*/
  • enjoyjing
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tan_saii@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2010-03-30
  • จำนวนเรื่อง : 100
  • จำนวนผู้ชม : 63401
  • จำนวนผู้โหวต : 16
  • ส่ง msg :
  • โหวต 16 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 11 ตุลาคม 2562
Posted by enjoyjing , ผู้อ่าน : 345 , 13:20:37 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

             “พาราควอต”

      แสดงความล้มเหลวของ   

          “ระบอบเลือกตั้ง?”

               “ภูมิลูกพ่อ” ผมตะโกนใส่มือถือ และสงบลงนิดหน่อยเพื่อให้เกิดถ้อยคำที่ชัดเจน “ด่วนที่สุด อย่าให้กินอะไรทั้งนั้น แต่ตรงไปที่โรงพยาบาล..และที่หน้าโรงพยาบาลมีสระน้ำให้เอาโคนให้น้องดื่มช้าๆอย่าให้สำลัก”

               “ครับพ่อ”คำนี้ผมชื่นใจที่สุด!

               ต่อจากนั้นผมก็บึ่งมอเตอร์ไซด์ตามไปที่โรงพยาบาลแห่งนั้นที่อยู่ริมถนนเพชรเกษม 18กม.ห่างจากท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี.

               นักเรียนแฟนสาวของลูกชาย เธอประชดลูกชาย ดื่มพาราควอตไดคลอไรด์ไป20ซี.ซี.(สามารถฆ่าหญ้าได้ประมาณ7ตารางวาภายใน 24ชั่วโมง-ปากและท้องของเธอมีกี่ตารางวากัน?)

                ตั้งแต่มีการค้นพบสารพิษที่มีอยู่ในโลก พาราควอตไดคลอไรด์ ถือเป็นหนึ่งในสาม ที่อาจไม่มีการรักษาได้เลย(อีกหนึ่ง,เกิดเองเป็น 4 คือ “พิษเลบี่ สุนัขบ้า?”)

                ถ้าหนึ่ง,กินน้ำเข้าไป-พิษมันจะแสดงเดชออกมาตามการละลายของมัน- ถ้าปล่อยให้มันเป็นเนื้อครีมในปากยังถือว่าปากจะเน่าเท่าที่อมมัน,

                สอง ถ้ามีการสำลัก อาเจียนโดยดื่มน้ำตามไป หรือกินไข่หรือของเหลวอะไรก็ตาม อันตรายอย่างใหญ่หลวง. เพราะเยื่อระบบหายใจจะ “พินาศ” ผ่านกระเพาะก็ยับ ย่อยไม่ได้ ผ่านตับ ระบบขับพิษล้มเหลวทันที ผ่านหลอดเลือด หลอดและเลือดเสียหมด ผ่านปอด ปอดฉิบหาย.

                แต่ถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมผมก็ไม่ยืนยัน เพราะพิษของมันน่าจะสลายลงเพราะความเป็นด่างหรือกรด(ถ้ามันไม่สลาย แล้วทำไฉน ใช้น้ำคลองหรือโคนผสม ฆ่าหญ้าไม่ตาย-แต่ผมไม่ขอเถียงนะครับ เพราะผมไม่ใช่หมอและไม่ใช่นักวิจัย. แต่ผมไม่กลัวที่จะพูดเท่าที่พอจะรู้-แบบงูๆปลาๆ เพราะผมก็ไม่ใช่นักการเมืองที่ “กลัวเสียคะแนน” และผมไม่กลัวอดตายถ้าจะขายยาตัวนี้ไม่ได้ เพราะมันมียาตัวตายตัวแทนครับ)

               แต่ถามว่ากลัวยาตัวนี้ไหม? ถ้ามันอยู่ในโลก-คงกลัวเท่าๆที่พึงเราระวัง.

               ถามว่า แล้วรถมอเตอร์ไซด์หรือสิบล้อ ปีๆหนึ่งมันทำให้คนตายมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก มากกว่าพาราควอตอีก-ถึงเป็นมะเร็งก็เถอะไม่ใช่ยาตัวนี้ตัวเดียว.

          มอเตอร์ไซด์ทำให้คนตายมากกว่าหลายร้อยเท่า เราจะเลิกขายดีไหม?คำตอบคงไม่ดีมั้ง?

             “แล้วเหตุไฉนใยฉะหนอ ผมให้กินน้ำโคน” เพราะผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ท่านว่าความเป็นด่างของ “น้ำโคน”จะทำลายฤทธิ์ยา. อันนี้ผู้เชี่ยวชาญอีกนั่นแหละคือเกษตรกรชาวบ้านเอง พูดกับผมประจำ “เมื่อเขาเอาน้ำคลองหรือน้ำขุ่นทั่วไปผสม ยาพาราควอต กลับทำให้หญ้าไม่ตายหรือ ตายไม่สนิท.”

              แต่ทุกอย่างมีการแก้;ผมไม่อยากคุย เด็กหญิงคนนี้ไม่ตาย(แต่ก็น่าหวาดเสียวเพราะลูกชายเล่าว่า เขาขับรถ “วีทาร่า” จาก ร.ร. อรุณประดิษฐ์ ฝ่า “สามไฟแดง” กว่าไปถึง ร.พ.เพชรรัตน์ พอรู้ทีหลัง น่ากลัวกว่า “กินพาราควอตอีก” เพราะพาราควอตตายคนเดียว แต่ “ไอ้รถวีทาร่า” ถ้ามันชนขึ้นมาคงจะมีสองสามสี่ขึ้นไปที่ลาโลก.

               อย่างไรก็ตามผมก็ “ขอบคุณพระเจ้าตามเคย”

               เคสนี้ เป็นหนึ่งในร้อย พันหรือหมื่นก็ตามแต่จะคิด ที่รอดตาย เพราะคงไม่มีความสมบูรณ์อะไรเท่ากับกระบวนการที่เธอได้รับการรักษา-แต่ผมเชื่อว่า “พระเจ้าต่างหาก”ช่วยได้โดยพระองค์เข้าอยู่ในกระบวนการนี้ทุกประการ.

                จะไม่เล่า “ไม่เอาความเชื่อ”มาพูด

                แม้พิษมหันต์ ก็เป็นคุณประโยชน์มากพอสมควรโดยเฉพาะต่อเกษตรกร.

             ที่พูดมานี้- ผมก็ไม่ได้หมายความว่า,จะให้เลิกใช้หรือไม่ให้เลิกใช้-ก่อนมีการค้นพบยาตัวนี้ โลกก็มีการผลิตทางเกษตรตามปกติ,หรือถ้าโลกจะเลิก อาจทำให้ต้นทุนสูง จนเข้าใจยาก. “เกษตร” พินาศได้!

                บทความนี้ไม่ได้มุ่งให้ “งดใช้ เลิกผลิตหรือนำเข้า” ผมกลัวว่าจะถูกขู่เหมือน “หมอ!”จริงๆแล้ว, ผมไม่อยากพูดมากเพราะ ถ้าเลิกยาสามตัวนี้ คือพาราควอตไดคลอไรด์(พาราควอตเป็นสาร “เร่งการเจริญเติบโตชนิดหนึ่ง” กระตุ้นกระบวนการเผาผาล เหมือนการเผาผาลร่างกายที่ช่วยการเจริญเติบโต-Metabolism ของพืช และสัตว์นั่นแหละ.แต่เป็นการเร่งเหมือนกับ จรวดที่มีความเร่งเหนือเสียง 10 มัคมั้ง? เมื่อสารนี้อาบ กิ่ง ก้าน ใบ “ยับเยินหมด” ไม่ถึงรากเพราะเสื่อมเมื่อผ่านผิวดิน)

                “ไกลโฟเสต48”ยาฆ่าหญ้าในรูป “น้ำเกลือพิษ” จะผ่านรูใบและซึมเข้าจน ถึงราก พืชค่อยๆตายลง.(การฆ่าหญ้าของไกรโฟเสต ขึ้นอยู่กับยาจับใบ ใส่เข้าไปเพื่อละลายไขมันใต้รูใบ ยาจะลงถึงรากง่ายขึ้น “ไกรโฟเสต16อาจดีกว่า ถ้ามียาอาบใบดีพิเศษ)

                ส่วนสาร ครอไฟริฟอส เป็นยาฆ่าแมลง ชนิดที่เรียกทั่วไปว่า ฆ่าด้วยการ “ระเหย”หรือ “รมควัน” เป็นสารประเภท “ออกาโนฟอสเฟต”

                มีสารฆ่าแมลงแยกเป็นสามชนิดใหญ่ๆ คือ

               “ไพรรีทอย”ดีดีทีตามบ้าน-เรียกรวมๆ เดี๋ยวนี้ห้ามใช้ดีดีทีแล้ว,ทุกวันนี้ใช้“ไพรรีทอย” ในบ้านเรือนปลอดภัยมากแต่ก็อาจเป็นมะเร็งหรือโรคปอดได้แล้วแต่. ยากลุ่มนี้จะสลายเร็วในสามวันเมื่อโดนอากาศหรือแดด นี่ ฆ่าด้วยไอระเหยหรือดูดซึมก็ได้ เป็นบางตัว เช่น “ฟิโฟนิล” ฆ่าหนอนเจอะถั่ว “ดูดซึม” หรือถ้าหนอนในดินกินรากก็จะตาย. ตัวนี้ผมมักให้บวกกับครอไฟริฟอส ใช้ในถั่วใต้ดิน(ลิสง) เพราะกว่าจะเก็บก็สามสี่เดือน-มันสลายไปแล้ว!

               ไม่ใช้คู่นี้ ไม่มีอะไรช่วยได้. เดิมเขาใช้ “โคตรยาอันตราย-คลอแดน” ซึ่งฆ่าปลวกในดิน ใส่โคนเสาบ้าน ยาทนนานถึงหนึ่งศตวรรษ นับจาก“2475-ตามใจตี๋” บวกประยุทธ์อยู่ 8ปี และอีกสองปีไล่ประยุทธ์เปลี่ยนรัฐธรรมนูญ. “คลอแดน” ยังอยู่-เฮ้!  

              กลุ่มสารอีกชนิดหนึ่งคือ“คาบาเมต” ตัวนี้น็อกหนอนหรือคุมไข่(ที่จะกลายเป็น)หนอน.

              ครอไฟริฟอส ออกกาโนฟอสเฟตที่อ่อนสุด ฤทธิ์อาจนานถึง20วัน.ไม่ดูดซึม.แต่ฆ่าโดยระเหยตามรูหนอนเจาะ.ที่เลิกไปแล้วคือ“โปรฟิโนฟอส”ตัวนี้คล้ายกันแต่พิษยาวนานมาก.แต่อันตรายที่สุดคือ“โมโนโคโตฟอส”ออกฤทธิ์ดูดซึมยาวนาน ฉีดผ่าดอกได้ไม่เสียหาย ดอกยังงามสีชมพูปกติ สำหรับสัตว์เลือดอุ่นอันตรายมาก เกิด“อาโทปิไนเซชั่น”หัวใจจะเต้นเร็วเกิน150ครั้งขึ้นไป(ขณะนั่ง นอนเฉยๆ ไม่ได้วิ่งสักหน่อย-มันเต้นเองอะ?น่ากลัวขนาดไหน?ยา“เหี้ย”อะไร!)

             กินผักนั้นเข้าไป(ล้างด้วยผงซักฟอก?กินแฟ๊บดีกว่าแฮะ)มันดูดซึม-ทน “เหงื่อ-ฉี่”พา “โมโนโคโตฟอส”ออกจากร่างกายไม่ได้ แต่สองตัวแรกระบายได้.

          ดีนะ ได้เลิกไปนับ10ปีแล้ว.(หยุดแค่นี้ก่อน เดี๋ยวหาว่านายศรีภูมิเสือกทุกเรื่อง เขาไม่ชมผมหรอกครับว่า “รู้ทุกเรื่อง”)

                 และถ้าลุงตู่จะเลิกยา “สามตัวนี้” โดยทั้งพรรคอีกฝ่าย “ตัวดี” เพราะเขารู้ว่า ถ้าให้ลุงตู่เข้ามาแก้ปัญหานี้โดยตรง. เหมือนมีม.44มันยุติธรรมหรือ?ทีเรื่องอื่นห้าม แต่เรื่องนี้ กลับเชียร์(ให้ไปตายหรือไปกระโดดเหว) เพราะประชารัฐที่ทำมาสองเดือนบวกกับ ห้าปีที่ผ่านมา “ดีตลอด” คราวนี้ สูญสลายภายในค่ำคืนเดียวมั้ง?

                เฮ้ย!พวก “บ่างช่างยุ”จะตัวผู้หรือตัวเมีย ถ้ารักจะแก้ไขให้กับประเทศชาติในอนาคต มันต้องเป็นสัญญาประชาคมร่วมกัน. คือให้ยืนเรียงหน้ากระดานที่(ปากเหว)ร่วมกัน; บ่างตัวเมีย มาเลย ตัวผู้และจะเป็นนกรู้ นกร้อง รวมกันมาเลยเจ็ดตัว นั่นแพะหนึ่งตัว แกะหนึ่งตัว หมาป่าหนึ่งตัว ทั้งราชสีห์ “จ้าวป่า”

                “ข้าพเจ้าทั้งหมดที่ถูกเลือกตั้งขึ้นมา ขอปฏิญาณว่า จะเลิก พาราควอต ไกรโฟเสต และครอไพริฟอส. หากว่า เกิดอะไรขึ้นจะรับผิดร่วมกัน!    

                     ผลผลิตที่จะถูกขาย“ส่งออก”ไม่ได้ เพราะต้นทุน เช่นต้องไปหายาตัวใหม่ที่แพงขึ้น

                    ต้องลงทุนทำการผลิตทางกลศาสตร์ คือการหาเครื่องมือการเกษตรเช่นเครื่องตัดหญ้า และจ้างคนงานตัดหญ้าเพิ่มขึ้น.

                    ถ้าน้ำมันแพงขึ้น ค่าแรงแพงขึ้นไม่ว่า ต้องหาคนงานต่างชาติ หรือต้องตัดหญ้าทุกวันหรือวันเว้นวัน อื่นๆที่ตามมา(แล้วอย่าเสือกตัดต้นที่จะ “เอาไว้ขาย”เช่นปลูกมะนาว ตัดตันมะนาว ไม่ได้ตัดหญ้า. เพราะยาฆ่าหญ้า มัน “เลือกฆ่า” ได้นะ อันไหนใบกว้าง ใบแคบมันเลือกฆ่าได้. พม่าหรือกระเหรี่ยง ลาว ที่จ้างมา พอเมามา “ฆ่าไม่เลือกก็มี”-ฮา)

                   ขาขาด แขนขาดก็มี หาว่าเครื่องตัดหญ้าไม่ทำลายสภาพแวดล้อม. แต่ คนหรือลูกเล็กเด็กๆที่ “แวดล้อม”แข้งขาขาดก็มีครับ “ไม่ถึงขนาดนั้น ผมล้อเล่นน่า”

                  หรือปฏิวัติการเกษตรด้วยระบบอินทรีย์ที่ไม่มีทางที่จะผลิตได้ถึงขั้น พออยู่พอกิน และที่จะส่งออก ไม่มีทางสู้เขาได้;อาจต้องรออีก (แต่คงไม่ถึงกับต้องรอจนกระทั่งท่านประยุทธ์ออก-อีกแปดปีน่า)

                อนึ่ง,ด้านประเทศที่ใช้เท็คโนโลยี่แบบที่ใช้พาราควอต หรือไกรโฟเสตหรือครอไฟริฟอส(ที่ต่ำกว่า ไทย เพราะเรากำลังจะเลิกใช้-เขาคงยังไม่เลิกมั้ง?)ของเกษตรกร ซี แอล เอม วี(ไม่มี “ที” หรือ “ไทย”) ต้องลักลอบเข้ามาอยู่ดี.

               และพวกเรา คนไทยที่ยังจนอยู่ก็จะซื้อผักของเขานำเข้ามาแน่ๆ ของถูกกว่า (ตายช่างมันถ้ามันมียาฆ่าแมลง เพราะดีกว่าไม่มีจะกิน)

                หรือด้านประเทศ ที่มีเท็คโนโลยี่ทางอินทรีย์ที่เหนือกว่าเราก็จะกลับกลายจากผู้นำเข้าพืชผลการเกษตรจากเรา จะเป็นผู้ “ส่งออก” นำเข้ามาในประเทศไทย ไม่รู้ใครเป็นเมืองเกษตร “เขาหรือเรา” จะงงไปอีกหลายปี? ตอนนั้นอาจใช้มือซ้ายล้าง “ตูด” ต่อไปอาจใช้ มือขวา “ล้างก้น” แต่คงไม่งงขนาดเอาเท้าตักข้าวนะครับ!

         “แต่ความรับผิดชอบทั้งหมด! พี่น้องประชาชนทั้งหลายก็โปรดฟังพวกเราทุกพรรคการเมืองทั้งฝ่ายค้าน ส.ส. ส.ว. ทั้งนายแพทย์ที่คิดว่า “ถูกขู่”หรือนักแต่เพลง “ควาย(ก)ระบือฮึ่ม” เศรษฐีใหญ่ที่กระตุ้นให้เราเลิก ไกรโฟเสต พาราควอต และครอไพริฟอส ต้องรับร่วมกัน เป็น “มติมหาประชาชน” ไปไหนไปด้วยฉิบหายหรืออย่างไรก็โทษกันไม่ได้.

               ครั้งนี้ครั้งหน้า “ถ้ามีการเลือกตั้ง”ประชาชนทั้งมวลกรุณาให้สัญญาพวกกระผมว่า จะไม่เอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นการเมือง!

               ส่วนพ่อค้า ตำรวจ นายทุน หรือทหารหรือนักวิชาการ เราทั้งหมด รัฐบาล ตลอดจนฝายค้าน ส.ส. หรือส.ว.จะเลือกหรือจะลากตั้งมา ก็ให้ท่านทำการ ทำงานตามปกติตามกฎหมาย-ตามรัฐธรรมนูญ อย่าเลือกที่รักมักที่ชังกันเพราะเรื่องนี้ “ชี้ไปชี้มา มันจะงอเข้าตนเอง”

              “งานนี้ ประชาชนทั้ง 70ล้านคนขอแก้ไขร่วมกันนะ

              ลงนามร่วมกันต่อหน้าเหวใหญ่ เท่านี้จะแก้ไขได้แน่นอนครับ!”                    

              ที่ผมพูดอย่างนี้ ขอย้ำ ผมเข้าใจว่า “ยาสามตัวนี้และที่จะตามเลิกต่อไป” เคยทำให้ผมมีรายได้หาเลี้ยงชีพระยะหนึ่ง. ถ้าจะเลิกยาเหล่านี้ ก็คงไม่ถึงขนาดต้องมี “คนนำเข้ามาหรือตุนอยู่แล้ว” เขาจะ “ยิงหัว”ใครสักคนหนึ่ง.คงไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น.

              หรือที่พูดว่า “ไม่อยากให้มีการเลิกยาเหล่านี้” เพราะจะไปทำลายผลประโยชน์ของใครคนหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด ถ้าจะ “หากินกัน”ทั้งที่มันอันตราย(โดยอ้างว่า-ทางกรมวิชาการหรืออะไรจะได้ประโยชน์ทับซ้อนหรือ?ตามที่ใครคนหนึ่งจะแต่งเพลงรอ-รับทรัพย์ตามแนวเพลงถนัดของเขา หรือพวกนักเคลื่อนไหว เอ็นจีโอจะว่าอย่างไร?)อย่าไปโง้นงี้งั้น-ที่ว่าเพราะเป็นเรื่องผลประโยชน์ ของพ่อค้า ของข้าราชการมีส่วนได้เสีย-ไม่น่าจะใช่.

                เพราะผมก็ถามภรรยาผมว่าตอนนี้เขาขายได้กำไรมากกว่าก่อนคืออะไร?(แทนที่พาราควอต)  ก็ “ไกรฟลูซิเนต” นั่นอย่างไร!

                ผมร้องอ๋อทันที เพราะชาวไร่ชาวนา ที่เขาปลูกกล้วยหรือมะนาวหรืออื่นๆ เขาจะพูดว่า จะฆ่าหญ้าอย่างไรไม่ให้ต้นไม้เหล่านั้น “ใบเหลืองหรือตาย”

                ผมก็จะหยิบยาตัวนี้ให้ แต่แพงกว่า4เท่า แต่ผมจะชอบขายมากเพราะกำไร 4 เท่าครับ และพูดให้ถึงที่สุด เกษตรกรก็จะกำไร “4เท่า”เหมือนกันกระมัง;เพราะ,

               หนึ่ง เราฆ่าหญ้าได้โดยต้นประธานที่เราเอาไว้ถ้าไม่โดนเต็มๆก็จะไม่ตาย-พาราควอต และไกรโฟเสตจะตายได้ง่ายๆ

               สอง ตัวนี้จะตายนานเหมือนไกรโฟเสต ในขณะที่พาราควอตตายทันที(เผาไหม้)

               สาม สุขภาพและสภาพแวดล้อม “กำไร” ไม่ต้องอธิบาย-อาจจะเกินกว่า4เท่าด้วยซ้ำ

                และถ้าสารพาราควอตห้ามนำเข้า คนนำเข้าเขาก็ไม่ได้เสียใจ ตรงกันข้ามที่ตุนๆอยู่จะขายได้(ไม่มียาตัวไหน “ห้ามนำเข้า” พร้อมกฎหมาย “ห้ามขาย”เพราะต้องให้สต็อกหมด ท่านให้ขายจนหมดแหละ.)

                เพราะถ้าไม่อย่างนั้น, พ่อค้าจะพูดว่า “แล้วพวกมึงทำไม ไม่ห้ามก่อนนี้หละ กูจะได้ไม่เตรียมซื้อ แค่เพราะรีๆรอๆนี่แหละ กูก็(ตุน)ซื้อมาไว้ตั้งเยอะ”

           เอาหละแพงกว่าเดิมอีกต่างหาก  เพราะจะกำไร ตอนห้ามนำเข้าแหละ.

              เกษตรกรเขาก็แข่งขันกันเหมือนกัน ถ้าแอบซื้อขายกัน จะแพงกว่า เลขเด็ดของ “ป้ายทะเบียน”รถลุงตู่อีก ก่อนหวยออกอีก โว้ยเฮ้ย!

                   “กูมีสามขวด ซื้อขวดละร้อย  มึงให้เท่าไหร่?”

                   “กูซื้อขวดละพัน ถ้ากูไม่ซื้อ-ฉีดวันนี้, กูไปซื้อเครื่องตัดหญ้าอีกหมื่น จ้างพม่ามาตัดอีก-กูต้องไปหาพาสปอร์ตให้มัน หมดไปอีกสองหมื่น?” เกษตรกรเขา “วันต่อวัน!

                  ดังนั้น,ที่ดร.นักวิชาการโดนขู่ ไม่รู้ว่ามาอย่างไร-ผมเชื่อ. แต่ผมไม่เชื่อว่าการล้มเลิก “สารสามตัวนี้” อาจเป็นเหตุให้ผู้นำเข้าไม่พอใจนั้น! อาจจะขู่เพราะว่า “เผยแพร่ความร้ายกาจของสารสามตัวนี้ ช้าไปมั้ง?” เพราะรีบๆเลิกนำเข้า “สารสามตัวนี้” ผมจะได้กำ กำไรเหนาะๆ ไปตุน “ไกรฟูซิเนต!”ต่อ.พูดอย่างนี้กลายเป็นว่าผมเข้าข่าย “ชี้นำ”หรือคิดตุน ซวยละกู!

           ถึงตอนนี้พวกท่านเชื่อหรือยังว่าการเลือกตั้ง เอามาแก้ปัญหา พาราควอตไดคลอไรด์และอื่นๆอีกไม่ได้หรอก! ถ้าจะแก้ให้ได้ ก็ คล้ายๆหลวงปู่อะไรที่พูดแหละ! “มึงทั้งหมดแหละ” อย่าโยนให้ “ตู่”คนเดียวเลยต้องร่วมกัน.

            วันนี้นายกเป็นราชสีห์ เขา“เลือกตั้งมา” ไม่ได้เป็นราชสีห์ คสช. กอ.รมน.เสึยเมื่อไหร่ล่ะ?เพราะนายศรีภูมิ ผู้มีประสบการณ์ทุกเรื่อง กระทั่งเห็นคนกินยานี้ และช่วยได้ บอกมาว่า “ระบอบเลือกตั้ง” แก้ไม่ได้ “ตู่เชื่อ”

            บ่างตัวเมีย นำ “เลิกนำเข้า” ดีไหม?ชูธงก่อนสิ! แหมะ ถ้าให้ดี ให้เททิ้งให้หมด ห้ามใช้เลยน่าจะดีนิ? ครั้งหน้าถึงไม่ได้เป็นส.ส. ก็จะได้เป็น “วีรสตรี” ดีไหมจ๊ะ-เอ๋ เบบ.

           ปราชญ์ท่านกล่าวว่า “วีรบุรุษคิดถึงอนาคต แต่นักการเมืองคิดถึงคะแนนครั้งต่อไป”

                 “ ศรีภูมิ” เจอวีรบุรุษตัวจริงแล้ว!

                 “ยังไม่รู้จะไล่ลุงตู่หรือแก้รัฐธรรมนูญ ก่อน”  มาชูธงนำเลิกใช้พาราควอตก่อนดีไหม?ตี้น้อย “ไม่อาจทนส่งสังคมเลว(สังคมมี “พาราควอต”) ไปให้คนรุ่นใหม่!

              “ปรึกษา,เซ็ง-ลี้(ภัย)ห้อๆประเทศไทย?”กับคนไร้ชาติ“แน่ๆ”อย่างไอ้หว่อง?ซ้ายกางร่ม ขวาชูธง “ตาแซม” ระวังมันจะพาไป U.S.A. ห้าพันล้าน ผลาญกันไม่หมดหรอก!

                            คำถามใหญ่?

            เหตุไฉนใยฉะหนอ,ท่านทั้งหลายจึงเอาการเมืองเป็นตัวตั้ง-ด้านเดียว, เพราะที่สุดไม่ต่างอะไรกับ การล้มเลิกถ่านหิน ที่กลุ่มทุนใหญ่ที่ครองโลกมันเลิกใช้ แล้ว แต่เพราะมันต้องการเสนอสิ่งที่เขามีกำไรกว่า เช่นพลังงานนิวเคลียร์หรือ, ปีโตเลียมที่เขาคุมได้;การลงทุนจ้าง พวกประชาธิปไตยจ๋าจากเด็กๆที่โง่งึม หรือกลุ่มเอ็นจิโอที่สนองความเป็นหนุ่มแน่นเพื่อจะอวดศักยภาพ(สาวๆมั้ง?)มันถูกกว่าการก่อสงคราม.

          หนึ่งในสงครามการค้าที่สหรัฐจะเอาชนะ จีน-อินเดีย เพราะสารต่างๆที่จะแบนเหล่านี้ จีน-อินเดีย ผลิตได้ถูกกว่ามาก, มีการวิจัยว่ามันอันตรายจริง;แต่เพราะสารตัวใหม่ที่เขาค้นพบ และ-เราไม่รู้ว่าจะเป็นอันตรายหรือเปล่า? แต่มันส่งผลการ “เอาชนะ”ของพวกเขาได้ดีกว่า (อ้างว่าปลอดภัยกว่าเพราะนักวิจัยของเขา มันซับซ้อน ตอบโจทย์บางตัวได้ดีกว่า แต่เพราะการผลิตของพวกเขา “ประเทศที่ด้อยกกว่าตามไม่ทัน”)

          อย่างไรก็ตาม,มันเป็น “สงครามการค้า”ที่เขาเอาความได้เปรียบกว่าในการคุม-ควบ โลกทุกๆด้าน; ในขณะที่ประเทศอื่นๆ อย่างจีน-อินเดียยังไปไม่ถึงเท่าทันเขา-พวกเขา สหรัฐ อียู เสียเปรียบด้านพื้นที่ “ไกลตลาด”ขึ้นเรื่อยๆที่เขาจะขูดรีด. เหตุเพราะ โลจิสติคอันเป็นตัวชี้ขาดในชัยชนะเบื้องท้ายในยุคใหม่ –ใกล้กว่า สั้นกว่า รวดเร็วกว่า ประหยัดกว่า!

          ลี้กิมฮวงมีอาวุธลับ ที่มีศักยภาพอันดับสาม คือ“มีดสั้น”แต่เขาได้ชัยชนะในที่สุด ได้ฉายา “ฤทธิ์มีดสั้น” เขาชนะเพราะชักได้เร็ว พุ่งได้ด้วยเวลาที่สั้น ถึงเป้าหมายและสังหารได้แม่นและคมกว่า กลายเป็นอาวุธที่ดู “ไม่น่ากลัว” แต่ประสพผมสำเร็จสูงสุด.

         เมื่อสองสามวัน ประเทศไทยอยู่ในอันดับแปดของโลกในความน่าลงทุน เข้ามาแข่งขัน  แต่สองประเทศที่ดีที่สุด(ในโลก กว่าเรา)คือเวียดนาม และอินโดนีเซีย หรือสิงคโปร์.นั่นแสดงว่าเป็นประเทศในคาบสมุทรทองนี้ทั้งสิ้น

        -ส่วนสามประเทศนี้เหนือกว่าเราไม่ใช่ประเด็น.

         เพราะทั้งอินโดนีเซียทางตะวันตกดีขึ้น และเวียดนามทางตะวันออกดีขึ้น เราอยู่ตรงกลาง มีคนอยู่สองฝั่งเมื่อบรรจบกัน เขาทั้งสอง จะแบกเราเองแหละ เขาดีเท่าไหร่เรา ก็ดีกว่าทั้งคู่!

         ประเทศไทยจงเป็นตัวของตัวเอง:

         หนึ่ง โอกาสดีที่จะต่อยอด ค้นคว้าสิ่งใหม่ๆทางวิทยาศาสตร์(เคมี) ต่อสู้กับเขา.                   

         สอง “ไม่มีใครแทรกแซงประเทศอื่นได้” จุดนี้เราจงใช้หลักสากล เดียวที่โลกที่ด้อยกว่ามีหลักประกัน ที่ตกผลึกแล้ว “ห้ามแทรกแซง ทุกกรณี”

         สาม วิธีการเชิงกฎหมายภายในเรื่องสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับ การพกพาอาวุธหรือใบขับขี่รถยนต์.

        สี่ ใช้กลไกการส่งเสริมสินค้าคุณภาพปลอดภัยแทนที่สินค้า “ไม่ยุติธรรม”

        ห้า สร้างกระบวนการเรียนรู้ทั้งกับเกษตรกรและประชาชน ตลอดจนกลุ่ม คุ้มครองผู้บริโภคต่างๆที่มี เป็นต้น.

          ถ้าต้องใช้ “พาราควอต” ไปก่อน-ถ่านหินก็เถอะ(ผลวิจัยพบว่า การเลี้ยงสัตว์ที่กระจายไปทั่งโลก แพะ แกะ  วัว ควาย ไก่ นั้นผลิตแก็ส มีเทน หรือ อูเทน มากกว่าอุตสาหกรรม-ใช้ถ่านหิน หรือการใช้รถยนต์-ใช้ปิโตเลียมเสียอีก “เฉพาะขี้ที่ท่วมโลก”)

           ใช้การสร้างกลศาสตร์ง่ายๆของเรา(คล้ายข้อสี่ ) หรือใช้กลศาสตร์สังคมคือลงทะเบียนเหมือนมีใบขับขี้ ใครควรใช้ ไม่ควรใช้(ข้อ สาม) จำเป็นก่อนทางการปกครองเพื่อสู้กับ กลุ่ม “ขี้แพ้” อียูหรือสหรัฐ(ตามข้อสอง)

          “ไอ้น้องเอ๋ย” กลุ่มเรียนสังคมศาสตร์ การเมือง ทั้งหลาย อย่าไปเชื่อไอ้ชาญวิทย์ ไอ้นิธิ ไอ้สมหมาย อย่าร้อนตัวผมไม่ได้ว่า “คนที่เคยเป็นอาจารย์ของผมหรอก!

           “สิงห์สนามศุภ”  ”สิงห์สนามหลวง” โนเบลหรือ ถ้วยฟีฟ่าให้ใครดี?

           ธนาธร ธนากร ธนาคาร? ชื่อนักการเมืองก็มี ผู้พิพากษาก็มี มั่วไปหมด ผมด่าใครที่ชื่อเหมือน “อาจารย์”  “คนมีชื่อเสียง” ขอโทษด้วย  เพราะเรียก นายแก้ว นายมี นายมา บ้านๆไป ด่าคนชื่อแบบ “ปัญญาชน”วาทกรรมดี สนิทใจกว่า!

           หลอกเด็กได้มาแล้ว50ปี -จากรุ่นสู่รุ่น  พอจบไปแล้วก็แค่ตำรา “ขอปริญญา” เพราะอยากได้ “โนเบลมั้ง?” เพื่อให้สมกับ “ตำราที่กูลอกมา”

           ให้สมจริงสมจังต้องเปลี่ยนประเทศเป็น “Made in U.S.A.”ให้หมด,จึงปั้นปั่นเด็กๆ แต่ละรุ่นๆไปให้เหมาะกับ “กรอบ”ประชาธิปไตย เสรี “อังดัว” สิทธิเสรีภาพ “แยงกี้” จึงเข้าตำรา “ตัดตีนเข้ากับเกือก” ยอมเถือเนื้อเสียเลือด รุ่นแล้วรุ่นเล่า-เพื่อได้ชื่อ “ประชาธิปไตยเสรี?”เลือกตั้ง แล้วมา “ตั้งให้เลือก” ตามเสรี สิทธิเสมอภาค?

           สรรพวิทยาการต่างๆต้องมาแวดล้อม “สังคมศาสตร์-รัฐศาสตร์”ปั่นเป็นแกนทั้งหมด “แวดล้อม” นักการเมืองนักกฎหมาย!

           สังคมจึงเข้าสู่ทางตัน ที่นักเลือกตั้งวางไว้.

          เชื่อไหม?การ “กินเจ” ดี แต่ ถ้า กินแป้ง น้ำตาล “ทอดๆ” เกิดโรคอ้วนหรือโรคเบาหวานหรืออื่นๆตามมา,อาจใช้ค่า “พยาบาล”มากกว่าแก้คนกิน”พาราควอต”ตาย.

           หรือสภาพแวดล้อมที่เกิดจากพาราควอต ที่เลวร้ายต่อสังคมนั้นมันไม่ได้ครึ่งกับการปล่อยควันพิษอื่นๆเสียด้วยซ้ำ.

          บางทีอะไรที่ทำกันมานับพันๆปีกลับอันตรายต่อโลกมากกว่าพาราควอต ไกรโฟเสตไม่ใช่หรือ?

          กลับตาลปัตรได้ในวันเดียว ก็หมอผี “นักเลือกตั้ง” จริงไหม?

           สรุปว่า ถ้าจะใช้การเมืองเป็นแก่นหมดทุกอย่าง ก็จงทำให้สุดๆ,

           ตอนนี้ พวกครองโลก และตอนนี้ ใครทำสงครามการค้ากัน ใครผิดถูกเราไม่รู้ แต่ที่รู้ว่า “ใครชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน”

           ประวัติศาสตร์โลกเกิดขึ้นมาอย่างไร? เขาต่อสู้กันมาอย่างไรไม่แจ้งเพราะกว้างเหลือเกิน แต่โลกก็ยังอยู่ได้.

           ในอีกด้านหนึ่ง,ของคนอีกกลุ่มหนึ่ง หรือสองในห้าของโลกคือค่ายสังคมนิยม –เขาบอกว่าประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ  มาจากการต่อสู้ทางชนชั้นและทางธรรมชาติทำให้มนุษย์อยู่ได้ นั้นก็จริง แบบแคบลงมาอีกหน่อย;

           แต่ “โฟกัส” ประวัติศาสตร์ของคนไทย-ประเทศไทยจะเชื้อชาติอะไร ไม่เฉพาะที่นายนิธิ หรือนายชาญวิทย์หรือนายอังดัว บอกว่าไม่ใช่ของแค่ “คนไทหรือไต” หรือ สยาม “พวกเดียว”-ก็ใครว่าอย่างนั้นเล่า?

          แต่ประวัติศาสตร์ของคนที่อยู่ในบริเวณนี้จะตรงไหนบ้าง,เขาใช้วัฒนธรรมที่พูดคุยกันได้แบบที่ผมพูดกับคุณวันนี้ -จะเป็นเจ๊ก หรือเจ้า หรือเขมร ลาว หรือขมุ เขาอยู่แถวนี้ ที่เรียกรวมๆว่า “คนไทย ประเทศไทย”

              –ประวัติศาสตร์ของเราที่ให้เรามีอาณาบริเวณที่เป็นประเทศไทยตอนนี้(ไม่รู้จะพูดอย่างไร?แล้ว !)

                พวกเราอยู่ได้-ตัองย้ำ

                โดย, เพราะต้องขจัดพวก “ชังชาติ” พวก “ชักน้ำเข้าลึกชัดศึกเข้าบ้าน”ก่อนแน่ๆ. เราอยู่ได้เพราะเรา “ขอร้อง” ไม่ได้ ก็ “ควบคุม” หรือเอาไม่อยู่ต้อง “บังคับ” หรือมันดิ้นแรงจัด ต้อง “ขับไล่”อย่างนี้ทั้งนั้น เราจึงอยู่ได้เป็นประเทศไทยปัจจุบัน.

                 เราทำเป็นพันๆปีแล้ว และก็เป็นอย่างนี้จนวันนี้.

                 เรารู้จัก สลาย ขับไล่ หรือควบคุมบทบาทของมัน คือ”พวกหนอนบ่อนไส้”ต่างหาก นี่คือความอยู่รอดด้วยลักษณะพิเศษของเรา!

                 พาราควอต ไกรโฟเสตหรือครอไพริฟอส:

                 “กำจัดหญ้าพิษ หรือหนอนบ่อนไส้อย่างไร?”

              “หนอนอยู่ถั่วตาย” ประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข  “คำตอบสุดท้ายของคนไทย”

                                            8 ตุลาคม 2562

                                                ศรีภูมิ ประสานพล

 

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน