*/
  • enjoyjing
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tan_saii@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2010-03-30
  • จำนวนเรื่อง : 99
  • จำนวนผู้ชม : 62404
  • จำนวนผู้โหวต : 15
  • ส่ง msg :
  • โหวต 15 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม 2562
Posted by enjoyjing , ผู้อ่าน : 467 , 11:12:51 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน นายยั้งคิด , wullopp โหวตเรื่องนี้

              คนไทยมีเชื้อชาติดั้งเดิมเป็นอิสราเอล

         การสับปะยุทธ์ระหว่างหนุ่ม “หน้าหยก”ในเรื่อง ประวัติศาสตร์ไทยกับ “ผบ.ทบ.”ผมอยู่ไม่ได้เพราะผม “คนไทยคนหนึ่ง” ความคิด ศักดิ์ศรี ถูกข่มเหง ถูกพาดพิง.

        บทความนี้ ผมจำเป็นต้อง “กล้าหาญอย่างสูง” เพื่อแสดงว่า “ประวัติศาสตร์ไทย วัฒนธรรม และศาสนา” ที่ถูกครอบงำด้วยปัญญาชนสัญชาติไทย “ทาส” สหรัฐ และ “อังดัว” กูต้องปฏิวัติ!

     บทความนี้ผมเขียนเพื่อจะสวนกระแสกับนักการเมืองหนุ่ม “ผยอง”ที่เอาการตีความประวัติศาสตร์ไทยให้กลายเป็นสิ่งสามาน,หรือที่เรียกว่าด้อยคุณค่า-

        “คนไทย” คือ คนใดใดที่ไม่มีความพิเศษ ต่างออกไป ในฐานะมีความเป็นเจ้าของประเทศของตนเองนับพันๆปี;เป็นกลุ่มคนหนึ่งที่อาศัยร่วมกับชนชาติต่างๆ,ที่เป็นประชาชาติของสากลนิยม-ประชาธิปไตย-ที่กลุ่มชาติมหาอำนาจเป็นเจ้าของ?

        ลองพินิจดีๆถ้าคนจีนมาจากซัวเถาได้เป็นเศรษฐีเพียงสามรุ่น และแทรกเข้ามาคุมระบอบเลือกตั้ง ตามกติกาประชาธิปไตยเสรี.

       ให้สถาบันของชาติอยู่ใต้กติกาประชาธิปไตย(ทุนใหญ่) สหรัฐ-อังดัว?

       ชนเผ่าที่หลบเข้ามาในปี1988,ที่ถูกการเมืองพม่าเป็นเหตุให้หนีเข้ามา เมื่ออยู่ที่นี่,(ผมถามเขาส่วนใหญ่ ขอไปประเทศสหรัฐหรือหลายๆประเทศในยุโรปที่เขาเคยหนุนกบฏกระเหรี่ยงบางกลุ่มและเมื่อถูกปราบ-พวกเขาเปิดศูนย์อพยพต่อในไทย)ทราบไหม?พวกนี้เขาชอบ “เสรีประชาธิปไตย” ถ้าเขามีสิทธิ “เลือกตั้ง” จะอยู่ในกลุ่มค้าน พรบ.ความมั่นคงหมาดๆ(เหมือนสามร้อยกว่าต่อ70)

        อดีตต่างด้าวที่ได้สัญชาติไทย,ไม่ต้องพูดถึง,ก็ได้มีคนตะวันตกที่ครั้งหนึ่งเคยเข้าไปรุกรานประเทศของชนชาตินั้นๆ และประเทศไทยก็รับไว้เมื่อเขาได้พลัดเข้ามา,ต่างชาติตะวันตกเหล่านั้นกลับเข้ามาเสนอระบอบประชาธิปไตย-เสรีอีก ต่อกลุ่มชนเหล่านี้,หลังจากที่เขาได้ดิบได้ดี(เมื่อรวมกันแล้วอาจจะถึง 5ล้านคน)แสดงออกในการเลือกตั้ง ตามกระแสที่เขาวัดวางเอาไว้,ชัดเจนที่สุด “แบ่งแยกและปกครอง”พรรคอะไร?

            ทำนองเกิดขึ้นในฮ่องกง ในตะวันออกกลาง ในอาฟรีกา-ซึ่งประเทศไทยก็มีรอยร้าวแบบนี้.สามจังหวัดชายแดน(เปอร์เซ็นต์น้อยลง)ในทางตอนเหนือและถ้านับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ในตัวเมืองใหญ่ของประเทศไทย-เขาจึงชอบ “การเมืองท้องถิ่นอย่างไรล่ะคราบ...?”

           ผมพูดเรื่องนี้เพราะว่าการแพร่ความอ่อนแอของวัฒนธรรมไทยในบางจุดโดยเฉพาะเรื่องของวัฒนธรรมที่ มักจะถูกเหยียดหยามถึง “ระบอบประเพณีไทย” มุ่งหมายถึงสถาบันไหนอันเป็นแก่นหล่ะ?ถูกเหยียดและย่ำ “ล้าหลังสังคมโลก”มั้ง?โดยผู้ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นผู้อาศัย-โดย มหาอำนาจตะวันตกตั้งแต่สามสี่ร้อยปี ได้ พยายามกดให้ประวัติศาสตร์ชาติไทย-ไร้สาระหรือ?

      ในหนังสือเรื่อง”ยิว”ของ มรว. คึกฤทธิ์ อ่านดีๆจะพบว่าคนที่พูดภาษาไทย และมีความเป็นอยู่แบบไทยสืบทอด(อำนาจ)กันมาจนมาอยู่แหลมทองนี้ นับหลายพันปีมีเชื้อสายสำคัญหลัก อาจเป็นชนชาติอิสราเอลหรือยิว-แต่ท่านแบ่งรับแบ่งสู้นะ.

           อย่างไรเสีย,ท่านเป็นคนสำคัญคนหนึ่งที่ถ่ายทอด พระคัมภีร์ไบเบิ้ล จากภาษาอังกฤษมาเป็นไทย –คงจะเห็นอย่างที่ผมเห็น ว่าห้าเล่ม “ชุดเบญจวรรณ”นั้นที่พูดถึงกำเนิดชนชาติอิสราเอล-ดูเหมือนมีหลายอย่างสัมพันธ์กับคนไทย และวัฒนธรรมไทยที่มีก่อนรับพุทธศาสนาหรือศาสนาอื่นใด-โดยเฉพาะภาษา,น่าจะเคยใช้ร่วมกันด้วยซ้ำ.

           ในหนังสือ “ความเป็นมาของคำสยาม ไทยลาวและขอม”ของจิตร ภูมิศักดิ์พูดเอาไว้หลายตอน;ตอนหนึ่ง พูดว่า คำว่า “ฮุย เล ฮุย”ที่คนงานจะเป็น “ทาส”หรือ “ไท”ไม่รู้ แต่อยู่ในตระกูลที่พูดภาษาไทย, หรือ “เฮๆๆ เฮ้ เฮ”ที่เขาร้องรับในการพายเรือ ท่านว่าเป็นการเรียกหา ใครสักคนหนึ่ง จะเป็น “อะลัว” เอโล อาเลอะร์ หรืออาเลลูยา-

            ล้วนมาจากคำว่า “ยะโฮวาห์” หมายถึงพระเจ้าของ อับราฮัม อิสอัค และยาโคบ ที่โมเสสเรียกนั่นเอง.

              ผมกำลังเกริ่นให้ท่านดูถึงรากคำที่คนไท(อาจปนทาสก็มี)ใช้ท่ามกลางการทำงานที่หนักทุกชนิด เพื่อเรียกหา “คนให้กำลัง”ที่เดิมๆที่สุด. แต่จริงแล้ว,ผมคงไม่ได้หมายถึงเจาะจงว่า (พูดอีกก็ถูกอีก) ตามไบเบิ้ลที่ว่าทุกชาติทุกภาษาเกิดมาจากพระเยโฮวาห์ เพราะพระคัมภีร์เขาบอกอย่างนั้นคนไทยกับคนอิสราเอลเป็นพี่น้องกัน-ง่ายดี!

            เอาหล่ะ,ถ้าเชื่อกันบ้าง,ตามพระคัมภีร์ไบเบิ้ลว่าพระเจ้าสร้างมนุษย์คนแรกชื่อ“อาดัม” ต่อมา กินผลไม้และเสื่อมจากการเป็นบุตรพระเจ้าเพราะ“ไม่เชื่อฟัง”ไปกินผลไม้ชนิดหนึ่งที่ห้าม.

             ตำราล้ำลึก “ไม่ใช่รัฐพันลึก” ปราชญ์กลุ่มไหนเนี่ย?พูดส่งๆพิลึกดี ชื่อไม่ต้องบอก?เหมารวม “เสมอภาค”? เอาตำรา “กึกกือ” ไต ก่อน!

             บรรพบุรุษของเขามาจาก คนที่ชื่อ “สาง” เกิดมาจากฟ้า ต่อมากินดิน (น่าจะเป็นผลของต้นไม้คือผลไม้-ที่เกิดจากดิน “แหงๆ” คงยังไม่มีต้นไม้เอา “รากชี้ฟ้า”)แทนที่จะบินได้เหมือนชาวฟ้า แต่เดิมที่ฟ้าสร้างเขามา-วิเศษว่างั้นเถอะ จึงหล่นลงมาเดินบนดิน-บินขึ้นไม่ได้.พระคัมภีร์บอกว่า “มนุษย์ทำบาปจึงเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า”ที่ไม่ตายก็ต้องตาย  ที่บินได้-เลยบินไม่ได้ ตำนานไทยใหญ่ว่าอย่างนั้น!

            คน-ไทยใหญ่ อพยพเป็นประจำ,คงเอาหนังสือติดตัวมาไม่ได้ แต่เล่าๆกันมาเลยเพี้ยน.ตำนานเขาเล่าว่า อพยพมา ผ่านภูเขานับหมื่น ผ่านแม่น้ำนับพันสาย

           -ถ้าเขามาจากภูเขาอัลไต 

            (แต่ไม่เหมือนประวัติศาสตร์ของคุณสุจิตต์ที่ มั่วว่ะ. คนไทยอยู่ที่นี่ ปน เขมร ลาว ขอม จีน จนเป็นคนไทย –มันก็แหงละซิ คนไทยจะไปไหน-ก็อยู่นี่แหละ,ที่พูดนี่ไม่มีทางผิด แต่ผมกำลังจะพูดว่า แล้วพวกนี้ โดยภาษา คุยไม่รู้เรื่อง จะเป็นพวกเดียวกันได้อย่างไร? “อาริกาโต” ถ้าอยู่กับเขานานๆก็อาริกาโตะ จนเป็นคำเดียวกัน.แต่ผมจะค้นว่า รากภาษาของแต่ละชาติมัน พูดเป็น “ประจำวัน” ของเขามาก่อนครับ.)  

           เจอภูเขาคงไม่ถึงหมื่นลูก และแม่น้ำก็ไม่กี่สิบสาย รากภาษาก็ไม่เหมือนกัน แม้จะมีวรรณยุกต์ หรือคำบางคำเหมือนของจีนก็เป็นคำใน “ขั้น”พัฒนาทางสังคมที่สูงกันแล้ว หลังยุคโลหะ,เอาเป็นว่าทางการแพทย์ เลือดจีนกับของไทย ไม่เกี่ยวข้องกันเลย.

            ผมเคยอ่านข้อเขียนของอาจารย์ ปรีดา ศรีชลาลัย เรื่อง อาณาจักรพนมอยู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา อะไรทำนองนั้น!ท่านบอกว่าคำไทยเดิมๆมาจาก ตะวันออกกลางของพวกเซไมติคหลายคำ-เล็งดูแล้วอายุเกินสามพันปีแน่นอน.

            ดร.อังดัว “ใบหน้าเยาะใครวะ?” ว่า “ชาติ”แปลว่า “เกิด” จริงด้วย สุนัขเกิด ก็ “ชาติหมา” อ้างพจนานุกรม เข้าท่าว่ะ?

          และว่าความคิดของ “ชาติไทย” มีมาไม่เกินรัชกาลที่ห้า –แล้วเอ่ยตามบรมปราชญ์ มช. “รัฐพิลึก”ไม่เอาแล้ว ต้องมี “รัฐจินตนาการใหม่” ใหม่กว่า “1789” กี่ปี? เอาใหม่กว่า 23ปี –จน”อังดัว”นโปเลียน นักประชาธิปไตย “ปาเลียเม้นต์” ถล่มรัสเซีย อ้างว่าช่วยนายทุนถล่ม “ซาร์”มั้ง?

          ดร.อังดัว ลอก”ขมอง” ว่าด้วยรัฐชาติ ของปราชญ์มธ.ว่ารัฐชาติไทยอยู่แถวๆนี้ ยิ่ง แบบสากล(สำหรับไทย ยังไม่เกิด-ไม่เสด็จน้ำมั้ง?) โลกเขาเป็นมานับสองสามศตวรรษ-ระบอบอย่างฝรั่งเศส คนไทยยังไม่มี-ใคร?นอกจากพวกมึง-อยากให้มี!

           “อังดัวผยอง” อ้างสำนักประวัติศาสตร์ต่างๆว่ามีกรมพระยาดำรง หรือชาตินิยม คงหมายถึงหลวงวิจิตร(ชม้อยตาในสภา “กูรู้ดี”) -ผมพูดเพิ่มเติมเองเช่นอาจารย์มานิตและท่านศรีศักดิ์ วัลลิโภดมที่ไปทางโบราณคดี-พัฒนาเข้าสู่โบราณคดีไทยมากขึ้น จากท่านเซเดย์(ต้นแบบอังดัว-คือมองไม่เห็นหัวคนไทย-ว่างั้นเถอะ)นอกจากนี้ยังมีสำนักประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ชาญวิทย์-นิธิ, สุจิตต์-ขรรค์ชัย “ศิลปวัฒนธรรม” จิตร ภูมิศักดิ์ วัตถุนิยมประวัติศาสตร์.

           เอาไบเบิ้ลมาดูดีกว่า- แล้วพระเจ้าตรัสว่า “ให้เราสร้างมนุษย์ตามอย่างพระฉายของเรา”ปฐมกาลบทที่1;26-28 คือมีอาดัม เอวา และลูกดกเต็มแผ่นดินโลก.

            ปฐมกาลบทที่2:21-23 แล้วพระเจ้าทรงทำให้ชายนั้นหลับสนิท ขณะที่เขาหลับสนิทอยู่ พระองค์ทรงชักกระดูกซี่โครงอันหนึ่งของเขาออกมา แล้วทำให้เนื้อติดกัน เข้าแทนกระดูกอย่างเดิม ส่วนกระดูกซี่โครงที่พระเจ้าทรงชักออกจากชายนั้น พระองค์ทรงสร้างให้เป็นหญิง แล้วทรงนำมาให้ชายนั้น ชายจึงว่า นี่แหละกระดูกจากกระดูกของเรา เนื้อจากเนื้อของเรา จะต้องเรียกว่าหญิงเพราะหญิงนั้นออกมาจากชาย”

             “หญิง”นั้นเป็นความหมายที่เขาแปลมา คนเหนือเรียก “แม่ยิง” ใช่ไหม? คุณยิ่งลักษณ์ และคุณทักษิณ คนเจียงใหม่เขาเรียก “แม่ยิง” ไจ้เกาะ? คนฝรั่งเขาเรียกว่า “วูเม่น” แต่อาดัม-ซึ่งแปลว่า มนุษย์(เป็นมนุษย์คนแรก)เป็นเสียงที่พระเจ้าเรียกเขาว่า “อาดัม” จะมาจาก “อ้ายดำ”หรือเปล่าไม่ทราบ,แต่พระคัมภีร์บอกว่า: ชายนั้นเรียกภรรยาของตนว่า “เอวา” เพราะนางเป็นมารดาของปวงชนที่มีชีวิต(ปฐมกาลบทที่3:20)

          รากศัพท์ฮีบรู ของคำนี้”เอวา” มาจาก คำว่า “อยู่” หรือ คำเดียวกับ “ยะฮาวาห์” เป็นพระนามของพระเจ้า ซึ่งพระองค์ตอบโมเสส เมื่อโมเสสถามว่า “พระองค์เป็นใคร?”        

          “เรา areผู้ซึ่งเราare” พระองค์ทรงบอกชื่อให้โมเสส -อพยพบทที่3:14 ความหมาย “ยะฮาวาห์”คือ “อยู่”เหมือนคำ “เอวา” ความหมายของ “เอวา” ที่คนฮีบรูหรือคน “อิสราเอล” หรือคนยิว เกือบจะพ้องเสียง และพ้องความหมายเดียวกับคนไทย-เปี้ยบเลย!

         ทั้ง “ยะฮาวาห์” หรือ “เอวา” หรือ “อยู่”(ห่อริมฝีปากพูดเหมือนกัน) ตลอดจนคำว่า “ฮุยเลฮุย”หรือ “เฮ เฮ เฮ้ เฮ”มาจากการพายเรือเห่เรือ หรือ “เอ เอ เอ้”กล่อมลูกของคนไทย มันเกี่ยวข้องกับคำ การสร้าง การดำรง การเป็น “อยู่” หรือ “คือ” (อีส แอม อา วอส เวอ-ด้วยมั้ง?)

        มีคำเดียวสงสัยอยู่ ที่พระองค์เรียกชื่อมนุษย์คนแรกว่า“อาดัม”ซึ่งหมายถึง(แปลว่า)มนุษย์ หมายถึงในภาษาไทย “อ้ายดำ”ไม่ต้องอธิบายแล้ว-พระเจ้าต้องเป็นคนไทยแน่ๆด้วยนะ-ฮา!

           ในวันที่ “14 สิงหาคม-อีกแล้ว14-ดีนะที่ไม่ใช่ ตุลาคม” ปี 588 ก่อนคริสตกาล, พระเจ้าเนบูคัสเนสซาร์กษัตริย์ “เคลเดีย”แห่งบาบิโลนได้โจมตีประเทศอิสราเอล-ซึ่งแยกเป็นสองประเทศคือยูดาห์และอิสราเอลมาก่อนแล้ว-อย่าให้ซ้ำรอยเลย เหมือน “ประเทศประชาธิปไตยไทย และประเทศเผด็จการไทยเลยนะ”

          ชนชาติอิสราเอล 12เผ่า ก็แตกกระจาย กระเจิงไปคนละทิศทาง เหลืออยู่ในประเทศเดิม สองเผ่า คือเผ่ายูดาห์และเบนจามิน นอกนั้นกระจายไปทั่วโลก ไปทางตะวันตกสุด เผ่า อาเชอร์ไปอยู่อังกฤษเป็นชนชาติ “ไอริช”-จอห์นเอฟ เคนเนดี้ และ โรเบิร์ต เคนเนดี้ –ดร.อังดัวคงไม่รู้จักมั้ง?เป็นอเมริกัน มาจากชาวไอริช. เผ่ามนัสเส เอฟราอิม ดาน อะไรอีก?จนครบสิบสองเผ่า รวมทั้ง เผ่าพระเอกของเรา “อิสสาคาร์”-ฟังดูนะผมจะลาก ไปให้ยาวจนเป็น “สยาม”เรียกว่าจะทำการ (รีแล้วรีอีก)Reconstructionให้ได้แหละ- “อิสสาคาร์คือสยาม”

          ระยะทางจากอิสราเอล-ตะวันออกกลาง ไปอังกฤษ กับ มาทางตรงกันข้าม มาที่แหลมทอง พอๆกันแหละ-พอผมเล่าเรื่องนี้ให้พรรคพวกที่ไปอยู่อเมริกาหลายปี มันฟังจนเพลิน สักพักหนึ่ง มันตะโกนว่า “หน้ามึงเหมือนยิวในอเมริกาว่ะ” มันหาวและหลับไปเพราะเราคุยไปมีแองกอฮอร์เป็นเพื่อน!

          ปฐมกาลบทที่5:25-29ได้เอ่ยชื่อเมธูเสลาห์และมีลูกเป็นลาเมค และลูกของลาเมค คือ  ”โนอาห์” ผู้นี้อยู่ในยุคน้ำท่วมโลก.ในเพลงโบร่ำโบราณของ “จาวเหนีย” ร้องกันว่า “เมษลา” สีมาล่อแก้ว รามสูรเห็นแล้ว ขว้างขวานออกไป...ไปถูกอก “เมษลา” จนเลือดไหลนองทั่วปฐพี.

           ในประมาณหมื่นปีที่แล้วมีหิมะละลาย “น้ำท่วมโลก” ก่อนนั้นผืนดินบนเกาะชวา-มีมนุษย์ชวาติดต่อมนุษย์ปักกิ่งได้เพราะเดินผ่านช่องมะละกามาไทยและเวียดนามไปจีน-ปักกิ่ง พอน้ำท่วมโลกเพราะหิมะละลาย จบกัน.

          การมาของเมธูเสลาห์เป็นการเตือนของฝนห่าใหญ่ที่น้ำท่วมโลก ทำให้มนุษย์ซึ่งเป็นคนบาป ไม่เชื่อพระเจ้าตายหมด,แต่โนอาห์เชื่อ ต่อเรือใหญจึงรอด.

         บิดาของเมธูเสลาห์คือเอโนค เป็นคนชอบธรรม วันหนึ่งท่านเดินกับพระเจ้า(เชื่อฟัง)ท่านไม่พบกับความตายแบบคนปกติ แล้วขึ้นสวรรค์ได้ โดยพระองค์พาไปทั้ง “ตัวเป็นๆ” เหมือนกับพระเยซูคริสต์ที่ตายแล้วฟื้นพระชนม์-ไปดูที่นรก และไปดูสวรรค์. และกลับมาเล่าให้มนุษย์ฟัง ว่าพระองค์เป็นพระเจ้า, หลังจากนั้น 40 วันพระองค์ก็ขึ้นไปบนสวรรค์ทั้งเป็นๆ(เรื่องของUFOไม่ผิดในสายตา ของคริสต์ศาสนาศาสตร์นัก) และย้ำว่าทุกคนจงไปเล่าเรื่องราวของพระองค์ และเชื่อในพระองค์และทำความดี-แบบไหนก็แบบอย่างที่ในไบเบิ้ลสอน! ( ตาม The Scripture มัทธิว บทที่ 28:18-20)

         พระองค์,มีคนพยากรณ์ก่อนแล้วว่าเป็นพระเมสิยาห์หรือที่พุทธทำนายว่า อีก500ปีจะมีผู้หนึ่งมา คือพระศรีอารย์(อินโดยูโรเปียน) พระเมสิยาห์(ฮิบรู)หรือพระคริสต์(กรีก).ให้เชื่อฟังผู้นั้น;ในช่วงชีวิตของพระองค์ได้พูดถึงวันสุดท้ายของโลก-จะมีไฟท่วมโลก-คนบาปจะพินาศ เหมือนวันน้ำท่วมโลกสมัยโนอาห์,คนที่เชื่อพระเจ้าจะถูกยกขึ้นไปทั้งเป็นๆ เมื่อพระองค์เสด็จมาอีกครั้ง.พระองค์คือ “ผู้ช่วยให้รอด”

        เยซู(“เย” คือ คำปรีฟิค) “ซู”คือ“ผู้ช่วย” เราได้ภาษาไทยและยิวที่เหมือนกันอีกหนึ่งคำ. “ซู”หรือ”ชู”แปลว่า “อุ้มชู” ใช่ไหม? คุณยิ่งลักษณ์-คุณทักษิณหมู่ “เฮาจาวเหนีย” จะฮู้เลยว่า หมายถึง “ซ่วยเหลีย” -จ้วยกำเตอะ  ลาวว่า “ซ่อยเหลือ”

          “เยซู” แผลงไปมากับคำ “โยชูวา”ซึ่งเป็นผู้ช่วยของโมเสส เมื่อโมเสสตาย พระเจ้าได้ส่งให้ “โยชูวา”พาชนชาติอิสราเอล หนีออกจากแดนทาสในอียิปต์.

          ที่ถ้ำเขางู-ราชบุรีใกล้แค่นี้เอง ได้มีรูปสลักนูนต่ำ อายุราวๆปีพ.ศ.1200 ท่านอาจารย์ปรีดา ศรีชลาลัยได้พบข้อความเป็นภาษาอินเดีย ผมไม่รู้เรื่องนี้อะไรมากนัก ท่านว่าคาถา“เยธรรมา” จารึกว่า “บุญแห่งพระฤาษี ชู ศรีสมาธิคุปตะ” ท่านบอกว่า เซเดย์ นักประวัติศาสตร์โบราณคดี-ตัวแสบ ชาวฝรั่งเศส ผู้บอกว่า แต่ก่อนไทยเป็นผู้มารุกรานเขมร และเอาดินแดนนี้ไป;ที่ท่านพูด เพราะฝรั่งเศสได้ครอบครองเขมร เขาพระวิหารหรือเขาพนมรุ้ง หรือศรีเทพของเขมรทั้งนั้น,เพื่อให้รู้ว่า ฝรั่งเศสได้เขมร และถ้าจะเอาบางส่วนของไทยไป-ไม่แปลก.

          “อังดัว”ทั้งหลายตั้งแต่ดร.อังดัวปรีดี หรืออังดัว อีกมากมาย รวมทั้งอังดัวปิยะบุตร จงหย่า  “ตามก้น”ประเทศนี้มากนัก.อาจารย์ปรีดา ศรีชลาลัย ได้เอาแบบคัดลอกของจารึกนี้ที่ใต้ฐานพระพุทธรูปนูนต่ำกลับไป(คนคัดคือท่านเซเดย์) ที่ว่านี้คือ “บุญแห่งพระฤาษี...ศรีสมาธิคุปตะ”แต่ท่านเห็นมีอักษร “ชู” ถูกลบออกไป-อาจารย์ปรีดาบอกว่า ท่านเซเดย์น่าสงสัยจริงๆ เพราะนั่นเป็นข้อความ ระดับ “รหัส” หรือที่ปัจจุบันเรียกว่าเป็น “ซิกเนเจ้อร์” เลย เพราะว่า คำว่า “ชู”เป็นภาษาไทยที่แปลว่า “ช่วย”พระฤาษีองค์นี้มีชื่อว่า “ชู” ทำนองเดียวกับ “คุณบุญชู”นั่นแหละ.

          เพราะว่าเซเดย์เป็นนักประวัติศาสตร์ที่บอกว่าคนไทยอพยพมาจากตอนใต้ของจีน และมาไล่เขมรออกโดยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์กับพ่อขุนผาเมือง,เมื่อต้นสุโขทัย.แหมเซเดย์มันดร.อังดัว แหงๆเลยเพราะอังดัวชอบบิดเบือน-จริงไหมเพี่ย? สุจิตต์ร่วมสร้าง “มติชน”ที่ใครเอ่ย ตระกูลไอ้ตี๋ไหน? มีหุ้นแยะเยอะ! นั่นมัน “เจ๊ก เพื่อน เจ๊กฮ่องกง” แต่เพี่ยมัน “เจ๊กปนลาว”บ่เหมือนกั๋นไจ้เกาะ สร่างเมาบ้างไหมเพี่ย?เบาไปบ้างหรือยัง?ฮา

          เพราะถ้ามีคนไทยอยู่ที่ราชบุรี ตั้งแต่ปี “1200หมายถึงพ.ศ.นะไม่ใช่ค.ศ. เซเดย์คงคิดว่า “บันทึกนี้เป็นค.ศ.หมายถึงปี 1200 บวก543เป็น 1753-แหม “ลักไก่”ให้เป็นต้นสุโขทัยจริงๆ-ผมล้อเล่นครับ! พ.ศ.1200เป็นสมัยทวารวดีตอนต้น ต่อจากสมัยอาณาจักรพนมที่จีนเรียกว่า “ฟูนัน” มีคนไทยอยู่แล้วครับ.

          เหตุไฉนใยฉะหนอ มีคำ “เย”นำหน้า “ซู”? คุณทักษิณคงอยากตะโกนว่า “จ่วย กำเตอะ” บ่าไทย ตูดบ่ดำ “จู-เย”ผมกลับบ้านได้ไหม?ตกใจ “เย จู” ก็เรียก?

          ท่านชวนของผม “วาจาศักดิ์สิทธิ” เตือนว่า พวกท่านเอาเรื่อง“ถวายสัตย์ไม่ครบ” ท่านว่าเรื่องใหญ่นะหนูๆ,รวมรุ่นพี่ใครเอ่ยด้วยนะ!

          เอาละซี่ ไม่ใช่แหย่รังแตน “แต่เป็นผึ้งหลวง”,อีที่นี้ ไม่เพียงแต่ “ไม่มีแผ่นดินอยู่” แต่อาจถึงขั้น “ไม่มีชาติจะเรียกหา” วันหนึ่งจะมีคนถามว่า “มึงเป็นชาติหรือเผ่าอะไรวะ?”

           เจ้าหน้าที่-ประเทศสำพะวาสีบอกว่า ขอสัญชาติ “สำพะวาสี”ต้องรู้เชื้อชาติเดิมก่อน,ตอบอย่างตอบศาล “จำไม่ได้” ไม่ได้นะ ก็ไม่ได้สัญชาติใหม่ซิ!

          ทรพี-แม้พูดไม่ได้ เขายังมีชาติ “ชาติชั่ว” อย่างไรล่ะ!

          (ผมพูดวิชาการ “สัตว์ศาสตร์”ครับ! แหม “แก้มาตรา1” พูดได้? “วิชาการสังคมศาสตร์ค่ะ” ศรีธนนไชยทั้งนั้น)  

          ท่านสี บอก จะบทขยี้ให้เป็นจุล ท่านอาจหมดสิทธิอ้าง“ฮั่น” ก็ไม่ได้ หรือ”ฮวนนั้ง”ก็ไม่ได้. ไอ้คนที่ นำคนฮ่องกงไปซบต่างชาติ(ที่ใครหนอ?เอาหน้าไปร่วมกล้องจนเป็นข่าว“หมายหัว”) ก็ท่านสี ศิษย์ท่านเติ้ง ท่านเหมาประกาศ ทำนองคนที่ข้องเกี่ยวด้วย(เสียวแทนว่ะ)-ก่อนจะเป็นผุยผง เหมือนขนม “ตุบตั๊บ” มันต้องโดน “แบะ แบะ” ก่อน.

          สำรากคำ“2475-ต้องเสด็จน้ำ!” ย่อมปะทะกับวลี “2563-ต้องเสด็จเสี้ยนแผ่นดิน!” จงบอกลูกที่เกิดหลานที่จะมา อย่าครบ “พวกแยกฟ้าแผ่นดิน”  

          คุณจิตร ภูมิศักดิ์เขียนไว้ว่า ชนชาติอินโดยูโรเปี้ยน ลงมาจากทางเหนือครอบครองยุโรป เอเชีย มาเป็นชาวเปอร์เซียนั่นแหละ มาปะปน ทางอินเดียคือพวกรามเกียรติหรือพระรามนั่นไง.คนพวกนี้ ริมฝีปากเขาจะสั่นเพราะมาจากเมืองหนาว (อันนี้ผมคิดเอง) พอท่านจะเรียกชื่อชนเผ่าอะไรมักจะมี “ปรีฟิค”นำหน้าด้วย “เอส”หรือ “อีส” เสมอ ชนเผ่าครึ่งโลกเขามีอิทธิพลเหนือ รวมทั้งอิสราเอลหรือไปถึงโน่นแน่ะ “สเปน” เป็น “เอสปันย่า”(เป็นคำอธิบายของ จิตร ภูมิศักดิ์)

          ถึงอินเดียที่แต่เดิมเขา เป็น“สินฑุ”ลุ่มน้ำสินฑุนั่นแหละ!ไปเปลี่ยนเป็น“อินดิส”คืออินเดีย.

          เมื่อมาถึงตัวเอกของเรื่อง ชนเผ่าหนึ่งในสิบสองเผ่าของอิสราเอลที่อพยพมาในวันที่ 14ตุลา-เอ้ยไม่ใช่ 14สิงหาคม ปี588ก่อนคริสตกาลเพราะกรุงเยรูซาเล็มถูกทำลายโดยฝีมือของกษัตริย์เนบูคัสเนสซาแห่งชาวเคลเดีย.

          -เผ่า “อิสซาคาร์”หนึ่งในสิบสองเผ่าของชนชาติอิสราเอลก็หนีกระเจิงมาทางตะวันออก;ผ่านลุ่มน้ำไทกรีส ยูเฟรติส จะอยู่ตรงนี้คงไม่ได้ เพราะเรามันเล็กน้อย เขามีเมืองใหญ่โตมากมาย, จึงหลีกหลบมาทางใต้ ของอิหร่านซึ่งตอนนั้นเปอร์เซียก็ยิ่งใหญ่ อำนาจของไซรัสน่าจะเพิ่มพูนขึ้นและจะเข้าแทนบาบิโลน, จึงผ่านไปต่อ เข้ามาทางตอนเหนือของ สินฑุ—อินเดีย คงอยู่ไม่ได้อีก.

          อพยพได้40ปี(ชนเผ่าอิสซาคาร์คงเข้าใจว่า ตนเองต้องเดินทางออกจากเยรูซาเล็ม40ปีตาม “ถิ่นทุรกันดาร” และเมื่อครบแล้วคงต้องหยุดอยู่ตรงนั้น,เพื่อให้ตรงกับสมัยโมเสส-เลขเคล็ดลับมั้ง? ที่พาคนอิสราเอลออกจากอียิปต์ ใน ถิ่นทุรกันดาร “สิน”และเข้าแผ่นดินคานาอัน เป็นแผ่นดินที่มีน้ำผึ้งน้ำนมบริบูรณ์, และเมื่อมาพบเขตนี้ ก็จะเข้าสู่แผ่นดินทอง-คานาอันแน่นอน-เอา40ปีเป็นเกณฑ์ -คนยิวเขาถือว่าทนทุกข์ถึง เลข40”ผ่านแล้วจะดี-พระเยซูอดอาหาร อธิษฐาน40วัน,และพระองค์เมื่อฟื้นพระชนม์-เป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว หลังจากตายไปสามวัน ก็อยู่กับสาวกอีก 40วันและจึงขึ้นสู่สวรรค์ทั้งพระองค์เป็นๆท่ามกลางสายตาสาวกและผู้คนจำนวนมาก)

           ช่วงจะเข้าสี่สิบปีนี้คงรู้จากคนที่นี่ว่าจะมีดินแดนที่เป็นแบบคานาอัน-สมบูรณ์พูนสุข เพราะ “ชาดกมหาชนก” ก็ต้องบรรยายถึง “สุวรรณภูมิ”เอาไว้แล้ว-อย่างกว้างขวาง เป้าหมายของ “อิสสาคาร์”ต้องมุ่งสุวรรณภูมิหรือ แผ่นดินคานาอันใหม่.

          ผมเชื่อว่าเมื่อเผ่าอิสสาคาร์ มาถึงเนปาล จากปี588 ก่อนค.ศ.(ที่หลบมาจากการสลายลงของเยรูซาเล็ม ตรงกับปี 45ก่อนพ.ศ. พระพุทธเจ้าน่าจะมีพระชนมายุประมาณ 35ปี) และมาถึงอินเดียเหนือก็คงประมาณ  10ปีก่อนพ.ศ. และน่าจะเข้าเขตสุวรรณภูมิ ปี 5 ก่อนพ.ศ. ตรงแคว้นอัสสัมของอินเดีย-ชนแดนไทยใหญ่นั่นเอง.

          คงได้ฟังธรรมของพระพุทธองค์ หรือบางทีกลับกัน เผ่า “อิสซาคาร์” อาจเอาพระธรรมของกษัตริย์โซโลมอน “ว่าด้วยความเป็นอนิจจังของชีวิต” มีมาก่อน “คำสอน” ของพระพุทธเจ้า หลายร้อยปีแล้วไปสอนคนแถวนั้น.

          ผมเคยอ่าน “ศิลปวัฒนธรรม”ของคุณสุจิตต์มีเรื่องหนึ่งที่ว่า คำสอนของพระพุทธเจ้า “เกี่ยวข้อง” เป็นการโต้ตอบกันแบบ “วิภาษวิธี” ของพวกกรีซ-สมัยนั้นพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ได้รุกรานถึงอินเดียแล้วหรือไม่?(เป็นระยะทับซ้อนทางความคิด)เป็นยุค Enlightenment พระพุทธเจ้าแสวงหาก่อนตรัสรู้-การถือศีลอดก็อาจมาจากคำสอนของพวกยิว.

          ย้อนกลับไป “อิสสาคาร์” คงผ่าน กษมีระ(แคสเมีย)ประมาณ 15 ปีก่อนพ.ศ. เขามีบ้านเรือนแล้ว,เดินหลบ“เนปาล”ของเจ้าชายสิทธัตถะเจอพวกมนุษย์กินคน มาเรื่อยไปตอนเหนือของบังคลาเดส เรียกว่า แคว้น “อัสสัม”

          จริงๆแล้วเผ่า “อิสซาคัม” ชื่อเดิมคือ “ซาคัม”แปลว่า “สินจ้าง” เพราะอยู่ใกล้กับพวกอินโดยูโรเปี้ยน เขาผู้ปากสั่นเสมอจึงเติม “ปรีฟิค”ให้ ซาคัมจึงเป็น “อิสซาคัม”

           ผมลากยิวเผ่านี้มาไกลผ่านภูเขานับหมื่น แม่น้ำนับพันสาย จน “เผ่าอิสซาคัม”มาเผชิญหน้ากับ “แคว้นอัสสัม” คุณจิตร ภูมิศักดิ์ พูดเสมอ “สยาม เซม ซาม ซีม ขอม”ขอมมาไงไม่รู้ ก็ว่าไปตาม การReconstruction!ท่านว่าพวก “ก่อ ล้อม”ไปมาเป็นกร๋อม มีทั้งดำและขาว.ไม่รู้เกี่ยวกันอย่างไร?พวก กรอม-ปราสาท ก่อวัดก่ออาคารละมั้ง!

          “อัสสัม”หรือ “อาซาม” เรียกสั้นๆว่า สัม  ซาม. อินเดีย(สิทธัตถะ)เผ่าอินโดยูโรเปี้ยน ฮิตเลอร์ เผ่าอินโดยูโรเปี้ยน(ผมสีทองตาสีฟ้า)สัม ซาม ก็เติม เอส หรือ อา เป็น “อัสสัม อาซาม” คนจีนเพื่อนบ้านสนิทกัน ให้ผมวันตรุษจีน “อา” อ็อกให้ลื้อ “หนอผวก”น้อยเสียเมื่อไหร่?ทองบาทละ”สี่ร้อย”แน่ะ!

          “ซาคัม” ก็ทำนองเดียวกับ “อิสซาคัม” ภาษายิวมีความหมายว่า“สินจ้าง” คนจีนเคยเรียกว่า “สิน” หรือ “เสียม”ก็มี,สัมโฟชิ ซานโฟชิ หรือ “เสียนหลอฮก” คือสยามและละโว้ ทำนองนั้น.

           ถ้าถามพม่าเขาเคยเรียก “คนเหนีย”ว่าพวก “ยูน” เรียก “แบบว่า”เป็นทาสเพราะถูกเขาปกครอง แต่คนไทย(ที่ถูกเหยียด เขาจึงเรียกตนเองว่า “ไท”นะเฟ้ย ไม่ใช่ “ยูน” จริงๆแล้ว พวกกระเหลี่ยงมักเรียกคนไทยว่า “ยูน”อาจจะตามพม่าหรือพม่าเรียกตาม)

          ผมเคยถามผู้รู้ ปราชญ์กระเหลี่ยงหลายท่านเขาว่าเขามาอยู่ที่นี่ระหว่างพม่า ไทย นับสองพันปีแล้ว คงมาอยู่ใกล้เราหรือหลังคนไทย-ยิวมาประมาณนั้นและรู้จักกันดี.

          เขียนเรื่องใหม่ๆแบบทะลึ่งปึงปัง วันหนึ่งพวกคุณอาจกล่าวหาผมว่า “ฉีกประวัติศาสตร์” เพราะพวกคุณมักกล่าวหาว่าพวกทหารชอบ “ฉีกรัฐธรรมนูญ” เขาฉีกเพราะรัฐธรรมนูญเผด็จการสภาของท่านมันมีมือดี-นิยมสหรัฐ-อังดัว(ผ่านเผด็จการสภา)มันแอบแก้หนะซิ!

          คุณมันเอามาตราหนึ่ง สอง สาม มาแปะแต่ไม่สนใจ เพราะคุณอ้างว่า “กูมาจากการเลือก(ข้าง)ตั้ง” ไอ้เด็กอมมือ! พวกคุณบอกว่าทหารฉีกหมด ก็แน่ละซี เพราะมึงแปะเสียแน่นเลย.

          ขอภาวนาให้ เด็กรุ่นนี้กลับใจเถอะ มาตรา หนึ่ง สอง สาม จะได้เป็นศักดิ์ศรีประเทศไทยตลอดกาลนานจนกว่าชั่วฟ้าดินสลาย-เป็นราชอาณาจักรของฟ้าสวรรค์เหมือนที่คนยิวถือว่าราชอาณาจักรดาวิด และโซโลมอนจะไม่สลายลงแม้จะถูกทำลายกี่ครั้งซึ่งเขาทั้งหลายถือว่าพระเยซูคริสต์กำเนิดอยู่ในวงศ์ดาวิดที่ครอบครองอิสราเอลจนฟ้าดินสลาย.

          แต่เผ่า(อิสซาคาร์)นี้เขาก็มีพ่อมีแม่เหมือนกัน ประวัติเขาก็เหลือร้าย-นายศรีภูมิ จอมจินตนาการ,สงสัยว่าชอบคิดเพ้อฝัน คงเหมือนยิวจริงๆว่ะ. “เพื่อนมันฟังผมมันร้องอ๋อเลย”มันบอกว่ามึงน่าจะเป็น ยิวเพราะมันฝันไป โยงไป จนไม่รู้ไหนจริงไหนฝัน มิน่ามันคิดอะไรของมันวะ  กูก็เห็นทุกอย่างมันมี “สามมิติ” แค่ “กว้าง ยาว ลึก” ไอน์สไตน์มันเอามาจากไหนวะ-เพิ่มมาอีกหนึ่งมิติ เป็น “สี่” พวกยิวมัน “ไอ้ขี้โม้!

          ความต่อไป อย่าหาว่าทำให้ศาสนาพุทธเสื่อม ตรงกันข้าม นี้อาจเติมเต็มในสิ่งที่ขาด.การสังคายนาพระไตรปิฎก ของโลกครั้งที่สี่หรือเจ็ด(จำไม่ได้-คำของไอ้ตี๋) โดยพระเจ้าติโลกราช-เชียงใหม่.

          เมื่อพระพุทธองค์จะเสด็จสู่ปรินิพพาน ท่านอานนท์ ถาม “เราจะทำอย่างไร?” พระองค์ตรัสว่า “อัตตาหิต อัตตาโนนาโถ” แต่อีก 500ปี “พระศรีอารยะ(อินโดยูโรเปียน)จะมา!

          พูดถึง “จิงใหม่” อยากไปแต่กลัว อยู่ใกล้บ้านเกิดผม-ลำปาง. ร่วมสิบกว่าปีคิด“ฮอด”จริงๆ.เขาอยากลอง แหยมๆ มาตรา1?(เพิ่งจะรู้แกวสองสามอาทิตย์มานี้เอง)ดูมันห่างไกลออกไปเพราะไอ้จัญไรที่ไหนสร้าง “เงือนงำ” ระยะหนึ่งผมขับรถไปกับภรรยาและลูกๆไปเชียงใหม่อาทิตย์เว้นอาทิตย์-จากกรุงเทพไปกิน “ปิซซ่า –นารายณ์” ที่เชียงใหม่ ใส่เสื้อกระชับสรวมเสื้อกันหนาวช่วงนี้แหละปลายฝนต้นหนาวจนหมด เกลี้ยงความเย็นที่เดือนเมษา-สงกรานต์. ผมไม่ยอมขึ้นเครื่องตลอดชีวิตนี้แน่นอน ต้องการขับรถยนต์ ซึมซับภูมิประเทศที่ผมรักอย่างยิ่ง.

          กรุณาเถอะ,อีกห้าปีคนไทยก็เข้าสู่สังคมคนชราเต็มสูบ, อย่าให้ กูต้องไป “เจียงใหม่” ดอยสุเทพ ตีนดอย ข้าวซอย จีน “ฮ่อ”ป้าแปง (เริ่มต้น ท่านอยู่ลำปาง มา “เสริมสวย”กับแม่ผมประจำ ท่านเอาร้านไปอยู่เชียงใหม่-ผมต้องตามไปกิน)อันเป็นเมืองที่รักอีกเมืองหนึ่ง;

          โดยอย่าให้ กูต้องใช้พาสปอร์ตเลยโว้ย!และถ้ายิ่งเป็นเพราะคนต่างชาติ สหรัฐ อังกฤษหรือออสเตรเลียหรืออียู หรือไอ้ตี๋-ที่เขาเผ่าเดียวกันหมายหัว(ผมเข้าใจท่านทูตจีนครับ, จีนกับฮ่องกงเลือดข้นกว่าน้ำ)

          ให้กูไปกินไก่เบตง, หรือไปกิน “ปิซซ่า”ที่เจียงใหม่,หรือ ขอแค่ “ถ่ายรูป”ที่หอนาฬิกาสวนสาธารณะ คุณปู่ผมมอบให้เทศบาล-ลำปาง และที่ดินนับสิบไร่ มันก็ของผมส่วนหนึ่ง!

          กูต้อง “นั่งเครื่อง”กูกลัวเครื่องบิน สิทธิส่วนบุคคล แต่กำเนิดของกูที่ใครก็ละเมิดมิได้ ต้อง “ใช้วีซ่า-พาสปอร์ต” มันเรื่องอะไรวะ มันช่างทุเรศเวทนา “สังคมคนชรา”โดยแท้.ส่วนใครมี “แม่โขง”ไม่เอาทะเลหรือใครอยากเป็นแขกแปลกหน้า ตามใจมึง!

            พ่อแม่ของอิสาคาร์ คือยาโคบ และนาง “เลอาร์”ความหมายคือ “คนสนิท หรือเพื่อน”ถ้าลากมาทางไทยก็คือนาง “เหลียว” หรือ ลาว หรือ เรา –“ถงจื่อ”ก็น่าจะใช่.

            พระเจ้ารทรงเห็นว่ายาโคบชังนางเลอาห์ จึงทรงเบิกครรภ์ของนาง แต่ราเชลนั้นเป็นหมัน  นางเลอาห์ตั้งครรภ์คลอดบุตรเป็นชายและตั้งชื่อว่า “รูเบน” ด้วยนางว่า “เพราะพระเจ้าทอดพระเนตรความทุกข์ใจของข้าพเจ้า บัดนี้สามีจะรักข้าพเจ้าแน่ๆ” นางเลอาห์ตั้งครรภ์และมีบุตรอีกคนหนึ่ง(คนที่สอง)และว่า “เหตุว่าพระเจ้าได้ยินว่าข้าพเจ้าเป็นที่ชัง พระองค์ทรงประทานบุตรชายคนนี้ให้แก่ข้าพเจ้าด้วย”(คำว่าชัง ฮิบรูออกเสียงว่า “ชามา”คล้าย ”ชัง”) นางตั้งชื่อว่า “สิเมโอน” นางตั้งครรภ์และมีบุตรชายอีกคนหนึ่ง นางกล่าวว่าครั้งนี้ “จะสนิทสนมกับข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้ามีบุตรชายกับเขาสามคนแล้ว” เหตุนี้จึงตั้งชื่อเขาว่า “เลวี”(ซึ่งเป็นความหมายเดียวกับลาวาห์ หรือชื่อของนางเองคือเลอาร์ความหมายเดียวกับเพื่อนหรือสนิทสนมกัน)นางตั้งครรภ์และมีบุตรชายอีกคนหนึ่ง นางกล่าวว่า “ครั้งนี้ข้าพเจ้าจะสรรเสริญพระเจ้า” เหตุนี้นางจึงตั้งชื่อเขาว่า ยูดาห์(คำนี้มาจาก “โอดาห์” หรือโอดครวญ ค่ำครวญ อธิษฐาน หรือภาวนา) ต่อไปนางก็หยุดมีบุตร-ตรงนี้อ้างจากปฐมกาล29:31-35.

           ต่อไปคนที่”ห้า”ของนางคืออิสสาคาร์-สยาม แต่ครรภ์หยุดไปก่อน  เบื้องหลังที่มารดาของพวกเรา(ชาวสยาม)เศร้าสร้อยเพราะแต่ก่อนยาโคบที่เป็นบรรพบุรุษของเรา รักนาง “ราเชล”ผู้น้องแต่ “ลาบัน”บิดาของนางเลอาห์และนางราเชล ซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ของยาโคบ ที่ยาโคบไปทำงานด้วย สัญญาให้ว่าจะยกนางราเชลให้ แต่จนแล้วจนรอด. ก็ต้องให้พี่สาว “คือนางเลอาห์” อ้างว่าน้อง(ราเชล)จะแต่งก่อนพี่ “จะใดก๋า!

            ยาโคบจึงไม่สบอารมณ์-แต่เป็นเพราะไม่สบอารมณ์เหตุไฉนใยฉะหนอ?จึง ทำลูกถี่จังเลยครับ อ้างว่านี่เป็นผลของความชัง นี่เป็นผลของความใกล้ชิด ไม่รักสักกะทีเดียวแต่ หัวปีท้ายปีเลย-ผมก็ไม่เข้าใจ!

            ที่นางหยุดครรภ์เพราะยาโคบยกนาง ราเชลให้แล้ว แต่นางราเชลกลับไม่มีบุตรจึงอิจฉาพี่สาว จะได้บุตรจะทำอย่างไร? ต่อว่ายาโคบ ท่านบรรพบุรุษของเราก็พูดว่าก็เต็มทีแล้ว “ผมไม่เป็นหมันแน่” เพราะรัวลูกออกมาถึงห้าคนแน่ะ อย่างกับรัวอาร์ก้าแน่ะ.

            นางราเชลเลยลองเอานางบิลฮาร์สาวใช้ไปให้ยาโคบ ทดลองกระสุนใหม่ปรากฏว่า กระสุนไม่ดั้น ออกลูกมาจากสาวใช้ นางราเชลตั้งชื่อว่า “ดาน” แปลว่าตรวจหรือวินิจฉัย หรือพระเจ้าให้ความยุติธรรม ในภาษาไทยหมายถึง “ด่าน-ตรวจตรา”  เหมียนกันเลย เกือบจะพ้องเสียงเปะเลย-นี่ผ่านไป ร่วมสี่พันปีแล้วยิวเกือบคุยกับคนไทยได้แน่ะ.

            ต่อมานางเลอาห์ฟอร์มตกก็อยากสู้กับน้องสาวก็ส่งสาวใช้ชื่อนาง “ศิลปาร์”ให้เป็นภรรยาของยาโคบ บ้างผลัดกันแพ้ชนะได้ลูกออกมาเป็นแถว ได้บุตร(ไม่นับธิดา) จนครบ12 คน.

           เผอิญนางราเชล ครรภ์เปิด ได้ลูก สองคนคือ “โจเซฟ” คนสุดท้องของทั้งหมด คือเบนจามิน ถ้าเป็นคนเหนือน่าจะชื่อ “คำหล้า” แปลว่า “แหมกำเตอะ” อิสราเอลมี12เผ่า.

              นางเลอาห์ให้ชื่อบุตรคนที่ห้าของเธอว่า “ซาคาร์”

              ปฐมกาลบทที่30:16-18;ครั้งยาโคบกลับมาจากนาเวลาเย็น นางเลอาห์ก็ออกไปต้อนรับบอกว่า “เข้ามาหาฉันเถิด เพราะฉันให้มะเขือดูดาอิ่มของบุตรเป็นสินจ้างท่านแล้ว”คืนนั้นยาโคบก็นอนกับนาง พระเจ้าทรงสดับฟังนางเลอาห์ นางก็ตั้งครรภ์และก็ให้บุตรชายคนที่ห้าแก่ยาโคบ ฝ่ายนางเลอาห์ว่า “พระเจ้าทรงประทานสินจ้างนั้นให้แก่ข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้ายกหญิงคนใช้ให้แก่สามี” นางจึงตั้งชื่อบุตรนั้นว่า “อิสสาคาร์” ตามภาษาอินโดยูโรเปี้ยน  ฮิบรูเรียก “ซาคาร์” แปลว่า สินจ้าง หรือ”สิน” 

            คำว่าหมู่บ้านหรือบ้านในภาษายิวเขาเรียกว่า “เบธ”เช่นเบธเอลคือบ้านพระเจ้า หรือเบธเลเฮ็ม บ้านเลเฮ็มที่พระเยซูประสูติ ผมไม่รู้จะลากอย่างไรมันตรงๆ “เบธ หรือบ้าน”

           เศ-ราห์ ชื่อบุตรชายแฝดของยูดาห์ ความหมายคือ “สีแดงแจ็ด” หรือ “แสดแดง”-ก็ “เศ-ราห์”หรือ “แสด” ต่างกันตรงไหน?

         ภาษายิวเขาว่า มะนัส แปละว่า “คิด”หรือ “ใจ” ช่างเผอิญ ผมก็ไม่รู้ว่า มะโน หรือโสมมนัสเป็นคำอินเดียหรือเปล่า? บางที่คำเดิมของเราๆเข้าใจว่าเป็นบาลีหรือสันสกฤต บางที่เป็นคำไทยเดิมจาก เซไมติคก็มี เช่น “นุช-นงนุช”ไม่ใช่คำอินเดียแน่ๆ.

         หรือ “สมุด”เป็นคำไทย-บางทีก็โยนไปให้เขมรก็มี อย่างเช่นในเมืองพนม “ฟูนัน” ทีเขาว่าอยู่เขมรนั้นอาจอยู่ลุ่มเจ้าพระยา,เขามีห้อง “ตาลหมุด” คงหมายถึงใบตาลเอามาเจาะเป็นตัวหนังสือ  ที่เรียกสมุดใบลาน. ภาษาฮิบรูผมไปเห็นที่ไหน?จำไม่ได้?เขาว่า “ตาลหมุด”เป็นห้องหนังสืออิสราเอล,ก็คิดกันเอาเองก็แล้วกัน!

          นางก็คลอดบุตรชายคนหนึ่ง โมเสสตั้งชื่อว่าเกอร์โชม เพราะท่านกล่าวว่า ข้าพเจ้าเป็นคนต่างด้าวอาศัยอยู่ต่างประเทศ(อพยพ22:22)  “คนต่างด้าว” ภาษาฮิบรูหรือยิว ว่า “เกระ” ตรงกับคำไทยว่า “แขก” คงไม่ต้องอธิบายละซินะ!

           พิธี “ปัสกา” หรือการขจัด ปัดเป่าละเว้นไม่ให้ถูกทำร้าย “ปัดเป่า”

           มาราห์หรือความขมของคนฮิบรู  “มะระก็ต้องขม”ไม่ใช่หรือ?

           วันหยุดพักหรือวันที่เจ็ด ละจากการงาน มานมัสการพระเจ้าวันอาทิตย์ เขาเรียกว่า “วันสะบาโต” มัน “สบายดีบ๋อ” หวังว่าทั้งคนไทยเรียก “สบาย” ลาว “ซำบายดีบ่” สวัสดีครับผม!

           หอบาเบล แผลงมาจากคำ “บาลัล” ที่หมายถึงวุ่นวาย –พูดไม่รู้เรื่อง ภาษาไทยคือ “บ้า”

            เบเออ ลาไฮรอย(บ่อที่เห็นแล้วยังมีชีวิต), เบเออ เชบา(บ่อแห่งเชบา); เบเออ(ยิว) ขณะที่ไทยเรียก “บ่อ”

            อิสอัค บุตรชายของนางซาราย กับอับราฮัม ซึ่งอิสอัคเป็นบิดาของยาโคบ. อิสอัคแปลว่า “หัวเราะ อักๆๆๆ” ทุกชาติคงหัวเราะมีเสียงแบบนี้รวมทั้งคนไทย(ส่วนอิสเป็นคำ “ปรีฟิค”)

            ในโยชูวาบทที่5:9,พระเจ้าตรัสกับโยชูวาว่า “วันนี้เราได้กลิ้งความอดสูเพราะอียิปต์ไปให้พ้นเจ้าแล้ว” จึงเรียกชื่อ ตำบลนั้นว่า “กิลกาล”จนทุกวันนี้-คำว่า “กิลกาล” แปลว่า “กลม” หรือ “กลิ้ง” เป็นการพ้องเสียงกันกับคำฮิบรูหรือยิว.

            เพราะฉะนั้นจนถึงทุกวันนี้เขาจึงเรียกหุบเขา “อาโคร์” (นี่อ้างจากโยชูวา บทที่ 7:26-วลีสุดท้าย)ผมไม่รู้ว่า “อโคจร” เป็นภาษาทางอินเดียหรือไม่?(บาลี-สันสกฤต) แต่ฮิบรูแปลว่า “ทางเลวร้าย” แต่มักมีการพูดเสมอถึงการเข้าสู่ทางฉิบหาย –อาจเป็นภาษาพยากรณ์ทำนองนั้น “อโคจร”ทางเลวร้าย,มันตรงโดยบังเอิญ-หรือที่อาจารย์ปรีดา ศรีชลาลัยว่าหลายคำเราเอามาจากเซไมติค ซึ่งฮิบรูก็เป็น เซไมติคสายหนึ่ง!

            (นี่อาจทะลึ่งไปหน่อย)อับราฮัม ชื่อเดิมว่า อับราม,พระเจ้าบอกว่าเขาจะเป็นบิดา(อับบาแปลว่าพ่อ)มวลชนประชาชาติมากมาย. “อับราม” เป็นแค่ “พ่อบ้าน” เมื่อพระเจ้าตั้งชื่อใหม่ ว่า “อับราฮัม” เติม “ฮัม”(ซึ่งแปลว่า “ลึงค์” หรือ ขลำ หรือ “หำ” หรือ “ไอ้เจี้ยว” ที่ทำให้มีลูก แปลว่า “ตัวเจริญพันธุ์” มั้ง?) พูดตรงๆ เป็นบิดาแห่ง “หำทั้งปวง”

             -คนลาวเห็นเด็กน้อยแก้ผ้านั่งยองๆ “ไอ้จ๋อ” น่ารักจัง, เรียกเด็กว่า “บักหำน้อย” คืออับราฮัมน้อย เป็น “ขลำ” สืบทอดจากปู่ของยาโคบคือ “อับราฮัม”

             –คน “สยาม”เรียกตามชื่อ เผ่า อิสสาคาห์, ลาวเรียกตามชื่อ “เลอาห์” ผู้เป็นแม่; คนลาวมีมากมาย ลาวเทิง ลาวกาว ลาวลุ่ม เพราะเรียกตามแม่,จึงมีหลากหลายสายพันธุ์ที่กระจายมาทางเอเชีย; อิสสาคาร์ หรือซาคาร์หรือสยาม หรือเซม ซาน ซีม เรียกแยกเผ่าเดียว ต่างหาก-เป็นลูกคนเล็กของนางเลอาร์?

           ลูกของนางเลอาร์ที่เกิดจากยาโคบ รูเบน สิเมโอน เลวี(เป็นเผ่าปุโรหิต อาจอยู่แถวตะวันออกกลาง) แต่ยูดาห์ อยู่ที่เดิมกับเบนจามิน-ลูกนางราเชล คือที่อิสราเอลปัจจุบัน.ส่วนลูกยาโคบกับหญิงคนใช้คงไปทางยุโรป-แย่หน่อยนะ!

            ยาโคบ มีลูกสาวมากมาย แต่แต่งงานเป็น “เรือนอื่น” ไม่ใช่ไม่ยกย่อง”หญิง” เมื่อเผ่าอิสสาคาร์มาอยู่แหลมทองกลับเอา ผู้หญิงเป็นใหญ่ตามชนเผ่าแถบนี้,

           “นางสิบสอง”แยกออกมา12เผ่า-พวกเขายกย่องแม่“เลอาร์”มากกว่าพ่อ“ยาโคบ”ซึ่งไม่ค่อยรักแม่?ยกย่องนางสิบสอง“สะใภ้”ตามนาง“เลอาห์”เพราะนางอดทนมาก ถือนางเป็นต้นเผ่า สยาม-ลาว;ดูแต่ละชื่อ “ลูกๆ” สะท้อน ยาโคบทำ “แกนๆ”ทุกนัดการประชุมเลย.

           สยาม-อิสสาคาร์ กว่าจะเกิดมา นางต้องจ้างด้วย “มะเขือ” ปกครองด้วยสภาแล้ว “งูเห่า” ก็ต้องจ้างเป็นล้านๆหรือ?-ฮา 

           ยาโคบทำนายถึง เผ่าอิสสาคาร์ว่า (ปฐมกาล บทที่ 49:14-15)

          ฝ่ายอิสสาคาร์เป็น ตัวลามีกำลังมาก หมอบลงกลางต่าง(คอกแกะ)ของมัน เขาเห็นว่าที่พักดีและ แผ่นดินสบาย(สุวรรณภูมิ)จึงย่อบ่าของตนลงรับไว้ ยอมเป็นทาสให้เขาบังคับใช้ทำการงาน.

          ไม่เป็นแค่คำพยากรณ์แต่เป็นคำสอนให้อดทนเป็น “งัวงาน”

          “แม้นคนพันบัญชาชี้หน้าเย้ย จงขวางคิ้วเย็นชาเฉิดเถิดสหาย

   ต่อเหล่าผองนรชนเกิดก่นกาย       จงน้อยหมายก้มหัวเป็นงัวงาน”

                  เป็นกวี “หลู่ซิ่น”ที่คุณจิคร ภูมิศักดิ์ ถ่ายทอดมา –ปะหน้าหนังสือ “บันทึกของคนบ้า” ของหลู่ซิ่น มีผม ร่วมแปลด้วย ให้กับ “กลุ่มชนบทเพื่อชีวิต” ก่อนเกิดเหตุการณ์ 6ตุลาคม 2519

          “ต่อเหล่าผองนรชนเกิดก่นกาย” ถึงเวลาแล้วที่มีคนดีเกิดขึ้นมากมายทั่วแผ่นดินไทย-สยาม,เราทุกคนที่เป็นคนไทยต้อง “น้อมตัวก้มหัวเป็นงังงาน” ไม่ใช่ชังชาติ ไม่ชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้าน.ดังนั้น,เราที่เป็นคนไทยสยามก็จะทำตามคำสั่งของพ่อหมู่แต่อดีตกาลนานกาเล ของเราว่าเราจักเป็น “ทาส งัวงาน- จิตอาสาก็ว่างั้นเถอะ” เหมือนกันกับใครที่คือ “ผองนรชนเกิดก่นกาย”

         เพราะ “เขาเห็นที่พักดี และแผ่นดินสบาย จึงย่อบ่าของตนลงรับไว้ ยอมเป็นทาสให้เขาบังคับใช้การงาน”เป็นคำสั่งและเป็นคำพยากรณ์-เราทั้งหลายเป็นไทยมีอิสภาพที่จะเลือกรับใช้ใคร?ใครที่เป็น “ผองนรชน”ที่เต็มแผ่นดินไทย!  

            อนึ่ง เมื่อมีการพบ “ไหหิน” เป็นจำนวนมากในลาว,ท่านเซเดย์ประหลาดใจมากว่า ไหหินนี่บรรจุศพของคนโบราณอายุอยู่ประมาณพ.ศ.250. ท่านบอกว่า ชนพวกนี้ต้องมีเหล็กชั้นเลิศใช้แล้ว-ท่านสงสัยว่ามาอย่างไร(นี่ปรากฏในหนังสืออาณาจักรอินโดจีนของท่าน)       

         แท้จริงแล้ว เมื่อโยชูวาพาชนชาติอิสราเอลเข้าไปในแผ่นดิน “คานาอัน-เมโสโปเตเมีย” พร้อมกับ คาเลบ,บุตรเยฟูเน ชนเผ่ายูดาห์ ส่วนโยชูวาเผ่าเอฟาอิม;เขาก็ได้แบ่ง ดินแดนเผ่าต่างๆให้แก่ชนสิบสองเผ่าเรียงกันมา.

          เริ่มจาก เผ่าดาน, แปลว่า “ผู้ตรวจ” คือเป็นด่านของอิสราเอล(ชื่อฮิบรูกับความหมายเหมือนภาษาไทยเลย,เผ่านี้อยู่ใกล้ ซีเรีย) “จำไม่ได้แล้วเรียงกันอย่างไร?”(อยากรวยต้องหัด “จำไม่ได้”) เศบูลุน ยูดาห์ ทางใต้สุด จรดแดนเนเกบ(แปลว่าใต้)เรียกว่า เบเออเชบา-หมายถึงบ่อเจ็ด ความหมาย พ้องเสียงกับคำไทย.

          ดูเหมือนเผ่า “อิสสาคาห์”จะอยู่ที่สามหรือสี่(จากเหนือลงใต้)ด้านตะวันออกเป็นประเทศของเผ่า “ฮิตไท”และไปจรดทะเลเมดิเตอเรเนียนทางตะวันตก-เขาเป็นประเทศใกล้เรือนเคียงกับดินแดนของเผ่า “อิสสาคาห์” จึงไม่ต้องแปลกใจ ที่คนไทยสยาม เก่งเหล็ก,เชี่ยวชาญโลหะชั้นแนวหน้าของโลกชาติหนึ่ง เพราะเขามีครูและเพื่อนบ้าน “นักถลุงเหล็กที่เก่งที่สุดในโลก” ชาวฮิตไท.

        และยิ่งไม่แปลกใจที่พระพุทธรูปปางลีลาสมัยสุโขทัยจึงงดงามอะไรอย่างนี้-นั่นนะซิ ไม่มีใครฉงนใจเลยหรือที่ ถ้าไทอพยพมาจากจีนประมาณปี1700เศษ แล้วอีก50ปี(เหลือเชื่อเกิน!)สามารถมีวัฒนธรรมโลหะได้สุดยอดอย่างนี้-คงหนักไปหน่อยนะ,เป็นอย่างนี้เพราะชนชาติไทยนำเอาเท็คนิคสะสมมานานนับพันๆปีใน “ดินแดนเมโสโปเตเมีย”

          ในชายแดนจีนที่ติดกับชนเผ่าทางใต้,ทางการจีนได้เคยขุดพบ “มัมมี่” ชนชาติไต อายุระหว่างปี ก่อนค.ศ. 250 อยู่ในรูปแบบมัด “กาสัง”เหมือนที่ คนไทยห่อศพคนตาย.แต่เอ,ผมเพิ่งคิดได้ว่า เขาฝังพระศพพระเยซูคริสต์ในอุโมงค์.อีกสามวันเปิดอุโมงค์แล้ว ไม่พบพระศพของพระเยซู พบแต่ ผ้าห่อศพ(เหมือนกาสัง)กองอยู่-สาวกอุทานว่าพระองค์ฟื้นขึ้นแล้วและเปิดฝาอุโมงค์ออกไปได้อย่างไรทั้งที่มีทหารเฝ้าถึงหมวดหนึ่งหรืออาจ “กองร้อย” หนึ่ง หน้าอุโมงค์.

           ฝรั่งนักเทศน์ใหญ่มาเทศนาให้ผมฟังหลายปีก่อน,เขาบอกว่าเขาไม่รู้จะอธิบายถึงการเข้าเฝ้าพระเจ้าอย่างไร ?เพราะของเขาเป็นระบอบสาธารณรัฐมีประธานาธิบดี,แต่เมื่อมาพบกับการเข้าเฝ้าของคนไทยต่อพระพักตร์พระมหากษัตริย์ไทย เขาทึ่งมาก-เหมือนกับการเข้าเฝ้าพระเจ้าใน “สำนึก”ของเขาที่ศึกษามาไม่มีผิด.

         พระองค์เป็นเสมือนตัวแทนของพระเจ้า(สมมุติเทพ) พระยะโฮวาห์กับคำว่า พระเจ้าอยู่หัวถ้าจะทำการ Reconstructionตามหลักภาษาศาสตร์ “งูๆปลาๆ”ของผม หรือเพราะลิ้นของคนอายุ66ปีอย่างผมมันเพี้ยนไปแล้วหรือ?

         ภรรยาของผมถาม(เช้าวันหนึ่ง)ว่า “พระเจ้าอยู่หัว-พระยะโฮวาห์”ผมเอามาปนกันได้หรือ? ปกติ คนที่อธิษฐานแบบคริสต์เตียน;เขาจะเริ่มว่า, “ข้าแต่พระบิดา(หมายถึงพระยะโฮวาห์)ผู้ทรงสถิตในสวรรค์ หลังจากนั้นจะพูดขออะไร?ก็ตามใจเราอยากขอ(ก็จะได้ตามนั้น) และลงท้ายด้วย ในพระนามพระเยซูคริสต์-อาเมน.”

          “อ๋อเมื่อเช้าผมละเมอ ฝันเห็นพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9” ผมพูดว่า “พระเจ้าอยู่หัว” พระองค์เสด็จประทับที่ “โครงการช่างหัวมัน” ฝันเหมือนจริงมาก! ผมคุกเข่า ก้มกราบที่ฝ่าพระบาท พูดว่า “พระเจ้าอยู่หัว”พระองค์ตบศีรษะผมเบาๆ.ผมพูดว่า “รับด้วยเกล้า พระองค์ปรารถนาสิ่งใดผมจะกระทำตามน้ำพระทัย”

           เธอว่า ได้ยินเหมือนเรียก “พระยะโฮวาห์” ผมบอกเธอว่า น่าจะเป็นคำเดียวกัน เรียกแผลงกันมา-ท่านทั้งหลายลองพูด “พระเจ้าอยู่หัว” เร็วๆจะเห็นเป็นเหมือนภรรยาผมได้ยิน แบบละเมอว่า “พระยะโฮวาห์” ผมเชื่อว่า “พระเจ้าอยู่หัว”ของเราก็เป็นพระบุตรของพระเจ้าตามอย่างพระเยซูคริสต์เชื่อเถอะ,ทรงประทับบนสวรรค์แล้ว!

          ประเทศไทยมี “ชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์”สมบูรณ์แล้วทุกประการ.ฝรั่งเศสหรือสหรัฐ มีแค่ “ชาติ หรือศาสนา”  “วิบากกรรมของเขา”

          มองความเจริญอีกสองประเทศ: สหราชอาณาจักร(กอร์ดเซฟเดอะควีน) ญี่ปุ่น(โอรสสวรรค์)ยิ่งใหญ่เพียงใด เขาไม่เคยทิ้ง(เพิ่งสถาปนาวันนี้) เพราะประชาชนของเขามีธรรมอันประเสริฐ “กตัญญู ไม่เนรคุณ”  ไม่ว่าชาติ ศาสนาใด การ “เนรคุณ”เป็นจุดเริ่มต้นความฉิบหาย!

                                          วันที่ 22 ตุลาคม 2562

                                             ศรีภูมิ ประสานพล

 

 

 

 

 

 

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน