• paisal
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dpuech@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-12-17
  • จำนวนเรื่อง : 8
  • จำนวนผู้ชม : 17469
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
dulyatat
บันทึกและเรื่องเล่า
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dulyatat
วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม 2551
Posted by paisal , ผู้อ่าน : 721 , 09:56:09 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ในแต่ละปีประเทศไทยมีงานใหญ่ๆโตๆที่เกี่ยวข้องกับหนังสืออยู่ 2 งานครับ งานแรกจัดอยู่ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ชื่องาน สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ส่วนงานที่สองอยู่ในเดือนตุลาคมชื่องาน มหกรรมหนังสือระดับชาติ

สองงานนี้ต่างกันตรงที่งานหนึ่งชื่องานขึ้นต้นด้วยสัปดาห์ ส่วนอีกงานขึ้นต้นด้วยมหกรรม ซึ่งทำให้หลายคนสับสนในชื่อของงานทั้งสองงานนี้อยู่เป็นประจำ ถึงกระนั้นบรรดาคนรักหนังสือทั้งหลายแม้จะจำชื่อไม่ค่อยได้ว่างานไหนเป็นงานไหน แต่ก็เป็นที่รู้กันดีครับว่าหากมาถึงทั้งสองงานนี้แล้วไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีสรรพหนังสือดีจากทั่วฟ้าเมืองไทยมาวางจำหน่ายให้เลือกสรรกันในราคาที่พิเศษสุดๆ

ที่ผ่านมา ทุกครั้งที่มีโอกาสคอลัมน์นี้ก็มักจะเขียนแนะนำชักชวนให้ไปเดินชมงานสองงานนี้กันอยู่เสมอครับ ที่แนะนำก็ไม่ใช่เพราะอยากจะประชาสัมพันธ์ให้บูธหนังสือวิชาการบัญชี ภาษีอากร ฯลฯ ของธรรมนิติอย่างเดียวเท่านั้น แต่ใจจริงอยากจะประชาสัมพันธ์ให้กับทุกสำนักพิมพ์ ทุกร้านหนังสือ ทุกแผง ทุกโต๊ะ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเก่า หนังสือใหม่ หนังสือการ์ตูน หนังสือคอมพิวเตอร์ หรือหนังสืออะไรก็ตามแต่ เพราะอยากให้คนรู้ข่าวมากๆ และมามากๆ และถ้ายิ่งซื้อมากๆ ด้วยก็ยิ่งดี เพราะต้องยอมรับครับว่ายอดขายที่ดีนั้นเป็นพลังสำคัญที่จะผลักดันให้คนทำหนังสือมีกำลังใจเขียนมากขึ้น คนผลิตก็มีกำลังทรัพย์ผลิตหนังสือดีๆ ออกมาสู่สังคมได้อย่างต่อเนื่อง

ที่สำคัญ การที่มีคนอ่านหนังสือเยอะๆ ย่อมเป็นเรื่องที่ดีแท้แน่นอน เพราะเนื้อแท้ของการอ่านก็คือการศึกษาเรียนรู้ คนเมื่ออ่านมากก็เรียนรู้มาก  เมื่อเรียนรู้มากก็เกิดความรู้ และเมื่อเกิดความรู้มากๆ เข้าก็จะกลายเป็นคนที่ติดนิสัยที่ติดแล้วดีชนิดหนึ่ง เรียกว่านิสัยที่ “รักในความรู้” ซึ่งคำนี้ในภาษาอังกฤษ จะใช้คำที่นำเอามาจากภาษากรีกอีกทีว่า
Philosophy มาจากการผสมคำ 2 คำ คือ คำว่า “philos” หมายถึง “ความรัก” และ คำว่า “Sophos” หมายถึง “ความรู้”

เรื่องของความรู้นั้น มีคำกล่าวคำหนึ่งที่น่าสนใจนำมาพูดถึงกันในที่นี้ก็คือคำกล่าวที่ว่า “ความรู้คืออำนาจ” คำกล่าวนี้เป็นคำกล่าวยอดฮิตในช่วงหลายปีมานี้ที่หลายคนอาจจะบอกว่าเป็นคำกล่าวยอดฮิตหนึ่งที่ฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าความรู้มันไปเกี่ยวอะไรกับอำนาจ และนอกจากไม่เข้าใจแล้วสำหรับบางคนที่บูชาความรู้หรือฝักใฝ่วิชาการมากหน่อยก็อาจไม่ค่อยชื่นชอบคำกล่าวนี้สักเท่าไหร่นัก เพราะคิดเอาว่าคำกล่าวที่ว่าความรู้คืออำนาจนั้นให้ความรู้สึกในแง่ลบกับเรื่องของความรู้ไปบ้าง  เนื่องจากเมื่อเอาความรู้เข้าไปรวมอยู่กับคำว่าอำนาจแล้ว ออกจะให้ความรู้สึกเหมือนกับเอาความรู้ซึ่งเป็นผ้าขาวไปวางกองรวมกันอยู่กับอำนาจซึ่งเป็นสิ่งสกปรก

ทั้งนี้ก็น่าเห็นใจคนกลุ่มนี้อยู่เหมือนกันครับที่คิดอย่างนี้ เพราะในความเป็นจริงแล้วอำนาจโดยส่วนใหญ่ที่ผู้คนรู้จักคุ้นเคย มักจะเป็นอำนาจที่เป็นรูปธรรม มองเห็นได้ชัดเจน และเป็นรูปแบบของอำนาจที่ค่อนข้างเป็นทางการอย่างเช่นอำนาจของรัฐ  ที่ว่าน่าเห็นใจก็เพราะอำนาจที่พวกเขาคุ้นเคยและจับต้องได้เหล่านี้ ในประวัติศาสตร์อันยาวนานไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน ก็มักจะถูกผู้ที่ครอบครองใช้สอยอย่างไม่เป็นธรรมเท่าไหร่นัก ดังนั้นอำนาจจึงกลายเป็นคำอาภัพที่คนส่วนใหญ่ได้ยินแล้วให้ความรู้สึกในแง่ลบ ให้ความรู้สึกที่อึดอัด และถูกเบียดเบียนเอารัดเอาเปรียบ ทั้งที่แท้จริงแล้วอำนาจก็มีสัจธรรมที่ไม่ต่างไปจากสิ่งอื่นๆ ที่มีด้านสองด้านทั้งด้านบวกและด้านลบ ขึ้นอยู่กับผู้ที่มีอำนาจใช้อำนาจนั้นอย่างไร และใช้อย่างมี “คุณภาพ” มากน้อยแค่ไหน

สรุปก็คือ มีเรื่องของคุณภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ คุณภาพที่ว่านี้มีความหมายอย่างไร?

หนังสือ “อำนาจใหม่” (Power Shift) ของอัลวิน ทอฟฟเลอร์   ที่เขียนขึ้นในต้นทศวรรตที่ 20 และแปลโดย คุณขุนทอง ลอเสรีวานิช ในช่วงปี 2537 อธิบายเรื่องคุณภาพของอำนาจไว้ได้อย่างน่าสนใจและสมควรมาเล่าสู่กันฟังเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านหรือเคยอ่านแต่ลืมไปแล้ว


ในหนังสือเล่มนี้กล่าวถึงเรื่องของอำนาจและการเคลื่อนย้ายของอำนาจในทุกความสัมพันธ์ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การเมือง สังคม และวัฒนธรรม ตลอดจนความสัมพันธ์ของบุคคลในกลุ่มต่างๆ จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง โดยมีแนวความคิดเกี่ยวกับตัวตนของอำนาจว่า อำนาจประกอบไปด้วย ความรุนแรง เงินตรา และความรู้ ซึ่งแตกต่างจากสมมติฐานดั้งเดิมเกี่ยวกับอำนาจ ที่มักจะพิจารณาอำนาจในแง่ของปริมาณเท่านั้น ทั้งที่แท้ที่จริงแล้วด้านที่สำคัญที่สุดของอำนาจคือ คุณภาพ


ทอฟฟเลอร์กล่าวว่า กำลังหรือความรุนแรง คืออำนาจที่มีคุณภาพต่ำ เพราะไม่มีความยืดหยุ่น เป็นอำนาจที่ใช้สำหรับการลงโทษ หรือบังคับให้ผู้อื่นทำตามความต้องการของตนโดยไม่คำนึงถึงความสมัครใจ และการใช้กำลังเป็นอำนาจทำให้เกิดการต่อต้าน....


