*/
  • enjoyjing
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tan_saii@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2010-03-30
  • จำนวนเรื่อง : 108
  • จำนวนผู้ชม : 68986
  • จำนวนผู้โหวต : 17
  • ส่ง msg :
  • โหวต 17 คน
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม 2562
Posted by enjoyjing , ผู้อ่าน : 325 , 11:53:37 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

        พระขรรค์ชัยศรี

           -สภาสูง

    เมื่อพระธิดาพระองค์ใหญ่ของ“ผีฟ้าแห่งกรุงพระนคร

หลวง” ได้(ขโมย)นำพระขรรค์ชัยศรีมามอบให้แก่พระสวามี

คือพ่อขุนผาเมืองผู้เป็นราชบุตรเขย:

       มีหลักฐาน,ที่เป็นเหตุผลสองสามประการที่นำไปสู่

สมมุติฐานที่ไม่ขัดกับ,เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ถูกบัน

-ทึกเป็นภาษาไทยไว้-เป็นประวัติศาสตร์ไทยอย่างเป็นทาง

การแล้ว;

           ข้อแรก,พ่อขุนผาเมืองไปไหน?หลังจากที่นำทัพ

ร่วมกับพ่อขุนบางกลางหาว(พระราชบิดาของพ่อขุนราม

คำแหง)เข้ายึดสุโขทัย,และสถาปนาพ่อขุนบางกลางหาว

เป็นพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ครองกรุงสุโขทัยและได้มอบ

พระนามของพระองค์-คือกรมเต็งอัญศรีอินทราทิตย์ให้แก่

พ่อขุนบางกลางหาว.

             ข้อสอง,มีใครที่กระทำการแล้วตัวเอง-ที่ไม่ได้มี

ตำแหน่งลดลงแน่นอน,และก็ต้องมีผลประโยชน์-สูงขึ้น

ทางเดียว-ขณะที่มีอำนาจอยู่,ทียิ่งใหญ่กว่าเดิม!

       เขียนมาถึงนี่,ใครคิดว่าเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ล้วนๆ,

หาไม่เช่นนั้น!

        ข้อสาม,มีหลังฐานว่า(บันทึกเฉาต้ากวน-ไม่ใช่นาย

ศรีภูมิกวนโอยจริงๆ-มันจะเขียนอะไรอีกหว่า)เขาว่า

ธรรมเนียมเขมร, เมื่อตั้งราชวงศ์ใหม่ท่านจะตัดจมูก ตัดมือ

ของพี่ๆน้องๆ,ฟังดูเหมือนเรื่องสังข์ทองของไทย;

          ก็มีการตัดจมูกบ้าง,ใบหูบ้าง,เมื่อเจ้าเงาะ-สังข์ทอง

จะให้วิชาหาเนื้อหาปลาแก่คู่เขย.

          ข้อสามหรือสี่-จำไม่ได้, ในบันทึกนั้นเล่าว่าพระมหา

กษัตริย์เขมรพระองค์ใหม่ได้ตัดจมูก-หูของคู่เขยแล้ว-ท่าน

เฉาต้ากวนคงเห็นและรู้-จึงบันทึก.นี่ปรากฏในบันทึกของ

เฉาต้ากวน- คงอยู่ราวๆปีปลายพ.ศ.๑๗๐๐ถึงต้นปี๑๘๐๐.

         ข้อสุดท้าย,ผมชี้ไปเลยว่าพ่อขุนผาเมือง-เจ้าเมือง

ราด(คำนี้คงตีความถึงเมืองราช –อาจเป็นราชบุรี,อาจเป็น

อองโคเรียดคือโคราช,หรือโน่นแน่!ทุ่งยั้ง-อุตรดิตถ์.

           เดิมคือยศของพระองค์คือสมเด็จพระกรมเต็งอัญ

ศรีอินทราทิตย์,(ซึ่งยังไม่ใช่พระบาทนำหน้า)ได้ไปเขมรเป็น

กษัตริย์เขมรที่มีบันทึกว่าคือพระเจ้าอินทวรมันแห่งกรุง

ยโสธรปุระ-ผู้ทรงมีตำแหน่งใหญ่กว่าพระเจ้ากรุงสุโขทัย,

และต้องไปเป็นเจ้าใหญ่กว่านั้น-บันทึกทั้งหมดที่มีอยู่ทุก

สำนัก,ยกเว้นท่านเซเดย์แห่งฝรั่งเศส,-บอกว่าพระเจ้า

อินทรวรมันเป็นราชบุตรเขย-ไม่ใช่พระโอรส!

          ตรงนี้เกี่ยวข้องกับเขาพระวิหารว่า “ของใคร?”

ที่นี่ผมไม่อยากได้ถ้าเป็นของไทย-ไม่อย่างนั้นจะเกิดเรื่อง,

แบบที่เอายิวไปวางไว้ที่ตะวันออกกลาง.

          และประเพณีแห่งสังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้,

จึงบอกพวกเราว่า ,องค์อธิปไตยเขามองที่ไหน?ถ้าไม่ใช่

การครอบครองพระขรรค์ชัยศรี!(แม้ว่าขโมยมา)

         รัฏฐาธิปัตย์แห่งตะวันตก,-ฮอบบอกว่า(-ผู้รู้ที่รู้กว่า

ผม,มากมายกว่า-มากกว่ามาก)กรุณาแจ้งแถลงไขเถิดว่า-

ฮอบเขาว่ามาอย่างนั้นจริงๆ,

         ว่านี่คือ “อำนาจรัฐ”ที่ไม่รู้ที่มาแน่ชัด-แต่ฮอบ

บอกว่า,

         “มาจากสวรรค์”

         หรือสมัยนี้ส่วนหนึ่ง “บุญหล่นทับ” ก็มี

(ดูอย่างพรรคขวดนมใหม่-ได้มาส่วนหนึ่ง)ใน

ความเชื่อแบบไทยๆ,

  -มาร์กซบอกว่า, วันหนึ่งมันจะ”วิทเท่อร์อเวย์”

-หายไป-จางหายไป?

           แสดงว่า- ตอนมาก็แบบเดียวกัน,คือค่อยเกิดขึ้น

มาตามการต่อสู้ทางชนชั้น!

          มาร์กซบอกว่า,ถ้าพบสิ่งใด-ไม่ว่าเป็นของนานแค่

ไหน?(หรือเห็นไรๆในอวกาศ-ศรีภูมิขยายความเอง?)

ชาวลัทธิมาร์กซไม่สนใจว่ามัน “เอาไว้ทำอะไร?”แต่เรา-

ขาวลัทธิมาร์กซสนใจว่า

        “วิถีการผลิตแบบไหนหนอที่ทำให้มันเกิดขึ้นมา?”

        เพราะว่าสังคมไทยมาถึงจุดนี้แล้ว,

มีคนที่เป็นนักค้นคว้าแบบ สถิติ,วิทยาศาสตร์

หรือนักสังคมวิทยามากแล้ว!เชื่อผมเถอะ!

            และก็มีคนบอกว่า มาจากท่าน “มีชัย”

 โอ้ย!นี่ก็ไปกันใหญ่,อีก๕๐ปีเขาจะบันทึกว่า ของปี๖๐-๖๒นี่

ท่านอาลักษณ์ มหาอำมาตย์เอก “มีชัย”เป็นผู้บันทึก-

 ก็ ก็ ก็ เท่านั้นเองแหละ!

               ดังนั้นอย่าไปแสวงหาที่มาเลย,

                เพราะถ้าถามท่านประยุทธ์ท่านก็จะพูดว่า

ผู้น้อง(หญิง)ไม่ดูไม่แลคนโกงข้าวบ้าง,ไอ้เต้น-ไอ้ตู่ มัน

ทำวุ่นบ้าง,ไปถามวอยซ์ท่านก็ว่า “กำนันนั่นตัวดี.”

               สุดท้าย,ไปโยนให้-ที่ประชาชน-ที่ไม่รู้ว่าอะไร

หมกเม็ด,ที่โหวตถึง๖๐ในร้อยของผู้มีสิทธิ(บรรลุภาวะทาง

การเมืองแล้ว๑๘ปี-ท่านคงหมายความว่า “ยังโง่ใช่ไหม?”

“เสือก”ไม่พอ “ทะลึ่ง” เสื้อแดงเก่งคนเดียวนี่หว่า!)

          เมื่อมาแล้ว-อย่าใส่ใจเลยเมื่ออยู่ในมือ

พลเอกประยุทธ์-

                    เมื่อก่อนโบราณ-เขมร?

-          ”พระขรรค์ชัยศรี”ซึ่งคู่กับทุกแคว้นในสุวรรณภูมิ!

            เมื่อห้าปีจนบัดนี้(เปรเส้น เปอร์เฟค

 คอนตินิวอัส เทนส์)ม.๔๔,

            บัดนี้ สว.๒๕๐เสียงครับ!

            “พระขรรค์ชัยศรี”พระราชธิดา

พระองค์โต,ขโมยมาให้-พระเจ้าศรีอินทราทิตย์-

             “สว.๒๕๐เสียง”หลายคนไม่รู้ที่มาที่ไป

แต่ที่มาที่ไปมีแน่-ใครจะชอบหรือไม่ชอบ,อย่า

เถียงให้เปลืองน้ำลายเลย,

           เพราะ”เป็นกฎหมาย”ครับ ถ้าคนธรรมดาสามัญ

อย่างนายชวน “กล้าแก้ตรงนี้”ก็ให้มันรู้ไปว่า ,เรื่องที่จะ

เสนอ “เปลี่ยนชื่อ” ท่าน “สมบูรณ์”- ชุดปกติขาวเตรียม

ยืนหน้าทำเนียบจะเป็นนายก,

                    อ้างสภาล่างเดี่ยวๆโดดๆ!?!

            กลายเป็น “ท่านอนันต์”-

ไม่ทราบว่าอาจจะนอนพักอยู่ที่ไหน?เวลานั้น!

ตอนนั้น,โดยประธานสภา ที่ชื่อ”อาทิตย์”

            นายชวนที่ผมรู้จัก-ไม่ใช่ส่วนตัว(ตอนนั้นผมอยู่

เตรียมอุดมปีสองก็ไม่ใช่ขี้ๆ เพราะตอนผมอยู่ม.ศ.๒

อัสสัมชัญ-บราเด้อร์ให้อ่าน “แอนนิมอล ฟาร์มของจอร์ช

 ออเวลทั้งปี(พอมาธรรมศาสตร์ ท่านเอามาให้อ่าน “ปีสอง”

ของคณะเศรษฐศาสตร์-โฟเล็กกูด-ทูเล็กแบดและ วี เวอร์ค

ทู เธอะ ลาส อะตอม ออฟ เอาเว่อร์ สเตร็ง) ที่คุยๆกันวัน

สองวันนี้แหละ-ตอนนั้นผมพักอยู่แถวๆซอยจารุรัตน์ที่ทะลุ

มาทางเพชรบุรีตัดใหม่ได้- เป็นสำนักงานใหญ่ไทยพาณิชย์.

        ตรงปากซอยมีสำนักงานทนายความของท่านชวนซึ่ง

ที่พำนักของท่านน่าจะอยู่ซอยหมอเหล็ง,

         ผมกลับจากโรงเรียนจะเดินออกมาซื้อหนังสือพิมพ์

อ่าน, ที่แผลงนั่นมี“ปรัชญาชาวบ้าน”-มาร์กซ์ฉบับชาวบ้าน

ขายด้วย ,และหนังสือศิลปะเพื่อชีวิต-ประชาชนของทีปกร

-จิตร ภูมิศักดิ์ขายด้วย-ทั้งๆที่พรบ.คอมมิวนิสต์ยังอยู่(หลัง

ปฏิวัติตนเองของถนอม- ประภาส ๑๗พฤศจิกายน ๒๕๑๔.)

         ทุกๆเย็นผมเห็นท่านชวนออกมาซื้อหนังสือพิมพ์ประจำ

ถ้าท่านอยู่แถวนั้น, ท่านสนิทสนมกับชาวบ้านแถวนั้น.

           ดูเหมือนยังไม่เล่นการเมืองตรงๆ, แต่ชาวบ้านร้านตลาด

บอกว่า คนนี้คอยดู “ท่านไม่ธรรมดา”

         ผมแย้งๆในใจเพราะแถวนั้นย่านประตูน้ำ

คนปักษ์ใต้มี “ลุยไปหมด!

         หลังจากนั้นไม่นานด้วยคารมเป็นต่อ ท่านถูกยกให้เป็น

นักพูดที่สยบผู้คนได้อย่างราบคาบ -ไม่เป็นรอง“เปลื้อง วรรณศรี”

ผู้ประพันธ์ “โอ้ว่า อนิจจาความทุกข์ คือคุกขังคนจนผอง ทรมาน

ซากซ้ำจำจอง ทุกข์ครองเข่นนี้ปีเดือน หน้าร้อนไม่ผ่อนร้อนไหม้

 เจ็บใจจำฝืนกลืนกล้ำ  หน้าหนาวโอ้หนาวร้าวเหลือ...ฝนแล้งลือล่าพาทำ นาจำทิ้งล้างว่างไป”

         ตั้งแต่นั้นมาจนบัดนี้ท่าน “ยิ่งใหญ่”สมราคา,

           ซึ่งความยิ่งใหญ่ของท่าน,ไม่ใช่กล้ามใหญ่

ไม่ใช่ผู้รากมากดี, หรือมีทองเป็นกระบุง!

           แต่ใหญ่จนกระทั่งที่สุดของยุคนี้, อันเป็นยุค

ที่”ต้องเคารพกฎหมาย” ประเทศชาติจึงจะอยู่ได้!

         และ “สมาชิกสภาสูง” ใครไม่รู้และ “เสือก”

ถามว่า “มาจากไหน?”

          ทำไมท่านชวนจะไม่รู้ว่าไส้กี่ขดที่ถักทอเป็น

สว.๒๕๐เสียง!

            รู้มากกว่าผู้คนที่รู้และบันทึกว่า,

           “พระขรรค์ชัยศรี”

           พระแม่เจ้าแห่งกรุงยโสธรปุระ(เมื่อครั้งยัง

ทรงพระเยาว์-ทรง “เล่นแรง”?แม้อาจหัวขาด?)

ขโมยมาจากพระราชบิดา-มหาบุรุษแห่งเอเชีย

ตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อ ๘๐๐ปีมาแล้ว-และเล่า

ขานจนเป็นบันทึก “แขก จีน ฝรั่ง ม้ง มอญ”

            แต่นั่นเป็นกฎหมายที่ถูกกำหนดเอาไว้ว่าอย่างไร?

ซึ่งนายชวนผู้เป็นธงนำผู้หนึ่งในการเคารพกฎหมาย,

          เว้นแต่กฎหมายที่ถูกฉีกแน่นอน(โดย “สัญญา

ประชาคม” แนวหนึ่ง,แนวระเบียบประเพณีหนึ่ง และ

พื้นฐานสังคมสืบๆกันมาอีกหนึ่งและอำนาจ “ลึกลับ”

เฉกเช่นมีใน “พระขรรคชัยศรี”ที่มีต่อสังคมเอเชียอาคเนย์อีกหนึ่ง,

ซึ่งไม่ต้องค้นคว้าให้เมื่อยตุ้ม-ชรา หรือตุ้มเพิ่งหย่านม-

              คนไทย พอพูดว่า  “เมื่อยตุ้ม”เห็น “หยุด”ทุกคน,

เห็นมีแต่พวก “งี่เง่า”เท่านั้นที่ไม่ยอมหยุด!

              แล้วเพราะเป็นกฎหมายปี๒๕๕๐-ที่ถูกล้มเลิก

โดยปริยายตามอย่าง “สัญญาประชาคม”อันเป็นหลักของกฎ

หมายอังดัว?ด้วย-จริงไหม?อังดัว!

       กฎหมายที่นำไปสู่ “เผด็จการสภา”นั้นนำไปสู่ความฉิบ

หายแสนๆล้านและนำไปสู่กฎหมาย “สุดซอย” เพื่อนิรโทษกรรม

 ความเลวทางการเมืองที่น่าจะเรียกว่า “อนาธิปไตย-อนาถา

ธิปไตย”,ในช่วงนั้น,

        เท้าของท่านชวนที่กำลังจะย่าง “ลงถนน”  ถ้าใครสังเกต

ให้ดี ” วันนั้น, เต็มไปด้วยเอกภาพ “กลมกลืน”ระหว่างสมองและ

เท้าขวาและสัมพันธ์กับกฎหมาย;

             ไม่ต่างอะไรกับเท้าของ “นิล อาร์มสตอง”

ที่กำลังเหยียบบนผิวดวงจันทร์!ดูเหมือนประมาณปี๒๕๑๑

นำไปสู่ “การปฏิวัติใหญ่ในจีน” คือไม่เหลือคนไหว้พระจันทร์

สักกี่คน!เว้นแต่ทำขนมไหว้พระจันทร์ขาย ขายดี ขายดี!

                    และในวันนี้, สมองที่เที่ยงตรงทางกฎหมาย

และเท้าของท่านชวนเมื่อเหยียบถนนเมื่อกว่าห้าปีไม่ถึง๑๐วัน?

ต้องเป็นเอกภาพกันอย่างไม่ต้องสงสัย!

          ผมเชื่อว่านายชวนไม่เคยเปลี่ยนแปรง,และผมก็เชื่อว่า,

           ไม่ว่านายปรองดอง-ทองแดง?แหลงใต้,

           หรือนายหมายปองมหาดไทย-ไม่สมหวัง,

           หรือนายต้องการ-เกษตร-มีเหตุไม่ได้,

           หรือนายหมาย”การค้า”ล้มเหลว,

            หรือนายศึกษาธิการเป็นอื่นใด?

            แต่นายชวนคือ”นายชวนแน่นอน!”

         เชื่อนายเสรีที่ไม่ใช่ตำรวจเถิด!

           และเชื่อนายศรีภูมิเถิด!

            อนึ่ง, ไหนๆจะเชื่อกันแล้ว ก็มีหนทางต่อไปกล่าวคือ:

             แต่งตั้ง รัฐมนตรีเสนอตรงไปตรงมาเลย!

             ประการแรก, แต่งตั้ง “อภิรัฐมนตรีสภา” ตามสมัย

พระพุทธเจ้าหลวง ร.๕,ตามกฎหมายปฏิรูปโดยคณะสภาสูง;

โดยนำเอาหัวหน้าพรรคการเมืองที่จะเป็นรองนายกและสมทบ,

              ๑. ฝ่ายเศรษฐกิจ(การเมือง)ท่านสมคิด(เรียกโก้ๆว่า

สมุหเศรษฐกิจการเมือง)เป็นโมเดล เรียกว่า “โมเดลสมคิด”

               ๒. ฝ่ายกลาโหม (สมุหกลาโหม-มีตำแหน่งเดิมแล้ว)

ท่านป้อมของเราถนัดอยู่แล้ว

                ๓. ฝ่ายกฎหมายการเมืองและกระบิลเมือง ท่านมือ

กฎหมาย นายกทุกสมัย

                 ๔. ฝ่ายกรมการเมือง บริหารปกครอง ท่านมหาดไทย

ตลอดกาล

                  ๕. ฝ่ายศึกษาธิการแห่งชาติ(คนของประชาธิปัตย์

มากมาย)

                 ๖. ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการทูต(คุณดอน-ผลงาน

แรงดีจัง)

                 บวกอีกหนึ่ง คือนายกรัฐมนตรี-เป็นอภิรัฐมนตรีสภา

มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน.

                   ประการที่สองจะแต่งตั้งใครในพรรคอะไร?ได้ตาม

ใจชอบครับ ชี้ตัวเลย :

                    กร ลูกการไฟฟ้า เป็นต่างประเทศ(ท่านดอนเป็น

อภิรัฐมนตรีไปแล้ว –ไม่เกี่ยงแน่)

                     ประชาธิปัตย์คนไหนอยากได้พาณิชย์-เอาไปเลย                       

                    มหาดไทย,ให้จุรินทร์!ท่านอนุพงษ์บอกว่า มาเลย!

                     สาธารณสุข-ภูมิใจกัญชา-ได้เลย อภิรัฐมนตรี

ศึกษาธิการแห่งชาติคุมต่อ(เดี๋ยวเพื่อบันเทิงเล่นเละ)

                      เกษตร เรื่องใหญ่ “วัวล้านตัวเอาไป”

แต่ประชาธิปัตย์ข้องใจ,ก็ตั้งอภิรัฐมนตรีอีกคน –เกษตราธิการ

เพราะไหนจะมีกระทรวงน้ำอีก พลังงานทดแทน ยาง ปาร์ม

 กระทรวงข้าวอีกมากมาย “วัวล้านตัว” ยังไหว ยกให้เป็น

อภิรัฐมนตรีไปเลย “ไดโว่จงเจริญ”

             ประการที่สาม ต้องปฏิรูปการปกครองบริหาร

ส่วนท้องถิ่นให้เข้มแข็งเทียบเท่าส่วนกลาง, โดยไม่ให้

“อำนาจอธิปไตยเป็นของตนเองเท่านั้น”

                  กล่าวคือให้มีอำนาจอย่างที่รัฐพึงมี,เว้นแต่

 “ปืน” ที่รัฐมีแต่ผู้เดียว, “ตราชั่ง”หน้ากระทรวงยุติธรรม

ก็มีเฉพาะไม่ได้,สุดท้ายออกกฎหมายเองไม่ได้ ยกเว้น

กฎระเบียบการบริหารระดับท้องถิ่น.

              อนุ-ประการที่สาม ถ้าจะให้ดี มีสมุหเทศาภิบาล

คุมกลุ่มจังหวัดสักเจ็ดตำแหน่งทั่วประเทศระดับเดียวกับ

กระทรวงน้อยหรือทบวง-ให้หัวหน้าพรรคหรือปลัดกระทรวง

สูงสุดหรืออาวุโสไปทำหน้าที่ควบคุมดูแลตามแต่ความสามารถ

และอำนาจทางการเมืองของผู้แทนราษฎรนั้นๆ,

                ผมเชื่อว่าแม้แต่พรรคเล็กๆอย่าง “ตำบลกระสุนตก”

หัวโจกเท็คโน ก็จะมีตำแหน่งให้ได้แน่นอน.

                ประการที่สี่ ท่านนายกประยุทธ์จะกลายเป็น

ประธานคณะรัฐมนตรีไปโดยปริยาย.

                 โดยเป็นรัฐบาลในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข.

                  ถึงตอนนี้ “พวกปลาไม่สิ้นกลิ่นนม”คงพูดว่า

“ถอยหลังเข้าคลอง” แหม๒๔๗๕ ไม่เสด็จน้ำ,

                  แต่ผมขอท้าดีเบท เป็นการ “เปิดคลองสู่น้ำใหญ่”

ต่างหากเล่า!

                 “ไม่ให้ไพร่ หมื่นล้านมีแค่ ธนา(เขียนชื่อไม่ถูกว่ะ)

ผู้เดียว” แต่ว่า “บุญหล่นทับ”ก็อยู่ระบอบผมได้ครับท่าน

แต่จะเลื่อนเป็น มหาอำมาตย์เอก-เขนก “ตี๋กร่าง” ไม่ใช่ “ไพร่ๆ”

อย่างแต่ก่อนแล้ว-ฮา

             ขอประทานโทษ! IRONIC-AL มากไปหน่อย

เพราะเผอิญหลักสูตร อ.ส.ช.เข้มไปหน่อย-ดันไปเรียน

             “ANIMAL FARM”

                 George Orwell  ตั้งแต่อายุสิบห้า หมูตัวไหน

เลนิน ตัวไหนสตาลิน และตัวไหน ศรีธนนไชย เอ้ยไม่ใช่ชักสับสน

ทร็อตสกี้ต่างหาก, ถ้าเป็นตัวละคร”การเมืองน้ำเน่า”แบบไทยๆ

     ใครเอ่ยที่เลนินบอกว่า  เป็น “โรคไร้เดียงสา-ฝ่ายซ้าย”เรื้อรัง,

โอ้พระเจ้า- เหมือนจริงๆ “มหาอำมาตย์เอก-เขนก”( จำไม่ได้

เพราะอ่านมาร่วมห้าสิบปีแล้ว ไอ้หมูตัวนั้นน่าจะชื่อ สควีเล่อร์

เวลาพูดจะกระโดดไปข้างซ้ายทีขวาที)นี่แหละว้า

                    เลนินเรียกทร็อตสะกี้

                     ออเวลเรียกสควีเลอ่ร์

                      ดร.สมบัติ จันทร์อะไรนี่เรียก “เจ้าคุณศรีทนน”

                   แต่เขาเรียกตนเองว่า “ไพร่จะหมื่น”

                                ศรีภูมิ ประสานพล

                                ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๒

 

       


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน