• sutti19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : eastern_network@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-01-27
  • จำนวนเรื่อง : 91
  • จำนวนผู้ชม : 84959
  • ส่ง msg :
  • โหวต 37 คน
เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก ระยอง
สิ่งแวดล้อมคือชีวิต เดินตามรอยเท้าพ่อ ถามหาความพอเพียง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/eastern
วันอาทิตย์ ที่ 3 ตุลาคม 2553
Posted by sutti19 , ผู้อ่าน : 3284 , 20:05:08 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน sutti19 , Surakant และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

ฝากถึงอาจารย์เปลว สีเงินที่เคารพ

ด้วยความศรัทธาอาจารย์เปลว สีเงินมาโดยตลอด  ความจริงช่วงที่ผมเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ผมได้ติดตามอ่านงานเขียนของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์มาโดยตลอด โดยเฉพาะบทวิเคราะห์ของอาจารย์เปลว สีเงิน เพราะผมเห็นว่าข้อคิดของอาจารย์เปลวฯ เป็นประเด็นที่ก้าวหน้า ไม่เคยล้าหลัง ให้ข้อคิดที่เฉียบ แหลมคม และทำให้ฉุกคิดได้ในเวลาที่เดินผิดที่ผิดทาง  ผมจึงนำข้อคิดของอาจารย์เปลวฯ มาสอนน้องๆ ตอนทำกิจกรรมเป็นผู้นำนักศึกษา (ราวปีพ.ศ.2537)   และทุกวันนี้ ที่ผมทำงาน ผมก็รับหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์มาอ่าน และพยายามบอกเพื่อนๆ ผม ให้รับหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์เป็นหนังสือพิมพ์หลักที่หน่วยงานต่างๆ ที่เพื่อนผมทำงานได้ทำงานอยู่ เพราะผมตระหนักดีว่าการลงข่าวของไทยโพสต์เป็นไปอย่างเป็นกลางและเป็นธรรม และที่สำคัญคือ ผมชอบสโลแกนของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ในเรื่องของ “อิสรภาพทางความคิด”  เพราะผมตระหนักว่า การที่สื่อมวลชนได้ใช้เสรีภาพทางความคิดอย่างเต็มที่นั้น จะช่วยทำให้สังคมมองเห็นความจริงในเชิงประจักษ์ได้

อาจารย์เปลว สีเงินครับ ผมคิดไม่ถึง ว่าวันหนึ่งการกระทำของผมจะเป็นเหตุให้ถูกมองในมุมลบจากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ หนังสือพิมพ์ที่ผมศรัทธามาโดยตลอด  ผมถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากผู้เขียนบทความที่ผมอ่านมาโดยตลอด คือ “เปลว สีเงิน”  บุคคลที่ผมได้ประทับใจในงานเขียนของเขาเป็นอย่างมาก 

วันนี้ผมกลับเป็นคนหนึ่งที่อาจารย์เปลว สีเงินวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง และเป็นการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง “ในข้อหาที่ผมเสียใจและผิดหวังมากที่สุดในชีวิต”   

โดยเฉพาะข้อหา “ทำลายชาติ ถ่วงความเจริญ และข้อหาชักจูงต่างชาติมาทำลายประเทศไทย”

 ทั้ง 2 ข้อหาเป็นข้อหาที่รุนแรงมาก  รุนแรงสำหรับผมจริงๆ ครับ เพราะถือว่าสิ่งที่ผมทำไปนั้น เป็นไปเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ และผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและในเขตพื้นที่จังหวัดระยอง

ด้วยความเคารพอาจารย์เปลว สีเงิน ผมเริ่มเข้าสู่การต่อสู้ในนามภาคประชาชน ตั้งแต่ผมจบรั้วมหาวิทยาลัย ผมเคยทำงานกับพี่พิภพ ธงไชย พี่สุวิทย์ วัดหนู รวมทั้งอาจารย์จรัญ ดิษฐาพิไชย ซึ่งเคยทำงานร่วมกัน แต่นานมาแล้วครับ ช่วงนี้เรามีความแตกต่างกันทางความคิด แต่ด้วยความเคารพกันก็ไม่มีการพาดพิงถึงกัน รวมถึงหลายๆ ท่านที่เป็นแกนนำเสื้อแดง เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ผมไม่ได้ยึดแนวทางตามที่อาจารย์กลุ่มที่ไปอยู่ข้างเสื้อแดงนั้นถือปฏิบัติ ผมยังยึดมั่นทางความคิดที่น่าจะถูกต้องในสังคมไทย และทุกครั้งผมยืนอยู่ข้างพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และร่วมผลักดันความถูกต้องกับพันธมิตรฯ จนถึงที่สุดเท่าที่ผมจะกระทำได้

การทำงานของผมต้องการให้เกิดการเติบโตและเกิดความเข้มแข็งของภาคประชาชน เพราะไม่อยากเห็นประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบจากอำนาจรัฐและอำนาจทุน  นี่คือเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ ด้วยความตั้งใจของผม

บ้านผมอยู่ระยอง ทำสวนผลไม้และสวนยางพารา มีอาชีพพอที่จะอยู่ได้ โดยไม่ต้องไปรับจ้างใคร ผมก็สามารถมีชีวิตอย่างมีความสุขได้ครับ คุณแม่คุณพ่อผมเป็นคนระยอง อาชีพเกษตรกร ทำสวน ผมไม่ใช่ลูกเศรษฐี ไม่ใช่ลูกนักการเมือง ไม่ใช่ลูกคนที่มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ ผมเป็นลูกชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเอง

                ผมเคยทำงานในองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) มาก่อน แต่ตอนหลังผมไม่ได้ทำแล้วตั้งแต่ปีพ.ศ.2540 เป็นต้นมา ผมกลับมาอยู่บ้านที่ระยอง และใช้ชีวิตในฐานะคนระยองคนหนึ่ง และได้ทำงานในโครงการเมืองน่าอยู่ ชุมชนน่าอยู่ ร่วมกับสำนักงานกองสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยจัดทำเรื่องการอนุรักษ์มรดกเมือง และผลักดันจนเกิด “พิพิธภัณฑ์เมืองระยอง” ขึ้นบริเวณเมืองเก่า ถนนยมจินดา อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ชาวระยองก็รู้จักกันดี รวมถึงผลักดันเรื่องการช่วยเหลือ “การสร้างที่อยู่อาศัยให้กับคนจนในเมือง” ที่ชุมชนแหลมรุ่งเรืองในจังหวัดระยอง และชุมชนอีกหลายๆ ที่ในจังหวัดระยอง

                แต่พอมาถึงปีพ.ศ.2548 ในสมัยรัฐบาลทักษิณ ที่มีการคอร์รัปชันและเป็นรัฐบาลทุนนิยม ที่ระยองเกิดวิกฤตภัยแล้งเนื่องจากน้ำในอ่างเก็บน้ำที่ต้องใช้ประโยชน์ร่วมกัน ถูกผันไปใช้เพื่อการอุตสาหกรรมเป็นส่วนใหญ่ เพียงเพื่อต้องการลงทุน เพียงเพื่อการผลิตของอุตสาหกรรม จึงเกิดข้อขัดแย้งระหว่างเกษตรกรรม (ชาวสวนผลไม้และชาวนา), ผู้ต้องการใช้น้ำในเมือง และประมงที่ต้องการน้ำ กับภาคอุตสาหกรรม ผมทนเห็นสภาพการณ์แห่งการแย่งชิงทรัพยากรเหล่านั้นไม่ได้ จึงเรียกร้องให้มีการจัดสรรน้ำและกระจายทรัพยากรธรรมชาติให้ทุกภาคส่วนอย่างเป็นธรรม จึงรวมตัวในนาม “เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก” และรวมกลุ่มประชาชนจากจังหวัดต่างๆ มาร่วมเป็นคณะกรรมการ จัดตั้งเป็นองค์กรภาคประชาชน ไม่ใช่เอ็นจีโอ และมีมติจากที่ประชุมของ 8 จังหวัดในภาคตะวันออก เลือกให้ผมทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน โดยมีวัตถุประสงค์ขององค์กร เพื่อผลักดันให้ประชาชนได้เข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะถือว่าทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นสมบัติสาธารณะ ประชาชนต้องได้รับการจัดสรรอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม จึงต่อสู้กับรัฐบาลทักษิณในช่วงนั้นมาโดยตลอด และได้เข้าร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อให้ทิศทางการพัฒนาประเทศเป็นประโยชน์กับประชาชนทุกคนและต่อการทำงานในนามองค์กรภาคประชาชนของเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก

                เราได้งบประมาณด้วยการบริจาคและจากการสนับสนุนด้วยกันเองของสมาชิกใน 8 จังหวัด ไม่ได้รับเงินจากต่างประเทศในการขับเคลื่อนงาน หรือทำกิจกรรมแม้แต่บาทเดียว

พวกผมผลักดันเรื่องน้ำจนเป็นประเด็นสาธารณะ เกิดการทบทวนบทบาทของบริษัท อีสวอเตอร์ เกิดรูปธรรมของการจัดสรรน้ำอย่างเป็นธรรมมากขึ้น

พอสมัยรัฐบาลสุรยุทธ์ พวกผมศึกษาข้อมูลพบว่า งานวิจัยของมหาวิทยาลัย สถาบันอุดมศึกษา รายงานของกระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับปัญหาในมาบตาพุดมีเป็น 1,000 ฉบับ ล้วนแล้วแต่ระบุว่าเกิดปัญหาผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่แทบทั้งสิ้น แต่งานศึกษาเหล่านี้ กลับไม่ได้ถูกนำมาเปิดเผย ไม่สามารถเผยแพร่ให้ประชาชนเข้าใจได้ และไม่สามารถนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่แม้แต่ครั้งเดียว จึงทำให้ผมต้องออกมาทำงานเกี่ยวกับเรื่องมาบตาพุด เพราะผมมีความเชื่อว่ามาบตาพุดและระยองคือบ้านของผม 

ผมจึงทำสรุปงานวิจัยเหล่านั้นให้เป็นประเด็นอย่างง่ายเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เข้าใจต่อปัญหา  ข้อมูลที่พบนั้น ระบุว่าคนมาบตาพุดเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง โรคผิวหนัง โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคอื่นๆ อีกมากมาย

โรคภูมิแพ้และโรคระบบทางเดินหายใจ เป็นโรคที่สถิติผู้ป่วยเยอะมาก ถ้าไปดูทะเบียนประวัติคนไข้ ก็จะพบว่าคนระยองป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจและโรคภูมิแพ้จำนวนมาก (ข้อมูลจากสาธารณสุขจังหวัดระยอง) ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับจังหวัดจันทบุรี ที่มีภูมิประเทศเหมือนกับจังหวัดระยอง กล่าวคือ ติดกับทะเลเหมือนกัน มีอาชีพเกษตรกร เป็นชาวสวนเหมือนกัน แต่คนจันทบุรีมีคนเจ็บป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจน้อยกว่าจังหวัดระยอง  จึงทำให้พวกเราเข้าใจได้ว่า ผลกระทบจากอุตสาหกรรมเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนระยองมีอัตราการเสี่ยงต่อโรคสูงกว่าจังหวัดจันทบุรี และสาเหตุที่สำคัญคือ “มลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม” นั่นเอง

ผมจึงนำข้อมูลของงานวิจัยทั้งหมดที่ผมได้สรุปเป็นอย่างง่าย นำเสนอต่อประชาชนในพื้นที่มาบตาพุดและจังหวัดระยอง จนมีกลุ่มคนในพื้นที่มาบตาพุดได้ตระหนักในเรื่องดังกล่าว และได้ร่วมกันเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศพื้นที่มาบตาพุดและพื้นที่ข้างเคียงเป็น “เขตควบคุมมลพิษ” เพราะไม่อยากให้ปัญหามลพิษลุกลามสู่ปัญหาสุขภาพ และท้ายสุดจะกระทบต่อชีวิต แต่รัฐบาลในช่วงนั้น (รัฐบาลสุรยุทธ์) ไม่ได้ประกาศให้เป็นเขตควบคุมมลพิษ ตามที่พวกกระผมเรียกร้อง พวกกระผมจึงใช้สิทธิทางศาลด้วยการฟ้องต่อศาลปกครองระยอง และศาลปกครองระยองได้พิพากษาให้มาบตาพุดและพื้นที่ข้างเคียงเป็น “เขตควบคุมมลพิษ” เพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนลดและขจัดมลพิษ รวมถึงเกิดการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและประชาชนได้มีโอกาสในการเข้าไปสู่การควบคุม กำกับ ดูแลและตรวจสอบ รวมถึงแก้ปัญหามลพิษของโรงงานอุตสาหกรรมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลมากขึ้น

ณ ปัจจุบันรัฐบาลได้ประกาศพื้นที่มาบตาพุดและพื้นที่ใกล้เคียงเป็น “เขตควบคุมมลพิษ” แล้ว  และอยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผนลดและขจัดมลพิษอยู่ ยังไม่สามารถชี้วัดได้ว่าจะเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริงได้หรือไม่ เพราะอยู่ในช่วงขั้นเริ่มต้นของการเริ่มดำเนินการ ซึ่งอาจจะต้องมีการติดตามและประเมินเป็นระยะๆ ว่าปัญหามลพิษจะลดลงได้จริงหรือไม่

ทั้งนี้ ระหว่างการจัดทำแผนลดและขจัดมลพิษตามที่ได้มีการประกาศพื้นที่มาบตาพุดและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นเขตควบคุมมลพิษไปแล้วนั้น รัฐบาลก็ได้มีแผนที่จะขยายอุตสาหกรรมต่อเนื่องเรื่อยไป โดยมิได้คำนึงถึงว่าพื้นที่มาบตาพุดและพื้นที่ข้างเคียงนั้นเป็นเขตควบคุมมลพิษไปแล้ว รวมถึงไม่ได้ดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในมาตรา 67 แต่อย่างใด พวกกระผมจึงได้ฟ้องต่อศาลปกครองกลางให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว “ระงับการดำเนินโครงการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่นี้ ทั้งหมดจำนวน 76 โครงการ” เพื่อต้องการให้โรงงานที่จะขยายเหล่านั้น ได้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสอง อันจะนำไปสู่การคุ้มครองและป้องกันชุมชนให้ปลอดภัยจากการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมต่อไป และศาลปกครองสูงสุดก็ได้มีคำสั่งระงับโครงการทั้งหมดไว้ก่อน และให้ดำเนินการตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสองทุกประการ

และเหตุการณ์ในช่วงนั้นเอง พวกกระผมเห็นว่า ถ้าปล่อยให้รัฐบาลดำเนินการตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสองโดยลำพัง อาจจะทำให้ไม่เป็นที่ยอมรับ และจะทำให้เกิดความขัดแย้งต่อไปอย่างไม่รู้จักจบสิ้น จึงได้เสนอทางออกให้กับรัฐบาลด้วยการ “เสนอให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหาทางออกร่วมกัน”   รัฐบาลก็ตอบรับและนำไปสู่การตั้ง “คณะกรรมการ 4 ฝ่าย” ขึ้นมา ตามข้อเสนอของผม โดยผมเป็นผู้เสนอให้ท่านอานันท์ ปันยารชุนมาเป็นประธาน เนื่องจากเห็นว่าท่านอานันท์เป็นบุคคลที่มีความเป็นกลางและมีความสามารถสูง สามารถที่จะบูรณาการเรื่องนี้ได้อย่างลงตัว และรัฐบาลก็ตอบรับด้วยดี

หลังจากนั้นคณะกรรมการ 4 ฝ่ายก็เริ่มทำงานด้วยดีมาโดยตลอด ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันอยู่ประมาณ 6 เดือน มีข้อขัดแย้งทางความคิดบ้าง แต่ท้ายที่สุดก็มีข้อยุติออกมา และได้นำ “ข้อเสนอที่เป็นข้อยุติจากกรรมการ 4 ฝ่าย” เสนอไปยังรัฐบาล

ช่วงแรกรัฐบาลได้รับข้อยุติที่กรรมการ 4 ฝ่ายเสนอมา และออกมาเป็น “ประกาศกระทรวงในเรื่องของการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสุขภาพ” และออก “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดตั้งองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสอง” มาด้วยดี มาโดยตลอด มิได้มีการปรับแก้แต่อย่างใด หรือถ้ามีการปรับแก้ ก็จะมีการหารือกับคณะกรรมการ 4 ฝ่ายก่อน

พอมาถึงเรื่องประกาศประเภทโครงการที่อาจก่อผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงฯ รัฐบาลกลับ “มิได้นำข้อยุติของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายมาพิจารณา”  แต่กลับมีการ “ปรับแก้” โดยรัฐบาลเอง รวมถึงไม่ได้มีการปรึกษาหารือกับคณะกรรมการ 4 ฝ่ายก่อนที่จะมีการปรับแก้แต่อย่างใด จนทำให้ท่านอานันท์ ปันยารชุน ต้องออกมาถามรัฐบาลถึงสาเหตุที่ต้องมีการแก้ไขและ “ร้องขอให้รัฐบาลชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร” และปัจจุบันรัฐบาลก็ยังไม่ได้มีการชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรแต่อย่างใด

ทั้งๆ ที่ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันอยู่ประมาณ 6 เดือน มีความขัดแย้งทางความคิดบ้าง แต่ท้ายที่สุดกรรมการสี่ฝ่ายก็มีข้อยุติออกมาตามที่หลายท่านได้รับทราบ ซึ่งรัฐบาลได้นำข้อเสนอหลายข้อของกรรมการสี่ฝ่ายไปใช้โดยไม่ปรับแก้ แต่มีเพียงข้อเดียวที่รัฐบาลปรับแก้ คือ “โครงการที่อาจก่อผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงฯ”   (ปรับแก้เยอะมาก มีทั้งการตัด เพิ่ม และเปลี่ยนแปลงขนาด)  

“ถูกต้อง ชอบธรรมไหมครับ ? เมื่อได้ตั้งคณะกรรมการฯ เพื่อมาทำงานเพื่อแก้ปัญหาแล้ว แต่รัฐบาลกลับไม่ได้นำข้อเสนอของคณะกรรมการฯ นั้น ไปปฏิบัติ”

ซึ่งผลของการออกประกาศฯ ที่ไม่ชอบธรรมนี้ อาจเป็นต้นเหตุให้ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ไม่สามารถเข้าสู่การใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67  อาจตกเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการลงทุน อย่างที่มาบตาพุด “เป็นอยู่” ผมจึงเห็นว่า การจะปล่อยให้ “เป็นไป” คงจะไม่ดีไม่งาม ...และผมคิดว่าคนไทยทุกคนก็ไม่อยากเห็นความเจ็บปวดเฉกเช่นที่มาบตาพุดเกิดขึ้นอีกแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นที่ใดในผืนแผ่นดินไทยก็ตาม  และท้ายที่สุดถ้าเกิดปัญหาขึ้นแล้ว “อย่างมาบตาพุด” รัฐบาลก็นำเงินภาษีของประชาชนทั้งประเทศมาแก้ไขปัญหากับสิ่งที่อุตสาหกรรมได้ก่อไว้ ... ทุกครั้งไป

ไม่เป็นธรรมเลย กับคนที่เขาเสียภาษี

ทั้งนี้ เป็นเพราะเราไม่ได้มีระบบการป้องกันที่ดี พวกผมจึงเห็นว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสองคือมาตรการในการป้องกันที่ดี ที่สมควรนำมาดำเนินการในช่วงนี้เป็นอย่างยิ่ง

สาเหตุที่ผมต้องออกมาเคลื่อนไหว “เพื่อคัดค้านประกาศ 11 ประเภทโครงการที่อาจก่อผลกระทบรุนแรงฯ ” ในครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากคำพิพากษาของศาล เพราะคำพิพากษาของศาลอยู่เคียงข้างประชาชนทุกประการและยึดถือความถูกต้อง แต่สิ่งที่เรา “เห็นต่าง” จากรัฐบาล และเป็นเหตุผลที่ต้องลุกขึ้นมาแสดงออกอีกครั้ง เพราะว่ารัฐบาลได้ออกประกาศประเภท “โครงการรุนแรงฯ ขนาดใหญ่เกินกว่า” ที่ชุมชนจะ “รับได้” หรือ “มั่นใจได้” ว่า “ขนาด” ที่รัฐบาลกำหนดมานั้นจะมี “ความปลอดภัย” ต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ชีวิตคน สุขภาพและชุมชนครับ

สำหรับโครงการที่อาจก่อผลกระทบรุนแรงฯ ที่มี “ขนาดพอดี” และ “เป็นที่ยอมรับได้” คือ “โครงการรุนแรงฯ ที่เสนอโดยคณะกรรมการ 4 ฝ่าย” ทั้งนี้เพราะมีการกำหนดร่วมกัน เกิดจากกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน รวมถึงภาคนักวิชาการด้วย และได้มีเวทีรับฟังความคิดเห็นในระดับภูมิภาคและในการประชุมคณะกรรมการ 4 ฝ่ายเอง ซึ่งมีทั้ง ตัวแทนภาครัฐ เช่น คุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ, ปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้องต่างๆ ตัวแทนภาคเอกชน เช่น สถาบันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรม ตัวแทนนักวิชาการ และตัวแทนภาคประชาชน ซึ่งภาคประชาชนที่จะเป็นตัวแทนนั้น ไม่สามารถนำตัวแทนจากมาบตาพุดเข้ามาเป็นคณะกรรมาการได้ทั้งหมด เพราะต้องคำนึงถึงตัวแทนภาคประชาชนที่มีความรู้ และมีความเหมาะสมที่จะทำหน้าที่ในการคุ้มครองภาคประชาชนทั่วประเทศได้อย่างแท้จริง  แต่อย่างไรก็ตาม ก็ได้เปิดโอกาสให้ตัวแทนมาบตาพุดเข้าร่วมรับฟังและชี้แจงในที่ประชุมกรรมการ 4 ฝ่ายมาโดยตลอด และรัฐบาลเองก็ให้การยอมรับตัวแทนภาคประชาชนครับ

อาจารย์เปลว สีเงินครับ ผมและชาวบ้านได้เดินทางไปยื่นหนังสือให้รัฐบาลที่ทำเนียบรัฐบาลหลายครั้งแล้วครับ เพื่อให้เกิดการทบทวนการออกประกาศประเภทโครงการที่อาจก่อผลกระทบรุนแรงฯ ใหม่ ด้วยข้อเสนอดังนี้

1)             ประกาศฯ ดังกล่าวนี้ได้บรรจุประเภทโครงการรุนแรงฯ ไว้อย่างจำกัดและคับแคบ ทั้งในแง่ปริมาณโครงการและคุณภาพของเนื้อหา ที่ไม่พอจะใช้เป็นเครื่องมือหลักในการวินิจฉัยว่า โครงการใดเป็นโครงการรุนแรงฯ ได้อย่างครอบคลุม ถูกต้อง และเหมาะสม เมื่อพิจารณาถึงความจำเป็นของสถานการณ์ความรุนแรงของปัญหาความขัดแย้งทางสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน และในที่สุดประกาศกำหนดประเภทโครงการรุนแรงฯดังกล่าว จะกลายเป็นเครื่องมือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการของทุกฝ่าย เพื่อการบรรลุเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 66 และ 67

2)            เครือข่ายประชาชนทั่วประเทศ เห็นว่า การใช้ประกาศกำหนดประเภทโครงการรุนแรงฯ ฉบับดังกล่าว โดยที่รัฐบาลคาดการณ์เห็นแล้วว่า จะเป็นเครื่องมือที่ไม่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมดังกล่าว ย่อมเป็นการที่รัฐบาลไม่ได้ให้ความเคารพต่อสิทธิชุมชนของชุมชนทั่วประเทศ รวมทั้งเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 66 และ 67

3)            เครือข่ายประชาชนทั่วประเทศ มีความกังวลว่า การยังคงบังคับใช้ประกาศฯ ดังกล่าวนี้ต่อไปโดยไม่มีการยกเลิกแล้วจัดทำและประกาศใช้ใหม่ จะนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างชุมชน และภาคธุรกิจอุตสาหกรรมที่ขยายตัวและรุนแรงมากขึ้นในอนาคต

 

แต่รัฐบาลก็ยัง “ไม่ทำ” ในสิ่งที่ “ควรทำ” เพื่อดำรงรักษา “ความถูกต้อง ความชอบธรรม และความดีงาม” ที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 66 และ 67 ตามที่พวกผมได้ยกมาดังกล่าวข้างต้น

ผม และเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก รวมถึงเครือข่ายประชาชนทั่วประเทศ  จึงได้ร่วมกัน เคลื่อนไหว ด้วยการชุมนุมโดยสงบ ปฏิบัติตามกฎหมายตามสิทธิที่พวกผมพอพึงจะกระทำได้ หวังเพื่อต้องการให้รัฐบาลมีการทบทวนการออกประกาศประเภทโครงการที่อาจก่อผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงฯ เสียใหม่ เพื่อให้ชุมชนทั่วประเทศมีโอกาสใช้สิทธิปกป้องชุมชนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรคสองต่อไป

และการชุมนุมในช่วงวันที่ 30 ก.ย. และ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา ก็เป็นไปโดยสงบ ไม่มีการปิดถนน หรือมีการปิดล้อมนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดแต่อย่างใด แต่กลับอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายด้วยดีมาโดยตลอด ทั้ง 2 วัน และรัฐบาลก็ได้ส่งตัวแทนรัฐบาล (นายพุฒิพงศ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม) มารับข้อเสนอของพวกกระผม และมีการพูดคุยกันด้วยดี เห็นเจตนาที่ดีของกันและกัน ยังขาดแต่เพียง “เวทีที่จะได้มีโอกาสในการทำความเข้าใจร่วมกัน” และตัวแทนรัฐบาลก็ได้รับข้อเสนอของผม และจะมีการเปิดเวทีสาธารณะเพื่อหาข้อยุติเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการออกประกาศประเภทโครงการที่อาจก่อผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงฯ ร่วมกันระหว่าง “ตัวแทนประชาชน” กับ “ตัวแทนรัฐบาล” ภายใน 2 อาทิตย์ รวมถึง “รับปาก” เรื่องปัญหาที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการของรัฐบาล ว่าจะมีการเร่งรีบดำเนินการให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องผังเมือง และปัญหาเรื่องของการควบคุม กำกับดูแลมลพิษ

ทั้งนี้ ตัวแทนรัฐบาลยังตอกย้ำกับพวกกระผมในตอนท้ายของการพูดคุยว่า “เราต้องจับมือกัน ทำงานไปด้วยกัน ปัญหาเหล่านั้นมันจะถูกแก้ให้สัมฤทธิ์ผลได้ด้วยดี” พวกผมก็เห็นด้วย แต่ขอความจริงใจเท่านั้นเอง

นี่คือเหตุการณ์ทั้งหมด ที่ผมขออนุญาตเรียนอาจารย์เปลว สีเงินอย่างตรงไปตรงมา

ผมไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อประเทศชาติ หรือถ่วงความเจริญให้ประเทศแต่อย่างใด แต่กลับมีความต้องการยกระดับความน่าเชื่อถือในการลงทุนทางอุตสาหกรรมให้ประชาชนมีความมั่นใจมากขึ้น รวมถึงเกิดการเอาจริงเอาจังจากภาครัฐและภาคเอกชนในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงยึดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารงาน “ประโยชน์สุขทั้งหมดจะเกิดขึ้นกับประชาชน”

ผมไม่ได้ชักชวนชาวต่างชาติมาทำลายประเทศไทยแต่อย่างใด ผมรู้จักกับคุณธารา บัวคำศรี ผู้ประสานงานกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มานานแล้ว และเคยถูกจับร่วมกับคุณธาราที่ประเทศอินโดนีเซียมาก่อน กรณีที่คุณธารา บัวคำศรี พา “เรือเรนโบว์” มาลอยลำในบริเวณอ่าวไทยนั้น  คุณธาราแจ้งผมว่า เพื่อต้องการตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลบริเวณอ่าวไทย ว่ามีสภาพเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ ก่อนที่จะมาระยอง คุณธาราก็ได้นำเรือไปที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสงครามและก็มาสู่จังหวัดระยอง

ด้วยความสัตย์จริง ผมก็ไม่เห็นว่าในเรือเรนโบว์นั้น มีชาวฝรั่งต่างชาติอยู่เลยแม้แต่คนเดียว กลับมีแต่คนไทยทั้งหมด และก็ไม่เห็นว่าเรือเรนโบว์ทำอันตรายใดๆ กับโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทย ผมจึงไม่รู้ว่า “ผมไปชักชวนฝรั่งมาทำลายประเทศไทยอย่างไร”

ส่วนกลุ่มประมงเรือเล็กที่ออกมาล่องเรือบริเวณท่าเรือที่นิคมอุตสาหกรรมฯ นั้น เพราะพวกเขาประสบปัญหาในการประกอบอาชีพมาอย่างยาวนาน  ไม่ว่าจะเป็น “เรือขนถ่ายสินค้าด้านเคมีทิ้งน้ำเสียลงทะเลโดยไม่มีการบำบัด, โรงงานอุตสาหกรรมปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเล, ปล่อยน้ำที่มีอุณหภูมิสูงลงสู่ทะเล, ทิ้งขี้เถ้า-ตะกอน-กากของเสียลงสู่ทะเลมาโดยตลอด” ทำให้วิถีชีวิตของพวกเขาทำมาหากินยากขึ้น ความสมบูรณ์ใต้ทะเลถูกทำลายไปมาก มีแต่กากของเสีย สัตว์น้ำเริ่มหนีจากบริเวณที่ใกล้ชายฝั่งบริเวณระยอง พวกเขาต้องวิ่งเรือไกลขึ้น มีต้นทุนมากขึ้น ... นี่คือปัญหาของพวกเขาที่ประสบมาโดยตลอด แต่ยังไม่มีรัฐบาลใดให้ความช่วยเหลือพวกเขาเลยแม้แต่นิดเดียว

ผมจึงได้ร่วมกับพวกเขา (ชมรมประมงพื้นบ้านเรือเล็ก จังหวัดระยอง) แสดงออกเพื่อบอกสู่สังคม และเร่งให้รัฐบาลหามาตรการไปสู่การแก้ไขปัญหาให้พวกเขาโดยเร็ว

อาจารย์เปลว สีเงินครับ ผม “สุทธิ อัชฌาศัย” เป็นลูกสามัญชนคนธรรมดาคนหนึ่ง ผมไม่ได้กินภาษีประชาชน ผมไม่เคยประพฤติตัวเป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีแก่สังคม ผมไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ผมไม่ได้หวังที่จะเดินเข้าสู่เส้นทางการเมืองแต่อย่างใด แต่ผมเป็นแค่เพียง “ผู้นำชุมชนธรรมดาคนหนึ่ง” ที่มีความหวัง “สร้างความเข้มแข็งของชุมชนจากฐานราก” อันจะนำไปสู่ความเท่าเทียมของสังคมไทยอย่างแท้จริง

ผมผิดด้วยหรือครับ ผมไม่รู้จักกับ ดร.โสภณ  พรโชคชัยมาก่อน ผมไม่เคยมีปัญหากับเขา ผมไม่เคยมีปัญหากับอาจารย์เปลว สีเงิน ผมไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์ใคร นอกจากวิพากษ์วิจารณ์การลงทุนทางอุตสาหกรรมที่ไม่มีมาตรฐานของประเทศไทย และวิพากษ์วิจารณ์ทักษิณ ชินวัตร เพราะผมถือว่า “ทุนนิยมถ้าใช้ไม่ถูกทาง จะเป็นการทำลายสังคมในทุกรูปแบบ” นี่คือสิ่งที่ผมทำมาตลอดชีวิต

ผมอยากย้ำท่านอาจารย์เปลว สีเงินว่า อาจารย์เปลว สีเงินสามารถตรวจสอบพฤติกรรมของผมได้ตลอดเวลา “สามารถวิพากษ์วิจารณ์ผมได้ถ้าผมทำในสิ่งที่ผิดจริงๆ” สามารถนำพฤติกรรมของผมในสิ่งที่ผิดบอกต่อสาธารณชนได้ ผมจะไม่รู้สึกเสียใจแต่อย่างใด แต่ทั้งหมดที่ผมทำมา “ผมยังไม่ทราบว่า ผมทำผิดเรื่องอะไร” ผมเคารพสถาบันมาโดยตลอดด้วยความจงรักภักดี ผมไม่เคยเผาบ้านเผาเมือง ผมไม่เคยทำให้ใครต้องเดือดร้อนถ้าคนนั้นทำในสิ่งที่ถูกตามกฎหมาย

ด้วยความเคารพอาจารย์เปลว สีเงิน ผมทำผิดอะไรครับ ?

สิ่งที่ผมทำ “ทำลายชาติ ถ่วงความเจริญ” หรือครับ ?

ผมนำชาวต่างชาติมาทำลายประเทศไทยตรงไหนครับ ?

ขอความเป็นธรรมให้ผมด้วย ผมถือคติอย่างหนึ่งว่า “เราปล่อยคนที่กระทำผิดเป็นร้อยคนให้รอดพ้นจากความผิด ยังดีเสียกว่าการประหารชีวิตคนไม่ทำความผิด แค่เพียงคนเดียว”

ขอความเป็นธรรมด้วยครับ ทุกวันนี้ คุณแม่ผมและครอบครัวของผม “เครียดมาก” จาก “งานเขียนของอาจารย์เปลว สีเงิน”  ผมไม่เคยมีคดีความใดๆ เลยมาก่อนในชีวิต มีแค่เพียงคดีเดียว คือ “คดียึดสนามบินสุวรรณภูมิ” ซึ่งถ้าผมผิดจริง ผมก็ยินดีรับโทษที่เกิดขึ้นจากการกระทำของผมทุกประการ

แต่น่าเสียดายที่งานเขียนของอาจารย์เปลว สีเงินนั้นได้พิพากษานายสุทธิ อัชฌาศัย ให้สังคมมองผมในแง่ไม่ดีไปแล้ว ทั้งๆ ที่ผมไม่มีโอกาสชี้แจงความจริงสู่สังคมแต่อย่างใด และผมก็จะรู้สึกเสียใจอย่างถึงที่สุด ว่าคนที่พิพากษาประหารชีวิตผม คือ “คนต้นแบบ” ใน “ชีวิตของผม” ที่ผมได้ติดตามผลงานของเขามาโดยตลอด

การออกมาต่อสู้ในนามภาคประชาชนที่ไม่ใช่เอ็นจีโอ เพื่อขอความเป็นธรรมจากรัฐบาล และเป็นการต่อสู้ในกรอบของกฎหมายที่เราสามารถกระทำได้ โดยไม่กระทบต่อสิทธิของคนอื่น มันผิดด้วยหรือครับ เราไม่มีทั้งอำนาจรัฐ และอำนาจทุนอยู่ในมือ มีแต่เพียงร่างกายและจิตใจอันบริสุทธิ์ หวังเพื่อให้แก้ปัญหาที่พวกเราประสบอยู่ เราทำลายชาติใช่ไหมครับ ?

          

                                            เคารพและศรัทธา                             

                                                   

                                                        (สุทธิ อัชฌาศัย)

                       ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก       

http://www.4shared.com/document/l6_rYt62/c031053__.html

 

http://www.4shared.com/document/EPzif6NB/_1_online.html

 

http://www.4shared.com/document/2zmXOgsK/_2_online.html

   

               




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
Rukthai วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 18.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukthai2010

ผมขอเป็นกำลังใจให้คุณสุทธิ อัชฌาศัย ครับ
และอย่าไปถือสาคนแก่ ที่ผมเชื่อว่าอุดมการณ์หมดไปแล้วครับ

ไม่รู้เกี่ยวกันหรือเปล่า? บริษัทใหญ่ที่กระทบอยู่ในหน้า
โฆษณาของไทยโพสน์

และไม่รู้เกี่ยวกับกระทรวงหนึ่งหรือเปล่า?
เพราะคนที่ชอบส่งของไปหาแกกิน/ของฝาก
เป็นผู้คุมกระทรวงนี้อยู่ข้างหลัง?

ผมเลิกอ่านไทยโพสน์ตั้งแต่ออกมาด่า พล.ตรีจำลองแบบสาดเสียเทเสียแล้วล่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
Surakant วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 17.49 น.
 อ ยู่ เ มื อ ง ไ ท ย  ส บ า ย ที่ สุ ด ใ น โ ล ก


- อยากให้สื่อทุกรูปแบบ ปฏิวัติตัวเองซะที ปรับทัศนะคติให้เป็นบวกกันหน่อย สร้างความปรองดอง ความรักกันของคนในชาติ จะได้ทันชาติอื่นเขา
- การนำเสนอข่าวแม้มันเป็นข่าวร้ายแม้มันเป็นข่าวแตกแยกทะเลาะกัน ผมก็เชื่อว่าสื่อทุกคนมีวิชาพอที่จะนำเสนอข่าว ให้มันสร้างสรรค์ ให้มันบวกได้
- พูดกันจัง คิดต่างได้แต่ไม่แตกแยก ไม่เห็นมีใครทำเลย มีแต่ยุแยงให้ทะเลาะกันหนักขึ้น เห็นมีแต่ คิดเหมือนกันแต่แตกแยกได้ (รักชาติ รักพ่อ)
* (ผมขอพูดจนกว่าทุกคนจะได้ยิน)

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
หมูสนาม วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 16.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/attawut08

ถ้ารัฐบาลไม่ตอบเรื่องความแตกต่างระหว่าง 11 กับ 18 กิจการรุนแรงเป็นลายลักษณ์อักษร ทำไม NGO ไม่บอกให้ทราบว่ามันแตกต่างกันในเนื้อหาสาระตรงไหนบ้าง หรือยอมรับไม่ได้ตรงไหนการประท้วงโดยขาดเนื้อหาสาระที่ชัดเจนทำให้ไม่มีน้ำหนัก ผมเองยังรู้สึกว่าเล่นไม่รู้จักเลิก(ถ้าเข้าใจผิดต้องขออภัย)
และที่สำคัญอีกอย่าง ทำไมต้องอ้างกรีนพีชมาเคลื่อนไหว
ผมเห็นว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องบ้านใครบ้านมัน ถ้าจะพูดถึงเรื่องคนทำโลกร้อน อเมริกันมีส่วนทำมากที่สุดในโลก ส่วนเรื่องมลพิษต้องว่ากันเป็นเรื่องๆให้ชัดเจน ผู้ประกอบการรายไหนไม่รับผิดชอบ ละเลย ไม่ใส่ใจ ไม่ปฏิบัติกฎหมายอย่างเคร่งครัด จัดการเป็นรายๆไปจะดีกว่าไหม
สุดท้ายก็ต้องขอขอบคุณคุณสุทธิ ที่เป็นธุระในเรื่องนี้อย่างเอาใจใส่เป็นที่สุด ขอบคุณในความหวังดีกับประชาชนและประเทศชาติ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
plaing_piu วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 16.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plaingpiu

เปลว สีเงินอาจมัวหาทุนทำบุญกุศลกี่ยวกับวัดวาเพลินมากไประยะหลัง ทางเลยออกจะขาดๆเกินๆห้วนๆบ้าง

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ครูเอ วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 14.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/larnpikul

ปุถุชน มี รัก โลภ โกรธ หลง เป็นธรรมดา
ยิ่งใหญ่ ยิ่งหลง หลงตัวเอง กูถูกเสมอ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
kissme_ifyoucan วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 14.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/comewithme
http://www.oknation.net/blog/i-am-pantamit  คนหลายบ้าน มีหลายบล็อก...ต้องมีอัพเดทสักบล็อกหละน่า.....!!!!

ครบถ้วนกระบวนความ..หวังว่าป๋าเปลว คงได้แง่มุมอีกด้าน

เป็นกำลังใจให้ครับ ...

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Canไทเมือง วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 13.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/canthai

ความแตกต่างทางด้านความคิด เป็นเรื่องสวยงามครับ

เปลวสีเงิน ก็คงเบื่อเหมือนอีกหลายคน แต่คงไม่ถึงกับจะฟาดฟันกันให้ล้มหายตายจาก

การชี้แจงแสดงเหตุผลแบบนี้แหละครับ ควรส่งไปให้ เปลว สีเงิน คิดว่าด้วยคุณวุฒิ วัยวุฒิและด้วยหน้าที่สื่อมวลชน ผมเดาว่า เปลว สีเงิน จะนำข้อโต้แย้งนี้ไปนำเสนอต่อประชาชน นอกเหนือจากความเห็น ดร.โสภณ พรโชคชัย ซึ่งจะว่าไปก็เป็นสมาชิกในขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด ซึ่งท่านก็มักมีความเห็นประหลาดๆ มานำเสนอพวกเราอยู่บ่อย ๆ

งานด้อยของ NGO คืองานประชาสัมพันธ์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกาะสื่อใดสื่อหนึ่งมากเกินไป เพราะทำให้รู้สึกว่ากลายเป็นส่วนหนึ่งของพรรคการเมือง

ผมมักพูดเสมอว่า ภาคประชาชนควรทิ้งระยะห่างจากพรรคการเมือง สื่อการเมืองให้เหมาะสม แต่ก็ไม่ทราบแค่ไหนถึงจะเหมาะสม

การออกมาให้สื่อกระแสหลักอื่นๆ ได้รับข้อมูลบ้างอาจจะทำให้ข้อมูลฝ่าย NGO เข้าถึงและสร้างความเข้าใจต่อสังคม ต่อประชาชนได้ครอบคลุมมากขึ้น

ทำงานต่อไปครับ...

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
จงรัก วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 12.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jong206

สู้ต่อไป เป็นกำลังใจให้
ศิษย์ราม

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ตาเรน วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 12.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sammaapii
เรียนฟรีจริง ๆ  ขอเชิญแวะเยี่ยมตาเรนที่  >>> http://www.webudon.net

ชัดเจน..เป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปครับ..

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
yanisa วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 12.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/2112

เข้ามาเป็นกำลังใจให้คุณสุทธิค่ะ

"ความจริงรอได้
และรอคอยมาอย่างอดทนเสมอ
ที่จะเผยความจริง"

ครอบครัวเรา ส่งกำลังใจมาให้ สู้ๆนะค่ะ

ขนาดลุงจำลองยังโดนแกเล่น ทั้งๆที่ความเป็นจริงหา
เป็นเช่นนั้นไม่

เห็นด้วยมากกกก กับความเห็นที่ 1

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
feng_shui วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 12.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

การจับปากกา จากมุมมองของคุณเปลว ต่อกรณีเรื่องสิ่งแวดล้อม ต้องดูมุมลึก ต่างจากการเมือง

เป็นกำลังใจกับคนทำงานจริง ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Lungnoke วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 10.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/runner

เป็นกำลังใจให้ครับ..อย่าท้อ

ถ้าเขาผ่านตรงนี้ไปได้ ที่ไหนก็ไม่ปลอดภัยอีกแล้วสำหรับประเทศของเรา

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
chronomist วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 06.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prompzy

มาเป็นกำลังใจให้คุณสุทธิ
อย่าท้อแท้และท้อถอย

ยังมีเพื่อนๆพี่ๆที่สนับสนุนการต่อสู้ของพี่น้องมาบตาพุด
ไม่เอาอุตสาหกรรมขยะมลพิษยังมีอีกเยอะ
อย่างเช่น ในเว็ปบ้านตุลาไทย
ลองเข้าไปอ่านดูได้
http://www.thaioctober.com/forum/index.php?topic=1560.0


ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 01.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า..พระมเหศวร รุ่น ช้างป่าต้น

เป็นกำลังใจให้คุณสุทธิ อัชฌาศัย ครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
อริยทัศน์ วันที่ : 03/10/2010 เวลา : 21.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aryatasna

บนเส้นทางของคนทำงานชุมชน..ปัญหาที่เราต้องเรียนรู้ คือเพื่อนสื่อ... ตัวจริงมี แต่ตัวปลอมก็มาก..
คุณเปลว ก็คงไม่ได้ทำผิดอะไร และยังไม่อยากให้น้อยใจ..บทบาทที่ผ่านมา ก็น่าจะบอกได้ว่า คุณเปลว เป็นคนเช่นไร... แต่ต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่ง ว่า การขับเคลื่อนข้อมูลไปสู่เพื่อนสื่อเหล่านี้ ยุ่งยาก ...เพราะลำพังตัวข้อมูล ไม่หวือหวาและผลกระทบของมันยังเห็นได้ยาก... การเชื่อมโยงต้องการคนรู้จริง รู้ลึก และต่อยอดเป็น... สิ่งเหล่านี้ บางที ก็ต้องย่อย ๆทีละขั้น ทีละตอน.. จากเหตุ ไปสู่ผล ...แล้วกลายเป็นเหตุ..ไปสู่อีกผลหนึ่ง และกลายเป็นเหตุซ้ำ ที่จะกลายเป็นผลขยาย ...ต่อเนื่องไป ...
องค์กรชุมชนมากมาย ขาดบุคคลากรเหล่านี้..
ยังไม่นับ เรื่องการแปลงสารเหล่านี้ให้ อ่านง่าย ฟังง่าย เข้าใจทันที เป็นงานที่ท้าทายเช่นกัน.. นายทุน ใช้เงิน ก็เรียกผีโม่แป้งได้ ผู้เชี่ยวชาญที่ทำหน้าทีเช่นนี้ในตลาด มีมากมายราวกับดอกเห็นหน้าฝน (organizer,agency)...
ครั้งหนึ่ง สสส. เคยมีการจัดกระบวนการเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้แบบนี้ แต่นานแล้วที่หายไป.. (หรือมีแต่เราไม่รู้ก็ต้องขอโทษ..)

เป็นกำลังใจช่วย อีกคนหนึ่ง..นะ...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พญาไฟสีเทา วันที่ : 03/10/2010 เวลา : 20.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/andamanwatch
...ศูนย์ข่าว Thai Open News...  http://www.thaiopennews.com

ดร.คนหนึ่งกำลังบิดเบือนข้อมูลให้คนเข้าใจผิด ผลการสำรวจของเขาเองระบุว่า คนระยอง 35% ต้องการให้นิคมอุตสาหกรรมหยุดการขยายตัว(ถือว่าสูงมาก) 64.5% บอกว่ามาบตาพุดมีมลพิษมากกว่าเมืองระยอง ในขณะที่คนระยอง 51.5% ไม่คิดจะย้ายหนีไปไหน ในจำนวนคนที่ไม่ค...ิดจะย้ายหนีมลพิษส่วนใหญ่เป็นคนยากจน...

ถ้าคิดแบบไม่หน้าเงินจนมองไม่เห็นความเป็นคนก็คงคิดได้ว่า เมื่อประชาชนส่วนใหญ่อยู่ในมลพิษ และไม่คิดจะย้ายรัฐก็ควรแก้ไขมลพิษ เพื่อให้คนอยู่ได้ไม่ใช่หรือ?

แต่คนดีกรีระดับ ดร.คนหนึ่งบอกว่า นิคมอุตสาหกรรมต้องขยายตัวต่อไป พวกเรียกร้องเป็นพวกถ่วงความเจริญ

และอ้างตัวเลข 65% บอกว่าคนระยองต้องการให้อุตสาหกรรมขยายตัวต่อไป...ฮ่วย แม้แต่ในกลุ่มชาวบ้านที่ประท้วงเขาก็ไม่ได้ไปบอกว่านิคมอุตสาหกรรมต้องหยุดขยายตัว....แต่การขยายตัวก็ต้องควบคุมแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นให้ได้เสียก่อน...

แต่ที่น่าขันเปลวสีเงินกลับบ้าจี้ตามไปด้วย เห้อ!

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มาลีรัตน์ วันที่ : 03/10/2010 เวลา : 20.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maleerat

พี่อ่านเรื่องที่คุณเปลว สีเงินเขียนแล้ว ปกติเมื่อเขาวิพากษ์วิจารณ์พันธมิตรน หรือพรรคการเมืองใหม่ พี่ยังพอเข้าใจได้ในมุมมองที่แตกต่างและเป็นอิสระของคุณเปลว สีเงิน เมื่ออ่านเรื่องที่เขียนถึงคุณสุทธิ พี่ผิดหวังจริงๆ ความลุ่มลึก ข้อมูลที่ถูกต้องมันหายไปไหนหมด แต่ พี่อยากจะบอกกับคุณสุทธิว่า คนแบบเรา ยืนอยู่บนเส้นแบ่งที่ชัดเจนเกินไป อย่าไปเสียใจ อย่าไปผิดหวัง กับคนที่เราศรัทธา แต่ไม่เคยเข้าใจงานเรา ไม่เคยเหลือบสายตามองความเป็นจริงระหว่างวิถีชีวิตความเป็นชุมชน กับการพัฒนาที่มุ่งหาประโยชน์ให้นายทุนเท่านั้น

พี่อยากถามว่าส่งบทความนี้ไปที่ไทยโพสต์ไหม น่าส่งไปนะ หนักแน่น ทำงานต่อไป แม้พี่จะไม่ได้ลุยงานสิ่งแวดล้อมแต่เคารพและเอาใจช่วยพวกเราตลอดนะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 03/10/2010 เวลา : 20.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee

ชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาอย่างนี้นี่แหละครับสาธารณชน
จะได้ประโยชน์และคิดว่าพี่เปลวก็คงจะเข้าใจ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พญาไฟสีเทา วันที่ : 03/10/2010 เวลา : 20.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/andamanwatch
...ศูนย์ข่าว Thai Open News...  http://www.thaiopennews.com

ลำพังเพียงแค่ ดร.โสภณ นั้นไม่เท่าไร
แต่ไม่เชื่อว่า คนอย่างเปลวสีเงินจะจับเนื้อหาของ ดร.โสภณ ไปขยายต่อ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]