• หมอหู
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : suteeloveyou@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-20
  • จำนวนเรื่อง : 34
  • จำนวนผู้ชม : 97114
  • ส่ง msg :
  • โหวต 28 คน
หอมเอย หอมกลิ่นทานากา
วงการแพทย์น่าอัศจรรย์ เป็นวงการที่มีรักและอัตตา น่าค้นหา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/eardoctor
วันอาทิตย์ ที่ 18 พฤศจิกายน 2555
Posted by หมอหู , ผู้อ่าน : 1706 , 13:08:02 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน นายยั้งคิด , BlueHill และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

 
 
Lost in love with Darjeeling, Sikkim
 
(รูปปั้นในสวนโรงแรม Mayfair /  พี่เอนก..ถ่ายภาพ)
 
ความเดิมของตอนที่แล้ว....“สิกขิม” ดินแดนแห่งเทือกเขาและยอดเขานับหมื่นลูก  ที่มีอากาษหนาวเย็นตลอดปีได้ชื่อว่า “สวิสเซอร์แลนด์แห่งดินแดนตะวันออก” แคว้นที่เล็กที่สุดทางตอนเหนือของอินเดีย  แต่มีเมืองเล็กเมืองน้อยในเขตของตน เช่น เพลลิ่ง มาร์แทม  กางต็อก ยกสุ่ม ซอมโก้ ....    มีชื่อเสียงในเรื่องความงดงามของธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งปลายทางยอดนิยม ของนักปีนเขาจากทั่วโลก  สิกขิมมีประวัติศาสตร์ยาวนาน  ถูกรุกรานจากจีนหลายต่อหลายครั้ง  จนท้ายที่สุดขอเข้าอยู่ใต้ก่รคุ้มครองของอินเดีย  โดยมีอิสระในการบริหารบ้านเมืองแคว้นตนเองแต่การทหารให้ส่วนกลางจัดการ   สิกขิมมีการผสมผสานระหว่างเชื้อชาติ วัฒนธรรม ทั้งชาวเขา ทิเบเตียน ภูตานิส เนปาลี และชาวจีน ไม่เว้นกระทั่งชาวอังกฤษ เจ้าอาณานิคมเดิมของอินเดียที่เคยขอความร่วมทือจากเจ้าสิกขิมต่อตีกับเนปาลจนได้ชัยชนะ มีคำพูดว่าท่านผู้รู้กล่าวว่า  แทบทุกคนที่ได้ไปเยือนบอกตรงกันว่า ที่นี่ไม่เหมือนอินเดียที่คุณรู้จัก
 
 
 
 
 
 
......เล่าเรื่องชีวิตคนไทยที่มาเมืองดาร์จีลิง  แคว้นสิกขิม  ประเทศอินเดีย  เรียนว่าทั้งแคว้นทั้งหมดเป็นเทือกเขายาวเหยียดสุดสายตาครับบางแห่งสุูงชันมากๆหากตั้งสองเทือกคู่กับช่องว่างนั้นคือลำน้ำที่ไหลหล่อเลี้ยงประชาชนนั่นเอง  และเวลานี้เราเดินทางเข้าใกล้หิมาลัย  ที่ชอบมากๆคืออากาศหนาวเย็นทั้งปี  มีความสัมพันธ์กับจีน เนปาล อินเดียและทิเบต  ผู้คนหลากหลายและใกล้ชิดกับความเชื่อทางศาสนาอย่างแยกไม่ได้  คนส่วนใหญ่อาศัยบนภูดูเหมือนไม่ถนัดจะอยู่ในที่ลุ่ม อาชีพของกลุ่มชนที่นี่คือเกษตรที่สูง สินค้าขึ้นชื่อมากคือใบชา ขอแนะนำสองแหล่งคือชาทีมี่ Temi พวกเราแวะไร่ชาที่ มีรีสอร์ตกึ่งร้านอาหารให้ชิมชาด้วย ชิมแล้วติดใจครับ ซื้อกันคนละสามสี่กล่อง ราคากล่องละสองร้อยห้าสิบรูปี รสชาติดีมากครับไม่ผิดหวัง หอมมากและไม่ขม แต่ขอบอกว่ามีหลายเกรดเหมือนกันครับ อีกแหล่งหนึ่งคือชาดาร์จีลิงและทำถนนเลียบลัดไปตามภูเขา และเก็บหินแม่น้ำมาขายให้ทางการซ่อมถนนตลอดทั้งปี อาชีพหลักของชาวบ้านน่าจะซ่อมถนนที่คดเคี้ยวไปตามภูตามเขาครับ   เห็นตลอดทางเลย   รัฐมนตรีคมนาคมที่นี่งานหนักแน่นอน
 
 
 
 
 
.......รูมเมทในอินเดียของผมชื่อทันตแพทย์พิทักษ์.....สนิทกันมากครับ แซวกันหนักแต่ไม่โกรธกันครับเป็นัวหน้าภริยาผมเองครับ เพราะเฮียหัวหน้ากลุ่มงานทันตกรรม และหัวหน้าระบบเทคโนโลยี่สารสนเทศระดับเชี่ยวชาญสุดๆ พี่พิทักษ์เป็นคนเก่งมากและอ่านหนังสือเยอะมากตั้งแต่เป็นเด็กประถม อ่านตั้งแต่พล นิกร กิมหงวน กำลังภายใน ไล่มาจนถึงไอที พี่อ่านแต่หนังสือจนลืมอ่านหนังสาว...พี่เราย้ำเสมอว่าผมว่าหลายๆเรื่องน่ะผมฉลาดอยู่นะ เพราะผมอ่านหนังสือเยอะมาก ไม่มีใครกล้าเถียงครับเฮียเพราะมันคือความจริง แต่คืนหนึ่งที่เมืองยกสุ่มอันหนาวเหน็บ น้ำ...อุ่นมีให้อาบจากหกโมงถึงสามทุ่มแล้วตัดทันที คนโอ้เอ้หมดสิทธิ์อาบน้ำแน่นอนเพราะน้ำที่ไหลมาใช้ทั้งหมู่บ้านและโรงแรมคือน้ำภูเขาที่สองสามองศาครับ ขออภัยที่ต้องอธิบายให้เห็นว่าแค่ใช้น้ำหลังทำธุระหนักเบาพวกเราต้องร้องจ๊ากๆๆๆๆๆๆ โรงแรมที่พักปูพื้นด้วยหินอ่อนยิ่งเย็นเยียบจับใจ บอกว่าพี่ครับ ผมว่าไม่ไหวแล้วนะ  มันเย็นแผ่นหลังอ่ะพี่  ผมนอนไม่หลับ ช่วยดูในตู้เถอะพี่ผมว่ามีผ้าห่มอยู่นะ เฮียพิทักษ์กระโดดลอยตัวปราดไปดูและดึงประตูตู้ที่เหนียวหนึบ ออกจนได้ว่ะเฮ้ย  แต่เฮ้ยผมว่ามันไม่ใช่ผ้าห่มหรอกหมอ. นี่มันผ้าปูที่นอนสำรองถ้ามีคนพักเกินต่างหาก  ผมว่าเราเก็บเหอะนะ เพราะวิเคราะห์แล้วถ้าเอามาใช้ เขาคิดเงินเราเพิ่มแน่...ไม่อยากขัดใจเฮียแก  ผมนอนขดกอดตัวเองต่อำป อยากร้องไห้แต่อายแขกมัน...ตกดึกครึ่งหลับครึ่งตืน ผมเหมือนโต๊ะสั่น เสียงกุกกัก กักกุก ผีหลอกหรือเปล่า บรื๋วอๆๆๆๆคิดได้เท่านั้นผมเกิดอาการขนลุกทั้งตัว หลับตาปี๋ปากก็สวดคาถาอะไรไม่ได้สักคำเพราะหนาวจนคางสั่นปับๆๆๆๆๆ......  แต่ยังไงๆข้าพเจ้าไม่ตื่นดอกนอนคลุมโปงกอดตัวเองต่อดีกว่า ผีก็ผีวะ  ผีแขกคงไม่ชอบคนแขวนหลวงพ่อมุมวัดปราสามเยอ ไพรบึงหรอกน่า...
 
 
จนเช้านั่นแหละ...จึงได้ยินเสียงที่ดังมาจากร่างคนที่นอนเตียงข้างๆว่า แหมมันหนาวโคตรเลยว่ะหมอ  ผมต้องตื่นมาเปิดกระเป๋าใส่เสื้อกันหนาวอีกสองตัวเเน่ะ เฮียว่ายังงั้น ตอนกินข้าวเช้าที่ห้องอาหาร ผมอดใจไม่ไกวจึงถามเพื่อนร่วมทริปคนอื่นๆว่า อะแฮ่ม ขอโทษนะครับพวกคุณหนาวกันบ้างไหม. เมื่อคืนนี้ว่าหนาวขนาดคางสั่นขากรรไกรกระทบกันดังกับๆๆๆๆๆๆๆพวกคุณแล้วห่มอะไรกัน ทุกคนหัวเราะร่วน จะหนาวอะไรนอนอุ่นสบายๆก็ผ้าห่มนวมผืนใหญ่มันอยู่ในตู้ไงเล่า...เท่านั้นแหละพี่พิทักษ์หงายหลังเลย ....ผมยอมรับว่าพี่ฉลาดและเก่งหลายเรื่องครับ แต่เรื่องผ้าห่มในตู้เนี่ยผมว่าไม่ใช่...น่ะเฮีย โอ้ยน้อ ...พาน้องนอนแข็งยู่ได้
 
หลังจากคืนนั้นเป็นต้นมา เฮียพิทักษ์จะไม่ออกความเห็นเรื่องผ้าห่มอีกเลย  แต่จะกุลีกุจอหาในตู้ทุกคืน และยังถามเรื่องเวลาเปิดปิดน้ำอุ่น ถามหาฮีทเตอร์ ถามหาเตาผิง และต้องตามพนักงานโรงแรมมาเปิดให้ดูทุกครั้งว่าใช้งานอย่างไร วันนี้ยังใช้งานได้ไหม ก่อนจะยืมเงินน้องยี่สบรูปีให้ทิปบ๋อยไป แต่เฮียยังไม่เคยเอ่ยปากเลยว่าจะคืนหริือไม่ จะคืนวันไหน แต่ผมปลอบใจตัวเองคิดว่าแกคงคืนนะ เพราเฮียหน้าตาดี อ่านหนังสือมาเยอะคงไม่พลาดหนังสือเรื่อง สมบัติผู้ดี....แซวน่ะ
 
 
 ที่นี่ข้าพเจ้าได้พบเด็กชายสองคนที่เล่นกันอยู่ท่ามกลางแดดอ่อนหน้าบ้านของเขา พวกเขาพูดจาด้วยภาษาอังกฤษได้ดีมากราวกับเขาเป็นนายของมัน และมีรอยยิ้มมีมิตรภาพมาก การเดินทางที่ยาวนานด้วยรถมหินทรา(Mahindra)เริ่มต้นอีกครั้งหนึ่ง เป้าต่อไปของเราคือ.....ดาร์จีลิง   อยู่บนภูเขาสูงที่ระดับสองพันเมตร รถยนต์ยี่ห้อชื่อมหินทราพาเราไต่เขาขึ้นมา  จนถึงยอด ดอย
 
 
 
 
 
 
 
 ......ที่นี่โรงแรมเมย์แฟร์ ( Mayfair) ที่สวยงามสไตล์โคโลเนี่ยลของอังกฤษ เป็นโรงแรมที่ด้านนอกมองแล้วธรรมดาหรือบางคนว่าเหมือนสลัม  หากด้านในของโรงแรมสร้างไล่ระดับตามพื้นเชิงเขาสูง และรับรู้ได้ทันทีว่าออกแบบอย่างพิถีพิถันและตกแต่งด้วยศิลปะแบบผู้ดีอังกฤษอย่างแท้จริง พี่อ่อนช่างภาพมือดีถึงกับออกปากว่าเหมือนมาอังกฤษเลย ที่นี่เป็นเมืองตากอากาศของผู้ดี ของข้าราชการอังกฤษแต่เก่าก่อนครับ ยังเห็นอาคารบ้านเรือนสถาปัตยกรรมแบบอังกฤษอยู่มาก
 
.......ถนนทางไปตลาดยามเย็นของดาร์จีลิงดูคึกคัก ทางซ้ายคือทางลาดลงเชิงเขาสูง ทางขวาคือที่ตั้งของร้านค้าที่ยาวเหยียดสุดถนนและบ้านเรือนประชาชนลดหลั่นไปตามไหล่เขา มีสวนสาธรณะที่ตั้งริมหน้าผามองไปเห็นเมืองน้อยใหญ่ตั้งตามเชงเขา สวนนี้ให้ประชาชนออกวิ่งออกกำลังกายเช้าเย็น ได้ยินเสียงพระสวดยามเช้ามืดด้วยทำนงอันน่าศรัทธายิ่งนัก. พร้อมเสียงระฆังดังเหง่งหง่างมาไม่ขาด. แต่เชื่อไหมว่าเมืองนี้มีมัสยิดและวัดฮินดูด้วย เขาอยู่กันได้อย่างสันติและมิตรภาพจริงๆ...ลานเมืองตั้งตรงสามแยกปากทางเข้าตลาดให้ประชาชนมาพักผ่อนหย่อนใจ มีอาหารรถเข็นขาย มีร้านขนมร้านน้ำชา ร้านหนังสือสารพัดครับ ที่เวทีลานคนเมือง มีราชการแสดงธรรมะที่ลานกลางเมืองแห่งนั้นและละเล่นเพื่อความหย่อนใจของประชาชน ริมทางเท้ามีที่ม้านั่งที่พอดีนสองคนวางไว้เป็นระยะๆตลอดถนน ไปตามทางโค้งของถนนลานเมือง บนเวทีมีการแสดงพื้นบ้านสลับการบรรยายธรรมะและการประกาศแจ้งข่าวสารบ้านเมือง
.......ที่น่าชื่นชมมากคือบนเวทีนั้นผู้บรรยายใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างธรรมชาติอย่างยิ่ง ผู้คนสนใจยืนรอฟังกันอย่างเนืองแน่น ส่วนที่เหลือก็ชวนกันนั่งหย่อนใจสนทนากันไปฟังไปราวกับทุกอย่างล้วนแล้วแต่น่าอภิรมย์ต่อชีวิตเขาทั้งสิ้น มีคนจูงม้ามาให้บริการขี่ชมเมืองด้วย ย่านตลาดมีร้านรวงขายของที่ระลึกจำนวนมาก ที่น่าแนะนำไว้คือร้านขายชา ขายผ้าพันคอ และของตกแต่งบ้านจากทองเหลือง ทองแดงและเครื่องเงิน ร้านแรกที่หัวถนนเจ้าของเป็นชาวยุโรปต้อนรับพวกเราด้วยรอยยิ้มเพราะเหตุว่าขายได้หลายชิ้น และยืนยันว่าสินค้าทุกชิ้นในร้านมีคุณภาพดีและราคาดี คือราคาดีของคนขายน่ะ แต่คนซื้อาจจะไม่ดีด้วยนะแขกนะ
 
 
 .......ราคาสินค้าที่นี่ค่อนข้างตายตัว คือต่อไม่ลงเลย คำไหนคำนั้น ถ้าร้านที่เมืองไทยรับรองขายไม่ได้ คนไทยเราชอบต่อรองพอสนุกน่ะ  พี่ก้อยที่ทำงานพยาบาลเล่าว่าพอเอ่ยปากต่อราคาเท่านั้นเจ้าของร้านยิ้มและถามว่าท่านมาจากบางกอกใช่หรือไม่ แสดงว่ากิตติศัพท์เรื่องนี้พี่น้องคนไทยเราทำไว้มาก เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้เท่านั้นเองพวกเราจึงสั่งกันว่า ต่อแต่นี้สืบไปเมื่อตกลงปลงใจจะซื้อห้ามต่อ อายแขกเข้าใจไหมข้าพเจ้าเลือกซื้อพระพิฆเณศขนาดเล็กราคาสามร้อยห้าสิบรูปีไปฝากเพื่อนชื่อต้อม และซื้อผ้าพันคอไปฝากแม่เตียง ส่วนพี่คิวพ่อซื้อระฆังที่มีเสียงกำทอนจากการใช้ท่อนไม้ขูดเป็นวงกลมรอบขอบจนมีเสียงกังวานไปให้ นอกจากนี้ยังตั้งใจซื้อพระพุทธรูปทองเหลืองไปไว้บูชาในบ้านด้วย เราใช้เวลาเดินเกือบสองชั่วโมงจนอากาศหนาวเย็นลงมากจึงเดินกลับที่พัก พนักงานโรงแรมบอกว่ากลางคืนประมาณหกองศา กลางวันสิบสี่องศา และในหน้าร้อนอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณยี่สิบห้าองศา ช่างน่าอิจฉาจริงๆพวกคุณอยู่เกิดมาและอยู่อาศัยในเมืองที่อากาศดีตลอดชีวิต ในขณะที่ผู้คนจำนวนมากทำงานสี่ห้าปีเก็บเงินจึงพอได้มาเที่ยวในสถานที่เช่นนี้สักหนึ่งสัปดาห์
 
 
 
 
 
วันนี้โชคดีที่น้ำอุ่นมีให้ใช้ตลอดทั้งคืน ที่เคาท์เตอร์บริการอินเทอร์เน็ตแบบฟรีสามสิบนาที ส่วนที่เกินนั้นคิดชั่วโมงละหนึ่งร้อย ส่วนอินเทอร์เน็ตไวไฟแบบเชื่องช้าต้องจ่ายสามร้อยรูปีต่อชั่วโมง เราจึงไม่ขอรับบริการนี้โรงแรมมีห้องอาหารสามห้อง อาหารเย็นของวันนี้ของคณะเรามีพิเศษที่พวกเราไม่เคยรู้มาก่อน คือเค้กวันเกิดของน้องโอ๋พิศประภา ที่เป็นกุมารแพทย์ อาจารย์หมอชาย ธีระสุตพาพวกเราลงนามในการ์ดอวยพรและมอบให้เธอพร้อมล้อมวงร้องเพลงอวยพรให้ เป็นบรรยากาศการฉลองวันเกิดที่อบอุ่นน่าประทับใจ จนเจ้าของวันเกิดน้ำตาไหล ข้าพเจ้าไม่แน่ใจนักว่าน้องโอ๋วางแผนนานแค่ไหน และตั้งใจบินมาฉลองวันเกิดที่แคว้นสิกขิมเลยหรือไม่ แม้จะมีเมนูอาหารที่อร่อยมากจากทางโรงแรมจัดให้ แต่ที่ต้องยกว่าเป็นยอดแห่งเมนูอีกมื้อหนึ่งคือต้มข่าไก่ ที่ปรุงโดยพี่จุ๊ วิลาวัลย์ที่เป็นพยาบาลและกลายเป็นหัวหน้าแม่ครัวของเราเอง เรายกครัวไทยไปไว้ในครัวโรงแรมด้วยทุกเช้าและเย็น...
 
น้ำซุบร้อนๆของต้มข่าไก่ไล่ความเย็นหนาวไปได้อย่างวิเศษ เพียงห้านาทีพวกเราทั้งสิบห้าคนรวมทั้งไกด์แขกก็จัดการเกลี้ยงหม้อ ที่ต้องแนะนำไว้ว่าอร่อยอีกสองอย่างคือโรตีย่างไฟมีรอยไหม้เล็กน้อยหอมมากและนุ่มดี เข้าใจว่าของที่นี่ใช้แป้งที่พิเศษกว่าที่ขายตามตลาดหรือข้างถนนแน่นอน. ส่วนเมนูอาหารคาวแบบอินเดียมีเครื่องเทศนำไม่ถูกปากพวกเรานักจึงมักเหลือครับ แม้จะปรุงโดยยอดเชฟของโรงแรมแลวก็ตาม จนเชฟทุกโรงแรมแปลกใจว่าทำไมคนไทยขอเข้าครัวด้วยทุกครั้งครั้งละสามสี่คน แล้วขนข่าตะไคร้มะละกอพร้อมเข้าไปด้วย แล้วออกมาเสิร์ฟด้วยต้มยำ ต้มข่า และส้มตำ ตักกันทุกโต๊ะ ซดกับข้าวสวยร้อนๆสุดโอชาไม่ถึงสิบนาที ไกด์ทัวร์และลูกทีมเขารู้ดีว่าอร่อยสุดๆรอตักทันทีที่คนไทยตักเสร็จ จนเชฟแขกต้องพาลูกน้องยกโขยงกันมาขอแบ่งไปแอบชิมบ้าง แล้วร้องอุทานด้วยความตกใจอะไรมานจะอร่อยขนาดนี้นะนายจ๋า ...แล้วคว้าถ้วยมาเข้าแถวต่อคนไทยกันยาวพรืด ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ มีฝรั่งมาพักที่นี่ด้วยเป็นสิบคน พอได้กลิ่นต้มยำไก่เท่านั่นแหละครับ พี่ฝรั่งยิ้มน้ำลายไหลเดินมาที่แถวพวกเราเลย ส่งยิ้มสยามมาเลย แล้วตีซี้ถามว่ามาจากบางกอกเหรอครับ  เราบอกใช่  เขาบอกผมก็ไปเที่ยวบ่อยนะครับ ชอบมากครับ  อาหารอร่อยครับ คนไทยใจดีมาก ก่อนจะจบการขายด้วยการขอตักต้มข่าไก่คนละถ้วยสองถ้วย.....ยืนยันได้ว่าเมนูอาหารของเราสุดยอด  มีเรื่องขำมากคือไกด์ชาวอินเดียติดใจมากเจ้าต้มข่าไก่นี้นะครับท จนในระหว่างทางที่เราตระเวณไปในป่าเขาเวลากลางวัน. พอถึงไร่ของชาวหมู่บ้านนอกคนขับรถต้องจอดกลางทางลงไปหาต้นตะไคร้ต้นข่าที่หมดสต๊อก พอตัดขึ้นมาเท่านั้นพี่พยงค์หมอที่เป็นหมออายรกรรมต้องร้องบอกว่า กลิ่นมันแปลกๆนะผมว่าอพอพี่จุ๊บหัวหน้าแมครัวดูจึงบอกว่านี่มันไม่ใช่ตะไคร้ใส่ต้มยำจ้ะ มันเป็นตะไคร้หอมไล่ยุงจ้ะแขกจ๋า...
 
....อีกเมนูหนึ่งคือข้าวเหนียวเปียกกับเค้กราดน้ำกะทิที่คุณหมอกุ้งบอกว่าเป็นการทำแบบข้าวมธุปายาส เท่านั้นแหละพี่พยงค์ที่มีเบาหวานอยู่เล็กน้อยก็อดใจไม่ไหวต้องลุกไปตักมาชิมแล้วบอกว่าอร่อยมาก ส่วนข้าพเจ้าเองนั้นตักแล้วสามรอบ ข้าวมธุปายาสเป็นกระยาหารที่นางสุชาดาทำถวายแด่พระพุทธเจ้าก่อนวันตรัสรู้หนึ่งวัน จึงเป็นทานที่มีกุศลยิ่งใหญ่  ของหวานของแขกอร่อยครับขอยกนิ้วให้ครับ
 
 
 
 
 
 
พอพี่พิทักษ์รูมเมทของข้าพเจ้าได้ทราบเรื่องเท่านั้นรีบผลุนไปตักมาทันที เผื่อพรุ่งนี้จะได้มีดวงตาเห็นธรรมที่ตถาคตท่านสอนบ้าง เนื่องจากอากาศหนาวเย็นกว่าเมื่อวานมาก หลังรับประทานอาหารเรียบร้อบแล้วพวกเราต่างจึงเข้าห้องของตนเองเป็นส่วนใหญ่ ขอเล่าถึงความพร้อมให้บริการของโรงแรมเมย์แฟร์ว่าน่าชื่นชมนัก นอกจากโรงแรมทำสวย จัดสวนสวย ตกแต่งสวยงามสะอาดและมีรสนิยม พนักงานแต่งกายดี สุภาพเรียบร้อยทั้งภาษากาย ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีเยี่ยม และเต็มใจตอบสนองความต้องการของแขกที่มาพักอย่างกระตือรือร้น และตอบคำถามอย่างตกไปตรงมา ในห้องน้ำอ่างอาบน้ำพร้อมน้ำอุ่นจริงตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง และเตาผิงที่จัดเตรียมไว้ยามหนาวจัด แต่ที่ใช้งานจริงคือฮีทเตอร์ไฟฟ้าซึ่งนับว่าพอเพียงแล้ว ท่านสามารถรับชมทีวีในห้องได้พร้อมมีเครื่องเล่นดีวีดีพร้อม นอกจากนี้ ทางโรงแรมมีแผ่นภาพยนตร์ให้ยืมฟรีด้วย การบริการด้วยความรอบคอบและด้วยใจบริการเช่นนี้ข้าพเจ้าให้หกดาว
 
 
 
 
ต่อไปจะพาท่าน ไปเยี่ยมพี่น้องเมืองกาลิมปง.............................................................................
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 27/06/2014 เวลา : 17.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ข้อมูลเยอะ น่าสนใจทั้งนั้น ต้องกลับมาอ่านอีก 2 - 3 ครั้งครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
หมอหู วันที่ : 17/02/2013 เวลา : 23.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eardoctor

ขอบคุณทุกท่านครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
BlueHill วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 18.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ภาพแต่ละภาพสนุกจริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Ae^ วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 10.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai


ความคิดเห็นที่ 5 หมอหู ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลุงต้าลี่ วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 09.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

ชื่นชมกับการท่องเที่ยวที่สนุกสนานครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
หมอหู วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 08.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eardoctor

ขอบคุณครับผม

ความคิดเห็นที่ 3 หมอหู ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 18/11/2012 เวลา : 19.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านไปอมยิ้มไป คุณพิทักษ์ท่าทางจะฮา เพราะอ่านพล นิกร กิมหงวน

ไม่อยากจะบอกแม่หมีก็อ่านเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 2 หมอหู ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลูกแม่ลำดวน วันที่ : 18/11/2012 เวลา : 15.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/FriendlygirL
         Leave Well Enough Alone        

แต่ละภาพได้ฟิลล์มากๆ

โดยเฉพาะภาพแรก

โหวตค่ะ +++++

น่าติดตามมากๆ ค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ


ความคิดเห็นที่ 1 หมอหู ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 18/11/2012 เวลา : 14.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.

เล่าเรื่องสนุกสนาน ปล่อยมุขเป็นช่วงๆ

เกร็ดแกมหยอก ฮาดีครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน