*/
  • driftworm
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 413
  • จำนวนผู้ชม : 414944
  • จำนวนผู้โหวต : 244
  • ส่ง msg :
  • โหวต 244 คน
<< สิงหาคม 2016 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 13 สิงหาคม 2559
Posted by driftworm , ผู้อ่าน : 1874 , 23:01:24 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 14 คน kingkoon , wullopp และอีก 12 คนโหวตเรื่องนี้

< นิทรรศการภาพถ่าย มนุษย์ปากคลองฯ ครั้งที่ ๒ (Humans Of Flower) >

 หัวข้อเรื่องที่เราอยากพูดคือ

๑. แก่นความคิดนำเสนอเป็นเรื่อง  วิถีชีวิตความอยู่รอดของผู้คนที่ทำมาหากินในที่นั้น

๒. แต่การเกิดขึ้นและตั้งอยู่มาจนปัจจุบันมันผิดกฎหมายมาแต่ต้น และรอนสิทธิ์คนอื่น

๓. ทั้งข้อ ๑+๒ ไม่เป็นเหตุให้กิจกรรมนี้ดำเนินต่อไปเช่นเดิมทุกแง่มุม (คล้าย status quo)

๔. แต่แนวการจับประเด็นในมุมนี้ก็เป็นประโยชน์ในฐานะของมุมหนึ่งในกระบวนการเก็บรวมความคิดทางสังคม ทั้งเฉพาะจุดและทั่วทั้งสังคม

- - - - - - - - - - - - -

 

๑.

เดินท่อม ๆ ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ที่ผนังทางเดินโค้งชั้นไหนจำไม่ได้ จัดแสดงผลงานศึกษาชิ้นหนึ่ง นำเสนอด้วยภาพถ่ายบุคคลในสถานที่ทำมาหากิน เราไม่ได้อ่านป้ายเอกสารคำนำของโครงงานที่อยู่หัวงานแสดง แต่มาค้นอ่านในเว็บที่ฝากเก็บเอกสารหนังสือว่าเป็นผลงานของ ...

“ส่วนหนึ่งของผลงานนักศึกษาระดับปริญญามหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิต รายวิชาการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นและการพัฒนาชุมชน หลักสูตรสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร”

 

และจากหน้าแฟนเผจในเฟ้ซบุ๊คของโครงงานนี้บอกว่าได้ลงไปสำรวจภาคสนามเพื่อศึกษาบริบทของย่านตลาดดอกไม้ปากคลองตลาด (=ชุมชน?) ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาครัฐควรทำก่อนที่จะทำการพัฒนาเปลี่ยนแปลงพื้นที่ใด และที่โครงงานนี้จับประเด็นนี้ก็ประหนึ่งการตั้งคำถามกับภาครัฐในหลักดังกล่าว (ดูเนื้อความต้นฉบับในภาพประกอบเรื่องที่คัดลอกมาจากหน้าแฟนเผจของโครงงาน)

 

จุดประสงค์ของโครงงานศึกษา จากหน้าแฟนเผจของโครงงาน

 

 ภาพถ่ายทั้งหมดในชุดที่จัดแสดงเป็นภาพบุคคลของบรรดาตัวละครในฉากจริงของชีวิตทำมาหากินทุกบทบาทที่เกี่ยวข้องกับตลาดดอกไม้ที่ปากคลองตลาด ซึ่งเป็นทั้งตลาดกลางคืนและตลาดกลางวัน พร้อมคำพูดจากปากของบุคคลนั้น ๆ ที่สะท้อนความคิด ความรู้สึก ความผูกพัน ความทรงจำ ที่ให้กับผู้ทำโครงงาน ถูกพิมพ์ประกอบบนภาพเป็นคำบรรยาย (caption) เราเดินดูและอ่านตลอด -ยกเว้นป้ายที่บอกความเป็นมาของโครงงาน- แล้วรู้สึกกระทบตอกย้ำ (impact) อยู่แต่ประเด็นด้าน “อารมณ์” (อาเวค passion) ไม่ว่าจะความรู้สึกผูกพัน ค่าที่ใช้ชีวิตทำมาหากินอยู่กับที่นั้นมานาน ความรู้สึกด้านความมั่นคงในชีวิตและอนาคตที่ไม่แน่นอนนับจากนี้

 

และเราก็เกิดคำตอบในใจขึ้นมาทันทีเหมือนกันว่าโครงงานนี้เหมือนจับผิดประเด็น เพราะว่าการที่คนจากทุกสารทิศมารวมกันทำกิจกรรมเดียวกัน หรือกิจกรรมร่วมกันเป็นระยะเวลานานที่แน่นอนช่วงหนึ่ง ๆ ย่อมเกิดความรู้สึก (เหมือนถูกหล่อหลอม) ให้ค่า ให้ความสำคัญ รู้สึกผูกพัน ก็เหมือนการได้ใช้ชีวิตร่วมโรงเรียน ร่วมสถานศึกษา ร่วมงาน แม้กระทั่งกิจกรรมไม่กี่วันเช่นการร่วมค่ายพักแรม ค่ายอบรม (อย่างลูกเสือชาวบ้าน) ก็พัฒนาอารมณ์เช่นนี้ขึ้นมาได้ ในกรณีสถานศึกษายังนำคำบาลีที่บัญญัติถึงสถานที่ที่มีอารมณ์ผูกพันว่า อาลัย ดังคำว่าวิทยาลัยที่มาจาก วิทย+อาลัย นี่เองเราจึงว่าประเด็นความคุ้นชินในวิถีชีวิตที่ผูกพันนี้เป็นแง่มุมที่เป็นส่วนควบเกิดขึ้น ไม่ใช่ประเด็นสาระหลัก

ประเด็นสาระหลักนั้นเราว่ามันคือความเป็นเมือง (metropolitan) และการจัดการกับมัน ในเรื่องระเบียบ กฏเกณฑ์ กติการ่วมกัน เพื่อให้เมืองสงบสุข ยั่งยืน อำนวยสุข

การนำเสนอในด้านอารมณ์จึงคล้ายเป็นดังคำตลาดปัจจุบันว่าดราม่า สร้างความบีบคั้นอารมณ์ผู้รับสาร อีกทั้งในอีกแง่หนึ่งมันก็คล้ายวิถีงานของเอ็นจีโอ

 

๒. + ๓.

ผู้ศึกษาไม่ควรลืมประเด็นทางสังคม หากขยายมุมมองทางสังคมให้กว้างจากหัวถึงท้ายปรากฏการณ์ ดังที่พูดในท้ายข้อ ๑ ถึงการเกิดขึ้นของเมืองและการบริหารจัดการให้บรรลุวัตถุประสงค์ของความเป็นเมือง หากใช้ประเด็นทางอารมณ์ผูกพันมาเป็นเหตุผลของการคงอยู่ของชุมชนย่อยที่ผิดกฎหมาย ผิดเทศบัญญัติมาแต่ต้นจนลุกลาม (และตั้งมั่นจนกลายเป็นภาพลวงตาว่ามันเป็นความถูกต้อง และมีความชอบธรรมที่จะคงอยู่เช่นนั้น) มันก็ยังเคยมีกรณีของชุมชนแออัดหรือสลัมในอดีต บ้านใต้สะพาน ที่การเกิดขึ้นและตั้งอยู่ก็ไม่ต่างจากปากคลองตลาด ทางเท้าย่านประตูน้ำ ทางเท้าย่านศิริราช พรานนก ซ้ำร้ายกว่านั้นยังน่าจะมีขบวนการเก็บกินผลประโยชน์นอกระบบแอบแฝงอยู่กับชุมชนทำมาหากินแบบนี้ด้วย

น่าที่จะมองกว้างออกไปถึงเจ้าของอาคารห้องแถวร้านค้า ถึงผู้สัญจรทางเท้าด้วยอีกหน่อย

 

ส่วนภาพถ่ายนักท่องเที่ยวต่างชาติพร้อมคำบรรยายว่าพวกเขาต้องการสัมผัสวิถีค้าขายแบบนี้ ที่เป็นธรรมชาติ อันนี้มีข้อโต้แย้ง จากที่เราเคยดูหนังสารคดีที่เคยออกอากาศช่องไทยพีบีเอ๊สถึงตลาดสินค้าอาหาร สินค้าเกษตรจากเกษตรกรผู้ผลิตเองทั้งเนื้อสัตว์และพืชผล ที่ตลาดที่มีการจัดการสมัยใหม่กลางเมืองหลวงของสเปน ก็มีนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกนิยมไปเที่ยวชมจับจ่ายอย่างเนืองแน่นคึกคักด้วยความรู้สึกว่าพวกเขาได้สัมผัสชีวิตชาวสเปนได้จริง ๆ ตลาดนี้ถึงช่วงตลาดปิดก็มีการเก็บกวาดขยะหีบห่อด้วยรถจักรกล ฉีดล้างจนเรี่ยมแร้ราวไม่เคยมีกิจกรรมตลาดตรงนั้นมาก่อน (ตรงบริเวณรถขนส่งขึ้นลงสินค้า)

ในไทยเอง ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไท ตลาดอตก.ก็พิสูจน์ถึงการผสมผสานกันได้ของการจัดการที่ดีเข้ากับการค้าขายปลีกและขายส่งสินค้าเกษตร สินค้าอาหาร

 

๔.

อย่างไรก็ดี การจับประเด็นนี้และการนำเสนอก็เก็บรายละเอียดได้พอสมควรและนำเสนออย่างมีคุณภาพ และตรงประเด็นที่จับ

ถึงตรงนี้เราคิดว่าที่พูดในข้อ ๒ และ ๓ นั้นเราเข้าใจผิดไปเองที่คิดว่าผู้ทำโครงงานนี้จับประเด็นผิด เพราะทิศทางของข้อความในภาพและน้ำเสียงมันส่งนัยยะให้เราเข้าใจไปเช่นนั้น แต่ที่จริงแล้วผู้ทำโครงงานก็คงรู้ปัญหาดีว่าในสังคมไทยมักมีความย่อหย่อนในการบังคับใช้กฎหมาย กฎกติกาจนเมื่อปัญหาเป็นดินพอกหางหมูก็กลายเป็นว่าภาครัฐที่จะมาสะสางความเป็นระเบียบก็ต้องแบกความรับผิดชอบชีวิตพวกเขา และกลับเป็นฝ่ายต้องคิดหาทางออกให้พฤติกรรมของพวกเขาที่ทำผิดมาแต่ต้น (ซึ่งมีอีกนับร้อยกรณีด้วยเนื้อหากิจกรรมต่าง ๆ นานาทั่วประเทศ)
แต่ผู้ทำโครงงานจับศึกษาเฉพาะประเด็นผลกระทบต่อพ่อค้าแม่ค้าที่รับผลโดยตรง กับผู้เกี่ยวข้องสืบเนื่องที่รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งเมื่อภาครัฐที่ต้องการดึงให้กิจกรรมทำมาหากินเหล่านี้กลับเข้าไปอยู่ในร่องในทางของกฎหมาย กฎกติกา โดยคำนึงถึงประเด็นดังเช่นที่โครงงานนี้ศึกษามา ก็จะทำให้แผนงานปรับเปลี่ยนของภาครัฐมีความราบรื่น ไม่เกิดปัญหาใหม่ขึ้นมา

 

โครงงานนี้จึงเท่ากับเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างแผนงาน ช่วยคิดต่าง คิดแตก สร้างมุมมองให้รอบด้านถี่ถ้วน มุมมองด้านชีวิตมนุษย์ ที่เก็บข้อมูลและนำเสนอได้ดี

ยังอยู่ก็แต่ว่าโครงงานนี้ไม่ได้มีข้อเสนอเป็นตุ๊กตา (model) ของการจัดการปัญหานี้และปัญหาอื่นเช่นเดียวกันนี้โดยอาศัยสถาปัตยกรรม (แขนงเมือง + แขนงพื้นถิ่น) เข้ามาช่วย

 

หมายเหตุ - ขอเพิ่มนิด การรอนสิทธิ์ของผู้ใช้ทางเท้าอย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย เท่ากับฉกฉวยสิทธิ์ที่ว่าไปแปลงเป็นรายได้ ประโยชน์ตน (ส่วนจะส่งค่าต๋งให้ใคร อย่างไร ในที่นี้ยกไว้ก่อน)

ครั้นภาครัฐเข้ามาจัดการระเบียบ กลับต้องรับผิดชอบความมั่นคงทางอาชีพให้พวกเขาอีก ซึ่งก็เท่ากับเอาภาษีจากผู้ถูกรอนสิทธิ์ไปอุดหนุนพวกเขาอีก

นี่ต้องไม่ใช่ปรัชญาของเมือง (metropolitan) แน่ ๆ

 

 

ภาพประกอบมาจากอีบุ๊คของโครงงานนี้ ที่ : http://issuu.com/nuisasamonrattanalangkarn/docs/humans_of_flower_market_booklet?workerAddress=ec2-54-210-63-214.compute-1.amazonaws.com

แฟนเผจของโครงงานศึกษานี้ : https://www.facebook.com/ManusPakkhlong/?fref=ts

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 47 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 31/08/2016 เวลา : 23.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

สวัสดียามดึกคุณหนอนยังไม้นอนหรือคะ....เรื่องนี้ยังถกกันไม่จบหรือคะ ไปตามคุณ SW19 คุยต่อถ้าจะดีนะ

ความคิดเห็นที่ 46 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 31/08/2016 เวลา : 22.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

แต่กับโครงการทางเดินริมสองฝั่งเจ้าพระยา ช่วงแรก ๑๔ ก.ม.
(โครงการเต็มจะทำ ๕๗ ก.ม. ไปถึงบางกระเจ้า)
นี่จะใช้วิธีคิดเอากฎหมายเป็นที่ตั้ง ต้องคิดหลายตลบ

ความคิดเห็นที่ 45 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 25/08/2016 เวลา : 23.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๔๔-

ไล่อ่านเรื่องหรือไล่อ่านความคิดเห็นครับ
หรือว่าไล่อ่านทั้งสองอย่าง

ดูสิ ผมพูดในความเห็นที่ ๒๙ ว่าคนไทยมีภาพความเข้าใจใน ปชต. แบบเด็กดื้อและไม่ยอมโต
ล่าสุด ในการที่จนท.ทหารตำรวจเข้าทำการรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำสถานที่ท่องเที่ยว
ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ ทั้งนี้ กับกิจการที่ศาลมีคำสั่งรื้อถอนออกมานานแล้ว
มีผู้ลงทุนกลุ่มหนึ่งเป็นชาวม้งอพยพเดิม ได้ระดมคนม้งด้วยกัน
มาขวาง จนท.ไม่ให้สามารถเข้ารื้อถอนได้
สุดท้ายหลังจาก จนท.เอาจริง ยืนยันด้วยคำสั่งศาลและอำนาจตามคำสั่ง ม.๔๔ (รัฏฐาธิปัตย์)
ผู้ลงทุนชาวม้งกลุ่มนั้นเปลี่ยนเป็นเรียกร้อง "ค่าเยียวยา"
.

ความคิดเห็นที่ 44 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 25/08/2016 เวลา : 21.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ยังกลับมาไล่อ่านอยู่เลยคุณหนอน

ความคิดเห็นที่ 43 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 22/08/2016 เวลา : 16.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

กระเจี๊ยบ

เมื่อเดือนกรกฎาคม ผมพาเพื่อนจากฝรั่งเศสขึ้นเรือที่ท่าราชินิ เดินดูหาผักเครื่องทำสลัด
ก็ยังหวาดเสียวได้ที่อยู่เช่นเคยครับ
ตอนจะกลับ ยืนรอเรียกแท็กซี่ ก็สับสนว่าควรจะยืนเรียกตรงไหน
รถเมล์ก็ยังวิ่งอยู่ ............

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 22/08/2016 เวลา : 00.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

จำไม่ได้ว่าเดินปากคลองตลาดครั้งสุดท้ายปีไหน คงไม่เกิน ๑๐ ปี แต่ก็คุ้นตากับละแวกนี้ตั้งแต่ช่วงเรียนมัธยมจนถึงปี ๒๕๓๑ ความรู้สึกช่วงนั้นคือหวาดเสียวทุกทีที่ลงไปเดินบนถนน นึกในใจว่าทำไมแม่ค้าต้องมาขายของบนทางเท้า ไม่ชอบค่ะ......เป็นความคิดตอนนั้น

ความคิดเห็นที่ 41 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 20/08/2016 เวลา : 14.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๔๐- แม่หมี

แม่หมี อ่านสบาย ๆ ไม่เครียดนะครับ
ที่แม่หมีแสดงความเห็นอกเห็นใจะอค้าแม่ค้านั่นก็ไม่ถือว่าผิดนะครับ
อ่านแบบสำรวจทั่ว ๆ รับรู้ว่า อ้อ คนนี้มีความคิดแบบนี้ อีกคน อีกฝ่ายเห็นว่าอย่างนี้ ๆ
แบบยังไม่ถือว่าไหนผิดไหนถูก
แต่ลองดูว่ามีนจะหาข้อสรุปร่วม ข้อตกลงร่วมกันได้ไหม
ถ้าตกลงร่วมกันว่าจะไปซ้ายก็ไปกัน
ถ้าตกลงว่าจะไปขวาก็ไปกัน
ข้อสำคัญคือให้เป็นข้อตกลงร่วมกัน หรือเสียงส่วนใหญ่ เหมือนที่ทำประชามติกัน
แล้วเดี๋ยวรายละเอียดอื่น ๆ จะตามมาบอกในใจแม่หมีเองว่า
อะไรเป็นไปได้ อะไรเป็นไปไม่ได้หรือไม่ควรจะเป็น

ถ้าอ่านแบบหาที่ผิดที่ถูกเสียแต่ต้นทีเดียว อาจทำให้ความคิด วิจารณญาณของเราสั้น

ความคิดเห็นที่ 40 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 20/08/2016 เวลา : 11.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

แวะมาอ่านอีกครั้ง

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
driftworm วันที่ : 19/08/2016 เวลา : 13.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๓๘- SW19

ขอบคุณที่นำประสบการณ์ต่างที่ แต่ทิศทางวัฒนาการกระแสเดียวกันมาแบ่งปัน
ฟามเปี่ยนแปง ฮะอึ๊ย ความเปลี่ยนแปลงเป็นจริงนิรันดร์
หายไข้แล้วเข้ามาอีกนะครับ จะได้ชวนเปิดศึก(ทางความคิด) กับนักปฏิรูป ฮ่าๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 38 กระเจี๊ยบ , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 19/08/2016 เวลา : 05.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน
ไข้เพิ่งสร้าง เลยมาช้า
นึกว่าตลาดจะวายไปเสียแล้ว
เล่านิทานดีกว่า
SW19 มาอยู่ลอนดอนในเวลาที่ตลาดผักและดอกไม้หลักของลอนดอนยังอยู่ ตลาดที่คนมาเที่ยวสมัยนี้ต้องแวะไปดู กลายเป็นตลาดขายของนักท่องเที่ยว คล้ายจตุจักร เป็นตลาดที่นักท่องเที่ยวต้องมาดูให้ได้ เรียกว่า Covent Garden อ่านว่า คัฟเว่นการ์เด้น (ไม่ใช่ โคเว้นการ์เด้น อย่างที่ติดปากกัน)
ตลาด คัฟเว่นการ์เด้น เป็นตลาดหลักของเมืองหลวง มีมาตั้งแต่สมัยรถม้า น่าจะสองร้อยปี จนปัจจุบันมีรถยนต์ถนนก็ไม่ได้ขยาย เป็นขนาดเลนเดียวเท่าเดิม ก็ยังวิ่งสวนทางกันได้ เพราะมีคนหยุดให้อีกคนไปก่อน

ที่จริงตลาดแยกกันหมด ทั้งผัก ดอกไม้ ปลา เนื้อ ปลา คือ Billings Gate เนื้อคือ Smithfield
ถึงเวลาหนึ่งทำเลของคัฟเว่นการ์เด้น ที่ห่างจากศูนย์ไมล์ของลอนดอนนิดเดียวไม่เหมาะแล้ว ก็มีการเตรียมการล่วงหน้า แล้วย้ายไปอยู่ที่อีกฟากของเมืองเรียกว่า New Covent Market น่าจะไกลมากมายในความรู้สึกจากของเดิม แต่เมื่อต้องไปก็ต้องไป แล้วที่สุดก็ให้ต้นทุนถูกกว่าสำหรับพ่อค้า เพราะที่ตั้งเดิมมันกลางเมืองเกินไป ที่แพง ถนนก็แคบ ที่จอดรถก็ไม่มี รถบรรทุกเข้าไม่ได้
ที่ใหม่สะดวกทุกอย่าง แม้จะไกล แต่ใกล้ไกลก็ไม่ได้ไกลมาก เมื่อเงื่อนไขเป็นเช่นนนั้น คนจะค้าขายก็ต้องจัดการชีวิตตัวเอง มันเป็นเรื่องของ wholesale, retail ด้วย
ถ้าค้าส่ง คนซื้อก็ต้องตามตลาด
ถ้าค้าปลีก ตลาดก็ต้องเอื้อคนซื้อ

กลับมาที่ปากคลองตลาด มันกลายเป็นเรื่องของ หลักการ วิธีการ เท่าที่ฟังเพื่อนผู้มีตึกแถวอยู่ที่นั่นมาตั้งแต่รุ่นพ่อ หลักการน่ะเขายอมรับกันได้ แต่วิธีการ และการจัดการต่างหากที่มันไม่ลงตัว
ส่วนไอ้นิทรรศการเนี่ย ไอ้ที่สัมภาษณ์กันมา มันเอาความรู้สึกมากดดันความถูกต้อง เหมือนมาอยู่ตรงนี้นานๆ แล้ว อาศัยความปล่อยปละละเลยของกทม มานานแล้ว นานๆ ไป ก็กลายเป็นเจ้าของพื้นที่ เป็นความถูกต้อง กลายเป็นผู้ถูกรังแก
เหมือนขนมผสมน้ำยา ไอ้คนที่ชุ่ยก็ปล่อยมาเรื่อย จนไอ้คนที่ได้ประโยชน์ก็ยึดเหนียวเลย
มันปล่อยนานจนกลายเป็น norm พอวันหนึ่งจะดึงกลับ ก็กลายเป็นต้องไปเปลี่ยน norm – ไปฝืนธรรมชาติชาวบ้าน - ก็ดูเป็นผู้ร้ายสิ
อ้าว ไม่รู้จุดประเด็นหรือเปล่า มาแค่นี้ พอหายไข้ก่อนละกัน
เดี๋ยวไข้หายจริงๆ มาอีกทีจะยุ่งละสิ

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
driftworm วันที่ : 18/08/2016 เวลา : 23.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว


กับนี่ครับ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
driftworm วันที่ : 18/08/2016 เวลา : 23.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว


นี่ครับ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
driftworm วันที่ : 18/08/2016 เวลา : 22.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๓๒- สวัสดี วรรณสุข เพื่อนบล๊อกเก้อร์ที่ยาวนาน

ที่ว่ากลายเป็นตลาดนั่นพูดถึงตลาดบนทางเท้าหรือตลาดในคูหาห้องตึกแถวครับ
อื้ม เดี๋ยวหารูปองเพื่อน มาย่อให้เหลือ ๒๕ เค มาแปะดู

ความคิดเห็นที่ 34 Joseph ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 18/08/2016 เวลา : 22.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๓๑- Joseph

อันที่จริง ผมไม่ได้ถือเอาหลักความเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นที่ตั้งหรอกนะครับ
ไม่ได้ถือเอาเป็นเป้าหมายสำคัญสูงสุด แต่พูดว่าเป็นวิธีการ เป็นพื้นฐานที่จะสร้างประชาธิปไตย
ทีนี้ ที่ทาง ทางเท้า ที่เฉลี่ยใช้ร่วมกันของคนโดยส่วนรวมมันถูกกำหนดให้ราบเรียบไร้สิ่งเกะกะกีดขวาง
เพื่อสวัสดิภาพการเดินเท้าสัญจร มัันมาจากเทศบัญญัติ กฎหมายระดับเมืองบริหารจัดการพิเศษ
อบต. หรือเทศบาล นัยยะคือมาจากหน่วยงานสัญญาประชาคมของชุมชรนรูปแบบนิคิรัฐ (นี่ร่ายทฤษฎีเลย)
ซึ่งก็คือ้อตกลงร่วมกัน เฉลี่ยกันใช้ มีตัวแทนดูแลบังคับใช้กติกานั้น

ที่มีบล๊อกเก้อร์บางท่านเสนอความคิดว่า ปรับเปลี่ยนได้ หรือควรคำนึงถึงคุณค่าวิถีชีวิต เหล่านั้น
ก็ทำผ่านการแก้ไขกติการ่วมกัน ข้อตกลงร่วมกันออกมา
นั่นก็จะเท่ากับว่า ส่วนรวมจะเอาอย่างงั้น

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
driftworm วันที่ : 18/08/2016 เวลา : 22.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๓๐- MephistoWitchy

อันนี้น่าสนใจหาวิธีการที่จะทำอย่างนั้นให้สำเร็จครับ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
วรรณสุข วันที่ : 18/08/2016 เวลา : 16.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

วันก่อนเพิ่งผ่านไปเห็นกลายเป็นตลาดไปแล้ว งงมากเลยค่ะ ใจหาย

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
Joseph วันที่ : 18/08/2016 เวลา : 14.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Joseph
God Bless You, Michael Joseph

ปากคลองตลาด มีตำนานเล่าขานในสมัยเป็นนักเรียนหัวเกรียน ชอบไปเที่ยว เดินเล่น ไม่ซื้อของ เพราะไม่มีเงินมาก ไปดูบรรยายกาศ ชอบบรรยากาศแบบนั้น คือ จำได้ว่า ถ้าใครจะซื้อดอกไม้สวยๆ เยอะๆ ต้องไปที่ "ปากคลองตลาด"

หากมองในมุมของการจัดระเบียบสังคม จัดระเบียบเมืองก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ทว่า จัดช้าไปหน่อยนะ (อิอิ)

มุมกลับกัน มองในมุมอาชีพ อย่างที่บอกที่นี้มีเรื่องเล่า มีเรื่องให้ผู้ไปแล้วก็รู้สึกว่านี้คือแหล่งอาชีพขายดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้ แต่ผมไม่รู้ว่าหากจัดระเบียบแล้ว อาชีพของคนเหล่านี้จะยังคงอยู่เหมือนเดิมมากน้อยแค่ไหน

จะขอติดตามความคืบหน้าต่อไป

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
MephistoWitchy วันที่ : 18/08/2016 เวลา : 13.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MephistoWitchy

เห็นปากคลองตลาดมานาน ยอมรับว่าการค้าที่อยู่บนบาทวิถีขัดกับระเบียบ แต่ระเบียบและข้อปฎิบัติก็ออกโดยมนุษย์เอง การที่จะออกระเบียบเพื่อให้สอดคล้องกับการดำรงชีวิตย่อมทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นแหล่งทำมาหากินที่สุจริตด้วยแล้ว ไม่ใช่อ้างแต่ว่าต้องการความระเบียบเรียบร้อยเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 29 กระเจี๊ยบ , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
driftworm วันที่ : 18/08/2016 เวลา : 12.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

(มาเติมสาระ ทัศนะสักหน่อยหนึ่ง)

แวบหนึ่ง
เราคิดว่าคนบ้านเรามีภาพความเข้าใจต่อประชาธิปไตยในแบบเด็กดื้อที่ไม่ยอมโต
ตั้งแต่ ดื้อขับรถย้อนศร ดื้อตั้งร้านขายของบนทางเท้าและที่สาธารณะไปจนถึงป่าสงวน อุทยานแห่งชาติ – เดี๋ยวค่อยไปต่อรองกันทีหลัง, ดื้อดัดแปลงก.ม.ให้เข้าทางตัวเอง ให้วันหยุดเป็นวันทำงาน ให้ไม่ต้องเสียภาษีโอนหุ้น ไม่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต, ไปจนถึงดื้ออาละวาดทำลายข้าวของ เผาที่ชาวบ้าน แล้วค่อยออกก.ม.นิรโทษกรรม ฯลฯ สรุปคือดื้อมันตั้งแต่ระดับรากหญึ้นไปยันที่เรียกตัวเองเป็นผู้ปกครอง และล้วนไม่ยอมโต

ก็ประชาธิปไตยมันเป็นเพียงคาถาแบบหมาป่ากับลูกแกะ เป็นข้ออ้างที่จะเขมือบกันเป็นทอด ๆ ของห่วงโซ่อาหาร ประเทศใหญ่ใช้เป็นข้ออ้างเมือบประเทศเล็ก ๆ
ผู้ปกครองของประเทศเล็ก ๆ ใช้เป็นข้ออ้างเขมือบงบประมาณ เขมือบคู่แข่งธุรกิจที่ไม่มีอำนาจ เขมือบพลเมือง
ลิ่วล้อผู้นำแบบนั้น ผู้นำ-นักการเมืองในท้องถิ่นก็ใช้เป็นข้ออ้างเมือบงบประมาณ เอาเปรียบชาวบ้าน
ฯลฯ
เหมือนที่บางคนเลี้ยงลูกจนสะป็อยล์ (spoiled) นั่นแหละ

ประชาธิปไตย = หมวกสวมบนระบบปลาใหญ่กินปลาเล็กเป็นทอด ๆ ในห่วงโซ่ หรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
driftworm วันที่ : 17/08/2016 เวลา : 23.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๒๒- bene

(อีกที)
สรุปว่า กิจกรรมค้าขายมีอยู่ตลอดไป
แล้วถ้าองดี มีคุณภาพ ราคาจูงใจ จะเปลี่ยนสถานที่อย่างไร ก็ติดตลาดได้เรื่อยไป
เราอย่าไปติดที่เลย? หรือเปล่า

คห.๒๑ ท่านนันทเดช คงน่าจะอ้างถึงบรรยากาศ ที่คนสมัยนี้นิยมเสพ พร้อมกับ
สิ่งที่นิยมเสพอีกอย่างที่เรียกว่า story
ส่วนในเนื้อเรื่องข้างบน ผมพูดถึงการจัดการแบบสมัยใหม่กับการค้าขายสินค้าเดิม
ให้เป็นระบบระเบียบ จัดการได้ง่าย
ทุกประการสารมารถจะผสมผสาน (blend) เข้าด้วยกันได้หรือไม่
โดยที่จะขาดไปก็คือสถานที่ จะไม่ใช่ที่เดิม?

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
driftworm วันที่ : 17/08/2016 เวลา : 22.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เมื่อวานซืน วันจันทร์ เพื่อนมาจากกทม. บอกว่าทางการจัดระเบียบปากคลองตลาดแบบถาวรแล้วคราวนี้
โล่งเตียนตลอด รวมไปถึงตลาดกลางคืนที่ถัดจากบริเวณใต้สะพานพุทธฯึ้นไปตามถนนที่ไปถึงวัดสามปลื้ม
ที่ทำเป็นห้องเป็นล็อค ๆ โครงเหล็กแ็งแรง ผนังหลังคาก็กึ่งถาวรแข็งแรง
ขายเครื่องแต่งกายแฟชั่น เสื้อผ้า หมวก เข็มขัด รองเท้า ฯลฯ
และแน่นอน ของกินก็ตามมาสารพัดทั้งอาหารหนักและน้ำ ตั้งโต๊ะกันบนถนนชิดทางเท้า
และบนเกาะกลางนั่นแหละ นั่นคือรถโดยสารประจำทางและรถยนต์สัญจรก็ยังวิ่งยังใช้ถนนอยู่
ไม่นับรถกระบะของขนของและรถยนต์ของผู้ค้าในห้องเป็นล็อคด้วย
ถูกจัดระเบียบถาวรไปแล้ว

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
driftworm วันที่ : 17/08/2016 เวลา : 21.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คุณ bene

-๒๒-
ออกจะเห็นด้วยอยู่หลายประกาย แต่มึน ๆ อยู่ จะอละไว้แป๊บหนึ่ง

-๒๓-
ก็ยังไม่ตอบเหมือนกัน แต่ขอเล่าอะไรเรื่อยเปื่อย
ปีที่แล้ว เพื่อนเป็นอัยการ ท่านนี้เคยเรียนที่ รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย
ที่มีพื้นที่ต่อเนื่องกับปากคลองตลาด ท่านเอารูปหน้า รร.ในตอนปีที่แล้วนั้นมาลงเฟ้ซบุ๊ค
มีตะเข่งมอมแมมตั้งอยู่หน้าป้ายชื่อ รร. มีผ้าใบขึงกันแดด ฝน ยึดโยงคันไม้รวก พร้อมสายระโยงระยาง
ไปบนสันรั้ว รร. มีสายไฟพันยึดห้อย ที่ป้าย รร.ก็มอมแมมกระดำกระด่าง
ท่านบ่นในตอนนั้นว่าเรื่องนี้จะต้องร้องเรียนไปที่หน่วยงานไหน แต่เบื้องต้นท่านเอง
จะทำจดหมายไปขอความเห็นจากสมาคมศิษย์เก่าและสมาคมผู้ปกครองและครูฯ ก่อน

ท่านว่าตอนนั้นทางการมีข้อตกลงให้หยุดค้าขายสัปดาห์ละหนึ่งวัน
.
เมื่อวานซืนนี้ เพื่อนส่งรูปของปัจจุบันมาให้ดู โล่งเตียน สะอาดสะอ้าน
แต่ผมไม่รู้ว่าเป็นเรื่องชั่วคราวหรือไม่ คล้าย ๆ ที่เคยมีข้อตกลงกันหยุดขายสัปดาห์ละหนึ่งวันหรือเปล่า
.

ย้อนมาที่เมื่อครั้งอัยการท่านนี้เรียนที่ รร.สวนกุหลาบฯ ๔๐ กว่าปีแล้ว
การค้าขายดอกไม้ยังอยู่แต่ฝั่งปากคลองตลาด ไม่รุกลามข้ามมาที่ฝั่งโรงภาพยนตร์เอ็มไพร์(เดิม)
เดินมา รร.ตอนเช้า เดินกลับตอนเย็นยังโล่ง สบายอยู่
นี่เป็นเหตุผลอีกข้อหนึ่งว่า เมื่อกฎหมายย่อหย่อนอ่อนข้อ มันจะขยายรุกลามขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ
ถึงวันนั้นไม่แค่ดินพอกหางหมู แต่ความที่มันขยายึ้นมา มันกลายเป็น "มวลชน" ที่จะใช้อำนาจต่อรองขึ้นมาอีก

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
driftworm วันที่ : 17/08/2016 เวลา : 21.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๒๑- ท่านนันทเดช

ขอบคุณท่านนันทเดชที่ให้ความเห็นกับกรณีย้ายปากคลองตลาดครับ
ผมมีความคิดเห็นว่า ทัศนะของผู้หาเลี้ยงชีพที่เกี่ยวข้องกับตลาดดอกไม้ที่ปากคลองตลาด
ที่ผู้ทำโครงงานนำมาเขียน quote เป็นป้าย้อความหลากหลายนั้น มีความไม่สมเหตุสมผล
ตรงที่เป็นมุมมองแต่ส่วนเดียว แต่พูดเหมือนเป็นทั้งหมดองตัวตลาดดอกไม้ปากคลองตลาด
ป้ายอันหนึ่งว่า
ฝรั่งเขาไม่ได้มาดูวัด ดูวัง เขามาดูตลาด (ซาร่า, ไก๊ด์)
ผมเห็นรถบัสปรับอากาศจอดย่านวัดพระแก้ว ท่าเตียน จนแออัดอยู่เสมอ
เห็นนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกและเอเซียเข้าชมวัดพระแก้ว วัดโพธิ์ วัดเทพธิดาราม ฯลฯ
หรือวัดไตรมิตรฯ จำนวนมาก ๆ อยู่บ่อย ๆ ทุกครั้งที่เข้าไปทำธุระใน กทม.
อีกป้ายที่บอกว่า
ฝรั่งเขาไม่ชอบของหรูหรอก บ้านเขามีแล้ว (วรรณี)
ตรงนี้ใช่ แต่ความไม่หรูต้องไม่ใช่การจงใจก้าวล่วงกติกา ละเมิดกฏ
ทั้งยังรุกล้ำ รุกรานต่อออกไปเรื่อย ๆ
ผมยังตงิด ๆ ในใจว่าถ้ามัคคุเทสก์นำชมบอกให้ฝรั่งรู้ว่า "ที่เห็นเป็นบ้าน ๆ พื้นถิ่นแบบนี้นะครับ
เขาแหกกฎหมายกันมาแต่ต้นเลย นี่ลงไปรอเรียกแท็กซี่บนถนนก็ระวังนิดนะครับ ราชการมีนโยบายจะย้ายตลาดนี่อยู่
อีกหน่อยคงไม่ได้เห็นภาพบรรยากาศแบบนี้อีกแล้วครับ เอ่อ แล้วไม่ทราบว่า
ที่บ้านเมืองของท่านมีการลงมาค้าขายแบบบ้าน ๆ แต่ละเมิดเทศบัญญัติืมั่งมั้ยครับ"
ฝรั่งเขาจะตอบว่่ายังไงนะ เพราะบ่้านเมืองเขานั่นสุดจะเคร่งครัดกว่าเรามาก

แต่ความคิดเห็นของท่านนันทเดชที่ว่า ปรับแค่ ๒-๓ เรื่องก็น่าจะพอ นั้นน่าสนใจครับ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
driftworm วันที่ : 17/08/2016 เวลา : 20.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๒๐- SnowDox

๓๐ - ๔๐ ปีได้ละครับ

ความคิดเห็นที่ 23 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
bene วันที่ : 17/08/2016 เวลา : 19.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

เข้าใจว่าที่ตลาดดอกไม้อยู่ปากคลองฯ แต่ก่อนคงเพราะคนใช้เรือใช่มั้ยคะ แล้วกลุ่มชาวสวนที่ปลูกดอกอยู่ฝั่งธนฯ ตามชุมชนคลองเป็นหลัก จังปักหลักกันที่นั่นและราคาดอกจึงถูกเพราะขนส่งทางเรือ ใกล้แหล่งปลูก

แต่สมัยนี้เข้าใจว่าแหล่งปลูกมาจากหลากที่กว่าเดิม และการขนส่งเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ขนดอกกันแล้ว ? การเข้าออกตลาดนอกจากคนทั่วไปที่มีปัญหาพวกพ่อค้า-แม่ค้าที่เข้าออกส่งของเข้าตลาดคงเจอปัญหาด้วย? ประเด็น ขายบนทางเท้านี่คงเลี่ยงกันไม่ได้แน่ๆค่ะ (คนมาตั้งร้านเขาก็ไม่รู้สึกละอายเลยนะ ว่าที่สาธารณะ ตัวมาจับจองใช้ประโยชน์ บ่อยครั้งเห็นทำให้พื้นสกปรกด้วยซ้ำ....เราเลยเลี่ยงไม่อยากใช้บริการร้านพวกนี้)

ความคิดเห็นที่ 22 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
bene วันที่ : 17/08/2016 เวลา : 19.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

ขอพูดในฐานะคนเดินถนนและลูกค้านานๆปีทีหน(ไม่เกี่ยวกับปากคลองฯ โดยตรงนะคะ) เป็นคนนึงที่ ไม่ชอบความสกปรกของตลาดสด นานๆเดินทีน่ะโอเคค่ะ อยู่เชียงใหม่ กาดวโรรส ไปปีละสอง-สามครั้งเท่านั้น แต่พวกบิกซีคาร์ฟูไปเดือนละสาม-สี่ครั้งก็ว่าได้ พวกลูกค้ารายย่อย ถ้าไม่ซื้อเยอะ เขาไปไม่ไปหรอกตลาดแบบนี้ นับวันคนเยอะขึ้นๆแต่ลูกค้าที่เข้าตลาดสดน้อยลงนะ คนที่ขายได้ขายได้เพราะลูกค้าประจำ ? ถามว่านักท่องเที่ยวไปเขาไปซื้อของ? ...เป่าวเขาไปดูเฉยๆ ซื้อก็แค่ดอกสองดอก ? ทางรัฐถ้าไม่อยากเรื่องมาก ไปจัดตั้ง-หาสถานที่ทำตลาดสดใหม่ ยังไม่ต้องยุ่งที่เดิม ทำที่ใหม่ให้ดี คนไปได้สะดวก ความหลากหลาย-สดของดอกไม้ไม่ต่างกัน ราคาไม่ต่างกัน ...ลูกค้า(รายย่อย รายใหม่)ไปที่ใหม่ แน่ค่ะ ให้ดูการจัดการตลาดนัดจตุจักร สมัยก่อนโน้นที่ย้ายจากสนามหลวงไป แรกๆก้ว่าต้านกันหัวชนฝา ตอนนี้ให้ย้ายไปสนามหลวงที่เดิมจะมีคนไปมั้ย? ... จตุจักร ไปมาสะดวก กว่าสนามหลวงนะมันถึงอยู่ได้จนทุกวันนี้ แหล่งสาธารณะ ต้องคำนึงถึงการเข้าถึง แต่การค้าขายคำนึงถึงราคา (ของดีราคาถูก..ถ้าไม่อยู่บนดอย ลูกค้าดั้นดนไปถึงจนได้แหละ...สมัยนี้คนมีรถเป็นขากันแล้วก็ว่าได้ ยิ่งพ่อค้า แม่ค้าส่วนมากเขามีรถเป็นปัจจัยที่หกกันนะ) พัฒนาที่อื่นมาเทียบถ้าปากคลองไม่จัดการตัวเอง ...จะนิ่ง-ตายเองในที่สุดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 21 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 17/08/2016 เวลา : 09.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

แค่ปรับปรุงเรื่อง2-3เรื่องก็น่าจะพอแล้วครับ เหมือนป้ายแผ่นหนึ่งท่ีเขียนไว้ว่า " ฝรั่งไม่ชอบของหรูบ้านเขาก็มีแล้ว". ไหงครับ

ความคิดเห็นที่ 20 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SnowDox from mobile วันที่ : 17/08/2016 เวลา : 01.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowdox

ความคุ้นเคยตาที่เห็นมายาวนาน

ความคิดเห็นที่ 19 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 14/08/2016 เวลา : 21.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๑๗- RATTTIYA

รัฐ (ผู้บริหารนโยบายสาธารณะ) จัดการจนได้อยู่แล้ว นักวิชาการก็เยอะ อำนาจก็มี
ก็อย่างนักศึกษาที่ทำโครงงานนี้ ก็ใช้วิชาความรู้มาเป็นประโยชน์ให้ได้สถานที่ที่คุ้มค่าคุ้มประโยชน์สิ

-๑๘-
เอา เอา มาเล้ย เศรษฐกิจสามชุกจะได้ฟูเฟื่อง

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
rattiya วันที่ : 14/08/2016 เวลา : 17.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

ย้ายไปตลาดสามชุกเลยดีไหมคุณหนอน

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
rattiya วันที่ : 14/08/2016 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

เเล้วจะไปเอาที่ที่ไหนละคุณหนอน..ที่ดินในกทม.เเพงจะตาย

ความคิดเห็นที่ 16 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 14/08/2016 เวลา : 17.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

กุศโลบาย สมมุติกรณีปากคลองตลาด ก็ลองคิดหาที่ ๆ สะดวกกว่าเดิม ทุ่นโสหุ้ยกว่าเดิม
นักท่องเที่ยว ลูกค้ามากกว่าเดิม ขายดีกว่าเดิม มานำเสนอดู เป็นต้น

ความคิดเห็นที่ 15 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 14/08/2016 เวลา : 16.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

คุณหนอน...เนื้อเรื่องปากคลองตลาดมิใช่เหรอ...ไงไป UK เสียเเล้ว....นี้คุณหนอนกำลังเเนะนำให้ใช้ กุศโลบาย (มาจากคำ กุศล + อุบาย...)รัตน์คิดว่าน่าจะใช้ตัวหลังมากว่า.."อุบาย" เเบบไม่ได้เล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ ก็เอาด้วยคาถา(เขียนถูกหรือเปล่าไม่รู้ )...เรื่องเดียวกันหรือเปล่าเนี่ย...

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
driftworm วันที่ : 14/08/2016 เวลา : 16.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๑๓- RATTIYA

ก็ไม่ถือว่าความเห็นตาม คห.๑๒ เป็นความถูกต้องสมบูรณ์นะครับ
เป็นแค่ความเห็นในมุม "สาธารณะ" (รัฐ, ราชการ) ในการบังคับใช้กฎหมาย
และในอดีตก่อนยุค สิ่งที่เรียกว่าประชาธิปไตย ผู้ปกครองเช่นกษัตริย์
จะตัดสินใจ หรือตัดสินคดี ก็ต้องใช้ศิลปมาผสมกับศาสตร์ด้วย
และมีสิ่งที่เรียกว่า กุศโลบาย ด้วย
พูดถึงกุศโลบาย มาจากคำ กุศล + อุบาย
ตัวอย่างในเกร๊ทบริเทนยุคนายกรัฐมนตรีวิลเลี่ยม พิตต์
กับผู้ช่วยที่ชื่อ วิลเลี่ยม วิลเบอร์ฟ้อร์ซ ผลักดันก.ม.เลิกใช้ทาส
กีี่ปี ๆ ก็ไม่สำเร็จเพราะสมาชิกสภาเต็มไปด้วยพ่อค้าวานิชที่ทำการค้าทางเรือ
และล้วนแต่ใช้แรงงานทาสในเรือทั้งนั้น
สุดท้าย หนึ่งในทีมงานของวิลเบอร์ฟ้อร์ซ เดินกลวิธีใช้สิ่งที่ภาษากฎหมายละตินเรียกว่า เพทุบาย
สกัดเรือสินค้าของพวกนั้นไว้ที่ปากอ่าวทุกลำด้วยข้อหาว่าทำผิดกฎหมาย
ดูเหมือนจะผิดก.ม.ในเรื่องการแสดงสัญชาติของเรือแต่ละลำ
การต้องจอดลอยลำอยู่อย่างนั้น เสียหายสิครับ
จะให้ยกให้ก็ต้องแลกกับการผ่านก.ม.เลิกใช้แรงงานทาส
... นี่แปลว่าการที่บริเทนเลิกใช้แรงงานทาสไม่ใช่มาจากคนของเขาเคารพในเหตุและผล
(แบบที่นัก ปชต.บางสายโฆษณาว่าตัวเองเชื่อในการถกเถียงด้วยเหตุผล)
แต่มาจากความงกในผลประโยชน์เฉพาะหน้าองนักการเมืองในสภา
ฮาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
เรื่องนี้เป็นหนัง ชื่อเรื่องไรว้า ลืมแล้ว

ความคิดเห็นที่ 13 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 14/08/2016 เวลา : 16.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

อ่าน คห.12 จบ.คิดอยู่ในใจเเล้วลงมือเขียน..นี้เเหละคุณหนอน

ความคิดเห็นที่ 12 กระเจี๊ยบ , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
driftworm วันที่ : 14/08/2016 เวลา : 12.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

น่าชื่นใจที่มีคนสนใจในวาระที่เป็นสาธารณะคือมีผลกระทบร่วมกันนี้
หนอนกำลังตั้งหลักกินข้าวเช้า และนี่ข่าวเที่ยงมาแล้ว ประกอบกับหนอนใช้มือข้างเดียว
แกะก้างปลา สลับจิ้มแป้นพิมพ์ ดังนั้น จะคิดความเห็นตอบแบบเร็ว ๆ รวบ ๆ
อาจฟังดูห้วนเหมือนกระแทกกระทั้น แต่ขอทำความเข้าใจว่ามันไม่ใช่เช่นนั้น

-๘- คุณสุ่ย
เออแฮะ วาระสังคมแบบนี้ ทางของคุณสุ่ยนี่นา ไม่แปลกใจที่คุณสุ่ยไม่พลาด
แถมใกล้ชิดกิจกรรมยิ่งกว่าผม
ที่แฟนเผจกิจกรรมนี้ มีลงภาพหน้าสมุดแสดงความคิดเห็นต่อเนื้อหานิทรรศการ
ผมเห็นมีความเห็นว่าควรคำนึงถึงกฎหมาย กฎกติกาส่วนรวมอยู่หลายความเห็นเหมือนกัน

-๑๐- แม่หมี
รู้สึกโหวง ๆ .... นั่นไง ดราม่ามนุษยธรรม มโนธรรม มันทำงานได้ผลแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า
อารมณ์แบบอาเวค (passion) มันทำงาน แต่ในชีวิตจริงที่คนมารวมกันอยู่มาก ๆ
จะใช้อารมณ์ทำนองนี้เป็นใหญ่ เป็นหลักนำ เป็นตัวตัดสินจะได้หรือ
แต่ใช่ว่าจะตัดทิ้ง ใช่ว่าจะไม่คำนึงถึง แต่ใช้มันเป็นหลักรองลงมา และใช้ในช่วง
เปลี่ยนผ่าน จากดินพอกหางหมูที่หมักหมมมาสามสิบสี่สิบปี!! เข้าสู่ระเบียบ
(ดังที่ตอบคุณ february26 ไปบ้างแล้วใน คห.๕)

ปัญหาแบบ จนท.เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ และคนเราบางคนรุกที่อุทยาน
รุกที่สาธารณะ (สมบัติส่วนรวม) มาทำประโยชน์ตนแต่โสดเดียว จนรากงอกกล้าแข็ง
หวังว่าจะ “หักคอ” “มัดมือชก” ภาครัฐ (ตัวแทนส่วนรวม) ไม่ให้ทำการสะสางให้ย้ายออก
ครั้นภาครัฐเอาจริงเอาจัง ทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย ก็เรียกร้องค่าชดเชย
(อ้าว แล้วที่เอาทรัพย์สินคนอื่นไปแปลงเป็นรายได้ตัวเองมานับสิบ ๆ ปีละ??)
หรือเรียกร้องรัฐให้จัดหาสถานที่ให้พวกตัวเองมารองรับ (อ้าว งั้นยังมีกลุ่มคนไทย
ที่กำลังดิ้นรนสู้ชีวิตปากกัดตีนถีบอีกเป็นล้าน ที่พวกเขาไม่สามารถแทรกตัวเองลง
ในพื้นที่ปากคลองตลาดได้, ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติได้ , ในพื้นที่ป่าชายเลยนได้,
ในพื้นที่ริมน้ำสาธารณะได้ ฯลฯ ละ ลงว่าพวกเขาจะเริ่มเอาอย่างตุ๊กตาที่รัฐยอม
อ่อนข้อนี้ พากันลงจับจองที่สาธารณะทั่วประเทศึ้นมาละ???) อย่างนี้มิใช่เป็นการ
เลือกปฏิบัติ (inequality) หรอกหรือ คนทำผิดกฎหมาย รอนสิทธิ์คนอื่นจนเติบกล้า
แล้วใช้ความเติบกล้านั้นมาบีบคอรัฐ(ตัวแทนส่วนรวม)ให้รักษาสถานะตัวเองไม่ให้
กลับลงมาเท่า ๆ ชาวบ้านตาดำ ๆ อีกเป็นล้าน ๆ !!!

สังคมประชาธิปไตยต้องสร้างกฎระเบียบร่วมกัน แล้วเคารพปฏิบัติตามอย่างเท่าเทียมกัน
แต่การเฝ้าหาช่องที่ตนเองจะสามารถก้าวล่วง(แปลว่าละเมิด ไม่เห็นในสายตา)
กฎกติกาที่ส่วนรวมสร้างขึ้น พอกฎหมายตื่นจากหลับขึ้นมาเอาจริง ก็ขู่เอาค่าชดเชย
ที่ตัวทำผิด อ้าว
ปัญหาการมีภาระเลี้ยงดูลูกเต้า – คนเรือนล้านที่เขาไม่มีเส้นแทรกตัวลงในพื้นที่
ที่พวกคุณฉกฉวยของพวกเขามา เขาก็มีภาระเลี้ยงลูก ๆ เต้า ๆ ยั้วเยี้ยเช่นกัน
ทั้งเขาไม่มีโอกาสมีรายได้เหมือนพวกคุณด้วย
ดังนั้นปัญหาของมนุษยธรรมที่ยกมาบีบคั้นส่วนรวมกัน คนยกมุมนี้ขึ้นมา “ต้อง” เอา
มุมนี้ใช้ให้ครอบคลุมพวกเขาเหล่านั้นที่ทั้งมีภาระเฉกเดียวกัน ทั้งถูกฉวยชิงทรัพย์
และโอกาสไป ทั้งถูกกันออกนอกกิจกรรมอภิสิทธิ์ ฯลฯ
มนุษยธรรมต้องไม่เป็นเฉพาะกลุ่มที่สามารถชูคอโดดเด่นเห็นชัด

ยิ่งกว่านั้นการไม่เคารพกติกาส่วนรวมปีแล้วปีเล่า กลุ่มแล้วกลุ่มเล่าแบบนี้
คุณจะเรียกร้องความเป็นประชาธิปไตยแต่ที่ไหน ก็จิตใจคุณยังคิดแง่เอาเปรียบ
เหนือคนกลุ่มอื่น(inequality) โดยละเมิดกติกาส่วนรวมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

มันตลกเจ็บ (irony) อีกด้วย ที่คนบางกลุ่มที่เรียกร้องมนุษยธรรมบีบคั้นการทำหน้าที่
ของรัฐให้มีกับกลุ่มอภิสิทธิ์ย่อย ๆ ในข้ออ้าง “วัฒนธรรมชุมชน” ที่ควรอนุรักษ์
กับกลุ่มคนบางกลุ่มที่เรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้อง Liberal นั้น
เป็นคนกลุ่มเดียวกัน !!!!!!!!
อีกร้อยชาติโน่นเลย ประชาธิปไตยจะมีในไทย

ที่ถามว่าจะใช้มุมไหน ก็ต้องมองสำรวจให้ทั่วถึง พิจารณาให้ขาดว่า
อะไรเรื่องหลัก อะไรเรื่องรอง อะไรเป็นกรณีเฉพาะ อะไรเป็นกรณีทั่วไป
อะไรเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแกนหลักแอยู่เสมอไป อะไรที่เป็นเรื่องควบที่เกิดตามคลอ
ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมดีกิจกรรมเป็นโทษ

เคยมีดาราดังอ้างความเป็นระเบียบฉียบเนียบของสำนักจานบิน
ผมบอกว่ากองโจรที่จะเข้าปล้นก็มีระเบียบเข้มงวดเหมือนกัน
หรือคุณแค่ติดในภาพที่จัดวางคนนั่งเป็นแถวเรขาคณิต
แบบนั้นน่ะ ค็อมพิวเต้อร์เดี๋ยวนี้จัดให้ได้ แต่คุณจะเอาความติดในภาพหรือจะเอาธรรม

.................. แวบ กินข้าวก่อง

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
driftworm วันที่ : 14/08/2016 เวลา : 11.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๙- SW19

ขอบคุณคุณ SW19 อุตส่าห์มาโบกมือให้เห็น รับรู้ แวบหนึ่งก่อน
ถึงตลาดวาย หนอนก็จะนั่งคุยต่อ (แต่ไม่เรียกร้องว่านั่งมาจนซึมเข้าไป
ในชีวิตจิตใจแล้ว และจะไม่ย้ายไปไหนนะ ฮ่าฮ่าฮ่า)

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
แม่หมี วันที่ : 14/08/2016 เวลา : 10.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

มาอ่านแล้วรู้สึกโหวงๆในใจ
ชีวิตของเขาทั้งชีวิตคุ้นชินกับที่นี่ ปากคลองตลาด
ที่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตและครอบครัว
อ่านแล้วพอจะเข้าใจความรู้สึกสะท้อนคำพูดของคนแถวนั้น
ไปปากคลองตลาดบ่อยๆในสมัยมัธยม. ไปซื้อดอกไม้มาจัดพานไหว้ครู

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
SW19 วันที่ : 14/08/2016 เวลา : 02.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

มาแปะโป้งก่อนการเดินทาง
เดี๋ยวคงได้มาละเลียดอ่านระหว่างทาง กว่าจะมีโอกาสร่วมวงสนทนา

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
feng_shui วันที่ : 14/08/2016 เวลา : 00.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ไปฟังน้องนุ้ย ศศมน หนึ่งใคณะทำงานเขามานำเสนอ เมื่อเดือนที่แล้ว ก็มีคนลุกขึ้นร่วมแสดงความเห็นคล้ายๆคุณหนอนอยู่เหมือนกันขะ

ความคิดเห็นที่ 7 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 13/08/2016 เวลา : 23.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

อ่านจบเเล้ว เเต่ไม่กล้าเเสดงควาคิดเห็นมากคะ ยังไม่เคยไปปากครองตลาด(ถึงเเม้ว่าจะอยู่ที่ กทม. 5 ปี) จากเนื้อเรื่องคิดว่า

เเล้วเเต่ว่าเรามองจากมุมไหนคะ
-เเม่ค้าพ่อค้าบนทางเท้า..ทำมาหากิน
-คนเดินทางเ้ทา-ไม่มีทางเดิน
-ความสะอาด...พ่อค้าเเม่ค้ามีความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้เเค่ไหน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
driftworm วันที่ : 13/08/2016 เวลา : 23.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๓- Rattiya

เพิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้ นิ่งพอที่จะคิดตรองไม่มึนหัว และไม่น่าจะมั่ว
เลยรู้สึกอยากมาแบ่งปันต่อให้เพื่อนโอเคเนชั่น
เรื่องแนวคิดมนุษยธรรมกับการทำมาหากินนี่ ตอนนี้เหมือนเป็นกระแส
แต่ต้องว่าเป็นกรณี ๆ ไป จะตีขลุมใช้เป็นหลักใหญ่ไปทุกเรื่อง มันไม่ควร

ความคิดเห็นที่ 5 february26 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 13/08/2016 เวลา : 23.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๔- february26

เพราะภาครัฐที่แล้วมาย่อหย่อน ปล่อยปละละเลยมานาน
รบ.ปัจจุบันก็ต้องใช้วิธีผสมผสานโดยยึดการรักษากติกาเป็นหลัก
จากนั้นก็ต้องยึดกติกาให้เข้มงวด ไม่ให้มีการก้าวล่วง (ละเมิด) ขึ้นมาใหม่เด็ดขาด

ดูกรณีท่ารถตู้ ก็คล้าย ๆ นี้ ยึดหลักการเส้นตาย ส่วนที่ใหม่ก็ต้องค่อย ๆ ปรับตัวกันไป

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
february26 วันที่ : 13/08/2016 เวลา : 23.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

น่าคิด ครับ ว่าจะมองกันมุนไหนดี

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
rattiya วันที่ : 13/08/2016 เวลา : 23.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

ไม่ได้ซิเดี๋ยวตามคุณหนอนไม่ทัน...(นั่งอยู่หน้าจอคอมฯคะ ) บอกเเล้วยังไม่ได้อ่านซักตัวเดียว....

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
driftworm วันที่ : 13/08/2016 เวลา : 23.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ไวจริง คุณรัตน์

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
rattiya วันที่ : 13/08/2016 เวลา : 23.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

สวัสดีคุณหนอน ยังไม่อ่านเเต่เข้ามาทักคุณหนอนก่อนคะ

คุณหนอนหยุดเขียนไปนาน กลับมาคราวนี้ เนื้อเรื่องยาวมากคงต้องต้องใช้เวลาอ่านเป็นวัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน