*/
  • driftworm
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 413
  • จำนวนผู้ชม : 414999
  • จำนวนผู้โหวต : 244
  • ส่ง msg :
  • โหวต 244 คน
<< สิงหาคม 2013 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 24 สิงหาคม 2556
Posted by driftworm , ผู้อ่าน : 1513 , 23:51:30 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน BlueHill , SW19 โหวตเรื่องนี้

ยังมีใครติดตามชมการถ่ายทอดสดการประชุมสภาผู้แทนฯอยู่ไหมครับ มีสิ ต้องมีแน่นอน ทั้งด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เช่น ดูสาระในการตอบโต้กันของทั้งสองฝ่าย ดูพฤติกรรมของทั้งสองฝ่ายเพื่อใช้วิจารณญาณใคร่ครวญและนำไปถกเถียงในวงสนทนา เป็นต้น กับทั้งด้วยอารมณ์ เช่น เข็ดเขี้ยวเคี้ยวฟันกับบทบาท ของฝ่ายรัฐบาล หรือลุ้นการเดินเกมตอบโต้ของฝ่ายค้าน เอาใจช่วยกับบทบาท การขุดคุ้ยหาแง่มุมอภิปรายค้าน พร้อมลุ้นให้ฝ่ายรัฐบาลเกิดอาการหน้าหงายจากพิษหมัดของฝ่ายค้านสักหลาย ๆ ดอก

. . . มันได้แค่นี้จริง ๆ กับฉากบทบาททางการเมืองที่กำลังปรากฏตรงหน้า . . .

ไม่นับที่ติดตามดูพร้อมความเบื่อหน่ายสะอิดสะเอียนกับการเล่นเกมดึงเวลา ยื้ออภิปรายเตะถ่วง แล้วก็ไปไม่ไกลกว่าความเบื่อระอานั้น

. . . มันก็ได้แค่นี้จริง ๆ อีกนั่นแหละ . . .

ก็มันเป็นมวยที่แบเบอร์มาตั้งแต่ในมุ้งแล้วว่าทุกตัวคนไม่ว่าจะพวกที่ทำหน้าที่ในสภา ที่เดินงานอยู่นอกสภา(ทั้งสองฝ่าย), ทั้งประชาชนที่เลือกและไม่เลือกผู้แทนเหล่านั้น, รวมถึงคนทั้งหมดที่ทำมาหากินตัวเป็นเกลียวอยู่พร้อมกันกับที่นักการเมืองกำลัง ‘เล่น’ กันทั้งในและนอกสภา ... ล้วนถูกสะกดด้วยกติกาของ “เสียงที่มากกว่า” ที่เลือกเข้าไป และ  “จำนวนมือที่มากกว่า” ที่จะออกเสียงสนับสนุน

เรียกว่าฝ่ายค้านคือ ปชป.ถูกต้อนเข้ามุมอับ เข้าตาจน มันก็ต้องออกมาได้แค่อีหรอบนี้แหละ

เมื่อคืน รายการตอบโจทย์ ช่องไทยพีบีเอ๊ส ครูสอนรัฐศาสตร์สองท่าน คือ ไชยันต์ จากจุฬาฯ กับ เจษฎ์ จากม.สยาม ให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่าที่อังกฤษ แผ่นดินต้นแบบของประชาธิปไตย สส.ฝ่ายค้านก็เล่นเกมในสภากันแบบนี้ ในการคัดค้านการออกกฎหมายที่ฝ่ายรัฐบาลเสนอ  แบบนี้ที่ว่าคือวิธีเตะถ่วงด้วยการใช้สิทธิ์อภิปรายคัดค้านให้มากที่สุด นานออกไปที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพียงแต่ของเขาจะขีดวงอยู่ที่บทบาทการอภิปราย ไม่มีการโห่ฮา ตีรวน ก่อความอึกทึกวุ่นวาย (แบบไต้หวัน)

**[แต่คอการเมืองอังกฤษแท้ ๆ เพิ่งยืนยันว่าของอังกฤษแรงกว่านี้เยอะมั่กๆๆๆๆ .. ๕๕๕]**

และให้ข้อคิดเห็นว่า . อยากเห็นฝ่ายค้านอภิปรายตรงจุด เป็นการให้ข้อมูลเพื่อการใช้วิจารณญาณของประชาชน  ๒. น่าจะฉวยโอกาสนี้ หากลเม็ดอภิปรายให้เชื่อมโยงกับประเด็นขัดแย้งอื่น ๆ ที่กระแสหลุดไปจากความสนใจของประชาชนไปแล้ว เช่น เปรียบเทียบการนิรโทษกรรมกับกรณีรับจำนำข้าว ว่ามีความหละหลวมเหมือนกัน ฯลฯ นั่นจะส่งแรงกระทบมากกว่า

ผู้ร่วมรายการขอตัวที่จะแสดงความเห็นในเรื่องการที่ฝ่ายรัฐบาลเสนอกฎหมายพวกที่เป็นเรื่องขัดแย้งกันอยู่เวลานี้ (ตอบโจทย์ Thai PBS : "เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์" เกมซ้อนเกม __22 ส.ค. 2556 -- http://clip.thaipbs.or.th/home.php?vid=7692 )

แต่ในที่นี้เราขอพักที่จะใช้ข้อมูลดังกล่าวข้างบนมาวิพากษ์วิจารณ์ความถูกหรือผิด เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือถือหางฝ่ายใด

แต่เราสนใจข้อสังเกตที่เขียนในตอนต้น ๆ เรื่องนี้ว่า สาธารณชนกำลัง (ถูกทำให้) เดินตาม เหตุผล พร้อมมี อารมณ์ร่วม ไปกับบทบาท ใน ฉากปัจจุบัน ของละครเรื่องยาวเรื่องหนึ่ง

การคิดตามบทในฉากของละครกับการมีอารมณ์ร่วมไปกับบทบาทในฉากของละครตามบทที่คนเขียนขึ้น มันเคยมีผลถึงกับทำให้แม่ค้าผลไม้คนหนึ่งเอาทุเรียนทำร้ายนักแสดงที่สวมบทบาทในละครเรื่องที่ตนติดตามมาแล้ว . . . . ( . . . และกับบทบาทตามบทที่สส.หญิงโต้คารมกันด้วยเรื่องความสวยที่ติดตัวมาหรือจะเป็นความสวยที่จัดใหม่ได้ ที่เพิ่งออกอากาศไปแหม็บ ๆ นี่ ไม่ทราบมีใครอยากขยับมือไม้หยิบจับข้าวของใกล้มือบ้างหรือเปล่า . . อิอิ)

แต่นั่นมันก็ไม่ได้มีผลทำให้บทละครเรื่องนั้นเปลี่ยนแปลงไปแม้แต่นิดเดียว

(น่าสงสัยว่าจริง ๆ แล้วพวกผู้ชมที่กล่าวถึงนั้นอยากให้คนเขียนบทเปลี่ยนแปลงบทไปจากนั้นหรือเปล่า)

บางคนคิดและเข้าใจได้มากกว่านั้นอีก คือเดาทางของเรื่องได้ก่อนนั้น นี่เท่ากับเรียนรู้ โครงเรื่อง หรือพล็อตของละครแล้ว แต่ก็ยัง .. “เดี๋ยวให้ถึงตอนนั้นเถอะ มึ้ง แม่จะตบด้วยทุเรียนนี่แทนลูกของกูเชียว” ... ตัวละครตัวหนึ่งกลายเป็นลูกเป็นแก้วตาดวงใจของเธอคนนั้น (หรืออีกหลายคน) ไปแล้ว อิอิ

แต่เราจะด่วนบอกว่าไม่ว่าสส.ฝ่ายค้าน ไม่ว่าคนที่มาชุมนุมในนาม “หน้ากากขาว” ไม่ว่าคนที่มาชุมนุมในนาม“กองทัพปชช.โค่นระบอบทักษิณ(กปท)” ฯลฯ เป็นนักชมละครที่ “เข้าใจโครงเรื่องเป็นอย่างดี แต่ก็ยัง อิน กับบทบาทที่ติดตาม และไม่ได้ต้องการให้แก้ไขบทหรอก” นั้นก็ยังไม่ได้

การออกมาชุมนุมเหล่านั้นไม่เกินไปกว่าการวางโครงเรื่องของ ‘ผู้เขียนบท-กำหนดเรื่อง’ ที่เมื่อคิดแก่นเรื่องขึ้นมาแต่ต้นก็คิดไว้ตลอดทางแล้วถึงโครงการดำเนินเรื่องไปจนถึงบทบาทของตัวละครที่เกี่ยวข้องทุกตัว เรียกว่าก็คิดเผื่อไว้ก่อนแล้ว

เช่นเดียวกับคำให้สัมภาษณ์ของสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ว่า “ไม่อยากให้สังคมมองบางฉาก แต่อยากให้มองทั้งเรื่อง - คนดูโทรทัศน์ไม่ได้ดูทั้งกระบวนการ แต่มีการนำเสนอบางช่วงบางตอนที่เป็นประเด็น ทำให้มองเห็นภาพไม่หมด เหมือนเราเห็นเหตุการณ์ประท้วงแต่เราไม่รู้เลยว่าก่อนหน้านี้มีที่มาที่ไปอย่างไร (สัมภาษณ์สาทิตย์ วงศ์หนองเตย  บัญชร“ตรวจการบ้าน” หน้า ๓ เดลินิวส์ เสาร์ ๒๔ สค.๒๕๕๖ - http://www.dailynews.co.th/article/9/228053 ) ... นี่ก็เป็นตัวแสดงหรือผู้เล่นที่ไม่เพียงรู้บท แต่ยังรู้ไปถึงโครงเรื่อง ที่ถูกคนวางเอาไว้

ยิ่งกว่านี้ ยังมีผู้ชมอีกจำนวนไม่น้อยที่ไปไกลกว่าความเข้าใจโครงเรื่องขึ้นไปอีก  เห็นได้จากคำสนทนา “เบื่อตายละ น้ำเน่าอีกแล้ว” “เมื่อไหร่เราจะมีละครดี ๆ มีคุณภาพอย่างบ้านเมืองอื่นมั่งนะ” “ห่วยแตกจริง ๆ ยังเล่นกันอยู่ได้” ...... ฯลฯ

นั่นคือพวกเขาไม่เพียงรู้ดีว่าบทบาทในฉากที่เห็นมันก็เป็นผลต่อมาจากโครงเรื่องที่ได้ขีดกรอบไว้อย่างนั้น  แต่เหนือกว่าโครงเรื่องขึ้นไปอีกมันยังถูกกำหนดด้วยหัวข้อเรื่องใหญ่หรือแก่นเรื่อง  (theme) ว่าละครเรื่องนี้จะว่าด้วยเรื่องอะไร หรือต้องการอะไร

การออกมาชุมนุมของทั้ง หน้ากากขาว ทั้ง กปท. ทั้งการตีบทแตกของตัวแสดงอย่างสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กับองค์กรที่เขาสังกัด กล่าวได้ว่าไม่เพียง เข้าใจกระบวนการตั้งแต่ขั้นของ บทบาท ย้อนขึ้นมาที่ โครงเรื่อง และเข้าใจขึ้นไปถึงขั้น แก่นเรื่อง  แต่พวกเขายังรู้เลยไปอีก ถึงความจริงที่ว่าทุกขั้นตอนในกระบวนการของนิยายเรื่องนี้ พวกเขาสามารถ เปลี่ยนแปลงบท ปรับเปลี่ยนโครงเรื่อง จนถึงเลือกเอาแกนเรื่องอื่นที่ตนพึงใจมากกว่าได้มาแทน ได้อีกด้วย

ตอนนี้ที่เราดูอยู่ เราก็พยายามทำความตระหนักว่านี่มันเรื่องของบทบาท หรือโครงเรื่อง  ถ้าเป็นเรื่องที่ขั้นตอนบทบาท เราจะดูมันอย่างใช้เหตุผลหรือเอาอารมณ์ แล้วต่อจากนั้นเราจะทุ่มเถียงกับคนข้าง ๆ ที่ดูอยู่ด้วยกับเราไหม ... ไปจนถึงเมื่อเราดูอย่างจับแก่นเรื่องให้ได้  ได้แล้วเราก็ถามตัวเองว่าไอ้แก่นเรื่องที่เขาคนเขียนเรื่องกำหนดมานั่น เราชอบหรือไม่ชอบ  หรือถ้าใช้เหตุผลหน่อย เราก็พิจารณาว่ามันถูกควรหรือไม่ถูกควร

ยิ่งกว่านั้น ก็ใช้ความสังเกต หาข้อผิดสังเกตในเรื่องว่ามีการเล่นนอกบท เกินบทตรงไหนหรือเปล่า มีใครกำลังพยายามเปลี่ยนหรือหันเหโครงเรื่องเพื่อให้เรื่องทั้งหมดเปลี่ยนไปหรือไม่ ตรงไหน  จนถึงบรรดาผู้ที่ไม่อยากเอาด้วยกับแก่นเรื่องนี้จะเปลี่ยนแก่นเรื่องไปเอาอะไรมาแทน ด้วยวิธีอะไร อย่างไร จะคุยกับผู้จัดละครและผู้เขียนบทอย่างสุภาพนุ่มนวลหรือจี้กดดันบังคับ

กรณีการประกาศเจตนารมณ์หยุดกิจกรรมในนาม พธม. เมื่อวันศุกร์ ๒๓ สค. ช่องเอเอ๊สทีวี ๒๐.๐๐ น.รายการคุยทุกเรื่องกับสนธิ , มีพล.ต.จำลอง ศรีเมืองมาร่วมรายการ มีสาระสำคัญคือพธม.จะไม่ออกโรงเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล ส่วนแกนนำหรือไม่แกนนำคนไหนจะเข้าร่วมเคลื่อนไหวเป็นส่วนตัวเองของแต่ละคนก็เป็นสิทธิ์ ว่ากันไป …. นี่ก็นับว่ามีผลเป็นการเปลี่ยนโครงเรื่องไปบ้าง  แต่มันจะส่งผลกระทบไปถึงแก่นเรื่องที่ผู้แต่งไว้เดิมกำหนดตอนจบเอาไว้หรือไม่ ก็ต้องรอดู (ตรงนี้เราเฝ้าดูโดยใช้คู่มือคือ ความคิดเหมาเจ๋อต่งว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสะสมเชิงปริมาณถึงจุดหนึ่งจึงจะเปลี่ยนเชิงคุณภาพ)

จนถึงกรณีม็อบสวนยาง ประท้วงราคายางเมื่อวานนี้ และเกิดเหตุที่เป็นภาพลบต่อหน่วยงานในอาณัติของรัฐบาลก็อาจนับเป็นเรื่องที่เกินไปจากโครงเรื่องที่คนเขียนนิยายเรื่องนี้ได้วางโครงไว้ (ได้ยินว่าคุณวราเทพอภิปรายแก้ในสภาทันทีโดยยืนยันว่าไม่มีเรื่องที่ตำรวจทำเกินกว่าเหตุ)  ส่วนมันจะเกิดจากมีใครทำให้เกิดขึ้นเพื่อสร้างผลกระทบไปถึงโครงเรื่องจนถึงแก่นเรื่องหรือไม่ อย่างไร ก็เป็นเรื่องต้องหาความเชื่อมโยงและติดตามดูความคลี่คลายของมันต่อไปเช่นกัน

เราทุกคนล้วนอยู่ในละครเรื่องหนึ่ง ทั้งที่พอใจกับแก่นเรื่องที่เป็นอยู่ และทั้งที่อยากเปลี่ยนแก่นเรื่องใหม่เสียโดยไว  ต่างก็แสดงบทบาทไปตามบทที่มีคนเขียนขึ้น แต่ก็สามารถแก้ไขดัดแปลงบท จนกระทั่งเปลี่ยนแก่นเรื่องไปเลยได้ด้วยตัวเรา

ยุคของการติดต่อสื่อสารเชื่อมโยงแบบสองทาง (interactive) และเร็วทันด่วน อย่างนี้มันมองเฉพาะจุดเฉพาะส่วนไม่ได้จริง ๆ เผลอละสายตานาน ๆ ก็ไม่ได้ ว่าที่จริงแค่กระพริบตาโลกก็เปลี่ยนไปแล้ว  แต่ข้อดีของมันคือใครจะอาศัยช่องว่างของเวลาเพื่อทำการตบตาแอบแฝงสร้างนิยายทำเรื่องร้ายต่อสาธารณชนก็ยากมากขึ้น

 -  -  ~  -  -

(ปรับเพิ่มท้ายเรื่อง ๒๕ สค. ๒๕๕๖)

--------------------------------

 เอ่อ .. เปลี่ยนกรอบที่ใช้มอง กรอบมันก็มาพร้อมศัพท์แสงเฉพาะของมัน  เหมือนที่มีคนใช้คำว่า “เปลี่ยนโครงสร้างสังคม”  คำว่าโครงสร้างก็มาจากกรอบของสถาปัตยกรรม การก่อสร้าง คือสิ่งที่มาประกอบสานกัน รับน้ำหนักมากที่ฐาน แล้วน้อยขึ้นไปตามลำดับ

ในเรื่องนี้ใช้ศัพท์การประพันธ์ เพื่อจะให้มันดูง่าย ใกล้ตัว จัดการง่ายเหมือนหนังสือ ไม่ชอบก็โยนไปก่อน  นอกจากนี้ ก็จะชี้กลาย ๆ ว่าหลายหนบนเว็บบอร์ดต่าง ๆ หรือในนี้เองก็ตามที่เกิดการโต้คารม จนถึงสาดใส่ผรุสวาท มันวนอยู่แต่กับระดับของ “บทที่เขียนไปตามโครงเรื่อง และตัวแสดงก็ต้องเล่นไปตามบทบาทนั้น”  มันแทบไม่มีผลให้โครงเรื่องเปลี่ยนไป  ยิ่งไม่ต้องพูดถึง “แก่นเรื่อง” ที่นักการเมืองหัว ๆ เขากำหนดลงมา  แล้วเผลอ ๆ ไอ้ที่กัดกันแทบตายที่ระดับของบทบาทที่ชอบหรือไม่ชอบนั้น ... อ้าว ไอ้พวกกำหนดแก่นเรื่องมันแอบจูบปากกันแล้ว

** ใครมีความสามารถ ลองแกะภาษาของพวกโพ้สท์โมเดิ้ร์น (พวกที่ชอบพูดวาทกรรม, พวกที่ชอบตั้งปัญหาเรื่องประเพณีหรือจริยธรรมในสังคมเวลานี้) ออกมาเป็นภาษาของแม่ค้าที่ติดละครดูหน่อยสิ  บางทีอาจพบว่ามันไม่มีความหมายอะไรในทฤษฎี ในถ้อยคำประดิษฐ์เท่ ๆ พวกนั้นเลยก็อาจเป็นได้ **

 

--------------------------------

 

 
 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
driftworm วันที่ : 29/08/2013 เวลา : 17.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ตอบโจทย์ ๒๗ สค. ๒๕๕๖
อ.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ : ชะตากรรมสินค้าเกษตร กับการเมือง
http://clip.thaipbs.or.th/home.php?vid=7783
.

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
driftworm วันที่ : 27/08/2013 เวลา : 00.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

รายการตอบโจทย์ ๒๖ สค. ๒๕๕๖ (ยังไม่มีคลิปอั้พโหลดขึ้นเว็บ ลองค้นภายหลังได้ที่
http://www.thaipbs.or.th/clip/ )
อ.ตระกูล มีชัย รัฐศาสตร์, อ.อัษฎางค์ ปาณิกบุตร รับเชิญร่วมรายการ
- อ.อัษฎางค์ พูดตรงกับที่ในคห.๑๙,๒๐ ตั้งข้อสังเกตว่าเวทีสภาปฏิรูปได้ตัดหัวข้อศึกษาแนวทางปฏิรูปการศึกษา
และปฏิรูปสื่อ ออกไป อ.บอกว่าในความขัดแย้งเฉพาะหน้านี้ สององค์กรคือสถาบันการศึกษา (หมายถึง
นักวิชาการในสถาบันอุดมศึกษา) กับสถาบันสื่อ ไม่ไม่ออกมาให้ความรู้ ให้จุดยืน บอกสังคม (ใช้สำนวน
แบบผมได้ไหม -ไม่หือไม่อือ)
- อ.ตระกูล บอกว่าติดตามรายการคุยทุกเรื่องกับสนธิ ทุกวันศุกร์มาระยะหนึ่งแล้ว ล่าสุดนี้สนธิเสนอเป้าหมาย
การปฏิรูปประเทศ เท่ากับมองเลยความขัดแย้งเฉพาะตัวบุคคล(ไม่เอาทักษิณ) เหมือนกับสรุปบทเรียนว่า
ไม่ว่าพรรคไหนขึ้นเป็นรัฐบาล ก็ล้วนแต่บริหารประเทศเพื่อพวกพ้องทั้งนั้น ... นี่เป็นส่วนหนึ่งที่สนธิตั้ง
เงื่อนไขว่า ถ้าเห็นด้วยจะปฏิรูปประเทศ (ครอบคลุมทุกมิติ ไม่เฉพาะการเมือง) ก็อย่าไปให้ความสำคัญกับ
หัวโขนในสภา (จะได้ลบรอยหวาดระแวง รอยแผลครั้งที่พธม.เป็นนั่งร้านให้ ปชป.ขึ้นสู่อำนาจด้วยมั้ง?)
...................................
รายการคิดยกกำลังสอง : จุดอ่อนของระบบการศึกษาไทยอยู่ตรงไหน (26 ส.ค. 2556)
http://clip.thaipbs.or.th/home.php?vid=7765&ap=flase
(ท้ายรายการ ที่นี่ไทยพีบีเอ๊ส ก่อนเข้ารายการตอบโจทย์
มรว.ปรีดิยาธร เอาตัวเลขสำรวจ ประเมิน ขององค์กรระหว่างประเทศ ในเรื่องความรู้พื้นฐานของมนุษย์
ในโลกปัจจุบัน ที่เป็นปัจจัยคุณภาพมนุษย์-คุณภาพประเทศ
คือ ๓ วิชา - คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, ภาษาอังกฤษ (ไม่ต้องรวมวิชาที่ ๔ คือภาษาตัวเอง - ไทย)
ปรากฏว่าติดอันดับท้ายตารางทุกหมวด บางหมวดอยู่รองบ๊วย !!!!!!!!??????????????
หม่อมอุ๋ยบอกว่า ถ้าสำรวจวิชาภาษาไทยด้วย ก็เชื่อว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำถึงต่ำสุดเช่นเดียวกัน
.

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
driftworm วันที่ : 26/08/2013 เวลา : 16.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

สรุปการประชุมสภาปฏิรูปการเมือง เมื่อวาน ๒๕ สค. ๒๕๕๖
เดิมจะตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางปฏิรูป ๕ คณะ คือด้านการเมือง, ด้านเศรษฐกิจ,
ด้านสังคม, ด้านการศึกษา , ด้านสื่อ
สุดท้าย ได้ตัด ๒ ตัวหลังออกคือด้านการศึกษา กับด้านสื่อ
เหลือ ๓ ด้าน ๓ คณะ ให้บรรหารเป็นคนประสานก่อตั้งกรรมการทั้ง ๓ คณะ

เรื่องการศึกษา ไม่มีใครอยากแตะ และเรื่องสื่อ ยิ่งไม่มีใครอยากแตะ อย่างน้อยก็ในเวลานี้
.

ความคิดเห็นที่ 19 SW19 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 26/08/2013 เวลา : 11.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๑๖-

มันสรุปไปลงที่ เอดุเคชั่น กระบวนการเรียนรู้สร้างสมให้มันผนึกแน่นในกบาลผองชน
เลยพ้นระดับโรงเรียน สถานศึกษาขึ้นมาก็เป็น โซฉะไลเซชั่น (socialization - เคยมีคนแปลว่าสังคมประกฤติ)
มีนักคิดมาต่อยอดอีกว่า ต้องเรียนรู้กันตลอดชีวิต ... เออ ก็ใช่อยู่

ทั้งหมดนั้นได้ไหลเทมายังสังคมไทยนานแล้ว แต่ก็ค่อย ๆ ไหลเลื่อนจากไป ทิ้งไว้แค่กากขี้ให้เอามาพ่นในวงสัมมนา
เนื้อสาร แก่นสาร มันไปพร้อมกับที่ไหลเลื่อนไปนั่นนานแล้ว

ทั้งเอดุเคชั่น และ โซฉะไลเซชั่น เป็นเรื่องที่ ต้องใช้เวลายาวนาน ทั้งสิ้น
๕ ปีน้อยไป ไม่เกิดผล ๑๐ ยังพอเห็นแวว แต่ต้องอัดมันอย่างสม่ำเสมอและเข้มข้น
ของแบบนี้ นักธุรกิจไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ โดยเฉพาะนักธุรกิจการเมือง เวลาวินาทีตีค่าเป็นเงินทอง
.

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
driftworm วันที่ : 26/08/2013 เวลา : 11.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ลืมบอกไปว่าตอนตั้งชื่อเรื่องที่แล้ว ก็สะดุดใจว่า ใช้คำเรียกแกนี่หว่า (มีคนสอนเขียนบล๊อกให้ได้รับความนิยม
การตั้งชื่อให้เตะต่อมอารมณ์ มาเป็นข้อ ๑)
ทีแรกจะใช้ว่า มติชิน ก็ไม่เอาดีกว่า
ผมยังคิดอีกทีว่า ใช้ว่า เอาใจออกห่างทักษิณ มันเข้ากัน ตรงกับเนื้อเรื่องมั้ย ไม่งั้นจะกลายเป็นข้งในต๊ะติ้งโหน่ง
แล้วไม่แน่ใจอีกว่า เอาใจออกห่าง หรือเอาใจออกหาก ต้องค้น
.

ความคิดเห็นที่ 17 SW19 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 26/08/2013 เวลา : 11.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๑๖-

[ตั้งชื่อตอนที่แล้ว เรียกแขกดีชมัด มีคำว่า 'มติชน' เหมือนมีแม่เหล็กดูดเข้ามาอ่าน]

ถูกต้อง ถูกต้อง ถูกต้องที่สุดเลย (และนี่ก็คือสังคมเว็บบล๊อก ที่ก้อจำลองลงมาจากสังคมจริงนอกเว็บนั่นเอง)
กวาดตาดูหน้า ๑ โอเคเนชั่น มันก็มองเห็นชื่อเรื่องที่ทำให้เราชะงัก กรองหน่อย มันเล่นพาดหัวแบบ นสพ.ป่าววะ
ไม่งั้นคลิกเข้าไปแล้ว ว้า ไม่ตรงกับชื่อเรื่องนี่หว่า หรือเกี่ยวกันจิ๊ดเดียว เครื่องเรายิ่งโหลดช้าอยู่ด้วย ที่สำคัญ-เวลาครับ เวลา
เวลาของเราเป็น ๕ นาที ๑๐ นาที กับที่ใครคนหนึ่งแค่ ได้เพิ่มอีก ๑ คลิกแล้วเว้ย
เป็น ๑ คลิก ๑๐๐ คลิก ๑๐๐๐ คลิก ที่วัดอะไรไม่ได้เลย นอกจาก อารมณ์"อิน"ตามบทบาท ..คล้ายแบบที่ SW19 ว่ามา
ถ้าเอาเกณฑ์จำนวนคลิกไปเป็นตัวตัดสินใจพิมพ์หนังสือเป็นเล่มออกมา เจ๊งตั้งแต่ลงมือเลยครับ

ประชาธิปไตยที่ชนชั้นนำยัดเยียดความหมายให้ชาวบ้านเชื่อมันตอนนี้ก็คือ ปชต = จำนวนคลิก ๕๕๕๕๕๕โหย

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
SW19 วันที่ : 26/08/2013 เวลา : 05.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๑๓-

ชอบความตอนนี้

...ก็จำขี้ปากฝรั่ง ท่องความคิดฝรั่งจนได้ด๊อกเต้อร์กันมา...

ก็เรียนมาแบบไทย ที่ต้องท่อง ต้องเชื่อเพราะผู้พูดเป็นผู้ใหญ่ ต่อให้จบขั้นไหนมาถ้าวิธีเรียนรู้เป็นแบบนี้ มั้นก็ได้มาแบบนี้..แค่นี้

-๑๔-

เรา (คนไทย) อาจไม่ได้ยอมรับนะ แต่ไม่ทันได้(ใส่ใจ) มีความเห็น เอ..พูดดีไหม พูดไปคงถูกด่า แต่คนไทยชอบเรื่องประมาณ ..ที่ติดอันดับผู้อ่านสูงสุดน่ะ คือเรื่องชาวบ้าน และเรื่องแบบที่คุณหนอนตั้งชื่อตอนที่แล้ว เรียกแขกดีชมัด มีคำว่า 'มติชน' เหมือนมีแม่เหล็กดูดเข้ามาอ่าน เกลียดมัน/ มันทำไรเหรอ / เรื่องนันทิดา - เขาก็เลิกกันไป แต่งกันไป แต่ก็.. ฯลฯ
ไม่ได้ว่าอะไรนะ มันเป็นเรื่องส่วนบุคคล แค่ว่าภาพที่มองเข้าไปทำให้เห็นเหมือนเราสนใจเรื่องภาพพจน์ ความถูกผิดตามหลักการ แต่เราไม่ได้สนใจตามเนื้อผ้า ถ้าเราสนใจเรื่องรัฐบาลเหมือนอย่างสนใจเรื่องชาวบ้าน มันก็น่าจะดีนะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
driftworm วันที่ : 25/08/2013 เวลา : 23.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

น่าสมเพชป่ะ
ประชาธิปไตย นายกปู ไล่ตัวแทนสมาพันธ์นักศึกษากินข้าวเที่ยงนอกสภา
http://www.oknation.net/blog/entry1/2013/08/25/entry-1

จิตวิญญ่าณปชต. ... ต้องให้โทนี่ แบลร์ รู้เรื่องนี้ด้วยนะ จะได้ปาฐกถาไม่ระคายหูใคร
เอิ๊ก ๆ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
driftworm วันที่ : 25/08/2013 เวลา : 23.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๑๒-

ใช่ ใช่ เรายอมรับ ไม่หือ ไม่อือ อย่างกับมันเป็นเรื่องแสนธรรมดาแฮะ
ยิ่งกว่านั่น ไอ้ที่สะไก๊ป์ กดรีโหมตมาจากบนเครื่องบินเจ๊ตส่วนตัวมั่ง จากประเทศอื่นมั่ง เราก็ไม่หือ ไม่อือ แฮะ
เอาเรื่องนี้มาปลุกม็อบก็ไม่ขึ้น คนไทยนี่ยังไงแฮะ รับได้ทุกลูก เงียบลูกเดียว

ความคิดเห็นที่ 13 SW19 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 25/08/2013 เวลา : 23.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๓- SW19

กำเนิดสำนวน toe the line ก็คงคล้าย ๆ สำนวน sit on the fence
อันหลังนี่ไม่รู้มาจากพวกที่นั่งบนขอบรั้ว ดูการแข่ง rodeo รึเปล่า

ส่วนเรื่อเอดุเคชั่น เราตายไปซะแล้วเกิดใหม่อีก ๑๐ ที ก็คงยังไม่เห็นรัฐบาลไหนเอาจริงและจริงใจปรับปรุงระบบการศึกษาไทย
เพราะช่องว่างทางการศึกษาคือช่องทางของอำนาจ การกดคนอีกระดับหนึ่งลงให้ต่ำกว่า ด้อยกว่า
เมื่อไหร่นักการเมืองพูดเรื่องนี้ นั่นคือเกมใหม่กำลังจะเริ่มขึ้น
บรรดที่ทำ ๆ กันมาแล้วในเรื่องปฏิรูปการศึกษา ก็จำขี้ปากฝรั่ง ท่องความคิดฝรั่งจนได้ด๊อกเต้อร์กันมา
ตอนนี้สิ่งประดิษฐ์ที่ลอกความคิดที่เรียกด๊อกฯกันมา ได้ไอ้ที่เรียกว่า สพท. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
สพฐ.สำนักงานการศึกษาพื้นฐาน .... โอว สวยงามมาก สวยชิบ
อ่านเจอตรงไหนนะว่า เดี้ยง ไม่ทำงานยกระดับตามที่ออกแบบมา (ย้ำอีกที จากประสบการณ์ ความคิดฝรั่ง ที่ไปเรียนกันจนได้ด๊อกฯ)
เอ แล้วหนอนจะเอายังไง จะอยู่ยังไง ถ้าไม่เอาความคิดฝรั่ง คงต้องแก้ผ้าเหลือแต่ตัวเปล่า ๆ มั้ง
เพราะเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ ประเพณีหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็รับเขามาทั้งนั้น
เปล่า ผมอยากประชดว่า กลับไปเอาคุณค่าจากวัดกันอีกทีไหม เรื่องหิริ โอตตัปปะ เรื่องโยนิโสมนสิการ
โอ๊ย หัวข้อพวกนั้นมันไม่ทำให้ได้ความรู้ค็อมพิวเต้อร์ เรื่องดิ๊จิต้อล เรื่องไปอวกาศนี่นะ
ก็ไม่รู้ละ ใครฉลาด ๆ ก็มาช่วยคิดที อิอิ
เอ หิริโอตตัปปะ มันคงไปกันไม่ได้กับ competitive ของโลกทุนนิยมมั้ง
และ สันโดษ ก็คงไปกันไม่ได้กับ in search of excellence มั้ง

เห็นไหมว่านี่มันปัญหาว่า เราต้องเปลี่ยน แก่นเรื่อง (theme) แล้วละ
คิคิ หนอนดำน้ำมาโผล่ตรงนี้ได้แฮะ

ความคิดเห็นที่ 12 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 25/08/2013 เวลา : 22.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๖-

[อยากให้ลองถามอดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ โทนี่แบลร์ (ตอนเดินทางมาพูดให้สภาปฏิรูปฟัง)ว่าถ้านายกรัฐมนตรีอังกฤษโดดประชุมสภาบ่อยๆ จะโดนวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน และสื่ออย่างไรบ้าง]

ความท่อนนี้แหละ ที่ยืนยันว่าความต่างอยู่ที่ประชาชน และสื่อมวลชน
ถาม TB แล้ว ไม่ใช่ให้รัฐบาลและนายกไทยเอาไปคิด
คนที่ควรเอาไปคิดด้วย คือ ประชาชนไทยและสื่อไทย

ความคิดเห็นที่ 11 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 25/08/2013 เวลา : 22.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๗- ภูผาคราม

ผมลองเปลี่ยนวิธีมองเรื่องราวการเมืองด้วยมุมแบบการประพันธ์ดูครับ
การเปลี่ยนโครงเรื่อง อาจแทนด้วยศัพท์สังคมว่า การพัฒนาปรับปรุงกลไก
หรืออาจแทนด้วยศัพท์โพ้สท์โมเดิ้ร์นว่า การตีความ การเปลี่ยนความหมาย
ถ้ามีเวลาคิด และเขียน ผมอยากลองเล่นสลับกรอบมุมมองพร้อมศัพท์แสงของมัน คงสนุกดี


อ้อ ทุกคนมีส่วนปรับแปลงเรื่อง แม้กระทั่ง แก่นเรื่อง
ทุกคนคือ = ปชช.ไม่ว่าจะออกมาบนถนน หรือสุมหัวเสวนาในห้องค็อนเฟอร์เร้นซ์ของโรงแรมหรืออะไรก็แล้วแต่
แก่นเรื่อง คือ = ระบอบส่วนหัว อยากเป็นปะชาทิปะตวยจอมปลอม หรืออยากได้ธรรมาธิปไตย หรืออะไร ก็ "จงแสดงออกมา"


(คห.นี้แปะไปเมื่อหัวค่ำ มาอ่านเจอคำผิด เลยลบออก แก้แล้วแปะใหม่)

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
driftworm วันที่ : 25/08/2013 เวลา : 19.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ภาพข่าวตอนนี้ในโททัด
นิพิฏฐ์ ลงไปเยี่ยมที่ชุมนุมม็อบสวนยาง บรรยายข่าวว่าแม้คน ปชป.จะไปเยี่ยมการชุมนุม ก็ไม่ได้หมายความว่า
เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุม

ทุกเรื่องเล็ก ๆ อาจมีผลไปถึงการเปลี่ยนระบอบ เพื่อเขียนนิยายเรื่องใหม่ อิอิอิอิ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
driftworm วันที่ : 25/08/2013 เวลา : 19.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๘- su

ผมเพิ่งตอบคุณธนากรใน plug-in ของเฟ้ซบุ๊คที่ท้ายเรื่องข้างบน ไปว่า
... ส่วนที่ว่า "ความคิดเห็นของกระผมนั้น...อาจเป็นแนวทางที่กลับหัวกลับหางกับคำว่าประชาธิปไตยของผู้แทนในปัจจุบัน"
มันเจ๋งมาก ถ้อยคำเรียกเป็นสมมุติ โจรอาจบังคับให้ใครๆเรียกตนว่า เทพ ก็ได้ ดังนั้น ไอ้ ปชต. นี่เป็นยแค่คำเพราะ สวยหรู ไม่ผิดหากใครสักคนจะเรียกมันว่า "ไอ่ระบบห่าเหวเนี่ย" แล้วเสนอระบบที่ดีกว่า
คงมีโอกาสได้ฟังความคิดอีกนะครับ ....

๕๕๕ ไอ่ระบบปะชาทิบปะตวยห่าเหวเนี่ย ทิ้งไปได้แระ หมดสภาพ
มาคิดใหม่ ทำใหม่ ประดิษฐ์สร้างใหม่กันดีกว่า
............
โอ๊ย พอดีโปรยหัวข้อข่าวโทรทัศน์ ... นาโยะตั้งบรรหารคุมกรรมการปะติลูบ ๓ คณะ ....
โอ๊ย กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก
.... ก็โปรยข่าวหน้า ๑ กรุงเทพธุรกิจ บอกว่าหลายฝ่ายหวั่นว่า สะพาปะติลูป จะเป็นแค่พูดคุยผลประโยชน์ของนักการเมือง
เพราะว่าไม่มีภาคประชาชนเข้าร่วมเลย

ประเทศนี้ ปาหี่ จิน ๆ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
su วันที่ : 25/08/2013 เวลา : 16.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suwest

ประฃาธิปไตยเหรอ ไม่มีจริงในโลกนี้หรอก มีแต่คนรวยมาก คนรวยปานกลาง และคนจนปานกลางถึงจนมาก เท่านั้น.

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
BlueHill วันที่ : 25/08/2013 เวลา : 13.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

แสดงว่าลุงหนอน เบื่อการเมือง จนต้ิองหลบฉากออกไปชายทุ่งหรือเปล่าครั

ไม่กลัวภาคประชาชนอ่อนแอหรือ
ระวังจะโดนข้อหา "ไทยเฉย" นาครับ
จะหาว่าผมไม่เตือน



ความคิดเห็นที่ 6 (0)
driftworm วันที่ : 25/08/2013 เวลา : 13.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

รสนา โตสิตระกูล

:: ก่อนที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะเชิญชวนคนไปร่วมสภาปฏิรูป นายกฯควรเข้าประชุมในสภาผู้แทนราษฎร หรือการประชุมรัฐสภาให้ได้เสียก่อน เพราะนายกฯมีกำเนิดจากสภาผู้แทนราษฎร นอกจากนายกฯจะเป็นผู้แทนราษฎรแล้ว ก็ได้รับการเลือกจากที่ประชุมสภาผู้แทนราฎรให้เป็นนายกรัฐมนตรี

ดังนั้นนายกฯจึงต้องรับผิดชอบต่อสภาเหมือนนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ หรือหัวหน้าฝ่ายบริหารของประเทศที่มาจากการเลือกในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะเห็นได้ว่านายกรัฐมนตรีของอังกฤษทุกคนจะเข้าประชุมสภาเสมอ เพราะถือเป็นภารกิจที่สำคัญยิ่งกว่าภารกิจอื่นใด หัวหน้าฝ่ายบริหารที่ไม่ต้องเข้าประชุมสภาก็มีแต่ผู้นำในระบอบประธานาธิบดี อย่างเช่นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยทางอ้อมของประชาชน ไม่ใช่มาจากการเลือกของสภาผู้แทนราษฎร

อีกประการหนึ่งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา นอกจากเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารแล้ว ยังเป็นประมุขของประเทศ หัวหน้าฝ่ายบริหารอีกประเภทหนึ่งที่ไม่เข้าประชุมสภานิติบัญญัติ ก็คือนายกรัฐมนตรีที่มาจากระบอบเผด็จการ เช่นผู้นำเผด็จการทหารในอดีต ถึงแม้ว่าในบางยุคจะมีสภาผู้แทนราษฎร แต่นายกรัฐมนตรีทหารเหล่านี้ก็ไม่เข้าประชุมสภา ถึงแม้ว่าตนเองจะได้รับเลือกจากสภาก็ตาม เพราะคนเหล่านี้ถือว่าตัวเองเป็นผู้ที่มีอำนาจเหนือสภา

มาในยุคนี้ ดิฉันก็เพิ่งเคยเห็นว่ามีนายกรัฐมนตรีบางคนที่จากการเลือกตั้งในสภา แทบไม่เคยเข้าประชุมสภาเอาเสียเลย นี่จึงเป็นเหตุให้ถูกกล่าวหาว่า ระบอบเผด็จการทหาร และระบอบเผด็จการเสียงข้างมาก มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ตรงที่นายกรัฐมนตรีที่เป็นทหาร และนายกรัฐมนตรีที่เป็นเจ้าของพรรค มักจะไม่เข้าประชุมสภาซึ่งเป็นหน้าที่ตามปกติของผู้แทนราษฎร

อยากให้ลองถามอดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ โทนี่แบลร์ (ตอนเดินทางมาพูดให้สภาปฏิรูปฟัง)ว่าถ้านายกรัฐมนตรีอังกฤษโดดประชุมสภาบ่อยๆ จะโดนวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน และสื่ออย่างไรบ้าง
.

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
driftworm วันที่ : 25/08/2013 เวลา : 10.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๔- SW19

คุยเอาอย่างเร็วด่วน เรื่องเดียวก่อน
การที่คนที่ทำงานบนเก้าอี้นายกฯ (ผมไม่เคยเรียกเต็มปากเต็มคำได้สักที เหมือนไทยไม่มีคนในตำแหน่งที่ว่า)
คอยคิดแต่หาเหตุธุระ "ต้อง" ไปทำ ที่ดูสำคัญกว่าความรับผิดชอบต่อ "วาระของประเทศ" ในสภา
เหมือนคนหนีเจ้าหนี้
เกรงว่าจะกลายเป็นมาตรฐานต่อไปว่า "ผู้รับผิดชอบสูงสุด" ของไทยไม่ต้องนั่งประชุมสภา (ที่มีฝ่ายตรงข้ามอยู่ด้วย)
จะกลายเป็นมาตรฐานต่อไปในรุ่นลูกรุ่นหลาน ส่วนอีกคนก็กดปุ่มสั่งอยู่เมืองนอกทั้งชีวิต
ไม่มีสมาชิกพรรคร่วม รบ.คนไหนออกมาหือ-อืือเลยสักแอะ

...โอ๊ะ.. อุ๊ฟ.. ตายจริง.. พวกนั้นเจตนาสร้างเรื่องกระทบใครหรือเปล่านี่
เอาละ เราไม่พูดแล้ว
.

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
SW19 วันที่ : 25/08/2013 เวลา : 03.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

เกรทบริเทน ไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษร
แต่ใช้วิธีให้คนนี่แหละตรวจสอบกันเอง คือมีหน่วยงานคะคานติดตามดูแลการทำงานกันเอง Press ถูกกำหนดให้เป็นหนึ่งหน่วย/องค์กร ที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และหรือฝ่ายค้าน
Free Press จึงสำคัญในฐานะกลไกควบคุมการทำงาน และ เป็นอุปกรณ์ตรวจสอบว่าทำถูก ทำดี

การไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นตัวหนังสือ เป็นข้อๆ มาตรานู้น มาตรานี้ มันก็ดีอย่าง (ไม่ต้องคิดไปถึงว่า เลยไม่มีประเด็นการขอแก้รัฐธรรมนูญมันเสียทุกรัฐบาล) ทำให้มีการวางวิธีการตรวจสอบกันขึ้นมา หนึ่งวิธีที่ดีมาก คือ ที่เรียกกันว่า PMQs = Prime Minister’s Questions คือ การที่ PM นายกรัฐมนตรีต้องจัดสรรเวลาตอบคำถาม ‘เพื่อน’ สมาชิกสภาผู้แทน ที่สามารถซักฟอกได้เต็มที่ สมัยโบราณนายกรัฐมนตรีรุ่นเก่าให้เวลาสัปดาห์ละ ๒ ครั้ง ครั้งละ ๑๕ นาที ตอบข้อซักถาม พอถึงรุ่น Churchill ก็ตกลงตายตัวเลยว่าเอาวันไหน
สมัยโบราณ ใครถาม PM ตัว PM ก็จะโยนให้ รัฐมนตรีเจ้าของเรื่องตอบแทน สบายไป
พอมาสมัย Thatcher เปลี่ยนเป็นการให้นายกรัฐมนตรีนั่นแหละ ต้องตอบเองทุกคำถาม
ถึง TB – Tony Blair ก็เพิ่มเวลาเป็นครึ่งชั่วโมงทุกวันพุธ

รัฐบาลปัจจุบัน พอมันเป็นรัฐบาลผสม ไอ้พรรคที่ร่วมรัฐบาลมันก็เลยไม่ถามนายกรัฐมนตรี นี่อาจเป็นอีกสาเหตุที่รัฐบาลผสมเป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับประชาชนบริทิชมาก เพราะถ้าเผอิญเป็นคนเลือกพรรคที่ดันมากลายเป็นรัฐบาลผสม แล้วพรรคนั้นก็ไม่ได้เป็นตัวจัดตั้งรัฐบาล (ไม่ได้เป็นหลักในการผลักดันนโยบายของตนเอง) แล้วยังดันไม่ซักค้านอีก แล้วมันจะยังไงกัน

นึกภาพว่าถ้าวิธีนี้ถูกนำเสนอให้ใช้กับนายกรัฐมนตรีไทย แล้วต้องตอบเอง โยนก็ไม่ได้ แล้วจะเป็นไง

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
SW19 วันที่ : 25/08/2013 เวลา : 03.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

มีสำนวนเก่าเกิดจากที่มาโบราณว่า toe the line แปลว่า ปฏิบัติตัวตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ใช้ง่ายๆ ว่า when you toe the line, you do what is expected of you – you follow the rules.

Toe ที่ว่านี้ คือ toe เดียวกับที่แปลว่าหัวแม่เท้า

ที่มาคือการประชุมสภาของเกรทบริเทน เริ่มมาแต่ พ.ศ. ๒๒๕๐ สมัยนู้น ใครๆ ก็ยังพกดาบ เวลาประทะกันด้วยวาจาแล้วไม่สะใจ ก็สามารถชักดาบออกมาจ่อกันได้ จึงมีการขีดเส้นที่หน้าแถวหน้าของแต่ละฝั่ง แล้วกำกับว่า เวลาหงุดหงิดใส่กัน ห้ามแต่ละฝ่ายเอาหัวแม่เท้า (ไปยืน) ล้ำเส้นที่ขีดไว้
ระยะห่างของสองเส้นนั้น กว้างเกินกว่าปลายดาบจะไปจ่อถึงคออีกคน

สรุปว่า ๑)ประชุมสภาสมัยนั้น สร้างสำนวนให้สมัยนี้หนึ่งสำนวน
๒) ไต้หวันสมัยนี้สู้เกรทบริเทนเมื่อสามร้อยกว่าปีก่อนมิได้เลย ยังใช้กำลังกันอยู่นั่นแล้ว เขาใช้อาวุธดาบกันมาตั้งนานแล้ว
..
..
สำหรับ การตอบโต้กันในสภาไทยสมัยนี้ ความแตกต่างจากสภาเกรทบริเทนมีเพียงปัจจัยเดียว คือ ประชาชน

นักการเมือง ประเทศชาติ สัญชาติไหน ไม่ต่างกันมากนัก มีหรือไม่มี PPE (ไอ้ปริญญา Philosophy, Politics and Economics ที่เขามีกันน่ะ) ก็ไม่ทำให้สามัญสำนึก จิตสำนึกต่างกัน สิ่งแตกต่างมาจาก ‘ประชาชน’ ต่างหาก
ว่าจะมีความสำนึกในหน้าที่ ที่ทุกคนต้องมีต่อประเทศชาติอย่างไร ไม่ใช่หน้าที่แบบยามศึกเรารบ ยามสงบเราไม่ทำอะไร แต่เราต้องรู้ รักษาผลประโยชน์ของชาติ ของส่วนรวมที่มันจะคืนผลกลับมาสู่ประชาชนเอง

ถ้าคนรุ่นที่ยังทำงานพึ่งเงินเดือน/ ต้องเลี้ยงลูกตอนนี้ ไม่สนใจติดตาม ตรวจสอบพฤติกรรมนักการเมือง จะยิ่งแก่ขึ้นอย่างลำบากอีกเท่าไหร่ไม่อยากคิด
ขนาดว่าการแสวงหาการศึกษาสมัยก่อน คือ การแสวงหาความรู้ แล้วมาถึงเด็กรุ่นนี้ที่แสวงหาการศึกษาเพียงเพื่อหากระดาษปะตูด ... ก็เมื่อสังคมให้ค่ากับกระดาษมากกว่าความรู้

อนิจจา กลับมาที่เรื่องการศึกษา.. เอดุเคชั่นอีกแล้ว

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
SW19 วันที่ : 25/08/2013 เวลา : 00.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

อ๊ะ.. มาเร็วจัง
เดี๋ยวขออ่านก่อน ค่อยมาใหม่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
driftworm วันที่ : 25/08/2013 เวลา : 00.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

**[แต่คอการเมืองอังกฤษแท้ ๆ เพิ่งยืนยันว่าของอังกฤษแรงกว่านี้เยอะมั่กๆๆๆๆ .. ๕๕๕]**

เป็นเรื่องของ ๑๐๐ คนยลตามช่อง หรือได้รับข้อมูลผิด
หรือเป็นการใช้้อมูลตัดส่วนเอง เลือกส่วนที่ต้องการ หรือเผอเรอ
หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือลืมไป หรือเผอิญไม่อยู่ในประเด็น
หรือ ... หรือ ..... หรือ ... ฯลฯ ฯลฯ

ล้วนมีผลต่อ กล่องข้อมูลในกบาลของสาธารณชน ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางการตัดสินใจ
มีผลต่อทิศทางพลวัตการเมือง มีผลต่อความฉลาดทันคนหรือจะเสียรู้ของพลเมืองด้วย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน