*/
  • driftworm
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 413
  • จำนวนผู้ชม : 421516
  • จำนวนผู้โหวต : 244
  • ส่ง msg :
  • โหวต 244 คน
<< ธันวาคม 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม 2552
Posted by driftworm , ผู้อ่าน : 2027 , 00:00:28 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ..เวลาสวัสดิ์.. โหวตเรื่องนี้

ในกระทู้ชื่อ เรื่องโลก   (http://www.oknation.net/blog/driftway/2009/06/18/entry-1) จขบ.เคยเขียนความคิดเห็นไว้ พูดถึงธรรมชาติที่บันทึกกรรมและวิบากของคน สัตว์ทั้งหลาย ซึ่งหลวงปู่แหวน สุจิณโณ เคยกล่าวไว้โดยมิได้อธิบายรายละเอียด  เมื่อมาพบโอวาทของหลวงพ่อลี ธัมมธโร วัดอโศการาม ที่กล่าวไว้สั้นๆ จึงได้นำมาเรียงร้อยต่อกับความคิดเห็นที่ จขบ.เคยเขียนไว้จากความทรงจำดังกล่าวไปแล้ว


.. " รู้ " .. มันลอยแน่นเต็มในอากาศ ตั้งเครื่องรับ"สาร"ให้ดี ตั้งเสาอากาศให้ดี ก็ได้ข้อมูล
.. ..
ยิ่งกว่านั้น หลวงปู่แหวนเคยเล่าไว้ว่า กรรมทั้งสิ้นที่มนุษย์ทำ ไม่ว่าดีหรือชั่ว หรือกลางๆ มันมีธรรมชาติอันหนึ่งบันทึกไว้ มันลอยอยู่ในอากาศที่เราหายใจนั่นแหละในอากาศมันมีธาตุอย่างหนึ่งบันทึกกรรมทั้งหลายไว้ เรียกว่า อากาสิก
เหตุฉะนี้ มันจึงลอยวนเวียนอยู่ในโลก รอวันที่เจ้าของเขาจะมารับคืนไป .. .. ..

 ลองคิดเทียบเคียงดูสิ แถบบันทึกเสียงสมัยโน้นใช้อะไร ใช้ผงแม่เหล็กที่ละเอียดยิ่งกว่าแป้งผนึกบนแถบพลาสติกใช่มั้ย
แถบบันทึกภาพ (วิดีโอ) ก็ใช้ผงแม่เหล็ก สำหรับเก็บสัญญาณไฟฟ้าที่จะไปแปรเป็นภาพและเสียง ใช่มั้ย
แผ่นจานอ่อน (ฟล็อปปี้ดิ๊สก์) ที่ใช้ในคอมพ์ยุคก่อนหน้านี้ ก็ใช้ผงแม่เหล็กผนึกบนแผ่นพลาสติกกลม จัดวางให้เป็นระเบียบ ใช่มั้ย
แผ่น จานแข็ง (ฮ้าร์ดดิ๊สก์, ซีดี, ดีวีดี) ก็ใช้ผงแม่เหล็กผนึกบนแผ่นกลมแข็งๆ ใช่มั้ย .. สำหรับฮ้าร์ดดิ๊สก์ จะเป็นแผ่นกลมบางซ้อนเป็นชั้นๆ (เลเย่อร์)
......
พวกมันล้วนอาศัยคุณสมบัติ "ความเป็นสอง" คือสองขั้วของผงแม่เหล็ก ที่เราเรียกขั้วเหนือ/ขั้วใต้ ขั้วบวก/ขั้วลบ เมื่อจัดเรียงแถวตามจำนวนเม็ดที่เท่าๆกัน เมื่อแต่ละเม็ดในแถวหันขั้วลบบ้างบวกบ้าง ก็สามารถสร้างรูปแบบที่ต่างกันไปได้นับล้านแบบ(ชุด) แต่ละแบบ(ชุด)ถูกกำหนดให้แทนตัวอักษร ๑ ตัว, แทนตรรกคำนวณ บวกลบคูณหาร, แทนความหมายแต่ละข้อ แต่ละความคิด ที่มนุษย์ใช้สื่อสาร มันก็เหลือเฟือที่จะบันทึกทุกสิ่งสารพัน (เดิมในยุคแรกมันเป็นแค่สัญญาณไฟฟ้าสั้น/ยาว ที่เรียกรหัสม้อร์ส มันแตกชุดได้ไม่มากมหาศาลอย่างทุกวันนี้) ...

...
ส่วนในไอซี ในไมโครโพรเซ้สเซ่อร์ จะอาศัยคุณสมบัติ "ความเป็นสอง" อีกแบบหนึ่ง คือธาตุซิลิค่อน ที่เดี๋ยวก็สื่อไฟฟ้า / เดี๋ยวก็ไม่สื่อไฟฟ้า (แทนด้วยสัญญลักษณ์ l / O) มาจัดเรียงเป็นชุดแทนกระบวนตรรกแบบที่มนุษย์คิดเช่นกัน ...

มนุษย์ อาศัย คุณสมบัติความเป็นสองพวกนั้น แปลงสัญญาณไปมา แปลงลงบันทึก แปลงกลับเรียกขึ้นมาดู (แสดงผล) จัดการข้อมูล (แก้ไข เพิ่มเติม เอาออก ผ่านแป้นพิมพ์และหน้าจอ) แล้วแปลงลงบันทึก กลับไปกลับมา ลงลง ขึ้นขึ้น

แล้ว ไม่คิดหรือว่า ปรมาณูในอากาศที่เราหายใจจะไม่มีคุณสมบัติความเป็นสอง เช่น สื่อไฟฟ้า นำไฟฟ้าในระดับเล็กกว่าปรมาณู(อะตอม) ฉะนั้น อะไรที่เราทำ เราเคลื่อนไหว ล้วนถูกบันทึกไว้ในอากาศทั้งหมดทั้งสิ้น ไม่ต้องมีใครไปกำหนดรหัสแทนความหมายหรอก ในสภาพเดิมๆของโลกเขาก็ไม่มีระบบคำพูด ระบบความหมาย ระบบตรรกแบบในหัวของมนุษย์อยู่แล้ว เขาจึงไม่สนหรอกความหมายของฝ่ายซ้ายหรือฝ่ายขวา ความหมายของราดิคั่ลหรือรอยั่ลลิสท์ ความหมายของสังคมนิยมหรือศักดินา ... ...
...
เค้ามีแต่ระบบของกรรม (ที่ไม่ต้องอาศัยคำพูดเป็นคำๆ) กับระบบการคืนกลับออกมาที่เรียกว่าวิบากหรือการให้ผล
 ..
นี่เอง ที่มาของวลีว่า ความลับไม่มีในโลก ... หรือ คุณอาจปกปิดการกระทำไม่ให้ใครรู้  แต่พระเจ้ารู้ .. ..



ต่อจาก คห.๘๒
.... เครื่องจักรสมองกลพวกนั้นใช้อะไรเป็นปากกาจดจารกัน หัวรีดแสงเข้มยิ่งยวด(เลเซ่อร์)ไง ส่องจี้ไปตามแถวของผงแม่เหล็กตามที่ตัวแม่ควบคุม แปลงผงแม่เหล็กแต่ละเม็ดให้หันซ้ายหันขวาตามรหัสที่กำหนด
....
เครื่องมือบันทึกกรรมของมนุษย์และสัตว์เล่า อะไรที่จะไปแต่งรหัสให้ธาตุละเอียดในอากาศหันซ้ายหันขวากำหนดทดแทนข้อมูล . . . . ไม่ใช่อะไรอื่น ใจ ของตนของตนนั่นเอง เป็นหัวบันทึกที่ซื่อสัตย์เที่ยงตรงที่สุด เมื่อมนุษย์เงื้อง่าศาสตราย่อมเป็นไปไม่ได้ที่ใจจะมีคุณสมบัติที่ราบเรียบ สะอาดใส เนิบช้า ตรงข้าม มันย่อมเคลื่อนไปถี่กระชั้น ขาดเป็นห้วง มืดคลุ้ม เคียด อาฆาต อันไม่เป็นลักษณะของบุญ ฉะนั้น ข้อมูลที่ถูกบันทึกด้วยตัวเองก็จะไม่เป็นอื่น
..
แล้วโลกก็เคลื่อนไป อย่างที่เป็นมานมนากาเล . . . .

ต่อจาก คห.๙๒ .... ....
... ... ธาตุในธรรมชาติที่เก็บบันทึกเรื่องราวที่มนุษย์และสัตว์กระทำอย่างละเอียด ยิบนี้ ไม่มีใครสั่ง ไม่มีใครเป็นคนควบคุม มันเป็นเรื่องที่เป็นไปของมันเช่นนั้น มันมีอยู่ก่อนมนุษย์จะถือกำเนิดบนโลกมานานจนเกินจะนับ และมนุษย์ก็ก่อร่างขึ้นมาจากโลกธาตุทั้งหลายที่มีอยู่ก่อนมานมนานนี้แหละ ... ไม่แปลกที่มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายจะยังมี"ช่องทาง"(ที่ละเอียดลึกซึ้ง มองเห็นไม่ได้) ที่เชื่อมเยงอยู่กับต้นกำเนิดนั้น

... ...
อ่าน คห.๙๒ แล้ว บางคนก็พรั่นใจในทีแรก เพราะมนุษย์ไม่ชอบให้ใครเฝ้ามองอย่างไม่รู้ตัว แต่ประเดี๋ยวหนึ่งก็อาจคลายใจว่าธรรมชาติที่เฝ้ามองและเก็บบันทึกเรื่องราว ของเรา(วจีกรรม กายกรรม)อย่างละเอียดยิบนั้น ยังไม่สามารถล้วงเข้าไปในความคิดของเราได้ นั่นพลาดไปถนัด เพราะมโนกรรมของมนุษย์และสัตว์นั้นแท้จริงคือความสั่นกระเทือน ความกระเพื่อมไหวอันละเอียด ที่ไปทำให้ธาตุธรรมชาติเกิดเปลี่ยนรูปแบบเป็นรหัสบันทึกได้เช่นกัน เท่ากับว่าทุกขณะจิต เราสื่อสารกับโลกธาตุนั้นตลอด .....

แล้วดังนั้น
>
พระป่า พระวิปัสสนา เน้นในการปลีกวิเวก อยู่ผู้เดียว สำรวมในความคิดตริตรึก
>
อีกศาสนาหนึ่งมีคำพูดว่าเราสื่อสารกับพระเจ้าตลอดเวลา ทรงเฝ้ามองสอดส่องดูแล อย่างอ่อนโยน และจดจำเรา
>
อีกศาสนาหนึ่งสอนว่าทรงรู้จักเราทุกคน และไม่มีเรื่องใดพ้นไปจากตวามรับรู้ของท่าน
>
เต๋า สอนว่าสรรพสิ่งเกิดขึ้นมาจากจิตเดิมแท้ที่เป็นสภาพ "หนึ่งเดียว"

เหล่า นี้ล้วนเป็นหลักความจริงที่ถูกนำมาถ่ายทอด(สอนสั่ง)แบบ "อเทวนิยม" (Atheist) ต่างกันแต่คำเรียกสภาวะนั้นตามที่มันเป็นสภาวะจริง หรือคำเรียกที่ใช้บุคลาธิษฐานแทนสภาวะนั้น (การใช้บุคลาธิษฐานมีเหตุจากความเคยชินของมนุษย์ที่มองสิ่งต่างๆอย่างมีตัว มีตน จึงเป็นการยากที่จะบอกเล่าถึงสิ่งที่ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนแต่มีพลานุภาพอยู่ เหนือตัวเรา)
มันไม่ใช่พลานุภาพที่ควบคุมบังคับ หากแต่เป็นสภาวะของเหตุและปัจจัยที่เป็นไปเอง หากเรากลมกลืนกับสภาวะความเป็นเหตุและปัจจัยนั้น เราก็จะเสรี
....
นี่คือที่เคยเขียนเป็น คห.ในที่อื่น (แต่เพิ่งเขียนในโอเคเนชั่นนี่) ว่าไม่มีหลักขัดแย้งในระหว่างสามศาสนา ต่างกันเพียงคำเรียก และความตึงความหย่อนในการประพฤติปฏิบัติของศาสนิกให้เข้าถึงสิ่งนั้น





.

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 198 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 07/07/2012 เวลา : 12.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


พลัดมาเจอค่ะ..

ความคิดเห็นที่ 197 (0)
คนในแผ่นดิน วันที่ : 04/03/2010 เวลา : 10.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ninja45
เขียนไม่เก่ง แต่อยากเขียน

มาอ่านแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 196 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 04/03/2010 เวลา : 09.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

คห.192 ขออภัยครับ
ผมเปลี่ยนเป็น
รูปเป็นปัจจัยให้เกิดนาม นามเป็นปัจจัยให้เกิดรูป

ภาษามันดิ้นได้ อีกอย่างบนบล็อกนี่ เป็นที่สาธารณะ ถ้าผู้อื่นที่ไม่มีพื้นอ่านแล้วอาจเข้าใจความหมายผิดไป แล้วดันไปติดกับดักพยํญชนะเสร็จเลย
พยัญชนะ /สมมุติบัญญัติ เป็นปััจจัยหนึ่ง
(ในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่า แค่การอ่านหนังสือ ธรรมแล้วจะซาโตริ แว้บปิ๊ง)ที่ทำให้รู้แจ้งอรรถ
เมื่อรู้ อรรถแล้วเราก็กับสมมุติบัญญัติได้โดยไม่โดนครอบงำ

ความคิดเห็นที่ 195 (0)
driftworm วันที่ : 04/03/2010 เวลา : 08.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ครูแดงครับ ผมเอาเรื่องบันทึกของส้มไปขึ้นกระทู้ใหม่แล้วครับ
http://www.oknation.net/blog/driftway/2010/03/03/entry-1

ผมก็เคยได้มาว่าอย่างนั้นครับ ในอากาศยังมีธาตุรู้ นามธาตุ ธรรมธาตุ วิมุตติธาตุ ....... ฯลฯ
มีลักษณะละเอียดสุขุมเกินกว่าอายตนะ (ตัวกลางเชื่อมรับรู้) ของคนเราจะจับสัมผัสได้

แต่เมื่อเกินที่จะรับรู้ด้วยตนเอง อาจเป็นอจินไตยสำหรับเราในตอนนี้
.

ความคิดเห็นที่ 194 (0)
ครูแดง วันที่ : 04/03/2010 เวลา : 08.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-การเดินทางไปครั้งนี้ เป็นการไปตาม "สัญญา"


....................................

-และในสัญญานั้น มีสัญญาซ้อนเข้ามาอีก

-สัญญาแรก เกิดจากความศรัทธาในวัตรปฏิบัติของหลวงพ่อบุญตา และสถานที่คือพระเจดีย์ศรีทะเมนชัย

-ที่บอกกับคนนำบุญว่า ในวันสำคัญเราจะมากราบท่าน

......................................

-"ในอากาศมีเวรกรรม" ครูแดงบอกว่ามีมากกว่านั้น...

-พระธาตุเป็นหนึ่งในนั้นไหม ......... มันต้องมีมากกว่าซิ แต่พระธาตุนั้นเป็นรูปที่ปรากฏ จับต้องได้ ถามว่ามีตัวตนไหม ..........

ความคิดเห็นที่ 193 (0)
ครูแดง วันที่ : 04/03/2010 เวลา : 07.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-สวัสดีค่ะคุณหนอน คุณส้มและกัปตันแจ๊ค

- อ่านไปหนึ่งรอบ เขียนตอบแล้ว พอส่ง เม้นท์ได้เฉพาะ..

...................................

-ต้องปล่อยวาง เพราะเชื่อว่า น่าจะมีอะไรให้เขียนมากกว่านี้ จะหาเวลาอ่านอีกรอบ ทั้งหมด แล้วจึงจะเขียนตอบค่ะ

-ขอยืมวรรคนี้มายืนยัน "คำพูด ไม่ว่าของภาษาชนชาติไหนมีไม่พอ ไม่ตรงกับสภาพที่เราอยากอธิบาย"

ความคิดเห็นที่ 192 (0)
driftworm วันที่ : 04/03/2010 เวลา : 02.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คห.๑๘๖ กัปตันแจ๊ค
[ ...รูปทำให้เกิดนาม
...นามทำให้เกิดรูป ]

ระวังคำที่แสดงความสัมพันธ์เชิงตรรกด้วยครับ
* ..ทำให้เกิด.. *

ตรรกผิด แม้ฟังดูว่าใช่
ทำให้แช่กับที่เป็นปี แช่เพราะตัน ไปต่อไม่ถูกซะด้วย

ความคิดเห็นที่ 191 (0)
สตังค์ วันที่ : 03/03/2010 เวลา : 18.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

ค่ะ ลุง..จะรอ
v
v
v

ความคิดเห็นที่ 190 (0)
driftworm วันที่ : 03/03/2010 เวลา : 17.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เดี๋ยวผมจะตัด คห.๑๘๓ ของผมไปปั้นกระทู้ใหม่
เอา คห.๑๗๔ , ๑๗๕ ของส้มไปแปะ เป็น คห.๑ , ๒ เจิม
เอ้อ ไม่เจิมดีกว่า เอาไปต่อท้ายกระทู้เลย แล้วคุยต่อ

ความคิดเห็นที่ 189 (0)
driftworm วันที่ : 03/03/2010 เวลา : 17.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

โอ ตามสบาย มิต้องมากมารยาท

ความคิดเห็นที่ 188 (0)
สตังค์ วันที่ : 03/03/2010 เวลา : 17.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

ขอโทษค่ะ ลุงหนอน /กัปตันแจ๊ค
ขอแทรกนิดนึง
V
V
V

ความคิดเห็นที่ 187 (0)
สตังค์ วันที่ : 03/03/2010 เวลา : 17.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

สวัสดีค่ะ ครูแดง/พี่ปรี
บ้านส้ม ก้อมีหลังบ้านอีกหลัง น่ะสิค่ะ หุ หุ

มาส่งการบ้านค่ะ
ลุงหนอน
http://www.oknation.net/blog/driftway/2009/12/29/entry-1
คห.174 -175
และ..คห. 180

ความคิดเห็นที่ 186 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 03/03/2010 เวลา : 13.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

คห.183
เรายืน เดิน นั่ง นอน กินข้าว ฯลฯ เพราะเราอยาก..ยืน เดิน นั่ง นอน กินข้าวฯลฯ

เราอยากหนี ความปรวนแปร
...รูปทำให้เกิดนาม
...นามทำให้เกิดรูป
...คนตายมีสมอง มีหู มีระบบประสาท มีปุ่มลิ้น ฯลฯ เหมือนคนเป็น
ิ...เปิดเพลงให้คนตายฟัง ทำไมถึงไม่ได้ยิน ??...
อายตนะ เป็นประตู ตัวรู้คือจิต ...เมื่อรับรู้แล้วเกิดอะไรขึ้น
ตกร้อยครังตั้งใหม่ร้อยหน

ความคิดเห็นที่ 185 (0)
สตังค์ วันที่ : 03/03/2010 เวลา : 11.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

คห.183
เริ่มมองและสังเกตุเห็นการรับของอายตนะ
สิ่งที่สังเกตุเห็นมานานอีกอย่างนะลุง
โทรศัพท์มือถือ หนูรู้สึกทุกครั้งที่ใช้ว่าเสียงมันเป็น เสียงสะท้อน ช้ากว่านิดนึง
แล้วทำให้หนู คุยไม่ค่อยจะรู้เรื่องเท่าไหร่ เลยไม่ค่อยใช้ ไม่มีก้อไม่เป็นไร
มีไว้แค่ตามตัว...แต่ใช้โทรศัพท์บ้าน ไม่เป็น
อาจเป็นเพราะสัญญาณ ความถี่ของเคลื่อนหรือปล่าวไม่ทราบได้
ตอนแรกหนูคิดว่า ตัวเองคงอุปทาน
พอไม่ใช้มือถือสักปี แล้วกลับมาใช้ ความรู้สึกชัดเจน ว่ามันเป็น เสียงสะท้อน มีแรงสั่นสะเทือน
พอใช้เสร็จ รู้สึกจิ๊ดที่สมองนิดหน่อย ถ้าใช้นานๆ รู้สึกว่าเมื่อยสมอง

คห.184 คิดเหมือนกันว่ายาวเกินไปแล้ว
กะจะชวนลุงขึ้นหน้าใหม่อยู่เหมือนกัน
ลุงลองลิงค์ มาสิค่ะ หรือไปแปะไว้ในเมล์ให้หนูก่อนสิ..ไว้ตามเข้าไปดูค่ะ

ความคิดเห็นที่ 184 (0)
driftworm วันที่ : 03/03/2010 เวลา : 11.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

หน้านี้ชักจะยาวเกิน เดี๋ยวเซิ้ร์ฟเว่อร์มันเหนื่อย
อาจขึ้นกระทู้ใหม่พอเป็นพิธี เพื่อรักษารูปหน้าเว็บไม่ให้ยาวเฟื้อย
แต่เนื้อหาก็คือคุยต่อจากหน้านี้

ความจริงผมเปิดห้องไว้ในกูเกิ้ล กับที่โอเปร่า สามารถขึ้นกระดานยาวๆได้
แต่ที่เนชั่นนี่สะดวกและอบอุ่น ไม่แน่อาจใช้ลิ้งค์ข้ามไปมาระหว่างสองที่
กัปตันแจ๊คก็มีเว็บบอร์ดชื่อ จอมมณี นะ ส้ม ๕๕๕๕๕
.

ความคิดเห็นที่ 183 (0)
driftworm วันที่ : 03/03/2010 เวลา : 11.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คือ พอพิจารณาเรื่องแรงโน้มถ่วงไปทีละจังหวะๆ ผมก็อนุมานว่าทุกการยืน เดิน นั่ง นอน เคลื่อนไหวหยิบจับสิ่งต่างๆ
มันคือการต้านแรงโน้มถ่วงอยู่ตลอดเวลา ในเด็กอ่อนจะทำได้ไม่ดี คุมทิศทางไม่ได้ แต่ในผู้ใหญ่มันชินแล้ว ชินจนไม่ได้
สังเกตมันอีก
ถ้าไม่มีแรงโน้มถ่วงมาให้เราออกแรงต้านมันตลอดชีวิต เราจะรู้ตัวเรามั้ย อันนี้คงทั้งใช่และไม่ใช่
ส่วนที่ใช่ คือเราอธิบายได้ว่าเราเป็นตัวเป็นตนในโลกนี้อยู่ได้ ตั้งแต่เกิดจนตายด้วย การต้านแรงโน้มถ่วง ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์แล้วมั้ง
ส่วนที่ไม่แน่ใจว่าใช่ ต้องไปถาม NASA ว่าคนที่อยู่ในสภาพไร้น้ำหนักชั่วนาตาปีจะมีผลต่อ "ความรับรู้" ต่อสรีระ การดำรงพันธุ์อย่างไรบ้าง

การต้านแรงโน้มถ่วง เรารับรู้จากแรงสะท้อนที่เราส่งออกไป
ผมก็เอาไปใคร่ครวญรวมกับข้อพิจารณาด้านอื่นๆ เช่น ตา เราเห็นนั้นไม่ใช่เห็นที่ของจริงตรงๆ แต่เป็นเรื่องของแสงที่มาสัมผัสเม็ดประสาทตา
ที่ได้ยิน ไม่ใช่ยินเสียงจากวัตถุ จากสิ่ง จริงๆ แต่เป็นความกระเพื่อมของอากาศมาสั่นเม็ดประสาทในหู
ที่ได้รส ก็เพราะอณูของสารในอาหารมันไปเตะเม็ดประสาทบนลิ้น บางเม็ดตอบรับ บางเม็ดไม่ตอบรับ สมองไปแปรค่าอีกที
ที่ได้กลิ่นก็เพราะอณูของสารเข้าไปรบกวน ไปเตะเม็ดประสาทจมูก ส่งเป็นสัญญาณไฟฟ้าไปให้สมองประมวลผล
ไม่มีอณูลอยผ่านอากาศมา เราไม่รู้กลิ่น

ตกลงว่าเราไม่ได้รับรู้อะไรที่สิ่งนั้นตรงๆเลยสักอย่าง มันเป็นกระบวนการสะท้อนทั้งนั้น
เมื่อเป็นเรื่องของ การสะท้อน และเครื่องมือ(อวัยวะ)จับการสะท้อนนั้นไปแปรผล การแปรผลจะออกมาเป็นรูปไหนก็ขึ้นกับตัวเครื่องมือรับ
สมองเรารับการสะท้อนในรูปสัญญาณไฟฟ้า เข้าไปจัดเรียง แล้วกำหนดในใจว่าคือนี่ คือนั่น
หุ่นยนต์ก็เลียนแบบสมองมนุษย์ คนเขียนโปรแกรมก็ "บัญญัติ"ความหมาย ว่าสัญญาณที่ประมวลได้ในกลุ่มรูปแบบอย่างนี้ๆคือ "มีสิ่งกีดขวาง"
แล้วใส่ "ตรรก" (คำสั่งแบบฐานสอง I/O) ลงไปว่า เจอกลุ่มรูปแบบสัญญาณแบบนั้น ให้ ตีนหุ่น ทำอย่างนี้ๆ แล้วให้วงจรที่ "ตา" ของหุ่นกวาด
สำรวจเส้นทาง เอาไปประมวลต่อ

เครื่องมือ (เปรียบได้กับอวัยวะ) อย่างอื่นก็มีวิธีรับรู้แรงสะท้อนต่างไป เช่น เครื่องรับรู้คลื่นเสียงความถี่สูง ก็อาจแปรผลออกมาในรูปของหน้าปัด
+เข็มชี้แกว่งได้ + มาตรสเกล
ผลไม้รับรู้แรงสะท้อนของอากาศ ด้วยการเปลี่ยนสีผิวสุกเหลือง ดอกไม้สยายกลีบ
หมารับรู้คลื่นเสียงออกมาด้วยการหอน .... ฮา

ตอนมาพักฟื้นใหม่ๆที่นี่ ผมทำใจว่าอาจเคลื่อนไหวไม่ได้ (หมอไม่รับประกัน) ก็นึกถึงว่าหมาถูกตีขาหัก มันยังวิ่งสามขาของมันได้
หนอนไม่มีขา มันก็มีวิธีเคลื่อนไหวตามสภาพของมัน ตามอัตภาพของมันที่มี
มนุษย์ต่างดาวมีหกขา เขาก็ต้องมีวิธีของเขาไปตามเหตุ ปัจจัย ไม่มีอะไรดีที่สุด เป็นจริงที่สุด
ถ้า "ชีวิต" ยังทรงอยู่ คลานก็คลานละวะ เอาตัวถัด แถกพื้นไปก็เอา ให้มันรู้ไปว่า กูเหนือกว่าคำว่าชีวิต
แล้วผมก็เลยอหังการ์ว่า พรหม ไม่ต้องมาลิขิตชีวิตตู
แต่นี่ไม่ใช่ลบหลู่ สัตว์อื่นในอัตภาพที่เรียกว่าพรหม เพราะผมอ้างเหตุผลว่า พระพุทธเจ้าเป็นจริงกว่า สุขุมนุ่มลึกกว่า
พรหม ยังมีอาสวะ ยังมีพลาดได้
อนาถบิณฑิก ยังสามารถตะเพิดไล่เทวดาที่รักษาประตูบ้านตนได้ เพราะภูมิธรรมของอนาถบิฑิกสูงกว่า
(ย่อหน้าท้ายนี้เป็นเกร็ด นอกเรื่อง)
.

ความคิดเห็นที่ 182 (0)
driftworm วันที่ : 03/03/2010 เวลา : 10.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

... ๑๘๐ ... ส้ม
ดีจัง ส้มเห็นโลกที่มองช้าช้าแล้ว
(บล๊อกเก้อร์ชื่อ เป็นต่าง ถามผมที่กระทู้นี้หรือกระทู้ถัดๆไปเนี่ยแหละว่ามองช้าแล้ว
ได้เห็นอะไร ได้พบอะไร ผมอธิบายไปก็ไม่รู้เขาจะนึกภาพออกหรือเปล่า
เพราะหนึ่ง..กรอบความรับรู้ ประสบการณ์ของคนที่ฟังต้องมีเป็นพื้นให้ก่อน ไม่งั้น
นึกวาดภาพเพื่อทำความเข้าใจไม่ถนัด ไอ้จะเปรียบอย่างหนังสโลว์โมชั่นก็ไม่ตรง
กับสอง...คำพูด ไม่ว่าของภาษาชนชาติไหนมีไม่พอ ไม่ตรงกับสภาพที่เราอยากอธิบาย)

เห็นช้าช้าว่ารายทางมีอะไรบ้าง พอกลับมาเห็นอย่างปกติในชีวิตประจำวันก็จะสุขุมขึ้น
เหมือนที่ส้มเห็นมด เห็นพื้นไล่ระดับชันขึ้น เมื่อมาเดินเร็วก็รู้ว่าตรงไหนเป็นอย่างไร
ก็ไม่พลาดสะดุด หรือเหยียบมัน
ไปเจอคนอื่นๆที่วัดป่าสาละวัน เมื่อคุยกัน หากเขามาทางเดียวกับเราเราก็รู้ว่าเขาผ่านตรง
โน้นๆมา ตรงนี้ๆมีสิ่งนั้นๆ เขา(หรือคุณ)เห็นมั้ย

ผมว่า หัดมองช้าจนคล่อง กลับทำให้เราใคร่ครวญเรื่องได้เร็ว เมื่อคล่องแล้ว
(ของผมเอง เรื้อ ไปหน่อย ไม่ค่อยได้พิจารณาสม่ำเสมอ)

แต่ที่ผมทักใน คห.๑๗๘ ไม่ใช่ประเด็นนี้อะ แต่เป็นในทางเดียวกัน
.... เดี๋ยวมาเขียนต่อ ...

ความคิดเห็นที่ 181 (0)
สตังค์ วันที่ : 03/03/2010 เวลา : 07.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

อ๋อ... ที่เลือนๆ นะ เพราะมีหมาสองตัวมาทำให้ตกใจซะก่อน เลยรีบพิจารณาต่อไปอีก ถึงอุปทานของความกลัว
และความกังวล

ความคิดเห็นที่ 180 (0)
สตังค์ วันที่ : 03/03/2010 เวลา : 07.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

คห.178
[บางช่วง พื้นสม่ำเสมอ เดินเร็วได้ ช่วงนึงต้องเดินข้ามดแดงที่แดงเรียงขวางทาง
รู้สึกได้ถึงจังหวะการก้าวย่างอย่างช้า และการย่างก้าวแบบเร็ว แบบรู้สึกถึงแรงโน้มถ่วง]

********* มดแดงขวางทาง ****
ในขณะก้าวเดินรอบแรกนั้นก้าวเดินในจังหวะที่เดินธรรมดา มองทางที่เดิน มีสิ่งกีดขวางอะไร
และเมื่อเดินไป เห็นมดแดงฝูงหนึ่งเดินเรียงหน้ากระดาน 3 ตัวต่อแถวค่อยเดินเป็นสายทางยาวต่อๆกันไป
มีบางตัวที่แตกแถวบางแตกไปไม่ไกลจากแถว ส้มเดินข้าม ตอนนั้นรู้สึกว่าจิตมันไหว (คิดว่า ต้องก้าวข้าม)
รอบที่ 2 เห็นว่าก้าวย่างนั้น ก้าวยาวมากเกินไป เพราะจังหวะที่เดินสุดท้าย ห่างจากมดมาก
รอบที่ 3 ต่อมา ก้อเห็นแบบเดิม ในจังหวะการเดินที่ช้าลง
รอบที่ 4 ต่อมาเห็นว่าเราอุปทานไปเองก่อนแล้ว เพราะมดเรียงหน้ากระดานแค่สามตัว ขวางทางที่เดิน
รูปที่เดิน....อย่างไรก้อก้าวพ้นในจังหวะที่เราเดิน
.....รอบต่อไปก้อไม่ได้สนใจอีก....ก้าวข้ามไปโดยจิตยังต่อเนื่องกันไป

************************************************

(รู้สึกได้ถึงจังหวะการก้าวย่างอย่างช้า และการย่างก้าวแบบเร็ว แบบรู้สึกถึงแรงโน้มถ่วง)

ตอนแรกเลย เดินจงกรมบนพื้นกระเบื้อง รอบๆพระธาตุ พื้นเรียบ
เดินไปและเดินกลับ ในจังหวะที่เดินแบบธรรมดา ไม่ช้าหรือเร็ว เห็นจิตเราส่ายตอนที่เดินกลับ
รู้สึกถึงพื้นที่เรียบ ในตอนที่เหยียบลงบนพื้น

เปลี่ยนมาเดินแบบวงกลม (รอบพระธาตุ ปูกระเบื้องยกพื้นเป็นสี่เหลี่ยม)
เห็นจิตที่ไหลไปเรื่อง ก้าว..เหยียบ.. จิตส่ายตอนที่หันเอียงกลับ หักมุม
และหน้าพระธาตุ เป็นพื้นต่างระดับนิดนึง ต้องยกเท้าสูงขึ้น ก้อรู้สึกว่ายกเท้าสูง

ตอนนั้นตามจิตไปเรื่อย แค่รู้ว่าพื้นเรียบ ถึงจุดนี้ต้องยกเท้าสูงขึ้นกว่าเดิม (ยังไม่ได้สังเกตุ)
มาเห็นก้อตอนเดินที่ศาลา (ไม่รวมส่วนที่ต้องเดินข้ามมด)
เห็นเท้าที่ย่างก้าว ในรอบแรก เห็นแรงที่ต้องยกขา เห็นน้ำหนักการยก สูงต่ำไม่เท่ากัน
ในช่วงที่พื้นเป็นเนินสูง จึงลองค่อยก้าวดู เห็นว่าก้าวได้อย่างมั่นคง
ยก..ย่าง.....ย่าง....ย่าง...ย่าง...เหยียบ ได้ เหมือนแรงขนานกลับมา ทำให้การทรงตัวมั่นคง

ตกทางพื้นที่เป็นทางลาดต่ำ รู้สึกว่าตัวเองจะเดินเร็วขึ้น ยก..ย่าง .ย่าง ..เหยียบ เลย
การทรงตัวมีน้อยกว่า ที่เดินที่ลาดสูง
ทำให้การเดินในรอบมีความช้าเร็ว ไม่เท่ากัน ตามความรู้สึกของตัวเองว่า
พื้นที่ขึ้นเนิน เดินช้าได้ พื้นลาดลง เดินเร็วได้


เดินจนรู้สึกแล้วเลยหยุด (ยังไม่รู้สึกแน่ชัดนัก สงสัยว่าอุปทานไปเองหรือปล่าวในขณะนั้น)
...... หันไปเห็นทางลาดยาว ที่ต้องเดินเข้าไปใกล้ฝูงไก่ฟ้า...
จากระดับสายตาที่มอง.. เห็นพื้นลาดยาวเหมือนลงเนิน จึงลองเดินดู
คราวนี้เห็นชัดเลยว่า มีแรงโน้มจริง แต่มันเลือนอย่างลุงว่านั่นแหละ
(ไม่ค่อยเข้าใจ.. กะว่าจะมาถามลุงหนอน)

***************************************************
การเดินในรอบนึงเห็นจิตส่ายไปส่ายมา พิจารณาการก้าวย่าง
ความเจ็บของเศษหลอดไฟ (เจ็บที่กาย) ความกังวลในรอบแรกที่มีไก่ฟ้าเป็นฝูงมาอยู่ใกล้ๆ
ทั้งๆที่รูปยังเดินอยู่ แล้วเห็นว่าจิตมันเกิดกังวล และดับไป เมื่อเห็นว่ามันไม่เข้ามาแน่ๆ
สักพักความเจ็บของกาย (ที่เท้า) ก้อหายไป
เห็นความเมื่อยล้าของขา ในรอบหลังๆ เห็นว่าหลังเริ่มล้า ...เห็นว่าสะโพกเริ่มรู้ล้า
แต่เท้ายังย่างก้าวไป....
หนูจำไม่ได้ว่าเดินกี่รอบ... คิดว่าน่าจะ 10 กว่ารอบ ...รอบแรกๆ จะเดินเร็ว รอบหลังจะช้าลง
รอบนึงกินเวลาในการเดินเหมือนกัน ระยะทางต่อรอบก้อกว้าง เพรามีศาลา อยู่ตรงกลาง

ความคิดเห็นที่ 179 (0)
สตังค์ วันที่ : 03/03/2010 เวลา : 06.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

คห.117 เด๊ยวก้อคงเห็นอีกน่ะคะ
เพราะเรียบเรียงจากความทรงจำก่อน

ความคิดเห็นที่ 178 (0)
driftworm วันที่ : 03/03/2010 เวลา : 00.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คห.๑๗๕ .... ส้ม

[บางช่วง พื้นสม่ำเสมอ เดินเร็วได้ ช่วงนึงต้องเดินข้ามดแดงที่แดงเรียงขวางทาง
รู้สึกได้ถึงจังหวะการก้าวย่างอย่างช้า และการย่างก้าวแบบเร็ว แบบรู้สึกถึงแรงโน้มถ่วง]

ผมเคยเขียนเรื่องนี้เมื่อปี ๒๕๔๐ (ประมาณ)
ตอนนี้อยากรู้ว่าส้ม "ถอด" ความรู้ตรงนี้ออกมาได้ไหม
ผมคะเนว่าส้มต้องรู้สึก "แปลก" ในขณะอิริยาบถนั้น
คล้ายจะเห็นจะรู้อะไร แต่ก็เลือนเลื่อนไป
ลองดู ... ส้มอธิบายความคิดหรือความรู้ขณะนั้นมาดูก่อน
แล้วผมจะอธิบายของผม
.

ความคิดเห็นที่ 177 (0)
driftworm วันที่ : 02/03/2010 เวลา : 21.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ค่อยๆย่อย เดี๋ยวคงเห็นอย่างอื่นอีก
.

ความคิดเห็นที่ 176 (0)
driftworm วันที่ : 02/03/2010 เวลา : 21.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เห็นมนุษย์ผู้หญิงเคลื่อนไปด้วยการก้าว ( การมา ... การไป ... การถึง ... การจาก )
เห็นสังขารอันหนึ่งเกิดขึ้น แล้วตกไป อีกอันเกิดขึ้น แล้วตกไป อีกอันเกิดขึ้น แล้วตกไป .............>
เห็นสัตว์ในอัตภาพอย่างอื่น การเคลื่อนไปก็แตกต่าง
เห็นปัญญาที่ถูกกั้น อุดตันในสัตว์

สังขารนั่นแหละ อันหนึ่งเกิดขึ้น แล้วตกไป แล้วอันหนึ่งก็เกิดขึ้น แล้วตกไป
ความต่อเนื่องชิดไล่เรียงกันไป ดูไม่ทันก็ไม่เห็นอนิจจตา

.... เรื่องพระธาตุ ผมเฉยๆ .. อ้อ ที่ครูแดงว่าในอากาศยังมีอย่างอื่นอีก - ใช่ ๆ นี่คืออย่างหนึ่ง
.

ความคิดเห็นที่ 175 (0)
สตังค์ วันที่ : 02/03/2010 เวลา : 19.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

2..
เดินจงกรม ...หุ หุ ของหนูส้ม
มีอะไรให้พิจารณาเยอะเลยค่ะลุง

ตอนเช้าที่ทุกคนสึกกันแล้ว และทานข้าวกันเสร็จแล้วก้อแยกย้ายกันไป
หนูเดินเล่นอยู่แถวนั้น มาเจออีกทีเห็นชาวคณะที่ไปด้วยขึ้นไปสวดมนต์กันที่หน้าพระธาตุ

จึงเดินเลี่ยงออกมา เห็นศาลาอยู่ไม่ห่างกับพระธาตุนัก จึงเดินเล่นไป
กะว่าจะหาที่นั่งอ่านหนังสือที่หนีบมาด้วย พอเดินไปถึง
มองห็น ไก่ฟ้าอยู่เป็นฝูง ประมาณ 20 กว่าตัว มันวิ่งหลบหนูกันใหญ่
ไม่ใช่มันกลัวหนูอย่างเดียว หนูก็กลัวมันเหมือนกัน........แต่มันวิ่งหลบหนูไปไม่ไกล
กรงมันอยู่แถวนั้น..และหนูเห็นพื้นลาดปูนซีเมนต์ ล้อมรอบศาลา กว้างประมาณครึ่งเมตร
แบบเป็นวงกลมล้อมรอบ รอบหนึ่งก้อ ห้าสิบกว่าก้าวได้ เลยวางหนังสือลองเดินจงกลม
พื้นที่. ที่เดินมีสูงต่ำ ลาดเนินไม่เท่ากัน บางช่วงเหมือนเดินขึ้นเขา ต้องค่อยย่างก้าว
บางช่วง พื้นสม่ำเสมอ เดินเร็วได้ ช่วงนึงต้องเดินข้ามดแดงที่แดงเรียงขวางทาง
รู้สึกได้ถึงจังหวะการก้าวย่างอย่างช้า และการย่างก้าวแบบเร็ว แบบรู้สึกถึงแรงโน้มถ่วง
เดินอยู่ประมาณ 30 นาที รู้สึกเหงื่อซึมออกมา แต่ไม่มากนักเนื่องจากอากาศยังไม่ร้อน
มองตามทางที่เดิน เหยียบเศษหลอดไหที่ตกมาแตก (คิดว่าน่าจะะเป็นเศษเล็กๆ)
รู้สึกได้ถึงความเจ็บในตอนแรก.....ยังงั้ยไม่ทราบเดินไปสักพัก ไม่มีความรู้สึกว่าเจ็บแล้ว
จิต อยู่กับเท้าที่ย่างก้าว ไปเรื่อย......
รู้สึกถึงความเจ็บของเศษแก้ว แรงถ่วงของพื้นที่ระดับไม่เท่ากัน
รู้สึกถึงการผ่อนจังหวะการเดิน การก้าวย่างที่ช้า เร็ว
จนเลิกเดิน หันไปเห็นทางเดินยาว ประมาณ 30 ก้าวเลยลองเดินแบบหันกลับบ้าง
แต่มันต้องเดินเข้าไปใกล้ฝูงไก่ฟ้าพวกนั้น (ใจยังหวั่นเกรงนิด คิดว่า เอาว่ะอย่างงั้ย...ก้อแค่วิ่ง)
หนูเดินเข้าไป มันถอยหลังก้าวออกไป หนูเดินก้าวมันถอยก้าว
หนูเลยหยูดและแผ่เมตตาให้พวกมันครั้งหนึ่ง... คราวนี้พอหนูก้าว มันไม่ถอยแล้ว
มันก้มหน้าหาของกิน (มีตัวหนึ่งมันมองหน้าหนูด้วย...55555)
เดินไปกลับ แบบไม่ช้าและเร็วเกินไป เดี๋ยวไก่ตกใจ เดินได้ประมาณ 10กว่ารอบ
หยุดเดิน...และแผ่เมตตาให้พวกมัน (หนูกำลังจะกลับ)
ตอนนั้น...มีหมา 2 สองตัว กระโดดเข้ามากลางวงไก่ฟ้า ตอนนั้นหนูตกใจ รีบเดินกลับมาที่ศาลา
แล้วหันกลับไปมอง หมาและไก่ ...หมามันไล่ฟัดไก่ใหญ่เลย แถมหางมันตกด้วย (หนูเลยคิดว่า มันคงใกล้บ้าแน่ๆ)
กะว่าจะตะโกนเรียก ให้ลุงที่กวาดใบไม้มาช่วยกันไล่มัน (แต่เห็นลุงแกเฉย)
หันมาเห็นอีกที เห็นไก่ฟ้ามันบินขึ้นต้นไม้ เลยเดินถอยออกมาริมถนน
มองดู เอาใจช่วยให้มันบินขึ้นต้นไม้ ให้ได้ทุกตัว

เห็นอะไรบ้างล่ะ....ลุงหนอน
..หุ หุ คงไม่ใช่เห็นแต่นิทานที่หนูเขียนเล่าให้ฟังล่ะ...

กลับมางานนี้เห็นอะไรเพียบเลย......
รูป นาม อุปทาน การคิดไปเอง เห็นความกลัวของตัวเอง
ถ้าเรียบเรียงได้ลุงช่วยเรียบเรียงอีกทีก้อไดนะคะ.....
แต่หนูรู้สึกได้ว่า มันเกิดและดับไปแล้ว
มันดับตั้งแต่เห็น ไก่ฟ้าบินขึ้นต้นไม้ ตัวแรก
และเห็นอุปทาน คิดว่าหมา มันเป็นบ้า... (เพราะมาเห็นมาสองตัวเดินหน้าจิ้มลิ้ม ที่ศาลา)
เห็นรูป ที่ก้าวย่างเดินขึ้นถนน เห็นนามความกลัวและกังวล
เห็นรูปที่ยืน...และมองไก่ฟ้าบินขึ้นต้นไม้ทีละตัว เห็นนาม(ความกังวล) คลายออก คลายออก จนมันดับ


ปล. ตอนกลับ ก้อหลับๆ ตื่นๆ ตลอดทางอีกจนได้.......

ความคิดเห็นที่ 174 (0)
สตังค์ วันที่ : 02/03/2010 เวลา : 18.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

... กิจกรรม...ตอนที่1
วันแรกที่ไปนะรีบเคลียร์งาน ส่งของคืนแม่ ส่งลูกไปให้น้องช่วยเลี้ยง
กว่าจะกลับบ้าน เที่ยงคืน ตื่นตีสาม นัดขึ้นรถ 7 โมงเช้า แต่ไปถึงก่อนเวลาหนึ่งชั่วโมง
ขาไปเลยหลับแทบตลอดทาง
ไปถึงวัดป่าสาละวัน เที่ยง....
ไปถึงวัดหนองหญ้าปล้อง ตอนช่วงบ่าย....

ไม่ได้คุยกับอาจารย์เลย8jt มีพระอาจารย์ที่วัดแค่องค์เดียว
แต่มีสาธารณูปโภคครบครัน อาหารการกินต้องหาซื้อกินเอง
เลยต้องเหนื่อยพี่ปรี จัดหา จ้างวาน คนในวัดไปซื้อมาให้ทาน
ช่วงนั้นก้อผลัดเปลี่ยนกันอาบน้ำ ทานข้าว กวาดบริเวณรอบๆวัด
ช่วยกันทำความสะอาด

ตอนเย็น พวกพี่เค้ารอบวชเนขักมะกัน ส้มเลยไปนั่งรอด้วย
เห็นอาจารย์จ้องมาเขม็ง ท่านยิ้มให้ แต่สายตาที่มองมารู้สึกว่าจะดุ ๆ เหมือนกันนะ
(อุปทานหรือปล่าวมิรู้)

ตกกลางคืน(หกโมงครึ่ง)....... ก้อขึ้นไปบนพระธาตุเพื่อทำพิธีสวดมนต์ เวียนเทียน มีทั้งคนในพื้นที่
คนเฒ่าคนแก่ (สวดมนต์กันเก่งมาก) มาร่วมพิธีกันมากมาย

อาจารย์ นำสวดมนต์ และเวียนเทียน ค่ะ
จุดสำคัญอยู่ตรงที่ พอเวียนเทียนกันเสร็จแล้ว กลับขึ้นมาบนพระธาตุ
เห็นคนก้มลงเก็บของกันเต็มไปหมด เลยหันไปทางคุณครูแดงค่ะ
ครูแดงบอกว่า พระธาตุเสด็จ ที่ลองหาดู
เอ๋... ส้มลองเอามือกวาดไปที่บริเวณที่นั่งสวดมนต์ในครั้งแรกก้อไม่เห็นเจออะไร
เลยกวาดมือไปครั้งที่สองด้วยความอยากได้ เจอเลยค่ะ หนึ่งองค์
ตอนที่ได้รู้สึกว่า ฉันได้แล้ว (พอแล้วล่ะ มาพิจารณาได้ที่หลัง)
หันไปเห็นครูแดงและสามีช่วยกันเก็บและหากันใหญ่
ส้มเลยหามั่ง คิดว่าคงจะได้อีก... แถมพี่เค้าบอกมาว่าให้สวดมนต์ แล้วจะมาอีก
ลองสวดหนึ่งครั้ง ไม่เห็นมาเลย ลองหาใหม่ก้อไม่เจอ สามีหนูสิหาได้เป็นสิบองค์
ตอนนั้นคิดว่า ช่างเถอะเลิกหาแล้ว เพราะจะไปทำวัตรเย็นต่อแล้ว

พอกลับมา สามีหาพระธาตุได้ 20 กว่าองค์ ...เลยให้สามีเก็บไว้ให้
ครูแดงบอกว่าให้เก็บไว้ไปบูชา...
(สามีหนูสิ ชอบใจใหญ่เก็บพระธาตุได้หลายองค์)
คืนนั้นในตอนนั่งสมาธิ คิดถึงความรู้สึกที่ว่าตัวเองได้พบพระธาตุ รู้สึกดีใจที่ได้
แล้วพิจารณาต่อไปว่า พอเราได้แล้วเอามาส่องดู รู้สึกว่า แค่นี้ก้อพอแล้ว... ได้มาแล้ว พอแล้ว
อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้เองที่เราได้มาแค่องค์เดียว... ทั้งๆที่เห็นอยู่ต่อหน้าแต่ก้อมีคนเก็บตัดหน้าไป
เลยไม่หาต่อ เพราะ จิตเราพอแล้ว ไม่อยากได้แล้ว

..........................................
คืนนั้นได้นั่งสมาธิต่อ แล้วเข้านอน ตื่นทุก 1 ชั่วโมง
ตีสี่ ตื่นขึ้นมาอาบน้ำทำกิจวัตร พร้อมครูแดง และพี่หน่อย พี่น้อย พี่ปรี
ขึ้นไปเดินจงกรม และนั่งสมาธิต่ออีก สัมผัสได้ถึงธรรมชาติรอบๆตัว
แสงสว่างจากดวงจันทร์ ที่สาดส่องลงมา



ปล. เขินเหมือนกันนะเนี่ย..
ไว้จะเขียนเล่าตอนเดินจงกรม ให้อ่าน.....



ความคิดเห็นที่ 173 (0)
driftworm วันที่ : 02/03/2010 เวลา : 17.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

- มีมากกว่านั้นอีกเหรอ อืมม น่าคิด น่าคิด อะว้า ไม่คิดดีกว่า

- จ้ะ ครู จะไปชวนมาดู (จุ๊ย์จุ๊ย์ เบาๆนะ เดี๋ยวส้มเขิน อดอ่าน)


ความคิดเห็นที่ 172 (0)
ครูแดง วันที่ : 02/03/2010 เวลา : 17.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-ในอากาศมีบุญและกรรม....มีมากกว่านั้นอีกนะคะ

..............................ง

-หนูส้มเรียงร้อยถ้อยคำเสร็จแล้วไปตามมาอ่านด้วยคนนะคะ

ความคิดเห็นที่ 171 (0)
สตังค์ วันที่ : 02/03/2010 เวลา : 16.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

กำลังเรียบเรียงความทรงจำให้ค่ะลุง
รอแป๊บนะ
เพราะมันเกิดและดับไปแล้วที่ตรงนั้น

ความคิดเห็นที่ 170 (0)
driftworm วันที่ : 02/03/2010 เวลา : 15.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

โอ ... แจ่ม
เล่าให้ฟังเป็นบุญหู ให้ดูอ่านเป็นบุญตา
พิจารณาเป็นบุญใจ มั่งถิ
(อิอิ เลียนแบบสำนวนกัปตันแจ๊ค)
อยากรู้จริงๆนะ

ผมว่าผมมันไม่ใช่ฌานฤทธิ์
เป็นพวกสุตามยปัญญามากกว่า
๕๕
.

ความคิดเห็นที่ 169 (0)
สตังค์ วันที่ : 02/03/2010 เวลา : 15.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

หวัดดีค่ะ ลุงหนอน
ไปปฏิบัติธรรมมา 2 วัน...
ได้ทั้งรูปและนาม....


ความคิดเห็นที่ 168 (0)
driftworm วันที่ : 28/02/2010 เวลา : 15.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ชนชาวมาบรี หรือผีตองเหลืองเคยอยู่ป่าที่เขตเมืองสายบุรี ประเทศลาวมาก่อน ก่อนที่จะอพยพเข้ามาที่จ.น่านของไทย และไม่อยากจะอพยพไปไหนอีกถ้าไม่จำเป็น เพราะมักถูกชาวม้งจับตัวไปใช้แรงงานเป็นปีด้วยค่าจ้างเป็นหมูดำเพียงตัวเดียว
พวกเขาไม่มีจินตภาพของอาณาเขตรัฐ ของอธิปไตยบนดินแดน อยู่ในความคิดเลย ชวนให้มองมุมกลับได้ว่าเรื่องพวกนั้นเป็นสมมติกันขึ้นและตกลงยอมรับกันของคนบางพวก (พวกที่ไม่ยอมรับเหรอ ก็ปืนสิครับ ปืน)
การมีอยู่ของชนเผ่ามาบรีช่วยให้เข้าใจสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอน - บัญญติ สมมติบัญญัติ การนัดกันรู้ จนถึงอุปาทานยึดถือ นามและรูป (รูป คือ อาณาเขต ภูมิประเทศ , นาม คือ นี่ของกู นั่นของกู อธิปไตยของกู สิทธิสภาพของกู)
.

ความคิดเห็นที่ 167 (0)
driftworm วันที่ : 27/02/2010 เวลา : 09.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เหยาะมั้ง

ไม่ใช่เดาะ

ความคิดเห็นที่ 166 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 27/02/2010 เวลา : 08.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

ทอดซะหน่อย แมกกี้เหยาะ เดาะพริกไทย โอ๊ย นัวหลาย
v
v
v
v

ความคิดเห็นที่ 165 (0)
driftworm วันที่ : 26/02/2010 เวลา : 15.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

แมลงใดเริงร่า แล่นมา เกาะตาข่าย
จับไม่คลาย เอาใส่ปาก เี้คี้ยวกินเลย
๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕
.

ความคิดเห็นที่ 164 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 26/02/2010 เวลา : 13.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

ใยแมงมุม--http://www.oknation.net/blog/boy-girl/2010/02/26/entry-1

ความคิดเห็นที่ 163 (0)
driftworm วันที่ : 25/02/2010 เวลา : 21.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

...๑๖๑... ย่อหน้าล่าง ...

ผมยังไม่คิดยังงั้น หรือรู้สึกยังงั้นแฮะ
.

ความคิดเห็นที่ 162 (0)
driftworm วันที่ : 25/02/2010 เวลา : 19.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว


บ้านเก่าผม กลิเซ่ ๔๗๖ บี อยู่ในกลุ่มนี้

ความคิดเห็นที่ 161 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 25/02/2010 เวลา : 09.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

คห.159 เรายึดมันไว้ตลอดแหละครับ แต่เราไม่รู้ว่ายึดไว้ มีแต่ระดับพระอริยะ เท่านั้น ที่เห็นตามสภาวะเท่านั้น อย่างเราๆแค่รู้แล้วไม่ไปจมกับมันนานมากก็พอ..เหลือกินแล้วครับ

พี่หนอน-หลักธรรม ถ้ารู้เข้าใจ เข้าถึง สัจจะ อรรถแล้ว ต่อให้ขยายไปเรื่องไหนๆในโลก หรือไปสุดขอบจักรวาล ก็หนีไม่พ้นสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงรู้แจ้ง

ความคิดเห็นที่ 160 (0)
สตังค์ วันที่ : 25/02/2010 เวลา : 06.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

ขอโทษทีค่ะ ขอความซ้ำ


v
v
v

ความคิดเห็นที่ 159 (0)
สตังค์ วันที่ : 25/02/2010 เวลา : 06.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

คห.156 กัปตันแจ๊ค
เจ็บท้องคลอดลูก ให้ผมกับพี่คิดแทบตายก็ไม่รู้ว่าเป็นงัย
แต่เป็นพี่ส้มรู้ดีเลยอันนี้ -รู้โดยประจักษ์
**** อันรู้แจ้งโดยประจักษ์จริง อย่างแน่นอนค่ะ
ถ้าอยากรู้ไว้จะเล่าให้ฟัง...........


คห.156 กัปตันแจ๊ค
เจ็บท้องคลอดลูก ให้ผมกับพี่คิดแทบตายก็ไม่รู้ว่าเป็นงัย
แต่เป็นพี่ส้มรู้ดีเลยอันนี้ -รู้โดยประจักษ์
**** อันรู้แจ้งโดยประจักษ์จริง อย่างแน่นอนค่ะ
ถ้าอยากรู้ไว้จะเล่าให้ฟัง...........

ผมตั้งใจจะบอกว่าเพราะ ความรู้สึกของเราไปยึด ไปจับในสภาวะนั้นๆ ซึ่งมันก็เป็นสภาวะอันนั้นอยู่แล้ว
นั่นรถกู พอมันเกิดอะไรขึ้นกับรถ ก็เกิด ชอบ ชัง เศร้าโศรก หดหู่ฯลฯ
*** แล้วทำไมเราต้องเอาความรู้สึกของเราไปยึด
รถยนต์ มัน ก้อคือ รถยนต์ เอาไว้ใช้งาน เสียก้อซ่อม ไม่มีตังค์ ก้อเก็บตังค์มาซ่อม
รถยนต์ก้อคือรถยนต์ หมดสภาพตามรูปของมัน
เสียมากๆ ก้อขายเปลี่ยนคันใหม่ ไม่มีเงินเปลี่ยน ก้อซ่อมใช้ไปก่อน
ไม่มีเงินซ่อมก้อนั่งรถเมล์
ถ้ารถยนต์มันหาย ก้อแจ้งความ ว่ารถหาย
ถ้ายังผ่อนไม่หมด ก้อเป็นหนี้...

เราคิดไปเอง..........เหมือนเราวาดความรู้สึกไปเองก่อนแล้ว
แท้จริงแล้วรถยนต์ คือ รถยนต์

ความคิดเห็นที่ 158 (0)
driftworm วันที่ : 24/02/2010 เวลา : 22.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คห.๑๕๖ ย่อหน้าแรก ...
ไม่ตรงกับประเด็นที่ผมคิดน่ะ
แต่เก็บเอาไว้ก่อน

ส่วนที่โต้งว่ามานั้น เข้าใจอยู่
.

ความคิดเห็นที่ 157 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 24/02/2010 เวลา : 22.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

ต่อ..แต่สมองหนาปัญญาหยาบอย่างเราๆ ก็ต้องพึ่งการรู้ตามจากการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า จากคุณครูอุปัชฌาอาจารย์ ไม่งั้นอย่าได้หวังว่าจะยินได้ฟัง ทางเดินล้ำค่านี้ แล้วต้องหัดเดินด้วย...

ความคิดเห็นที่ 156 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 24/02/2010 เวลา : 22.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

คห.150
อายตนะรับรู้ของเราหยาบมาก จึงรับรู้จักรวาลทั้งก้อนไม่ได้ไม่ได้ในคราวเดียว ใจเราก็ช้ามาก เราจึงรับรู้
สรรพสิ่งแบบนิดนึง นิดนึง นึง และรับรู้แบบเป็นลำดับ---เป็นธรรมดาของสภาวะ เรารับได้ที่ละอารมณ์ แต่ละอารมณ์ๆ ก็เป็นปัจจัยนึง ให้เรารับรู้โดยสมบูรณ์ในความหมาย ก็เหมือนกับตัวอย่างข้างล่าง เรื่องการอ่าน ....

อีกประการหนึ่ง เป็นข้อเตือนใจเรื่องการใช้เหตุผลแบบโลก หรือตรรก เป็นทางเข้าถึงสัจจธรรม
ตรัสว่า ธรรมนี้ไม่ใช่วิสัยที่จักเข้าถึงได้ด้วยตรรก
-ใช่ครับคิดให้ตายก็ไม่ีรู้ ถ้าไม่เจอกับตัว ก็เหมือน เจ็บท้องคลอดลูก ให้ผมกับพี่คิดแทบตายก็ไม่รู้ว่าเป็นงัย
แต่เป็นพี่ส้มรู้ดีเลยอันนี้ -รู้โดยประจักษ์

ความคิดเห็นที่ 155 (0)
driftworm วันที่ : 24/02/2010 เวลา : 22.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อ้อ ของรักของข้า My precious!
.

ความคิดเห็นที่ 154 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 24/02/2010 เวลา : 22.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

ขออภัยครับพิมพ์ตก
กุสลาธัมมา -สภาวะธรรมที่เป็นกุศล
อกุสลาธัมมา -สภาวะธรรมที่ไม่เป็นกุศล
อัพยากตาธัมมา -สภาวะธรรมที่ไม่เป็นทั้งกุศล และอกุศล
ผมตั้งใจจะบอกว่าเพราะ ความรู้สึกของเราไปยึด ไปจับในสภาวะนั้นๆ ซึ่งมันก็เป็นสภาวะอันนั้นอยู่แล้ว
เช่น รถยนต์ ก็เป็นของมัน มีเครื่อง มีเบาะ มีสี แต่เราไปมีความรู้สึกว่า นั่นรถกู พอมันเกิดอะไรขึ้นกับรถ ก็เกิด ชอบ ชัง เศร้าโศรก หดหู่ฯลฯ

ความคิดเห็นที่ 153 (0)
driftworm วันที่ : 24/02/2010 เวลา : 21.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

หนังสือเล่มนั้น ผมก็ได้ข่าวมันในหน้าแนะนำหนังสือ
สมัยเข้ากทม.ตอนปี ๒๕๑๔ ก็มีหนังสือฉบับกระเป๋า โครงการของชัยพฤกษ์ สนพ. ทวพ.
ชื่อหนังสือ ทฤษฎีสัมพัทธภาพ ของไอน์สไตน์ เขียนโดย ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล
กับหนังสือฉบับกระเป๋าเรื่องทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ โดย นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ จฬ.
สมัยที่ทำนิยายวิทยาศาสตร์ออกมาเป็นตับ
.... แต่ผมอ่านได้สองสามหน้าแรก ก็วาง .. ไม่รู้เรื่อง

ที่ผมเขียนในคห.ล่างๆนั้น มาจากอะไรบางอย่างมันไหลในความคิด ค่อยๆตกตะกอน
เมื่อปี ๒๕๓๙ - ๔๐ เคยเขียนไปที่บัญชร สิงห์สนามหลวง (ตอนนั้นอยู่ที่ นสพ.ผู้จัดการรายวัน วันพฤหัสบดี)
ว่า เวลา เกิดจากมีตัวรับรู้ไปรับรู้ ๓ เรื่อง
- เหตุการณ์
- ลำดับของเหตุการณ์
- ความต่อเนื่องของเหตุการณ์
เรามีสำนึกในความเป็น "เวลา" อย่างมีเงื่อนไข ๓ ข้อ
- จุดหรือตำแหน่งที่เราอยู่ และมีความรับรู้ เช่นเรายืนสังเกตบนโลกหรือบนดวงจันทร์หรือที่ดวงอาทิตย์ หรือ ฯลฯ
- พิสัย (range) ของอายตนะรับรู้ เช่น ตาเรารู้เห็นเรื่องไม่ไกลเกิน ๑ ก.ม. หากเรามีกล้องส่องมาช่วย ก็ไม่ไกลไปขนาดเป็นพันปีแสง
- จุดอ้างอิง จากตำแหน่งที่เรายืนสังเกต เช่น เรายืนบนโลก รับรู้เวลาโดยอิงกับดวงอาทิตย์ของเรา

จากเงื่อนไขสามข้อของสำนึกเรื่องเวลา เราจึงจะเห็นว่าในจักรวาลมีเป็นล้านๆระบบดวงดาว ที่มีดาวศูนย์กลางอ้างอิงของมัน
มีดาวบริวารในระบบของมัน นับว่าเป็นระบบเวลาระบบหนึ่งๆ ของแต่ละกลุ่มระบบดาว
ระบบเวลาจำนวนเป็นล้านระบบในจักรวาลจึงทับซ้อนกัน เกยกัน พาดผ่านกัน มากมาย จึงไม่อาจบอกว่าเวลาในอวกาศเป็น
เส้นตรง หรือเวลาในอวกาศเป็นเส้นโค้ง

ตอนนั้นยังไม่คิดไปถึงว่า อดีต ปัจจุบัน อนาคต อยู่ที่ตำแหน่งเวลาเดียวกัน เพิ่งรู้สึกถึงมันเมื่อกลางปีที่แล้ว

เรื่องของสตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง ยังไม่เคยเห็นเล่มจริง และไม่เคยอ่าน
ส้มจะขีดเส้นพักไว้ แล้วค่อยรื้อมาทวนกันวันหน้าก็ได้
.

ความคิดเห็นที่ 152 (0)
สตังค์ วันที่ : 24/02/2010 เวลา : 21.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

คห.150..ลุงหนอน
แต่ช่างมันเถอะ เรื่องนี้ไม่ได้เป็นตัวแก่นความรู้ที่พระพุทธเจ้าสอน ไม่ได้เป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์
ทรงสอนเน้นแต่เรื่องอริยสัจจ์ ๔
...................
อย่างพึ่งนะลุง หนูเก็บไว้ก่อน
เมื่อหลายปีก่อนได้หนังสือมาเล่มหนึ่ง ชื่อว่า " ประวัติย่อของ กาลเวลา "
โดย สตีเฟน ฮอว์กิ้ง...
แปลโดย รอฮีม ปรามาท
อ่านอย่างไรก็ไม่เข้าใจ หรือไม่มีสมาธิ นึกภาพไม่ออก และไม่เข้าใจศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ และไม่ได้สนใจอย่างลึกซึ้ง
ตอนนั้นซื้อมาเก็บไว้ คิดเพียงแค่ว่า ชื่อแปลกดี และคนเขียนเป็นอัจฉริยะ ที่นั่งบนรถเข็น
เดี๋ยวค่อยอ่านใหม่ วันนึงจะทวงถาม มีหลายจุดที่ไม่เข้าใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 151 (0)
driftworm วันที่ : 24/02/2010 เวลา : 20.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อภิธรรมที่สวดในพิธีศพนั้น เป็นคาถา(คำกลอน) ๗ บท ๗ หัวข้อ จึงมักเรียกกันว่า
พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ตอนที่ผมบวช พระอนุศาสน์บอกผมว่า ๗ บทนั้นรวบเอาเนื้อหา
ที่เป็นแก่นพระธรรมที่ตรัสสอนทั้งหมดไว้ ย่นย่ออยู่ในนั้น
มีหนังสือแปลมนต์นี้ด้วยนะ ผมอ่านคำแปลแล้วสะดุดใจกับบทที่ชื่อ กถาวัตถุ หรือบท
ปุคคลบัญญัติ ก็จำไม่ได้ ที่ว่า ปุคคโล อุปลัพภติ ... สัจฉิกัจโถ ตโต โส ...... เพราะอ่านคำแปล
แล้ว มีท่อนที่บอกว่า ... ที่ท่านถาม กล่าวในตอนต้นกับตอนท้ายไม่ตรงกัน .. จึงไม่สามารถตอบได้
ทำให้ฉุกใจ ลองอ่านทวนไปมาก็ไม่พบว่าไม่ตรงกันรงไหน จนเป็นสิบๆเที่ยวถึงได้ อ๋อ
ประโยคและเนื้อความที่ดูเหมือนกันหมด แม้เพียงสลับที่สลับตำแหน่งของคำที่เป็น "ตรรก"
(เช่นคำว่า เพราะ เพราะเหตุ..) ความหมาย ทิศทาง นื้อหาของความเข้าใจก็เปลี่ยนไป
เมื่อความเข้าใจเปลี่ยนหรือผิดทิศ ความรู้(คือปรัชญา)ก็เปลี่ยนหรือผิดทิศ จากที่ว่าเป็นอนัตตา
ก็จะกลายเป็นว่าไปรับรองอัตตาว่ามีอยู่ ... สุดท้ายในคาถานั้น ผู้วิสัชชนาจึงต้องชี้แจงว่า
ไม่สามารถตอบเฉลยให้ได้ ตอบไปก็สร้างความเข้าใจผิดเพราะผู้ถามเองยังสับสนในคำถามของตัวเอง

อีกประการหนึ่ง เป็นข้อเตือนใจเรื่องการใช้เหตุผลแบบโลก หรือตรรก เป็นทางเข้าถึงสัจจธรรม
ตรัสว่า ธรรมนี้ไม่ใช่วิสัยที่จักเข้าถึงได้ด้วยตรรก
.

ความคิดเห็นที่ 150 (0)
driftworm วันที่ : 24/02/2010 เวลา : 20.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คห.๑๓๘ นั้น ผมหมายถึงสิ่งที่เรียกว่า "เวลา" นั้น เป็นจิตสำนึก เป็นความรู้สึก ที่มีในคน สัตว์ เป็นสมมติ
สมมติว่าระยะเวลาจากกำเนิดโลกมาจนวันนี้เป็นเส้นแป้งปาท่องโก๋ยาวๆบนร้านนวดแป้ง เรากางสองแขน
ออกจ่อที่ปลายทั้งสอง ตบมันเข้าหากันให้รักษาเส้นตรงไว้ นั้นคือ "เวลา" ย่นหากันเป็นก้อนเดียว
จักรวาลทั้งหมดก็เป็นก้อนเดียว เราเห็นมันเหมือนมีหลากหลายเทหวัตถุก็เพราะเราไปจับเอาช่องว่างใน
ก้อนจักรวาล ช่องว่างคืออากาสธาตุ ช่องว่างก็รวมอยู่ในก้อนเดียว เหมือนเราบิก้อนขนมตาลหรือขนม
ถ้วยฟู เราก็เห็นช่องว่างในก้อนเดียว
อายตนะรับรู้ของเราหยาบมาก จึงรับรู้จักรวาลทั้งก้อนไม่ได้ไม่ได้ในคราวเดียว ใจเราก็ช้ามาก เราจึงรับรู้
สรรพสิ่งแบบนิดนึง นิดนึง นึง และรับรู้แบบเป็นลำดับ
---- แต่ช่างมันเถอะ เรื่องนี้ไม่ได้เป็นตัวแก่นความรู้ที่พระพุทธเจ้าสอน ไม่ได้เป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์
ทรงสอนเน้นแต่เรื่องอริยสัจจ์ ๔
--- อย่างความรู้เรื่องว่า ยังมีดาวโลกเหมือนโลกที่เราอยู่นี้อีกเป็นพันพันในจักรวาล ถ้าพระสาวกไม่ทูลถาม
ก็ไม่ใช่วิสัยที่จะตรัสเอง
.

ความคิดเห็นที่ 149 (0)
สตังค์ วันที่ : 24/02/2010 เวลา : 19.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

อาทิตย์ที่ผ่านมาไปงานศพมา 2 งานติดกัน
เลยปริ๊น บทสวดพระอภิธรรมมาอ่านซะเลย
มาเจอพอดี เก็บความไม่เข้าใจใส่ลิ้นชักไว้ก่อน...


V
V

ความคิดเห็นที่ 148 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 24/02/2010 เวลา : 15.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

คห.-138 พี่หนอน
กุสลาธัมมา -ธรรมที่เป็นกุศล
อกุสลาธัมมา -ธรรมที่ไม่เป็นกุศล
อัพยากตาธัมมา -ธรรมที่ไม่เป็นทั้งกุศล และอกุศล
ล้วนแล้วแต่หนีไม่พ้น เบื้องต้น ท่ามกลาง เบื้องปลาย
เกิดขึ้นในเบื้องต้น แปรปรวนในท่ามกลาง ดับไปในเบื้องปลาย
..ทุกขณะหนึ่งล้วนเป็นทั้งปัจจัยทั้งผลให้อีกขณะหนึ่ง
อดีตเหตุ-ปัจจุบันผล-ปัจจุบันเหตุ-อนาคตผล....
อ้าวกินอาหารกับขนมแล้วก็เตรียมกรวดน้ำกันได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 147 (0)
สตังค์ วันที่ : 24/02/2010 เวลา : 14.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

กัปตันแจ๊ค
.... คุยกับลุงหนอน คห.138 ก่อนสิ เดี๋ยวพี่เข้าใจอะไรผิดอีก (ขยายความ)
ยังไม่ค่อยเข้าใจ ภพ - ชาติ เท่าไหร่

ความคิดเห็นที่ 146 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 20/02/2010 เวลา : 09.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

พี่ส้ม
เรื่องคำศัพท์บาลี ผมรู้น้อยครับ
--คห 144 ใช่ครับ ความรู้สึกที่ไปจับความหมายช้าลง จิตจะไปที่จับพยัญชนะ
การฟัง ก็เหมือนกัน พระอาจารย์ผมสอนว่าลองค่อยๆฟังทีละคำ
-คห.145 ใช่ครับ

ความคิดเห็นที่ 145 (0)
สตังค์ วันที่ : 20/02/2010 เวลา : 07.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

คห.139 สวัสดีค่ะ ครูแดง
- ลุงหนอน แกกลัวทำบ้านแกเลอะเทอะค่ะ หุ หุ
.....................................................................
บ่อยครั้งที่อ่านเรื่องที่จ่าจินต์ไปเยี่ยมคนป่วย เคยพิจารณาว่า บุคคลเหล่านั้น ชาติก่อนทำอะไรมา ชาตินี้จึงเป็นเช่นนี้

- เคยได้ยินพี่ชายเปรย ไว้ว่า "บุคคลเหล่านั้น ชาติก่อนทำอะไรมา ชาตินี้จึงเป็นเช่นนี้"
ว่าเป็นกรรม (ผลจากการกระทำ) ให้เราเข้าไปช่วยอย่างไร ถ้าวิบาก เค้ายังไม่หมดไป
เค้าก้อยังต้องทุกข์ทรมานเป็นเช่นนั้นอยู่เรื่อยไป ไม่เกิดเรื่องหนึ่ง ก้อเกิดอีกเรื่องหนึ่งขึ้นอยู่ดี
คนที่ได้รับทุกข์ต้องหมั่นทำบุญ ให้จิตคลายลง ให้วิบากลดลงด้วย
ถ้าเค้ารับการช่วยเหลือ แล้วรอแต่ความช่วยเหลือ ไม่ได้ต้องสอนให้รู้จักช่วยเหลือตัวเองด้วย
จะเป็นการก่อกรรมต่อเนื่องไปอีก

ความคิดเห็นที่ 144 (0)
สตังค์ วันที่ : 20/02/2010 เวลา : 07.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

คห.135 กัปตันแจ๊ค/ลุงหนอน

ใช่อารมณ์เรารับได้ที่ละหนึ่ง การทำงานของใจมันเร็วมาก

- ผม... ก็...... พิมพ์.........ที..............คำ......................แล้ว..........................เวลา..................พี่.........................................อ่าน

******* (..........) มันคือสันนตติ ใช่ไหม...

- ถ้าเราอ่านให้ ช้า... ช้า........... ช้า.............ช้า................................ ลงทีละคำ
ความรู้สึกมันขาดหายไป

- ผม.... (หยูด)......ก็.......(หยุด) ...... (พิมพ์)..........หยุด
มันขาดความต่อเนื่อง หายไป

ความต่อเนื่อง...
(ยืมลุงมา)... เมื่อเข้าใจเป็นอันดี ก็รู้ตัวว่ารูปและนาม ก็สำรวมในอายตนะหก > สำรวมในผัสสะ > เวทนาเกิดก็สักแต่เวทนาที่เสวยอยู่
> ตัณหาเบาบาง > อุปาทานจางลง > ภพก็บรรเทา > ชาติ ชรา มรณะ โศกฯ จึงจางลง จางลง
ในที่สุดเมื่อเสวยเวทนาก็สักแต่เวทนา ไม่ไปต่อ


*************************************************************************************
มันก็โดนปัจจัยอื่นเข้ามา(คนซื้อ) ทำให้เจตนาแรกที่จะเขียนมันอ่อน
บางครั้งนึกไว้แล้วก็ลืม ....ที่พิมพ์นี่ก็ตกไปเรียบร้อยแล้ว

.... พักก่อนเป็นบ่อย ..... เลยไม่รู้จะตอบลุงหนอนอย่างไร
แต่รู้สึกว่า ได้ตอบตัวเองแล้ว และกล่องลิ้นชัก มันว่างหายไปซะง้าน..........แหละ

ความคิดเห็นที่ 143 (0)
สตังค์ วันที่ : 20/02/2010 เวลา : 07.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

คห.138
- ส้มระวังในหัวจะตีกัน ต้องปั่นมูลิเหน็กซ์ก่อนบริโภค
เด๊ยวหาเครื่องปั่น (เวลาก่อน) จะกลับมาบริโภค

ความคิดเห็นที่ 142 (0)
driftworm วันที่ : 19/02/2010 เวลา : 22.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

...๑๔๐... กัปตันแจ๊ค
แปลว่า ถ้าไม่ต้องกิน ซะ
ก็ไม่ต้อง ปวดท้อง
และทั้งไม่ต้อง ไม่ปวดท้อง

ความคิดเห็นที่ 141 (0)
driftworm วันที่ : 19/02/2010 เวลา : 22.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

...๑๓๙... พี่แดงครับ
มุมเล็กข้างหน้าต่างน่ะครับ เอาไว้ออกลิงออกค่าง แหกปากได้

แหม ผมอุตส่าห์ปั่นขึ้น "กระทู้ที่แสดงความเห็นล่าสุด" ตั้งสามสี่วัน
แต่ในที่สุดก็เตะตาพี่แดงจนได้
ฮา
.

ความคิดเห็นที่ 140 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 19/02/2010 เวลา : 14.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

หวัดดีครับ-ครูแดง
สาธุ สาธุครับ
กรรม-อุปมาเหมือนกับการกินอาหาร
กินของสะอาด แล้ว ก็อิ่มโดยไม่ปวดท้อง ท้องเสีย
กินของไม่สะอาดแล้วก็อิ่มเหมือนกันแต่ปวดท้อง ท้องเสีย

ความคิดเห็นที่ 139 (0)
ครูแดง วันที่ : 19/02/2010 เวลา : 11.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-ครูแดงผ่านไปได้ไงคะ เอนทรี่นี้

-อ่านการปุจฉา วิสัชนา ของน้องๆแล้ว ทึ่ง ค่ะ

-โห..ตัวรู้ "ใครคือผู้รู้" ตามหาทุกวันตอนตีสี่ ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนเลยค่ะ

- แต่ เชื่อเรื่องกรรมนั้นมีจริง ทั้ง กรรมดี และไม่ดี

-บ่อยครั้งที่อ่านเรื่องที่จ่าจินต์ไปเยี่ยมคนป่วย เคยพิจารณาว่า บุคคลเหล่านั้น ชาติก่อนทำอะไรมา ชาตินี้จึงเป็นเช่นนี้

-แล้วสงสัยว่าคนที่เกี่ยวข้อง ทำอะไรไว้จึงได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับพวกเขาเหล่านั้น

-คนเข้าไปช่วยเหลือนั่นนะ เขาบำเพ็ญ กรุณาบารมีหรือ สงสัยๆๆๆ


-พักนี้อ่านหนังสือตัวเล็กๆ มากๆแล้วไม่ค่อยดีเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 138 (0)
driftworm วันที่ : 19/02/2010 เวลา : 11.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ผมแปะคห.๖๗ ที่บล๊อกคุณนินจา (กระทู้ก่อนหน้า) ข้อความมีดังนี้ (ส้มระวังในหัวจะตีกัน ต้องปั่นมูลิเหน็กซ์ก่อนบริโภค)

>>>........ >>>>>

ว่าจะเขียนเรื่อง "เวลา" หรือ กาล ที่บล๊อกผมต่อจากตอนแรก แต่มันเหนื่อยมหาศาล ก็ยั้งไว้อยู่อย่างนั้น
ผมจะลองไล่เป็นบันทึกย่อ เผื่อคุณนินจาจะมองทะลุ

๑. เรารู้ว่ากลางวันกลางคืนหรือหนึ่งวันบนโลกเรา กับบนดาวเพื่อนบ้านอื่นๆมันไม่เท่ากัน เราอยู่บน
ดาวไหนก็ต้องปรับตัวให้คุ้นกับเวลาของดาวนั้น แต่ถ้าเราใช้ดาวที่เรายืนอยู่ ณ เวลาหนึ่งเป็นจุดสังเกต
ไปที่ดาวอื่นละ สมมติเรายืนบนดาวพลูโต มองมาที่โลกเรา เราเห็นดาวโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ไปครบ
หลายรอบ เป็นร้อยรอบแล้ว เราบนดาวพลูโตเพิ่งไปครบรอบดวงอาทิตย์รอบเดียวเอง
ระยะทาง ความเร็ว ขนาด ความกว้างของอาณาที่โคจร จุดที่ถือเป็นศูนย์กลาง ล้วนเป็น"ปัจจัย" ให้เกิด
แรงกระเพื่อม มีความสั่นสะเทือนต่อวัตถุแต่ละอันไม่เท่ากัน
เหมือนบนผิวน้ำในสระ มีขันพลาสติกลอยอยู่ มีขยะนานาลอยอยู่ พอเอาหินโยนตูมลงไป ปฏิกิริยาที่ชิ้น
ขยะแต่ละอันมันกระเทือน ไม่เท่ากัน
***แต่ถ้าระบบสุริยะทั้งระบบย่อขนาดลงมาเหลือเท่าขันน้ำละ ดวงนั้นดาวนี้จะมีเวลาโคจรกี่ปีกี่ปี มันก็
อยู่ตรงนั้นแหละ เราเห็นทั้งหมดตรงนั้นแหละ ที่ช่วงขณะเวลาเดียวกัน***

๒. เรารู้ว่า แสงดาวแต่ละกระพริบบนฟากฟ้าที่เราเห็นนั้น รู้กันแล้วว่ามันส่งแสงมาตั้งแต่เป็นสิบเป็นร้อย
ล้านปีมาแล้ว แต่อณูของแสงเพิ่งเดินทางมาถึงกระจกตาเราที่นี่วันนี้ตรงนี้ อดีตยาวไกลโพ้นอยู่กับเราตรงนี้
ในทำนองเดียวกัน ทุกอย่างที่เราทำทุกเมื่อเชื่อวัน ก็คือ"อนาคต"ของดาวดวงอื่นที่ไกลออกไป
แล้วถ้าอาณาบริเวณทั้งหมดที่รวมเอาดาวข้างหน้าโน้น รวมเอาโลกเรา รวมเอาดาวที่เราเห็นแสงมันอยู่นี่ มัน
ย่อขนาดลงมาเหลือเท่าขันตักน้ำละ ทั้งปัจจุบัน อดีต อนาคต อยู่ตรงหน้าเราทั้งหมดที่ตำแหน่ง"เวลา"เดียวกัน

อันเป็นจริงด้วย เมื่อเราพบปรากฏการณ์หลุมดำ และบิ๊กแบ็ง พบผลของมัน พวกพัลซ่าร์ คว้าร์ก .......

หากเรามีดวงตาขนาดใหญ่เท่าจักรวาลทั้งหมด เราก็เห็นอยู่เองแหละว่า นั่นๆ ดาวดวงนั้นส่งอณูแสงออกไป
ไอ้ชีวิตเล็กๆบนบนดาวที่ห่างไปมันบอกมันเพิ่งเห็นแล้วก็เห็นเมื่อล่วงเลยไปเป็นสิบเป็นร้อยปีของมันด้วย แต่
กับเรา เราก็มองทุกอย่างมันตรงหน้านี่แหละ เกิดขึ้นที่นี่ ตรงนี้ พร้อมกัน ไม่ว่าอดีต ปัจจุบัน อนาคต แต่ไอ้พวก
ชีวิตที่"มีธาตุวิญญาณรับรู้"ใน "ก้อน" เดียวที่อยู่ตรงหน้าเรามันบอกว่า "ไม่จริง มันแยกเป็นอดีต ปัจจุบัน อนาคต"
ต่างหาก นั่นเป็นเพราะขีดจำกัดของความรับรู้ของแต่ละชีวิตเล็กๆนั่น รวมทั้งขีดจำกัดของพื้นที่ ระยะทางที่
พวกตัวเล็กๆนั้นใช้ชีวิตอยู่
ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะความกระเพื่อมของธาตุทั้งมวล

เมื่อในร่างกายที่จำกัดมากๆของเรานี้ ไม่มีดวงตาใหญ่มหาศาลขนาดนั้น เราเห็นปรากฏการณ์ทั้งหมดตรงหน้า
ไม่ได้ ก็ไม่ควรจะสรุปฉึบว่า ไม่จริง สิ่งที่จริงคือที่ตาเราขณะนี้เห็นได้ ที่เราขณะนี้คิดเอาได้ (เข้าถึงได้วยการคิด)
เท่านั้น อื่นๆนอกจากนี้เป็นอันไม่จริงทั้งหมด

๓. สรูปว่า ไม่ว่าคุณนินจาจะเกิดตายมาแล้วกี่ชาติ มันก็ไอ้ขณะหนึ่งเดียวนี้เอง มันแตกออกเป็นชาติๆนับไม่ถ้วน
ก็เพราะขีดจำกัดของอัตภาพ และขีดจำกัด กับปัจจัยที่จะรับรู้แรงกระเพื่อมนั้น
ที่ตบตีกันมาตั้งแต่ในประวัติศาสตร์ดึกดำบรรพ์ จนวันนี้ ล้วนเป็นเหตุการณ์หนึ่งเดียวเท่านั้น ณ ขณะเวลาเดียว
เท่านั้น ในก้อนสารแห่งจักรวาล
เรื่อง อากาสิก ฯ ที่ผมเขียนที่บล๊อกผม ก็คือ "อาการ" อันหนึ่งของธาตุในจักรวาลที่กว้างใหญ่กว่าอัตภาพตัวเรามาก
.

ความคิดเห็นที่ 137 (0)
driftworm วันที่ : 19/02/2010 เวลา : 10.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คห.๑๓๖ กัปตันแจ๊ค
[ ....ที่พิมพ์นี่ก็ตกไปเรียบร้อยแล้ว ]

รีบเก็บขึ้นมาตั้งใหม่สิครับ น้อง


..ล้อเล่น.. เข้าใจ เข้าใจ บางคห.ผมพิมพ์อยู่ชั่วโมงกว่า
.

ความคิดเห็นที่ 136 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 19/02/2010 เวลา : 09.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

จริงๆน้าผมถึงอยากหาเวลาคุยกันมากกว่า เวลาผมขาย ของไป พิมพ์ไป ไอ้ที่ตั้งใจจะเขียน มันก็โดนปัจจัยอื่นเข้ามา(คนซื้อ) ทำให้เจตนาแรกที่จะเขียนมันอ่อน บางครั้งนึกไว้แล้วก็ลืม ....ที่พิมพ์นี่ก็ตกไปเรียบร้อยแล้ว

ความคิดเห็นที่ 135 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 19/02/2010 เวลา : 09.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

พี่ส้ม ตัวอย่างจาก คห 96
ตัว หนัง สือ ที่ ผม พิมพ์ เนี่ย
ผม ก็ พิมพ์ ที ละ คำ แล้ว เวลา พี่ อ่าน ก็ อ่าน ที ละ คำ แล้ว ทำ ไม ถึง เข้า ใจ ความ หมาย ของ ประ โยค หล่ะ
เราอารมณ์ได้ทีละหนึ่ง ก็เหมือนกับการอ่าน เราอ่านทีละคำ แต่อ่านจบทำไมถึงรู้ความหมายหล่ะ
เพราะแต่ละคำก็เป็นปัจจัยให้ความหมายสมบูรณ์ การทำงานของใจมันเร็วมาก

ความคิดเห็นที่ 134 (0)
สตังค์ วันที่ : 19/02/2010 เวลา : 02.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

ลุงเชื่อไหมว่า ตั้งแต่อ่านหนังสือออก เข้าใจ
ส้มอ่านหนังสือการ์ตูน และนิยาย มาไม่ต่ำกว่า หมื่นเล่ม
ทั้งที่เช่า และ ซื้อ อ่านจากห้องสมุด.........
แต่อย่าได้ถามว่า นักเขียนคนนี้ชื่ออะไร ผลงานเป็นอย่างไร
มีนักเขียนในดวงใจไหม..........จำได้แต่เพียงว่า ถ้าหยิบหนังสือมาโดยไม่มองชื่อคนเขียน
จะจำได้ว่า เคยอ่านสำนวนแบบนี้ไหม แล้วรู้สึกอย่างไร....
ลุงเคยบอกว่า สำนวนหนูเหมือนนิยาย จำได้ไหม เขียนนิยายขายได้ หุ หุ
แต่หนูเขียนไม่ได้หรอกนะ ได้แค่อ่าน


ตอนอายุ 14 อ่านนิยายเรื่องสายโลหิต 2 เล่มใหญ่ น้ำตามันไหลออกมาเองเลย
พอไปดูละคร ที่ศรรามเล่นกับ กบ ก้อไม่ได้อินตาม
ส้มอ่านนิยายรัก เรื่องสั้น สารพัดแนว แฟนตาซี เกาหลี อิงประวัติศาสตร์ ฯลฯ
อ่านไปงั้นๆ แหละ บางเรื่องอ่านอารัมบท ก้อไม่ต้องอ่านอีก
บางเรื่องอ่านบทแรก และบทสุดก้อมี...บางเรื่องอ่านมันซ้ำไปซ้ำมา 2 รอบ 3 รอบยังติดค้างในอารมณ์
ถ้าอ่านแบบครั้งเดียวจบ ความรู้สึกมันจะจบตาม
อย่าได้มาถามเชียวว่า พระนางเรื่องนั้นชื่ออะไร เพราะมันจบไปแล้ว
เกิดขี้น....ต่อเนื่อง....ดับไป... มิเช่นนั้น คงมีขยะในสมองหนูเยอะมาก
ที่เห็นเพราะว่ามีช่วงหนึ่ง อ่านนิยายวันละ 3 เรื่อง
เลยได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์


ส้มเห็นมานานแล้วนะถึงการกระทบซึ่งอารมณ์ การรับสาร
แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร...น่ะ

การอ่านหนังสือธรรม จะเป็นอีกแนว ไม่มีอารมณ์ร่วมแต่ต้องพิจารณาตาม
เคยอ่านนิยายจบ แล้วมาอ่านหนังสือธรรม เห็นได้ชัดมากถึงความแตกต่าง

ส้มรู้สึกอย่างหนึ่งว่า คนที่รับเป็นภาพ จะจับความละเอียด ขั้นตอน ลำดับ(เหมือนคอมพิวเตอร์) ได้ดีกว่า
คนที่อ่าน คนอ่านหนังสือส่วนใหญ่จะรับความรู้สึกได้เร็วกว่า รู้สึกตัวมากกว่า คนที่รับเป็นภาพ

เคยอ่านนิยาย ที่มีภาพประกอบด้วย รู้สึกไม่ได้อินตามเลยนะลุง
จิตเรารับได้ทีละ 1 ถ้ามันขาดตอน.....เหมือนจะไม่เกิดความต่อเนื่องของอารมณ์
การอ่านและมองภาพ ถ้าภาพไม่เหมาะจะขาดอารมณ์ต่อเนื่อง
ดังนั้นเมื่อเราได้ฟังเพลง ที่ได้ยินแบบต่อเนื่อง...........จึงรู้สึกเคลิ้ม

และถ้าหมอหวันคิดจะรวมเล่มเป็นหนังสือ ต้องลองคิดถึง "ผู้รับสาร" ว่าจะรับรูปแบบไหนดี



*************************************************************************************************
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

เขียนคุยกับลุงหนอนเห็นอัตตาตัวเองเพียบเลย ดีกว่ากดอัตตาดัวเองไว้
เห็นมันแล้ว จะได้ไม่มีอะไร เพียงแค่นั้นเอง และคงเป็นเช่นนั้น


ความคิดเห็นที่ 133 (0)
driftworm วันที่ : 19/02/2010 เวลา : 02.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

๑. 0101011100110 คือระบบการทำรูปรอยเครื่องหมายสัญลักษณ์ แทนรูป นาม ภาษาพระเรียกว่า บัญญัติ นัดกันรู้
ส้มเคยคุยกันแล้วเรื่องที่ เล่นกับเพื่อนว่ามาตกลงกันว่าถ้าพูดคำนี้ สำหรับเราสองคนจะหมายความว่ายังงี้ๆนะ

๒. นึกภาพหลอดไฟกระพริบที่เราเอามาประดับงานแต่งงาน งานเฉลิมฉลอง ที่มันกระพริบวิบวับวิบวับสิ ถ้าเราจับมันมาขึงเรียงกันเป็นเส้นตรง ๖๔ หลอด ดูมันกระพริบไม่พร้อมกัน ดวงไหนสว่างขึ้น ถือว่าเป็น 1 ดวงไหนมืดลงให้ถือเป็น 0 ถ้าส้มถ่ายภาพด้วยกล้องความเร็วสูงจับภาพมันที่ขณะเดียวไว้ ได้ภาพแล้ว ส้มก็มานั่งถอดรหัสจดลงไปเรียงแถวว่า 10101100111001001.....จนครบ ๖๔ ตัว
นั่นแหละคือรหัส ๖๔ บิท ตามรหัสที่ส้มจดได้ ส้มก็สมมติตั้งค่าให้มันแทน ก ก็ได้ แทนอะไรก็ได้ตามแต่ตกลงกัน
สถาบันคอมพิวเต้อร์สากลเขามีการวางหลักมาตรฐานเรื่องรหัสนี้ไว้ เรียกว่ามาตรฐาน แอ๊สกี้ (ASCII)
สมองของเรา เซลล์ที่เป็นเม็ดวุ้นโปรตีนแต่ละเม็ดแต่ละเซลล์น่ะ มันก็มีสถานะที่กลับไปกลับมาระหว่าง 1 กับ 0 เหมือนกัน ต่างกับตัวอย่างเรื่องหลอดไฟเมื่อกี้ตรงที่
๒.๑ ไม่รู้ว่าสมองเราเป็นระบบกี่บิท อาจเป็น ๑๒๘ บิทก็ได้
๒.๒ แถวชุดรหัสมันไม่ได้ขึงเป็นเส้นตรงในก้อนสมอง แต่ขดไปมาหงุกๆหงิกๆ

ส่วนที่เป็นปัญญาความจำแบบโลกย์มันก็เก็บบันทึกในเม็ดวุ้นพวกนั้นแหละ
.................................

ความรัก รัก รัก ที่พูดกัน มันคือที่ระดับเม็ดวุ้นพวกนั้น หรือที่ระดับของ "ใจ" หรือตัวรู้ กันแน่ละ ฮะฮะฮ่า
หรืออยู่ใน DNA
เคยดูหนัง แอ็นนิแหมะ เรื่องวิวัฒนาการของโลกและสัตว์ในโลก ที่ญี่ปุ่นทำออกมาตามทฤษฎีวิทยาศาสตร์ สัญชาตญาณสืบพันธุ์ของมนุษย์มันวิวัฒน์มาตั้งแต่เป็นสัตว์เซลล์เดียว ในน้ำ จนเป็นสัตว์หลายเซลล์หยาบๆ และขึ้นบก ระบบสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เพื่อให้อยู่รอดแม้อยู่เดี่ยวๆ จนเริ่มเป็นสัตว์ชั้นสูง แบ่งแยกเพศ สัญชาตญาณนั้นถูกบันทึกในรหัสที่ DNA มันเหมือนนาฬิกาที่คอยปลุกเร่งเร้าให้สัตว์ทำกิจกรรมดำรงพันธุ์

นั่นเป็นทฤษฎีวัตถุ วิทยาศาสตร์ที่ยอมรับกัน
แต่ในอัคคัญญสูตร พูดถึงบางช่วงเวลาที่โลกแตกร้างเป็นหินเหลวร้อน สัตว์ไปเกิดในอาภัสสรพรหมกันมาก ... ฯลฯ

ไปละ ดุ่ยๆ
.

ความคิดเห็นที่ 132 (0)
สตังค์ วันที่ : 19/02/2010 เวลา : 01.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

คห.130
1. ส้มเห็นลำดับความคิดผมมั้ย ตัวต้นเลยผมจะแบกสาระ
ที่คุณมาบอกเป็นโพยไปตามทาง
*************
เห็นโพยเช่นนั้น ว่า ให้วิจารณ์

ไม่ใช่สักแต่พูดให้จบๆไป ผมก็เห็นภาพในใจตัวว่าผม
ไม่เชื่อในความรักในมุมที่เชื่อๆกัน
**************
อันส้มคงเป็นเช่นนั้นด้วยนะ


ครั้นจะแสดงความเห็นยาวๆตามที่ผมคิดโดยสุจริตในใจ ก็หวนนึกถึงเมื่อปีที่แล้วที่มีคนเอา คห.
จำนวน ๓ คห.ของผมขึ้นไปขึ้นกระทู้ใหม่ที่บ้านเขา พร้อมทิ้งท้ายว่า "ถามจริง มีใครอ่านรู้เรื่องบ้าง"
******************
ตรงนี่ถ้าตอบตามความจริงใจอย่างลุงว่า เด๊ยวว มีคนเอาอิฐมาขว้างบ้านอีกแน่.....
หนูก้อตอบแบบเกรงใจ คนคอมเม้นท์ทั้งหลายเหมือนกันนะ
เลยมาชวนคุยบ้านลุง ไม่ใช่แบบวิจารณ์ แต่คุยอีกลักษณะ


2. ปกติจะไม่อ่านเนื้อเรื่องบ้านที่ใส่เพลง
เพิ่งจะมีเรื่องกระทู้ล่าสุด นี่แหละที่ใส่เพลงค่ะ รู้สึกว่ามันขาดสมาธิในการอ่าน
ที่ใส่เพลงเพราะ เพลงมันติดค้างอยู่ในใจ

3. ปัญหาอยู่ที่ว่า "อ่าน" พร้อม "ฟัง" จึงเคลิ้มนั้นจริงไหม
ส้มไม่ได้อ่านพร้อมฟังนะ
ตอนแรกที่เข้าไปอ่าน ส้มไม่ได้ใส่หูฟัง อ่านแต่เนื้อเรื่อและดูภาพประกอบ
จึงเห็นว่า สับสน เหมือนความรู้สึกเราต้องเปลี่ยนผัสสะของการรับ
ของการอ่าน และ มองรูปภาพ ให้เห็นซึ่งอารมณ์

แล้วพอกลับไปอีก ส้มได้ฟังเพลงพร้อม อ่าน มองภาพ (แล้ว งง สับสน)
จึงเห็นชัดถึงสิ่งที่เกิด - ดับ จากการอ่านอักษร มองภาพ ฟังเสียงเพลง
ว่าจิตตรึกได้ที่ละ 1 ตามแบบที่ลุงว่าอย่างเด่นชัด จึงเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เรียบเรียงไม่ถูก ต้องอาศัยลุงกะกัปตัน
ส้มสามารถคิดได้ตอนฟังเพลงยังไม่จบ ว่าเราเคลิ้มไป พอใจ มากกว่าตอนที่อ่านในครั้งแรก

4...อย่าเลย เราจะไม่ทอดอารมณ์
ไปอยู่ เราจักอ่านเพื่อรู้ว่าเขาพูดถึงอะไร" อย่างนี้ ผมก็จะไล่ไปตามเหตุผล ตามตรรกที่คนเขียนเขาวางเรียงร้อยต่อๆกันไว้ เมื่ออยาก
"สอบทาน" บรรยากาศของเรื่อง เราจึงจะทอดอารมณ์ตาม
กำลังสงสัยอยู่ว่าถ้าผมไม่ปั้นอารมณ์เนื้อความและบรรยากาศของเรื่องจะออกมาตามที่อยากให้เป็นหรือไม่
****************************
ไม่รู้สินะลุง สำหรับส้มไม่ทอดอารมณ์ ตามบรรยากาศสักเท่าไหร่
เพราะในสิ้นชักไม่ค่อยมีอารมณ์พวกนี้ ถึงมีก้อมีน้อย เกิดเร็ว ไปเร็ว
เพลงจบแล้วก้อจบกัน กระทู้ล่าสุดก้อเป็นการทิ้งของในกล่องด้วยเหมือนกัน
ไม่ใช่การก่ออารมณ์ต่อเนื่องออกไปอีก

5. 55555555555555555555555555555555


........................................................................
คห.131 ช่วงแรก คงต้องถามกัปตัน ยังไม่เข้าใจสักเท่าไหร่

ตรึกได้ทีละครั้ง ทีละเรื่อง แต่มันเร็วมากจนเหมือนต่อติดกัน กระทั่งคิดว่าพร้อมกัน
.........................................
ตรงนี้เห็นทีละครั้ง จึงสับสนในครั้งแรก ที่การอ่านอักษร และ มองภาพ
มาเห็นชัด ตอนที่ฟังเพลง
เลยกะว่าจะชวนลุงไปลองอ่านดูก่อน แล้วค่อยฟังทีหลัง


ในคอมพิ้วเต้อร์ก็ประมวลผลได้ทีละหนึ่งตรรก แต่มันเร็วมาก
ส่วนพวก dual core หรือ multi processor นั่นไม่รู้แฮะ
แต่เมื่อไหร่ที่โพรเซ้สเซ่อร์แต่ละตัวส่งผลลัพธ์ไปที่โพรเซ้สเซ่อร์หลัก โพรเซ้สเซ่อร์หลักก็จัดการได้ทีละ ๑ ตรรก อยู่ดี
..........................
อันนี้หนูก้อคิดอยู่นะ แต่คิดเร็วไม่ละเอียดว่าการทำงานเป็นเช่นไร
รู้แต่ว่าการทำงานของเลข 010101 กว่าจะประมวลผลออกมาได้ มันคงละเอียดมาก


ความคิดเห็นที่ 131 (0)
driftworm วันที่ : 18/02/2010 เวลา : 13.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ไล่อย่างนี้ถูกไหม
อวิชชา สังขาร วิญญาณ นาม-รูป สฬายนตะ ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปาทาน ภพ ชาติ ชรา มรณะ โศก-ปริเทว-ทุกข์-โทมนัส-อุปายาส

เจ้าคุณประยุทธบอกว่า นาม-รูป เสมือนข้อต่อตัดแยก ทั้งในสายเกิดและสายดับ

ผมว่าเหมือนหัวประแจรถไฟสับรางไปซ้ายหรือขวา พอได้ไหม
เมื่อเข้าใจเป็นอันดี ก็รู้ตัวว่ารูปและนาม ก็สำรวมในอายตนะหก > สำรวมในผัสสะ > เวทนาเกิดก็สักแต่เวทนาที่เสวยอยู่ > ตัณหาเบาบาง > อุปาทานจางลง > ภพก็บรรเทา > ชาติ ชรา มรณะ โศกฯ จึงจางลง จางลง
ในที่สุดเมื่อเสวยเวทนาก็สักแต่เวทนา ไม่ไปต่อ

เมื่อส้มอ่านนิยาย - ผัสสะทางตา และผัสสะทางใจ(อายตนะที่ ๖) เกิดขึ้น เอาไปตรึกต่อ
เมื่อฟังเนื้อเพลง ทำนองเพลง - ผัสสะทางหู และผัสสะทางใจ เกิดขึ้น เอาไปตรึกต่อ
ก็ตรึกได้ทีละครั้ง ทีละเรื่อง แต่มันเร็วมากจนเหมือนต่อติดกัน กระทั่งคิดว่าพร้อมกัน
ในคอมพิ้วเต้อร์ก็ประมวลผลได้ทีละหนึ่งตรรก แต่มันเร็วมาก
ส่วนพวก dual core หรือ multi processor นั่นไม่รู้แฮะ
แต่เมื่อไหร่ที่โพรเซ้สเซ่อร์แต่ละตัวส่งผลลัพธ์ไปที่โพรเซ้สเซ่อร์หลัก โพรเซ้สเซ่อร์หลักก็จัดการได้ทีละ ๑ ตรรก อยู่ดี
.

ความคิดเห็นที่ 130 (0)
driftworm วันที่ : 18/02/2010 เวลา : 12.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

๑. ที่บล๊อกหมอหวัน หมอมาชวนไปออกความเห็นเรื่องความรัก ดังนั้น ผมถือสาระของคำที่ชวน ดิ่งไปก็ไล่ดูว่าหมอปูพื้นอย่างไร
ทีนี้ โอยเห็นว่ามันยาวเหยียด แต่ไม่ให้เสียเที่ยว ก็ถือโอกาสไล่หาส่วนที่น่าจะเป็นประเด็นเด่น (hint) ก็ไปเจอคำพูดความเห็นของ
สมาชิก (quotation) หลายท่าน ก็ลองอ่านดูเป็นตัวอย่าง ก็คิดว่าผมจะตอบมั่วๆไปได้อย่างไร จึงคิดว่าจะมาอ่านใหม่ทีหลัง ตอนนั้น
เมื่อยลูกตาอยู่ เลยเขียนไว้ที่คห.๘๖ (ความจำผมดีมั้ย)ว่าจะมาอ่านใหม่ ............ ส้มเห็นลำดับความคิดผมมั้ย ตัวต้นเลยผมจะแบกสาระ
ที่คุณมาบอกเป็นโพยไปตามทาง
พอไปอ่านเที่ยวที่สองเมื่อคืน อ้าว นิยายว่ะ เฮ้ย (ร้องในใจ) สกุลโรแมนติกนี่ไม่ถูกจริต เลยลงไปไล่อ่านคำพูดความเห็น (quotation)
ของสมาชิกหลายท่านที่หมอหวันเอามาเรียง ในเมื่อเป็นคำพูดที่ออกจากใจ ไม่ใช่สักแต่พูดให้จบๆไป ผมก็เห็นภาพในใจตัวว่าผม
ไม่เชื่อในความรักในมุมที่เชื่อๆกัน ครั้นจะแสดงความเห็นยาวๆตามที่ผมคิดโดยสุจริตในใจ ก็หวนนึกถึงเมื่อปีที่แล้วที่มีคนเอา คห.
จำนวน ๓ คห.ของผมขึ้นไปขึ้นกระทู้ใหม่ที่บ้านเขา พร้อมทิ้งท้ายว่า "ถามจริง มีใครอ่านรู้เรื่องบ้าง" ดังนั้น ผมคิดว่าผมควรหยุดที่ตัว
ผมแต่ต้นดีกว่า ถ้าจะคุยกันเรื่องแบบนี้จริงๆ มาใช้เนื้อที่บล๊อกผมดีกว่าซึ่งผมไม่เคยรังเกียจรังงอนว่าจะเป็นการนอกหัวข้อกระทู้ของ
ผมหรือไม่ ส้มก็เห็นอยู่ว่าผมไม่เคยปัด คห.ที่แม้จะออกนอกประเด็น
อย่างไร มันก็เป็นข้อคิดว่าคนเรามีกลุ่มเฉพาะเล็กๆที่จะคุยในเรื่องที่เป็นประเด็นเฉพาะ ส่วนการแวะเวียนไปเขียนความเห็นหรือทักทาย
ที่"บ้าน"อื่นๆบ้างก็เป็นไปตามกิจวัตรเพื่อนบ้าน

๒. กระทู้ไหน มีคลิปเพลง ข้อแรกเลย ผมลดเสียง ถัดมาถ้ายังรบกวนสมาธิการอ่าน ผมปิด ถ้าปิดไม่ได้อย่างเช่นของหลวงลาน ผมรีบ
อ่านให้จบ รีบเขียนคห.แล้วรีบเปลี่ยนหน้าเว็บ ถ้าเป็นกระทู้อื่นที่คะเนดูว่า "ไม่อ่านก็ได้" ก็รีบเปลี่ยนหน้าไปเลยหากเสียงมันดังมาก

๓. ที่ส้มว่า ฟังเพลงแล้วเคลิ้ม ... มีสังขารเกิดขึ้นตรงนั้น อาจดึงสัญญาเก่าขึ้นมาโลมเลียแทะเล็ม ฟังท่อนต่อไป อ้าว เสริมกับสังขาร
ตัวก่อนหน้าอีก ถูกปรุงต่อเนื่องเป็นเรื่องเป็นราว .. ปัญหาอยู่ที่ว่า "อ่าน" พร้อม "ฟัง" จึงเคลิ้มนั้นจริงไหม เพราะความจริงมีอยู่ว่า
.- จิต ตรึกได้ครั้งละ ๑ เรื่องเท่านั้น - จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะตรึกข้อความที่อ่าน พร้อมกันกับที่ ตรึกเนื้อเพลงที่ได้ยิน แต่การตรึกสลับ
ไปสลับมาระหว่างอ่านกับฟัง เป็นไปได้
ถ้าจับได้ละเอียด จะรู้ถึงขนาดว่า เรา "อิน" กับคำพูดคำนี้ๆในเพลง เพราะหวนถึงเรื่องนั้นๆในสัญญาเดิม แล้วจมภวังค์ลง แล้วมา "ดู"
ที่เรื่องที่อ่าน เจอข้อความหรือเรื่องราวอย่างนี้ๆ เราก็ "อิน" กับเรื่องตรงนี้ๆ เพราะอะไรก็ว่าไป .... แต่จะเห็นช่วงขณะที่จมลงในภวังค์
หรือรู้ตัวเมื่อ "แถ" ออกไปไกลกว่าที่เรื่องเขาเขียน

๔. ที่กระทู้สุดท้ายของผม เรื่องฝันนั้นยังเคลื่อนไปอยู่ ผมนึกถึงเพลงนี้ขึ้นมาขณะค้นหาในยูทุบ เมื่อนึกเนื้อเพลงและนึกภาพที่เคยรู้มา
พลันอารมณ์ถวิลหลังเกิดขึ้น และรู้ว่าเรา "ปั้น" เรื่องที่มีปมขัดแย้ง (conflict) ขึ้นได้จากเพลงนี้ ผมไปอาบน้ำ และคิดร่างเรื่องในใจ
อาบน้ำเสร็จก็มานั่งเขียน แต่งเติม ขัดเกลา พร้อมคำนึงถึงเนื้อเพลง บรรยากาศเพลง ไปด้วย ไม่ให้เรื่องที่เขียนมันกระโดดไกลจนไม่
เข้ากัน ขอให้มีความเชื่อมโยงแม้บรรยากาศบางส่วนก็ใช้ได้ เขียนไปก็น้ำตารื้นไป เพราะบรรยากาศที่คิดและเขียนไป
... ดังนั้น ผมคิดว่า เราจะเคลิ้มหรือไม่เคลิ้ม เราอาจกำหนดได้ ขณะที่อ่าน หรือฟัง เมื่อเราดำริขึ้นในใจว่า "อย่าเลย เราจะไม่ทอดอารมณ์
ไปอยู่ เราจักอ่านเพื่อรู้ว่าเขาพูดถึงอะไร" อย่างนี้ ผมก็จะไล่ไปตามเหตุผล ตามตรรกที่คนเขียนเขาวางเรียงร้อยต่อๆกันไว้ เมื่ออยาก
"สอบทาน" บรรยากาศของเรื่อง เราจึงจะทอดอารมณ์ตาม
กำลังสงสัยอยู่ว่าถ้าผมไม่ปั้นอารมณ์เนื้อความและบรรยากาศของเรื่องจะออกมาตามที่อยากให้เป็นหรือไม่

๕. ถ้าส้มเคลิ้มขณะนั่งบนรถโดยสาร จะเปลี่ยนอิริยาบถเป็นยืน เดิน ได้จะใด ลุกก็เสียม้า เดิน ก็ยิ่งแปลกไปใหญ่ ไม่ใช่กระปี๋นะ๕๕๕๕๕
.

ความคิดเห็นที่ 129 (0)
สตังค์ วันที่ : 18/02/2010 เวลา : 11.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

ตอนเคลิ้มๆนะพี่ส้มลองกลับมาทำความรู้สึกตัวสิ ที่การ ยืน เดิน นั่ง นอน

อืม..ตอนที่พี่เคลิ้มฟังเพลงของหมอหวันอ่ะนะ
พี่รู้สึกเคลิ้มตาม แต่เพียงแค่แวบเดียวพี่ก้อนึกได้ว่า
เมื่อก่อนหน้านี้แค่อ่านไม่ได้ฟังเพลง ยังไม่เคลิ้มขนาดนี้
พี่เลยดูใหม่ว่า....
หมอหวันให้วิจารณ์นิยายที่หมอเขียน
พี่ก้อเลยตั้งใจอ่าน ถามพี่...เนื้อเรื่องก้อไม่ได้มีอะไรที่ทำให้อารมณ์พี่คล้อยตาม
พอฟังเพลงร่วมด้วย พี่รู้เคลิ้มคล้อยตาม
พี่เลยเอะใจว่า เป็นเพราะอายตนะของเรารับมาแบบไหนกัน
จึงทำให้จิตเราพอใจ.....จนตามเนื้อเรื่องแล้วรู้อินในอารมณ์
แต่รู้สึกตัวนะ ..กะว่าจะชวนลุงหนอนมาเล่นด้วยอยู่เชียว
พอดีคุยเรื่องนี้กันพอดี....

พี่ไม่ได้ ยืน เดิน นั่ง นอนไปไหน มันแวบเข้ามาเอง
ให้รู้...ว่า สิ่งที่มากระทบผัสสะอันนี้ทำให้เราพอใจ
...คราวนี้ พี่สงสัยว่า หมอหวัน แกคงจะเขียนนิยายภาพออกมารวมเล่ม
จึงได้เอาเพลงออก หรือไม่ก้อ เนื้อเพลงที่ได้ยินจะเรียกความสนใจของคนอ่าน
มากกว่าภาพและตัวอักษร

****************************
ขอยกคำครูอาจารย์
พุทธพจน์ ผู้ที่ดำรงค์อยู่ในสติปัฒฐาน 4 เป็นเวลา 7 ปี จักได้เป็นพระอนาคามี

หุ หุ พี่คงรออีก 7 ชาติแน่ๆ กัปตัน แต่ไม่เป็นไร...ค่อยปฏิบัติไป

ปล.บอกไว้ว่า..พี่ไม่ได้เดินทางธรรมโดยตรง
แต่พี่ใช้ในชีวิตประจำวันไปอิงกับธรรม

ความคิดเห็นที่ 128 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 18/02/2010 เวลา : 00.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

อายตนะ เขาก็มีหน้าที่ รับอารมณ์เป็นปกติของเขา แต่เมื่อผัสสะ กันแล้ว อะไรหล่ะที่ไม่ปกติ
แล้วอะไรหล่ะที่ทำให้เป็นปกติ ก็ทางสายเอก สติปัฒฐาน 4
ตอนเคลิ้มๆนะพี่ส้มลองกลับมาทำความรู้สึกตัวสิ ที่การ ยืน เดิน นั่ง นอน

--ขอยกคำครูอาจารย์
พุทธพจน์ ผู้ที่ดำรงค์อยู่ในสติปัฒฐาน 4 เป็นเวลา 7 ปี จักได้เป็นพระอนาคามี

ความคิดเห็นที่ 127 (0)
สตังค์ วันที่ : 17/02/2010 เวลา : 13.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

อ่านแล้วค่ะตอนนั้น แต่ไม่ค่อยเข้าใจ ยังไปไม่ถึง
เด๊ยว...กลับไปหาอ่านอีกรอบก่อนนะลุงหนอน
หาไม่เจอ สงกะสัยว่า จะเก็บไว้ในเครื่องเดิม...

หาในเมล์อีกทีดีกว่า


ความคิดเห็นที่ 126 (0)
driftworm วันที่ : 17/02/2010 เวลา : 13.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

...๑๒๒... กัปตันแจ๊ค

อิริยาบถ บัง ทุกข์
สันตติ บัง อนิจจลักษณะ
ฆนะ บัง อนัตตลักษณะ

ฆนะ คือความเป็นแท่ง เป็นก้อน
ส้มอ่านในหนังสือหลวงพ่อจรัญที่ให้ ตรงที่ว่าเมื่อลงไปถึงที่สุดแล้ว มีรูปโปร่งทั้งสิ้น
หมายช่องว่าง คืออากาส (อากาสะ) หรืออากาสธาตุ-ธาตุว่าง
ไม่มีเนื้อตัวให้จับต้อง
.

ความคิดเห็นที่ 125 (0)
driftworm วันที่ : 17/02/2010 เวลา : 13.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

...๑๒๓... ส้ม

คงจะเพลีย .. ฮ่าฮ่า ไอ้เรารึ ก็ไม่อยากให้เวลานั่งรถเมล์มันหมดไปเปล่าๆ ฮี่ฮี่ฮี่
เพลียมากเข้าก็ตกหลุมภวังค์ที่ภาวนา .. แปลว่า หลับ หรือหลับใน
คิกคิก
.

ความคิดเห็นที่ 124 (0)
สตังค์ วันที่ : 17/02/2010 เวลา : 13.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

ยังตอบไม่หมดเลย ...ว่า
แต่ยังเห็นไม่ชัด ยังไม่ค่อยเข้าใจ ...ไว้จะตามดูเรื่อยๆ ล่ะกันค่ะ

คห.121...
ส้มเหมือนจะเจอประสบการณ์ตรงกว่าเราสองคนเวย.....
....
นางมาร ในตัวหนูคงจะ ช่างคิด ช่างสังเกตุและช่างสงสัย มากกว่ามั้งคะลุง
ที่สำคัญ
ถ้าไม่ได้ลุงกับกัปตันแจ๊ค ช่วยแจ้งแถลงไข หนูไม่สามารถเห็นและรู้ได้
มันจะถูกเก็บลงไปในลิ้นชัก เพียงแค่นั้น


ความคิดเห็นที่ 123 (0)
สตังค์ วันที่ : 17/02/2010 เวลา : 13.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

คห.119 กัปตันแจ๊ค
รออยู่นะ หุ หุ



คห.120 ลุงหนอน
รอให้'จารย์โต่งขยับปากก่อน เดี๋ยวแกลักไก่ผม ฮ่าฮ่า .... ความจริงคืออยากรู้ "ตำแหน่งพิกัด" ความคิด'จารย์โต่งก่อน
ส่วนของส้มนั่น ผมพอเข้าใจละ เพราะส้มไม่เม้มไว้ ฮิฮิ
..........
จะให้หนูเม้มไว้ตรงไหนล่ะค่ะลุง ก้อมันไม่มีอะไร
แค่ดำเนินชิวิตไปแต่ละวันตามที่ควรจะเป็น


........... สวดบทพุทธคุณ (อิติปิโสฯ)
หนูเคยนั่งสวดในใจบนรถตู้ติดต่อกันอยู่สามเดือน
สวดไปสวดมา เหมือนนั่งอยู่คนเดียวบนรถ
แต่บางครั้งก้อหลับ
บางครั้งก้อ เอ้... เรียกว่า จิตมันหลงหายไป ไม่มีสมาธิ

ช้าลงได้ที่พอเหมาะกับจังหวะสติของส้มก็จะจับ เท่าที่เล่ามานั้นก็ดูว่าพอเหมาะ
....................
พอตอบลุงเสร็จ ตอนกำลังทำงานบ้าน นึกถึงคำว่า "สันตติ" ที่ลุงเคยบอกไว้
ว่าจะกลับมาค้นสักหน่อย ลุงอธิบายมาเรียบร้อยเลย...ดี ดี

ความคิดเห็นที่ 122 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 17/02/2010 เวลา : 12.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

คห.116พี่หนอน
คำตอบอยู่ใน คห. 103 ครับ
แล้วก็ ผู้คน มนุษย์นั้น ติดกับ กับสิ่งสมมุติ เลยไม่เห็นสภาวะ

ความคิดเห็นที่ 121 (0)
driftworm วันที่ : 17/02/2010 เวลา : 10.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

...๑๑๙...
งั้นเราก็เดินไม่ห่างกันมากบนทางนี้ ทั้งส้มด้วย
กัปตันแจ๊คกับผม - เป็นเรื่องของปัญญา(ทางโลก) เปรียบเทียบ ตรึกตรอง
มีจุดออ่อนตรงที่อาศัยความตรึก มันมีหลุมดักล่อพาหลง
พึ่งพ่อแก้วแม่แก้วละวะ ตู
.

ส้มเหมือนจะเจอประสบการณ์ตรงกว่าเราสองคนเวย.....

ความคิดเห็นที่ 120 (0)
driftworm วันที่ : 17/02/2010 เวลา : 10.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

....๑๑๘.... ส้ม

[และในทางธรรม อย่างกัปตันว่า ในบทสวดอาทิตตะปริยายะสุตตัง - อายตะเป็นของร้อน
*** กัปตันเรียบเรียงให้ใหม่ก้อได้นะ ***]

........... 'จารย์โต่งเกร็งอยู่มั้ง

[116. .. รออ่านอยู่นะ]

........... รอให้'จารย์โต่งขยับปากก่อน เดี๋ยวแกลักไก่ผม ฮ่าฮ่า .... ความจริงคืออยากรู้ "ตำแหน่งพิกัด" ความคิด'จารย์โต่งก่อน
ส่วนของส้มนั่น ผมพอเข้าใจละ เพราะส้มไม่เม้มไว้ ฮิฮิ

[117 ... สวดบทไหนกันอ่ะลุง]

........... สวดบทพุทธคุณ (อิติปิโสฯ) บทเดียวซ้ำไปเรื่อยๆก่อน เอาง่ายเข้าว่า จะลองดูว่าวิธีนี้จะทำให้นิ่งไหม(สำหรับตัวเองคนเดียว)

[114... ลุงหนอน
อย่างว่า... ถ้ามองให้ช้าลงล่ะ จะเห็นไหม]

ช้าลงได้ที่พอเหมาะกับจังหวะสติของส้มก็จะจับ เท่าที่เล่ามานั้นก็ดูว่าพอเหมาะ
ผมจะลองเอาคำสอนของหลวงพ่อจรัญในหนังสือที่ส่งให้ส้มมาปรับใช้ดูนะ ...
เมื่อใจรับอารมณ์ กระบวนการปฏิจจสมุปบาทก็เดินโดยอัตโนมัติด้วยความเร็วหนึ่งล้านเทอราไบ๊ท์ อะแฮ่ม
เร็วจนเราดูไม่ทันนั่นแหละ ..จากผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปาทาน วิญญาณ นามรูป ภพ ชาติ ........... เอ เรียงถูกเปล่าหว่า
ตรงระหว่างภพกับชาติ มีภวังค์ (องค์แห่งภพ) คั่นอยู่ เมื่อภพที่ผ่านการปรุงมาเป็น สุข
ภวังค์ คือช่วงขณะเล็กๆย่อยๆนั้นก็คือ สุข และใจเราเสพย์สุขนั้นแบบเอาตัวลงไปแช่ ภวังค์ของสุขเปรียบเหมือนบ่อน้ำสุคนธาหอมชื่นใจ
ภวังค์ตัวนั้นยังไม่ทันถึง ชรา มรณะ ... ภวังค์สุขตัวใหม่ที่ถูกปรุงในรอบถัดมา ในลำดับถัดมาก็ขึ้นมาเสนอหน้าแป้นแล้นอย่างชิดติดกัน
เรียงกันขึ้นมาต่อชิดกันเร็วมากจนเรามองไม่ทัน เห็นแต่สายสร้อย(มาลา)ของความสุข ไม่ทันเห็นว่าสร้อยสายนั้นประกอบขึ้นจากดอกไม้ความสุข
แต่ละดอกๆๆๆมาเรียงชิดกันไม่ขาดสาย ชิดกันบังมิดไม่ให้เราเห็นข้างใต้ดอกลงไปที่มีกิ่ง ใบ ต้น ราก ที่เหยียดค้ำชูแต่ละดอก
แต่แล้วดอกไม้ความสุขแต่ละดอกที่ชูหน้าขึ้นมาให้เราเสพย์ในลำดับต้นๆก็ล้วนทยอยถึงความชรา มรณะ ไปเป็นลำดับ
เหี่ยวแห้ง อับเฉาไปเป็นปุ๋ย ลงไปตั้งนานแล้ว เราก็มองไม่เห็นมัน ไม่เห็นชรา มรณะ ของมัน แค่รู้หยาบๆว่ามันหายไปละ
เมื่อกี้ยังปลื้มอกปลื้มใจอยู่เลย พอเราพยายามจะนึกถึงความสุขเมื่อกี้ ทำไมภาพมันไม่ชัด มันขาดๆ

สรุปว่า ดอกไม้สุข แม้กระทั่งดอกอุตพิดที่เหม็นบรรลัย มันมาเรียงชิดกันเป็นสายมาลัย ให้เราเสพย์ ชอบ - ไม่ชอบ
เราเห็นแค่ภาพใหญ่ๆว่าเป็นสายสร้อย ต้องเพ่งมองขยายละเอียดลงไปจึงจะเห็นที่มันเป็นของเล็กๆกระจ้อยมาเรียงต่อกัน
อันใดอันหนึ่ง ดอกใดดอกหนึ่ง ขาดตอนไป ก็จะเป็นรอยแหว่ง
ตรงรอยแหว่งเราจะเห็นความเป็นเบื้องใต้ของดอกไม้แต่ละดอก ว่าคืออะไร มาจากอะไร

สภาพที่มาเรียงต่อกัน ชิดติดกันไปไม่ขาดตอนเรียกว่าความต่อเนื่อง บาลีเรียกว่า สันตติ
เมื่อสายสร้อยมาลาขาดแหว่ง ก็คือสันตติขาดตอน สายสร้อยไม่นับว่าเป็นสายสร้อย

สรุปอีกทีที่ส้มถาม - มองช้า (ช้าเท่าที่จนพอเหมาะกับสมรรถภาพของเรา) ก็จะเห็นทุกขสภาวะด้วย
ทุกขสภาวะคือ ก่อนหน้านั้นไม่ได้เป็นดอกไม้ที่สวย ก็เป็นขึ้นเพราะราก ต้น ใบ กิ่ง ก้าน เป็นปัจจัยจัดทำ ชูช่อขึ้น
ชูหน้าสวยเบียดกับหมู่เพื่อนพรรณเดียวกันแล้วสักพักก็เหี่ยวแห้งโรยและแตกสภาพไป - คือทุกขะ ตั้งอยู่กับที่ในสภาวะเดียวไม่ได้
การเคลื่อนออกจากตำแหน่งสภาวะเดิมต่อเนื่องไปทางโน้นทางนี้ คือ อิริยาบถ
ถ้าเรามองตามปกติ ก็ไม่เห็นเหตุที่จะต้องเคลื่อนจากตำแหน่งสภาวะเดิม เคลื่อนไปอย่างต่อเนื่อง
เราจะจดจ่อแต่ตำแหน่งสภาวะถัดไปข้างหน้า ถัดไป ถัดไป ... ลืมข้างหลัง
พอเรามองช้า จะเห็นว่าทำไมจึงเกิดดำริว่าจะเคลื่อนจากตำแหน่งสภาวะเดิม
อาจเห็นละเอียดถึงขนาดทุกความคิดเป็นตัวๆที่รบกันในใจว่า เฮ้ย ลุกเถอะ / ฮื้อ เดี๋ยวก่อน / ไปเหอะน่า เดี๋ยวย้อนมาใหม่ / ...ฯลฯ
.

อุ๊ย เผลอตอบคำถามของตัวเองพ่วงมาด้วยอีกข้อนึงไปแหล่ว ฮิฮิ

ความคิดเห็นที่ 119 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 17/02/2010 เวลา : 10.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

คห 113 - ผมก็ตรองคำอาจารย์แหละคร้าบ สมองหนาปัญญาหยาบอย่างผม ยังบ่รู้บ่เห็นอะไรมากครับ
-ท่าน อ.ปยุต ดีครับ ท่านอธิบายเรื่องสภาวะธรรมดีมากครับ
อ๊า ขอตัวไปดูหุ้นก่อนคร้าบบ อายตนะเป็นของร้อนครับ ...บรื๊ออออ ไว้ค่อยมาตอบพี่ส้มครับ

ความคิดเห็นที่ 118 (0)
สตังค์ วันที่ : 17/02/2010 เวลา : 06.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

คห. 111-112 กัปตัน/ ลุงหนอน
ขอบคุณนะกัปตันแจ๊ค
... อายตนะเป็นของร้อนจริงตามนั้น

ตัวอย่าง...
กำลังจะชวนลุงหนอนไปอ่านนิยานบ้านหมอสวรรค์ เชียว
http://www.oknation.net/blog/doctornursethailoyalty/2010/02/14/entry-1
เห็นลุงหนอนไปเดินเล่นอยู่แถวนั้นด้วย

คือ ส้มเปิดเข้าไปแต่เช้า หมอหวันใส่รูปภาพสีน้ำพร้อมคำบรรยาย
ก้อมาพิจารณาการเห็นภาพ มากระทบที่ตา
การอ่านตัวอักษรให้สัมผัส (กระทบถึงอารมณ์)
ถ้าถามส้ม ส้มเห็นการการเปลี่ยนของสิ่งที่เข้ามากระทบ ภาพบ้าง อารมณ์บ้าง (แต่เฉยซะเป็นส่วนใหญ่)
เพราะหมอใส่รูปภาพแทรกประกอบ เลยเห็นสิ่งที่เข้ามากระทบทัน แต่...งง

ช่วงบ่ายเข้าไปใหม่ หมอหวันใส่เพลงลงไปด้วย
http://www.tlcthai.com/webboard/music_play.php?table_id=1&cate_id=131&post_id=23656
ลองเปิดเพลงแล้วอ่านไปด้วยก้อได้นะ ตอนนี้หมอหวันเอาเพลงออกแล้ว
(สงสัยจะเพราะหนูไปคอมเม้นท์ไว้)

พอทั้งฟัง ทั้งมองภาพ รับอารมณ์ จากตัวอักษร รู้สึกว่าจะเคลิ้มเป็นสุขมากกว่าเดิมอีก
หมายความว่า ถ้ามีสิ่งที่มากระทบอายตนะเราแทบทุกส่วน มันจะสุขมาก (ในทางโลก)
ถ้าจะมองให้ละเอียด มันค่อยกระทบ ตาบ้าง หูบ้าง ใจบ้าง เกิด-ดับ เกิด-ดับ จิตเลยหลงไปเลย

และในทางธรรม อย่างกัปตันว่า ในบทสวดอาทิตตะปริยายะสุตตัง - อายตะเป็นของร้อน
*** กัปตันเรียบเรียงให้ใหม่ก้อได้นะ ***

114... ลุงหนอน
อย่างว่า... ถ้ามองให้ช้าลงล่ะ จะเห็นไหม

115.. คิดอยู่ว่าลุงมาหาหมอ...
.. ช่วงนี้รถแถวราชดำเนินติดทุกวัน ...
บางวันติดทั้งวัน วันก่อนนั่งรถเมล์จากราชดำเนินมาอนุเสาวรีย์ ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง


116. .. รออ่านอยู่นะ

117 ... สวดบทไหนกันอ่ะลุง


ความคิดเห็นที่ 117 (0)
driftworm วันที่ : 17/02/2010 เวลา : 02.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

...กตจ.... กัปตันแจ๊ค

คืนวานซืน สวดมนต์พร้อมนับลูกประคำ
๑๐๘ จบ ในราว ๓๐ นาที
.

ความคิดเห็นที่ 116 (0)
driftworm วันที่ : 17/02/2010 เวลา : 01.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

กัปตันแจ๊ครู้นี่หว่า งั้นต้องรู้อีกสองตัวแน่ๆ

... อะไร บัง อนิจจลักษณะ
... อะไร บัง อนัตตลักษณะ


ความคิดเห็นที่ 115 (0)
driftworm วันที่ : 17/02/2010 เวลา : 01.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

วันนี้ ไป รพ.แต่เช้า ได้เข้าตรวจตอน ๑๑ โมงกว่า
เดินเอกสารใช้สิทธิ์ตอนสาย บ่ายติดตามผล-ผ่าน
ได้รับยาที่หมอสั่งจ่าย บ่ายสี่โมงกว่า
รถติดมากๆๆๆ โดยเฉพาะถนนราชดำเนินและส่วนต่อเนื่อง
แต่เรือไม่ติด
รถออกราวทุ่มหนึ่งมั้ง ถึงบ้านสามทุ่ม
.

ความคิดเห็นที่ 114 (0)
driftworm วันที่ : 17/02/2010 เวลา : 01.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

...๑๑๑... กัปตันแจ๊ค

อายตนะเป็นของร้อน ดีสิฮับ ไม่ต้องเว้ฟ โซ้ยได้เลย ฮ่าฮ่า

รูป กับ นาม ก็มองเห็นได้ยาก
พระสาริบุตรอธิบายว่า เหมือนไม้ซี่สองกำพิงกันตั้งอยู่ได้
เมื่อไม่มีอันใดอันหนึ่ง อีกอันก็ตั้งอยู่ไม่ได้
.

ความคิดเห็นที่ 113 (0)
driftworm วันที่ : 17/02/2010 เวลา : 00.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

...๑๑๒... กัปตันแจ๊ค

โห สำนวน วิธีตอบคำถามยังกับวิปัสสนาจารย์เลยเว้ยเฮ้ย
ใช่ ...
ใช่ "อิริยาบถ" บัง ทุกขสภาวะ

ดูสำนวนที่ต่อเนื่องจาก คห.๑๑๑ เหมือนว่าเจออะไรมาเยอะแล้ว ฮิ ..
ไม่รู้ว่าเจอเองแล้วกับตัวเอง หรือตรองตามคำอาจารย์
ของผมน่ะ ตรองตามคำอาจารย์
อาจารย์ผมคือหนังสือพุทธธรรม ของเจ้าคุณประยุทธ
.

ความคิดเห็นที่ 112 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 17/02/2010 เวลา : 00.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

ลองสังเกตุดูนะครับ บ่ใช่พิจารณาเด้อ บ่ต้องคิดให้เมื่อยตุ้มเลย ลองรู้สึกตัวบ่อยๆ ไม่ว่าจะ กินข้าว อุจจาระ ปัสสาวะ ยืน เดิน นั่ง นอน อิริยาบทน้อยใหญ่ แล้วจะรู้ว่าอะไรมันบังอยู่

ความคิดเห็นที่ 111 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 17/02/2010 เวลา : 00.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

ลิ้นชัก..
ตราบใดที่รูป นาม ยังดำรงค์อยู่ ต้องกับพบเจอ กับ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ธัมมารมณ์ พอมันกระทบกับใจ การทำงานของนามธรรม ทำงานเป็นอัตโนมัติบันทึกเรื่องราวนั้นทันที ลองสังเกตุดูนะครับว่า เรานึกย้อนเรื่องเก่า เป็นแค่เรื่องราว เสียง ภาพ เพียงอย่างเดียว หรือว่า มีความชอบ -ชัง หดหู่ เศร้าหมองฯลฯ ผสมด้วยหรือเปล่า....
ลองไปอ่านบทสวด อาทิตตะปริยายะสุตตัง อ่านคำแปลด้วย ....อายตนะเป็นของร้อน

ความคิดเห็นที่ 110 (0)
driftworm วันที่ : 15/02/2010 เวลา : 11.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

รอให้กัปตันแจ๊คมาตอบอีกคนนึงก่อน
อยากรู้ว่าเขาคิดยังไง

ผมเคยหยอดไข่ไว้ใน คห.ที่โน่นที่นี่ สักสองครั้งได้มั้ง
พูดปนๆไปกับเนื้อความอื่น

การปิดบังของสภาวะ มักเป็นแบบคำพังเพยที่ว่า "กระด้งแขวนข้างฝา เหลียวหาไม่เห็น"
.

ความคิดเห็นที่ 109 (0)
สตังค์ วันที่ : 15/02/2010 เวลา : 10.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

ความหลงหรือปล่าว ช่วยบอกหน่อย ขยายความด้วยค่ะ
v
v

ความคิดเห็นที่ 108 (0)
driftworm วันที่ : 14/02/2010 เวลา : 22.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อะไร ปิดบังไม่ให้เห็น ทุกขสภาวะ

.

ความคิดเห็นที่ 107 (0)
driftworm วันที่ : 14/02/2010 เวลา : 22.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

..เข้ามาค้นในลิ้นชัก เมื่อไหร่ไม่ยักรู้....
..เก่งมาจากไหน ก็แพ้หัวใจ..... > ใหม่ เจริญปุระ

พี่ชายส้ม พูดดี มีสาระ ปิยะวาจา (อีกคำ นึกไม่ออก แปลว่าคนพูดมีข้อคิด)
.

ความคิดเห็นที่ 106 (0)
สตังค์ วันที่ : 14/02/2010 เวลา : 09.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

แต๊ะเอีย จาก..พี่ชาย

...ไหว้ตรุษจีนปีนี้ได้รวมญาติ เจอพี่ชาย....
ได้แต๊ะเอีย...ซองแดงที่ไม่ได้เป็น..เงิน
หลายปีมานี่เลยไม่ได้แต๊ะเอียที่เป็นเงินในซองแดง
แต่...ได้สิ่งหนึ่งจากครอบครัว...
พี่ชายสอนสิ่งหนึ่งมา
....เลยเอามาเล่าให้อ่านต่อค่ะ

ได้ ... ทวงถามเรื่องความติดค้างในใจ ติดค้างในอารมณ์

พี่ชายให้คำอธิบายมาว่า
จิตใจคนเราเหมือนลิ้นชัก
"ลิ้นชักเก็บอารมณ์"
ถ้าไม่ไปเปิดลิ้นชักขึ้นมา ก้อจะไม่รู้สึก
ถ้ามีเหตุให้ต้องเปิดลิ้นชักนั้น
จะเห็นอารมณ์ต่างๆ ความรู้สึกต่างๆที่เราเก็บไว้ หรือไม่มีอะไรในกล่อง
ทางที่ดีไม่ต้องเก็บไว้ ให้อยู่กับปัจจุบัน พิจารณาตามเหตุไปเรื่อย
ลิ้นชักนั้นจะว่างเปล่า เปิดมากี่ทีก้อรู้สึกว่า ไม่มีอะไรในกล่อง
และในมนุษย์ปุถุชนเรา มีกล่องมามากมายในจิตใจ
จะถูกเปิดเวลาไหน ช่วงไหน เพียงแค่นั้น
เราจะเลือกเก็บอารมณ์แบบไหนไว้ในกล่องลิ้นชัก ก้อให้พิจารณาเอาเอง
ถ้าทำได้ก้อไม่ต้องเก็บมันเอาไว้ ปล่อยมันว่างเอาไว้อย่างนั้น
ยิ่งโตขึ้น ปฏิบัติธรรมมากขึ้น ลิ้นชักเราจะว่างมากขึ้นเรื่อยๆ

ฟังจบ...รู้สึกว่าเหมือนจะรู้อยู่แล้วนะ
แต่พอมาฟังพี่ชายเปรียบเทียบ
ตรงหัวใจรู้สึกว่า จะเห็นตู้ลิ้นชัก แบบที่ร้านขายยาจีน
มีลิ้นชักเก็บเป็นแถวๆ เรียง มีหูไว้รอดึงกล่องออกมา

ปีนี่ได้แต๊ะเอียที่ดีกว่าปีไหนๆ ซะอีก
...ได้เห็นลิ้นชักของตัวเอง...
เห็นความอบอุ่นที่คนในครอบครัว

http://www.oknation.net/blog/stang/2010/02/14/entry-1

... สงสัยว่าที่เล่ามา.. คงอาจจะมาเปิดลิ้นชักลุงหนอนซะล่ะมั้ง...
เก็บความฝันไว้ในลิ้นชัก วันดีคืนดีเปิดลิ้นชักมานั่งพิจารณา
แล้วอาจจะไม่มีอะไรเหลืออยู่ในลิ้นชักเลยก้อได้
.....................................................................................

103 กัปตันแจ๊ค
แค่เราตามดูเหตุ เกิด-ดับ บ่อยๆ
เห็นความอยาก...




ความคิดเห็นที่ 105 (0)
driftworm วันที่ : 13/02/2010 เวลา : 22.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

๑๐๓,

[-พี่หนอน เค้ายา้้ายวงกัญชากันแล้วเหรอ เอ๊ยน้ำชา ได้ๆแล้วผมจะไปรายงานครับ]

ปล่าว เค้าแค่ทักทายพื้นๆ หาเพื่อนในสายลวด(on line)
ผมดิ เอาหนังสือ ลพ.จรัญไปประกาศแจกในบล๊อกรุ่นเรียนมัธยมมาด้วยกันเลย

ความคิดเห็นที่ 104 (0)
driftworm วันที่ : 13/02/2010 เวลา : 22.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

...๑๐๓... อ้อ ทุกขสภาวะ


ความคิดเห็นที่ 103 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 13/02/2010 เวลา : 22.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

พอหายใจเข้าจนสุดแล้วมันอึดอัดขัดเคืองใจ มันเลยอยากหายใจออก แล้วช่วงที่หายใจออกสบายไหม? แรกๆมันก็สบายอยู่หรอก---ถ้าหายใจออกแล้วรู้สึกสบาย --ก็ไม่ต้องหายใจเข้าสิ...แม้แต่ความรู้สึกสบายจากลมหายใจยังยึดไว้ไม่ได้เลย ถึงแม้เราอยากได้มัน อยากจะบังคับ อยากเก็บมันไว้ก็ทำไม่ได้ มันปรวนแปรอยู่ตลอด สิ้นเหตุ สิ้นปัจจัยก็ ดับแล้วก็เกิด เกิด-ดับ...

-พี่หนอน เค้ายา้้ายวงกัญชากันแล้วเหรอ เอ๊ยน้ำชา ได้ๆแล้วผมจะไปรายงานครับ

ความคิดเห็นที่ 102 (0)
driftworm วันที่ : 13/02/2010 เวลา : 01.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

..๑๐๐.. ส้ม - โอย กูจะตายไหมเนี่ย ม่าย.. ม่าย.... ไม่
ชั้นยังไม่อยากตาย โอย ปวดทรมาน

เป็นความดิ้นรนที่จะยื้อชีวิตไว้

ยังงี้หรือเปล่า ส้ม

รอคนเมืองปลาสอง เอ่อ ปลาทู มาแจกแจงละกัน
ไม่รู้ไหว้ฟ้าดิน เสร็จรึยัง

อื่ม กัปตันแจ๊ค ฝากบอกอาจารย์ ว่า วิศิษฎ์จิบน้ำชาน่ะ ยกโขยงเข้าเฟ้ซบุ้คแว้ว
ผม แอ๊ด แล้ว แอ๊ดหลวงพี่ไพศาลด้วย
.

ความคิดเห็นที่ 101 (0)
driftworm วันที่ : 13/02/2010 เวลา : 01.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

..๙๙.. ไอลี่ - อย่ากำก็แล้วกัน เดี๋ยวเกร็ง ฟันหัก

ความคิดเห็นที่ 100 (0)
สตังค์ วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 21.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

ร่างกายรู้สึกอึดอัด
จิต เกิดความอยาก ที่จะหายใจ

ความคิดเห็นที่ 99 (0)
ไอลี่ วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 17.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ilyy
เรื่องเล่าของฉันสีน้ำ

มารับกรรม ...เอ๊ยยยย พูดผิด...มาอ่านเรื่องกรรม..

ความคิดเห็นที่ 98 (0)
driftworm วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 17.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ไม่ยอมหายใจออก ท้องแข็ง
ไม่หายใจเข้า ยังไม่รู้สิ
เท่าที่ดูคร่าวๆ ทั้งสองอย่าง มีความรู้สึกกระจายไปทั้งตัว

V
แช็ทกับเพสัดชะกอน ทางใต้ เรื่องตาผม เพิ่งรู้ว่ายาที่หยอดตัวหนึ่ง เป็นตัวเดียวยานวดแก้ปวดบวมอักเสบฟกช้ำดำเขียวเมื่อยขบ
V
.

ความคิดเห็นที่ 97 (0)
driftworm วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 23.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

กะลังติดกูเกิ้ลแช็ททางไกล ด่วนอยู่
ลองทำตามกัปตันแจ๊คแล้ว เฉยๆ สุดกลั้นก็ปล่อย
แต่ในเวลาคับขันที่เป็นจริง จำได้ว่ามันจะขาดใจตาย
เดี๋ยวลองให้ใหม่ ฉลองศรัทธากัปตันแจ๊ค เอาให้หน้าแดงเลย
.

ความคิดเห็นที่ 96 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 22.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

ตอบพี่ส้มครับ
--เช่น พี่ไปเห็นแฟนพี่อยู่กะกิ๊ก ...พอความโกรธมันดับ
เรื่องที่เราโกรธมาจากสาเหตุอะไร--อายาตนะ 6คู่ครับ
อายตนะภายใน ตาพี่-จักขุวิญญาณรับอารมณ์(เหตุ-ปัจจัย-สิ่งเร้า)
อายตนะภายนอก-รูปภาพที่อยู่กะกิ๊ก ผัสสะกัน

ยกตัวอย่างอีกอันนึงครับ ตัว หนัง สือ ที่ ผม พิมพ์ เนี่ย
ผม ก็ พิมพ์ ที ละ คำ แล้ว เวลา พี่ อ่าน ก็ อ่าน ที ละ คำ แล้ว ทำ ไม ถึง เข้า ใจ ความ หมาย ของ ประ โยค หล่ะ
---พี่หนอน กับพี่ส้ม ลองหายใจเข้าแล้วกลั้นไว้ จนสุดแรงแล้ว รู้สึกอย่างไร พอหายใจออกแล้วก็ให้สุดจนสุดแรง อย่าพึ่งหายใจเข้า แล้วรู้สึกอย่างไร พรุ่งนี้ผมจะมาฟังความรู้สึก ของพีทั้งสอง
***ขอบคุณสำหรับดอกไม้ครับ อิอิ ปีนี้ยังไม่มีสาวผู้ใดเอาให้ด้วยสิ

ความคิดเห็นที่ 95 (0)
รัฐศิริ วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 21.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rutdy

สวัสดีค๊าบลุงหนอน สบายดีสุขภาพแข็งแรงนะครับ

ความคิดเห็นที่ 94 (0)
driftworm วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 21.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อ้าว เพิ่งเห็รูปในคห.๙๐
.

ความคิดเห็นที่ 93 (0)
driftworm วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 21.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เค้าออกสแตมป์ที่เป็นรูปดอกกุหลาบมีกลิ่นหอมด้วย
ไม่ชอบแบบนั้นเหรอ
ปีที่แล้วคนแย่งกันหนุบหนับ แป๊บเดียวหมด

ความคิดเห็นที่ 92 (0)
สตังค์ วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 20.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

เอามาอวด ไปแย่งเค้าซื้อมา
พอได้มาก้อยินดี ไม่ถึงนาที
ก้อง้าน ๆ แหละ เก็บเข้าแฟ้ม... ไว้เวลาผ่านไปค่อยเอามาดู รำลึกถึงอารมณ์ตอนนั้น(ที่รีบไปซื้อ)อีก

v
v

ความคิดเห็นที่ 91 (0)
สตังค์ วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 20.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง


ซินเจียยู่อี่....ซินนี้ฮวดใช้

ความคิดเห็นที่ 90 (0)
สตังค์ วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 20.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง


ส่งดอกไม้ให้สองหนุ่มค่ะ

ความคิดเห็นที่ 89 (0)
driftworm วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 19.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ข้อ ๒ คล้ายๆลุง ชีวิตคนเราคงถูกโขกออกมาจากแม่พิมพ์ไม่กี่ตัว เนอะ


ความคิดเห็นที่ 88 (0)
สตังค์ วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 19.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

กัปตันแจ๊ค
1. อารมณ์โกรธ นี่เห็น(รู้สึก)ได้ง่าย รู้ปุ๊บดับทันที โดยไม่ต้องคิดอะไรต่อเลย
................
พอรู้ปุ๊บดับทันที
ใช่... แต่พอสมองคิดว่า
เช่น พี่ไปเห็นแฟนพี่อยู่กะกิ๊ก ...พอความโกรธมันดับ
เรื่องที่เราโกรธมาจากสาเหตุอะไร
ความรู้สึก เศร้า เสียใจ หดหู่....มาแทน จะช้าหรือเร็วเท่านั้น
พอเรารู้ ความรู้สึกพวกนี้ก้อดับไปอีก
บางครั้งเกิดจากกรรมที่เรากระทำเอง พอพิจารณาอย่างถ่องแท้
ทั้งความคิด ความรู้สึก แล้ว สุดท้าย
เราก้อรู้ว่า มันไม่มีอะไร และไม่มีอะไรที่เป็นของเรา
มันเป็นไปตามกรรม เราจะมีสติพิจารณาเองว่า สมควรจะทำอย่างไร
มันจะไม่เจ็บปวด ทุรนทุราย เศร้า เหงา มันจะเฉยๆ
ตรงนี้พี่ทำบ่อยนะ พี่เลยรู้สึกว่าชีวิตพี่ไม่สุข และ ไม่ทุกข์
บางครั้ง ความทุกข์ สำหรับพี่มันแทบไม่มี ไม่ใช่ไม่มีนะ แต่ไม่รู้สึกมากกว่า
สุข พี่ก้อไม่สุข เฉย ๆ ถ้ายินดี ก้อแค่แป๊บเดียว กระพริบตาความสุขมันก้อหายไปแล้ว
*************************************

2.ขึ้นอยูกับเรื่องราวเหตุปัจจัยที่ทำใ้ห้โกรธด้วย
...
พี่คิดและรู้สึกว่า ไม่มีอะไรที่คนเราทำไม่ได้ แก้ไขไม่ได้
รู้สึกว่า เมื่อตื่นนอนตอนเช้า เหมือนเราเกิดใหม่ทุกวัน
สามารถทำอะไรใหม่ได้ ล้มได้ต้องลุกได้ เริ่มใหม่ได้ทุกวัน
งานที่ทำไม่ได้ บางครั้งหยุดสักวัน แล้วเริ่มใหม่
....บางครั้งเหตุปัจจัยส่วนใหญ่ในชีวิตพี่ไม่ได้เกิดจากพี่นะ
แต่เกิดจากคนรอบข้างซะเป็นส่วนใหญ่ พวกคิดแทนพี่ทั้งนั้น


***************************************************
3. ส่วนถ้าเราไม่ทันเห็น(ไม่รู้สึกตัว)หล่ะ มันจะเกิดการโต้ตอบกลับไป ไปด่าเค้าบ้าง ไปฆ่าเค้าบ้าง ...
.
ตรงนี้ เมื่อก่อนอาจใช่นะ หันกลับไปด่า
ตอนนี้เพียงแต่คิดเท่านั้น (ด่าในใจ) ในระดับความคิดพี่จะมีนางฟ้า&ซานตา
แล้วรู้สึกข้างในว่า เราพอใจตัวไหน เอาแค่เลือกตรงนั้น
แล้ววงจรก้อกลับไปดังคำตอบข้างบน (1) อีก

ตอนนี้พี่ทำอยู่แค่ตรงนี้เองนะ สำหรับการดำรงอยู่ในชีวิตประจำวัน
โดยไม่ได้พึ่งอะไร พิจารณาแบบนี้มาตั้งนานแล้วนะ ทำเรื่อยๆ + ตามลมหายใจเข้าออก
รู้สึกเหมือนวนเวียนอยู่ในอ่าง ไม่สามารถก้าวไปไหนได้อีก
*************************************

ลุงหนอน
ไม่ต้องคิดแล้วมั้ง ลุง..

ความคิดเห็นที่ 87 (0)
driftworm วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 15.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

กำลังคิดตามไปอยู่ หลายรอบแล้ว

ความคิดเห็นที่ 86 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 10.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

หวัดดีครับ พี่ส้ม
"ถึงพอเห็นทัน"
จะหยุดอารมณ์ที่จะต่อเนื่องไปใช่ไหม...แล้วอารมณ์ที่หยุดลง
เช่น เราโกรธ แต่พอรู้ตรงนั้นว่าโกรธ ความโกรธมันจะจางหายไป
บางครั้ง ก้อดับทันที บางครั้งก้อค่อยดับ
แต่ในช่วงของอารณ์ที่ดับ สติ จะเกิดใช่ไหม
จะเกิดการพิจารณา ต่อไป ว่าความโกรธที่หายไปนี้เราพอใจ หรือไม่พอใจ
ถ้าเราไม่พอใจ จะมีอารมณ์ อื่นตามมาอีก (หดหู่ น้อยใจ เสียใจ) อย่างนี้ไปเรื่อย
จนกว่าเราจะมองเห็นว่า พิจารณาว่า แค่นั้นเอง
และก้อ จิตเราจะรู้สึกว่า มันเป็นเช่นนั้นเอง มันไม่มีอะไร ที่ต้องโกรธ ..หดหู่...เสียใจ
เพราะมันไม่มีอะไร มันจะเฉย หรือ ไม่รู้สึกถึงมันอีก
ส้มพิจารณาแบบนี้ถูกต้องหรือปล่าวค่ะ
---ตอบพี่ส้มครับ
อารมณ์โกรธ นี่เห็น(รู้สึก)ได้ง่าย รู้ปุ๊บดับทันที โดยไม่ต้องคิดอะไรต่อเลย แต่ถ้าอารมณ์โกรธที่มีกำลังมาก บางทีกำลังสติของเราก็เอาไม่อยู่เหมือนกัน ขึ้นอยูกับเรื่องราวเหตุปัจจัยที่ทำใ้ห้โกรธด้วย เช่น สมมุติ เวลาลูกทะเลาะกัน กับพี่ไปเห็นแฟนพี่อยู่กะกิ๊ก หล่ะ กำลังหรือความแรงก็ต่างกัน
ส่วนถ้าเราไม่ทันเห็น(ไม่รู้สึกตัว)หล่ะ มันจะเกิดการโต้ตอบกลับไป ไปด่าเค้าบ้าง ไปฆ่าเค้าบ้าง ...

ความคิดเห็นที่ 85 (0)
driftworm วันที่ : 10/02/2010 เวลา : 21.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

กัปตันแจ๊คครับ ช่วยหน่อย ช่วยหน่อย
เรียบเรียงให้หน่อย
.

ความคิดเห็นที่ 84 (0)
สตังค์ วันที่ : 10/02/2010 เวลา : 21.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

คห.81 กัปตันแจ๊ค/ลุงหนอน
สภาวะมันเกิดขึ้นเดี๋ยวนั้นเมื่อได้เหตุปัจจัยมากระทบ
ต้องอาศัยการฝึกปฏิบัติ ถึงพอเห็นทัน แต่สำหรับผู้ใหม่บางครั้งใช้เทียบเคียงหลัง
จากจบเหตุการณ์แล้วก็ได้...

... ขอทวนคำ กับความคิดหน่อยนะ
"ถึงพอเห็นทัน"
จะหยุดอารมณ์ที่จะต่อเนื่องไปใช่ไหม...แล้วอารมณ์ที่หยุดลง
เช่น เราโกรธ แต่พอรู้ตรงนั้นว่าโกรธ ความโกรธมันจะจางหายไป
บางครั้ง ก้อดับทันที บางครั้งก้อค่อยดับ
แต่ในช่วงของอารณ์ที่ดับ สติ จะเกิดใช่ไหม
จะเกิดการพิจารณา ต่อไป ว่าความโกรธที่หายไปนี้เราพอใจ หรือไม่พอใจ
ถ้าเราไม่พอใจ จะมีอารมณ์ อื่นตามมาอีก (หดหู่ น้อยใจ เสียใจ) อย่างนี้ไปเรื่อย
จนกว่าเราจะมองเห็นว่า พิจารณาว่า แค่นั้นเอง
และก้อ จิตเราจะรู้สึกว่า มันเป็นเช่นนั้นเอง มันไม่มีอะไร ที่ต้องโกรธ ..หดหู่...เสียใจ
เพราะมันไม่มีอะไร มันจะเฉย หรือ ไม่รู้สึกถึงมันอีก
ส้มพิจารณาแบบนี้ถูกต้องหรือปล่าวค่ะ

ถ้าเป็นไปได้ช่วยเรียบเรียงให้อีกทีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 83 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 08/02/2010 เวลา : 11.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

แค่รู้ว่าตก(จมไปในอารมณ์ ต่างๆ) แล้วตั้ง(กลับมารู้สึกตัว) ก็สาธุด้วยครับ แค่นี้ในชาตินี้เราก็ทุกข์น้อยลง ส่วน สักยทิฏฐิ +อนุสัย ฯลฯนั้น คงอีกหลายภพหลายชาติครับ ที่จะขูดออกได้ ...ขออย่างเดียวอย่าหยุดทำ ...ธรรมรักษาครับ

ความคิดเห็นที่ 82 (0)
driftworm วันที่ : 06/02/2010 เวลา : 17.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ความเห็นที่ ๘๑ กัปตันแจ๊ค .........
[สภาวะมันเกิดขึ้นเดี๋ยวนั้นเมื่อได้เหตุปัจจัยมากระทบ ต้องอาศัยการฝึกปฏิบัติ ถึงพอเห็นทัน แต่สำหรับผู้ใหม่บางครั้งใช้เทียบเคียงหลังจากจบเหตุการณ์แล้วก็ได้...]
----- เหมือนบอกตัวเองในใจ เป็นคำพูดว่า อ้อ ไอ้นี่มันมารวมกันตามเหตุปัจจัยของมัน เป็น รูป หรือ กาย รูปหรือกายมันก็นิ่งๆเหมือนหุ่นยนต์ที่ยังไม่ได้กดสวิทช์เปิด
พอมันเคลื่อนไหวตามสิ่งเร้าภายนอก สิ่งเร้าภายนอกเป็นปัจจัย การที่เคลื่อนไหวนั่นสักแต่เป็น อาการ
แต่หากการเคลื่อนไหวนั้นมีเจตน์จำนงมาบงการอยู่ด้วย แสดงว่ามีผู้ถือเอารูปนั้นเป็นของตน บังคับให้มันเคลื่อนไหวไปต่างๆตามสิ่งเร้า

[ส่วนภาพ เสียง คำพูดต่างๆ ที่เป็นอดีตอารมณ์ (สัญญา) พอกระทบกับใจแล้วให้สังเกตุด้วยครับ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่ สุข ทุกข์ สบายๆ ชอบ ชัง โศกเศร้า หดหู่....]
---- มีความรู้สึกเศร้าสร้อยว่าชีวิตก็เพียงเท่านี้เอง ครั้งเยาว์วัย เราเรียนรู้สิ่งนี้สิ่งนั้นตามที่แม่ ที่พี่เลี้ยงสอนให้รู้จัก เราใช้มันมาจนโต และบัดนี้เราล่วงวัยแล้ว ไม่นานเราจักละทิ้งสิ่งที่รู้ที่ทำมานั้นไปอีก ............หรือคิดอีกแบบ สิ่งที่ยังไม่มีขึ้นแก่เราก็มีขึ้นด้วยกาสอนสั่ง อบรม ไม่นานเราก็จักละทิ้งสิ่งนั้นๆไปเสีย
--- แต่ว่าหลังๆนี้ ความเศร้าสร้อยเกิดน้อยครั้ง เป็นความรู้สึกเฉยๆมาแทนว่า มันก็เป็นอย่างนั้นตามที่เรารู้แล้ว แต่เราก็ยังยึดถือมันอยู่ สักกายทิฏฐิยังมีอยู่
.
.

ความคิดเห็นที่ 81 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 06/02/2010 เวลา : 14.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

สภาวะมันเกิดขึ้นเดี๋ยวนั้นเมื่อได้เหตุปัจจัยมากระทบ ต้องอาศัยการฝึกปฏิบัติ ถึงพอเห็นทัน แต่สำหรับผู้ใหม่บางครั้งใช้เทียบเคียงหลังจากจบเหตุการณ์แล้วก็ได้...
ส่วนภาพ เสียง คำพูดต่างๆ ที่เป็นอดีตอารมณ์ (สัญญา) พอกระทบกับใจแล้วให้สังเกตุด้วยครับ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่ สุข ทุกข์ สบายๆ ชอบ ชัง โศกเศร้า หดหู่....
ธรรมทั้งหลายเกิดแต่เหตุ...พุทธพจน์

ความคิดเห็นที่ 80 (0)
driftworm วันที่ : 05/02/2010 เวลา : 22.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คำว่าสภาวะ บางทีก็เข้าใจมัน เห็นภาพในใจ
บางทีก็งง นึกภาพไม่ออก
ผมคงต้อทำความคุ้นเคยกับมัน

ที่รู้สึกได้บ่อย เห็นภาพในใจ มีอีกสองคำ
นาม และ อาการ
.

ความคิดเห็นที่ 79 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 05/02/2010 เวลา : 15.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

มันเป็นโดยสภาวะของมันอยู่แล้ว เมื่อไม่รู้ไม่เห็นสภาวะตรงนั้น ก็นึกว่าเป็นของเรา อยากได้ อยากเก็บไว้ จนสุดท้ายเรานี้ก็ตกอยู่ในอิทธิพลของสภาวะนั้น จนไม่เป็นอิสระจากสภาวะนั้นๆ แต่ก็ไม่ใช่เราจะหนีสภาวะนั้นได้ เพียงแต่ว่าอยู่อย่างไรอยู่ให้เป็น แล้วจะไม่หลงไปโต่งใด โต่งหนึ่ง โต่งชอบ โต่งชัง ....

ความคิดเห็นที่ 78 (0)
driftworm วันที่ : 04/02/2010 เวลา : 16.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ส้ม ...
ไม่เพียงที่ผมคุยให้กัปตันแจ๊คฟังว่า ...
เมื่อกลับมาพักฟื้นที่บ้านนอกใหม่ๆ พอเข้าราวปี ๒๕๓๙ ขึ้นมา ผมหุงข้าวกล้องกินเองต่างหาก ใช้หม้อใบเล็ก หุงปนข้าวมันปู ถั่วเหลือง ถั่วแดง แล้วขนกับข้าวในตู้เย็น แกงเขียวหวาน ผัดดอกกุยช่าย ไข่เจียว เทรวมกันโปะข้าว ...แม่ผมบ่นว่า “มึงนี่ หิ กินข้าวยังกะขอทาน”
ข้าวกล้องกับข้าวมันปูมันมีเยื่อหนาอยู่แล้ว เวลาเคี้ยวเหมือนมันแยกเป็นเมล็ดๆ และเหมือนกับเวลาเราเอาเล็บบี้ตัวเรือด เป๊ะ เป๊ะ ผมเลยบอกตัวเองว่าเคี้ยวให้ช้าช้า บดข้าวคำหนึ่งๆให้ละเอียดที่สุด นานที่สุด

แทนที่จะน่าขยะแขยง กลับรู้สึกว่าลิ้นมันแยกรสของวัตถุแต่ละอย่างๆ และรู้สึกผิวสัมผัสของวัตถุแต่ละอย่างๆ แยกกันชัด อันนี้เมล็ดข้าว ขบเยื่อหนาเป็นมัน เพะ เพะ รสจืด มัน อันนี้เส้นดอกกุยช่าย กลิ่นเหม็นเขียวจางๆ เส้นใยเหนียว ขาดช้า มีรสหวานนิดๆในเส้นใยที่อัดรวมกันจนแข็ง นี่กลิ่นมะพร้าวจากกะทิที่แตกมันจนเป็นขุยนิ่มๆ กะทิมีกลิ่นคาวเล็กน้อยตามธรรมชาติ คาวน้ำมันพืชไม่เหมือนคาวเนื้อสัตว์ นี่ถั่วเหลือง เยื่อแตกปลิ้นไปข้างๆฟัน เนื้อเมล็ดนิ่มลงแล้วแตกเป็นชิ้นเล็กๆยังไม่ละเอียด นี่เนื้อหมูเป็นเส้นใยที่มาอัดรวมกันเป็นก้อน สัมผัสชิ้นหมูจะรู้สึกเป็นร่องๆเส้นๆ มีรสมันเล็กน้อย เคี้ยวนานเข้าก็เริ่มจืด

หวนนึกไปถึงครั้งที่เคี้ยวชิ้นสับปะรดจนละเอียดเหลือกากเป็นเส้นใย แต่ละเส้นแบนกว้างราวครึ่งมิล บ้างขาวขุ่น บาง บ้างขาวใส บางกว่า อ้อ ไอ้พวกธาตุอาหารคือคาร์โบไฮเดรต (มีถ่านคาร์บอน C เป็นฐานโมเลกุล) น้ำตาลกลูโคส (ก็มี C เป็นฐานโมเลกุล) วิตามิน แร่ธาตุอื่น เช่นโปแต๊สเชี่ยม มันก็รวมตัวกันเป็นรูปต่างๆ เป็นรูปของน้ำ (อาโป) บ้าง เป็นรูปของชิ้นผงละเอียด (ปถวี) บ้าง อาศัยเกาะไปตามเส้นใยพวกนั้น ที่จะรวมตัวอัดตัวกันเป็นเนื้อสับปะรด
มะม่วงก็เป็นลักษณะของเส้นเยื่อ ชมพู่ แอ๊ปเปิ้ล กล้วย ขนุน ลำใย เป็นเส้นเยื่อเส้นใยมารวมกันทั้งนั้น
.... ดังนั้น กินข้าวขอทานอย่างนั้น ผมยังกลัวว่าจะไปติดรสของมันซะอีก เพราะลิ้นมันแยกรส แยกสัมผัสได้ละเอียดขนาดนั้น
--- นั่นคือที่คุยให้กัปตันแจ๊คฟัง ไม่เพียงเท่านั้น ---

ผมยังรู้สึกบ่อยขึ้นเรื่อยๆว่า ที่มักพูดเปรียบเปรย พูดเป็นเชิงปรัชญากันว่า ฝันนั้นไม่ใช่ชีวิตจริง แล้วถูกย้อนว่า แน่ใจหรือว่าชีวิตจริงๆทุกเวลานาทีนี้ก็ไม่ใช่ความฝันไปด้วย .. นั้น
... ทั้งหมดเป็นมิติของภาพลวงตาทั้งสิ้น

มิติภาพลวงตาคือกระบวนการสะท้อนฉายเข้าไปที่จอความรับรู้ของเรา ทั้งจอตา จอหู จอลิ้น จอจมูก จอผิวหนัง จอใจ ทั้งหมดมีความถี่พิสัย ของมิติลวงตามิติหนึ่ง
ในท่ามกลางทะเลของมิติลวงเป็นพันๆมิติในจักรวาล เพียงแต่เราถูกสร้างให้มีรูปกายที่มีความหยาบของการรับรู้พอเหมาะกับมิตินี้ เราก็ถือเอาความสัมพันธ์ภายใต้มิตินี้ว่าคือความจริง คือตรรกที่สอดคล้องกับความเป็นจริง นั้นคือเราใช้อุปาทานเข้าไปยึดจับมันเป็น default
แต่เรื่องราว ระบบความัมพันธ์ที่มีความถี่พิสัยละเอียดกว่าเรื่องของมนุษย์เรา และมันก็ซ้อนอยู่บนโลกเรานี้ด้วยเป็นพันพันมิติ เราไม่สามารถที่จะตรวจจับมัน ไม่อาจรับรู้มัน เราก็เลยถือว่านอกนั้นมันไม่จริง

แท้แล้ว ไอ้ที่เราถือว่าจริง ก็เพียงนับเป็นหนึ่งในพันพันของกระบวนการสะท้อนฉายความรับรู้ ที่ไม่แน่นอนตายตัว
การสะท้อนฉายคือ ภาพสะท้อน = IMAGE อิมเมจนั้นมันไม่มีตัวตน ไม่เชื่อไปถามพวกที่รู้ศัพท์ศิลปเอาได้ ... โลกเราหรือโลกไหนๆก็เป็นอิมเมจทั้งสิ้น
.

ความคิดเห็นที่ 77 (0)
driftworm วันที่ : 03/02/2010 เวลา : 01.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

วันที่ ๑๖ หมอนัดที่ศิริราช แต่คงรักษาถึงบ่ายจัด คราวก่อนก็บ่ายสาม
วันเสาร์ที่ ๒๐ เพื่อนนัดเลี้ยงรุ่นที่ถนนข้าวสารมั้ง จำไม่ได้ เพราะไม่แน่ใจว่าจะไปได้ มันเป็นวันเสาร์ที่แสนยุ่ง ไม่ใช่วันหยุดแสนสุข เข้ากทม.บ่อย ที่บ้านก็เหนื่อยเพิ่ม .... ต้องนอนโรงแรมอีกจิ แหล่งแพร่โรคอะ

แต่รับไว้เป็นหัวข้อรอนัด นะ (agenda) ค่อยๆไล่ไป ก็ต้องมีวันว่างตรงกันสักวัน

ความคิดเห็นที่ 76 (0)
สตังค์ วันที่ : 02/02/2010 เวลา : 10.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

คห.74 ลุงหนอน
คอมพ์ ของลุง มันรับอารมณ์ได้ด้วย
ดีจัง หุ หุ
..........................................
ความฝัน..
- แล้วถ้าหนอนหลับแล้วไม่ฝันเลยล่ะ สมองปิดกั้น การรับรู้ด้วยหรือปล่าว
แบบว่า ... หัวถึงหมอน หลับตา ตื่นมาอีกที เช้าแล้ว
...........................
*******เราหลับไหล ไม่มีสติคอยควบคุมการใช้ตรรกที่เราจัดไว้มาร้อยเรียงเรื่อง.......

ถ้าเวลาที่เราฝัน รู้สึกว่ามีเราอีกคนเฝ้ามองสถานการณ์ ที่ฝันล่ะ
เหมือนเรากำลังดูละครเรื่องหนึ่งอยู่ ในฝันเรารู้สึกเหมือนเป็นตัวละครในนั้น
แต่เรามีอีกคน ที่เฝ้ามองว่า ...ไม่ได้เป็นแบบนั้น ไม่ได้เป็นแบบนี้.. ทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง
แต่เราก้อได้แต่เพียงเฝ้ามองดูให้เหตุการณ์ในฝันดำเนินอย่างต่อเนื่อง
......ในฝัน ตัวละครในนั้นเรามีความรู้สึกร่วมด้ว มีรัก โลภ โกรธ หลง

เห็นความโกรธในตัวละคร เห็นความหลง ..โดยมีเราอีกคนที่เฝ้าดูละคร..... รู้สึกถึงอารมณ์นั้น
เช่น เวลาที่ตัวละครนั้นเกิดโลภ ตัวเราที่เฝ้าดูในขณะที่หลับติดอารมณ์โลภนั้นมาเลย
และพอพิจารณาเห็นว่า มันเป็นความโลภที่ก่อขึ้นในจิต ทั้งที่เรายังนอนหลับอยู่......
แต่พอตื่นขึ้นมา... มันมีความรู้สึกว่า ละครจบไปอีหนึ่งเรื่องแล้ว...และก้อจำไม่ได้...
ฮา..เลย.........เวลาเพื่อนถาม
เมื่อคืนฝันเห็นเลขไรว่ะ... บอกมั่งดิ...

......พุทธศาสนา เรียก บัญญัติ การนัดกันรู้
คงต้องเรียนรู้กันไป........เรื่อยๆ เพื่อให้เข้าใจตรงกัน



ความคิดเห็นที่ 75 (0)
สตังค์ วันที่ : 02/02/2010 เวลา : 10.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

คห.73 กัปตันแจ๊ค
ก้อดีนะ นัดที่ร้านโอยั้วะ หลังตรุษจีน
ต้องถามลุงหนอน ว่าสะดวก วันไหน (ที่จะเข้ามากรุงเทพฯ)

ความคิดเห็นที่ 74 (0)
driftworm วันที่ : 01/02/2010 เวลา : 22.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คอมพ์ผมมันละเมอด้วย
พอกดเปลี่ยนหน้าไปบล๊อกคนอื่น
มันครางว่า "อุ๊ปส์ การแสดงหน้านี้มีปัญหา
โปรดตรวจสอบข้อต่ออินเตอร์เหน็ตของคุณ
หรือเว็บที่คุณหาอาจล่ม"

ผมต้องตบหลังหัวมันเบาเบา ด้วยการกดปุ่มรีเฟร็ช
"เอ้ย ตื่น ตื่นเว้ย หน้าไหนมีปัญหา ดูดิ๊"
มันก็ขึ้นหน้าที่ต้องการมาฉึบ ฉึบ ฉึบ
อะโ่ด่ ....
...................................

ความฝันคือ การที่ข้อมูลรับรู้ในสมองเรา มันมาเชื่อมโยงกันโดยใช้ตรรกที่ไม่สมจริง ไม่ใช่ที่เราจัดไว้
จึงเกิด"เรื่อง"ที่สร้างขึ้นแบบเหนือจริง
เช่นที่ผมมักฝันว่าสนามหญ้ากลายเป็นทะเลน้ำข้นเหนียวหนึบสีเขียว เป็นคลื่นปั่นป่วน
ฝันแบบนี้เวลาที่ไข้ขึ้น ในหัวทึบหนัก

เราหลับไหล ไม่มีสติคอยควบคุมการใช้ตรรกที่เราจัดไว้มาร้อยเรียงเรื่อง

การร้อยเรียงเรื่อง = สังขาร (mental concoction) อยู่แล้ว

มันคงมีบ้างที่ฮ้าร์ดดิ๊สก์มันใช้ตรรกที่เราไม่ต้องการมาประมวลข้อมูล
........................................

ผมใช้คำว่า ตรรกที่เราจัดไว้ โดยไม่ใช้ว่า ตรรกที่เป็นจริง
เพราะมันไม่มีอะไรจริง หากมีแต่-มันอยู่ในแนวที่เรายอมรับกัน และเราตกลงนัดกันรู้ว่า ต้องเป็นอย่างนั้นเท่านั้น

เอ้า นี่ฝรั่งมันเพิ่งพูดเรื่องนี้ในหลัก "หลังโครงสร้างนิยม" นะ
เรื่อง การกำหนดรู้ความหมายที่ตกลงกัน ว่าอะไรว่าตามกัน
แล้วกำหนด "คำ" (สัญลักษณ์ทางเสียง และ รูปรอยเครื่องหมายอักษร) ขึ้นแทนความหมายนั้น
พุทธศาสนา เรียก บัญญัติ การนัดกันรู้
.

ความคิดเห็นที่ 73 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 01/02/2010 เวลา : 16.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

หวัดดีครับ
ตั้งแต่คห.51-71น่าสนใจครับ จริงๆน่านัดคุยกันนะครับ มีหลายๆนัยยะให้ถกกัน จะให้ดีก๊อบ คห.51-71 มาด้วยครับจะได้ไม่ตกหล่น ถ้าช่วงหลังตรุษจีนน่าจะดีน้อะ ร้านโอยั้วะดีมั้ยครับ....

ความคิดเห็นที่ 72 (0)
สตังค์ วันที่ : 01/02/2010 เวลา : 16.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

ฝันอย่างไร..กันค่ะ

.
.
.

เหมือนเรากำลังพิจารณากาย

ความคิดเห็นที่ 71 (0)
driftworm วันที่ : 31/01/2010 เวลา : 12.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คอมพ์ก็มีการทำงานแบบที่ว่า
พอเราพิมพ์อักษรขึ้นต้น มันจะพยายามเดาส่วนที่เหลือ
เป็นระบบเดียวกับสมองมนุษย์
โปรแกรมจำลองไปจากการทำงานของสมองมนุษย์

คอมพ์มันฝันได้ด้วยนะ
.

ความคิดเห็นที่ 70 (0)
สตังค์ วันที่ : 31/01/2010 เวลา : 10.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

คห.69
คห.๖๖ - ยกเลิกนะ
ที่ว่าสอบผ่านนะหรืออ่ะลุง
หนูยังสอบไม่ผ่าน ลุงช่วยตอบก่อนดิ

เพราะความเห็น 67. นั่นแหละ
ส้มอยากรู้ว่า... ถ้าคำที่พิมพ์มันผิด นั่นคือ "วิญญาณ" ฮะฮ่า รู้แต่เรียกไม่ถูก ไม่ชำนาญพอ อ่ะคะ
แล้วลุงสังเกตุไหมว่า คำที่พิมพ์ เช่น คำว่า ความ จะเป็น คาวม
หรือ อ่าน จะเป็น อาน่ คำว่า เห็น จะเป็น เหน็

คืออย่างนี้ ตอนอ่าน นะมันเป็นไปตามความเเร็วของจิตที่มอง
แต่ถ้าเจาะลงไปแล้ว ที่เร็วนี่ เป็นเพราะ ความเคยชิน ด้วยอ่ะปล่าว
เลยทำให้เรามองอะไรไม่ละเอียดพอ
และการเห็นอะไรซ้ำ ๆ กัน มันทำให้เราละเลยไป (คิดไปเอง) ก่อน
โดยไม่ได้พิจารณาที่ถ่องแท้ ว่า ต้องค่อยๆมองไปตามที่เห็น
และต้องเห็นได้อย่างถูกต้องด้วย (แล้วอะไรคือความถูกต้อง)
V
V

คห.68 เราเข้าตรงกัน
ลุงหนอน เขียนตามพจนาณุกรม สารานุกรม เลยดูเหมือนไม่ตรงกัน
ส้ม ... เขียนตามจิต คำที่ใช้เลยเป็นคำง่ายๆ
เราเข้าใจตรงกัน


ความคิดเห็นที่ 69 (0)
driftworm วันที่ : 30/01/2010 เวลา : 23.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คห.๖๖ - ยกเลิกนะ
ผมอ่านได้แล้ว ....เพราะจิตเราสัมผัสเพียง.....
.

ความคิดเห็นที่ 68 (0)
driftworm วันที่ : 30/01/2010 เวลา : 23.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ถ้างั้นก็ไม่ใช่เราสื่อไม่ตรงกัน
แต่เป็นว่าผมกำลังตามไม่ทันส้มละมากกว่า
.

ความคิดเห็นที่ 67 (0)
driftworm วันที่ : 30/01/2010 เวลา : 23.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

*กราภวนาก็เมหือนกนั เารไม่ตง้อไปวีเยรีสขานดตง้อ*

ซีเรียส ไม่ใช่ วีเรียส

*นี่ใวที่เรยีกว่าปรมตัถ์สาภวะ*
นี่ไง ไม่ใช่ นี่ใว

(วิญญาณผมอ่านมัน ..)

อ้อ นี่เขียนเสร็จแล้ว ใช้(เรียกว่าอะไรหว่า)ปุ่มโปรแกรมเสริม สั่งเรียงสลับอักษรเหรอ
.

ความคิดเห็นที่ 66 (0)
driftworm วันที่ : 30/01/2010 เวลา : 23.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

บรรทัดนี้มีปัญหา นะส้ม

*ที่เปน็อาย่งนี้เราพะจติเพยีงสมัผสัผาน่ๆเท่านนั้งเอ*

อื่นๆก็อ่านได้หมดละ เร็วด้วย

แต่สำคัญว่าสิ่งที่ส้มจะบอกมากกว่า เลยต้องนั่งอ่านมัน
ทั้งที่ผมว่าผมสอบผ่านแล้วนะ

ความคิดเห็นที่ 65 (0)
สตังค์ วันที่ : 30/01/2010 เวลา : 22.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

สวัสดีค่ะลุงหนอน.........
ลองอ่านดูว่าอ่านได้มั้ย
ถ้าคุณอาน่บทคาวมนี้ได้ คณุมีจติที่ไม่เข้ไาปเกะากบัเรงื่อรวา
บญัตัญิมกาเนกิไป ลงออาน่ดูนะว่าด้ไหรอืเลป่า

มีแค่ 55 คนจาก 100 เท่านนั้นแล่หะที่อาน่ได้
มาลงอดูกนัว่าคณุอ่านได้ไมห อยู่ในสน่ว55หรอื45

ฉนัไม่อายกจะเชอื่เลยว่า ฉนัเข้าใจสงิ่ที่ฉนักำลงัอาน่อู่ยนี้
มนัเปน็ปฎกราากรณ์ของจติม์ษุนย
มนัไม่สคำาญเลยว่า
ตวัอรัษกเยีรงถตอ้กูหรอืไม่ในคำคำหนงึ่ มนัสคำญค่แว่า
ตวัอษักรแกรและตวัอษกัรตวัสดุทาย้ของคำนนั้อู่ยในตนำแห่งที่ถกูตอ้ง
ที่เลืหอนนั้มนัจะมวั่ซวั่อ่ายงไร คณุก็อาน่มนัได้อู่ยดี ไม่ม่ปหญัา

ที่เปน็อาย่งนี้เราพะจติเพยีงสมัผสัผาน่ๆเท่านนั้งเอ
กราแลปค่าหอรืปะรมลวผลขงอจตินนั้ อาศยั "สญัาญ"
ดโยตวัอกัษรบงาคำเท่านนั้ก็แดสงผลได้ทนัที
สน่วใญ่หจติจะเดาคำหอริปะรโคย ลวง่หาน้ไปกอน่แลว้

ถ้าเหน็จติทำงนาอาย่งละเยอีด จะเหน็เยลว่า
ทนัทีที่ตวัอกัษรกะรทบตา สญัญาจะแงสดคาวมหามย
มษุน์ยนนั้ไม่ได้อาน่ตวัอษกัรทกุตวัซกัหอน่ย
แต่อาน่เปน็คำเตม็ๆคำ

ซงึ่ไม่ได้ถูกเบสอไป แต่วญิญณาจะทำห้นาที่แลปค่าคำ
เปน็ปะรโคย เมอื่ไม่ใช่จะทำงนาให่มจนถกูตอง้
นี่เปน็คาวมสดุยดอที่คมอพวิเอตร์ทำไม่ได้
จติและกะรบนวกราทำงนาขงอขนัธ์5
ทำงนากนัเงออาย่งอศัจย์รร สดุยอดเลยใช่มยั้ ใช่เยล

กราภวนาก็เมหือนกนั เารไม่ตง้อไปวีเยรีสขานดตง้อ
ไปรู้ทกุอ่ายงหอรก มนัจะกลายเปน็เคียรดไปเลป่าๆ
นี่ใวที่เรยีกว่าปรมตัถ์สาภวะ
ใช้คาวมรู้สกึไปสมัผสัเาบๆเท่านนั้พอ

ลองเอามาให้อ่านเล่นค่ะ

ความคิดเห็นที่ 64 (0)
driftworm วันที่ : 30/01/2010 เวลา : 01.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ผมต้องไล่อ่านใหม่ คห.หลังๆนี่
มันต้องมีอะไรสักอย่างที่ส้มกับผมสื่อไม่ตรงกัน

V v v
v v
v

ความคิดเห็นที่ 63 (0)
สตังค์ วันที่ : 28/01/2010 เวลา : 07.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

... ไม่รู้นะ แต่ที่ผมเคยเจอ เวลามัน"รู้" บางเรื่องที่ผมสงสัย
มันไม่ใช่ระดับของฌานวิเศษ ไม่ใช่มีสติรวดเร็ว ไม่ใช่ด้วยคุณวิเศษอะไร
เป็นแค่ที่ระดับของการใช้ตรรกแบบปุถุชนนี่แหละ แต่เหมือนเราตัด"อคติ"ออกไป นึกถึงมันอย่างกลางๆ
มันมีคำตอบออกมา ผมยังอธิบายไม่ถูก ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร และไม่ใช่ว่ามันเกิดกับผมบ่อยๆ

อันนี้ ส้มเป็นบ่อยนะ พอตัดอคติ อยู่แค่คำว่า ชอบไม่ชอบ พอใจไหม (เมื่อก่อน)
ตอนนี้ รู้สึกว่า พอใจในสิ่งที่เราเป็นอยู่ เหมือนเป็นอิสระ ความคิดนั้นดับไปพร้อมความรู้สึก
(ดับได้ตรงนั้น บางครั้ง 1 นาที 5 นาที บางครั้งครึ่งวัน เป็นวันยังมี) เหมือนสมองจะไม่จำ....
ถ้าจำได้ต้องพิจารณาไปตามสถานะการตอนนั้น ใช่เรื่องที่เราเคยรู้หรือไม่
จะผุดขึ้นมาเอง โดยไม่ต้องจำ
เหมือนกับเราเกิดใหม่อยู่ทุกวัน จบแค่ตรงนั้นเดี๋ยวนั้น (ความรู้สึก-อคติ)
บางครั้ง เหมือนเราเกิดใหม่อยู่ทุกเรื่องที่มากระทบ
ลุงลองถามอาจารย์ให้หน่อยสิค่ะ ว่าคืออะไร
*********************************
- ที่ว่าผมยังมีความลังเลสงสัย - ใช่ เป็นแบบ "อ่อนๆ" ในประเด็นที่ยกมานั้น
ก็ดีนะลุง หนูจะได้รู้ไปด้วยในทางจิต ไม่ใช่ทางสมอง
บอกเลยว่า.. บางครั้งจิตหนูก็รับได้บ้างไม่ได้บางเลยนอกเรื่องไปเยอะ
ลุงคงต้องเหนื่อยกับหนูไปอีกนาน
********************************
- ที่ว่าผมคงมีคำตอบอยู่แล้วในประเด็นที่ยกมานั้น - ใช่ ส้มสังหรณ์ถูกต้อง
เหอ เหอ สังหรณ์ ...
เอาเป็นว่า.... หนูเดาถูกล่ะกัน
******************************************************
....ผมคงคิดได้พิสดารกว่าชาวบ้านเขามั้ง อ้อ ครูบาอาจารย์เขาว่าเรื่องที่มันยังไกลเกิน
มันยังไม่ถึงจุดนั้น ก็ไม่ต้องไปคิดล่วงหน้า..แต่ผมเป็นจำพวก อุตริ น่ะ

แล้วถ้าเกิดว่าเราไม่คิดล่วงหน้า แต่เราคิดย้อนหลังพิจารณาความรู้สึกย้อนลงไปล่ะ
คิดย้อนไปข้างหลังจาก 49-42-35-28-21-14-7 ... แรกเกิด
รู้สึก-พิจาารณาทบทวนความคิดที่ผ่านมา ตามเหตุและผล
แล้วตัดความรู้สึก ดับเรื่องราวความรู้สึกในอดีตๆ เรื่อยไป ล่ะ จะเป็นอย่างไร


อ๋อ.... สายหกเอ็ด ..... มันเป็นอดีตที่คงมีความรู้สึกติดค้างอยู่ เหอ เหอ.....



ความคิดเห็นที่ 62 (0)
driftworm วันที่ : 27/01/2010 เวลา : 21.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คห.๖๑ ( ๖๑ ก็สายรามคำแหง-อนุสาวรีย์ชัยฯ เมื่อก่อนนั้น เดี๋ยวนี้คงเปลี่ยนไปแล้ว นี่แหละ..ความจำ จำทำไมไม่รู้)
**แล้วลุงพอใจแค่ไหนในระดับความถี่....แบบย้อนไปอดีตได้
ถ้าต้องทำตัวให้ถี่..ต้องเกร็งแน่ๆ ..ถ้าแค่เฝ้ามองล่ะ จะเห็นไหมค่ะ**

- ไม่เคยตั้งความปรารถนาที่จะมีความสามารถแบบนั้น
- *ถ้าต้องทำตัวให้ถี่..ต้องเกร็งแน่ๆ* - ความสามารถนี้ถ้ามีขึ้น มันเป็นไปเองตามกำลัง
- *ถ้าแค่เฝ้ามองล่ะ จะเห็นไหม* - เห็นอะไร เห็นอดีตเหรอ ... ไม่รู้นะ แต่ที่ผมเคยเจอ เวลามัน"รู้" บางเรื่องที่ผมสงสัย
มันไม่ใช่ระดับของฌานวิเศษ ไม่ใช่มีสติรวดเร็ว ไม่ใช่ด้วยคุณวิเศษอะไร
เป็นแค่ที่ระดับของการใช้ตรรกแบบปุถุชนนี่แหละ แต่เหมือนเราตัด"อคติ"ออกไป นึกถึงมันอย่างกลางๆ
มันมีคำตอบออกมา ผมยังอธิบายไม่ถูก ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร และไม่ใช่ว่ามันเกิดกับผมบ่อยๆ
- ที่ว่าผมยังมีความลังเลสงสัย - ใช่ เป็นแบบ "อ่อนๆ" ในประเด็นที่ยกมานั้น
- ที่ว่าผมคงมีคำตอบอยู่แล้วในประเด็นที่ยกมานั้น - ใช่ ส้มสังหรณ์ถูกต้อง แต่เป็นที่ระดับของการ "รู้เพราะคิด" ไม่ใช่รู้เพราะญาณ
....ผมคงคิดได้พิสดารกว่าชาวบ้านเขามั้ง อ้อ ครูบาอาจารย์เขาว่าเรื่องที่มันยังไกลเกิน มันยังไม่ถึงจุดนั้น ก็ไม่ต้องไปคิดล่วงหน้า
แต่ผมเป็นจำพวก อุตริ น่ะ
.

ความคิดเห็นที่ 61 (0)
สตังค์ วันที่ : 27/01/2010 เวลา : 14.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

ถ้าผมจะอธิบายแบบตีขลุม ก็มั่วได้ว่าอะไรที่สมองเก็บบันทึก ใจเราก็อ่านจากบันทึกนั้นอีกที
... หรือว่าจริงๆแล้ว ใจเรามันเรียนรู้ เก็บจดจำเองโดยตรง ... ถ้างั้นสมองมันเก็บอะไร?
*******************************************
แล้วลุงหนอนสงสัยว่ามันเก็บอะไรล่ะ
มันอยู่ที่การมอง มองแค่ว่ามันก้อนเนื้อ มันก็คือก้อนเนื้อ
มองว่า มันเป็นสิ่งวิเศษน่ามหัศจรรย์ มันก้อมหัศจรรย์
แล้วลุงพอใจให้มันเป็นเช่นไรกันเล่า ว่ามันเก็บอะไร
รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส หรือมีมากกว่านี้

ลุงดูรูป สมองลึก และ ละเอียดลงไปอีกถึงขั้นมันมี
ก้อนสมองในกบาลเต็มไปด้วยเม็ดวุ้นเล็กละเอียดจำนวนมาก แต่ละเม็ดก็เหมือนผลึกสารกึ่งตัวนำ(semi-conductor)
ในไอซี-วงจรรวม (IC-integrated circuit) เมื่อมันเรียงตัวเป็นชุดๆ มันก็เหมือนแผ่นเก็บบันทึกความจำที่มีชีวิต
อาศัยไฟคืออ๊อกซิเจนที่เราหายใจเข้าไปตลอด และเชื้อคือธาตุอาหารที่เรากินและย่อยกลั่นขึ้นไปหล่อเลี้ยงทุกเม็ดเซลล์ตลอดเวลา

******** มันเป็นเพียงแค่รูป**************
เม็ดวุ้น ...สารกึ่งตัวนำ...เรียงตัว....บันทึกความจำ...อาศัยไฟ....อาหารที่เรากิน ...กลั่น..หล่อเลี้ยง...เม็ดเซลล์...
เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย............
ถ้าสมองตาย ความรู้สึกก็ตาย ไม่เจ็บ ไม่หนาว ไม่ร้อน ฯลฯ
ใจ ก็ไม่ได้รับรู้ว่าเราพอใจ ไม่พอใจ (ไม่มีตัวตน)
...ในทางกลับกัน ถ้ายังมีความรู้สึกว่าความพอใจ หรือ ไม่พอใจ
ก็จะเจ็บ ร้อน หนาว ฯลฯ มีสมอง (ตัวตน)
นอกเรื่องนิด... ถ้าเราหยุดความพอใจ ไม่พอใจได้ล่ะ ตัวตนของเราจะหายไปไหม ?????

ส้มว่านะ ....ลุงก้อรู้....แต่ใจลุงมี ความลังเลสงสัย



มันจดจำ"ถี่"ขนาดนั้นแหละ
*****************************************
"หนูพอใจอยู่กับปัจจุบัน"
แล้วลุงพอใจแค่ไหนในระดับความถี่....แบบย้อนไปอดีตได้
ถ้าต้องทำตัวให้ถี่..ต้องเกร็งแน่ๆ ..ถ้าแค่เฝ้ามองล่ะ จะเห็นไหมค่ะ

**********************************************
2. เรื่องการพรากความยึดมั่น ยึดเหนี่ยวที่ร้อยรัด
คห.ข้างล่าง...59
ส้มรู้ว่าตัวเอง (ตัวตน) ไม่สุข และไม่ทุกข์..แก้ปัญหาไปเรื่อย
เรื่องที่เข้ามา ก้อแค่นั้นเอง...
ตอนนี้เป็นระดับความพอใจ ที่ยึดอยู่ ...ก้อแค่นั้นเอง เรื่อง จิ๊บจิ๊บ
จิตยอมรับได้ (พอใจ)บ้าง ไม่ได้บ้าง ว่าเป็น "เช่นนั้นเอง"
............
ก้อ "แค่นั้นเอง" มีตัวตน เราผู้สังเกตุเห็น ความโกรธ ความหลง (อุปทาน)
ระดับ ความเป็นเช่นนั้นเอง มันไม่มีอะไร มันว่าง

ซึ่งบ้างครั้งก้อเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปเหมือนกัน
เพราะเราต้องเจอกับผัสสะที่เข้ามากระทบตลอดเวลา
จนเรามองไม่ทัน รู้สึกไม่ทัน (ต้องไปอยู่ป่า)

ก็เรายังมีตัวตนที่ตั้งอยู่......................ก็แค่นั้นเอง
ถ้าเรายืนในจุดที่กำลังจะไม่มีตัวตน...... (การยอม โดยไม่มีอารมณ์ใดๆ อุปทาน)
เรื่องมันคงเป็น "เช่นนั้นเอง"

ส้มไม่ได้ตอบตามหนังสือ หรือว่าองค์ความรู้ แต่ตอบตามความรู้สึก
ถ้าลุงหนอนและกัปตันแจ๊ค เห็นว่าตรงไหนผิดทางแนะนำด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 60 (0)
driftworm วันที่ : 27/01/2010 เวลา : 11.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

๑. ที่ว่า
*อย่างนี้เป็นผลจาก "อากาสิก" หรือไม่...
จิตที่เห็นการกระทำอย่างละเอียดในอดีต
...เอามาพิจารณาสิ่งที่ติดอยู่กับปัจจุบัน..และเพียงแค่เฝ้าสังเกต*

ไม่ต้องคิดที่ระดับเป็นอากาสิกหรือไม่ เอาแค่ว่าเป็น"ระบบเก็บความจำในกบาล"เราก็พอ
ก้อนสมองในกบาลเต็มไปด้วยเม็ดวุ้นเล็กละเอียดจำนวนมาก แต่ละเม็ดก็เหมือนผลึกสารกึ่งตัวนำ(semi-conductor)
ในไอซี-วงจรรวม (IC-integrated circuit) เมื่อมันเรียงตัวเป็นชุดๆ มันก็เหมือนแผ่นเก็บบันทึกความจำที่มีชีวิต
อาศัยไฟคืออ๊อกซิเจนที่เราหายใจเข้าไปตลอด และเชื้อคือธาตุอาหารที่เรากินและย่อยกลั่นขึ้นไปหล่อเลี้ยงทุกเม็ดเซลล์ตลอดเวลา

... ผมคิดและอธิบายอย่างนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าตรงกับความเป็นจริงมั้ย เพราะไม่สามารถอธิบายต่อได้ว่า "แล้วมันไม่ใช่จิตเหรอ
ที่จดที่จำทุกเรื่องราวสั่งสมไว้ในสันดาน" (มีนักวิทยาศาสตร์ในอมริกาและยุโรปทำการศึกษาทดลองกับสมองมนุษย์ สังเกต
การทำงานของมันโดยตั้งเป้าว่าจะค้นให้เจอสิ่งที่ชาวพุทธเรียกว่า "จิต" เท่าที่ผมจดไว้ก็มีอย่างน้อย ๓ การทดลอง มีการเปิดเผย
ในราวปี ๒๕๒๔)
ถ้าผมจะอธิบายแบบตีขลุม ก็มั่วได้ว่าอะไรที่สมองเก็บบันทึก ใจเราก็อ่านจากบันทึกนั้นอีกที
... หรือว่าจริงๆแล้ว ใจเรามันเรียนรู้ เก็บจดจำเองโดยตรง ... ถ้างั้นสมองมันเก็บอะไร?

เอาละ หันมาตอบคำถามส้ม
ที่จริงใจเรามันรับรู้และจดจำทุกเหตุการณ์อย่างละเอียดยิบ เช่นเมื่อส้มยื่นมือออกไปจะหยิบหนังสือ ใจเรามันจดจำตั้งแต่เมื่อส้ม
เกิดความดำริ เกิดการตัดสินใจ เกิดการสั่งการไปที่แขน ที่มือ ที่นิ้ว ทุกองคุลี ทุกมิลลิเมตรที่มือส้มยื่นออกไป ถึงนี่ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
มันจดจำ"ถี่"ขนาดนั้นแหละ ไปจนแตะหนังสือ คีบมัน หยิบมันขึ้นมา
ดังนั้นแค่หยิบหนังสือแค่นั้น ใจเรามันจดจำถี่เป็นพันๆขณะ พันๆตำแหน่งที่เคลื่อนไป
สติ เราตามรู้ไม่ทันขนาดนั้น ได้แต่รู้จัวเป็นช่วงๆ เช่น เมื่อเริ่มยื่นมือ เมื่อยื่นออกไปอีกหน่อย เมื่อข้อศอกตึง เมื่อเอื้อมต่อไปอีกหน่อย
เมื่อถึงเล่มหนังสือ ......
หรือในคนที่หยาบหน่อยก็รู้ตัวแค่ว่า เอื้อมไปถึงเล่มหนังสือ
หยาบกว่านั้นก็เหลือแค่ ..หยิบหนังสือ

ถ้าสติแข็งแรงก็จะรู้ตัวอย่างถี่กว่านั้น
แข็งแรงมากขึ้นก็รู้ตัวอย่างถี่ยิบ
แข็งแรงมากขึ้นไปอีก ก็สืบค้นลงไปในความทรงจำ เป็นสายๆย้อนไปในอดีต
แข็งแรงมากขึ้นอีกก็สืบสาวย้อนไปได้เป็นปีๆ
เป็นสิบปี เป็นร้อยปี เป็นพันเป็นหมื่นปี เป็นกัปป์กัลป์

๒. เรื่องการพรากความยึดมั่น ยึดเหนี่ยวที่ร้อยรัด
ที่ผมพูด มันคิดลึกไปหน่อย คือจะหมายถึงว่าที่ระดับที่เห็นลึกซึ้งถึงความเป็นไปอยู่อย่างนั้น เป็นไปเช่นนั้นเอง
ที่เรียกอตัมยตา หรือตถตา
.... ย้อนถามว่า อะไรที่รู้ (ใครที่รู้) อะไรที่ถูกรู้
ใคร หรือ อะไร สองฟากนั้น เหมือนมีสถานะเป็นตัวเป็นตนอยู่ (เป็นอัตตา)
เท่ากับยังมีความเห็นว่าเป็นตัวเป็นตนอยู่ แต่เป็นความคิดความเห็นที่ละเอียดดดดดดดดดดมาก
เท่ากับยังมีอุปาทาน ความยึดถือในตัวตน เราเขา เราคือผู้สังเกตรู้ เขาคือสภาพความเป็นไปอยู่เอง(ตถตา)
ที่ผมเรียกว่าสายโยงใย ระหว่างสองฟาก ก็คือ อุปาทาน (ส้มกับกัปตันแจ๊คเรียกว่าเครื่องร้อยรัดมั้ง)
ทีนี้ ถ้าเราพรากความโยงใย คือละอุปาทานละเอียดนั้นเสียได้ สภาพ ตถตา นั้นยังจะมีอยู่หรือ
ตัวผู้สังเกตรู้จะยังมีอยู่หรือ

ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ ปวดหัว นิ ไอ้นี่เรียกว่าการถกเถียงเรื่องที่เป็นอภิปรัชญา
.

ความคิดเห็นที่ 59 (0)
สตังค์ วันที่ : 27/01/2010 เวลา : 02.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

ประมาณสามที่แล้ว เคยสังเกตุเห็นว่า
(ไม่ใช่จากการอ่าน เกิดจากความคิด) ว่า
ตั้งแต่เล็ก จนโต ทำไมตัวเราเองคิดว่า "ไม่เป็นไร ช่างมันเถอะ "
บางครั้ง "การช่างมันเถอะ" ก็ยังติดอยู่ในจิต รบกวน วนเวียนอยู่ (สุข-ทุกข์)
พอมารู้สึกตัว่า ทำไมตัวเองต้อง "ช่างมัน" ยอมคนอื่นอยู่เรื่อยๆ
.......ก้อเกิดความพอใจ ไม่พอใจ..........
ในความคิด...คิดว่า....ตัวเราต้องเลือกว่า.....
เราจะเอาแบบพอใจเต็มที่ หรือ พอใจแค่ไหน
บางครั้งก็เดินผิด เดินถูกทาง......ใช้อารมณ์ในการเลือก
มันเลยกลายมาเป็น กรรม (การกระทำ) ที่ก่อขึ้นอยู่ในปัจจุบัน (สามปีที่แล้ว)

ตอนนั้น...
เห็นสายยึดโยง เครื่องร้อยรัด แต่ยังตัด(การกระทำ) ไม่ได้ที่ปัจจุบัน

ตอนนี้
จิต ที่เราเห็น มันตัดได้ ว่าไม่มีเรา มันว่างบ้าง ยึดบ้าง
เห็นบ้าง ไม่เห็นบ้าง เห็นช้า เห็นเร็ว
เห็นเร็วขึ้น ตัดความรู้สึกได้เร็วตาม ไม่ติดในอารมณ์มาก
รู้สึกว่าตัวเองเกิดใหม่ทุกวัน
***************************************************
มันมีอะไรเป็นสายใยยึดโยงอยู่หรือไม่
เราควรที่จะพรากสายใยนั้นหรือไม่
พรากแล้ว ดีหรือไม่ดี
สภาพที่พรากแล้ว ถือเป็น "ความเป็นเช่นนั้นเอง" ด้วยหรือไม่

กรณียังไม่พรากสายใยนั้น
อยู่ไปเรื่อยๆ สังเกตุ ไปเรื่อย เห็นไปเรื่อย
ไม่อย่างนั้นจะเป็นการผูกพันไปเรื่อย ๆ
ตัด ที่จิตไปเรื่อยๆ (ผลที่ได้ ความยึดมั่น จะได้ลดลง)
จิตไม่ยึด แต่เป็นการยึดที่การกระทำที่เคยกระทำมา
ผลจาการเลือก ความพอใจ ไม่พอใจ
พอมาเห็นเข้า ก็เกิดความเบื่อหน่าย
แต่จะให้ทิ้ง หรือพรากสายใย เค้าต้องผูกใจไปกับเราอีก
ผลจากที่เราพรากสายใย การกระทำ ต้องยึดโยงต่อไปอีก
ความเป็นเช่นนั้นเอง .....กลายเป็นแค่การเห็น
แต่จะทำเช่นไร..ของการกระ...ให้เป็น "ความเป็นเช่นนั้นเอง"
ก็แค่สังเกตุสิ่งที่เรา (ตัวตน) เป็นไปเรื่อยๆ ให้เป็นแค่เพียง "เช่นนั้นเอง" ไม่มีอะไรที่จิต
....... อยู่กับปัจจุบันทุกวัน

ส้มรู้ว่าตัวเอง (ตัวตน) ไม่สุข และไม่ทุกข์..แก้ปัญหาไปเรื่อย
เรื่องที่เข้ามา ก้อแค่นั้นเอง...
ตอนนี้เป็นระดับความพอใจ ที่ยึดอยู่ ...ก้อแค่นั้นเอง เรื่อง จิ๊บจิ๊บ
จิตยอมรับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ว่าเป็น "เช่นนั้นเอง"

อย่างนี้เป็นผลจาก "อากาสิก" หรือไม่...
จิตที่เห็นการกระทำอย่างละเอียดในอดีต
...เอามาพิจารณาสิ่งที่ติดอยู่กับปัจจุบัน..และเพียงแค่เฝ้าสังเกตุ

ระดับปุถุชน....
หนูคิดมากกว่าลุงอีกมั้ง...

ความคิดเห็นที่ 58 (0)
driftworm วันที่ : 26/01/2010 เวลา : 19.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ผมว่าเมื่อเราหยิบเอาความเป็น อตัมยตา หรือ ตถตา ขึ้นมาพิจารณาเพื่อให้รู้จักมัน
มันมีมากมุม ที่ประกอบกันอยู่ในความเป็นอย่างนั้น
แต่ที่ส้มเห็นมัน ก็ถือว่าเป็นมุมหนึ่ง

มุมอื่นๆก็เช่น มีตัวเราผู้สังเกตอยู่
และระยะห่างระหว่างเราผู้สังเกต(ให้รู้) กับ ความเป็นเช่นนั้น ที่ถูกเราสังเกต
มันมีอะไรเป็นสายใยยึดโยงอยู่หรือไม่
เราควรที่จะพรากสายใยนั้นหรือไม่
พรากแล้ว ดีหรือไม่ดี
สภาพที่พรากแล้ว ถือเป็น "ความเป็นเช่นนั้นเอง" ด้วยหรือไม่

ผมคิดมากไปหรือเปล่านี่

ความคิดเห็นที่ 57 (0)
สตังค์ วันที่ : 26/01/2010 เวลา : 19.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

ก้อ... มันไม่มีอะไร ไม่เป็นอะไร
ไม่สุข และก้อไม่ทุกข์ มันก้อแค่นั้น
ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไหลไปตามกระแส....

ความคิดเห็นที่ 56 (0)
driftworm วันที่ : 26/01/2010 เวลา : 18.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เช่นนั้น .. คือ เช่นไหน




ความคิดเห็นที่ 55 (0)
สตังค์ วันที่ : 26/01/2010 เวลา : 17.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

มันเป็นเช่นนั้นเอง....

ความคิดเห็นที่ 54 (0)
สตังค์ วันที่ : 24/01/2010 เวลา : 19.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

คห.52
สงสัยเสาอากาศของหนู จะรับสัญญาณ ได้เต็มที่
เมื่อเวลามาบรรจบ ครบรอบ 7 ปี

ความคิดเห็นที่ 53 (0)
สตังค์ วันที่ : 24/01/2010 เวลา : 18.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

ตอนแรกก้อไม่พิจารณา ว่า 7 ปี
จนลุงหนอนขึ้นเอนทรี่ "ลอกคราบ"
เลยพิจารณาว่า เป็นจริงตามนั้น
ว่า ส้มมีการลอกคราบความคิด ลอกคราบนิสัย จริง
อืม....แปลกดีเหมือนกันนะลุง หุ หุ
สงสัยว่า อาจจะเป็นผลของแรงสะท้อน



ความคิดเห็นที่ 52 (0)
driftworm วันที่ : 24/01/2010 เวลา : 16.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

มันมีความเปลี่ยนแปลงเป็นหลักสำคัญ..เป็นรอบทุกเจ็ดปีเลยเหรอ ส้ม แปลกจัง ...

มีการลอกคราบด้วยปะ

อิอิ เช่นลอกคราบความคิดเก่าๆ ลอกคราบนิสัยเก่าๆ ฯลฯ

ความคิดเห็นที่ 51 (0)
สตังค์ วันที่ : 24/01/2010 เวลา : 13.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

ยกตัวเอง (อัตตา) มาคุยกับลุง-กัปตันแจ๊ค ล่ะกัน
เมื่อพิจารณาเห็นแล้วว่า
7 ขวบ เห็นว่า ตัวเองเกิดมาทำไม
14 เห็นความทุกข์ของตัวเอง
21 เห็นโลกของตัวเอง เป็นมายา รู้สึกถึงตัวตน ความไม่มีตัวตน มายาแห่งชีวิต
28 เห็นความไม่เที่ยง การเกิด แก่ เจ็บ และตาย
พอใกล้ 35 เห็นกรรม วิบากกรรม เห็นกระทำ พิจารณาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วดับไปของจิต
ยอมรับว่า กรรม เกิดจากการกระทำของเรา เห็นถึงเหตุ และ ผล
และเห็นแนวทางการจะอยู่กับกรรม ที่เราสร้างขึ้นมา เริ่มเข้าใจ และน้อมรับความรู้สึกได้
จนไม่รู้สึกว่า ทุกข์

กาลเวลา เป็นตัวแปรที่ทำให้ คน เกิดความละเอียดมากขึ้นด้วยหรือปล่าว
ส้มมาพิจารณาดูแล้วเห็นว่า ตัวเราเองมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ
และทุก 7 ปี จะมีการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง รู้สึกว่าจิตของตัวเองจะตื่น

ปล. พอพิมพ์เสร็จแล้วเห็นอัตตาตัวเองเพียบเลย

ความคิดเห็นที่ 50 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 07/01/2010 เวลา : 09.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

พี่หนอนครับ..
อ้วนอย่างมีความสุข ดีกว่าทนทุกข์กินไม่ได้...**ถ้าอร่อยออเดอร์มาได้อีกนะครับ...แหะๆ

...ในหลายๆคอมเม้นท์ของผม บางครั้ง โผงผางไป ผมต้องขออภัยทุกท่านด้วย เจตนาเพื่อใ้ห้ผู้อ่านมีความกระจ่างในธรรม มิได้จะเอาชนะคะคานใดใด....

ความคิดเห็นที่ 49 (0)
driftworm วันที่ : 06/01/2010 เวลา : 18.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ไฟล์เสียงบรรยาย มาถึงเมื่อสี่โมงเย็นแล้วครับ คุณกัปตัน ขอบคุณครับ
ท่าจะอ้วนกันก็คราวนี้

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
driftworm วันที่ : 06/01/2010 เวลา : 13.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ครับ ฝากกราบอาจารย์ด้วย

เอ ... ของแบบนี้ฝากกันได้ปล่าว....

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 06/01/2010 เวลา : 12.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

ว้ามือไปโดนปุ่ม ...ต่อคห46.ครับดั่งบทสวดธรรมคุณ สัณทิฐถิโก อกาลิโก ...ผู้ปฏิบัติพึงรู้ได้เฉพาะตน ผู้ปฏิบัติพึงเห็นผลได้โดยไม่จำกัดกาล....ตกเมื่อไหร่ตั้งใหม่เบาเมื่อนั้น
พรุ่งนี้ผมจะไปมุกฯแล้วครับ ...ธรรมรักษาพี่ๆทุกคนครับ

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 06/01/2010 เวลา : 12.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

หวัดดีครับพี่หนอน
อยากก็ดี ไม่อยากก็ดี ล้วนเป็นปัจจัยใ้ห้เกิดทั้งฝ่ายอกุศล
และฝ่ายกุศลได้...ส่วนเครื่องร้อยรัดนั้น...เห็นบ้างไม่เห็นบ้าง ตกๆตั้งๆตั้งๆตกๆ เมื่อมาเทียบเคียงกับพระปริยัติก็รู้สึกว่าใช่
แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่าเมื่อนำมาใช้แล้วผมเบา ไม่ติดค้างนาน

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
driftworm วันที่ : 06/01/2010 เวลา : 01.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คห.๒๖ กัปตันแจ๊ค .... [ยินดีด้วยครับ พี่คงเห็นเครื่องร้อยรัดแล้ว ............. ฯลฯ ]

ไม่ใช่นะ ... ผมยังไม่ได้รู้เห็นอะไรที่ว่านั่น
เอ ... พูดไม่ถูก
ตอนอายุก่อน ๒๐ ผมก็เคยมีความตรองแว้บเข้ามาแบบรางๆว่า ที่เป็นอยู่กันทุกวันนี้ก็เพราะตัณหาชักนำไปทุกกระบวนการ
แต่ตอนนั้นยังคิดในคำว่าตัณหาในความหมายแคบๆเชิงเพศสัมพันธ์ และคิดว่ามันเป็นตัวขวางทางที่จะ "รู้" สัจจธรรม
( - ผมยังเรียกว่าสัจจธรรมอยู่
- แล้วเลยคิดว่า ไม่แต่งงานมีครอบครัวจะดีกว่า การมีลูกก็คือการสืบสันดาน สืบความเป็นตัวตนของผมไปไม่ให้สิ้นสุด
มันก็คือความปรารถนาใน ภพ อย่างหนึ่ง แล้วมันก็จะยิ่งเป็นเหมือนลิงแก้แห
- จะเห็นว่า ผมมันอยู่ที่ระดับ "อยากรู้" แค่นั้น สืบสาวจากสิ่งนี้ไปสิ่งนั้น สิ่งนั้นไปสิ่งโน้น ก็เพราะอยากรู้เท่านั้น
ที่ว่าเห็นเครื่องร้อยรัดนั้น ... เฮ่ย ... กัปตันแจ๊คเอาอาจารย์มาพูดรึเปล่าเนี่ย )

ที่เขียนเป็นความคิดเห็น แล้วผมเอามาร้อยเป็นกระทู้นี้นั้น มันตกค้างอยู่ในกบาลมาตั้งแต่อายุ ๒๐ กว่าๆ จากเรื่องที่หลวง
ปู่แหวนพูดคำว่า อากาสิก แล้วคนเอามาเขียนในนิตยสารประเภท "พระปฏิบัติ" ฉบับหนึ่ง พอมาอายุ ๓๘ ได้มั้ง มันค่อยๆ
แตกช่ออยู่ในกบาลผม แต่เหมือนคิดเอง ใครจะรับรอง จนเมื่อมานั่งอ่านหนังสือที่ถอดคำเทศนาของหลวงปู่ลี (ก็สายพระ
อาจารย์เดียวกับหลวงปู่แหวน) เมื่อวันที่ ๒๑ ธ.ค.ที่ผ่านมา ตรงมุมที่ผมเก็บภาพมาทำบัตรอวยพร สคส.นั่นน่ะ ถึงได้เห็น
ว่าเป็นคำอธิบายที่สวมลงพอดีกับที่หลวงปู่แหวนพูดเรื่อง อากาสิก

...... เรา หมายถึงส้มด้วย จะคุยกันต่อเรื่อง เครื่องร้อยรัด ไหม (ผมไม่ติดใจเรื่องว่ากระทู้นี้ชื่อเรื่องอะไร) ถ้าคิดว่าไปต่อ ผม
ต้องไล่อ่านความเห็นของส้มกับกัปตันแจ๊คแบบตัวบรรจงทีละตัว ... อิอิ กลัวพลาด
.

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
driftworm วันที่ : 04/01/2010 เวลา : 02.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-ขอคั่นการสนทนาของส้มกับกัปตันแจ๊คสักหน่อย-
ไปค้นดูในเหน็ต "เครื่องร้อยรัด" มักถูกใช้เป็นสร้อยความ ตามหลังคำว่ากิเลส ดังว่า กิเลสเครื่องร้อยรัด
ตัวกิเลสเหมือนเป็นคำเรียกรวมอกุศล (ความที่ตัดรอนทางพ้นทุกข์) แยกออกไปโดยพิสดารว่าอภิชฌาบ้าง
มานะบ้าง ฯลฯ

-ของแถม-
พอดีว่าที่ค้นดู ไปเจอบ้านหนึ่ง มีข้อความที่ใช้สำนวน "ก้าวล่วง" ต้องตามความหมายแต่เดิม จึงยกมาให้อ่านดู ...

ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว บังเกิดความโสมนัสด้วยสามารถแห่งการพิจารณาถึงกิเลสที่ละแล้ว.
เมื่อจะเปล่งอุทานได้กล่าวคาถาว่า
กามราคะเพียงดังเปลือกตม และฉันทราคะเพียงดังหล่ม
เราข้ามพ้นแล้ว เราเว้นทิฏฐิราคะเพียงดังบาดาลแล้ว เรา
พ้นจากโอฆะและกิเลสเครื่องร้อยรัด ทั้งกำจัดมานะหมด
สิ้นแล้ว ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุตฺติณฺณา ความว่า ก้าวล่วงพ้นไปแล้ว.
บทว่า ปงฺกปลิปา ได้แก่ ทั้งเปลือกตมและทั้งหล่ม.
เปลือกตมโดยปกติ ท่านเรียกว่าปังกะ เปลือกตมใหญ่ทั้งลึกทั้งกว้าง ท่านเรียกว่าปลิปะ.
แต่ในคาถานี้ หมายเอาสภาพที่ชื่อว่าปังกะ เพราะเป็นดุจเปลือกตม ได้แก่กามราคะ เพราะจิตถูกฉาบทาด้วยการเพิ่มให้ซึ่งความไม่สะอาด (และหมายเอา) สภาพที่ชื่อว่าปลิปะ เพราะเป็นประดุจถูกลูบไล้ ได้แก่ฉันทราคะที่หนาแน่นมีลูกเมียเป็นต้นเป็นอารมณ์ เพราะถูกฉาบทาด้วยของไม่สะอาด และเพราะข้ามพ้นได้ยาก โดยนัยดังกล่าวแล้ว
ฉันทราคะเป็นต้นเหล่านั้น เราก้าวล่วงแล้วโดยประการทั้งปวงด้วยพระอนาคามิมรรค เพราะเหตุนั้น พระเถระจึงกล่าวว่า กามราคะเพียงดังเปลือกตม และฉันทราคะเพียงดังหล่ม เราข้ามพ้นแล้วดังนี้.
บทว่า ปาตาลา ความว่า ที่ชื่อว่าปาตาลา เพราะเป็นเหมือนเมืองบาดาล ได้แก่ประเทศที่ต่อเนื่องกันในมหาสมุทร. ส่วนอาจารย์บางพวกกล่าวนาคพิภพว่า บาดาล.
แต่ในคาถานี้หมายเอาสภาพที่ชื่อว่าบาดาล เพราะเป็นเหมือนเมืองบาดาล ด้วยอรรถว่าจับต้องไม่ได้ ทำให้เกิดแตกหมู่คณะ และข้ามได้โดยยาก ได้แก่ทิฏฐิทั้งหลาย.
ก็ทิฏฐิเหล่านั้นอันเราเว้นแล้วคือตัดขาดแล้วโดยประการทั้งปวง โดยการได้บรรลุปฐมมรรคนั่นเทียว เพราะเหตุนั้น พระเถระจึงกล่าวว่า เราเว้นทิฏฐิราคะเพียงดังบาดาลแล้ว ดังนี้.
บทว่า มุตฺโต โอฆา จ คนฺถา จ ความว่า เราพ้นแล้ว คือพ้นรอบแล้วจากโอฆะมีโอฆะคือกามเป็นต้น และจากเครื่องร้อยรัดมีเครื่องร้อยรัดกายคืออภิชฌาเป็นต้น ด้วยมรรคนั้นๆ.
อธิบายว่า ก้าวล่วงแล้วโดยไม่มีกิเลสเครื่องวุ่นวายและกิเลสเครื่องร้อยรัดอีก.
บทว่า สพฺเพ มานา สํวิหิตา ความว่า กิเลสแม้ทั้ง ๙ อย่างถึงการฆ่าคือความพินาศ คือถูกถอนขึ้นโดยพิเศษด้วยการบรรลุมรรคชั้นสูง. อาจารย์บางพวกกล่าวว่า มานวิธาหตา (มานะบางอย่างถูกฆ่าแล้ว).
อธิบายว่า ได้แก่ มานะบางส่วนถูกทำลาย. อาจารย์อีกพวกหนึ่งกล่าวว่า มานวิสา (มีมานะเป็นพิษ) ก็บัณฑิตพึงเข้าใจความหมายของอาจารย์เหล่านั้นว่า ชื่อว่ามีมานะเป็นพิษเพราะผลแห่งทุกข์ ที่มีมานะเป็นพิษ.

จบอรรถกถาเทวสภเถรคาถา (ที่ ๑)

(http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=26&i=226 เว็บนี้คุ้นๆว่ามีบุคคลที่เป็นที่รู้จักท่านหนึ่งมีส่วนในการจัดทำอยู่ด้วย)

-- ก้าวล่วง นอกจากหมายถึง กระทำโดยไม่เห็นข้อตกลง กฎหมาย อยู่ในสายตาแล้ว จากตัวอย่างที่ยกมานี้ยังหมายถึง ข้ามพ้นไป ด้วย
แต่ที่เห็นใช้เกร่อในปัจจุบันกลายเป็นว่า เป็นการแส่ไปสู่รู้เรื่องของคนอื่น ไปละเมิดความเป็นส่วนตัว กระทำเกินขีดจำกัดทางมารยาท
ถ้าจำไม่ผิด นายเนวิน ชิดชอบ เป็นคนแรกๆที่ใช้คำว่า ก้าวล่วง ในความหมายที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่นี้ ในการอภิปรายในรัฐสภาราวต้นทศวรรษ ๒๕๔๐
.

ขอเชิญถกสนทนากันต่อด้วยเรื่อง เครื่องร้อยรัด กันต่อไปครับ สักสองสามวันค่อยมาร่วมวงอีกที
.

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 03/01/2010 เวลา : 10.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

คห.41หวัดดีครับ พี่ส้ม
-สาธุครับ ทำบ่อยๆแล้วเบาครับ ไม่ตกค้างในใจมาก

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 03/01/2010 เวลา : 09.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

หวัดดีครับพี่หนอน คห40.
-จิตผมมันไวนะครับแหะๆ ส่วนคำศัพท์มีเยอะผมจำไม่ได้ครับ สรุปก็คือ สิ่งที่ทุกคนต้องเจอเหมือนกันหมด ก็คือสิ่งที่น่าชอบใจ กับสิ่งไม่น่าชอบใจ

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
สตังค์ วันที่ : 03/01/2010 เวลา : 09.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

สวัสดีค่ะ ลุงหนอน
ฮึ ฮึ ก้อเห็นว่าปีใหม่อย่างงั้ย ลุงหนอนก้อยุ่งแน่ๆช่วงนี้ เลยคั่นรายการ
ลงรายละเอียดก่อน
เครื่องร้อยรัด.. สำหรับหนูนะ
ก้อตรงตามตัว เครื่อง..ร้อย.. รัด
....เพียงแค่เราจะเห็นอารมณ์ก่อนมาร้อยไหม
เช่นถ้าเราเห็นอารมณ์โกรธ แล้วไม่เอามาร้อย มันก้อไม่รัด
... แต่ถ้า เราเอาอารมณ์โกรธมาร้อย แล้วจะเอามารัดไหม
หรือว่า ปล่อยวาง..ไปก้อจะไม่มารัด
.... หรือว่าเราเอามาร้อยและรัดมันไว้
และอีกนานแค่ไหนเราถึงจะมีสติอยู่กับตัว

อธิบายตามที่เข้าใจ.. อ่ะ
เดี๋ยวกัปตันแจ๊คคงค้นศัพท์ทางธรรมมาให้ลุงอีกทีนะคะ

คห.39 กัปตันแจ๊ค
พี่นับลมหายใจ พุทโธ แบบว่า นึกได้ก้อภาวนาตาม
จากวันล่ะไม่กี่ครั้ง จนเดี๋ยวนี้ได้หลายครั้งต่อวัน
พี่เคยคุยกับลุงหนอนว่า เมื่อก่อนในหัวสมองพี่มี
นางฟ้าส้ม ซาตานส้ม 2 ตัวมาตีกันเวลาที่คิด
แต่เดี๋ยวนี้พี่รู้สึกว่า ตัวพี่มีสองคน คนข้างนอกแสดงออก คนข้างในเฝ้าดู (อารมณ์) แทน
กลายเป็นว่า พี่ไม่ค่อยรู้ร้อน รู้หนาว เท่าไหร่ มันว่างจากความรู้สึกใดๆ
แต่ก้อมีอารมณ์นะ แต่คนข้างในก้อเฝ้าดู พิจารณา แล้วอารมณ์พี่ก้อหายไป
รู้สึกเฉย ว่างๆ เหมือนเดิม
ไม่ก่อแรงสะท้อนของกรรมให้มาก จะได้ตัดกรรมที่มีในปัจจุบันลงบ้าง

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
driftworm วันที่ : 03/01/2010 เวลา : 02.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

แอ๊ะแอ๊ ...
ผมเปล่าถามถึงรายละเอียดของความเห็นที่ ภิเปรย เรื่องเครื่องร้อยรัด
แต่ถามถึงศัพท์ว่า เครื่องร้อยรัด ที่กัปตันแจ๊คเริ่มต้นขึ้นว่ามีที่มาจากชื่อธรรมข้อไหน ผมจะได้แกะรอยถูกน่ะ
และที่ถามส้มด้วย ว่า "สองคนช่วยตอบที" เพราะเห็นคุยตอบรับกันเป็นอันดีไง

อย่างไรก็ดี ที่คุยตอบกันมานั้น ให้ความรู้ดี ให้ประสบการณ์จริงเป็นข้อคิดกับผม แม้จะเน้นเรื่องความโกรธอยู่ข้อเดียวก็ตาม
อีกประการหนึ่งคือ ช่วยให้ผมหวนคิดได้ว่า เออ ตัวโทสะ ก็เป็นสังขารตัวหนึ่ง เหมือนกับความคัน(ที่ถูกยุงกัด) ความเมื่อยปวด (ที่นั่งท่าขัดสมาธิเป็นเวลานานโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ)
และเหตุนั้น มันย่อมจางคลาย ดับไปได้เอง เพราะมันไม่คงที่ เกิดแล้วก็เสื่อมและดับ
ที่ว่าร้อยรัด ก็คงคือตรงที่เราเอาตัวเราไปร้อยไปรัดไว้กับความโกรธที่ประเดี๋ยวมันก็ดับไปแล้ว กระมัง อิอิ

ผมยังไม่ได้ค้นศัพท์ธรรมคำนี้ด้วยตัวเองอยู่ดี คนมาเที่ยวเยอะทุกวัน คงอีกสองสามวันผมถึงจะมาคุยได้สะดวก
วันที่ ๔ ต้องเตรียมรถจักรยานให้ลูกค้าที่สั่งไว้ใช้งานวันเด็กกับงานวันสมเด็จพระนเรศวรฯ
.

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 02/01/2010 เวลา : 23.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

พี่ส้มครับ พี่่ส้มใช้วิธีถอนหญ้า จนเห็นสภาวะธรรม ก็ถือว่ามาถูกทางแล้วครับ ยิ่งทำบ่อยๆจิตจะยิ่งช้าลงๆ จงเห็นวงจรมากขึ้น โดยส่วนตัวผมนะ ใช้กายเป็นฐาน หรือกรรมฐาน(ใช้การกระทำเป็นที่รองรับจิต) แล้วผมยังใช้การภาวนาด้วยก็ สวดมนต์ไหว้หระ เดินจงกม กำหนดอาปาณสติ เพราะช่วยเพิ่มกำลังของสติจะไวขึ้นไม่หลุดบ่อย ขอ อนุญาิิตอ้างถึงครูแดง กับพี่นินจา 2ท่านนี้ ภาวนาจนกำลังของสติ ไวมาก ดับอารมณ์เพียงชั่วกระพริบตาเท่านั้น(เท่าที่เคยฟังจากพี่นินจาแล้วก็ครูแดงครับ)

ขออนุญาตเพิ่มเติมครับนี่แหล่ะครับที่ภาษาพระเรียกว่าปัญญา ปัญญาในที่นี้คือ รู้รอบ ในกองสังขาร ก็คือรู้ว่าเมื่อปัจจัยมากระทบกับเรามันเกิดอะไรขึ้นกับเรา ไม่ใช่ปัญญาอย่างโลกๆที่ว่ากันเช่น เรียนเก่ง สอบเก่ง ฉลาด อะไรประมาณนั้น ....
สาธุ สาธุครับ แค่รู้ก็สาธุกับพี่ส้มด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
สตังค์ วันที่ : 02/01/2010 เวลา : 20.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

หวัดีค่ะลุงหนอน/กัปตันแจ๊ค
****** พี่ไปใส่ใจอยู่กับการถอนหญ้าแต่ถ้าระหว่างทำงานพี่ไม่หยุดคิดหล่ะ
ก็จะเป็นการเติมปัจจัยใหม่ ทีนี้หล่ะ ไม่ใช่แค่โกรธ อย่างเดียว
จะมีความเบื่อหน่ายเข้ามาด้วย หดหู่ด้วย

ตรงนี้พี่สังเกตุเห็นนะ ตอนที่กำลังคิด แต่ถ้าเราเท่าทันความคิดล่ะ
มองเห็นระหว่างที่คิดว่า ปัญหาแค่นี้ เราจะเอามาเป็นอารมณ์ทำไม
หยุดเสียดีไหม ตั้งสติใหม่ ค่อยถอนหญ้า จากที่ถอนเพราะแรงอารมณ์
ถอนไป ๆ เริ่มละเอียดขึ้น ต้นเล็กต้นน้อยเรายังหยิบถอนได้
ความเบื่อหน่าย หดหู่ มันก้อมีเกิดนะ แต่ไม่นานมันจางลงไปเอง
เพราะพี่ไม่ได้อยู่กับอดีต พี่อยู่กับปัจจุบัน คิดแค่ตอนนี้เวลานี้

แต่ก่อนพี่ไม่ได้นั่งถอนหญ้า แต่พี่นั่งร้องไห้เวลาที่ทะเลาะกับสามี
เพราะพี่โกรธ แต่ไม่รู้จะทำไง
แล้วพี่ก็ได้วิธีถอนหญ้า มาดับอารมณ์ ไม่ให้คิดต่อเนื่อง
ตามดูการเคลื่อนไหวแทน จนไม่มีอารมณ์อันใดเกิดแล้วจึงหยุด
กลายเป็นความนิ่ง มองเห็นปัญหาใหญ่แค่ไหน ก็เป็นแค่เรื่องเล็ก

พี่ว่าอยู่ที่การมองด้วยหรือปล่าว
ว่าถ้ามองในแง่ดี ปัญญา สติ เกิดขึ้นง่าย

กรณีพี่ใช่รู้กาย แล้วจะรู้ใจไหม

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
ครูแดง วันที่ : 01/01/2010 เวลา : 16.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-สวัสดีปีใหม่ค่ะ คุณหนอน

-ขอให้ปีใหม่ของคุณเป็นปีแห่งความสุขกาย สบายจิต อบอวลด้วยมวลมิตรที่ดีดีนะคะ

...........................................

-เพิ่งหายป่วย(หนัก)ในรอบ ๖๒ ปี ลุกจากเตียงมาอวยพรค่ะ

-จะมาอ่านวันหลังนะคะ(ประหยัดสายตาก่อน) มองคราวๆ น่าอ่านมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 01/01/2010 เวลา : 11.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

หวัดดีครับพี่ส้ม คห.35
ผมขอเพิ่มเติมเลยนะครับ

-กรณี บางครั้งทำให้เรามีอารมณ์โกรธ เด็กทั้งคู่มาก ต้องตวาดให้หยุด
พอตวาดเสร็จ ความโกรธ ก้อจางหายไปเลย จนบางครั้งรู้สึกว่า เหมือนไม่ได้โกรธ-
กรณีนี้น่าจะเป็นสิ้นเหตุสิ้นปัจจัย เพราะตวาดลูกปุ๊บลูกหยุด(ผมคาดเดานะอันนี้) แล้วโกรธมันก็ดับ อันนี้ผมพูดถึงสภาวะของมัน มันดับเอง แต่ถ้าลูกพี่ไม่หยุดหล่ะ ก็จะเป็นปัจจัยใหม่ ...

-บางครั้งทะเลาะกับสามี โกรธมาก พี่ก็จะไปนั่งถอนหญ้า กวาดลานบ้าน
พอเหงื่อออก ความโกรธก้อหายไป
(แต่ระหว่างนั่งถอนหญ้า สมองพี่ สั่งความรู้สึกโกรธของพี่ให้หายไปตามแรงที่ถอนต้นหญ้า)-อันนี้ คือได้ปัจจัยใหม่ได้ อารมณ์ใหม่คือการถอนหญ้า กวาดบ้าน พี่ไปใส่ใจอยู่กับการถอนหญ้าแต่ถ้าระหว่างทำงานพี่ไม่หยุดคิดหล่ะ ก็จะเป็นการเติมปัจจัยใหม่ ทีนี้หล่ะ ไม่ใช่แค่โกรธ อย่างเดียว จะมีความเบื่อหน่ายเข้ามาด้วย หดหู่ด้วย

-ตอนผมเริ่มฝึกใหม่ๆ ผมจะใช้การรู้สึกตัว ในอิริยาบถในแต่ละวัน หรือใช้ฐานกาย ใช้กายเป็นที่ยึดเหนี่ยวใจ ลองทำบ่อยๆนะครับ นั่นก็คือการตั้งสติ

ขอยกคำครูบาอาจารย์ครับ เมื่อรู้กายเท่ากับรู้ใจ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
สตังค์ วันที่ : 31/12/2009 เวลา : 18.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

คห.33 ถ้าถามว่าออกจากความรู้โกรธได้อย่างไร
รู้สึกว่า ความโกรธของพี่จะดับเร็วมาก

กรณี บางครั้งทำให้เรามีอารมณ์โกรธ เด็กทั้งคู่มาก ต้องตวาดให้หยุด
พอตวาดเสร็จ ความโกรธ ก้อจางหายไปเลย จนบางครั้งรู้สึกว่า เหมือนไม่ได้โกรธ

กรณี บางครั้งโกรธนะ แต่ไม่ตวาด ปล่อยไป พูดกับพวกเค้าดี ๆ
จะเงียบและนิ่ง ในความคิดของตัวเองบอกว่า ต้องอดทนไว้ แล้วความโกรธ
มันค่อยจางหายไป
บางครั้งมีบ่น พอคิดได้ จะบ่นให้เหนื่อยทำไมกัน ก้อหยุดไปเอง

เคยทะเลาะกับเพื่อน รู้สึกว่าโกรธ แต่พอเดินหันหลังให้ ความโกรธมันจาง
เหลือแต่ ความรู้สึกหดหู่ใจ เข้ามาแทน พอรู้สึกหดหู่ สมองก้อสั่งว่า ปล่อยวาง แล้วทำอย่างอื่นซะ

บางครั้งทะเลาะกับสามี โกรธมาก พี่ก็จะไปนั่งถอนหญ้า กวาดลานบ้าน
พอเหงื่อออก ความโกรธก้อหายไป
(แต่ระหว่างนั่งถอนหญ้า สมองพี่ สั่งความรู้สึกโกรธของพี่ให้หายไปตามแรงที่ถอนต้นหญ้า)

ความโกรธ ของพี่มันมีน้อยมาก โกรธก้อจริงแต่ดับได้เร็ว
เพราะพี่คิดว่า จะโกรธให้เหมือนคนบ้าทำไมกัน มีออะไรให้ทำอีกมากมาย

บางครั้งกำลังโกรธลูกอยู่ แต่มีคนมาหา ต้องปรับอารมณ์ กันตอนนั้นก็มี
แบบหันไปค้อนลูกหนึ่งครั้ง แล้วหันไปยิ้มให้กับคนที่มาหา

จนเดี๋ยวนี้พี่คิดว่า พี่นิ่งขึ้นมาก มั่นคงทางด้านจิตใจ
ตรงที่เราเห็นอารมณ์ของตัวเอง ถ้าวันไหนไม่ได้สังเกตุ หรือรู้สึกถึงอารมณ์ตัวเอง
วันนั้นเหมือน ตัวเองลอย ๆ ทำอะไรไม่ได้เรื่อง (สติไม่อยู่กับตัว) ร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้ามาก

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 31/12/2009 เวลา : 15.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

มีของขวัญปีใหม่มาฝากทุกท่าน พอดีไปอ่านเจอในที่คั่นหนังสือครับ
เราต้องพึ่งตัวเราเอง
คนอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้
บุคคลผู้ฝึกตนดีแล้ว
ย่อมได้ที่พึ่งที่ได้แสนยาก
พุทธพจน์

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 31/12/2009 เวลา : 15.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

ที่พี่ส้มยกตัวอย่าง ก็ใช่นะ
แล้วพี่ส้มออกจากความรู้สึกโกรธนั้น อย่างไรครับ
ผมขออนุญาตรอคำตอบจากพี่ส้มก่อน แล้วผมจะมาเรียบเรียงให้ครับ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
สตังค์ วันที่ : 31/12/2009 เวลา : 13.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

ลุงหนอน
ให้กัปตันแจ๊คมาอธิบายเครื่องร้อยรัด แบบเรียบเรียง ดีกว่ามั้งค่ะ
คือว่า อ่ะนะ ส้มรู้สึกได้แต่อธิบาย เป็นคำแล้ว กลัวลุงจะงง

ส้มลองยกตัวอย่าง ไม่รู้จะใช่หรือเปล่า
เวลาที่ตัง กับ ต้า เถียงกัน เสียงดังมาก
บางครั้งทำให้เรามีอารมณ์โกรธ เด็กทั้งคู่มาก ต้องตวาดให้หยุด
บางครั้ง เราแค่รู้ก้อปล่อยเค้าให้ทะเลาะกัน เดี๋ยวก็เงียบเอง
บางครั้งโกรธนะ แต่ไม่ตวาด ปล่อยไป พูดกับพวกเค้าดี ๆ
บางครั้งก็ต้องลุกขึ้นไปห้ามทัพ แบบไม่มีอารมณ์ใด จับแยกกัน

ทุกอย่างมีแรงสะท้อนในการกระทำของเรา ถ้าเราปฏิบัติกับพวกเค้าอย่างไร
ผล(การกระทำ-กรรม)ก็จะสะท้อนออกมา
เหมือนกับว่าเราจะเอาเรื่องที่มากระทบมาร้อย แล้วรัดต่อไป
หรือว่า เราจะหยุด อยู่แค่นั้น
ทำอย่างนี้เรียกว่า เรามีสติ หรือปล่า

ทั้งนี้ทั้งนั้น ส้มก็ปล่อยไปตามจิต ดูว่าเรามีอารณ์อะไรเกิดขึ้น
แต่ว่า ไม่ได้เห็นทุกครั้ง
ปัจจุบัน แค่รู้สึกว่าเรานิ่งขึ้น แต่ไม่ได้เฉย

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
driftworm วันที่ : 31/12/2009 เวลา : 02.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

..๓๐.. (ต่อ)
ที่ว่าบันทึกในรูปรหัสฐานสองคือ บวกบ้าง/ลบบ้าง อาศัยอนุภาคหรืออณูหรือปรมาณูของอากาศ มันเป็นไปโดยธรรมชาติที่ไม่มีใครไปกำหนด ไปสร้างเครื่องหมาย ว่ารูปรอยเครื่องหมายแบบนี้อ่านว่า ดี รูปรอยเครื่องหมายแบบนี้อ่านว่า ชั่ว
มันเป็น หนึ่ง อันเดียวที่ยังไม่แยกเป็นดี (กุศล) หรือชั่ว (อกุศล)
รูปรอยที่เป็นไปเองย่อมเกิดเพราะการกระทบ เหมือนหินไม่ว่าก้อนเล็กหรือใหญ่ตกลงบนพื้นทราย ย่อมมีรูปรอยประทับขึ้น
เหมือนเราก้าวเดินบนพื้นทราย รูปรอยประทับย่อมมีขึ้น
เพราะหิน หรือคนเรา คือรูป มีขึ้นเป็นขึ้นจากการมาประชุมกัน (เป็นสังขตะ) ย่อมมีผลให้เกิดรอยประทับ
ผู้ที่พ้นไปจากสังขตะแล้ว ย่อมไม่มีรูปรอยประทับให้เห็น
ดังนั้น ใครจะอ้างว่าพบเห็นพระพุทธเจ้าในแดนนิพพาน มีประมาณเท่านั้นเท่านี้ นั่นสักแต่เป็นจิตปรุงแต่งขึ้นอย่างละเอียดในสมาธิ
....

อย่าลืมเฉลยเรื่อง ความร้อยรัด ให้ผมหน่อย ... ขี้เกียจค้นตำราน่ะ เดี๋ยวไม่ได้เลื่อนตำแหน่งไปจากเจ้ากรมปริยัติเสียที

เออ ไอ้ที่เขียนมาได้อย่าง คห.๓๐ และข้างบนของ คห.นี้ ผมไม่รู้นะว่ามันมาจากไหน ไม่เคยอ่านตำรามาอย่างนี้ ความที่ยังไม่รู้ที่มานั้นเป็นความทุกข์ทรมานส่วนตัวของผมมานาน
.

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
driftworm วันที่ : 31/12/2009 เวลา : 02.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

โอ๊ย . - สองคนมาช่วยเฉลยหน่อยจิ อะไร - เครื่องร้อยรัด
ผมลืมไปจริงๆนะ หลุดไปเลย


ส่วนเรื่อง บันทึกในอากาศ หรืออากาส นั้น
- เป็นที่ระดับละเอียดมากๆ
- ที่ว่ารูป รส กลิ่น เสียง ไม่สูญไป คือความเป็นรูป รส กลิ่น เสียง มันกระเทือนไปตั้งแต่ระดับหยาบไปจนถึงละเอียดยิ่ง เช่น เสียงๆหนึ่งของการดีดสายพิณ ๑ ครั้ง มันประกอบด้วยความสะเทือนจากระดับอนุภาคที่ละเอียดขึ้นมาจนหยาบๆระดับที่หูคนเราได้ยิน
ส่วนตัวอย่างเรื่องรส กลิ่น สัมผัส .. ผมเคยเขียนแสดงความเห็น (ใช้นามปากกาอื่น) เมื่อสิบปีก่อนว่าเป็นเรื่องของสิ่งสองสิ่งที่มีผิวหยาบไปจนละเอียดมากระทบกัน เช่น ผิวลิ้นวัวจะสากหยาบ ปุ่มรับรสหยาบ การแยกแยะรสก็หยาบ ไม่ปราณีต ผิวลิ้นของคนจะละเอียดกว่า แต่ถึงละเอียดกว่า เมื่อส่องดูด้วยแว่นขยายสักพันเท่า มันจะเป็นยิ่งกว่าดงหญ้าคายเสียอีก คือมีความหยาบ ขรุขระ จึงอำนวยให้เกิดการกระทบ - สะเทือน
จุดละเอียดของเม็ดประสาทตาที่รับภาพเป็นจุดๆๆๆๆๆมาเรียงกันก็เช่นกัน
(ขอเคาะให้มันแปะก่อน รักษาล็อกอินไว้)

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
driftworm วันที่ : 30/12/2009 เวลา : 19.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อะไร ... เครื่องร้อยรัด
กาม หรือ
โยคะ หรือ
ตัณหา หรือ
กิเลส หรือ
ผมจำไม่ได้น่ะ ....
.

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
สตังค์ วันที่ : 30/12/2009 เวลา : 17.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

เพิ่มเติม
เหมือนเราหยุดอารมณ์ ได้เอง
พี่รู้สึกว่า มันค่อยจางหายไป จนไม่มีอารมณ์นั้นมาตกค้างอีก...

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
สตังค์ วันที่ : 30/12/2009 เวลา : 17.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

เครื่องร้อยรัด ทำให้เกิดเหตุปัจจัย....
เรารู้สึกทุกครั้ง เพียงแต่ว่าเราจะรู้ทันหรือปล่าว ใช่ไหม
แล้วถ้าเรารู้ทัน ก้อจะรู้สึกเพียงแต่ว่า แค่นั้นเอง
จิตเราจะปรับไปเอง ใช่ไหมว่า ระงับเหตุที่จะเกิดต่อไปได้ไม่ให้เกิดแรงสะท้อนของ
กรรมให้มากขึ้น เหมือนเราหยุด ได้เอง เป็นแบบนั้นหรือปล่าว
v
v
v

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 30/12/2009 เวลา : 15.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

หวัดดีครับพี่หนอน
-ยินดีด้วยครับ พี่คงเห็นเครื่องร้อยรัดแล้ว เมื่อรู้ตนจนเห็นเครื่องร้อยรัด แล้วจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ ไม่ใช่
อิสระในความสัมพันธ์ แต่เป็นความสัมพันธ์ในความเป็นอิสระ(ขออนุญาตยกคำพระอาจารย์) เพราะเราไม่สามารถหนีจากเหตุปัจจัยไปได้ แต่ไม่ให้มันมีอิทธิพลต่อเรา หรือให้มันมีน้อยที่สุด เช่น เมื่อเราได้ยินเสียง เราห้ามให้ไม่ได้ยินไม่ได้ แต่เมื่อได้ยินแล้วรู้สึกอย่างไร
-คุณเป็นต่าง คห.24
ขออนุญาตเพิ่มเติมครับ บััญญัติที่มนุษย์ ค่าต่างๆ หน่วยต่างๆไม่สามารถวัดความละเอียดของจิตได้มีแต่คำคำนึงที่บอกได้ คำว่าจิตวิจิตร ...
อ๊าผมโดนความหิวครอบงำ ซะแล้ว สงสัยต้องไปหาอาหารเลี้ยงผีก่อนครับ...ธรรมมะรักษาครับ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
driftworm วันที่ : 30/12/2009 เวลา : 00.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

**แล้วน้าว่า จิตคนเป็นปรมาณู หรือควาร์กคะ**

ไกลเกิน เกินที่รู้ค่ะ
.

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
เป็นต่าง วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 17.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pentang
"มุมหนึ่งเหมือนหนึ่งจะใช่ มุมใหม่มองใหม่ไม่เหมือน"

น้า น้า เล่าเรื่องฝึก "มองช้า" ได้รึยังคะ
แล้วน้าไม่แก้ตัวเอนแล้วหรือคะ
แล้วน้าว่า จิตคนเป็นปรมาณู หรือควาร์กคะ

"เป็นต่าง" ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ไอลี่ วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 15.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ilyy
เรื่องเล่าของฉันสีน้ำ

จิตคนเป็นดังปรมานู เล็กแต่แรงแทรกแซงได้ทุกอณู

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
driftworm วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 13.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

จะเป็นวัตถุนิยมหรือจะเป็นจิตนิยมก็ตาม มันคือเรื่องเดียวกัน อยู่บนทางสายเดียวกัน
ก็มนุษย์ที่เต็มไปด้วยความย้อนแย้งในใจเนี่ยแหละ ที่ไปแบ่งแยกมัน
. . .
นั่นเป็นหมุดหมายหนึ่งที่เคยปักไว้บนเส้นทางที่ผมเดินผ่าน
ขณะเมื่อออกแรงเบาๆกดหมุดลงให้ตรึง
ความกังวล กระวนกระวายที่เกาะกินในใจมานับสิบปี ได้ปราศไป
โล่ง ... หายใจเต็ม
.
เต๋า นั้นเป็นหนึ่ง
คนผู้ (มีความ) เป็นสองที่ไปแบ่งแยกสรรพสิ่ง
.
.

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
จันทร์วารี วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 03.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waranin
คือ..จันทร์วารี  : สวัสดี.. ม่านหมอกและหยาดน้ำค้าง/กลุ่มเขียนข้าว

หนูเชื่อเรื่องกรรมและการย้อนกลับของกรรม ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เคยหายไปไหน ทั้งกรรมดีและกรรมไม่ดีมันจะย้อนกลับมาหาเราเสมอ

และหนูสนใจเรื่องความว่องไวของจิตที่ฝึกแล้วด้วยค่ะ หนูไม่ชอบสภาวะที่จิตนิ่ง ๆ ว่างเปล่า ไร้อารมณ์ มันไม่มีความทุกข์ มันไม่มีความสุข แต่รู้สึกอึดอัด มันเหมือนจับลูกโป่งกดน้ำ หนูก็เลยเปลี่ยนมาดูว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรแทน

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
เป็นต่าง วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 02.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pentang
"มุมหนึ่งเหมือนหนึ่งจะใช่ มุมใหม่มองใหม่ไม่เหมือน"

น้า น้า ถ้าน้าง่วงน้าขึ้นเล่าเต๊งก่อน
แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาเล่าก็ได้นะคะ
เพราะเดี๋ยวน้าจะโดนถามต่อ ไม่ได้นอนทั้งคืน
พรุ่งนี้จะมารอฟังค่ะ

ขอบคุณค่ะ

"เป็นง่วง" ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
เป็นต่าง วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 02.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pentang
"มุมหนึ่งเหมือนหนึ่งจะใช่ มุมใหม่มองใหม่ไม่เหมือน"

เป็นยังไงคะ ฝึก "มองช้า"
เล่าได้ไหมคะ
่อยากฟังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
driftworm วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 02.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

..๑๖.. ไม่ได้ฝึกพลัง แค่ฝึกให้นิ่งเฉยๆ
เคยฝึก "มองช้า" มีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นนิดหน่อย
.

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
driftworm วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 02.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ไม่งงครับ
ขอบใจครับ
โง่จริงครับ ผมเนี่ย
พรุ่งนี้ค่อยทำครับ
ชอบทำอะไรช้าๆอะ
.

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
เป็นต่าง วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 02.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pentang
"มุมหนึ่งเหมือนหนึ่งจะใช่ มุมใหม่มองใหม่ไม่เหมือน"

โห หนึ่งอึดใจ ทรงตรึกได้เป็นพัน ๆ ครั้ง
"จิต" นี่มันมหัศจรรย์จริง ๆ นะคะ

น้า น้า แล้วน้าฝึก "พลังจิต" รึเปล่าคะ
น้าย้อนไปได้ไหม

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
เป็นต่าง วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 02.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pentang
"มุมหนึ่งเหมือนหนึ่งจะใช่ มุมใหม่มองใหม่ไม่เหมือน"

น้า น้า น้าแก้ตัวเอนตรงไหนไม่ได้หรือ
จะแก้ตรงไหนหละ
้น้าก็เอาโค้ดมันออกสิ ]v'เข้าไปดู ใน html
หรือไม่น้าก็ cut ข้อความออกมาล้างบน note pad ก่อน
แล้วเอากลับเข้าไปใหม่ ก็หายหมดทุกคำสั่งแล้วจ้า
งงไหมน้า

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
เป็นต่าง วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 02.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pentang
"มุมหนึ่งเหมือนหนึ่งจะใช่ มุมใหม่มองใหม่ไม่เหมือน"

จ๊าก ก ก ก ก ก ก !!!
เพิ่งเห็น พิมพ์ผิดค่ะ เดี๋ยวโดนหักคะแนน

ค.ห. ๗
"เพียงแต่เราหลงลืม "วิธี" ที่จะสัมผัสมัน (ด้วยจิต หรือกระพลังจิต จากจิตที่มีพลัง)"

"กระแสพลังจิต" ไม่ใช่ "กระพลังจิต" ค่ะ

"เป็นง่วง" ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
driftworm วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 02.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

..๗.. เปนต่าง (อีกที)
ตอนที่ผมบวช พระอนุศาสน์มาสนทนาด้วย
"นี่ พระใหม่ รู้มั้ย ในหนึ่งอึดใจ พระพุทธเจ้าเนี่ยะ ตรึกได้กี่ครั้ง"

ผมรู้มาบ้างว่า คนเราตรึกได้ทีละ ๑ ครั้ง ทีละ ๑ เรื่อง
แล้วบางที นั่งตั้งน้านนาน คิดวนเวียนมันอยู่เรื่องเดียวนั้นแหละ
จึงตอบแบบทุ่มให้สุดๆว่า "หนึ่งร้อยครั้ง"

"ไม่ถูก ทรงตรึกได้เป็นพันพันครั้ง"

นี่ ความเร็วของจิต (ที่ฝึกแล้ว)
.
.
และตรัสว่า ทรงระลึกย้อนอดีตไปได้ไกล ๙๔ กัปป์
.
.

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
driftworm วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 02.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

..๗.. เปนต่าง
ถูกต้องแล้วคร้าบ (ตามที่ผมคิดนะ)
เมื่อจับพลังงานได้ (หรือเหมือนกับอ่านหนังสือที่บันทึกในรูปผลึกไฟฟ้าระดับปรมาณู)
ว่าได้ยินเสียงนี้ ได้ยินคำพูดนี้ - - เป็นผล
ก็สืบสาวต่อหาเหตุของคำพูดนั้น (การสืบสาวก็ด้วยการทำในใจว่า เพราะเหตุอย่างไรหนอ คำพูดว่าดังนี้ๆ)
เมื่อรู้ ก็จับสิ่งนั้นเป็นผล สืบสาวต่อย้อนไปอีกทีละลำดับ
ทีนี้ ถ้าจิตที่มีความว่องไว ก็จะสืบสาวปั๊บๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ...... ย้อนไปร้อยปีแล่ะ สองร้อยปีแล่ะ.......

ดังนั้น เราจึงเข้าใจและเชื่อถือได้ที่พระพุทธองค์เสด็จถึงกุสินารา แล้วตรัสแก่อานนท์ว่า
"อย่ากล่าวเช่นนั้น กุสินาราเคยเป็นเมืองใหญ่ที่มีความมั่งคั่งรุ่งเรืองมาก่อน มีราชาปกครอง
มีพ่อค้า มีคหบดี มีช่างฝีมือ.....ฯลฯ"
.................
..๘.. เปนต่าง
ไปอาบน้ำ กะเดี๋ยวก็ขึ้นนอนบนเล่าเต๊งแล่ะ
บ้านเปนต่างมีเล่าเต๊งรึเปล่า .....

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
driftworm วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 02.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

..๔.. เปนต่าง
ขอโทษค่ะ มัวแต่แก้ตัวหนังสือ -ไม่เอาตัวเอน- แต่แก้ไม่สำเร็จ
ไม่รู้มันติดคำสั่งย่อหน้าที่มาก่อนหรือเปล่า
ถือว่ามาฉุบแล้วละนะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
driftworm วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 02.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

..๒.. "๙"
มีเม้นท์ให้ตอบเหรอ ก็เห็นปิดอยู่นี่นา
.

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
driftworm วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 02.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

..๑.. ซิงเกิ้ลมัม
..๓.. จ่าจินต์
..๕.. คุณ ting
..๖.. ป้าตุ้ย ครับ

อันที่จริง ผมมาเขียนไม่ใช่เพราะจะบอกเรื่องกฏแห่งกรรมอะไรหรอกครับ
เป็นความรู้สึกแบบ "ยูเรก้า" ได้คำตอบแล้ว - มันเป็นอย่างนี้นี่เอง
และจะดีใจเมื่อมีคนเห็นเหมือนที่เราเห็น
สนุกๆ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เป็นต่าง วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 01.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pentang
"มุมหนึ่งเหมือนหนึ่งจะใช่ มุมใหม่มองใหม่ไม่เหมือน"

เจ้าของบ้านไปไหนแล้วคะเนี่ย
ตามเขามาแล้วตัวเองก็หนีไปหลับเสียงั้นเนาะคนเรา

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เป็นต่าง วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 01.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pentang
"มุมหนึ่งเหมือนหนึ่งจะใช่ มุมใหม่มองใหม่ไม่เหมือน"

อ่านจบแล้ว

กรรม !!!

ยากจังค่ะ
ไม่ได้เรียนสายวิทย์มา

คงจะหมายถึงว่า "กรรม" หรือการกระทำ สิ่งที่กระทำ
มันจะอยู่ในรูปพลังงาน ไม่หายไปไหนใช่ไหมคะ
เคยอ่านหนังสือของหลวงวิจิตรวาทการ
ท่านบอกว่า คนที่ฝึกจิตเก่ง ๆ กระแสพลังจิตที่มีพลัง
เขาสามารถสัมผัสพลังงานที่ตกค้างอยู่ได้
เช่นสัมผัสเก้าอี้ที่ไม่มีคนนั่ง
แต่เขาสามารถจับกระแสคนที่นั่งอยู่ก่อนได้จากพลังงานของคนนั้นที่ยังค้างอยู่
เขาสามารถบอกเรื่องราวของคนคนนั้นได้
(จับก้นบุหรี่ที่ทิ้งอยู่ ยังบอกหน้าตารูปร่างคนสูบได้เลย)
แบบนี้รึเปล่าคะ การกระทำใด ๆ ของคนเราจึงทิ้งพลังงานไว้
เพียงแต่เราหลงลืม "วิธี" ที่จะสัมผัสมัน (ด้วยจิต หรือกระพลังจิต จากจิตที่มีพลัง)
เลยไม่สามารถถอดรหัส หรือเปิดไฟล์ข้อมูลออกมาอ่านได้

เรื่องเดียวกันไหมคะนี่

ขอบคุณที่ไปตาม และขออภัยที่มาช้าค่ะ

"เป็นต่าง" ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Patui วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 01.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aparat



อ่านไป ๆ ตาชักลายละ...
ขอมาอ่านใหม่ตอนเช้าแล้วกัน..


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ting วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 01.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

ยอมรับกรรมทุกอย่างที่ทำ
ใครทำอะไรเอาไว้รู้อยู่แก่ใจดีนะคะคุณลุงหนอน
อโหสิกรรมแด่สรรพสัตว์ทุกชีวิต

ขอให้มีความสุขคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เป็นต่าง วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 00.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pentang
"มุมหนึ่งเหมือนหนึ่งจะใช่ มุมใหม่มองใหม่ไม่เหมือน"

โห ที่ ๔ เลย
ไปตามซะช้าเลยนะ
งอน !

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 00.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

กรรมมันมาเร็ว..ติดจรวดครับผม..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เคียงดิน วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 00.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

หนูอะ ตอบเม้นท์ไม่เสร็จเหมือนเดิมค่ะลุง วันนี้เม้นได้ละ ค่ะ หลังจากโดนคนเสื้อม่วงเอ็ด



เรื่องนี้หนูฝากไว้ก่อนง่วงมากเลยค่ะ ที่สำคัญ หนูสวมแว่นแล้ว ยังอ่านไม่ค่อยถนัดเลยค่ะ ขาวไปหมด

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
singlemom99 วันที่ : 29/12/2009 เวลา : 00.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MotherandSon

มาดูกรรมเวรค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน