*/
  • driftworm
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 413
  • จำนวนผู้ชม : 414885
  • จำนวนผู้โหวต : 244
  • ส่ง msg :
  • โหวต 244 คน
<< สิงหาคม 2013 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 10 สิงหาคม 2556
Posted by driftworm , ผู้อ่าน : 2648 , 23:35:24 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน rattiya , BlueHill และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

ใคร ๆ ก็เชื่อหรืออย่างน้อยก็หวั่นใจว่าขบวนประชาชนที่ชุมนุมฟังอภิปรายตลอดคืนวันที่ ๖ สค.และร่วมกันเดินไปกับบรรดาผู้นำปชป.มุ่งหน้าสู่ประตูรัฐสภาในเช้าวันที ๗ นั้นจะเป็นข้ออ้างของ ปชป.ที่จะนำพามวลชนไปสู่การแตกหักกับกองกำลังตำรวจที่ตั้งด่านรับกันเป็นก้อนมหึมา  เพราะการโหมปลุกใจของผู้ปราศรัยเวทีผ่าความจริงของ ปชป.ได้พยายาม ‘ขมวด’ แต้มคูการชุมนุมให้เข้าใจไปเช่นนั้นก่อนหน้าวันสุกดิบประมาณหนึ่ง
แต่การณ์กลับพลิกกลับแบบโอละพ่อ เมื่อบรรดาแกนนำ ปชป.เจรจาต่อรองกับกองกำลังตำรวจรักษาการณ์แต่พอเป็นพิธีเท่านั้น แล้วก็ได้รับการปฏิเสธแข็งขันจนดูท่าว่าเหตุการณ์จะเขม็งเกลียวขึ้น  ทว่าบรรดาแกนนำปชป.กลับหักมุมกิจกรรมที่ตนเองโหมมาตลอดคืนก่อน ด้วยการปราศรัยขอบคุณมวลชนและขอให้กลับบ้านโดยสวัสดี  พวกตนรับปากจะทำหน้าที่ในสภาให้ดีที่สุด

**จนถึงวันนี้ พรรคพ.ท.ดูจะได้ภาพเป็นลบจากสายตานานาประเทศ**

- เพียงก่อนหน้าวันประชุม ๗ สค. จนท.ยูเอ็น ออกข่าวติติง พรบ.นิรโทษฯ พร้อมทั้งคำติติงจากองค์กร Human Right Watch ด้วย

- เมื่อฝ่ายรัฐบาลตระเตรียมกองกำลังตำรวจเต็มพิกัด ปิดถนนหลายสาย (ตามแผนกรกฎ ๕๒ ที่เคยใช้ได้ชงัดคราวม็อบเสธ.อ้ายเมื่อพฤศจิกายน ๒๕๕๕ แต่เข้มยิ่งกว่า) เหมือนเตรียมปิดประตูตีแมว แต่แล้วพวกหนู ๆ ทั้งหลายกลับเดินกลับบ้านกันเฉย บอกแค่ว่ามาส่งสส.เข้าไปทำหน้าที่แค่เนียะ รัฐบาลทำเอะอะใหญ่โตไปได้

 

 

**รัฐบาลพรรคพ.ท.เลยต้องรีบแก้เกมให้ทันควัน**

- รีบประกาศยกเลิกบังคับใช้พรบ.มั่นคง "ตั้งแต่วันที่ ๘" แต่ข่าวเพิ่งออกเมื่อวาน ทำให้ดูลุกลี้ลุกลนผิดสังเกต (ยามนี้ ตัวเลขต่างกันวันเดียว อาจส่งความหมายประกอบคำอธิบายเจตนารมย์ของรัฐบาลในการสื่อสารปชส.กับนานาชาติ)

- รีบประกาศข่าวเรื่องบุคคลระดับอดีตนายกฯอังกฤษ อดีตเลขาฯสหประชาชาติหรือ UN ให้ความสำคัญกับวาระการสร้างเวทีพูดคุยเจรจาปฏิรูปการเมืองของรัฐบาล ถึงกับตอบรับคำเชิญของรัฐบาลไทย (โดย ก.ต่างประเทศ) มาร่วมเวทีนี้ โดยลงทุนใช้ปาก (mouth-piece) ของยิ่งลักษณ์เองทีเดียวมาบอกข่าว  แต่รายงานข่าวก็ยังไม่ชัดเจนว่าเชิญสองท่านนั้นมาทำกิจกรรมอะไร ในฐานะอะไร มาเกี่ยวข้องกับกิจกรรมพูดคุยนี้ถึงระดับแก่น (core) ของเนื้อหาเวทีพูดคุย หรือแค่มาเป็นไม้ประดับ มาเล่าประสบการณ์

คำว่าเวที ‘สภาปฏิรูปการเมือง’ หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษอย่างบางกอกโพสต์ใช้คำว่า political reform council มันสื่อความหมายอย่างไรในความคิดของผู้ได้รับคำเชิญ  เป็นความหมายแบบบ้านเมืองที่สงบสุขแต่ต้องการพัฒนาให้ก้าวหน้าทัดเทียมตะวันตก หรือความหมายแบบการเจรจาสงบศึกภายในอย่างในติมอร์ตะวันตก

หน้าจอรายงานข่าวค่ำไทยพีบีเอ๊ส ๑๐ สค.นี้ ผู้รายงาน (ใครนะ ที่อ่านข่าวคู่กับ กมลวรรณ ตรีพงศ์) ยังอ่านว่า ปฏิรูปการเมือง ขณะที่ป้ายประกอบหัวข้อข่าวบนจอใช้คำว่า‘ปฏิรูปประเทศ’  เราอ่านและฟังแล้วยังงง ๆ อยู่เลย เราคิดว่าความหมายคำมันกินความกว้างไกลไม่เท่ากันเหมือนคำว่า โครงการ –โครงงาน, แผนการ – แผนงาน

อย่างไรก็ตาม ในแง่สงครามหรือการต่อสู้แย่งชิงอำนาจทางการเมือง  การณ์ทั้งหมดนี้บอกเราว่ารัฐบลพรรคพ.ท.กำลังสร้างเกมที่เหมือนการเล่นให้นานาชาติดูและตัดสินว่าใครเล่นได้ดีกว่า เล่นได้มาตรฐานกว่าอีกฝ่าย  นึกตงิด ๆ ถึงคำที่เคยได้ยินว่า โลกล้อมประเทศ

เพราะว่าการสื่อสารกับสังคมนานาชาติหรือสังคมโลกมันไม่เหมือนกับการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันในบ้านหรือในประเทศ  คนนอกบ้านหรือนานาประเทศมองมาที่เราก็มองเป็นจุด ๆ เป็นดวง ๆ โต ๆ  มองโต๊ะอาหารหมดทั้งงานรวมกัน ไม่ได้มาดูละเอียดถึงแต่ละจานว่ามีอะไร  ถ้ามันดูยากนักก็เอาแบบที่ตัวเองคุ้นลิ้นไว้ก่อนเลยแหละดีและถูกต้อง คือตัวเองคุ้นกับอาหารนมเนย แต่เหม็นน้ำพริกกะปิ  ฉะนั้น รัฐประหาร ๒๕๔๙ เลยถูกรุมถล่มเละ

แต่ ปชป.คราวนี้ก็ใช่จะไม่รู้เกม  การเล่นหักมุมเมื่อเช้าวันที่ ๗ นั่นแหละ ปชป.ได้สร้างภาพขึ้นมาแทนการต้องเหนื่อยตระเวนอธิบายให้ชาติโน้นชาตินี้  ภาพที่ตัดกันอย่างแรงของกองกำลังตำรวจเต็มอัตราศึก ต่อ ขบวนประชาชนมือเปล่า (คำว่า ‘ปราศจากอาวุธ’ ถูกเน้นตรงจุดที่ประจัญหน้ากัน ได้ยินชัดจากโทรทัศน์) เป็นข้อความสื่อสารออกไปทั่วโลกเป็นอย่างดี ยิ่งกว่านั้น มันสร้างภาพต่อเนื่องกับภาพที่นานาชาติได้รับจากคำปราศรัยที่อูลานบาตอร์ อย่างขัดกัน

ปรากฏการณ์เวทีสภาปฏิรูปการเมือง (ไม่ว่าจะสื่อความหมายแบบไหน) กำลังเป็นเกมแยกน้ำจากน้ำมันอีกครั้ง  เมื่อข่าวคืบหน้าในเวลาเพียงสองสามวันว่าได้รับการตอบรับจากอดีตบุคลากรทางการเมืองหลายฝ่ายที่ปัจจุบันถือว่า ‘อาวุโส’ ท่านแล้วท่านเล่า ทั้งที่เคยอยู่ในพรรค ปชป.เองก็มี ทั้งจากผู้เคยร่วมอยู่ในการรัฐประหาร ๒๕๔๙ ก็มี กระทั่ง ผบ.ทบ.ท่านปัจจุบันก็ยังแสดงความเห็นด้วยและร่วมมือ
ขณะที่ตัวแทนรัฐบาลออกปากทุกวัน ขอร้องให้พรรคปชป.เข้าร่วมโครงการนี้ โดยให้จัดตัวแทนเข้าร่วม เรียกว่าเป็นเกมที่ผลักให้ปชป.ไปอยู่ในฟากผู้ร้ายอย่างโดดเดี่ยวโดยฉับพลัน (เอ้อ แล้วบรรดาองค์กรเอ็นจีโออีกหลายองค์กรละ ? ด้วยหรือไม่ ?)

หรือว่าทางที่ ปชป.สมควรจะเลือกเดินเวลานี้ก็ต้องตอบรับเข้าร่วม (เพราะเป็นการสื่อสารออกไปที่นานาชาติฟังแล้วพยักหน้าหงึก ๆ) แล้วไปวัดกันที่ดาบหน้า-ระวังไม่ให้เวทีนี้กลายเป็นหลุมขวากฝังปชป.ทั้งเป็น แต่ตรงข้ามต้องใช้เวทีนี้เป็นเวทีต่อกรที่ตัวเองจะมีโอกาสหลุดจากความเพลี่ยงพล้ำ อย่างน้อยก็ตีตื้นขึ้นมาให้สูสี
เวทีในรูปแบบ ที่เล่นอวดสายตาชาวโลก เพื่อสื่อสารกับนานาชาติก็ทำไป  แต่การเมืองแบบมวลชน (ขอเรียกแบบให้กว้างกว่าคำว่าการเมืองนอกสภาหรือการเมืองบนท้องถนน) ก็ต้องทำควบคู่ไปอย่างเข้มข้น  เพราะต่างฝ่ายต่างก็ต้องแสวงหาความเห็นที่ตรงกับตนให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ให้มากกว่าอีกฝ่าย .. ‘ทำถูกกว่า ทำดีกว่า’ คงไม่ใช่ตัวชี้ขาดชัยชนะอีกแล้ว

ยิ่งกว่านั้น ขนาดของมวลชนที่สนับสนุนแต่ละฝ่ายหากแตกต่างกันมากไม่ได้ดุลกัน ก็มีโอกาสที่จะมีการใช้กำลังกัน

เมื่อไหร่ที่เสียงสนับสนุนแต่ละฝ่ายพอฟัดพอเหวี่ยงกัน กินกันไม่ลงนั่นแหละ ถึงจะเลิกฟัดกัน เพราะไม่คุ้มกับโอกาสที่ต่างก็เสียไปด้วยกัน  มิสู้หันมานั่งโต๊ะเจรจาหาทางที่ไปด้วยกันได้

 

หมายเหตุ มุมคิดทั้งหมดนี้เป็นส่วนตัวเองและโดยสุจริตใจ อยากเห็นการเกลี่ยจุดประสงค์ของกันและกันในที่สุดโดยให้ผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง  ความเห็นทั้งหมดนี้ไม่ต้องตามทฤษฎีใด ๆ

 

 
 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
driftworm วันที่ : 18/08/2013 เวลา : 14.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เอา ขึ้นก็ขึ้น (ไม่ใช่ยุขึ้นนะฮะ )

ฮ้า ...มติชนเอาใจออกห่างทักษิณแล้วรึ
http://www.oknation.net/blog/driftway/2013/08/18/entry-1

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
driftworm วันที่ : 18/08/2013 เวลา : 11.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๓๗-

[แต่กระนั้นเถอะ เรื่องอย่างนี้ ถ้าคนฝ่ายแดงพูดเอง เราก็น่าจะช่วยประโคมข่าวให้นะ]

จะเอาไปขึ้นกระดานแบบลอกไปทั้งดุ้น (ตัดแปะ - copy & paste) ก็ดูทุย ๆ มาก
ความจริงผมก็มีความคิดเห็นขึ้นในกบาลมากมาย กลายเป็นเรื่องใหญ่และยาว คนอ่านอาจรำคาญ
แต่ก็น่าลองดู ผมว่ามันก็มีเบาะแสบางเรื่อง
แค่ลองคิดดูก่อนน่ะ ๕๕๕๕

ความคิดเห็นที่ 37 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 17/08/2013 เวลา : 23.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๓๖-

อ๊าว.... ก็ไหนเขาบอกกันว่ามติชนเป็นแดงแจ่มจ้า แล้วไงล่ะนี่
แต่กระนั้นเถอะ เรื่องอย่างนี้ ถ้าคนฝ่ายแดงพูดเอง เราก็น่าจะช่วยประโคมข่าวให้นะ
..
..

-๓๔-
คุณหนอนสรุปได้ตรงเพ๊ะ ว่า การใช้ทับศัพท์แบบนั้นเป็นเพราะของเหล่านั้นไม่เคยมีในเมืองไทย เช่น ปาร์เลียเม้นท์

จดหมายอีกหลายฉบับ ยังมีการใช้คำว่า

'...จะออกไปตรวจแลเล่าเรียนการอินยิเนียโดยเจ้ากรมรถไฟขออนุญาตให้ออกไป'

'ด้วยเมื่อกลางเดือนก่อนเยอรมันเอมเปรอได้มีโทรเลขมาถวายในเรื่องที่ลูกเรียนสำเร็จในโรงเรียนคาเดตนั้น...'

-จากลายพระหัตถ์ สมเด็จพระปิตุฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี ถึงทูนหม่อมบริพัตร

ทั้งอินยิเนีย เอมเปรอ คาเดต เป็นของไม่เคยปรากฏทั้งนั้น
..
..

-๓๕-
สบู่นี่เพิ่งเคยได้ยิน เข้าเค้า


ความคิดเห็นที่ 36 (0)
driftworm วันที่ : 17/08/2013 เวลา : 19.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

บทความนี้มันดี

ภาพเปรียบเทียบ "อภิสิทธิ์-ทักษิณ" ท่ามกลาง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดย นงนุช สิงหเดชะ
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1376483356&grpid=01&catid=50


ความคิดเห็นที่ 35 (0)
driftworm วันที่ : 17/08/2013 เวลา : 11.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อย่างเช่น คำว่า sappu ของพวกโปรตุเกสที่มาไทย
กลายมาเป็นคำว่า สบู่
..... ก่อน ๆ นี้ เราใช้ขี้เถ้ามั่ง กาบมะพร้าวมั่ง ฯลฯ
.

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
driftworm วันที่ : 17/08/2013 เวลา : 11.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ตีลังกาคิดมาวันกะคืน ยังคิดไม่ออกว่าเจ้านายช่วงกลางยุครัตนโกสินทร์
ทำไมชอบใช้คำทับศัพท์
สามัญชนอย่าง เทียนวรรณ (ต.ว.ส. วรรณาโภ) ก็ด้วยใช้คำว่า ดิม็อกเครซี่ กับ ระบอบปาร์เลียเม้นท์ ในทุกข้อเขียน

ที่เฝ้าสงสัยไม่ใช่เพราะผมกระแดะเรื่องการใช้คำ การสะกดคำภาษาไทยหรอก
แต่เพราะถ้อยคำ คำหนึ่ง มัน (เป็นนามธรรม) แทนดวงความคิดในเรื่อง ๆ หนึ่ง
แทนชุดความรู้ใหญ่น้อยชุดหนึ่ง ๆ แทนกิจกรรม (ประเพณี วัฒนธรรม) มากมายหลายเรื่อง
การใช้คำทับศัพท์ (ยืมคำคนอื่นมา) มันหมายความว่าเราไม่มีเรื่องราวเช่นนั้น ไม่มีชุดความรู้อย่างนั้น ไม่มีประสบการณ์ กิจกรรมอย่างนั้น
จนถึงกับไม่เคยคิดเรื่องอย่างนั้นมาก่อน (ไม่มีดวงความคิดอย่างนั้น)
.

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
SW19 วันที่ : 16/08/2013 เวลา : 17.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน เช้านี้มีเวลาคุยกันแบบไม่ต้องรีบหืดขึ้นนัก

ความท่อนที่ว่า
[การที่จะเอาหนังสือซึ่งมีลายพระราชหัตถประทับพระราชลัญจกรไปเที่ยวยื่นขายเช่นนั้น มันกระไรๆ อยู่ดูน่าเกลียดน่าอายเต็มที]
ที่ว่านี้ เรายังเข้าใจว่าหมายลายพระราชหัตถประทับพระราชลัญจกร เป็นของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อยู่นะ แต่มีเวลาจะอ่านตอนก่อนหน้ามาขยายความอีกที

วันนี้ว่าจะหาเรื่องคุยเรื่องการใช้ทับศัพท์ที่ลากออกปากอ่าวไปสู่เรื่อง เอดุเคชั่น กับคุณหนอนดีกว่า

ที่จริงเวลาพูดเรื่องเจ้านายสมัยก่อน ที่เกี่ยวโยงเรื่องการสร้างความเจริญแบบพลิกผันให้ประเทศ จะคิดถึง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (1868-1910 พ.ศ. 2411-2416) และ Queen Victoria (1837-1901) ไปพร้อมกัน เพราะเป็นปีคร่อมๆ กันอยู่ ในหลวงรัชกาลที่ ๕ ที่ทรงขึ้นหลัง Queen Victoria และอยู่จนจบรัชกาล Edward VII (ลูกชายคนโตของ Queen Victoria ที่สิ้น May 1910 ขณะที่รัชกาลที่ ๕ ท่านสิ้นเอาตุลาคม 1910)

ความน่าสนใจคือ เรื่องการรถไฟ การศึกษา และความเจริญอื่นๆ ถูกดำริและดำเนินการให้เกิดในเวลาไม่ต่างกัน ที่สำคัญเจ้านายท่าน ‘ถึงกัน’ พอมาคุยกันเรื่อง เอดุเคชั่น ไม่แน่ใจว่า การเรียนแบบในวัง ในวัด (ขณะที่ไทยเรามีวังบางขุนพรหมที่ให้การศึกษาเข้มข้น Queen Elizabeth II องค์ปัจจุบันนี้ เรียนหนังสือจากบ้าน) แตกต่างกันมากน้อยเพียงไหน อย่างไร กับการมีโต๊ะเก้าอี้ เพราะสมัยก่อนการพูดถึงการศึกษายุค Victorian Era ใช้คำว่า schooling ที่จนเดี๋ยวนี้ คำว่า Schooling ก็ใช้สลับกันกับ Education ด้วยความหมายเดียวกันได้

รากคำ เอดุเคชั่นมีที่มาน่าสนใจ จากละตินว่า ēducātiō (เป็นคำนาม "A breeding, a bringing up, a rearing") และ ēdūcō (เป็นคำกริยา "I educate, I train")

น่าสนใจตรงที่รากคำ เอดุเคชั่น มีความผสมกัน ระหว่างเลี้ยงกันขึ้นมา bringing up และให้ความรู้ I educate อย่างใดอย่างเดียวไม่น่าจะให้ความครบถ้วน และโรงเรียนอย่างเดียวก็ให้ไม่ได้หมด

คราวนี้นอกเรื่อง การไปเรียนขั้นอุดมศึกษาที่ UK เดิมทีพวก Oxbridge เขาจะใช้คำประหลาดกว่าคนอื่น เขาไม่ใช่คำว่า learn หรือ study ถ้าเจอคนพวกนี้ แล้วถามว่า จบอะไรมา เรียนอะไรมา เขาจะตอบว่า I read law. (ไอ-เร้ด-ลอว์) เป็นอันรู้กันว่าจบกฎหมายมาจากไอ้สองอันนี้ ไม่ Oxford ก็ Cambridge ไม่ต้องเดาสถานศึกษาไกลกว่านี้ แต่สมัยนี้ใช้คำนี้แยะขึ้น I read Science at Imperial College. ขยายพื้นที่มหาวิทยาลัยออกไปเพิ่มกว่าแค่ Oxbridge อะไรอย่างนี้เป็นต้น

มีคำอธิบายของความแตกต่างเล็กๆ ตรงนี้เป็นเรื่องขั้นลึกซึ้งของคำแปลที่แตกต่าง คือ การศึกษาระดับโรงเรียนจะเรียกว่า At school you are taught, but at uni you learn… เพราะฉะนั้นการ learn มันจะมาจากการอ่าน การค้นคว้า
(มหาลัย ที่ย่อแบบไทย เราย่อ university ที่นี่ว่า uni)

ดูเหมือนการใช้รูปแบบ I read engineering at … ไม่มีในอเมริกา บางคนก็ว่ามันเป็น British English ที่แตกต่างจาก American English แต่คนที่เกาะนี้เรียกภาษาของเราว่า English หรือ Proper English เฉยๆ เพราะมันยังคงรากเหง้าวิธีใช้แบบครบถ้วนมากกว่าการย่นย่อแบบอีกฝั่งทะเล
เหน็บเขาแล้วก็จะ bugger off ไปละ
มีความให้คุณหนอนคิดเล่นแก้เบื่อละ... เอาไว้กลางคืนกลับมาใหม่

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
driftworm วันที่ : 16/08/2013 เวลา : 12.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

น่าน เอาเข้าแล้ว พลาดไปเป็นข้อใหญ่เลย
ฉะนั้น เนื้อความตาม คห.๒๙ ก็ต้องแก้ไขทำความเข้าใจโดยอนุวัตน์ตามข้อมูลที่ถูกต้อง
รวมถึงหนังสือสำคัญกรรมสิทธิ์ที่ดินที่มีลายพระราชลัญจกร ที่ผมเข้าใจไปว่าเป็น
ลยพระราชลัญจกรของ ร.๕ ก็ต้องแก้ความเข้าใจใหม่
แต่เนื้อความสาระคงจะไม่ต้องแก้ ... อิอิ

กับอีกจุดหนึ่งที่ลืมไปเลย ทั้งที่เป็นจุดที่สะดุดใจตั้งแต่อ่านเที่ยวแรก คือการที่ทรงใช้ทับศัพท์ว่า เอดุเคชั่น
ผมเข้าใจว่า คำ ๆ หนึ่งที่เกิดขึ้นมาในระบบภาษามันแทนตัวระบบความคิด มันอมความระบบความคิด
รวมทั้งอะไรต่ออะไรที่เนื่องออกมาด้วยระบบความคิดนั้น
เดิมไทยเราสั่งสอน สอนหนังสือกันปากต่อปาก ที่เรียนเขียนอ่านแบบจดจารก็มีแต่วัดและวัง
แต่ระบบแบบเอดุเคชั่น ทำสถานที่เป็นเฉพาะให้แยกออกจากบ้าน จากวัด และวัง
จัดอุปกรณ์สำหรับตัวผู้สอนและผู้เรียนขึ้นมาเป็นกิจลักษณะ นั่งเก้าอี้เรียน ไม่นั่งเรียนกับพื้น
ในยุคสมัยเวลานั้นมันต่างกันชัดอย่างนี้ จึงเหมาะที่จะเรียกอย่างทับศัพท์ไปก่อน
.... ตกมาถึงสมัยนี้ ถือว่าระบบการเรียนแบบเอดุเคชั่นได้ดูดกลืนวิธีเก่าของเราจนเป็นเนื้อเดียวกันไปแล้ว
ไม่มีความต่างที่แปลกกันอีกแล้ว เลยคิดคำ การศึกษา ขึ้นมาเป็นตัวเดียวกับ เอดุเคชั่น ใช้กันจนเป็นสามัญแล้ว

สมัยของโสเครตี๊ส, เพลโต้, อริสโตเติ้ล ก็นั่งเรียนกับพื้นกันรึเปล่านะ คงจะเหมือนกันแหละ
มันยังไม่มี เอดุเคชั่น เกิดขึ้น

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
SW19 วันที่ : 16/08/2013 เวลา : 03.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

วันสองวันนี้ยุ่งๆ อยู่น่ะคุณหนอน ได้เข้ามาอ่านทั้งหมด แต่ยังไม่ทันได้ไปอ่านตามความต่อเนื่อง ใน –๒๗- และ –๒๘- เลยยังไม่ทันจะมีความเห็น

-๒๙-
แต่เห็นความเห็นนี้ เลยรีบเข้ามาบอกก่อน ว่าจดหมายที่คัดลอกมาให้อ่านดูนั้น เป็นจดหมายจากแม่ถึงลูก คือจดหมายหมายจากแม่ ‘สุขุมาลมารศรี’ เขียนถึงลูกชาย คือ ‘ทูนหม่อมบริพัตร’ โดยคำว่าทูนหม่อมในเนื้อความจดหมายนั้นหมายถึงรัชกาลที่ ๕

หนังสือฉบับนี้ รวบรวมจดหมายจากทั้งพระราชหัตถเลขา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และลายพระหัตถ์ สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี พระอรรคราชเทวี

เมื่อไหร่ที่ได้หยิบขึ้นมาอ่าน มีเรื่องราวน่าสนใจให้พบเห็นเสมอ พูดภาษาเราๆ คือ อ่านแล้วขนลุก รวมทั้งได้ทึ่งในวิธีคิด การใช้คำ และภาษาอังกฤษที่ถูกนำมาใช้ทับศัพท์ในวิธีที่ไม่แปลกอย่างที่เราเคยคุยกันเลย

-๓๐-



ความคิดเห็นที่ 30 (0)
driftworm วันที่ : 15/08/2013 เวลา : 21.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-แทรกก่อน-
ช่วงที่ผมยังขลุกอยู่ที่หอศิลปพีระศรี (Bhirasri Institue of Modern Art) (ช่วงนั้นก็ยังทำงานก่อสร้างอยู่)
เมื่อทราบว่าหอศิลปนี้ก่อตั้งและดำเนินการ (แบบขาดทุนตลอด) โดยมูลนิธิจุมภฏ-บริพัตร
ยังรู้สึกงง ๆ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
driftworm วันที่ : 15/08/2013 เวลา : 21.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๒๕-
ข้อที่ทูนหม่อมบริพัตรเขียนจดหมายตักเตือนสั่งสอนโอรส (ไม่ทราบว่าใช้ โอรส ไหม) ถึงการที่ด่วนสรุปว่า
สิ่งนั้นสิ่งนี้ในสังคมหรือกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ในสังคม บางทีจะมีลักษณะประจำ มีอุปนิสัยเช่นนั้นเช่นนี้ และคง
เป็นอย่างนั้นมาแสนนานและจะเป็นตลอดไป .. นั้น ฉายภาพให้เห็นสิ่งที่เรียกว่าประสบการณ์ ซึ่งจะมีได้ก็
ด้วยโอกาสการใช้ชีวิต กับอีกปัจจัยที่ใครก็กำหนดไม่ได้ ปัจจัยนั้นคือเวลา .. ภาษาสามัญที่ใช้สนทนาสื่อสาร
กันไม่ว่าในแบบเมตตาเอ็นดู สั่งสอน หรือในแบบปรามาส ข่มกัน (ฟันยังไม่ทันสิ้นกลิ่นน้ำนม, ไก่อ่อนสอน
ขัน, ขนยังเพิ่งจะขึ้น, อาบน้ำร้อนมาก่อน) หรืออย่างเป็นธรรมดาโลกว่า "อายุ" ... ไม่มีใครบังคับเวลาให้รีบ
มาเติมเต็มให้ตนได้ และก็ไม่สามารถยุดหรือยั้งมันได้
ผมชอบคำในพระไตรปิฎกที่สื่อได้มากกว่าคำว่า ผู้ใหญ่ คือคำว่าอายุวัฒโก ผู้เจริญแล้วซึ่งอายุ -ชัดเลย แต่ยัง
มีอีกคำหนึ่งเป็นคำสวยและสื่อได้ตรงกับสถานะอย่างเช่นทูนหม่อมบริพัตรในเรื่องนี้ (หรือท่านอื่นใดในที่
ใดก็ตาม) ว่า รัตตัญญู ผู้รู้ราตรีนาน ซึ่งตามความหมายที่แฝงอยู่นั้นไม่เพียงเรื่องความมีอายุ (อายุวัฒโก) แต่
แฝงสาระความหมายถึงการพอกพูนประสบการณ์ในโลกอย่างหลากหลายรอบแง่มุมของโลก จนสามารถ
กลั่นออกมาเป็นปรัชญา(ความรู้ซึ้ง)เฉพาะตนได้ ก่อนจะละจากชีวิตนี้ไป ความเข้าใจแล้วว่าโลกเป็นเช่นไร
ชีวิตเป็นอย่างไร และควรใช้ชีวิตอย่างไรในโลกที่เราห้ามความเป็นอนิจจตาไม่ได้
สถานะที่จะให้ประสบการณ์ทางอ้อม (ผ่านคำสั่งสอน อบรม ตักเตือน) ให้ทางที่จะทำชีวิตให้มีคุณภาพและ
ปลอดภัย สามารถเห็นได้จากทัศนะของทูนหม่อมในจดหมายนี้
ไม่นับที่เน้นให้ตระหนักในภาระต่อสาธารณะ ส่วนรวม (บ้านเมือง) ซึ่งอ่านเนื้อหาทำนองนี้ได้จากพระราช
หัตถเลขาของ ร.๕ ได้เช่นกัน
............................
แต่ผมก็นึกถึงอีกปัจจัยหนึ่งที่จะให้ได้มาซึ่งประสบการณ์ นั่นคือโอกาสในการใช้ชีวิต เมื่อเดือนที่แล้วมีโอกาส
เห็นหน้าเฟ้ซบุ๊คคุณกรณ์ จาติกวณิชย์ ว่าได้มีโอกาสไปนั่งคุยกับคนรากหญ้า(เสื้อแดง)นับหลายชั่วโมง ผมไป
เขียนคห.ไว้ว่า นั่นไม่พอหรอก ต้องไปกินนอนอยู่กับเขา ทำกิจวัตรทำมาหากินกับเขาด้วยสักช่วงหนึ่งสั้น ๆ ก็
ยังดี. ที่เขียนไปอย่งนั้นเพราะการลงมือกับพวกเขาในสิ่งที่พวกเขาทำมาหากินจะเห็นที่มาของความคิด ความที่
ตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ .... เพื่อนผมเคยสมัครเป็นกรรมกรก่อสร้าง หาตังค์ค่าเทอม เพื่อนอีกคนไปทำงานในโรง
งานทอผ้าที่พระประแดง ผมเองเคยทำงานในสถานที่ก่อสร้าง(ไซ้ต์งาน)ค่อนข้างใหญ่ ในตำแหน่ง ผช.หัวหน้างาน
(ผู้ช่วยโฟร์แมน) แต่ก็ลงมือร่วมด้วยในสิ่งที่พวกกรรมกรทำ โกยคอนกรีต .. ฯลฯ ไม่ใช่ครั้งสองครั้งแบบเป็น
พิธี แต่ทำตลอด
จะเรียกมันว่าอะไร สถานะผมตอนนั้นไม่จำเป็นต้องลงมืออย่างนั้น (เรียกว่าไม่ใช่หน้าที่?) แต่เมื่อสั่งตัวเองให้
ลงมือทำในสิ่งที่พวกเขาทำ จะเรียกว่า ใช้โอกาส (กับอีกรูปแบบของชีวิต) ไหม?

การที่ ร.๕ เสด็จประพาสต้นอยู่เนือง ๆ ผมว่านั่นเป็นการสร้างโอกาสการใช้ชีวิตเพื่อให้ได้สัมผัสวิถีของคนอื่น ๆ
โดยเฉพาะวิถีของชนที่เป็น "ไพร่ฟ้า" ส่วนจะสัมผัสได้ตื้นลึกขนาดไหน ก็มีปัจจัยอื่น ๆ มากำหนดด้วย
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการปฏิบัติพระราชกรณียกิจของในหลวง ร.๙ ..
.................
โอกาสในการใช้ชีวิต พอจะเรียกว่า "กรอบ" การใช้ชีวิตได้ไหม
การที่ทักษิณจัด "ทัวร์นกขมิ้น" ในช่วงสมัยแรกของการเป็นนายกฯ นั่นถ้าพูดในแง่การใช้ชีวิตแล้วเป็นการสร้งภาพ
แต่ประสบการณ์ทักษิณตอนที่ทำร้านค็อมพิวเต้อร์อยู่ที่ราชวัตร ถึงขั้นต้องแลกเช็คบ่อย ๆ ถือว่าเป็นประสบการณ์จริง
แต่ถ้าจะอนุมานเอาดุ่ย ๆ (เชิงหาคะแนนนิยม) ว่าประสบการณ์อย่างนั้นทำให้เข้าใจหัวอกคนรากหญ้าได้ดี คงไม่ใช่
...............
ผมต้องเขย่าหัวให้ความคิดเรียงเม็ดอีกแล้ว .. ไปอ่านใหม่ว่า คห.๒๔, ๒๕ มีสาระอะไรอีกบ้างที่จะแลกเปลี่ยน
.

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
driftworm วันที่ : 15/08/2013 เวลา : 12.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ผมว่าจะอ่านไอ้นี่ด้วย

สัมภาษณ์ ประชา สุวีรานนท์: รีดีไซน์ “ไทยๆ” แลนด์
http://www.siamintelligence.com/pracha-suveeranont-interview/

หวังว่าเม็ดความคิดในกบาลหนอนจะเรียงตัวเป็นระเบียบ
ไม่งั้นคงต้องเขย่าหัวเป็นการใหญ่ในจังหวะ rock n' roll llllllll

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
driftworm วันที่ : 15/08/2013 เวลา : 11.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ยังไม่มาต่อความเห็นละ
.
.
> ตะลึง (ตึ่งตึ่ง) นางงามในดวงใจเวียดนามแก้ผ้าถ่ายหนัง แฟน ๆ ในสลาย
http://ent.zubzip.com/topic/31581
.
.
มีคำถามผุดขึ้นในใจเราว่า มีปัจจัยอะไรบ้างที่จะทำให้เรื่องแบบนี้ไม่เกิดในจีน
(หรืออาจจะเกิดนานแล้วและบ่อยกว่า? แต่การที่เราไม่ได้รับรู้ข่าวก็มีปัจจัยอีกนั่นแหละ)

ไม่ว่าสังคมนิยมสายเหมาหรือสังคมนิยมสายโซเวียต ตอนนี้ต่างตบเท้าเดินเข้าสู่โลกหลังสมัยใหม่ (Post-Modern)
ของพี่เบิ้มทุนนิยมอเมริกากันหมดแล้ว ?
.

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
driftworm วันที่ : 14/08/2013 เวลา : 21.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อ่านแล้วนะครับ ทั้งสอง คห.
แต่วันนี้มึน (มะคืนนอนน้อย คืนนี้ต้องติดสำลีขึ้นไปอุดหู อิอิ)
เขย่าหัวแล้ว เม็ดความคิดยังไม่เรียงตัว
แต่จะมา ....

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
SW19 วันที่ : 14/08/2013 เวลา : 04.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

วันที่ ๒๗ สิงหาคม ร.ศ. ๑๑๘

ถึงลูก

ด้วยได้รับหนังสือเขียนที่สฐานทูตปารีสลงวันที่ ๒๗ กรกฎาคมนั้นแล้ว ที่บ้านนั้นเข้าใจว่าจะอยู่คุ้ง ยังให้ทำแผนที่อย่างเลอียดอยู่ ถ้าแล้วจะส่งไปให้ดู แต่อย่างไร ก็ขายไม่ได้เป็นอันขาด เพราะการซื้อขายที่กันเช่นนี้ จำต้องส่งหนังสือสำคัญ สำหรับที่ให้แก่ผู้ซึ่งจะเป็นเจ้าของที่สืบไปด้วย การที่จะเอาหนังสือซึ่งมีลายพระราชหัตถประทับพระราชลัญจกรไปเที่ยวยื่นขายเช่นนั้น มันกระไรๆ อยู่ดูน่าเกลียดน่าอายเต็มที

อนึ่งข้อที่คิดถึงการบ้านการเมืองอไรนั้นก็เป็นการสมควรที่จะคิดอยู่ แต่ข้อที่เข้าใจว่าคนไทยในเมืองไทยมัวเมาแต่การเล่นไม่คิดทำการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่บ้านเมืองอไรต่างๆ นั้น อย่าพูดเช่นนั้นแก่ใครหน่อยเลย เพราะลูกยังอยู่ในที่ไกลและยังไม่เคยรู้ตื้นลึกหนาบางชั้นเชิงราชการของเราว่าเป็นอย่างไร ถ้าพูดพลุ่งๆ ไปเช่นนั้น มันจะเป็นคนฟุ้งส้านอวดดิบอวดดีไป แท้จริงคนที่ไม่คิดไม่ทำการงานอไรโดยไม่แลเห็นการในอนาคตแลปัจจุบันว่าจะเป็นอย่างไรฤาแลเห็นแต่ไม่เอื้อด้วยความเกียจคร้าน ไม่พอใจที่จะทำก็มีจริงอยู่ แต่ผู้ซึ่งมีความคิดที่จะจัดการป้องกันแก้ไขก็มีเหมือนกัน แต่การที่จะคิดจะทำแลทำขึ้นยังเอาดีไม่ได้เร็วๆ เพราะคนเมืองเราไม่ได้รับเอดุเคชั่นพอ ถึงว่าจะมีสติปัญญาสักเพียงใด เมื่อจับชนเข้ากับฝรั่งแล้ว ก็มีแต่ต้องเสียรัดเสียเปรียบร่ำไป เพราะขาดความรู้เป็นที่ตั้ง เหมือนเรื่องการทหารนี้ ก็เห็นกันโดยมาก ว่าเป็นประโยชน์จริงแก่บ้านเมือง แต่จะจัดให้ดีขึ้นทันใจก็ไม่ได้ ด้วยมันขาดเสียแต่ตัวผู้บัญชาการไปแล้ว ทูนหม่อมท่านรับสั่งบ่นอยู่เสมอว่าการทหารมีแต่องค์จิรคนเดียวไม่พอ ต่อเมื่อได้ลูกชั้นหลังกลับมาแล้วจึงจะเป็นที่หวังได้ว่าการทหารจะยังชั่วขึ้น แต่ถึงดังนั้นที่จะมุ่งหมายว่าถ้าตัวได้มาจัดมาทำจะทำให้ดีได้ง่ายๆ ก็ไม่ควรคิด เพราะคนตั้งร้อยตั้งพันจะไปหยิบฉวยเอามาหัดให้มันดีพร้อมๆ กันโดยเร็วๆ นั้นเป็นไปไม่ได้เป็นอันขาด เพราะฉะนั้น ขออย่าให้เห็นไปว่าคนในเมืองไทยเอาแต่เล่นเอาแต่นอน ไม่คิดอ่านทำการอันใดเหมือนกันหมด แลอย่าบ่นอย่าพูดอึกทึกไป คนที่เขารู้คิดรู้ทำเขาจะหัวเราะเยาะ ฤาเขาจะเห็นเป็นดูถูกเขา

การที่แม่ตักเตือนมาทั้งนี้ บางทีจะเป็นคำแรงๆ ไปบ้าง แต่ด้วยความหวังดีต่อลูก ซึ่งเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะพูดเช่นนั้น จึงยังไม่อยากจะให้พูดแก่ใครๆ ซึ่งบางทีเขาจะนึกติเตียนได้ดังว่ามาแล้ว ขออย่าให้คิดเห็นว่าแม่โกรธ แม่ห้ามไม่ให้คำนึงถึงการบ้านเมือง แม่ชอบให้คิดมากๆ แต่ไม่อยากให้กล่าวคำซึ่งเหมือนกับจะประมาทผู้อื่นว่าไม่ดีเหมือนข้าเจ้า อันจะเป็นช่องให้มีผู้ติเตียนได้ จึงได้เตือนมาพอให้รู้สึกบ้างเท่านั้น

สุขุมาลมารศรี

--

ความเห็นของคนคัดลอก – แค่นี้น่ะ สอนคนได้ทั้งชาติ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
SW19 วันที่ : 14/08/2013 เวลา : 04.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ไม่รู้จะยาวหรือเปล่าคุณหนอน

เอาแค่ให้รู้ความกันน่ะนะ หลายอย่างอ่านแล้วปรี๊ด แต่นั่นถือว่าเป็นความรู้สึกส่วนตัว เอาสิ่งที่ตัดอารมณ์ความรู้สึกมาคุยกันจะดีกว่า อยากจะแบ่งความรู้สึกเป็น ๓ ตอน มีแรงพิมพ์ลอกมาแค่ไหน ก็ขอแค่นั้นแล้วกันสำหรับคืนนี้

ความรู้สึกที่ว่าคือ
๑) คำว่า ‘ทูนหม่อม’
๒) ธรรมดาของชุดดำ
๓) ความโอหังของผู้นำ

คำว่า ทูลกระหม่อม น. เป็นคำใช้สำหรับเรียกเจ้าฟ้า (อ้างอิง พจนานุกรมไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ บุญทวี ไกรสีห์สกุล)
อ้างอิง ลายพระหัตถ์ สมเด็จพระปิตุฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี พระอรรคราชเทวี เอ่ยถึงพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ ๕ ใช้คำว่า ‘ทูนหม่อม’

คำที่ได้ยินกันมาในการเอ่ยถึงเจ้าฟ้า เช่น เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ใช้ว่า ทูนหม่อมทวด, ทูนหม่อมตา

ถ้าให้เดา คือ การเป็นภาษาพูดที่รวบคำ คงไม่มีอะไรถูกผิด อยู่ที่รูปในการนำมาใช้
..
..

ก่อนหน้าเมื่อยังเป็นรัชสมัยของรัชกาลที่ ๕ เสนาบดีทหารไม่มีชั้นจอมพล (ชั้นนายพลมีหรือเปล่าไม่รู้ ยังเป็นชั้น ‘หลวง…’ อยู่ เพราะทั้งไม่มีคน และไม่มีคนที่มีความสามารถขึ้นมาถึง พอเมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว คนเฮี้ยนอยากใหญ่โต มีอำนาจก็มีมากขึ้น แต่งตั้งตัวเองเป็นจอมพลออกจะเยอะแยะ สามารถเปลี่ยนชื่อประเทศ และทำได้ทุกอย่าง การเอาธรรมเนียมฝรั่งมาใช้ ก็เอามาตามที่เข้าทางตนเอง ไม่ได้ดูธรรมเนียมที่แท้จริง สีดำ สีเทาเข้ม น้ำเงิน (Navy Blue) เป็นสีของความสุภาพ ไม่ได้ถูกกำหนดให้ไว้ทุกข์ เมืองฝรั่งไม่มีไว้ทุกข์ แต่มี dress code ที่เหมาะสมในการไปงานทุกข์ (ไว้ทุกข์ที่อาจจะมี คือ พวก Orthodox – สังคมที่มี mourning ไม่แน่ใจ ไม่ได้ค้นมายืนยันนะคุณหนอน)

ทีนี้มีเรื่องอ้างอิงของ ทั้งการใช้คำว่า ทูนหม่อม และสภาพการณ์สมัยก่อนของทหารมาเล่าให้ฟัง เคยคิดจะเอามาลงเผยแพร่กันต่อเนื่องเพราะเห็นเป็นของหาดูยาก แต่ก็มีภาระวุ่นวาย จนไม่ได้ทำ ถ้าคุณหนอนว่าดี มีคนสนใจจะพยายามพิมพ์ลอกเอามาเล่าตั้งแต่ต้น

เรื่องอ้างอิงที่ว่า มาจาก หนังสือหายาก (มาก) พิมพ์ในงานพระเมรุ ของทูนหม่อมบริพัตร ณ ท้องสนามหลวง วันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ.๒๔๙๓
ซึ่งเวลาที่กล่าวถึงพระนาม ก็อาศัยตรวจสอบจากตรงนี้ว่า 'บริพัตร' มีไปยาลน้อยหรือไม่ ปรากฏว่าทั้งเนื้อความไม่มีเลย

ที่จะเอามาเล่าให้อ่านเล่น มีความลึกซึ้งให้ได้คิดมากมาย ใช้ภาษาตามต้นฉบับ ไม่ได้พิมพ์ผิด
ลองดูคุณหนอน...สองคนยลตามช่อง แล้วแต่ใครจะเห็นอะไร และเผื่อคนที่ต่อต้านเจ้าจะได้เข้าใจว่าเจ้าก็คนธรรมดาที่สั่งสอนอบรมลูกหลานให้เป็นคนดีและเห็นประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นใหญ่กว่าสิ่งอื่นใด

ต่างจากคนที่ไม่เป็นเจ้าในสมัยนี้ ที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมาก่อนอื่นใด

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
driftworm วันที่ : 13/08/2013 เวลา : 21.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

แปลว่า เดี๋ยวมาแบบยาว ๆ แหงเลย

ตามสบายครับ เอาใจช่วยเต็มที่ครับ
ความไม่มีบ้านเป็นทุกข์ในโลก

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
SW19 วันที่ : 13/08/2013 เวลา : 19.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

เดี๋ยวขอมาใหม่บ้าง
ยังอยู่ข้างนอก วิ่งวุ่นเรื่องบ้านอยู่เลยคุณหนอน

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
driftworm วันที่ : 13/08/2013 เวลา : 15.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

บัญชร – ๑๕๐ ปี ศรีสวรินทิรา โดย ฉัตรสุดา ชื่อตอน – ยุคเชื่อผู้นำชาติพ้นภัย
หน้า ๓๒-๓๓ นิตยสารหญิงไทยรายปักษ์ ฉบับที่ ๙๐๙ ปีกษ์หลัง สิงหาคม ๒๕๕๖

ปลายพ.ศ. ๒๔๘๑ สยามประเทศเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของคุณหลวงพิบูลสงคราม ซึ่งต่อมามียศและนามที่รู้จักกันทั่วไปว่าจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี เล่ากันว่าโดยส่วนตัวแล้วคุณหลวงเป็นคนมีกิริยาวาจาอ่อนโยน ผิวพรรณสะอาด หน้าตาดี ใครได้พบปะสมาคมเป็นต้องนิยมทั้งสิ้น รัฐบาลใหม่ได้รับการสนับสนุนจากทหารอย่างเข้มแข็ง เป็นยุคที่มีการปรับปรุงงานในวงราชการอย่างกว้างขวาง รวมถึงการสร้างจิตสำนึกในความเป็นไทยผ่านการโฆษณาชวนเชื่อ

การเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนไทยในเวลานั้น เริ่มตั้งแต่การเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ในพ.ศ.๒๔๘๔ จากวันที่ ๑ เมษายน เป็น ๑ มกราคม เป็นเหตุให้พ.ศ.๒๔๘๓ เหลิอเพียง ๙ เดือน
มีการเริ่มใช้คำว่า ผู้นำ จากประปรายกลายเป็นที่แพร่หลายถึงขั้นสร้งคำขวัญให้คุ้นปากว่า “เชื่อผู้นำชาติพ้นภัย” เปลี่ยนชื่อประเทศจาก “สยาม” เป็น “ประเทศไทย”

มีการตั้งราชบัณฑิตขึ้นมาหลายแขนงเพื่อค้นคว้าปรับปรุงวิชาการต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านอักษรศาสตร์ เนื่องจากผู้นำต้องการเร่งผลักดันให้ภาษาไทยเป็นทั้งภาษาราชการและภาษาสากล แต่แขนงวัฒนธรรมน่าจะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบต่อชีวิตคนไทยในเวลานั้นมากที่สุด

นโยบายของผู้นำต้องการให้การแต่งกายของคนไทยได้มาตรฐานสากล จึงกำหนดให้การไว้ทุกข์เป็นสีดำทั่วกันหมด ไม่ใช่ดำบ้างขาวบ้าง ขาวดำบ้าง น้ำเงินขาวบ้าง ซึ่งใช้กันมาจนถึงปัจจุบันนี้ แต่ที่เกรียวกราวและพูดกันมากก็คือ ‘มาลานิยม’ ด้วยการให้ทุกคนสวมหมวก แต่เมื่อไม่มีใครยอมปฏิบัติตามการรณรงค์ รัฐบาลก็ออกกฎหมายที่เรียกกันหรูหรูว่า ‘กฎหมายวัฒนธรรม’ บังคับให้ประชาชนปฏิบัติตาม ใครไม่สวมหมวกจะถูกปรับ ใครไม่สวมหมวกเข้าสถานที่ของทางราชการไม่ได้ อุตสาหกรรมการผลิตหมวกกลายเป็นเรื่องเฟื่องฟู

ขณะเดียวกันที่กลายเป็นของต้องห้ามกลับเป็น ‘หมาก’ รัฐบาลถึงกับประกาศห้ามกินหมากอย่างเด็ดขาด เพราะหมากทำให้คนปากไหม้ ฟันดำ สถานที่สกปรก ไม่เป็นประโยชน์แก่สุขภาพอนามัยของประชาชนคนไทย แต่ก็ยังคงมีการลักลอบค้าหมากพลูแบบเดียวกับการลักลอบค้ายาเสพติด เจ้าหน้าที่ต้องทำการปราบปรามโดยโค่นต้นหมาก ฟันค้างพลูที่มีอยู่ตามสวนจนเหี้ยน ผู้ที่น่าสงสารที่สุดได้แก่ผู้เฒ่าผู้แก่ที่กินหมากกันจนติดมาตั้งแต่รุ่นรวมเวลาหลายสิบปี เมื่อถูกสั่งให้เลิกกะทันหันแบบหักดิบเช่นนี้ ไม่รู้จะไปสู้รบปรบมืออย่างไร ก็ได้แต่ใช้ปากทั้งด่าและสาปแช่งคนสั่งการ

ในด้านการทำมาหากินและการประกอบอาชีพ จอมพล ป. มีนโยบายให้การค้าอยู่ในมือคนไทย สินค้าแรกที่เข้าควบคุมได้แก่ก๋วยเตี๋ยว เพราะเห็นว่าเป็นสินค้าที่คนไทยทำเองได้ มีแพร่หลายทั่วทุกหัวระแหง จึงจัดให้มีการขายก๋วยเตี๋ยวในสถานที่ราชการทุกแห่ง และห้ามคนต่างด้าวขาย

นอกจากนี้ยังออกกฎหมายบังคับให้คนไทยทำสวน เลี้ยงสัตว์และปลูกผัก ด้วยเจตนาที่ดีว่าจะได้ช่วยลดค่าครองชีพ แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือจากคนเมือง ผู้ดำเนินการจึงมุ่งไปสู่คนนอกเมือง

ต่อมาการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลในยุคนั้นเริ่มรุกล้ำเข้าไปในอาณาเขตของสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้น โดยถึงกับให้ถือวันเกิดของผู้นำเป็นวันหยุดราชการ และยกเลิกวันสวรรคตในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ ๒๓ ตุลาคมมิให้หยุดราชการอีกต่อไป ย่อเพลงสรรเสริญพระบารมีบรรเลงให้สั้นลงไม่ถึงอึดใจ ปรับปรุงราชาศัพท์ คำแรกคือคำ ‘เฉลิมพระชนมพรรษา’ ปรับปรุงเป็นวันเกิดในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปลดพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศ์ออกจากสถานที่ราชการ

สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงทราบดีว่าผู้นำมีเป้าหมายในการลดทอนเกียรติยศและศักดิ์ศรีของชนชั้นสูง แต่ทางใดที่ทรงปฏิบัติได้ก็มิได้ทรงหลีกเลี่ยง เช่น เมื่อจะต้องเสด็จออกงาน จะต้องเปลี่ยนจากพระภูษาโจงมาเป็นซิ่น ก็ทรงอนุโลม โดยทรงเล็งเห็นว่าการทรงพระภูษาจีบที่เคยทรงบ่อย ๆ ในช่วงต้นรัชการที่ ๕ ไม่ได้แตกต่างจากการนุ่งซิ่นเท่าใดนัก แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐมาขอเฝ้าฯ กราบทูลให้ทรงสวมพระมาลาและขอพระราชทานฉายพระรูปออกไปเป็นตัวอย่างแก่ประชาชน ทีนี้จึงทรงกริ้วขึ้นมาทันที มีรับสั่งว่า
“ทุกวันนี้ จนจะไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่แล้ว น่ยังจะมายุ่งกับหัวกับหูอีก....ไม่ใส่ อยากจะให้ใส่ก็มาตัดหัวไปตั้งใส่เอาเองก็แล้วกัน”
ข้าหลวงลงมาแจ้งกับเจ้าหน้าที่เพียงว่าไม่ทรงสะดวกที่จะให้เข้าเฝ้าฯ และเจ้าหน้าที่ก็ต้องกลับไปโดยไม่ได้พระบรมรูปพระมาลาตามสมัยนิยมอย่างที่ต้องการ

ต่อมาผู้นำยังระรานสมเด็จฯไม่เลิก คราวนี้เป็นเรื่องของพระนามพระองค์ที่รัฐบาลขอให้ทรงเปลี่ยนเพราะคำว่า ‘สว่างวัฒนา’ สมควรจะเป็นชื่อผู้ชายมากกว่า สมเด็จฯทรงทราบก็กริ้ว ตรัสด้วยความแค้นพระทัยว่า
“ชื่อฉัน ทูนหม่อม พระราชทาน ท่านทรงทราบดีว่าฉันเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย”

ต่อมา รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ต้องประสบกับวิกฤตการณ์สงครามโลกครั้งที่ ๒ ตั้งแต่วันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ เมื่อกองทัพญี่ปุ่นยาตราทัพเข้าพระนคร มีผู้กราบทูลให้สมเด็จฯเสด็จจากวังสระปทุมไปประทับที่อื่นเพื่อความปลอดภัย แต่มิทรงยอม เมื่อการทิ้งระเบิดถี่ขึ้น ทางวังต้องจัดที่ประทับให้ทรงหลบภัยชั้นล่าง ทรงรำคาญพระราชหฤทัยอย่างมาก ทุกคราวที่มีเสียงสัญญาณภัยทางอากาศ ทรงทอดอาลัยในพระชีวิต ไม่ทรงกลัวระเบิด ถึงกับทรงออกพระโอษฐ์ในเวลานั้นว่า
“เมื่อไหร่ฉันจะตายเสียที”
.............. ฯลฯ
........................................
-หมายเหตุ จขบ.-

- ย่อหน้าที่ ๓ จากล่าง คำว่า ทูนหม่อม ตามต้นทางบนหน้าหนังสือสะกดด้วย น หนู
ไม่ใช่ ล ลิง อย่างที่คุ้นตา ไม่ทราบว่าที่ถูกเป็นอย่างไร

- เรื่องการกำหนดให้การแต่งกายไว้ทุกข์ใช้สีดำ ด้วยเหตุผลว่าให้มีความเป็นมาตรฐาน
สากลนี้ ผมมีข้อสังเกตว่าเป็นการมองฝรั่งหรือสากลในฐานะของ “ความมีมาตรฐาน”
อย่างแช่นิ่ง ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นเช่นนั้นมาแต่โลกเอากำเนิด เท่ากับมี
ความเป็นอมตะกว่าสยามเรา แต่แท้ที่จริงแล้วซีกตะวันตกเองนั้นมีการเคลื่อนไหว
เปลี่ยนแปลงกลับไปกลับมาเรื่องรูปแบบการแต่งกาย รูปทรงของเครื่องแต่งกายนุ่งห่ม
มาตลอด แม้กระทั่งสีของเสื้อผ้า สีดำเคยเป็นสีที่มีมงคลอย่างสูง กระทั่งเปลี่ยนมาเป็น
สีน้ำเงิน กรมท่า มาถึงยุค “สมัยใหม่” สีดำก็กลับเป็นสีของความสุภาพ น่าเคารพเชื่อถือ
ชุดสูทสีดำใช้เป็นเครื่องแต่งไม่เฉพาะการไว้ทุกข์ แต่ใส่ทำงานปกติกันแพร่หลาย
ดังนั้น การเอาแบบอย่างจากฝรั่งที่เฉพาะจุดหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของ
เขามาแล้วบอกว่า “เป็นมาตรฐาน” นั้น มันใกล้คียงกับ “การเลียนแบบอย่างไม่คิด”
แล้วมันก็หมายความต่อไปว่าเป็นการ “พึ่งพิงกระทั่งความคิดของคนอื่น คร้านจะลงแรง
คิดเอง” ...เลยมาถึงขั้นปัจจุบันที่เอาระเบียบวิธีถ้อยคำภาษาที่ไม่มีรูปวรรณยุกต์ของเขา
มาสวมลงบนระบบถ้อยคำภาษาไทยที่มีรูปวรรณยุกต์อยู่ก่อน ด้วยเหตุผลที่อ้าง (คล้าย ๆ
กับเรื่องมาตรฐานข้างบน) ว่ามันเป็นสากล โลกกำลังเป็นโลกานุวัตน์ ... อ้าว มาถึงนี่ได้
ไงเนี่ย


- ผมคิดว่ามันเป็นความพยายามของท่านผู้นำที่จะขจัดบรรดาสิ่งที่เกี่ยวเนื่องด้วย
ชนชั้นเก่า ความคิดเก่า ทัศนคติเก่าออกไปอย่างปัจจุบันทันที คล้าย ๆ กับที่จีนหลัง
การปฏิวัติ ๒๔๙๒ ใหม่ ๆ เกิดขบวนการปฏิวัติวัฒนธรรม ก็ออกรณรงค์ทุบ เผา ทำลาย
บรรดาสิ่งของ สถานที่ที่เกี่ยวเนื่องกับชนชั้นปกครองเก่า ศาสนา กระทั่งถ้าเข้าของเดิม
เข้าข่ายเป็นนายทุน นายทุนน้อย ปัญญาชน ก็จะถูกเหมาว่าเป็น “ซากเดนศักดินา”
ต้องถูกทำลายหมด ครั้งนั้น ศาสนวัตถุที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์โลก ศิลปวัตถุ
ทั้งในวัดวาอาราม ทั้งในครอบครองของเอกชนถูกทำลายเสียหาย และสูญหายมาก

มันมาจากการวิเคราะห์ของเหมาเจ๋อต่งว่าบรรดาวัตถุสิ่งของพวกนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้
จิตสำนึกของประชาชนยังยึดโยงอยู่กับค่านิยมเก่า ความเคยชินอย่างเก่า เป็นอุปสรรค
ต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศใหม่
ตกมาถึงวันนี้ คนไทยเรารับรู้คำอธิบายเรื่องนี้ในหนังสือแนวคิดหลังสมัยใหม่นิยม
(Post-Modern) พวกทฤษฎีสัญศาสตร์ ดังคำของวอลเต้อร์ เบ็นยามิน ว่าทุกสิ่งของ
นีวิตประจำวันของเราล้วนผ่านการออกแบบโดยยึดโยงและรับใช้ (ชนชั้น) กลุ่มคน
กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งทั้งสิ้น
> นี่คือข้อที่ผมเปรยมาก่อนว่า ความคิดผมที่อยากให้มีการ เกลี่ยแนวคิดในการเปลี่ยน
แปลงสังคม อาจเป็นแค่ฝันไป
.

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
driftworm วันที่ : 13/08/2013 เวลา : 11.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เดี๋ยวมาใหม่ เดี๋ยวมาใหม่
.

ความคิดเห็นที่ 19 rattiya , driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 12/08/2013 เวลา : 23.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

อ๊ะ...ที่พูดไปไม่ได้หมายถึงคุณหนอนนะ หมายถึงเนื้อความจากบัญชรหน้าห้านั่น
เราห่างและไม่ทันเหตุการณ์ไง พอเวลาอ่านอย่างนี้ก็เลยปลดคำ (ความ)สร้อย คำ(ความ)ขยายออกไปเสียบ้างในบางส่วนที่มองไปไม่เห็นเกี่ยว

ความห่างไกลเลยช้าขนาดจะฝากสั่งบะหมี่แห้งสักสองชาม ก็คงไม่ทันเสียแล้ว

รออ่านเรื่องเจ้าหน้าที่สมัย จอมพลแปลก แล้วกัน
ว่าไปเรื่องตอนนี้ดีจัง เหมือนเปิดบ้านนั่งถกกันอยู่สองฝั่ง คนมาเห็นคงหาว่าเราเพี้ยนพอกัน

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
driftworm วันที่ : 12/08/2013 เวลา : 20.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๑๗- SW19

[บางทีเบื่อวิธีตีโอบล้อมความเห็นแบบไทย ตัดน้ำทิ้ง แล้วโช๊ะที่เนื้อๆ ประเด็นหลัก จะกระชับกว่ามั้ย แล้วจะได้ไม่หลงทางด้วย]

หนอนก็อาศัยเรียนรู้จากที่คุยกันและค่อย ๆ ปรับจูนกบาลตัวเองไปด้วยนี่แหละ

นอกจากนี้ คำพูดของผมในคห.๑๔ และคุณ SW19 ยกมาในคห.๑๕ นั่น (ที่ว่า ... ผมคงฝันไป ......... ฯลฯ)
ผมยังมีเรื่องใคร่ครวญอยู่อีกเรื่องหนึ่งที่มันตรวจสอบว่าความคิดของผมเรื่องการเกลี่ยแนวความคิดนั้น อาจเป็นได้แค่ฝันไป
............
ขอโซ้ยบะหมี่ก่อน โห ไปยืนรอตั้งครึ่งชั่วโมง แม่ค้าก็ป้ำเป๋อ คอยจะสับสนว่าใครมาก่อนมาหลัง
ก่อนหน้านั้น พอปิดร้าน ก็เดินไปร้านหนังสือในห้างมาก่อน
..............
อ้อ ไปอ่านเรื่อง จนท.สมัยรัฐบาลจอมพล ป. คอยระรานเจ้านายสมัยนั้นมาด้วย
ว่าจะคัดลอกมาให้อ่านในที่นี้
.

ความคิดเห็นที่ 17 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 12/08/2013 เวลา : 18.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

- UN น่ะทำอะไรได้ระดับหนึ่งเท่านั้น UN ไม่ใช่พระเจ้าที่จะชี้เป็นชี้ตายให้ประเทศไหนได้ อย่าวัดพลังอำนาจของ UN เพียงแค่การเจรจาสำเร็จหรือไม่สำเร็จ หลายวาระ UN เพียงแค่ปลุกชาติอื่นขึ้นมาเป็นแนวร่วม หรือแนวค้าน กรณีซีเรีย ๑๐ UN จะทำอะไรได้กับ ๓ อำนาจ ของอเมริกา ไชน่า และรัสเซีย
คนไทยเรียกหา UN เวลาเดี้ยง หาใครไม่เจอก็ร้องหานานาชาติ UN อยู่ที่ไหนวะ จะทำจดหมายส่ง จะเรียกร้อง
เวลาไม่ต้องการก็ด่า UN ว่าแทรกแซงอยู่บ้าง แล้วก็ยกกรณีที่ทำไม่สำเร็จมาชี้หน้าว่าไม่มีน้ำยา
มิใช่หรือ
..
..
- มีคำน่าสนใจ จาก http://www.gpo.gov/fdsys/pkg/PLAW-109publ102/html/PLAW-109publ102.htm เกี่ยวกับคำจำกัดความที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ให้ไว้เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือประเทศที่พัวพันกับคำว่า Coup - รัฐประหาร มีคำจำกัดความของ Coup ปนมาว่า

'None of the funds appropriated or otherwise made available pursuant to this act shall be obligated or expended to finance directly any assistance to any country whose duly elected head of government is deposed by military coup or decree.'

อะไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นกำลังทหาร หรือพระราชกำหนด/พระราชบัญญัติ (military group or decree)ถ้าเป็นการโค่นล้มดึงรัฐบาลออกจากอำนาจ ถือเป็นรัฐประหาร US จะไม่ช่วยเหลือทางงบประมาณทั้งสิ้น

ตรงนี้มี ๒ ประเด็นที่น่าสน ๑) คำจำกัดความเป็นตัวบอกว่าเวลาที่ต่างชาติมองเหตุการณ์ความไม่สงบในชาติอื่น มองปัจจัยอะไรบ้าง
๒) อันนี้น่าสนใจกว่า ว่า US จะเคารพคำพูดตัวเองแค่ไหน ถ้าไม่ให้เงินสนับสนุนแล้ว..ชาตินั้นมันไม่มีเงินมาซื้ออาวุธ มาคืนประโยชน์กลับแล้ว US จะเอาอย่างไรดี
เก็บเอาไว้ดูวิธีการของ US ปฏิบัติต่ออีหยิบ และซีเรีย ดีกว่าไปคอยดูท่าที UN มั้ง
..
..
- การเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีของชาติที่ประชาธิปไตยแข็งแรง ไม่ได้แปลว่าจะย้อมเคลือบให้ TB เป็น God รู้ผิด รู้ถูก เก่งเป็นซูเปอร์แมนที่ไหนกัน

ถึง TB มีหรือไม่มีความลึกซึ้งเรื่องใคร TB ก็ไม่ใช่ซูเปอร์แมนมาแก้ปัญหาชาติใด ถ้าจะใช้ประโยชน์จาก TB ก็ใช้ในฐานะประสบการณ์ที่ฟังแล้วต้องมาประยุกต์ ใครคิดจะเอาคำพูด คำแนะนำมาเป็นเบ็ดเสร็จก็บ้าแล้ว

สุดท้าย TB ก็ยังเป็นอดีตนักการเมืองคนหนึ่ง ไม่ใช่อดีตนายกรัฐมนตรีอย่างเดียว
..
..
- ...เงิน ถูกฉก ไประหว่างทาง...

จริงอยู่ว่าเงินไม่ถึงชาวนาเรื่องจำนำข้าว แต่เงินอัดฉีดอื่นมันถึง ซึ่งดันเอาไปใช้ในทาง consumption อย่างเดียว (ตามความเชื่อคุณแม้ว ว่าถ้าเงินแยะแล้ว มี consumption แยะ เกิด demand มาสนับสนุน แล้ว productivity จะตามมา แต่คนไทยดันไม่ใช้เงินกับของในชาติ ดันไปใช้ของที่ไม่เกี่ยวกับการสร้างผลผลิตซ้ำอีกต่างหาก)

ถ้าจะตีรัฐบาล ไม่ต้องลึกซึ้งขนาดนั้นเลย ขอคำเดียวว่าเงินงบประมาณที่กระหน่ำลงไป มันไม่สร้าง productivity จบ ประเด็นสำคัญที่น่าตี คือ ความเชื่อที่คุณแม้วฝังไว้นั้นแหละว่า consumption จะสร้าง demand ให้เกิด productivity --- มันเป็นแค่ทฤษฎีที่จะใช่ ถ้าคนซื้อของที่ผลิตในประเทศไทย ถ้าคนซื้อของที่เงินออกนอกประเทศมันก็ไม่ช่วย (เช่น ซื้อรถ)
..
..
- การจะถกอะไรก็แล้วแต่ อย่างในเวทีปฏิรูปประเทศไทย จบวาระแล้ว สะบัดตูดไปทางใครทางมัน ต่อให้เอาผู้นำจากสามโลกมาก็ช่วยใครไมได้ ประเด็นคือ จะไปเสียเวลาวิจารณ์ทำไมว่าใครจะมาร่วม

บางทีเบื่อวิธีตีโอบล้อมความเห็นแบบไทย ตัดน้ำทิ้ง แล้วโช๊ะที่เนื้อๆ ประเด็นหลัก จะกระชับกว่ามั้ย แล้วจะได้ไม่หลงทางด้วย

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
driftworm วันที่ : 12/08/2013 เวลา : 16.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

บัญชรสังคมซุบซิบ “คนหน้า 5” เดลินิวส์ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๖

........ มีเสียงตอบรับคำเชิญเข้าร่วมถก เวทีปฏิรูปประเทศไทย จากบุคคลหลากหลาย
ถือเป็นความสำเร็จของยุทธวิธีตีโอบสกัด ฝ่ายค้าน และ กลุ่มกองทัพประชาชนฯ ไม่ให้
เคลื่อนไหวได้สะดวก...... ทั้งหมดทั้งปวงเพื่อเปิดทางโล่งให้ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
ผ่านวาระ 2-3 แบบไร้แรงต้าน เพราะรัฐบาลจะมีความชอบธรรมในการใช้กำลังล้อมปราบ
ผู้ประท้วง เพราะยื่น สันติภาพ ให้แล้วกลับปฏิเสธ ฉะนั้นเจอ สงคราม ก็อย่าโอดโอย...
...... วิเคราะห์รูปแบบ วิธีการ และ เป้าหมาย ทำให้เชื่อว่า เวทีปฏิรูปประเทศไทย ไม่ได้
ตอบโจทย์การแก้ไข ความขัดแย้ง หรือ ลบล้าง วงจรอุบาทว์ ซื้อเสียง เป็นรัฐบาล โกง
แล้วกลับไปซื้อเสียง แต่มีเรื่องเบื้องหลังซ่อนอยู่.......... ดูง่าย ๆ จากการเชิญแขกวีไอพี
โคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ เพิ่ง ล้มเหลว จากการเป็นทูตเจรจาสันติภาพ
ในซีเรีย ไม่เห็นหรือ...?? ทุกวันนี้ยังรบกันไม่เลิก แล้วจะมายุ่งอะไรกับแผ่นดินไทย.....
..... หันไปดู โทนี แบลร์ แม้จะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประเทศ แม่แบบแห่ง
ระบอบประชาธิปไตยก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่า จะลึกซึ้งกับ สงครามแบ่งสี ที่ทับ
ซ้อนด้วย ผลประโยชน์ ของนักการเมือง.......... ถ้าเอากันจริง ๆ การปฏิรูปประเทศ
เบื้องต้น อยู่ที่การทำให้นักการเมือง โกงไม่ได้ แล้วยังต้อง เจอคุก ท้ายสุดพวก คนชั่ว
ก็ต้องถอยห่าง เปิดพื้นที่ว่างให้ คนดี ๆ เข้ามาบริหารบ้านเมือง.....

..... พูดได้ คิดได้ แต่คงทำไม่ได้ เนื่องจากการเมืองยังเป็นระบบ ตัวแทน ในทุกระดับ
แม้กระทั่งประชาชนเป็น เจ้าของ เงินภาษีแท้ ๆ กฎหมายยัง กีดกัน ไม่ให้เป็น ผู้เสียหาย
ฟ้องร้องเองโดยตรง ในคดี ทุจริต และ ประพฤติมิชอบ .......... ซ้ำร้ายยังมีเจอกับ
นักการเมือง สายกังฉินสร้าง องค์กร แทรกขึ้นมาในกระบวนการยุติธรรม แรก ๆ ดูหน้า
ฉากคล้ายเป็น มือปราบ แต่พอเวลาผ่านไปถึงได้รู้ว่ามาทำหน้าที่เป็น ผงซักฟอก คอย
ตัดตอนไม่ให้ หลักฐานสำคัญ ไปถึงศาล......

.... ทำท่าจะดังอีกแล้ว ปลอดประสพ สุรัสวดี ลงมือทำอะไรมักจะกลายเป็นข่าวอยู่เรื่อย
แม้กระทั่งงานเล็ก ๆ อย่างการยุบรวมสวนสัตว์เชียงใหม่เข้ากับสำนักงานพัฒนาพิงคนคร
ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ก็ยังเจอแรงต้าน.......... แกนนำหลักเป็น คนระดับมือ
รอง ๆ ที่ถูกปูนหมายหัวไม่ให้ขึ้นตำแหน่ง ผู้นำองค์กร เลยดับเครื่องชน เดินสายจับมือ
เอ็นจีโอ ให้เปิด เฟซบุ๊ก ปั่นกระแสถล่มรัฐบาล.......... ตรงนี้น่าจะเป็นเกมวัดใจ หาก
ปลอดประสพ แหยงและลังเล ก็จะช่วยถ่วงให้มีเวลานั่ง ฉีกปฏิทินรอ การเมืองเปลี่ยนขั้ว
ช่วงปลายปี ถ้าผ่านด่านนี้ได้เรื่อง ร้าย จะกลายเป็น ดี.....

..... น่าห่วงสภาพของการทำมาหากินในช่วงปลายปี ที่มีแนวโน้มฝืดเคือง หลังจาก มูดี้ส์
วิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจของไทย โตต่ำกว่าศักยภาพที่แท้จริง จาก 4.5 ถอยมาเหลือแค่
4.3 เปอร์เซ็นต์.......... บอกให้รู้ มาตรการ อัดฉีด เพื่อกระตุ้นการเติบโตในช่วงก่อนหน้า
ไม่ต่างจากเอา เงินไปเผาไฟ ทั้งรับจำนำข้าว รถยนต์คันแรก และค่าแรง 300 บาท เจ๊ง
ทุกแนวรบ.......... ที่สำคัญ โครงการรับจำนำข้าว ตันละ 1.5 หมื่น สูญเงินไปเป็น แสน
ล้าน แต่ไม่ได้เพิ่ม กำลังซื้อ ในระดับ รากหญ้า แสดงว่า เงิน ถูกฉก ไประหว่างทาง จึง
ส่งไม่ถึงมือชาวนา......

.... เคาะออกมาแล้ว รถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-พิษณุโลก จะต้องผ่านค่ายรบ
พิเศษป่าหวาย สนข. จึงชงเรื่องขอใช้พื้นที่จาก กองทัพบก ใช้สร้างสถานีลพบุรี.......... พร้อม ๆ กับสั่งเดินหน้าทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม อีไอเอ ให้เสร็จภายใน 1 เดือน
หวังรองรับเงินกู้ 2 ล้านล้าน พอผ่านสภาปุ๊บก็ลงมือปั๊บได้ทันที ......

“ดินสอโดม”

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
SW19 วันที่ : 11/08/2013 เวลา : 22.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ขอสั้นๆ ก่อน

-๑๓- ความเห็นของคุณหนอนน่ะใช่เลย

-๑๔- เอาเฉพาะช่วงท้ายก่อน
[…ผมคงฝันไป บทเรียนจากทุกการปฏิวัติที่ผ่านมาคือ ผู้มีอำนาจเดิมไม่มีวันที่จะยอมคายผลประโยชน์ออกมาเอง นอกจากต้องมีการต่อสู้เกิดขึ้น…]
๑ การได้มาซึ่งอำนาจด้วยการใช้กำลังช่วงชิง เช่นรัฐประหาร ไม่มีบทกำหนดการส่งต่ออำนาจ มันถึงต้องใช้กำลังกันอยู่นั่นแล้ว (ต่างจาก Monarchy ที่มีการกำหนดการสืบทอด ต่างจากการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่ระบุกำหนดเวลา วิธีการเลือกตั้ง
๒ ผู้มีอำนาจ มีความสนใจกับผลประโยชน์ ในระดับส่วนตัว ไม่ใช่ส่วนรวม
ดังนั้น การจะคายผลประโยชน์เป็นไปไม่ได้ เพราความสนใจส่วนตัวกับผลประโยชน์ของแต่ละผู้นำเผด็จการไม่มีวันตรงกัน ก็ต้องอาศัยการต่อสู้มาเปลี่ยนเกม เปลี่ยนผู้นำ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
driftworm วันที่ : 11/08/2013 เวลา : 21.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๑- SW19

ที่ว่า ... [ รัฐบาลแสดงเพื่อเก็บคะแนนกับเรดไว้ก่อน ว่าทำแล้ว ]
ข้อนี้ผมก็คิดอยู่ ว่าหากสมมุติว่าร่างพรบ.นิรโทษฯ ฉบับวรชัย เหมะ มีอันต้องคว่ำลงไป จำเลยก็คือ ปชป. รัฐบาลก็ไปเล่นพรบ.กู้ ๒.๒ ล้านล้านต่อ
แต่เมื่อผ่านวาระแรก (รับหลักการ) ไปได้ รัฐบาลก็หลุดจากการจับตาของเสื้อแดง ก็หันไปทุ่มเทเอาเงินกู้ ๒.๒ ล้านล้านอยู่ดี

ที่ว่า ... [คุณหนอนแค่ไม่ได้อธิบายต่อถึงคำว่า ‘เกลี่ย’ ว่าเรามองตรงกันระดับไหน ]
ที่ว่า เกลี่ยจุดประสงค์กัน ผมตั้งใจหมายถึงแนวคิดเชิงอุดมการทางสังคมการเมือง
ปชป.เหมือนคนที่เก็บผลไม้จากการทำกสิกรรมดั้งเดิม ทั้งการบำรุงพันธุ์ (breeding อิอิ อันนี้ละ บรีด) การดูแลจัดการ การจัดผัง
ไม่แต่ปชป.ที่เคยชิน เติบโต และอยู่ได้กับ "โลกใบเดิม" กับสวนแบบเดิม แต่ประชาชนอีกกว่าครึ่งประเทศด้วย
ส่วนพท. (ส่วนหัว ๆ ของพท. ..ก็ส่วนใหญ่ของพท.มาจากการรับเซ้งนักการเมืองคุณภาพเก่ามิใช่หรือ) เป็นกลุ่มที่
สมาทานแนวความคิดใหม่ที่เป็นวัตถุนิยม (อิงกับวิทยาศาสตร์ทางวัตถุ วิทยาศาสตร์กายภาพ) ต้องการจัดสวนใหม่
ชนิดที่ปฏิวัติไปจากเดิมแทบสิ้นเชิง คือทุกแง่ทุกมุม ด้วยข้ออ้างว่าจะได้ทำให้การจัดสรรทรัพยากรกระจายทั่วถึง
และเป็นธรรมกว่าเดิม ชนชั้นใหม่ ๆ เกิดขึ้นมานานจนขยายตัวเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ พวกเขาก็ต้องการที่ทางของตัวเอง
พวกเขาเชื่อมั่นตามแนวนักปฏิวัติรุ่นก่อน ๆ หน้าว่าต้องทำเลย ประชาชนทั้งหลายที่ว่าปรับตัวได้ยากจนจะอยู่ไม่ได้
อย่างไรก็ต้องเปลี่ยนตัวเองภายใต้โครงสร้างใหม่ มันใช้ระยะเวลาในการเปลี่ยนผ่านช่วงหนึ่ง แล้วจะก้าวกระโดด

เรื่องของเรื่อง ความต่างแนวคิด ความต้องการนี้ มันไม่ใช่แค่อยู่แค่ส่วนหัว ๆ ของประเทศ มันถูกทำให้แพร่กระจาย
ลงสู่มวลชนเป็นลำดับ ๆ ลงมาถึงรากหญ้า ทำให้ก่อเป็นความขัดแย้งที่มีมวลชนร่วมด้วย คือถือหางแต่ละฝ่าย
มันเกิดการกระทบกระทั่งกันได้ตลอด ทั้งเบาทั้งหนักหนาสาหัส (กรณีทักษิณเบี้ยวหลักนิติ เป็นติ่งหรือกาฝากของกระบวนการ)

จริง ๆ ถึงจะสมมุติว่าฝ่ายซ้าย (ก็ที่เป็นคลังสมองของรัฐบาลนั่นแหละ) สามารถเปลี่ยนแปลงกฎหมายไปทีละขั้น ๆ
จนที่สุดเปลี่ยนกรอบการปกครองประเทศได้ จากนั้นก็ต้องอาศัยระยะเวลาเปลี่ยนผ่านอยู่ดี และก็จะเกิดการปะทะ
ระหว่างพวกที่อยู่ได้ดีในกรอบใหม่กับบรรดาที่ไปต่อกับกรอบใหม่ไม่ไหว มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นบ่อย ๆ อยู่ดี

แล้วทำไมไม่มา "เกลี่ยแนวคิด" กันเพื่อให้ระยะเวลาเปลี่ยนผ่านนั้นดำเนินไปด้วยดี ส่วนใหญ่ปรับตัวได้
ที่จะต้องเกลี่ย หรือต่อรอง คือขั้นตอนทางปฏิบัติตามแนวคิดแต่ละฝ่าย อะไรทำได้ก่อน อย่างไร ใช้ตัวแทนสองฝ่ายควบคุมกำกับร่วมกันไหม
จากนั้นเมื่อไหร่ ดำเนินการอะไรต่อ ... เปลี่ยนประเทศไปโดยให้ประชาชนปรับตัวได้ (ให้กลุ่มผลประโยชน์ปรับตัวได้ด้วยไหม?)

ผมคงฝันไป บทเรียนจากทุกการปฏิวัติที่ผ่านมาคือ ผู้มีอำนาจเดิมไม่มีวันที่จะยอมคายผลประโยชน์ออกมาเอง นอกจากต้องมีการต่อสู้เกิดขึ้น
.

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
driftworm วันที่ : 11/08/2013 เวลา : 19.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ข่าวค่ำช่องไทยพีบีเอ๊ส
- ชวนนท์ โฆษกพรรค ปชป.แถลงว่า กรณีเชิญโคฟี่ อันนัน มาร่วมเวทีสภาปฏิรูปการเมือง
อย่าลืมว่าโคฟี่ อันนันเคยกล่าวย้ำให้รัฐบาลนำข้อสรุปของ คอป.มาใช้ ... ทำหรือยัง
- อภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า ปชป.มีแนวคิดชัดเจนว่าความขัดแย้งมาจากประเด็นกฎหมาย
ครั้น ปชป.เสนอให้ถกกันเรื่องการทำกฎหมายให้ชัดเจน กลับหลีกเลี่ยง แล้วนี่กลับมาตั้ง
สภาปฏิรูปการเมือง ก็น่าสงสัยว่าแล้วจะไปคุยกันเรื่องอะไร
- สุริยใส กตศิลา แกนนำพรรคการเมืองกรีน แถลงว่า ยิ่งลักษณ์มีต้นทุนการปฏิรูปการเมืองต่ำ
.......................................
ความเห็นหนอนกับคำให้สัมภาษณ์ของอภิสิทธิ์ ... เมื่อเชื่อเช่นนั้น จงอธิบายมันออกมาให้
เป็นความรู้ต่อสาธารณชน ทำให้มันขยาย(ความ)อย่างพิสดาร(ละเอียดลออ) ทุกช่องทางที่
ทำได้ ไม่ต้องรอเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างเดียว
(โจวเอินไลบอกว่า หากมั่นใจก็จงทำมันออกมาอย่างเต็มที่ อย่าออม)
.

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
SW19 วันที่ : 11/08/2013 เวลา : 18.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๑๐-

อ๋อ อันนี้เราเคยถูกด่ายาวมาแล้ว
เข้ามา OKNation ใหม่ๆ เห็นเขียนผิด เอาภาษามาเล่าแบบสำนวนหนัง Hollywood (ไม่รู้ใครสอน
ไอ้ที่บอกว่าเรียนภาษาอังกฤษจากหนังน่ะ มันต้องเลือกหนังเรียนด้วย ไม่ใช่หนังอะไรก็เอามาเรียน และเลียนตามอย่าง)

ขอเอามาเล่าอีกสักหน มีคนเอาคำด่ามาสอน บอกว่าคำว่า Bitch เป็นคำด่าแปลว่า ไอ้หมาตัวเมีย

เราบอกไปว่า มีคนเอาไปใช้เป็นคำด่าน่ะใช่ แต่ในฐานะคำๆนั้น มีความหมายของตัวเอง ที่สุภาพ และยังใช้กันอยู่ แปลว่าเป็นหมาเพศเมีย ดังนั้นถ้าได้ยิน อย่าไปคิดว่ามีคนด่า หรือใช้ภาษาไม่สุภาพด้วย ... โอ๊ย ถูกด่ากลับว่าเป็นพวกติดพันอ่านหนังสือโบราณ/ คงเพิ่งมาอยู่ต่างประเทศ ทำอวดรู้ ฯลฯ

เลยขอเอาคำนี้มาฝากคุณหนอนแล้วกันว่า เวลาเห็นหมาผ่านมา น่ารัก น่าเอ็นดู เราถามเพศหมา ว่าตัวผู้หรือตัวเมีย จะใช้คำถามว่า is it a dog or a bitch? เพราะ dog แปลว่าหมาตัวผู้ bitch เป็นภาษาสุภาพว่าหมาตัวเมียด้วย รายการประกวดหมาที่มีทุกปี ชื่อ Crufts ( http://www.crufts.org.uk/ เริ่มมีมาตั้งแต่ 1886 ตอนหลังมีถ่ายทอดออกอากาศทาง BBC จนย้ายไป More4) เวลาแนะนำเพศหมาก็ใช้คำนี้

เขาเถียงกลับว่า ถามเพศหมา ถามแบบอื่นก็ได้ ว่าเป็น boy or girl? โอ... ถ้ายึดมั่น คิดแบบนั้น แบบคนไทย ไม่สนใจว่าความหมายที่แท้จริง ก็บ๋าย บาย

คุณหนอน เชิญปฏิบัติภารกิจตามสะดวก แล้วค่อยคุยกัน

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
driftworm วันที่ : 11/08/2013 เวลา : 17.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อุ๊ย หกโมงเย็น ได้เวลาเก็บร้านแล้ว แล้วหาข้าวกิน
ที่จะตอบ คห.๑ และข้ออื่น ๆ ติดไว้ก่อน
ติดไว้ ไม่ลืมมาเอาคืนหรอก

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
driftworm วันที่ : 11/08/2013 เวลา : 17.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๘- SW19

ข้อ ๑) อ่านแล้ว 'รมณ์ขึ้น ... มันอยากปัญญาอ่อน อยากอีเดียตก็ให้แม่มอีเดียตกันไป
ในบล๊อกนี้ หนอนถูกฉึ่งมาเยอะเมื่อสองสามปีก่อน เวลาที่ได้เที่ยวไปชี้คำสะกดผิดของคนอื่นเขา
(แต่ไม่ใช่หนอนคนเดียว มีบล๊อกเก้อร์อีกสองสามท่านก็ขึ้นกระทู้ด้วยรักห่วงเรื่องนี้ เจออีหรอบนี้ เลิกเขียนไปแล้ว)
แต่หนอนไม่ไปถึงขั้นทะเลาะทุ่มเถียงเรื่องนี้ เวลานี้ เวลเขียนในนี้หรือในเฟ้ซบุ๊คหน้าของเราเอง
หนอนเขียนเช่นอย่างนี้ อีหยิปต์, อินเตอร์เหน็ต, เว็บเผจ ฯลฯ
คำว่า อีหยิปต์ ผมยืนยันว่านักเขียนไทยช่วง ๒๕๐๐ เขียนอย่างนี้ตามหน้าข่าว หน้าพื้นที่ประจำ (คอลัมน์)
พวกหนังสือเดลิเมล์วันจันทร์ หนังสือพิมพ์ไทยนิกร ...
ผมเชื่อว่าถ้าพวกเขาเขียนกันจนถึงวันนี้พวกเขาจะเขียน อินเตอร์เหน็ต อย่างนี้เหมือนกัน

"จะไปซีเรียสอะไรนักหนา คุณหนอน" ประโยคนี้เคยได้รับมา
คนเราบางทีก็เอาแต่เดียดฉันท์ ไม่เฉลียวใจว่าเวลาที่เขียนบ่น ๆ เรื่องไทยไม่ก้าวหน้าเหมือนบ้านเมืองอื่นเพราะอุปนิสัยหยั่งงั้นหยั่งงี้ บรรยายเป็นคุ้งเป็นแคว
แต่มองข้ามตัวเชื้อโรคสาเหตุของโรค ที่มาจากความมักง่ายในการใช้ภาษา มันอยู่แค่ปลายจมูกตัวเองนี่แหละ
ภาษา ระเบียบของถ้อยคำ มันผูกมันพันกับดวงปัญญาอย่างแยกกันไม่ออก
มันตลกที่เขียนบทความวิเคราะห์อุปนิสัย สิ่งแวดล้อมซะเป็นเรื่องเป็นราว ขณะที่-กูอยากจะสะกดแบบนี้ มีไรป่ะ ๕๕๕

... คิดอีกที เออ โลกนี้มันก็ย้อนเกล็ดตัวเอง (irony) กันแบบนี้มาแต่เริ่มก่อตัวเป็นตัวอ่อนในครรภ์แล้วละ
.................
tweet นี่ เพื่อนฝรั่งเคยชี้ตัวตุ๊กตุ่นรูปนกสีเหลืองที่กระจกหน้าต่างรถผมว่า ไอ้นี่ชื่อ tweety เป็นตัวการ์ตูนมีชื่อด้วยนะ
.................

คุณ SW19 เจอคำทับศัพท์แบบเพี้ยน ๆ (เพี้ยนถึงขนาดด่าตัวเองยังไม่รู้ตัวก็ยังมี ๕๕๕) ก็เอามาคุยกันได้ หนอนจะช่วยใช้ให้ถูก
ใครรำคาญก็รำคาญไป ใครด่าก็ด่าไป หนอนอย่าเสียความเป็นหนอนก็แล้วกัน ๕๕๕๕
................
สื่อของประชาชน โทรทัศน์ช่อง ไทยพีบีเอส อย่างนี้จะให้อ่านว่าหยั่งไงละ คุณ SW19
คนขององค์กร(ของประชาชน)นี่เองยังอ่านแบบที่เหมือนสะกดจิตตัวเองว่า เอ๊ด ... แฮ่ๆๆๆๆๆๆ
....................

ว่าจะมาตอบ คห.๑ ก็ดั๊นบ่นซะเพลิน เอิ๊กๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 9 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 11/08/2013 เวลา : 17.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

เรามองเรื่องนิรโทษกรรมว่าสำคัญและวิกฤติ แต่ ๑)ไม่เคยเชื่อว่าทักษิณจะกลับไป และ ๒) ไม่เคยคิดว่าเรื่องนี้จะสำคัญไปกว่าการกู้เงินสองล้านล้านบาท นั่น

คนมันทำบ้านเมืองฉิบหายขนาดนี้ ถ้ายังทำด้วยวิธีที่ทำอยู่ตอนนี้ต่อไป บ้านเมืองมันแตกแยกจนเกิดกว่าจะตัวเองจะกลับมาบริหารได้แล้ว ผลของการกู้เงินมหาศาล การหว่านเงินซื้อเสียง เงินกู้ที่ปล่อยไปโดยไม่เกิด production และรังแต่สร้างหนี้เสียระยะยาว ใครกลับมาเป็นรัฐบาลก็มีแต่ล้างขี้

ถ้าเรื่องนิรโทษกรรม มัน matter แล้วทำให้ทักษิณกลับเมืองไทยได้ คิดหรือว่าจะไม่เกิดการนองเลือด อ่ะ.. ไม่ใช้คำว่า civil war ก็ได้

นองเลือดส่วนบุคคลที่ระวังยากกว่าอยู่ต่างประเทศแยะ
นองเลือดภาคประชาชน อีกล่ะ

เราหวังให้เราคิดผิด มองพลาดนะ เราเองก็หวังให้นิรโทษกรรมไม่ผ่าน ไม่มีการกู้มหาศาล

ความคิดเห็นที่ 8 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 11/08/2013 เวลา : 17.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ยังไม่ถกนะคุณหนอน ยังเช้าอยู่แม้จะสิบโมงกว่าแล้ว แต่เป็นวันอาทิตย์อนุโลมว่ายังเช้าอยู่

สืบเนื่องจาก -๖- คุยเล่นๆ ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องในบทความ

บางผลลัพธ์ของคนไทยในวันนี้ คือ อุปนิสัยของคนไทยที่เพาะกันขึ้นมา อย่างที่ได้ยินบ่อยมาก ว่าคนไทยไม่ชอบสาระ ไปต่างประเทศใส่แว่น tunnel vision (ครอบขมับแบบมองเข้าอุโมงค์) เอาไว้ให้มองสิ่งแปลกใหม่ด้วยมุมมอง(แคบ)แบบไทย ไม่เปิดกว้างเรียนรู้ผู้อื่น เห็นประเทศไทยเป็น centre of the universe (ใครแปลกกว่าช่างเขา ไม่ใช่ภาษาแม่เรา) เราอยากจะเอาอะไรมาใช้ก็เอามาแบบตามใจคือไทยแท้ มีสองตัวอย่างที่เห็นแล้วคันในการอ่านข่าวไทยไม่มีกี่วันมานี้

๑ คำว่า ทวิตเตอร์ คนไทยรู้จักกันดีมาก กระทั่งสื่อเอามาใช้ทับศัพท์สร้างคำใหม่ เวลาใครส่งข้อความก็เรียก ทวิต เฉยเลย ทั้งที่คำต้นฉบับคือ twitter เวลาจะเขียนข้อความส่ง เรียกว่า tweet น่าจะสะกดว่า ทวี้ต จะถูกกว่าไหม
ไม่ได้ดัดจริต แต่พอเวลาไอ้เด็กที่มาเรียน จะเขียนกลับจากที่หูได้ยินว่า ทวิต มันก็ไม่มีทางเป็น tweet นี่คือบางตัวอย่างปัญหาของเด็กไทยในสภาพต่างชาติ

(คำว่า ทวิต ที่ใช้กัน ออกเสียงเหมือนภาษาอังกฤษที่เขียนว่า twit มันเป็นแสลงอังกฤษ แปลว่า idiot)

๒ อ่านถอดความปราศรัยของอภิสิทธิ์ ที่ใต้สะพาน ช่วงต้นๆ ที่เริ่มพูด ก็อ้างถึงว่า ที่ดร สุรินทร์ พิศสุวรรณพูดมาก่อนหน้านั้น (ไปถึงอาร์เจนทีน่าหรืออะไรนั่น..ขอโทษที่จำไม่ได้แม่น) เตือนแล้วว่าอย่าเป็นเรื่องหนัก เครียด เดี๋ยวพี่น้องจะเครียด (ฟังไม่รู้เรื่องอะไรประมาณนั้น) ไปด้วย
จะบ้าเหรอ
จะมาอ้างว่าเป็นลูกเล่น เปิดปราศรัย อะไรก็ตามแต่ มันเป็นตัวสะท้อนภาพสังคมไทยหมู่มากว่าไม่ชอบรู้เรื่องแบบมีสาระ จากนอกบ้านเมือง หรือที่ไกลตัว ทำไมนักการเมืองต้องลดระดับของสาระเพื่อลงไปเอาใจ เอาเสียงเฮจากประชาชน (แบบวิธีตลกคาเฟ่มาใช้เรียกแขกให้คนเฮ คนไทยก็ชอบ..ปลื้ม) แต่ไม่พยายามดึงประชาชนขึ้นมาหาสาระที่เป็นเรื่องโคตรจำเป็นแล้วในเวลานี้

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
SW19 วันที่ : 11/08/2013 เวลา : 16.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน
-๓- ตามไปอ่านแล้ว
-๖- ขอบคุณที่เอามาฝากอีกครั้ง

ตั้งแต่แว่ปแรกที่อ่าน คำแรกที่ผุดขึ้นมากลางกระบาลคือ unscrupulous อัน-สครู-พูลัส แปลว่า conscienceless หรือ unprincipled

หรือ the lack of moral standards or conscience to guide one's conduct

แปลเอาความ คือ เป็นการฝืนกฎเกณฑ์ ข้อบังคับ หรือขัอกำหนด โดยไม่รู้สึกผิด ไม่มีทั้งจิตสำนึก สามัญสำนึก ในการ (ตามตัวอย่างคำแปลที่เขาให้ไว้) in methods of making money, in taking advantage of the unfortunate.

..
บทความดี สรุปได้ชัดแจ้ง
แต่ขอยกเครดิตให้ ดร สุรินทร์ พิศสุวรรณ ตบนิ้ก (nick) เลย

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
driftworm วันที่ : 11/08/2013 เวลา : 14.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เอาเนื้อหาจากลิ้งค์ใน คห.๓ มาแปะให้เลย เพื่ออำนวยความสะดวก
............
เปลี่ยนประเทศได้อย่างไร?

เรื่องของความโปร่งใสและคอร์รัปชั่น ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดกันมานานหลายปี
แต่ดูเหมือนว่า ยิ่งแก้ยิ่งมีปัญหามากขึ้น แถมคนรุ่นใหม่จากผลการวิจัยยังระบุว่า
ยอมรับได้ หากตัวเองได้รับผลประโยชน์ไปด้วย ซึ่งถือว่าอันตรายอย่างยิ่งต่อ
เศรษฐกิจของชาติในอนาคต

เมื่อไม่นานมานี้ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน ได้ปาฐกถาพิเศษ
หัวข้อ "คุณธรรม ความซื่อตรง กลไกสร้างสมดุลในอาเซียน" ในงานสมัชชาคุณธรรม
แห่งชาติ เมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา ได้วิเคราะห์ถึงสังคมไทย โอกาสและ
ความท้าทายไว้อย่างน่าสนใจ จึงขอนำบางส่วนมาถ่ายทอดไว้ ณ ที่นี้ดังต่อไปนี้

สิ่งที่น่าเป็นห่วงของสังคมไทยคือ ในสังคมมาตรฐาน และพฤติกรรมของคน
จะมี "จุดต่ำสุด" ที่เป็น floor เช่น หากต้องการเอาชนะเรื่องอะไรก็ตามแต่
ฆ่าคนจะไม่ทำ เพราะบาป โกหกไม่ทำผิดศีล ถ้าจำเป็นต้องคอร์รัปชั่นไม่ทำ
เพราะคือการโกหก แต่เวลานี้ floor ของสังคมไทยรู้สึกจะยวบยาบเต็มที่
เพราะเราหวังจะได้จุดที่เราต้องการเป็นเป้าประสงค์ ทำอะไรก็ได้ เพื่อให้ได้มา
ซึ่งสิ่งนั้น

"ผิดถูก โกหก คดโกง แม้แต่ฆ่าคนก็ต้องทำเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ" ภาษาอังกฤษ
เรียกว่า the end justifies the means แปลได้ว่า จุดประสงค์นั้นทำให้วิธีการทุกอย่าง
ถูกต้องชอบธรรมหมด

คำว่า "สำนึกของสังคม" (Social Conscience) เรื่องอะไรผิด อะไรถูก จำเป็นต้องมี
ว่าอะไรเป็นมาตรฐานที่เป็นเครื่องชี้วัด ยังมีความดีความชั่ว ผิดถูกอยู่

"ที่สำคัญคนของเรายังให้ความเคารพชื่นชม คนได้มาซึ่งอำนาจในทางที่ผิดไปจาก
จริยวัตรผู้อื่น ได้มาซึ่งทรัพย์ศฤงคารในทางที่ผิด เราดูเฉพาะขณะนี้ ปัจจุบันนี้ ถ้าเขา
มีทรัพย์สิน อำนาจ เราก็สาธุด้วย ตรงนี้คือพื้นต่ำสุดวัดมาตรฐานของคนในสังคมไม่มี
แล้ว สังคมจะอยู่ไม่ได้ เพราะฐานไม่แข็งแรง

ทุกศาสนา ทุกประชาคม ทุกองค์กร ถ้าไม่มีความมั่นคงในส่วนของพฤติกรรม
ที่เป็นเบสิกของสมาชิก และของคนในสังคม สังคมนั้นอยู่ไม่ได้ เพราะจะเต็ม
ไปด้วยการต่อสู้แย่งชิงผลประโยชน์ กลายเป็นทุกคนต้องรบกับทุกคน เพื่อให้
ได้มาในสิ่งที่ต้องการ ต้องแย่งกับคนอื่นตลอดเวลา กฎหมายไม่เป็นกฎหมาย
นี่คือหายนะของสังคม"

อดีตเลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า แข่งขันบนพื้นฐานของความแข็งแกร่งด้านค่านิยม
วัฒนธรรม พลังชุมชนของตัวเอง แต่ไทยด้อยกว่าคนอื่น เรื่องความโปร่งใส สำรวจทีไร
ด้อยกว่าคนอื่นทุกที นอกจากเราไม่มีความโปร่งใสแล้ว ก็ยังไม่มีหลักนิติธรรม
(the rule of law) ที่ชัดเจน

"ความซื่อสัตย์ ความซื่อตรงมีความหมายกว้างมาก เอาจริงก็คือ สัญญากับใคร
ปฏิบัติให้ได้ มีหน้าที่อะไรปฏิบัติให้บรรลุ มีขอบเขตของกฎหมายให้อำนาจ
อย่าให้เกิน อย่าแย่งคนอื่น หรือก้าวก่าย หาประโยชน์จากอำนาจที่มีอยู่"

สิ่งที่ผมเป็นห่วงที่สุดขณะนี้ คือระบบราชการไทยอ่อนแอที่สุด หมายความว่า
ปัจจุบันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ภาคราชการถูกบิดเบือน บิดเบี้ยว ในภารกิจ
ภาคเอกชนซึ่งแข็งแกร่งมาตลอด กลับถูกภาคราชการเกาะเกี่ยว และไปดึงเขาไว้
เพราะภาคราชการไม่ได้คัดสรรคนเข้ามาบนพื้นฐานของความรู้ความสามารถ
ความเป็นเลิศ ประสบการณ์ ความอาวุโส มันขึ้นอยู่กับว่า มีจดหมายน้อยของใคร
มาแนะนำคนนั้นต้องได้รับตำแหน่ง

เราคิดว่า สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องซื่อสัตย์ สุจริต ความโปร่งใส ใช่หรือไม่?
ไม่เกี่ยวกับระบบคุณธรรม ความโปร่งใสใช่หรือไม่?

ขณะที่การทูตยุคโลกาภิวัตน์ นั้นต้องการคนที่ลับอาวุธอยู่ตลอดเวลา ในการรักษา
ผลประโยชน์ให้กับประเทศชาติ แต่ถามว่า วันนี้เราสร้างคนไปทันหรือไม่
ข้าราชการไทยออกไปสู้กับเขาได้หรือไม่

"ผมทำงาน 5 ปีที่อาเซียน นายกรัฐมนตรี 5 คน ทุกปีต้องบรรยายสรุปกันใหม่
ต้องเริ่มใหม่ และเชื่อหรือไม่ เมื่อกระบวนการขึ้นสู่โต๊ะเจรจา "เงียบ" มากขึ้น ๆ
จนกระทั่งวันนี้"

เพราะอะไร? เพราะความไม่พร้อม กลไกทางการเมือง ไม่มีประสิทธิภาพใน
การเลือกสรรคนมาอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ เมื่อเลือกมาแล้ว แทนที่อยู่ในกรอบ
ของตัวเอง ก็ไปก้าวก่ายระบบราชการ

ดังนั้น คนไทยจำเป็นต้องถามเรื่องความโปร่งใส ถามเรื่องความบริสุทธิ์
ถูกต้อง เหมาะสม เราต้องคิดกันว่าจะเอาอย่างไร

อีกเรื่องหนึ่งคือ "กู้บ้าน กู้เมือง" เพราะตอนนี้ประเทศไทยเป็นเมืองขึ้นของ
ความไม่ถูกต้อง เปรียบประเทศไทยวันนี้เหมือนฉิ่งฉับทัวร์ ขึ้นดอยผาตั้ง
คิดว่าจะขึ้นตลอดไป หารู้ไหมว่าข้างหน้า คือเหวลึก

โอบามาบอกว่า มี "หน้าผาการคลัง" (fiscal cliff) อยู่ข้างหน้า ขณะที่ประธาน
ธนาคารกลาง บอกว่ามีเหวลึกอยู่ข้างหน้า หากตกลงกันไม่ได้ หนี้ประเทศนี้
จะไปถึงจุดที่จ่ายหนี้กันไม่หมด ตลอดปีตลอดชาติ ไม่มียูเทิร์น

ส่วนหลายประเทศทั่วโลกคิดแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีบทแก้ไขอย่าให้ก่อหนี้
เกินเท่านั้นเท่านี้ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ประชาชาติ

แต่ของไทยเล่นวิธีใหม่ ออกกฎหมายอนุญาตให้ "กู้" เท่าไหร่ก็ได้
มีเสียงข้างมากที่จะให้กู้ นี่คือเหวข้างหน้า fiscal cliff

ดร.สุรินทร์ ยังกล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ว่า ค่านิยมที่เปลี่ยนไป รับได้กับ
การคอร์รัปชั่น ค่านิยมนี้อันตรายที่สุด ค่านิยมนี้เหมือนสึนามิที่วิ่งมาหา
และตัวท่านกำลังว่ายน้ำทวนสึนามิ ฉะนั้น เราจำเป็นต้องมีกลุ่มบุคคลมา
เตือนสติสังคมว่า สังคมต้องมีมาตรฐาน บาปบุญ มีความถูกผิด สังคมอยู่โดย
ที่ไม่มีมาตรฐานใด ๆ ทั้งสิ้น อยู่ไม่ได้

เราจำเป็นต้องตั้งคำถามหนัก ๆ กับประเทศนี้ จะเอากันอย่างไร ระบบราชการ
การคัดสรรคนเข้ามาดำรงตำแหน่ง ระบบการเมือง ระบบการศึกษา จะเอากัน
อย่างไร อยู่ในสังคมท่ามกลางความหลากหลายจะเอากันอย่างไร ในเมื่อ
ข้าราชการที่แต่งตั้งไปจากกรุงเทพมหานคร หันหลังให้ประชาชน หันหน้าให้ผู้แต่งตั้ง

สุดท้าย ดร.สุรินทร์พูดถึงว่า ทุกคนในประเทศนี้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ
การฟื้นประเทศนี้ สร้างประเทศนี้ และร่วมกันกอบกู้ประเทศนี้ ขณะเดียวกัน
ก็แสดงความเป็นห่วง เราจะยูเทิร์นไม่ทัน เพราะหากค่านิยมความซื่อสัตย์
โปร่งใส ยังไม่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง

ทั้งหมดนี้คือ มุมวิเคราะห์ที่แหลมคม และเผ็ดร้อนของอดีตเลขาธิการอาเซียน
และทิ้งคำถามไว้ตัวโต ๆ ให้กับทุกคนในสังคมไทยกลับไปขบคิดด้วยว่า
"แล้วจะเปลี่ยนประเทศประเทศไทยอย่างไร เพื่อให้ก้าวพ้น "เหวลึก" นี้

คอลัมน์ วิถีโลก วิถีธุรกิจ, โฮเมอร์
สยามรัฐออนไลน์, 7 สิงหาคม 2556
.

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
driftworm วันที่ : 11/08/2013 เวลา : 14.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๔- สว.ขี้บ่น

ครับ การเมืองมีส่วนอย่างมากในการสั่งสมค่านิยมต่าง ๆ ลงไปที่พื้นฐานสังคม
แต่ถ้ามองแบบวิภาษวิธี ก็ได้ว่า ทั้งตัวการเมืองที่กำหนด กับตัวพื้นฐานสังคมที่รับผลของการเมือง
ต่างส่งอิทธิพลต่อกันและกัน และรับผลสะเทือนจากกันและกัน
ปฏิสัมพันธ์นี้ สามารถเป็นได้ทั้งการเคลื่อนไปในทางสูง (เจริญ) และเคลื่อนพร้อมลงไปทางต่ำ (เสื่อม)
{ลองนึกภาพนักฟุตบอลสองคนพันตูแข้งกันแบบไม่ปล่อย ขณะที่ปะทะแข้งกันไปก็เคลื่อนไปด้วยกันในสนาม
ทั้งเคลื่อนไปทางแดนตรงข้าม(คืบหน้า)ก็มี เคลื่อนกลับมาทางแดนตัวเอง(ล่าถอย)ก็มี}

ขณะนี้ทิศทางสังคมทั่วโลกถูกอิทธิพลของทุนนิยมบริโภคนิยมกำหนดทัศนคติ
ให้ทุกคนคิดแบบปัจเจกชน (ขอเพียงกูถึงจุดหมาย ขอเพียงกูสำเร็จ) คุณธรรมจริยธรรมค่อย ๆ ถอยลงช้า ๆ
ทุกคนคิดเพียงทำอะไรให้ได้กำไรเยอะสุดจากต้นทุนน้อยสุด เอาเปรียบกดหัวคนอื่นก็เอา

จะเปลี่ยน ก็อาจเริ่มที่ตัวเรา เหมือนโดมิโน่ พลิกอันหนึ่งก็กระทบต่อ ๆ กันไปจนตลอดสาย
.... หรือไม่ก็นัดกันไปตบกบาลมัน บอกให้รู้ว่าพวกกูไม่เอากะมึงแล้ว

ความคิดเห็นที่ 4 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สว.ขี้บ่น วันที่ : 11/08/2013 เวลา : 13.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chanaphan

" พื้นฐานของสังคม" ตามสภาพที่เป็นอยู่
ล้วนสั่งสมจาก "การเมือง" มาหลายยุค หลายสมัยครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
driftworm วันที่ : 11/08/2013 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๑- SW19

ยังไม่ถก แต่เอาเรื่องนี้มาแถมก่อน
""ที่สำคัญคนของเรายังให้ความเคารพชื่นชม คนได้มาซึ่งอำนาจในทางที่ผิดไปจากจริยวัตรผู้อื่น
ได้มาซึ่งทรัพย์ศฤงคารในทางที่ผิด เราดูเฉพาะขณะนี้ ปัจจุบันนี้ ถ้าเขามีทรัพย์สิน อำนาจ เราก็สาธุด้วย
ตรงนี้คือพื้นต่ำสุดวัดมาตรฐานของคนในสังคมไม่มีแล้ว สังคมจะอยู่ไม่ได้ เพราะฐานไม่แข็งแรง"

เรื่องเต็มมันกว่า ที่ https://www.facebook.com/photo.php?fbid=683140588380988&set=a.311472482214469.88715.307343222627395&type=1&theater

ความคิดเห็นที่ 2 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อาโป วันที่ : 11/08/2013 เวลา : 05.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/agile


ถุยน้ำลายขึ้นฟ้าย่อมรสหน้าตนเอง

....


ความคิดเห็นที่ 1 rattiya , mhrs และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
SW19 วันที่ : 11/08/2013 เวลา : 05.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

จะว่าไปแล้วก็เป็นการแสดงของทั้งสองฝ่าย
แต่ไม่แสดงก็ตายทั้งคู่
รัฐบาลเล่นให้เรดดู ประกอบกับได้ support จากสื่อต่างชาติมานานแล้ว เพราะทำไว้ดี [ทำไว้ดี แต่ไม่แปลว่าทำดีนะ แค่แปลว่าเล่นเกมเป็น และจัดการสถานการณ์ได้ดีให้เข้าทางตัวเอง ตั้งแต่ราชประสงค์ และยาย เรเชิ่ล ฮาร์วีย์แห่ง BBC (– คนของ BBC ไม่ได้มีมาตรฐานดีเท่ากันเสมอไป) ] รัฐบาลแสดงเพื่อเก็บคะแนนกับเรดไว้ก่อน ว่าทำแล้ว

ประชาธิปัตย์เล่นให้สื่อต่างชาติดู และเล่นเรียกคะแนนจาก non-red

แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลาวิจารณ์ว่าใครเล่นดีหรือไม่ดี
แต่เป็นเวลาอย่างที่คุณหนอนว่าไว้ในหมายเหตุ
[…หมายเหตุ มุมคิดทั้งหมดนี้เป็นส่วนตัวเองและโดยสุจริตใจ อยากเห็นการเกลี่ยจุดประสงค์ของกันและกันในที่สุดโดยให้ผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง ความเห็นทั้งหมดนี้ไม่ต้องตามทฤษฎีใด ๆ …]

คุณหนอนแค่ไม่ได้อธิบายต่อถึงคำว่า ‘เกลี่ย’ ว่าเรามองตรงกันระดับไหน
สำหรับเรา มองว่าการเกลี่ยคือเป็นการ อุปมาการปรับพื้นเทปูนให้เป็นระดับก่อนปูกระเบื้องหรือพื้นไม้ เปรียบเสมือนการปรับวางพื้นใหม่ ทำกฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์
แต่ถ้าการเกลี่ย คือ การทำกลมกลืนกันไป ยอมได้ก็หลับตาเสียข้าง ก็คือฉันเสียไปเท่านี้ เธอได้ไปอีกหน่อย ต่อไปเธอเสียบ้าง ตรงนี้ต่างหากว่าที่ไม่ศูนย์ ไม่มีพื้น (ground) ประเด็นคือ เราต้องตั้งศูนย์ (เกลี่ย) ให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์แล้วเอากฎหมายเป็นที่ตั้ง เป็นเครื่องตัดสินคนทุกฝ่าย เพราะกฎหมายเป็นพื้นฐานของประชาธิปไตยที่ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและกฎเกณฑ์อันเดียวกันและเท่ากันหมด

ไม่เช่นนั้น การเกลี่ยในความหมายอื่นก็เป็นได้เพียงการแสดง และยังเป็นการ abuse กฎหมายอยู่ดี
(ขอ bugger off ไปก่อน... เดี๋ยวสมองตื่นแล้วค่อยมาใหม่)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน