• ศุภฑิต_สนธินุช
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : e_ditor@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-09
  • จำนวนเรื่อง : 62
  • จำนวนผู้ชม : 94538
  • ส่ง msg :
  • โหวต 13 คน
e_ditor
มุมข่าวสารและภาพจากการลงพื้นที่ พร้อมสาระดีๆที่มีมาฝาก
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/editnews
วันเสาร์ ที่ 11 กันยายน 2553
Posted by ศุภฑิต_สนธินุช , ผู้อ่าน : 1608 , 16:34:23 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เสริมเขี้ยวชุมชนป้องกัน"ทวงหนี้โหด" สนับสนุนการออม-สร้างเกราะไม่กู้หนี้นอกระบบ


หนี้นอกระบบ ดอกเบี้ยสูง ทวงหนี้โหด ...!!... คงไม่ใช่ปัญหาเฉพาะผู้ที่มีภาระหนี้สินนอกระบบเท่านั้น แต่ยังสะเทือนได้ถึงภาวะเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ...

ปัญหานี้ได้บ่งบอกถึงความย่ำแย่ในสังคมได้หลากหลาย ทั้งอัตราดอกเบี้ยที่แพงหูฉี่ การถูกทวงหนี้ด้วยวิธีรุนแรงต่อร่างกาย และทรัพย์สิน ทั้งยังทำให้รู้สึกเดือดร้อน อับอาย เข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ใช้คำพูดหยาบคาย ข่มขู่ กรรโชก แม้ว่าในวันนี้ภาครัฐได้เข้ามาช่วยพยุงสถานการณ์ ด้วยโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ แต่ก็สามารถช่วยผู้ประสบปัญหาได้ในระดับหนึ่งในลักษณะของการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

จากข้อมูล "สำนักงานสถิติแห่งชาติ" มีการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนประจำปี 2552 เก็บรวบรวมข้อมูลรายได้ ค่าใช้จ่าย หนี้สิน และทรัพย์สินของครัวเรือน รวมถึงลักษณะที่อยู่อาศัย จากครัวเรือนตัวอย่างทั่วประเทศ 52,000 ครัวเรือน

จากการสำรวจพบว่าในปี 2552 ครัวเรือนทั่วประเทศมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 20,903 บาท มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 16,205 บาท และมีหนี้สินคิดเป็น 60.9% ของครัวเรือนทั้งหมด โดยมีหนี้สินเฉลี่ยครัวเรือนละ 134,699 บาท


ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบรายได้ ค่าใช้จ่าย และหนี้สินต่อรายได้ พบว่า ตั้งแต่ปี 2543-2552 ครัวเรือนทั่วประเทศมีรายได้เฉลี่ยมากกว่า ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการยังชีพ และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งรายได้และค่าใช้จ่าย โดยรายได้เพิ่มจาก 12,150 บาท เป็น 20,903 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายเพิ่มจาก 9,848 บาท เป็น 16,205 บาท ขณะที่ครัวเรือน ที่มีหนี้สินพบว่า มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ปี 2543 -2547 จาก 56.3 % เป็น 66.4 % แต่เริ่มลดลงตั้งแต่ปี 2549-2552 จาก 64.4 % เป็น 60.9% อย่างไรก็ตาม พบว่าจำนวนเงินที่เป็นหนี้ กลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ปี 2543-2552 คือจาก 68,405 บาท เป็น 134,699 บาท

นอกจากนี้หนี้สิน ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นหนี้สินในระบบถึง 82.4 % ขณะที่ครัวเรือนที่เป็นหนี้สินนอกระบบอย่างเดียวมี 7.9% และครัวเรือนที่เป็นหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบมีสัดส่วน 9.7% และยังพบว่าจำนวนเงินเฉลี่ยที่เป็นหนี้ในระบบสูงกว่านอกระบบถึง 18 เท่า โดยเป็นหนี้สินในระบบ 127,715 บาท ส่วนนอกระบบมีจำนวน 6,984 บาท และ หนี้สินในระบบส่วนใหญ่นำไปซื้อบ้านและที่ดินสูงที่สุดถึง 35.3% รองลงมา นำไปใช้ในการอุปโภคบริโภค 30.6% อีก 15.6% ก่อหนี้เพื่อนำไปใช้ทำธุรกิจอีก 14.3% นำไปใช้ทำการเกษตร หนี้เพื่อใช้ในการศึกษามีเพียง 2.6% ส่วนครัวเรือนที่มีหนี้นอกระบบ พบว่าส่วนใหญ่ 33.8% ก่อหนี้เพื่อใช้อุปโภคบริโภค รองลงมา 27.7% นำไปใช้ทำธุรกิจอีก 17%ใช้ซื้อบ้านและที่ดิน และ 11.7% ก่อหนี้เพื่อใช้ทำการเกษตร ขณะที่หนี้เพื่อใช้ในการศึกษามีเพียง 2.7 %เท่านั้น

เมื่อพิจารณาตามอาชีพแล้วพบว่า ครัวเรือนที่ปฏิบัติงานวิชาชีพ นักวิชาการ นักบริหาร มีรายได้เฉลี่ยสูงสุดถึง 48,745 บาท รองลงมา ได้แก่ครัวเรือนของผู้ดำเนินธุรกิจที่ไม่ใช่เกษตร 26,697 บาท ขณะที่เสมียน พนักงาน ผู้ให้บริการ มีรายได้ 20,169 บาท และผู้ถือครองทำการเกษตรที่เช่าที่ดิน 17,765 บาท ส่วนครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำสุดคือ ครัวเรือนผู้ทำประมง ป่าไม้ ล่าสัตว์ และหาของป่ามีรายได้ 8,818 บาท

อย่างไรก็ตามทางออกหรือแนวทาง ในการแก้ปัญหาการเป็นหนี้นอกระบบของคนไทยที่ดี คือ การที่จะทำให้ประชาชนรู้จักวางแผนการใช้จ่ายให้เหมาะสม ไม่ฟุ่มเฟือย หรือรู้จัก "ออม" นั่นเอง...


"โครงการส่งเสริมการบริหารเงินออมครอบครัว" ทางสำนักงานเขตคันนายาว ได้รับไม้ต่อจากทางกรุงเทพมหานคร ในการทำงานเชิงรุก สร้างภูมิคุ้มกัน ดำเนินการออกหน่วยรณรงค์เคลื่อนที่เข้าถึงชุมชน/หมู่บ้านในพื้นที่ เพื่อสร้างความรู้ ให้คำปรึกษาแนะนำ พร้อมแนวทางมีการบริหารจัดการเงินของตนเองให้มีวินัยใน "การออม" นำรองพื้นที่เขตกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรกว่า 10 ล้านคน โดยจำนวน 60 % เป็นผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง แบ่งสถานะออกเป็น 1.กลุ่มที่มีรายได้น้อยแต่ไม่รู้จักวิธีการบริหารจัดการการเงินของตน 2.กลุ่มที่มีรายได้น้อยและเป็นหนี้ ขาดวินัยทางการเงินไม่รู้จักวิธีออมเงิน และ 3.กลุ่มผู้มีเงินออมแต่ยังไม่รู้จักการทำเงินออมให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยได้ดำเนินการจัดโครงการตั้งแต่ปี 2551 และในปี 2553 นี้ มีแผนดำเนินงานจำนวน 8 ชุมชน

นางศิริรัตน์ กฤษณจักราวัฒน์ นักพัฒนาชุมชน 6 เขตคันนายาว กล่าวว่า หากประชาชนในชุมชนยังมีการใช้จ่ายที่เกินกว่ารายได้ ขาดวินัยทางการเงิน จนต้องเป็นหนี้ทั้งในหรือนอกระบบ คงยากที่จะใช้ชีวิตได้อย่างพอเพียง โครงการนี้จะเข้ามาช่วยส่งเสริมพฤติกรรมให้ประชาชนในชุมชนรู้จักการบริหารระบบการเงินของตนเอง โดยหลักการง่ายๆ ของการบริหารการใช้จ่าย คือ การทำบัญชีรายรับ รายจ่าย ซึ่งจะเป็นแผนการควบคุมการใช้จ่าย ทำได้ทั้งผู้ที่กำลังต้องการปลดหนี้ และผู้ที่เริ่มต้นวางแผนการใช้จ่ายใหม่

สำหรับการปฏิบัตินั่น มีขั้นตอนที่ทำได้ง่ายๆ ขอเพียงให้มีการทำและจดลงบัญชีรับ จ่ายอย่างสม่ำเสมอ ภายใต้สมการ "รายรับ - เงินออม = รายจ่าย" โดยรายรับ คือ เงินเดือน ค่าจ้าง ผลตอบแทน ส่วนเงินออม คือ เงินที่เรากันหรือเก็บเอาไว้เพื่อความมั่นคงในอนาคต โดยให้กันเอาไว้ทันทีเมื่อรายรับเข้ามา ส่วนรายจ่าย คือ ค่าใช้จ่ายสำหรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ค่าสาธารณูปโภค ภาระหนี้ต่างๆ ทั้ง 3 หัวข้อ เมื่อนำมาหักลบในแต่ละเดือน จะช่วยทำให้ทราบว่ามีรายจ่ายมากน้อยแค่ไหน เมื่อทราบแล้วจะสามารถมาวางแผนต่อได้ว่าจะลดค่าใช้จ่ายรายการใดออกไปได้บ้าง ซึ่งจะช่วยสร้างสมดุลระหว่างรายได้และค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ข้อสำคัญของการออมจะต้องลงมือเก็บออมโดยไม่มีเงื่อนไข อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง และทำการจดทุกครั้ง

เช่นเดียวกับชุมชนหมู่บ้านเปรมฤทัย 1 เป็นอีกหนึ่งชุมชน ที่ได้ดำเนินงานนำร่องโครงการส่งเสริมบริหารเงินออม มาเป็นปีที่ 2 แล้ว ผลการตรวจสุขภาพเงินออม ของคนในชุมชนดีขึ้น รู้จักการออมและมีเงินเก็บตามลำดับ...

นางอำนวย จับเกตุ ประธานกรรมการชุมชนหมู่บ้านเปรมฤทัย 1 กล่าวว่า โครงการนี้เข้ามาในชุมชน ประชาชนส่วนใหญ่จะไม่รู้จักศูนย์ส่งเสริมการบริหารเงินออมครอบครัวของกรุงเทพฯ ไม่เข้าใจว่าศูนย์ส่งเสริมการบริหารเงินออม นี้จัดตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร หรือจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง และยังพบว่าชาวชุมชนจำนวนหนึ่ง ไม่ให้ความสำคัญกับการมีเงินเก็บหรือการบริหารค่าใช้จ่ายของตนเองและครอบครัว โดยให้เหตุผลว่า ไม่มีเงินจะไปเก็บออม หรือไม่มีเวลาทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย


"แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ของฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม ได้ประสานกับชุมชนเพื่อเข้ามาออกหน่วยรณรงค์เคลื่อนที่ ทำให้ทราบถึงวิธีและช่องทางในการออมเงิน การบริหารเงินออม และได้รับการกระตุ้นจิตสำนึก ในการบริหารการเงินของครอบครัวเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ปกครองที่มีบุตรในวัยเรียน กลุ่มผู้สูงวัย กลุ่มผู้ที่เริ่มมีปัญหาทางสุขภาพ รวมถึงในกลุ่มคนวัยทำงานที่มีหนี้สินจากบัตรเครดิต ขณะที่บางรายมีหนี้สินนอก ระบบก็เกิดแนวคิดที่จะปรับพฤติกรรมให้เกิดการออม" นางอำนวย กล่าว

ทางด้าน นายประทุม สุดใจ รองประธานกรรมการชุมชนหมู่บ้านเปรมฤทัย 1 กล่าวว่า สำหรับกลุ่มที่เป็นหนี้นอกระบบ คนในชุมชนก็จะต้องช่วยให้กำลังใจกันด้วย เพราะหากผู้ที่เข้าไปสู่วงจรนี้จะต้องอดทนอย่างมากในการใช้หนี้เก่า แต่เชื่อว่าการรู้ถึงแนวทางในการออม และรู้จักทำรายรับรายจ่ายจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น หากยังต้องกู้ยืมเงินอีก ก็มีการแนะนำสถาบันการเงินที่มีดอกเบี้ยถูก หรือขอยืมกับคนในชุมชนด้วยกันไปพลางๆก่อน ขณะนี้ทางชุมชนก็กำลังดำเนินการโครงการออมเงินสัจจะออมทรัพย์ ซึ่งกำลังเปิดรับสมัครสมาชิก หากมีความสมบูรณ์ก็จะเริ่มให้สมาชิกที่ต้องการกู้ยืมเงินมาลงทะเบียนกู้ไปตามลำดับ ขณะที่กลุ่มที่ยังมีความเป็นห่วงก็คือ กลุ่มที่เล่นการพนันหากควบคุมตนเองไม่ได้ก็ยากที่จะอดออม

การรู้จักออมก่อนการใช้ หมั่นบันทึกจดร่ายรับรายจ่าย จะเป็นบันไดก้าวแรกที่จะช่วยสร้างพฤติกรรมการออมให้กับทุกคน แม้ว่าที่ผ่านมาเราอาจจะมองข้ามความสำคัญของเรื่องนี้ไป แต่หากลองปรับความคิดทัศนคติให้เกิดการออม รู้จักใช้อย่างพอเพียง

เชื่อว่าสุขภาพการเงินของท่านก็จะแข็งแรง !!!




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]