*/
  • Oaky
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-01-23
  • จำนวนเรื่อง : 59
  • จำนวนผู้ชม : 17199
  • จำนวนผู้โหวต : 2
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
วันอังคาร ที่ 29 กันยายน 2563
Posted by Oaky , ผู้อ่าน : 187 , 10:59:22 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ทุเรียน

 

หลังจากมูลนิธิปิดทองหลังพระ เริ่มต้นโครงการทุเรียนคุณภาพในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ประกอบด้วยพื้นที่จังหวัดยะลา, นราธิวาส และปัตตานี มาประมาณ 1 ปี วันนี้ชีวิตของเกษตรกรดีขึ้น จากจำนวนผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงราคาทุเรียนที่ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว

จึงเป็นตัวสะท้อนความสำเร็จของโครงการ ทั้งยังกลายเป็นตัวการันตีให้เกษตรกรเข้ามาร่วมโครงการมากขึ้น

“ศรันย์ สุขประวิทย์” หัวหน้าโครงการทุเรียนคุณภาพ มูลนิธิปิดทองหลังพระ ให้ข้อมูลว่า โครงการดังกล่าวเริ่มดำเนินการมากว่า 1 ปี ด้วยการนำแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาผสมผสานร่วมในการพัฒนา นอกจากนี้ ก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินการในพื้นที่ใดก็ตามต้องมีกระบวนการที่เรียกว่า “ประชาคม” ร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่ หรืออาจจะเรียกว่าการระเบิดจากข้างใน

 

ศรันย์ สุขประวิทย์

 

“ที่สำคัญคือต้องไม่บังคับให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ เงื่อนไขสำคัญของเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการคือ เกษตรกรจะต้องมีความขยันในการดูแลต้นทุเรียนต่อเนื่อง และต้องมีความซื่อสัตย์ โดยในปี”63 นี้ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 645 คน กระจายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ นอกจากนี้ยังเปิดรับอาสาเพื่อเป็นตัวประสานความร่วมมือให้กับมูลนิธิปิดทองหลังพระเพื่อติดตามความคืบหน้าในพื้นที่ เพื่อรายงานผลการดำเนินการกลับมายังมูลนิธิปิดทองหลังพระ แต่ก่อนที่จะรับหน้าที่ดังกล่าวต้องเข้ารับการอบรม พร้อมกับศึกษาพื้นที่ในโครงการอื่น ๆ ของมูลนิธิปิดทองหลังพระที่ประสบความสำเร็จ ด้วยการนำความรู้ที่ได้ไปอบรมต่อให้เกษตรกรที่สนใจได้อีกด้วย”

“ศรันย์” ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทำอย่างไรถึงจะได้ทุเรียนที่มีคุณภาพ และราคาดี คือเราแบ่งการดูแลออกเป็นระยะแรก คือการเตรียมต้น หลังจากการเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อตัดผลทุเรียนเสร็จในแต่ละรอบเพื่อให้ต้นทุเรียนออกดอก ตามมาด้วยระยะที่ 2 ระยะออกดอกเต็มที่ ตามมาด้วยระยะที่ 3 หรือระยะให้ผล และเข้าสู่ระยะเก็บเกี่ยวผลผลิต

โดยในส่วนของการดำเนินการของเกษตรกร ต้องดำเนินการตั้งแต่การดูแลใส่น้ำใส่ปุ๋ยที่เพียงพอกับความต้องการของต้นทุเรียน แต่งลูกให้สวยงามตามสเป็กที่ผู้รับซื้อต้องการ พ่นยาป้องกันแมลงรบกวนผลผลิตตามมาด้วยการผสมเกสร บริหารจัดการด้านน้ำและอื่น ๆ จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการเก็บเกี่ยว โดยในโครงการดังกล่าวมีความร่วมมือกับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรตามคุณภาพที่กำหนดไว้

“เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วจะส่งต่อไปยังศูนย์รับซื้อของ ซี.พี. ที่จังหวัดชุมพร หลังจากนั้นจะถูกคัดตามเกรด สำหรับผลผลิตที่เก็บเกี่ยวในช่วงเดือน ก.ย.นี้ ถือเป็นทุเรียนรุ่นสุดท้ายของปี’63 ในขณะที่พื้นที่อื่น ๆ อย่างเช่นจังหวัดยะลา เก็บผลผลิตเสร็จสิ้นไปตั้งแต่ช่วง ก.ค.-ส.ค. 63 ที่ผ่านมาแล้วโดยตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ก.ย.นี้ผลผลิตจะออกสู่ตลาดอีกระลอกที่สำคัญ ในหลายพื้นที่ได้เข้ามาศึกษาดูงานในพื้นที่นราธิวาสแล้วนำไปประยุกต์ใช้กับการดูแลผลผลิตของตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องเข้าโครงการก็ได้ เพราะเป้าหมายของเราคือการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และสร้างอาชีพ-รายได้ที่ดีอย่างยั่งยืน”

สำหรับสภาพตลาดทุเรียนในพื้นที่ภาคใต้ “ศรันย์” บอกว่า มีปรากฏการณ์ “ล้งจีน” เข้ามาเจรจาขอซื้อกันถึงหน้าสวนของเกษตรกร ทำให้ในช่วงที่ผ่านมา เกษตรกรที่อยู่ในโครงการได้เพิ่มพื้นที่ปลูกทุเรียนเพื่อขายให้กับล้งจีนที่ให้ราคาสูง และยังลดต้นทุนเจ้าของสวนด้วยการส่งแรงงานเข้ามาเก็บผลผลิต พร้อมทั้งขนส่งเองอีกด้วย ส่งผลให้ราคาทุเรียนปรับสูงขึ้น

ถือเป็น “ปีทอง” ของเกษตรกรเลยก็ว่าได้และอาจจะมีการทบทวนให้ปรับราคาทุเรียนสอดคล้องกับราคาตลาดในปัจจุบันด้วย เนื่องจากตลาดทั่วไปอย่างเช่น ตลาดซื้อขายทุเรียนชุมพร จะมีการรับซื้อแบบเหมารวมราคาเดียว แล้วนำไปแยกเกรดเพื่อเพิ่มราคาทุเรียนอย่างน้อย 15-20 บาท/กิโลกรัม

อย่างไรก็ตาม พื้นที่สวนทุเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ คิดเป็น 1% ของพื้นที่ปลูกทุเรียนรวมในต่างจังหวัด มีพื้นที่ปลูกทุเรียนรวมกว่า 80,000 ไร่ เฉพาะสวนทุเรียนในจังหวัดยะลาอยู่ที่ 50,000 ไร่ และมีราว 10,000 ไร่ ที่เข้าร่วมโครงการทุเรียนคุณภาพ ซึ่งยังถือว่าน้อยมาก

ซึ่งมูลนิธิปิดทองหลังพระยังคงเดินหน้าให้ความรู้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ถึงขั้นตอนในการดูแลสวนทุเรียนอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จเพื่อให้เห็นภาพความสำเร็จของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทุเรียนคุณภาพ มูลนิธิปิดทองหลังพระพาลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส สวนทุเรียนของ “เอกพล เพ็ชรพวง” อาสาทุเรียนคุณภาพ และในฐานะรองประธานกลุ่มทุเรียนแปลงใหญ่ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการด้วยการนำทุเรียนรวม 65 ต้น พันธุ์หมอนทอง บนพื้นที่กว่า 10 ไร่

“เอกพล” อธิบายถึงความแตกต่างก่อนและหลังที่เข้าร่วมโครงการให้ฟังเมื่อเปรียบเทียบการดูแลทุเรียนระหว่างเกษตรกรในภาคตะวันออกกับเกษตรกรภาคใต้ว่า สายตะวันออกจะเข้าสวนทุกวัน ขณะที่เราเข้าสวน 3-4 ครั้งต่อปีเท่านั้น คือตอนใส่ปุ๋ย และตอนเก็บผลผลิต เพราะขณะนั้นราคาทุเรียนค่อนข้างต่ำอยู่ที่ 20-30 บาทต่อกิโลกรัม แต่เมื่อมูลนิธิปิดทองฯเข้ามาช่วยด้วยการชี้แนวตอนนี้ต้องเข้าสวนดูแลทุกวันเพราะราคาที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้มีปัญหาขโมยตามมา ต้องมีคนสวนเฝ้าสวนตลอดในช่วงกลางคืน

 

เอกพล เพ็ชรพวง

 

จากการดำเนินตามทิศทางของโครงการทุเรียนคุณภาพบวกกับตามแนวทางตามพระราชดำริ เชื่อมั่นว่าผลผลิตในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 10 ตัน ต่อ 65 ต้นได้แน่นอน ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า “เท่าตัว” เมื่อประเมินรายได้จากทุเรียนในปีนี้จะอยู่ที่ 950,000 บาท จนถึง 1 ล้านบาท และในอนาคตยังมีแนวโน้มที่ราคาจะสูงขึ้นอีก เพราะความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นหากว่าสามารถขยายตลาดส่งออกทุเรียนได้มากขึ้น”

สำหรับโครงการทุเรียนคุณภาพนี้ได้กำหนดสเป็กของผลผลิตไว้อีกว่า จะต้องตัดผลผลิตที่ความแก่ของผลที่ 75-85% อีกทั้งหากเป็นทุเรียนเพื่อการส่งออกต้องมีมาตรฐานแป้งทุเรียนที่ 32%

การรับซื้อทุเรียนของบริษัท ซีพีฯ แบ่งเป็น 3 เกรดคือ เกรด A เกรด B เกรด C โดยเกรด A ถึงเกรด B จะถูกส่งออกไปประเทศจีน ส่วนเกรด C จะจำหน่ายในประเทศ ส่วนผลทุเรียนที่ตกไซซ์นอกจากจะขายเฉพาะในประเทศแล้วยังส่งต่อไปยังโรงงานแปรรูป

 

ตารางราคาทุเรียน

 

เท่าที่สำรวจสวนทุเรียนทั้ง 65 ต้น บนพื้นที่ 10 ไร่ “เอกพล” บอกว่า ถ้าคิดเป็นลูกน่าจะอยู่ที่ 3,000 ลูก หรือเฉลี่ยต่อต้นจะมีจำนวนทุเรียนอยู่ราว 40-50 ลูก รวมน้ำหนักที่ 200 กิโลกรัมต่อต้น อย่างไรก็ตาม ในแต่ละปีจะให้ผลผลิตที่แตกต่างกันออกไป

เขาเล่าย้อนอดีตให้เห็นพัฒนาการราคาทุเรียนว่า ในช่วงเริ่มต้นที่หันมาปลูกทุเรียนจริงจัง ราคาทุเรียนอยู่ที่ 35 บาทต่อกิโลกรัม จากนั้นราคาขยับเป็น 50 บาทต่อกิโลกรัม และราคาขยับขึ้นไปอีกอย่างเห็นได้ชัด ในปี’62 อยู่ที่ 80 บาทต่อกิโลกรัม และคาดว่าราคาในปี’63 นี้ จะสูงถึง 100 บาทต่อกิโลกรัม

“เมื่อเกษตรกรตัดทุเรียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่งไปที่ตลาดกลางในจังหวัดยะลาเพียงจุดเดียว หลังจากนั้นเข้ากระบวนการแพ็กบรรจุกล่องที่จังหวัดชุมพรแล้วส่งท่าเรือ เพื่อส่งต่อไปยังประเทศจีน และกระจายไปตลาดจนถึงมือผู้บริโภค ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าการพัฒนาของเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนมาจากหลาย ๆ ปัจจัย ทั้งความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นจากการเรียนรู้ความสำเร็จจากโครงการอื่น ๆ ที่ประสบความสำเร็จ การเข้าร่วมอบรมและเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญที่หลากหลาย ซึ่งเกษตรกรทุกคนสามารถประสบความสำเร็จแบบนี้ได้เช่นกัน”

 

###########################

 

https://www.prachachat.net/csr-hr/news-528575


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน