย (ไม่นับแรดที่กลายพันธุ์มาจากคน) เพราะชาวไทยได้กำจัดพวกมันไปจากประเทศนานแล้ว
เชื่อไหมว่าแรดชวาเคยเป็นแรดที่มีอาณาเขตที่อยู่อาศัยกว้างมาก ตั้งแต่ตอนใต้ของจีน อินเดีย พม่า ไทย อินโดจีน ไปยังมาเลเซีย และเกาะต่างๆ ของอินโดนีเซีย  แต่ปัจจุบัน มันอาศัยอยู่ในเขตเล็กๆ บนเกาะชวาของอินโดนีเซีย และอีกกระจุกหนึ่งในเวียดนามใต้เท่านั้น (ไม่เกิน 8 ตัว และทั้งหมดนั้นไม่มีตัวผู้เลย!)
สาเหตุที่มันใกล้สูญพันธุ์เพราะนอ (ซึ่งความจริงเป็นเพียงขนที่อัดแน่น) ของมันขายได้ราคาดีเหลือเกิน ในปัจจุบันนี้ ขายได้ถึง กิโลกรัมละ 30,000 ดอลลาร์ (นับว่าเป็นขนที่มีราคาแพงที่สุดในโลก!)  พรานทั้งหลายจึงไล่ล่ามันอย่างเอาเป็นเอาตาย  นอกจากนี้แหล่งที่อยู่ของมันก็ถูกทำลายไปด้วย 

แนวทางอนุรักษ์
มีการปกป้องพื้นที่อนุรักษ์ในอินโดนีเซียและเวียดนาม เพราะการขยายตัวของประชากรเริ่มเข้าไปใกล้ทุกที รวมทั้งเฝ้าสังเกตแรดและปกป้องมันจากพรานป่า ส่วนการเลี้ยงเพื่อเพาะพันธุ์นั้น ปัจจุบันยังทำไม่ได้

เราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
รู้สึกอย่างไรครับ ถ้าผมจะบอกทุกท่านว่า สายเกินไปแล้วที่จะช่วยไม่ให้มันสูญพันธุ์  ด้วยจำนวนที่เหลืออยู่ เราทำได้เพียงแค่พยายามรักษามันไว้ และนับถอยหลังรอวันที่มันจะจากไป  ที่จริงอาจจะมีความหวังเล็กๆ น้อยๆ อยู่บ้าง แต่ดูแนวโน้มในปัจจุบันแล้วคงเป็นไปได้ยาก เราคงทำได้เพียงแค่ทำใจที่จะไม่มีแรดชวาอีกแล้วในอนาคต...

---------------------------------------------------------

อ้า... เอาละครับ หลังจากลองอ่านถึงปัญหาที่เกิดและแนวทางที่เราพอจะช่วยอนุรักษ์ได้แล้ว จะเห็นว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว ยาก และบางไอเดียก็ดูไร้สาระเหลือเกิน (ซึ่งผมคิดได้เท่านี้)  และผมเองคงไม่ทุ่มเทพอที่จะเดินทางไปแคเมอรูนเพื่อไปรณรงค์ให้ผู้คนอนุรักษ์กอริลลา หรือไปลงทุนซื้ออวนจับปลาจากชาวประมงที่แคลิฟอร์เนียหรอก  ส่วนสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราพอทำได้จะมีผลแค่ไหนกัน อย่างการมานั่งเขียนบล็อกให้คนรับรู้ว่าสัตว์อะไรจะสูญพันธุ์บ้าง  การเดินไปปิดไฟห้องน้ำสักดวงเพื่อช่วยหมีขั้วโลก  หรือการไปเล่าให้เพื่อนๆ ฟังว่า เกิดเรื่องใหญ่แล้วนะ แรดชวากำลังจะสูญพันธุ์! ก็ดูจะค่อนข้างไร้สาระ หรือมันก็อาจจะดีกว่าไม่ทำอะไร อย่างน้อยก็เพื่อให้ตัวเองดูมีจิตอนุรักษ์ขึ้นมาบ้าง...

ที่สำคัญ ปัญหาของตัวเรา เรายังแก้ไม่ได้เลยครับ ยิ่งปีนี้มีหลายปัญหาเหลือเกิน ลำพังแค่ปัญหาปากท้อง การเมือง และอื่นๆ ก็แก้กันทั้งปีก็ไม่เสร็จสิ้นแล้ว เราจะมีเวลามาสนใจพวกมันได้ยังไง อย่างกับว่าเราช่วยกูปรีได้สักตัว เศรษฐกิจจะดีขึ้นอย่างงั้นแหละ หรือถ้ากระซู่จะตายไปอีกตัว ก็คงไม่น่าเศร้าเท่ากับเราโดนลดเงินเดือนหรอกนะ   ปัญหานี้คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของคนที่เกี่ยวข้องทำต่อไปละกันนะ

หลังจากนั่งเสียเวลาเขียนเรื่องพวกมันทั้ง 9 ตัวมาหลายชั่วโมง ผมก็ต้องขอตัวไปทำอะไรอย่างอื่นเพื่อความอยู่รอดของตัวเองบ้างละครับ 

สุดท้ายก็ขอให้ปัญหาต่างๆ ในปีนี้ผ่านพ้นไปด้วยดีนะครับ มนุษย์ทุกท่าน...

ปล. ผมจะมีความสุขอย่างยิ่ง ถ้าท่านใดอ่านบทความนี้แล้วไม่เห็นด้วยกับผม อยากเถียง หรือรู้สึกหงุดหงิดที่ผมถอดใจ ดีแต่บ่น ไม่ยอมทำอะไรสักอย่าง และจะดีใจเป็นอย่างยิ่ง ถ้าท่านคิดว่า “ฉันจะทำให้ดูว่าคนที่มีความหวังในการอนุรักษ์ยังมีอยู่ในโลกใบนี้”

----------------------------------------------------

ข้อมูลอ้างอิง
“สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ 9 สปีชีส์ ที่ต้องเฝ้าระวังในปี 2009” หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 52
www.wwf.org
www.wikipedia.org

ภาพประกอบ จากอินเทอร์เน็ต





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
plains-wanderer วันที่ : 28/01/2009 เวลา : 13.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/blankpage
http://www.oknation.net/blog/plains-wanderer  (นกป่าสัปดาห์ละตัว)

(อดีต)สัตว์ป่าเมืองไทยเราติดอันดับหนึ่งเลยเหรอนี่ หนึ่งในสัตว์ป่าสงวนบ้านเราซึ่งกลายเป็นเพียงตำนาน(และสูญพันธุ์ไปแล้วหลายชนิด) หลายๆชนิดในอันดับเหลือแค่หลักสิบหลักร้อย ถ้าไม่มีการดำเนินการอย่างจริงจังคงสูญพันธุ์เข้าจริงๆเป็นแน่เลยครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 27/01/2009 เวลา : 21.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamline

คุณหมี
ตอนเขียนไม่ได้เชิงภูเขาไฟระเบิดหรอกครับ
มันแค่ เขียนไปแล้วไม่รู้จะทำยังไงมากกว่า ผมเป็นแบบนี้แหละครับ เขียนเรื่องอะไรที่มันใหญ่เกินตัว แล้วจะรู้สึกทำอะไรไม่ได้ แล้วหงุดหงิด แต่ก็ไม่อยากเลิกเขียน

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 27/01/2009 เวลา : 21.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamline

ถ้าตระหนักถึงความสำคัญของพวกมัน ก็ดีมากแล้วครับ อย่างน้อยพวกเราก็คงไม่ไปทำร้ายมันแน่ๆ และถ้าถึงเวลาที่มันกำลังจะเจออันตราย ผมเชื่อว่าทุกคนก็พร้อมจะปกป้องมันแน่ๆ
เหมือนที่ชมรม OK NATURE ได้ทำมาให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้ว

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ปุณณดา วันที่ : 26/01/2009 เวลา : 22.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poonnada

ตอนนี้ที่ทำได้ ปิดไฟกะลดใช้แอร์
สัตว์โลกน่าเป็นห่วงจริงๆค่ะ
น่าจะยังมีอีกหลายชนิดที่วิกฤติ
คงจะทำอะไรไม่ได้มาก

ถ้าจิตสำนึกของคนบางกลุ่มยังต้องปลูกฝังกันอีกนาน
พวกสัตว์อาจขอกลั้นใจตายไปก่อน รอไม่ไหว เฮ้อ..

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ญิ๋งณัฐ วันที่ : 26/01/2009 เวลา : 12.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/uranus
บ้าน ญิ๋งณัฐ ยินดีเป็นมิตร ค่ะ


สวัสดีค่ะ .....
แวะมาอวยพรตรุษจีนค่ะ

..
ซิน เจีย ยู่ อี่ ซิน นี้ ฮวด ไช้
คำอวยชัยให้พร ให้โชคดีปีใหม่
...........
ซิน หรือ ซิง แปลว่า ใหม่
เจีย แปลว่า เวลา
ยู่อี่ แปลว่า สมใจ สมปรารถนา
นี้ แปลว่า ปี
ฮวดใช้ แปลว่า โชคดี

.. คนดี.......... ก็ใกล้จะสูญพันธุ์ นะจ๊ะ พี่ (ว่ามั้ย)

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
mr_taweesak วันที่ : 24/01/2009 เวลา : 22.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mrtaweesak
http://www.taweesak.in.th        บล๊อกของฉัน

รีบมาแจ้งกลัวคุณนาฬิกาจะอ่านตกหล่นไปครับ เพราะภาพที่เห็นนั้นเป็นตรุษจีนเมื่อ 2 ปีที่แล้วครับ เกรงว่าไปแล้วอาจไม่เห็นแบบนี้ ... พรุ่งนี้ผมถึงจะไปเก็บภาพของตรุษจีนปีนี้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
Cat@ วันที่ : 22/01/2009 เวลา : 23.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ไม่ได้แวะมานานแล้ว
คิดถึง พึงเจอ
เลยรีบมาทักทาย
ชอบเจ้าหมี
มีความรู้สึกว่าหมี คือสัตว์ที่ไร้เดียงสา ดี จัง

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
apooh วันที่ : 22/01/2009 เวลา : 23.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bedtaled
Reduce..Re-use..Re-cycle

ก่อนอื่นเลย ขำมากกับ คำเตือนตัวเล็ก ตอนต้นเรื่อง แสดงว่าตอนเขียนนี่ ภูเขาไฟระเบิดมากเลย ใช่ป่าวคะ คุณ C

อ่านและดูเรื่องเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมานาน รู้ว่า แต่ละชีวิตมีความละเอียดอ่อน และ ง่ายต่อการ-หายไป- มากแค่ไหน ไม่ว่า เขตหากินที่ลดลง แหล่งหาอาหาร หรือ อาหารที่ถูกทำลายไป รู้ทั้งรู้ แต่ไม่เคยถึงขนาดเดินทางไปกับเรนโบว์ วอร์ริเออร์ เพื่อหยุดยั้งการล่าปลาวาฬ หรือ ทำอะไรเพื่อเป็นการขัดขวางอย่างจริงจังสักกะที
อาจด้วยเพราะ เหตุผลอย่างตอนท้ายเรื่องที่ คุณ C ว่าไว้ก็ได้มั้งคะ ทำให้หมีต้องจำกัดบทบาทตัวเองลงมาแค่ reduce reuse recycle แทน ขณะเดียวกันถ้าพอจะผ่องถ่ายไอเดียนี้ให้ใครรอบตัวได้มั่ง ก็ พยายามทำด้วยเช่นกันค่ะ
ว่าแต่ จะพอหรือจะช่วยได้แค่ไหนก็ไม่รุเน้อ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ส.สนสอาดจิต วันที่ : 22/01/2009 เวลา : 17.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamup
ส.สนสอาดจิต

ร่วมกันอนุรักษ์ ครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
dogfriend วันที่ : 22/01/2009 เวลา : 13.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dogfriend

ธรรมชาติ ทำให้เรา รู้สึกดีครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
เด็กหญิงหว่านกล้า วันที่ : 20/01/2009 เวลา : 23.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weed
V.-บทเพลงหัวใจของเด็กเดินทาง-.V : กลุ่มเขียนข้าว

เยอะมากกกกกก .. เหมือนนั่งเรียนแล็คเชอร์ งางา

..

แต่หนูว่านะ สัตว์อีกชนิดนึงที่กำลังสูญพันธุ์ก็คือ
สัตว์ประเสริฐที่มีคุณธรรมเป็นที่ตั้ง . งิงิ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 20/01/2009 เวลา : 22.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamline

คุณ turtlerun
เรื่องสัตว์โลกน้บางครั้งก็ดูเหมือนเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่บางครั้งก็ไกลตัวนะครับ ชีวิตมันขึ้นอยู่กับมนุษย์จริงๆ

คุณ vickie
กระซู่ที่ภูเขียว ตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่ายังเหลืออยู่หรือเปล่าครับ
ผมว่าไม่นานมันคงมีชะตากรรมคล้ายกับแรด

คุณ chompoopookha
พอเห็นเงินอยู่ตรงหน้า คนเราก็ทำอะไรได้ทุกอย่างนะครับ แม้มันจะทารุณโหดร้ายต่อสัตว์เพียงใด

คุณ hopebaby
ดีจังครับ ที่ช่วยกันรักษาโลก (ผมยังทำไม่ได้เลย)
แต่ทุกวันนี้ โลกก็ส่งสัญญาณเตือนเรามาแล้วจริงๆ
แต่ช่วงนี้ดูเหมือนเราคงหลงๆ ลืมๆ กันไปบ้าง

คุณผีเสื้อพเนจร
น่าเสียดายช้างค่อมเหมือนกันครับ และก็ต้องขอบคุณคุณหมอบุญส่งด้วย ไม่งั้นเราคงสูญเสียไปมากกว่านี้

คุณ rosefinchy
เรื่องทุกอย่างที่เกี่ยวกับธรรมชาติ...ก็เกี่ยวกับมนุษย์ทั้งนั้น เห็นด้วยครับ เพราะอย่าลืมว่า มนุษย์ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของธรรมชาติเท่านั้น

คุณว่านแสงจันทร์
ขอบคุณมากๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
คนเกลียดรถรับจ้างเอกชน วันที่ : 19/01/2009 เวลา : 15.40 น.
กัญชาธิปไตยไทยแลนด์ Oh Yehhh !!!

กำ ไปกด Comment เร็วอีกละเรา จะบอกว่าเห็นด้วยกับคำด้านล่างนี้อย่างแรง แต่เผอิญสิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่ตั้งใจทำแล้วไม่แพ้ชาติใด ส่วนมากมันไม่ค่อยน่าภูมิใจเท่าแค่นั้นเอง เช่น รถติด คอรัปชั่น ลักลอบตัดไม้-ฆ่าสัตว์ ฯลฯ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
คนเกลียดรถรับจ้างเอกชน วันที่ : 19/01/2009 เวลา : 15.36 น.
กัญชาธิปไตยไทยแลนด์ Oh Yehhh !!!

“คนไทยถ้าตั้งใจทำอะไร ไม่แพ้ชาติใดในโลก”

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
สุมาเต็กโช วันที่ : 19/01/2009 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sumatecho

เสียใจและเสียดายครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ว่านแสงจันทร์ วันที่ : 19/01/2009 เวลา : 12.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moonandsun
ชีวิต...คือการต่อสู้  ปัญหา...คือประสบการณ์  อดทน...คือความสำเร็จ

สัตว์ป่าน่ารักๆ
น่าเสียดายจะสูญพันธุ์ซะแล้ว

ช่วยกันอนุรักษ์ให้มันอยู่ร่วมโลกเรานานๆนะคะ
อ้อ โหวตให้แล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Rosefinchy วันที่ : 19/01/2009 เวลา : 11.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Rosefinchy
::: Live EveryDay as if It wereYour LasT :::


เป็นเรื่องที่ดีจังเลยค่ะ

เจ็บๆ คันๆ ดีค่ะ หุหุ

เรื่องแบบนี้หลายคนอาจจะไม่ได้สนใจจะอ่าน เวลาที่เห็นที่ไหนก็ตาม เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว ลำพังเรื่องจะอยู่จะกินก็ยากแล้ว....แต่ถ้าคิดให้ดีๆ
เรื่องทุกอย่างเที่เกี่ยวกับธรรมชาติ...ก็เกี่ยวกับมนุษย์ทั้งนั้น

ดีใจค่ะที่ได้อ่านเรื่องแบบนี้ อย่างน้อยก็ได้เตือนตัวเองให้ถอดปลั๊กทีวีออกด้วยหลังจากเลิกใช้

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 19/01/2009 เวลา : 09.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

อ้อ ..ช้างค่อม ผมได้อ่านในหนังสือ ธรรมชาิตนานาสัตว์ ของคุณหมอ บุญส่งเช่นกันครับ อ่านแล้วก็ เสียดายมากๆๆ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 19/01/2009 เวลา : 09.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

อืมม ... น่าสงสาร ต้องช่วยกันคนไม้คนละมือ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
hopebaby วันที่ : 19/01/2009 เวลา : 00.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hopebaby
คนบ้าเยอะจริงๆ...ให้ตายเหอะโรบิน

จับสัญญาณต่างๆจากธรรมชาติรอบตัวดูแล้ว ผมว่ามีโอกาสสูงทีเดียวที่ชาวโลกตาดำๆจะสูญพันธุ์ไปพร้อมๆกับพวกมัน อากาศมันหนาวๆน่ะครับ หนาวเย็นๆแปลกๆ คล้ายๆจะเป็นสัญญาณเตือนภัย

บ้านผมไม่ติดแอร์อ่ะครับ คงพอจะช่วยหมีขั้วโลกได้มั่ง ภรรยาก็ปั่นจักรยานไปทำงานไป-กลับราวๆ 20 กิโลก็คงช่วยโลกได้นิดหน่อยเหมือนกันอยากให้พวกเจาะน้ำมันขายเจ๊งไวไวครับ


ความคิดเห็นที่ 8 (0)
market วันที่ : 19/01/2009 เวลา : 00.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

ข้อมูลนี้เยี่ยมจริงๆค่ะ+

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
chompoopookha วันที่ : 18/01/2009 เวลา : 23.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chompoopookha

วันก่อนดูข่าวจับคนขนชิ้นส่วนเสือออกนอกประเทศแล้ว
เศร้าใจจิง ๆ (เอามาเล่าให้เพื่อนฟัง ยังแอบเล่นมุกฝืด ๆ
ประมาณว่า เค้าแยกชิ้นส่วนแล้วเอาไปประกอบในเมืองจีน
ก่อนปล่อยเค้าป่ามั้ง แหะแหะ ฝืดใช่ป่ะ)

เจอข่าวคนล่าสัตว์แต่ละครั้งแล้วมันทารุณหัวใจมากค่ะ
อย่างภาพล่าปลาวาฬ ล่าลูกแมวน้ำ เห็นทีไร หดหู่ที่สุด...

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
vickie วันที่ : 18/01/2009 เวลา : 22.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

แรดชวา รูปนี้เท่ห์จริงๆ
หน้าตาเจ้าสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ตัวนี้ เห็นแล้วชอบจัง
สัตว์ที่ดูแข็งแรง บึกบึน แต่ก็แพ้มนุษย์ผู้ล่า

ป๋มเคยอ่านเจอว่า ทั้งแรดใหญ่ แรดเล็ก(กระซู่) เคยมีคนเจอที่ป่าภูเขียว แต่ไม่แน่ใจว่ามันจะหายไปหมดหรือยัง หรือหลบหนีเข้าไปอยู่ป่าเขมร

น่าเสียดาย ที่มันถูกล่าไปพร้อมกับการลักลอบตัดไม้หอมซะเป็นส่วนใหญ่
สุดท้ายมันก็เหลือเป็นแค่วิญญาณแห่งป่าฝน

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
turtlerun วันที่ : 18/01/2009 เวลา : 17.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/turtlerun

"สัตว์จะสูญพันธุ์... แหม ฟังดูไกลตั๊วไกลตัว ไม่เกี่ยวกับพวกเราเอาเสียเลย"...
ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์หรือสัตว์ใกล้ตัวก็ดูเหมือนจะเป็นชีวิตที่ห่างไกลจากความสนใจของมนุษย์แทบทั้งนั้น...ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 18/01/2009 เวลา : 16.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamline

ขอบคุณครับคุณ BlueHill สำหรับข้อมูลช้างแคระ
ผมเคยอ่านเจอจากหนังสือของคุณหมอบุญส่งเหมือนกัน น่าเสียดายครับ ที่ตอนนั้นบ้านเรายังไม่มีระบบการศึกษาหรือการอนุรักษ์ที่ดีพอ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ไม่เหลือร่องรอยของช้างแคระเหล่านั้นให้ศึกษาแล้ว
ที่เราทำได้คือ อย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นมาอีก

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlueHill วันที่ : 18/01/2009 เวลา : 16.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก


ข้อมูลจากเว็บไซต์
http://student.nu.ac.th/seng/meaw/page19.html

เคยมีเรื่องเล่ากันว่าในประเทศไทยนั้นเคยม ีช้างแอฟริกาชนิดหนึ่งอาศัยอยู่ คือ ช้างแคระ (Pygmy elephant) หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ช้างค่อม” หรือ “ช้างพรุ” ซึ่งมีขนาดตัวเท่าควาย คุณหมอบุญส่ง เลขะกุล นักธรรมชาติวิทยาชาวไทย เคยบันทึกไว้ในบทความว่าเมื่อประมาณ ๓๐–๕๐ ปีที่ผ่านมามีคนพบช้างค่อมขนาดเท่าควายอยู่แถบป่า พรุชายทะเลสาบสงขลา แต่คนเฒ่าคนแก่แถบทะเลสาบสงขลาบางท่านก็กล่าวว่าที่เห็นกันนั้นไม่ใช่ช้างค่อมหากแต่เป็นลูกช้างปัจจุบันจึงยังไม่มีข้อสรุปว่ามีช้างแคระอยู่ ในประเทศไทยจริง ๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BlueHill วันที่ : 18/01/2009 เวลา : 16.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ขอพูดถึงNo.7 ช้างแคระบอร์เนียวนะครับ

ในอดีตนั้น บริเวณทะเลสาบสงขลา ก็มีช้างพันธุ์แคระ ซึ่งเป็นช้างเตี้ย ที่มีขนาดเล็กกว่าช้างที่พบทั่วไปในประเทศไทย

คนรุ่นก่อนเคยพบตัวและบันทึกหลักฐานไว้จำนวนมาก

แต่ช้างแคระแห่งทะเลส่าบสงขลาได้สูญพันธุไปนานแล้ว เพราะการรุกรานของเขตเมือง ทำให้ช้างไม่มีแหล่งหลบภัยและแหล่งทำมาหากิน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 18/01/2009 เวลา : 16.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamline

ไม่ได้เขียนเรื่องสัตว์ซะนาน
คราวนี้เลยนำเสนอเรื่องสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ จากที่ได้อ่านมาจากหนังสือพิมพ์
อืม แต่อ่านไปเขียนไป แล้วรู้สึกท้อแท้เล็กน้อย แต่ก็ไม่สิ้นหวังเสียทีเดียวหรอกครับ
ผมเชื่อว่ายังมีผู้ที่มีใจอนุรักษ์และคิดถึงเพื่อนร่วมโลกอีกหลายคน
อย่างน้อยก็ชาวโอเคนี่ไง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]