• sutti19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : eastern_network@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-01-27
  • จำนวนเรื่อง : 91
  • จำนวนผู้ชม : 85046
  • ส่ง msg :
  • โหวต 37 คน
เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก ระยอง
สิ่งแวดล้อมคือชีวิต เดินตามรอยเท้าพ่อ ถามหาความพอเพียง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/eastern
วันจันทร์ ที่ 27 ธันวาคม 2553
Posted by sutti19 , ผู้อ่าน : 981 , 00:02:52 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จากการจัดกิจกรรม ครบรอบ 5 ปีเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก

"สังสรรค์ สาระ ระดมทุน" ในวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา

 

หลายท่านอาจมีข้อจำกัดเรื่องเวลา การเดินทาง ความพร้อมและอีกหลายต่อหลายเรื่อง

ทำให้ไม่ได้มาร่วม "สังสรรค์" กันในหมู่ผู้รักสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการดำเนินงานของเครือข่ายฯ

 

แต่ "สาระ" สำคัญ ที่ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน, คุณพิภพ ธงไชย และคุณสุทธิ อัชฌาศัย

ได้กล่าว ได้แสดงมุมมองต่อสถานการณ์ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม กรณีมาบตาพุดและกรณีความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องในชุมชนอื่น และทิศทางการพัฒนาประเทศนั้น มีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

 

เครือข่ายฯ  จึงขอนำ  "สาระ"  มาเผยแพร่ ส่งต่อถึงคนไทยทุกคน

 

ในฐานะที่เราต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคม และในฐานะที่เราต่างเกิดมาพร้อมกับการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ต่อสังคม และต่อความเป็นมนุษย์ที่ต้องดำรงรักษาความถูกต้อง ความชอบธรรมและความดีงามให้คงอยู่ในจิตใจตน

 

เครือข่ายฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ประโยชน์ที่ได้จากการรับข้อมูลข่าวสารนี้จะคืนกลับสู่ชุมชนและสังคมไทย

และขออนุญาตที่จะติดแท็กและนำลิ้งค์ของเอกสารนี้วางไว้บนหน้าเฟสบุ้กของทุกท่าน หากไม่เหมาะสมประการใด ต้องขออภัยทุกท่านมา ณ โอกาสนี้

 

.......................................................................................................

 

 ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน 

·         ระยองต้องเป็นเกษตรอุตสาหกรรม

·         ปัญหามาบตาพุดต้องใช้ความจริงใจอย่างต่อเนื่องและต้องจริงใจจากจิตสำนึกของตัวเอง

·         ต้องมองเรื่องการอยู่ดีมีสุข...มองในแง่ว่าเขาเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

วันนี้ผมดีใจ ผมมาเจอหลานสาวผมคนเก่า ที่เคยถามผมเมื่อปีที่แล้ว ว่าตาเขาจะต้องไปอยู่ที่อื่น แต่คุณตาไม่ยอมไป แล้วคำถามที่ถามผมยังตรึงอยู่ในหัวใจผมตลอดมา เขาถามผมว่า คุณตาคะ แล้วคุณตาหนูจะมีชีวิตที่ดีขึ้นมั้ย เป็นคำถามง่ายๆ เมื่อปีที่แล้วผมตอบไม่ได้ แต่ปีนี้ผมคิดว่าเหตุการณ์ดีขึ้น เพราะฉะนั้นเราต้องทำทุกอย่างเพื่อสร้างมาตรการในการป้องกัน อย่าให้สภาวะแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกหรือเลวร้ายลงไป

 

วันก่อนผมพบท่านนายกฯ  ท่านนายกฯ พูดกับผมเปรยๆ ว่า เราต้องคำนึงถึงความสามารถของพื้นที่ที่จะยอมรับอุตสาหกรรมใหญ่ๆ ปิโตรเคมี ปัจจุบันตัวเลขข้อมูลยังไม่มีหลักฐานแน่นอน ว่าพื้นที่ระยองจะสามารถรับอะไรต่ออะไรเพิ่มเติมได้หรือไม่ แต่ถ้าเราลืมเรื่องสถิติ เรื่องความรู้ทางวิชาการ เรื่องการวัดมลภาวะ ผมว่าสามัญชนทั่วไปในระยองตอบได้ว่ามาบตาพุดรับต่อไปอีกไม่ไหวแล้วในปัจจุบันนี้

  

ผู้ประกอบธุรกิจต้องเข้าใจ ต้องเข้าใจว่าชาวระยองและพื้นที่ใกล้เคียงนี่ เขาทนทุกข์ทรมานมา 25-30 ปีแล้ว ขอพื้นที่บริสุทธิ์กลับคืนสู่ชีวิตเขาบ้าง ขอโอกาสให้เขาเป็นจำเลยที่ได้รับผลประโยชน์บ้าง

 

ผมอยากเห็นครับว่ารัฐบาลออกประกาศมาเลยว่า ต่อไปนี้เป็นความเห็นของผม ในฐานะนายอานันท์ ผมอยากเห็นว่ารัฐบาลมีนโยบายที่จะยับยั้งการก่อสร้าง การขยาย หรือการเพิ่มเติมประเภทอุตสาหกรรมต่างๆ ที่อยู่ในข่ายของมีผลกระทบรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมใดที่อยู่ในข่าย 14-15 ประเภทที่เราได้ประกาศไปแล้ว หรือที่รัฐบาลได้ประกาศไปแล้ว ขอเวลาพักชั่วคราวครับ ผมอยากได้ 5 ปี แต่ถ้าเผื่อไม่ได้ 5 ปี 3 ปีต่อรองกันได้ ขอให้ 3 ปีนี้เป็น 3 ปีที่มีความหมายกับประชาชน เป็นของขวัญวันปีใหม่ให้กับประชาชนชาวระยองและพื้นที่ใกล้เคียง ให้ประโยชน์แก่จำเลยครับ อย่าไปเคร่งเรื่องข้อมูลหลักฐานสถิติมากนัก เรื่องนี้เป็นเรื่องกระทบจิตใจคน เพราะฉะนั้นการแก้ไขไม่ใช่เรื่องกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องของสถิติ ข้อมูลหลักฐาน แต่เป็นเรื่องของคนที่ได้รับทุกข์มา ขอโอกาสได้คืนพื้นที่บ้าง ได้หายใจบริสุทธิ์บ้าง แล้วระหว่างนั้นก็ดู ตรวจสอบหลักฐานข้อมูลต่างๆ ว่าขีดความสามารถในการรองรับ ไม่ใช่รองรับมลภาวะ 3 อย่างที่ อ.เรณูพูดถึง แต่ผมหมายถึงความสามารถในการรองรับอุตสาหกรรมต่างๆ ที่จะต้องใช้ทรัพยากรของพื้นที่ ไม่ว่าทรัพยากรทางน้ำ  ทรัพยากรไฟฟ้า ทรัพยากรที่ดิน ทรัพยากรทางทะเล หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาล สาธารณสุข โรงเรียน การเดินทาง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องอยู่ในเรื่องการประเมินขีดความสามารถของพื้นที่ที่จะรับการขยายโรงงานหรือการตั้งโรงงานใหม่ ผมว่า 3 ปีอย่างน้อย ให้โอกาสพื้นที่ให้เขาได้มีการฟื้นฟูโดยธรรมชาติ ให้โอกาสกับคนที่ประสบทุกข์มานาน ให้เขาได้ฟื้นฟูทางจิตใจ

 

... อีก 10 ปีก็ต้องปฏิรูปเพิ่มเติม ถ้าเราตั้งเป้าหมายว่าปฏิรูปเพื่ออะไร ..ความเหลื่อมล้ำมันจะลดน้อยลงไปเอง ปัญหามาบตาพุดมันเกิดขึ้นมาแล้ว และทุกแห่งในโลก เยอรมัน อังกฤษ มันมีมาแล้วทั้งนั้น ปัญหาทีเกิดขึ้นในเมืองไทย ปัญหาการเดินขบวนมีการเดินขบวนทุกวัน แต่เขาเดินขบวนในขอบเขตของกฎหมาย เจ้าหน้าที่ของรัฐก็ปราบปราม ความยุติธรรมในสังคมไทยชาตินี้ผมคงไม่เห็น แต่ผมไม่ท้อแท้ อดกลั้นอดทน ถ้าไม่เริ่มต้นวันนี้ก็ไม่ได้เริ่มต้น เราเอาภาวะวิกฤติต่างๆ มาเป็นโอกาสให้กับคนไทย คนระยอง คนมาบตาพุด คนพื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเพศใด อายุเท่าใด เชื้อชาติใด ขอแบ่งปันความยุติธรรมที่ทำให้เกิดความเสมอภาคและศักดิ์ศรีของพวกเรา

 

  

สุทธิ อัชฌาศัย

ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก

  

... เป็น 5 ปีที่พวกผมเหน็ดเหนื่อยและผ่านบทพิสูจน์มามากมาย ผมนี่ถูกกล่าวหาเยอะนะครับในสังคมระยอง และถูกคนตั้งข้อกล่าวหามากมาย แต่ภายใต้การตั้งข้อสังเกต ข้อครหานั้นเป็นความพิสูจน์ความแข็งแกร่ง ว่าตัวผมจะก้าวข้ามข้อครหาที่ไม่เป็นจริงได้อย่างไร ภายใต้หลักการ หลักเกณฑ์ที่ถูกต้องที่สมควรจะทำ ตามบทบัญญัติที่พอจะทำได้ ตามสังคมที่ดีงาม

 

และวันนี้ 5 ปีที่ผมคิดว่าพวกเรา พวกผม และทุกท่านที่นั่งอยู่ในที่นี้เราได้ก้าวพ้นข้อครหา การตั้งข้อสังเกตที่เจ็บปวด พวกเราผ่านพ้นไปได้ และเรามุมานะและมุ่งมั่นต่อครับว่า นับต่อจากนี้ไปภายใต้สถานการณ์ปฏิรูปประเทศไทย พวกเราจะเดินหน้าต่อด้วยการขับเคลื่อนภาคประชาชนอย่างสร้างสรรค์  เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสังคมที่ดีขึ้น ไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำในภาคประชาชนให้เกิดความยุติธรรมทุกหมู่เหล่าเป็นต้นไป

 

จากโอกาสนี้ไป พวกเราต้องจับมือกันอย่างแข็งขัน ต้องจับมือกับพี่น้องตราด พี่น้องจันทบุรี พี่น้องฉะเชิงเทรา พี่น้องภาคตะวันออก พี่น้องในภาคใต้ พี่น้องในภาคเหนือ พี่น้องในภาคตะวันตก ว่าจุดเปลี่ยนของภาคประชาชนในการสร้างสรรค์ประเทศเกิดขึ้นแล้ว และเราจะเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งครับ

 

จึงอยากขอเรียนเชิญทุกท่านในวันนี้ ว่าท่านเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมที่ดีงาม ขอให้ทุกท่านร่วมกับพวกเราในการนำประเทศไปสู่การสร้างความยุติธรรมให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในรุ่นเราหรือรุ่นต่อไป แต่เราจะทำมันอย่างเต็มที่ ได้ไหมครับ

 

ได้ไหมครับ

 

 ได้ไหมครับ

 

นี่คือคำสัญญาของพวกเรา

 

เพราะฉะนั้นพวกเราทุกท่านที่ยืนอยู่บนเวที ต้องขออนุญาตขอบคุณทุกท่าน และเราจะประกาศจุดยืนแบบเมื่อกี๊นี้ และเราจะร่วมมือกัน จับมือกันไปสู่การสร้างสังคมไทยที่ดีงาม

 

พิภพ ธงไชย

แบบอย่างที่ดีงามของการต่อสู้ภาคประชาชน

 

สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้องชาวระยอง ผมดีใจที่พ่อแม่พี่น้องมาร่วมงานการต่อสู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ในกรณีมาบตาพุด นี่เป็นปรากฎการณ์ใหม่ที่ผมยังไม่เคยเห็นจังหวัดต่างๆ ที่จะสามารถรวมพลังแล้วก็สนับสนุนโดยการซื้อโต๊ะ เพื่อสนับสนุนเครือข่ายฯ ให้ทำงานต่อไป พ่อแม่พี่น้องระยองจะต้องดีใจ ผมยังไม่เคยเห็นปรากฎการณ์แบบนี้ มีปรากฎการณ์การชุมนุมเรือนหมื่นเพื่อประท้วงเพื่อขับไล่การต่อสู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของจังหวัดเท่านั้น ที่ผมเคยเจอมาที่จังหวัดกาญจนบุรีในการต่อสู้เรื่องการวางท่อก๊าซไทยพม่า ผู้ว่าฯ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ... ใช้เงินประมาณ 10 ล้าน ใช้คนหมื่นกว่าเพื่อจะขับไล่ตัวผมเองกับ อ.สุลักษณ์ ศิวลักษณ์และอาจารย์ที่ไปร่วมในการต่อสู้ เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมมีความหวังในจังหวัดระยอง ที่เครือข่ายฯ นำโดยคุณสุทธิ ที่สามารถระดมผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะต่อสู้เกี่ยวกับกรณีมาบตาพุดต่อไป

 

สำหรับท่านนายกฯ อานันท์ที่กรุณาให้เกียรติ ถ้าใครไม่ลืมท่านนายกฯ อานันท์เป็นประธานเขียนรัฐธรรมนูญ 2540 นั่นเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ก่อให้เกิด “คำใหม่ วิธีการใหม่และการจัดการใหม่” จากประชาธิปไตยที่ไม่เคยพูดถึงประชาชน กลายเป็นระบอบประชาธิปไตยโดยการมีส่วนร่วม และหลักฐานคือฉบับ 40 ได้กำเนิดฉบับปี 50 ได้ขยายสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเข้มข้นมากขึ้น

 

จริงอยู่การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนยังอยู่ในชายขอบของรัฐฯ ยังไม่สามารถเป็นการมีส่วนร่วมที่กำหนดทิศทางของประเทศไทยได้อย่างแท้จริง การกำหนดทิศทางการพัฒนายังกำหนดโดยกลุ่มทุน นักวิชาการที่นิยมทุน-การพัฒนาแบบตะวันตก ข้าราชการนักการเมือง ตราบใดที่การกำหนดการพัฒนาแบบนี้ยังอยู่ พี่น้องประชาชนก็ต้องต่อสู้กันต่อไป

 

วันนี้ผมมาพูดแบบให้ความหวัง เมื่อกี๊นี้ท่าน สว.ได้กล่าวว่า โรงงานก๊าซที่ปรากฏในมาบตาพุดครั้งแรกเมื่อปี 2525 หลังจากนั้นก็มีโรงงานต่างๆ ตามมา มาจนกระทั่งผ่านไป 5 ปีที่แล้ว จึงได้เกิดเครือข่ายภาคประชาชนขึ้น ในการต่อสู้และสามารถทำให้ประเด็นมาบตาพุดเป็นประเด็นระดับประเทศและจะเป็นประเด็นระดับโลกต่อไป

 

ผมเองเคยกล่าวกับเพื่อนๆ ว่าการที่ท่านนายกฯ อานันท์รับเป็นประธานคณะกรรมการ 4 ฝ่ายและถ้าสามารถกำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่โดยใช้มาบตาพุดเป็นตัวอย่าง จะเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทย จะไม่เกิดอุตสาหกรรมสกปกรกอีกต่อไป สิ่งที่ประชาชนต้องการมีการเข้าใจผิดกันมากกว่าประชาชนต่อต้านอุตสาหกรรม ต่อต้านความเจริญ แต่แท้ที่จริงๆ แล้วประชาชนต้องการต่อต้านอุตสาหกรรมสกปรกต่างหาก เราไม่ได้ต้องการที่จะต่อต้านอุตสาหกรรมสะอาด แต่เราคงต้องยอมรับกันด้วยหลักฐานข้อมูลทางประวัติศาสตร์ว่าระบบการเมือง นโยบายของพรรคการเมือง ระบบทุน ระบบการสนับสนุนการลงทุนในประเทศไทยโดยเฉพาะบีโอไอ เป็นการสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมสกปรก จึงได้เกิดมลพิษกรณีมาบตาพุดในวันนี้

 

เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงคือวิธีคิดของผู้มีอำนาจ จะต้องเปลี่ยนใหม่ว่าถ้าจะนำพาประเทศไปสู่อุตสาหกรรมจะต้องเป็นอุตสาหกรรมสะอาดเท่านั้น และอุตสาหกรรมสะอาดสามารถทำได้ พิสูจน์มาแล้ว ในประเทศญี่ปุ่นในประเทศในยุโรป ที่สามารถเปลี่ยนอุตสาหกรรมสกปรกเป็นอุตสาหกรรมสะอาด

 

แต่จุดเสียของระบบทุนและระบบอุตสาหกรรมก็คือ กลับผลักดันอุตสาหกรรมสกปรกในประเทศของตัว ไม่ว่าญี่ปุ่น ไม่วาประเทศในยุโรปมาลงในประเทศด้วยพัฒนาแบบไทย กลายเป็นประเทศที่รองรับขยะอุตสาหกรรมและระบบอตุสาหกรรมสกปรก

พี่น้องครับ ไม่ใช่กลุ่มทุน กลุ่มอุตสาหกรรมในยุโรปหรือในญี่ปุ่นจะมีความคิด มีสติปัญญาที่อยากจะทำอุตสาหกรรมสะอาด ทั้งหมดเกิดจากการต่อสู้ของประชาชน ถ้าดูประวัติศาสตร์ ไม่ว่ากรณีมินามาตะ โรงงานเกี่ยวกับเคมีได้ปล่อยสารลงไปจนปรากฏโลกมินามาตะ ประชาชนญี่ปุ่นจึงได้ตื่นตัวและผลักดันอุตสาหกรรมในประเทศของตัวให้กลายเป็นอุตสาหกรรมสะอาด นั่นก็พิสูจน์แล้วว่าทำได้ แต่ที่น่าเสียดาย สิ่งที่คุณสุทธิพูดถูกต้อง ว่าเราประชาชนจะต้องไม่มองเฉพาะปัญหาของเรา จะต้องมองปัญหาในระดับสากลและกว้างออกไป ประชาชนญี่ปุ่นส่วนหนึ่งก็มองเฉพาะปัญหาของตัว เมื่อตัวจัดการกับอุตสาหกรรมสกปรกในประเทศของตัวได้ แต่กลับไม่มองว่าอุตสาหกรรมสกปรกเหล่านั้นได้เคลื่อนย้ายไปไหน และไม่สามารถกดดันรัฐบาลของตัวให้กำหนดนโยบายจากประเทศ ให้กำหนดนโยบายที่อุตสาหกรรมจากญี่ปุ่นที่เคลื่อนย้ายไปในประเทศด้อยพัฒนาเช่นประเทศไทยนั้น ก็จะต้องทำอุตสาหกรรมให้สะอาดเท่าในญี่ปุ่นด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเรียกร้องไม่ได้เกินเลยครับพ่อแม่พี่น้อง เราเรียกร้องในสิ่งที่อุตสาหกรรมหรือการลงทุนทางอุตสาหกรรมต้องทำได้และทำได้มาแล้วในประเทศของเขา

 

ทำไมในหลายประเทศ ในเยอรมันซึ่งมีฝนกรด แม่น้ำเทมส์ที่เสียมากกว่าแม่น้ำเจ้าพระยาจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะฉะนั้นความสามารถทางวิทยาศาสตร์ ความรู้ทางด้านอุตสาหกรรม ทางด้านเครื่องจักรต่างๆ มีรองรับอยู่แล้ว ปัญหาอยู่ทีว่าประเทศนั้นๆ จะรับเครื่องไม้เครื่องมือทางอุตสาหกรรม ที่ก่อให้เกิดมลพิษ ที่เราเรียกว่าอุตสาหกรรมสกปรก หรือจะรับเครื่องมือที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษที่เรียกว่าอุตสาหกรรมสะอาด

 

แต่ทั้งหมดนี้ครับ พ่อแม่พี่น้อง กลุ่มทุน หรือนักอุตสาหกรรมก็ย่อมคิดที่จะเอาเปรียบ นี่เป็นเรื่องธรรมดา แต่เป็นเรื่องธรรมดาที่ประชาชนจะต้องไม่ยอมรับ ว่าตัวจะไม่ยอมลงทุนอุตสาหกรรมและการผลิตของตัวเพิ่มขึ้นเพื่อก่อให้เกิดอุตสาหกรรมสะอาด แต่การจะทำแบบนั้นได้ พ่อแม่พี่น้องจะต้องยืนขึ้น และปกป้องชุมชนของตัวเอง อย่างปรากฎการณ์ของพี่น้องเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก พี่น้องที่จังหวัดประจวบ พี่น้องที่จะนะ พี่น้องที่โปรแตชอุดรฯ  เพราะฉะนั้นในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ ถึงแม้หลายคนจะหมดหวัง หลายคนน้ำตาไหล  เมื่อดูวีดีโอ (วีดีโอครบรอบ 5 ปีเครือข่ายฯ) เมื่อสักครู่นี้ คุณป้าที่ปรากฎในวีดีโอเมื่อเห็นภาพวีดีโอของตัว น้ำตาไหลและร้องไห้

 

 ลุง (ลุงน้อย) ถามผมว่ามีความหวังมั้ยที่จะเปลี่ยนแปลงให้มาบตาพุดดีขึ้น ผมบอกว่าต้องมีความหวังครับลุง ถ้าเราไม่มีความหวังเราจะมีชีวิตที่ไม่มีความหมาย และถ้าดูการต่อสู้ของพ่อแม่พี่น้องใน 5 ปี หลังจากอุตสาหกรรมสกปรกเกิดขึ้นที่มาบตาพุดเมื่อพ.ศ. 2525 เกือบ 30 ปี ความตื่นตัวของพ่อแม่พี่น้องไม่ได้สูญหายไปเลย

 

ในวันนี้ก็ปรากฏว่าการปรากฏตัวของคณะกรรมการสี่ฝ่าย นั่นเป็นสี่หนึ่งที่เกิดขึ้นจากการตื่นตัวของพ่อแม่พี่น้อง เพราะฉะนั้นต้องมีความหวังครับพ่อแม่พี่น้อง และผมคิดว่าในวันนี้จุดที่เกิดการเปลี่ยนแปลง ถึงแม้เราจะไม่สามารถพลิกฝ่ามือให้มาบตาพุดเป็นอุตสาหกรรมที่สะอาดในพริบตาเดียว แต่ในวีดีโอเทปก็ได้บอกว่าเราสามารถยันโรงไฟฟ้าถ่านหินได้ และในหลายจุดในพื้นที่ของประเทศไทย การที่พ่อแม่พี่น้องตื่นตัว ถึงแม้ไม่สามารถพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ แต่เกิดภาวะการยันไว้ได้ อุตสาหกรรมจะทำตามใจชอบ จะขุดแร่โปรแตชที่อุดรฯ ตามใจชอบ เป็นไปไม่ได้แล้วครับ วันนี้ที่อุดรฯ ยันมาเกือบ 10 ปี คนอุดรฯ ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าการขุดแร่โปรแตชในพื้นที่จังหวัดอุดรฯ ทั้งจังหวัดจะกลายเป็นหลุมอุโมงค์ขนาดมหึมา คนจังหวัดอ่างทองบ้านผม ยังไม่รู้เลยว่าการดูดทรายในท้องไร่ท้องนา ต่อไปจะทำให้จังหวัดอ่างทองกลายเป็นอ่างจริงๆ ตามชื่อ   สิ่งเหล่านี้ต้องได้มาจากการเคลื่อนไหวของประชาชนและการตื่นตัวในการให้ข้อมูลข่าวสาร

 

ครับพ่อแม่พี่น้อง ผมมีหน้าที่มาพูดว่า การที่จะต่อสู้เรื่องสิ่งแวดล้อมให้ดีและให้ประสบความสำเร็จ ต้องเริ่มต้นที่ตัวเอง คือตัวพ่อแม่พี่น้องในชุมชนต้องตื่นขึ้นมาเอง แต่การจะต่อสู้ในเรื่องนี้ตามลำพังของชุมชนเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องสร้างแนวร่วม การที่พ่อแม่พี่น้องไปกราบเรียนท่านอานันท์ ปันยารชุน ให้มาเป็นกรรมการสี่ฝ่าย นั่นคือการสร้างแนวร่วมในระดับประเทศ และในคณะกรรมการสี่ฝ่ายก็ประกอบไปด้วยนักวิชาการ คนทำงานองค์กรพัฒนาเอกชนและบริษัทต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เท่าที่ผมทราบในคณะกรรมการสี่ฝ่าย ถึงแม้ว่าการแก้ไขปัญหาจะยังไม่เห็นในทันทีทันใด แต่สิ่งที่ท่านอดีตนายกฯ อานันท์กล่าวไว้ว่าอย่างน้อยใน 3 ปี 5 ปี จะต้องเห็น และได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนจิตสำนึกในระดับหนึ่งของผู้บริหารอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมในคณะกรรมการสี่ฝ่าย และผมก็คิดว่าการเคลื่อนไหว การทำงานของคณะกรรมการสี่ฝ่ายไปพร้อมๆ กับการเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชนก็สามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนจิตสำนึกในระดับประเทศ ถ้าเปลี่ยนจิตสำนึกได้ก็สามารถสร้างวัฒนธรรมเกี่ยวกับการพัฒนาของประเทศไทยใหม่ได้

 

นี่คือสิ่งที่ผมอยากกราบเรียนพ่อแม่พี่น้อง ผมเห็นด้วยกับคุณสุทธิ ว่าการต่อสู้เรื่องสิ่งแวดล้อมจะมองเฉพาะตัวเอง พื้นที่ตัวเองอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมองรอบๆ ข้างๆ จะต้องสร้างแนวร่วม และในตอนนี้รัฐบาลได้ใช้วิธีการทางกฎหมาย ใช้ระบบศาล ระบบตุลาการเข้ามาเกี่ยวข้องและมากำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ ในกรณีที่กลุ่มเครือข่ายฯ ได้ไปฟ้องศาลปกครองในเรื่องอุตสาหกรรมมาบตาพุด นี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นการให้ความรู้กับผู้พิพากษา สร้างจิตสำนึกใหม่ให้กับผู้พิพากษาในวงการตุลาการ นี่ก็เป็นงานส่วนหนึ่งพ่อแม่พี่น้องคงทราบนะครับ ตอนคดีขึ้นศาลปกครอง ผู้พิพากษาเองก็งง เพราะเรื่องนี้ตัวเองไม่มีความรู้เลย ตัวเองจะตัดสินคดีมาบตาพุดอย่างไร

 

 เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องทำงาน นอกจากสร้างแนวร่วม นอกจากสร้างจิตสำนึก กระบวนการทางกระบวนการยุติธรรม ซึ่งการพัฒนาประเทศในสมัยนี้คงไม่เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร คงไม่เกิดการปราบปรามประชาชน ซ้ำแล้วซ้ำอีก สำหรับคนที่ต่อสู้เรื่องสิ่งแวดล้อม รัฐสมัยใหม่จะนำปัญหาทั้งหมดเข้าไปสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะฉะนั้นงานของเครือข่ายฯ จะต้องทำกับกระบวนการยุติธรรมด้วย

 

สุดท้ายครับ ทุกสิ่งกำหนดโดยการเมือง โดยกลุ่มทุน เราคงยอมรับกันว่าทุนกับการเมืองแนบแน่นกัน ถ้าทุนกับการเมืองยังเป็นตัวแทนของโลกโลกาภิวัตน์ ตัวแทนของการพัฒนาแบบทุนนิยม ก็ย่อมที่จะต้องต่อสู้กันแล้วกันแล้วต่อสู้กันเล่า ในเรื่องอุตสาหกรรมที่เอาเปรียบหรืออุตสาหกรรมที่สกปรก

 

เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะต้องทำคือการจะต้องเปลี่ยนการพัฒนาประเทศ ให้คลายตัวออกจากการพัฒนาแบบทุนนิยม วิธีการ เราอาจจะไม่สามารถสลายการพัฒนาแบบทุนนิยมได้ การพัฒนาแบบกระแสทางเลือก หรือเรียกว่าเศรษฐกิจพอเพียง ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่น่าจะนำมาเป็นยุทธศาสตร์และยุทธวิธีในการต่อสู้กับระบอบพัฒนาซึ่งไม่มุ่งการพอเพียง ทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างยับเยิน เพราะฉะนั้นในแนวทางการต่อสู้ นอกจากจะยืนหยัดด้วยจิตสำนึกของตัวเอง  การรวมกลุ่มอย่างสมัครสมานสามัคคีแล้ว จะต้องเสนอทางเลือกให้กับประชาชน ว่าถ้าไม่เอาระบบอุตสาหกรรมสกปรก และถ้าไม่สามารถเปลี่ยนอุตสาหกรรมสกปรกเป็นอุตสาหกรรมสะอาดได้ เรามีทางเลือกแบบไหนในการพัฒนา ผมคิดว่านี่เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการปฏิรูป ซึ่งมีท่านอาจารย์ประเวศและท่านนายกฯ อานันท์ ปันยารชุนเป็นประธานอยู่ขณะนี้ เพราะสังคมไทยต้องการทางเลือกมาแทนทางเลือกเดิมที่สร้างปัญหาและมลภาวะให้กับพี่น้องประชาชน

 

 ครับ ผมขอจบคำปราศรัยด้วยความหวัง และเมื่อมาเห็นการชุมนุมของพ่อแม่พี่น้องในวันนี้ ก็ยิ่งมีความหวัง เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยนไป ความเข้มข้น การแตกต่างระหว่างสีเหลืองกับสีแดงลดน้อยลงไป ผมคิดว่าการต่อสู้ของภาคประชาชนจะกลับมาแทนที่ ไม่ว่าในมิติใด โดยเฉพาะในมิติเรื่องสิ่งแวดล้อมจะต้องไม่ยืนอยู่บนความขัดแย้งของสี ไม่ว่าเป็นสีเหลือง สีแดงหรือหลากสี เพราะการต่อสู้ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมและในเรื่องอื่นๆ ที่เป็นปัญหาร่วมของสังคมไทย จะต้องไม่มีสี จะต้องเปลี่ยนเป็นปัญหาของประเทศชาติ และเป็นปัญหาของทุกคน ผมคิดว่า ในศักราชใหม่ ในปีใหม่ สังคมไทยจะเปลี่ยนครับ จะเปลี่ยนความขัดแย้งระหว่างสีมาเป็นการร่วมกันต่อสู้กับปัญหาของพี่น้องประชาชนที่เผชิญหน้าอยู่ แล้วการต่อสู้นี้จะประสบความสำเร็จและเข้มแข็งได้ จะต้องไม่มีความแตกต่างเรื่องสี เพราะสิ่งแวดล้อมมีสีเดียวคือสีเขียวครับ ขอบคุณครับ

 

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]