ในขณะที่เงินตราหรือความมั่งคั่ง
เป็นอำนาจที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า เพราะในขณะที่กำลังใช้ได้เฉพาะการลงโทษ ความมั่งคั่งสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการให้รางวัลได้ ความมั่งคั่งจึงเป็นอำนาจทีมีคุณภาพระดับกลาง


อำนาจที่มีคุณภาพสูงที่สุดคือความรู้
เพราะคุณภาพของอำนาจวัดกันด้วยประสิทธิภาพ ซึ่งหมายถึงการใช้อำนาจน้อยที่สุดเพื่อบรรลุเป้าหมาย และมีแต่ความรู้จึงจะสามารถโน้มน้าว จูงใจ และขับเคลื่อนทุกสิ่งทุกอย่างไปได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้กำลังบังคับ หรือใช้เงินตราว่านโปรยเพื่อล่อใจ


อย่างไรก็ดี ผู้มีอำนาจสูงสุดคือผู้ที่รู้จักผสมผสานอำนาจทั้งสามอย่างนี้เข้าด้วยกัน และเลือกใช้ถูกต้องในแต่ละสถานการณ์ โดยมีข้อสังเกตอยู่ว่า ในทุกวันนี้ กำลังและเงินตรา ต่างขึ้นอยู่กับความรู้ และต่างต้องอาศัยความรู้เป็นตัวนำทั้งในการได้มา การใช้ ตลอดจนการรักษาอำนาจทั้งสามอย่างนี้ไว้


ทอฟฟเลอร์ได้อธิบายเพิ่มเติมถึงคุณสมบัติพิเศษของอำนาจจากความรู้ไว้อีกว่า ความรู้เป็นมีลักษณะพิเศษแตกต่างจากกำลังและความมั่งคั่ง กล่าวคือ ความรู้เป็นสิ่งที่เมื่อใช้ไปแล้วนอกจากจะยังคงอยู่ไม่หมดสิ้นไปแล้วและสามารถสร้างเสริมเพิ่มเติมขึ้นใหม่ได้ ในขณะที่กำลังและความมั่งคั่งมีแต่จะร่อยหรอ และเมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะหมดไป...


นอกจากนี้ ความรู้ยังเป็นแหล่งอำนาจที่มีลักษณะเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด เพราะไม่ว่าใครก็สามารถแสวงหาความรู้ได้ ทั้งยังเป็นทรัพยากรที่สามารถใช้ร่วมกันได้หลายๆ คนในเวลาเดียวกัน


และนี่คือคำอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจ คุณภาพ และความรู้ ที่อาจทำให้หลายคนหายสงสัยว่า ความรู้คืออำนาจ นั้นหมายความว่าอย่างไรได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่สุดอันหนึ่ง


ใครสนใจจะเรื่องของคุณภาพที่ว่ามานี้ เดือนเมษายน ที่จะถึงนี้
ก็ขอเชิญมาร่วมแสวงหาวัตถุดิบซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของอำนาจที่มีคุณภาพสูงและเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดกันได้ที่งาน สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ  ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติติ์


โดยมีข้อแม้ว่า อย่าลืมเอาอำนาจคุณภาพระดับกลางพกใส่กระเป๋ามาด้วยครับ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ทนายแต๊ก วันที่ : 18/12/2008 เวลา : 10.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thanyasak
ธัญศักดิ์ ณ นคร

เคยอ่านครับ เป็นหนังสือที่ดีมากเล่มหนึ่ง
ความรู้คืออำนาจจริงๆครับ เพราะผุ้เขียน ผู้แปล เอาตัวอักษรไม่กี่ตัว เรียบเรียงสลับไปสลับมา ทำให้เกิดอำนาจเหนือเงินในกระเป๋าของผม
ผมจึงเสียท่า เอาเงินบาทไปให้เจ้าของลิขสิทธิ์ ไปแลกเป็นดอลล่าร์
อำรนาจเป็นที่มาของเงินตราครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน