• paisal
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dpuech@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-12-17
  • จำนวนเรื่อง : 8
  • จำนวนผู้ชม : 17445
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
dulyatat
บันทึกและเรื่องเล่า
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dulyatat
วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม 2551
Posted by paisal , ผู้อ่าน : 1892 , 17:06:24 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ทุกครั้งที่ชมรายการโทรทัศน์แล้วบังเอิญได้เห็นโฆษณาสินค้าที่แอบแฝงเข้ามาแบบเกินควรจนขัดหูขัดตาเมื่อไหร่ ก็ทำให้นึกย้อนไปถึงมุขล้อเลียนแบบแสบๆ เกี่ยวกับโฆษณาแฝงในหนังเรื่อง “The Truman Show” หนังดังของดาราตลกคุณภาพอย่างจิม แครี่ ในปี 1999 ทุกทีไป

เรื่องย่อๆ ของหนังเรื่องนี้มีอยู่ว่า พระเอกคือนาย“ ทรูแมน เบอร์แบงค์” เป็นตัวละครที่ไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ในโรงถ่ายขนาดมหึมาของรายการโทรทัศน์ชื่อดังที่มีกล้องมากมายถึง 5,000 ตัว ซุกซ่อนไว้อยู่ทุกซอกทุกมุมเพื่อทำหน้าที่ถ่ายทอดสดภาพการดำเนินชีวิตของเขาอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง

รายการชีวิต(จริง)ของทรูแมนเป็นรายการโทรทัศน์ยอดฮิตที่มีผู้ชมติดตามดูกันทั่วโลก ออกอากาศกันแบบไม่มีหยุดและไม่มีโฆษณามาขั้นให้กวนใจ ผู้คนทั่วโลกเฝ้าจับตาดูพฤติกรรมของเขาทุกวันตั้งแต่เช้ายันค่ำ เวลาที่ผู้ชมได้หลับพักผ่อนก็คือเวลาเดียวกันกับที่ทรูแมนเข้านอน

ในแต่ละปีรายได้จำนวนมหาศาลของรายการ (ในหนังบอกว่ามากกว่า GDP ของประเทศเล็กๆ บางแห่ง ก็ไม่รู้หมายถึงประเทศอะไร?) จะมาจากรายได้ค่าโฆษณาสินค้าที่แฝงมากับทุกสิ่งที่แวดล้อมอยู่ในชีวิตของพ่อหนุ่มทรูแมน ที่เห็นชัดๆ ก็คือของใช้จิปาทะนานาชนิดในครัวเรือนที่ภรรยาของเขาจะหอบหิ้วพะรุงพะรังกลับมาบ้านทุกวันหลังเลิกงาน หรือแม้แต่เบียร์กระป๋องที่เพื่อนสนิทของเขาจะซื้อยกแพ็คมาฝากในทุกฉากที่ทั้งสองพบกัน

ภาพยนตร์เรื่อง ทรูแมนโชว์ ตั้งใจประชดประชันการโฆษณาแฝง (Product Placement) ที่พบเห็นกันได้กลาดเกลื่อนทั่วไปในรายการโทรทัศน์ ด้วยการมักจะให้ตัวละครหยิบยื่นสินค้ามาที่หน้าจอ พร้อมกับออกเสียงชื่อยี่ห้อและคำโฆษณาของสินค้าดังๆ จนในบางครั้งแม้แต่ทรูแมนเองก็ยังรู้สึกได้ถึงพฤติกรรมที่แปลกพิกลของคนรอบข้าง…


สิ่งหนึ่งที่หนังบอกกับเราก็คือ โฆษณาแฝงที่ดีนั้น ช่วยให้ผู้ชมมีทัศนคติที่ดีต่อสินค้าและระลึกถึงตราของสินค้าขึ้นมาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะที่เขากำลังเลือกซื้อสินค้าอยู่ในซุปเปอร์มาเก็ต แต่ที่ต้องพึงระวังคืออย่าให้โจ่งแจ้งและน่ารำคาญจนผู้ชมรู้สึกว่ากำลังถูกยัดเยียดในสิ่งที่เขาไม่ประสงค์จะรับรู้ในขณะนั้น


แม้โฆษณาแฝงจะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับในวงการโฆษณา แต่ในประเด็นเรื่องความเหมาะสมในการแฝงโฆษณาสินค้าเข้าไปตามสื่อชนิดต่างๆ ก็ยังเป็นที่สนใจของคนโดยทั่วไปในฐานะที่เป็นผู้บริโภคโดยตรง


ในโลกของการโฆษณานั้น “โฆษณาแฝง” นับเป็นวิธีการหนึ่งในการส่งข้อมูลอย่างแนบเนียนของสินค้าไปสู่ผู้บริโภค ผ่านสื่อในรูปแบบและวิธีการต่างๆ โดยมีเป้าหมายในระดับต่ำที่สุดคือการ “มองเห็นสินค้า” ของผู้ชม  ดังตัวอย่างที่มักจะเห็นกันอยู่เป็นประจำทางโทรทัศน์หรือในโรงหนัง เช่นภาพที่ซูมตราสินค้าระบบโทรศัพท์มือถือที่พระเอกใช้โทรหานางเอกในละครหลังข่าว, เครื่องดื่มของพิธีกรในรายการวาไรตี้, การสัมภาษณ์เรื่องเครื่องแต่งกายของสาวสังคมในนิตยสารแฟชั่น หรือขนมปังสอดใส้ช็อคโกแลตที่ชายหนุ่มซื้อให้หญิงสาวเมื่อเธอต้องติดตามครอบครัวไปอยู่ต่างประเทศที่เห็นอยู่เป็นประจำในมิวสิควีดีโอ


ส่วนประเภทของสื่อหรือเครื่องมือที่ผู้ทำโฆษณาแฝงนิยมใช้และกล่าวกันว่ามีประสิทธิภาพสูงสุดในบรรดาสื่อทั้งหลายนั้นก็คือ
“สื่อภาพยนตร์” เนื่องจากโดยธรรมชาติ ภาพยนตร์จะเป็นสื่อที่มีอายุยืนยาว สามารถเข้าถึงผู้ชมได้ในวงกว้าง และมีต้นทุนเฉลี่ยต่อจำนวนผู้ชมที่ต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับโฆษณาทางโทรทัศน์ นอกจากนี้ ตามปกติแล้วการสร้างภาพยนตร์ผู้สร้างจะมีความพิถีพิถันในรายละเอียดการถ่ายทำมากกว่า ดังนั้นภาพของสินค้าที่ปรากฏจึงมักจะนำเสนอออกมาได้อย่างสมบูรณ์ทั้งในเรื่องของแสงและองค์ประกอบการจัดวาง


โฆษณาแฝงทางโทรทัศน์อาจจะสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้มากก็จริง แต่ก็เป็นการยากที่จะควบคุมความสนของผู้ชมได้ดีเท่ากับภาพยนตร์ ที่สำคัญคือ ท่ามกลางทางเลือกมากมายบนหน้าจอโทรทัศน์และอำนาจของรีโมตคอนโทรลในมือของผู้ชม หากไม่ใช่งานโฆษณาที่มีความถี่ของการออกฉายสูงหรือไม่ได้มีเนื้อหาที่เตะตาต้องใจผู้ชม ก็ไม่ง่ายที่จะกล่าวออกไปได้ว่า ผู้ชมเห็นสินค้าหรือโฆษณาชิ้นนั้นๆ หรือไม่


จริงอยู่ที่ภายในห้องนั่งเล่นของบ้านหลังหนึ่ง โทรทัศน์อาจจะถูกเปิดเครื่องไว้ แต่คงไม่มีใครแน่ใจได้ว่าผู้ชมกำลังจับจ้องมองหน้าจอหรือมีสมาธิในการชมตลอดเวลา ซึ่งต่างกันกับสภาพในโรงภาพยนต์ที่ผู้ชมมีระดับความตั้งใจชมที่สูงกว่า อีกทั้งไม่ว่าจะเป็นที่นั่งหรือแสงไฟต่างก็เอื้ออำนวยต่อการมองเห็นโดยเฉพาะ
  


พื้นฐานสำคัญประการหนึ่งของการวางสินค้าในโฆษณาแฝงก็คือ ความ

ความ “นุ่มนวล” ก็คือการนำเสนอสินค้าเข้าไปในโฆษณาอย่างไม่กระโชคโฮกฮากหรือขาดความสมเหตุสมผล ดังเช่นตัวอย่างบางตอนของละครยอดฮิตในอดีตเรื่องหนึ่งที่ “พระเอกเดินเข้าไปในมินิมาร์ทที่อัดแน่นไปด้วยมันฝรั่งทอดกรอบเพียงยี่ห้อเดียว และด้วยความผิดหวังอย่างรุนแรงที่เมื่อครู่นางเอกได้ก้าวขึ้นรถไปกับชายอื่น เขาจึงเดินโซซัดโซเซเพียรเลือกหยิบมันฝรั่งทอดกรอบที่มีอยู่ยี่ห้อเดียวนั้นใส่ตระกร้ามาจนเต็ม จากนั้นควักกระเป๋าจ่ายเงินพร้อมกับเดินจากไปช้าๆ อย่างทอดอาลัย”


พล็อตเช่นนี้ ไม่ถึงกับต้องเคยผ่านตาก็สามารถกล่าวได้ว่าออกจะยัดเยียดคนดูและขาดความสมจริง จนเกินไป บางคนเรียกเหตุการณ์ในลักษณะนี้ว่าเป็น
“หนังแฝง” มากกว่าที่จะเป็นโฆษณาแฝง

ส่วน “ประสิทธิภาพ” คือ การเลือกนำเสนอออกมาได้อย่างสมบูรณ์ มีความสอดคล้องกันระหว่างบุคลิกของสินค้ากับโทนของภาพยนต์ ตัวผู้แสดง บทที่เขาได้รับในหนัง และที่สำคัญคือต้องมีจังหวะการวางสินค้าที่เป็นเลิศ


คงจะไม่มีเจ้าของสินค้าคนไหนที่อยากเห็นสินค้าของตนเองปรากฏออกมาในฉากที่ชายร่างกำยำหยิบน้ำอัดลมยี่ห้อหนึ่งขึ้นมาตะแคงดื่มด้วยความรู้สึกสดชื่นและกระหยิ่มยิ้มย่อง ภายหลังได้รับชัยชนะจากการดวลเทนนิสกับหญิงชราที่ไม่มีทางสู้มาหมาดๆ เพราะภาพที่เกิดขึ้นผู้บริโภคจะรับรู้และแปรเป็นความรู้สึกที่พวกเขามีต่อแบรนด์สินค้านั้นๆ มีมีบุคลิกเป็นอย่างไรและเหมาะสมกับเขามากน้อยแค่ไหน


ด้วยเหตุนี้ในต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสินค้าแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและมีมูลค่าสูงๆ จะมีความระมัดระวังในการวางตัวสินค้าหรือแบรนด์ของตนเองเป็นอย่างมาก บริษัทเจ้าของสินค้ามักจะใช้บริษัทโฆษณาที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้เฉพาะมารับผิดชอบโดยตรง ดังนั้นเราจึงมีโอกาสเห็นสินค้าหลายๆ ตัวที่แฝงมากับหนังได้อย่างลงตัว
  ความลงตัวที่ว่านี้ก็คือ จังหวะจะโคนที่เหมาะสม ภาพและแสงที่สวยงาม และที่สำคัญก็คือ ความ “พอดี” กับเนื้อหาของเรื่องและอารมณ์ของผู้ชมนั่นเอง

ใครที่ตอนนี้กำลังจะคิดทำโฆษณาสินค้าแฝงไปในสื่อใดๆ ก็แล้วแต่ อย่าลืมนึกถึงเรื่อง “The Truman Show” ไว้บ้างก็คงจะดี.

 

 

 

’นุ่มนวลและมีประสิทธิภาพ’  




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เก่งซ่าส์ วันที่ : 17/12/2008 เวลา : 21.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keng-za
- - - - - เราจะได้ ในสิ่งที่เราเป็น...เสมอ - - - - -

บางทีมันก้อแฝงจนออกแนวฮาๆเลยค่ะ
เช่นพวกที่เอาน้ำขวดๆมาตั้งตรงหน้า
บางทีก้อมีหลอดเสียบ (ให้เกะกะลูกกะตาเล่น)
แต่....ไม่มีใครดูดซักคน 555+

ดูแล้วตลกดี

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เพ็นนี วันที่ : 17/12/2008 เวลา : 17.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thanisa
  สิ่งที่ทำแม้ถูกต้อง  แต่อาจไม่ถูกใจใครเลย. 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน