*/
  • Oaky
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-01-23
  • จำนวนเรื่อง : 69
  • จำนวนผู้ชม : 20956
  • จำนวนผู้โหวต : 2
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม 2564
Posted by Oaky , ผู้อ่าน : 453 , 15:03:53 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เครือเจริญโภคภัณฑ์  กองหนุนสู้ภัยโควิด : อาทร จันทวิมล

 

เมื่อเกิดโรคโควิด-19 ระบาดในเมืองไทยตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2563  หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาคราชการและเอกชนหลายแห่งได้ผนึกกำลังกันป้องกันภัยและรักษาผู้ป่วยอย่างเต็มที่ หนึ่งในหน่วยงานเอกชนที่มีบทบาทเป็น “กองหนุน” ส่งเสบียงอาหาร  อุปกรณ์ และอุปกรณ์สื่อสารช่วยสู้ภัยโควิดที่สำคัญของประเทศไทย คือ  เครือเจริญโภคภัณฑ์  หรือ ซีพี

 

ตอนเริ่มต้นสงครามโควิด-19 ของไทยนั้น อุปกรณ์สำคัญในการป้องกันโรคที่ขาดแคลนยิ่ง คือ หน้ากากอนามัย N-95  ซึ่งมีราคาพุ่งสูงและหาซื้อยากทั่วโลก ดังนั้น ในเดือนมีนาคม 2563 เครือเจริญโภคภัณฑ์ ภายใต้การนำของ นายธนินท์ เจียรวนนท์ จึงตัดสินใจอย่างเร่งด่วน ลงทุน 100 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยในประเทศไทย จำนวนกว่า 200,000 ชิ้น แจกฟรีแก่บุคลากรการแพทย์ ประชาชนกลุ่มเปราะบาง และแรงงานต่างชาติ   “เพื่อรับใช้แผ่นดินไทยยามวิกฤติ” มอบเงินสด 77 ล้านบาท ให้โรงพยาบาล 77 แห่งทั่วประเทศ เพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็น  พร้อมกับมอบอาหารและซิมโทรศัพท์ฟรี จำนวน 2 หมื่นชุด  ให้ผู้ถูกกักตัว 14 วันถึงหน้าบ้าน  เพื่อให้มีอาหารกิน  สามารถเปิดโทรศัพท์ดูข่าวและความบันเทิงแก้เหงา

 

ตลอดปี 2563   เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย ซีพีเอฟ ได้บริจาคอาหารสำเร็จรูปจำนวนมากให้แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ในโรงพยาบาลของรัฐกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งให้ผู้เฝ้าระวังที่ถูกกักตัวกว่า  20,000 คน และประชาชนยากจนในอีก 200 ชุมชน  แจกคูปองส่วนลดพิเศษ 1 ล้านใบ ให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านทั่วประเทศ (อสม.) ในฐานะ “ฮีโร่ที่ลืมไม่ได้” ทำข้าวกล่องพิเศษ 1 ล้านกล่อง เช่น ข้าวอกไก่ซอสจิ้มแจ่ว ข้าวผัดไก่ย่างซอสเกาหลี ข้าวตับกระเทียม จำหน่ายราคาประหยัด 20 บาท ในร้าน ซีพี เฟรชมาร์ท

 

เดือนมกราคม 2564 เกิดเหตุโควิด-19ระลอกใหม่ ระบาดใหญ่ที่สมุทรสาคร จนต้องตั้งโรงพยาบาลสนาม “ศูนย์ห่วงใยคนสาคร” และกักตัวแรงงานพม่า มอญ เขมร ราว 4,000 คน ที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ซีพี เอฟ ได้ส่งอาหารสำเร็จรูปพร้อมกินจำนวน 55,000 ชุด และไข่ไก่ 10,000 ฟอง ไปแจกฟรี ผ่านมูลนิธิ LPN ให้เจ้าหน้าที่และผู้ที่ถูกกักตัวต้องหยุดงานระยะยาว  

 

บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ซึ่งทำธุรกิจด้านโทรคมนาคม ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ มอบโทรศัพท์มือถือรุ่นทันสมัย  พร้อมซิมโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตฟรีแบบไม่อั้น 500 เครื่อง ให้สาธารณสุขจังหวัด และ สถานพยาบาลทั่วประเทศที่ให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยโควิด มอบซิม “กักตัว ไม่กลัวเหงา” ใช้งานโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตฟรี 30 วันให้แก่ผู้กักตัว14 วันตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค    มอบคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต พร้อมซิมบริการฟรี 100 เครื่องให้โรงพยาบาลศิริราช     มอบซิมโทรศัพท์ทรูมูฟ 100 ชุด ให้กรมควบคุมโรค เพื่อใช้ในการติดต่อสอบสวนโรคเชิงลึก    พัฒนาแพลตฟอร์ม “Tele Clinic” ร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์    จัดให้ลูกค้าทรูมูฟ สามารถใช้งานแอพพลิเคชั่น “หมอชนะ” ได้โดยไม่เสียค่าบริการดาต้าและไม่ต้องลงทะเบียน เพื่อให้สามารถติดตามและสอบสวนโรคโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็ว

 

สนับสนุนห้องเรียนเสมือนจริง และแพลตฟอร์ม VLEARN ให้สถานศึกษาที่จัดระบบการเรียนออนไลน์  สนับสนุนระบบประชุมออนไลน์ VROOM และระบบทำงานที่บ้าน VWORK ให้แก่องค์กรธุรกิจ   ส่งหุ่นยนต์“เทมิ”  ไปช่วยบุคลากรการแพทย์ให้สามารถดูแลผู้ป่วยจากระยะไกล  ไม่ต้องสัมผัสกับผู้ติดเชื้อโดยตรง     ส่งรถโมบายชุมสายเคลื่อนที่เร็ว ระบบ  5 จี ไปประจำที่โรงพยาบาลสนาม   ศูนย์ห่วงใยคนสาคร วัฒนาแฟคตอรี่ ต.พันท้ายนรสิงห์  ซึ่งเป็นที่กักตัวผู้ตรวจ พบว่าติดเชื้อโควิด19 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติ รถโมบายดังกล่าวจะขยายและเพิ่มสัญญาณโทรศัพท์ เพื่อรองรับการใช้งานของคนจำนวนมากได้พร้อมกัน โดยมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองในกรณีไฟฟ้าหลักขัดข้อง 

 

ระหว่างวิกฤตโควิดที่ธุรกิจหลายอย่างต้องล้มเลิกกิจการ ทำให้มีคนตกงานว่างงานจำนวนมาก   แต่บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์กลับสวนกระแส ให้คำมั่นว่าจะไม่มีการปลดพนักงาน พร้อมกับประกาศรับนักศึกษาอาชีวะและมหาวิทยาลัยที่จบใหม่ 28,000 อัตรา เพื่อแก้ปัญหาการหางานทำไม่ได้ และช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจช่วงวิกฤติ

 

เมื่อต้นปี พ.ศ. 2564 สำนักข่าวญี่ปุ่น นิเกอิ เอเชียรายงานว่า บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ฮ่องกงได้ทุ่มเงินก้อนใหญ่ 15,000 ล้านบาทเข้าซื้อหุ้น 15% ของบริษัทซิโนแวคไลฟไซแอนซ์ของจีน ผู้ผลิตวัคซีนโควิด ยี่ห้อ “โคโรน่าแวคCoronavac” เพื่อขยายกำลังการผลิตให้ได้ 600 ล้านโดสต่อปี สำหรับฉีดให้คน 300 ล้านคน    วัคซีนโคโรน่าแวคดังกล่าวนั้น รัฐบาลจีนก็ได้สั่งซื้อและเริ่มฉีดให้ประชาชนจีนแล้ว   และได้ทำสัญญาจัดหาจองซื้อจากหลายประเทศแล้ว เช่น  ไทย อินโดนีเซีย ตุรกี บราซิล ชิลี ฮ่องกง สิงคโปร์ ยูเครน และฟิลิปปินส์     วัคซีน โคโรน่าแวคสามารถเก็บในตู้เย็นธรรมดาที่มีอุณหภูมิ  2-8 องศาเซลเซียสประมาณ 6 เดือนทำให้ไม่ต้องหาตู้เย็นพิเศษอุณหภูมิเย็นยิ่งยวด -70 องศาเซลเซียส เหมือนวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์จากอเมริกา

 

โคโรน่าแวค เป็นวัคซีนเชื้อตาย (Inactivated Vaccine)  ผลิตโดยวิธีโบราณ ที่มนุษย์คุ้นเคยมานานคล้ายกับวัคซีนโรคฝีดาษไข้ทรพิษ ตับอักเสบ  พิษสุนัขบ้า และวัคซีนโปลิโอชนิดฉีด  สามารถฉีดเข้าที่แขนของมนุษย์ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำได้ทำงานโดยการเหนี่ยวนำให้ระบบคุ้มกันในร่างกายมนุษย์สร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อสู้กับไวรัสโควิดเชื้อตายในวัคซีนที่ฉีดเข้าไปในร่างกาย  ซึ่งอาจเปรียบเสมือนการสร้างกองทหารขึ้นมาต่อสู้กับข้าศึกที่เข้ามารุกราน    ถ้ากองทหารสู้ข้าศึกไม่ได้อาจทำให้ทหารเสียชีวิต  แต่หากสู้แล้วรอดชีวิตมาได้ ร่างกายก็จะมีกองทหารที่มีฝีมือคอยขัดขวางป้องกันข้าศึกชนิดเดียวกัน ที่จะมาโจมตีด้วยวิธีเดิมๆ ในภายหน้า  

 

วิธีผลิตวัคซีนโคโรน่าแวค กระทำโดยนำเชื้อไวรัสโควิดจากผู้ป่วยในแหล่งต่างๆ ซึ่งอาจแปลงร่างเปลี่ยนพันธุกรรมไปขยายพันธุ์ในเซลล์ไตของลิงแล้วนำไปแช่ในสารเบต้าโพรพิโอแลกโตน (Beta Propiolactone) เพื่อทำให้เชื้อโควิดไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้ แต่โปรตีนและโครงสร้างต่างๆยังอยู่ครบถ้วน  หลังจากนั้นก็จะดึงเชื้อไวรัสที่ตายมาผสมกับสารประกอบอลูมิเนียม ซึ่งสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ให้เพิ่มความสามารถในการสู้กับเชื้อโควิดข้อจำกัดของวัคซีนโคโรน่าแวค คือทำได้ยาก ในการผลิตจำนวนมากเพราะทำจากไวรัสก่อโรคตัวจริง ที่ต้องเพาะเลี้ยงในห้องชีวนิรภัย และมีต้นทุนการผลิตสูง   ไม่เหมือนกับวัคซีนที่ทำจากไวรัสตัวปลอม mRNA ของบางบริษัท ที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ และผลิตได้รวดเร็วกว่า

 

กิจกรรมต่างๆ ของบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในการสนับสนุน ป้องกันและรักษาโรคระบาดโควิด19 ในประเทศไทยด้วยกระบวนการต่างๆ นั้น  เป็นสิ่งที่ก่อประโยชน์ และสงวนชีวิตของมนุษย์ไว้ได้เป็นจำนวนมาก  นับเป็นตัวอย่างอันดีของบริษัทธุรกิจเอกชน ในการ “รับใช้แผ่นดินไทยในยามวิกฤต”ที่ควรแก่การยกย่องชมเชยต่อไป

 

####################################

 

Credit : แนวหน้า


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน