• energy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : imageplus_imp@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-06
  • จำนวนเรื่อง : 202
  • จำนวนผู้ชม : 632284
  • ส่ง msg :
  • โหวต 13 คน
Energy Clinic
เราจะเป็นศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในสถานการณ์พลังงานที่ร้อนแรงอยู่ในปัจจุบัน .....
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/energyclinic
วันอังคาร ที่ 9 พฤศจิกายน 2553
Posted by energy , ผู้อ่าน : 1545 , 11:15:57 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

     ก๊าซหุงต้ม หรือ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG : Liquefied Petroleum Gas) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากทั้งการกลั่นน้ำมันดิบ และการแยกก๊าซธรรมชาติจากโรงแยกก๊าซฯ

     ภายหลังจากที่มีการวางท่อก๊าซฯ เพื่อนำก๊าซธรรมชาติขึ้นมาใช้ ต่อมาได้มีการตั้งโรงแยกก๊าซธรรมชาติขึ้น ในปี 2528 นอกจากได้ก๊าซมีเทนเป็นเชื้อเพลิงให้กับโรงไฟฟ้า และอุตสาหกรรมแล้ว ยังได้ก๊าซแอลพีจี ซึ่งเหมาะสมที่จะใช้เป็นเชื้อเพลิงในภาคครัวเรือน ประกอบกับในห้วงเวลานั้น รัฐบาลเล็งเห็นว่า ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าส่วนหนึ่งมาจากความต้องการเชื้อเพลิงในครัวเรือน จึงมีนโยบายส่งเสริมการใช้ก๊าซแอลพีจี เพื่อทดแทนฟืนและถ่านไม้ ด้วยการควบคุมราคาจำหน่ายให้เท่ากันทั่วประเทศ และให้การอุดหนุนในกรณีที่ตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้น 

     แต่เนื่องจากราคาจำหน่ายแอลพีจีนั้น ผูกโยงกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้ราคาก๊าซแอลพีจีในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นด้วย

     ในประเทศไทยการควบคุมราคา ทำให้ราคาจำหน่ายก๊าซแอลพีจีต่ำกว่าราคาจำหน่ายในตลาดโลกมาก และเป็นภาระให้ต้องหาเงินมาอุดหนุน เช่น เดือนมกราคม 2553 ราคาก๊าซแอลพีจีในตลาดโลกอยู่ที่ 738 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน หรือประมาณ 24.63 บาทต่อกิโลกรัม แต่รัฐตรึงราคาจำหน่ายในประเทศไว้ที่ 18.13 บาทต่อกิโลกรัม

     เงินที่ใช้อุดหนุนราคาก๊าซแอลพีจีมาจากไหน?

     ปกติมีการเก็บเงินส่วนหนึ่งจากราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิด รวมทั้งราคาก๊าซแอลพีจีในรูปของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อใช้ในการป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง และใช้ในการรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ จากการที่ราคาในตลาดโลกสูงขึ้น จนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และความเดือดร้อนของประชาชน โดยชดเชยและใช้จ่าย ตามที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานเห็นชอบ แต่ปรากฏว่า การชดเชยให้กับก๊าซแอลพีจี ในห้วงเวลาที่ผ่านมา ได้สร้างภาระหนักให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

     นโยบายของรัฐบาลในการควบคุมราคาก๊าซแอลพีจี เป็นเจตนาดีในการช่วยเหลือภาคครัวเรือนให้ใช้เชื้อเพลิงสะอาด ในราคาไม่สูงมาก และลดปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งปริมาณการใช้ในภาคครัวเรือน ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นมากจนเป็นภาระ แต่เมื่อเกิดวิกฤติราคาน้ำมัน โดยเฉพาะในช่วงปี 2550 ทำให้มีรถยนต์ปรับเปลี่ยนมาใช้ก๊าซแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นอย่างมาก และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอยู่ตลอดเวลา จนเป็นภาระกับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ต้องนำเงินมาอุดหนุนด้านราคา

     ไม่เพียงเท่านั้น ราคาน้ำมันเตาก็ได้ปรับตัวสูงขึ้น จนบางครั้งสูงกว่าราคาก๊าซแอลพีจีในประเทศ ทำให้มีอุตสาหกรรมบางประเภทปรับเปลี่ยนมาใช้ก๊าซแอลพีจี ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระให้แก่กองทุนฯ และเป็นปัญหากับผู้ผลิตที่ต้องขายในราคาควบคุม ขณะเดียวกันยังทำให้มีน้ำมันเตาเหลือ ต้องนำออกขาย นอกจากนี้ยังทำให้เกิดขบวนการลักลอบนำก๊าซแอลพีจีออกไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน เพราะมีความต่างในด้านราคาค่อนข้างมาก

     ในปัจจุบัน ปริมาณการใช้ก๊ซแอลพีจีเพิ่มสูงขึ้น จนทำให้ประเทศไทยที่เคยเป็นผู้ส่งออกก๊าซแอลพีจี กลับกลายเป็นผู้นำเข้าตั้งแต่ปี 2551 อีกทั้งยังเป็นภาระที่ต้องนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาชดเชยให้กับผู้นำเข้า ซึ่งเงินดังกล่าวมาจากไหนถ้าไม่ใช่เงินที่เก็บจากผู้บริโภคน้ำมัน

     ด้วยเหตุนี้ การอุดหนุนด้านราคาก๊าซแอลพีจี จึงไม่ต่างจากการนำเงินที่คนส่วนใหญ่จ่ายทุกครั้งที่เติมน้ำมัน ไปอุดหนุนคนกลุ่มเล็กๆ ที่ใช้เชื้อเพลิงยานพาหนะราคาถูก เจ้าของโรงงานที่เห็นโอกาสในการลดต้นทุน เพราะมีความต่างด้านราคาเชื้อเพลิงมากๆ รวมทั้งยังเปิดช่องให้กับขบวนการลักลอบนำออกไปจำหน่าย แทนที่จะนำเงินนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง

     ทางออกที่ดีที่สุดในการใช้พลังงานในโลกยุคใหม่ ที่ไม่ได้ผูกขาดเฉพาะกับน้ำมันเชื้อเพลิงเท่านั้น แต่ยังมีทางเลือกอื่นๆ สมควรให้ใช้เชื้อเพลิงแต่ละชนิดแข่งขันกันโดยปราศจากการแทรกแซงใดๆ เพื่อให้ผู้บริโภคเลือก ในด้านราคา คุณภาพ และความเหมาะสมจากปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ แทนการแทรกแซงด้านราคา ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบอื่นๆ ตามมาเป็นลูกโซ่อย่างไม่คาดฝัน ดังเช่นกรณีของก๊าซแอลพีจี  

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
energy วันที่ : 10/11/2010 เวลา : 09.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/energyclinic

@คุณน้ำใส

เข้าใจว่าหากรัฐบาลปรับราคาแอลพีจี ภาคครัวเรือนจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุดนะครับ หรืออาจจะไม่มีการปรับขึ้นเลยก็ได้ คงไม่ต้องเปลี่ยนเชื้อเพลิงหรอกนะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
น้ำใส วันที่ : 10/11/2010 เวลา : 07.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chayada
 

เห็นแบบนี้แล้ว อยากหันไปใช้อย่างอื่นเป็นเชื้อเพลิงในการทำอาหารซะแล้วซี แต่ปัญหาคือ อะไรดีล่ะ ..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
energy วันที่ : 09/11/2010 เวลา : 12.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/energyclinic

@พี่พยนต์

เท่าที่ผมตามข่าวมาเรื่อยๆ กระทรวงมีแนวโน้มจะปรับแบบแยกราคาในแต่ละภาคครับ เห็นบอกว่าจะปรับสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 54 แต่ถ้าปีหน้ามีการเลือกตั้งกันใหม่ ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ารัฐบาลยังจะกล้าปรับอีกหรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Payont วันที่ : 09/11/2010 เวลา : 11.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

ถ้าไม่คิดหาเสียงกันจนเกินเหตุ การแก้ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนคงไม่ยาก

เห็นเงื้อง่าราคาแพงมานานว่าจะช่วยเหลือเฉพาะภาคครัวเรือน (ซึ่งก็มีเหตุผล เพราะไปบอกเขาให้เลิกใช้ฟืน หรือ ถ่านไม้) ภาคขนส่ง อุตสาหกรรมใช้ราคาตลาด แล้วก็เหมือนเดิม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน