*/
  • enjoyjing
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tan_saii@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2010-03-30
  • จำนวนเรื่อง : 108
  • จำนวนผู้ชม : 68802
  • จำนวนผู้โหวต : 17
  • ส่ง msg :
  • โหวต 17 คน
<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 26 พฤศจิกายน 2562
Posted by enjoyjing , ผู้อ่าน : 451 , 09:01:01 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 “ไทยรัฐ”อยู่ฝั่ง“ชังชาติ”ใช่เปล่า?

             ผมเริ่ม “Topic” ตีแสกหน้าอย่างนี้ ก็คงไม่ว่ากัน,เพราะผมเปรียบเสมือน มด ตัวหนึ่งจะริอ่านไปเทียบกับราชสีห์(วลีนี้ดูคุ้นๆนะ) แต่ยอมรับว่าถ้าจะกัดก็สุดตัวจนขาชี้ –ก้นกระดก:ก็มาจากการบอก สรรพคุณของ “ไทยรัฐ” เองว่า  “นสพ.จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ” (บรรทัดที่1จริงๆ-สุดหัวกระดาษ,ว่างั้นเถอะ)

         แต่ที่หัวของ “สยามรัฐ”ผมอ่านมาตั้งแต่ชั้นประถม5 หน้า5 ของมรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช, ข้างบนของทุกๆหน้าจะเขียน “นิคันเห นิคันหารหัง ปักคันเห ปักคันหารหัง” ท่านเขียนเป็น บาลี ผมเขียนตามเสียง, ความหมายคือ “ส่งเสริมคนดี ลดบทบาทคนชั่ว” ถ้าเป็น นิยายกำลังภายใน ก็คงหมายถึง -ขจัดคนพาล อภิบาลคนดีละมั้ง?

          ผมก็เพิ่งรู้ว่าท่านรักลำปางมากเพราะท่านเคยเป็นผู้จัดการธนาคารสยามกัมมาจล, ร้านใหญ่ๆเขาสนิทชิดเชื้อกับท่าน มาก. คุณลุงเขยของผมเป็นคลังจังหวัด,บิดาท่านเป็นคลังภาคเหนือ หลวงสกลกิจหิรัญรักษ์,คุณลุงเอ่ย ถึง “หม่อม”อยู่ประจำ ผมไม่เข้าใจ รู้ทีหลัง “ท่านคึกฤทธิ์นี่เอง”  ลุงท่านมาพัก( ย้าย เพราะเป็นคลังจังหวัด,ทั่วประเทศ)ที่บ้านคุณปู่ผม, แม่ผมเป็นน้องสาวคุณนายคลัง มาได้กับพ่อผมซึ่งเป็นลูกของขุนชิต ชนาพาธ(หมอหลวงใหญ่ของเจ้านครลำปาง-ปะเทศราชเวลานั้น-ผมกำลังบอกว่าผม เป็นอนุรักษ์นิยม-ขวาจัด?)

          บริษัทขายบุหรี่ที่อยู่ข้างบ้านผม เขารับหนังสือพิมพ์สยามรัฐประจำ เพราะพวกคนชั้นกลาง(ลำปาง)ค่อนข้างมีเงินเขาชอบอ่าน นสพ. สยามรัฐ-ผมจึงไม่มีอะไรอ่านก็อ่านประจำเมื่อเริ่มหัดอ่านหนังสือได้-พอมีสตางค์ก็ไปซื้ออ่านเอง จนเข้าเรียนเตรียมอุดม พญาไท ก็อ่าน; และได้มาเรียนวิชา “อารยธรรมไทย” ที่ปีหนึ่งทุกคนของชาวธรรมศาสตร์ต้องเรียนกับท่าน,บางทีผมอาจแอบเอากระบวนการเขียนของท่านมาบ้าง-ขโมยว่างั้นเถอะ;

          มีหญิงคนหนึ่ง เขียนไปถามปัญหากับท่านว่า “นมข้างขวาหนูโตกว่าข้างซ้าย จะทำอย่างไรดี?” ท่านตอบว่า “ก็ให้สามีย้ายมานอนข้างซ้ายหนูซิ!

        (บรรทัดที่2) ยี่ห้อ “ไทยรัฐ” ใครก็รู้ ขนาดรถผม เคยอัดด้วยความเร็วสุดๆ 230กิโลเมตรต่อชั่วโมง,แต่ไม่กล้าแช่เกิน 30วิ ,แต่พอผมเห็นรถหกล้อ ข้างหลัง มีชื่อ ไทยรัฐ ไม่ต้องตบไฟสูงก็เห็นชัด, ลองตามดูสักครึ่งชั่วโมง ในความเร็วระดับเดียวกัน,ผมต้องปล่อยเขาไปเพราะ มีป้ายบอกข้างหน้าว่าห้ามเกิน90กม.ชั่วโมง, ผมต้องเข้าเลนกลาง Let it be- We is(ไม่ใช้ are เพราะคนละเลนครับ) on my ( its) way! บางท่านบอกว่าปลอดภัยด้วยประการทั้งปวง!ถ้าจะตามก็หรี่ไฟ รักษาความเร็วเสมอท่าน.

        (บรรทัดที่3) “วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562ตรงนี้ผมไม่มีอะไรจะพูดเพราะ ข่าวใหญ่ (วันที่20) คือ 1. ธนาธร ถูกตัดสินว่าหมดสภาพการเป็นส.ส.เมื่อ 23พฤษภาคม แล้วมั้ง?-และ 2. กรรมาธิการของนายตำรวจ “สามหาว” ห้าว “สอบท่านประยุทธ์” ต่อไปไม่ได้ง่ายๆแล้ว!ผมพูดอย่างนี้เพราะผมไม่เคยกลัวตำรวจ-ที่กลัว,คือ กลัวผิดกฎหมายมากกว่า?

        (บรรทัดที่ 4) “ไม่ชังชาติ- ไม่คลั่งชาติ” นี่คือหัวข้อบทนำ “ไทยรัฐ” เข้าถึงซึ่งการเกริ่นนำ  หลายบรรทัดแล้ว.

        (บรรทัดที่5) “มีเสียงวิจารณ์มานานพอสมควร”บรรทัดนี้หมายถึง วิจารณ์ ใคร เรื่องอะไร ที่นานพอสมควร?

                                                  “เสียงลือเสียงเล่าอ้าง  อันใด พี่เอย

                                                   เสียงย่อมยอยศใคร    ทั่วหล้า

                                                   สองเขือพี่หลับใหล     ลืมตื่น ลือพี่

                                                   สองพี่คิดเองอ้า          อย่าได้ถามเผือ”

        และเสียงนี้ใครเป็นเจ้าของ กระบอกเสียงนั้นหน่ะ?

        (บรรทัดที่6) “วิจารณ์กลุ่มบุคคลที่ชอบเอาปัญหาของ”

          ปัญหาของใคร?หรืออะไร?ที่กลุ่มนี้(ใครบ้าง?)ที่ “มีเสียงวิจารณ์”นักหนา? แสดงว่า มีกลุ่มที่”ออกเสียง”วิจารณ์ และกลุ่มที่ “เสียงนั้นวิจารณ์”

        (บรรทัดที่7) “บ้านเมืองออกมาตีแผ่ เพื่อสร้างการรู้”

           อ๋อ,กลุ่มนี้(ที่มีเสียงวิจารณ์พวกเขา)ชอบสร้างการรับรู้ต่อบ้านเมือง ตีแผ่คนทั่วไปหรือประชาชนได้รู้กันอย่างกว้างขวาง? เออ,มีกลุ่ม วิจารณ์กันไปมา!ก็ดีกว่าจมอยู่ในอวิชชา-ไม่ใช่หรือ? “ไทยรัฐ”

             (บรรทัดที่8) “ในหมู่ประชาชน และเรียกร้องให้แก้ไข”

             โอ!เข้าท่าดี-ให้รู้เปล่าๆไม่ได้,แต่พร้อมกับเรียกร้องให้แก้ไข;เดี๋ยวก่อน “เรียกร้องกับใคร?” ฝ่ายรัฐบาล หรือประชาชนทั่วไป หรือกลุ่มคนที่ศรัทธา กลุ่มเรียกร้องนี้,ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่มีแนวความคิดคล้ายกันด้วยมั้ง? สรุปเรียกร้องกับสามฝ่ายหรือทั้งหมด?

         (บรรทัดที่9) “ไม่ว่าจะเป็นสิทธิเสรีภาพประชาชน สิทธิ”

                 เอ, คำสองคำนี้คือ “สิทธิเสรีภาพประชาชน” (แบ่งออกเป็น สิทธิ ก่อน, เสรีภาพนั้นที่หลัง) ตัวอย่าง สิทธิแปลว่า “เจ้าของ” เอาง่ายๆคือ ถ้าประชาชนมีสิทธิหลายอัน ก็แบ่งไปคนละอันสองอัน; ถ้ามี อย่างเดียว อันเดียว-ใช้ร่วมกัน จะทำอย่างไร? “จับฉลาก” หรือ “โหวต”หรือผลัดกันชม?

        “รัฐเดียว”(มาตรา1) ใช้ “โหวต”ชิงเอา จริงไหม?

             “ เสรีภาพ” แปลว่า “เลือกได้”จริงไหมเพี่ย?

             เวลานี้พระสันตะปาปาเสด็จเยือนไทย ทำให้นึกถึง ผู้เสมือนเป็นพระสันตะปาปารุ่นแรกๆ-ร่วมสมัยพระเยซูคือ “อัครทูตเปาโล”

            ท่านว่า “ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ที่ทรงเรียกท่านก็เพื่อให้มี เสรีภาพ อย่าเอาเสรีภาพของท่านที่จะปล่อยตัวไปตามเนื้อหนัง แต่จงรับใช้กันและกันด้วยความรักเถิด” กาลาเทียบท่5:13          

            แปรงมาว่า เสรีภาพที่จะ “รักชาติ”หรือ “ชังชาติ” ของกันและกัน?

            มาร์กซพูดว่า  ความดีเลวของแต่ละชนชั้นต่างกัน(อาจเป็นทางตรงกันข้ามกัน)         

            เอาละซี รักชาติของชาญวิทย์-นิธิ ระหว่างสองชนชั้นคือผู้ปกครองและถูกปกครองไม่เหมือนกันแน่, ศิษย์อนาคตใหม่ของท่าน คงต้องแสวงหาความรักชาติแบบที่ไม่ใช่แบบ ชนชั้นผู้ปกครอง-อีกแย้ว?

              “มีเสียงวิจารณ์พวกเขา” กับเขา “ผู้ถูกวิจารณ์” ก็คงไม่เหมือนกัน

          “จริงไหม?ไทยรัฐ” บทนำ ก็มีเสรีภาพที่จะเลือกข้าง,แต่ใช้สิทธิเสรีภาพเลือกแล้ว? ปฏิเสธยากเพราะ สิ่งที่ “สำรอก”ออกมา(วันนี้,คอลัมข้างๆของ”ทีมการเมือง” กลับไปดูใหม่นะ เลือกไม่เหมือนท่านนะ)มันก็ “สำแดง”ออกว่าท่านเป็นข้างไหน?อยู่ดี จริงไหมเพี่ย?     

        (บรรทัดที่10) “แรงงาน ความเหลื่อมล้ำทางสังคม เป็นต้น”

           สิทธิด้านแรงงานนั้น คนกลุ่มนี้-ที่ถูกวิจารณ์!กำลังเรียกร้อง –คุ้นๆนะ เหมือนกับนาย ทรัมป์ ว่าประเทศไทยยังไม่เห็นความสำคัญด้านนี้ ซึ่งมีอะไรๆที่ จีเอสพี “ที่เขา” ว่าจะไม่ต่อให้คนไทย-ทำไทย อาจเสียหาย สามสี่หมื่นล้านละมั้ง?โอ ดีนี่ คนกลุ่มนี้(ที่มีเสียงวิจารณ์ กำลังแพ้ทาง) แพ้นายทรัมป์แน่เลยเพราะ เราต้องให้สิทธิแรงงานตามเขาว่าจริงๆ?

             เพราะอยากได้สิทธิจีเอสพี “คืน” ในการส่งสินค้าเข้าไปในสหรัฐ-เช่นให้มีสหภาพแรงงาน

             -โอถ้าอย่างนั้น ,มันก็ไปค้านกับ ภาคอุตสาหกรรมไทยที่ปิดโรงงานเป็นว่าเล่นนะซิครับ,ถ้าขืนทำตาม คือพวกเขาเกิดเรียกร้องอะไรๆที่ที่เป็นการบั่นทอนพลัง “อุสาหกรรมไทย”(ผมก็ชอบนะค่าแรงแพงๆ,ไม่ใช่ไม่ชอบ!และพรรคหลักของรัฐบาลก็ได้หาเสียงเอาไว้ และก็ถูกกระทุ้งเอาจาก”ฝ่ายแค้น”มั้ง?) ทีนี้เขาจะไม่ปิดโรงงาน เป็นว่าเล่นละซินะ,เขาคงปิดโรงงานเอาเป็นเอาตายละซิ!

             คงไม่เรียกว่า “ชังชาติ” แต่ “ชังทุนไทย” (คนต่างชาติก็มีที่เราไปกวักมือเรียกเขาเข้ามา!ซึ่ง บอร์ดลงทุนเขาว่า เป้ามัน 4หรือ7แสนล้าน-จำไม่ได้,พวกห้อมาจากต่างประเทศ มิต้องchangeเกียร์ลงมา หนึ่งและแตะดิสเบรกสี่ล้ออีก หัก ม้วนพวงมาลัยล้อ กึ่งหนึ่ง กันไถลลงคลอง)

         และบรรทัดนี้ กลุ่มคนกลุ่มนี้ยังพูดถึง “ความเหลื่อมล้ำทางสังคมอีก เป็นต้น”

          ความเหลื่อมล้ำนี้ใครพูดกัน? พวกแรกคือ(ไม่ต้องสงสัย)เพราะเขาให้รัสเซียเป็นที่หนึ่งในโลก-งงจริงๆ เป็นรัฐสังคมนิยม,เหตุไฉนใยฉะหนอ รัฐที่ปลดแอกเพื่อกรรมกรชาวนา และทหาร-ซึ่งจนทั้งนั้นกลับจนหนัก ห่างไกลกันมากเข้าไปอีก.นั่นคงเป็นเพราะแย่งเงินที่จักรพรรดินิยมสหรัฐและยุโรปกลับมาเป็นของรัฐ แทนที่จะเอามาแบ่งคนจน  กลับนำมาเข้ากระเป๋าของคณะโปลิตบูโลมั้ง?

            หรือสูตรการคำนวณความเหลื่อมล้ำอาจเป็นคนละระบบ?ถึงได้กลับตาลปัตรอย่างนี้?โอละพ่อใครหว่า?(หรือเข้าตำรา “รัฐของแต่ละชนชั้น” เขาคิดต่างกัน)

          eg. รัฐของท่านเลนินเขาหมายถึง “ความเหลื่อมล้ำ”ของกรรมกรโซเวียตจะห่างจากนายทุนวอลสตรีต-โซลอสมั้ง?-พระคุณท่าน “ไทยรัฐ”คิดได้ดีกว่าผม; ห่างกันดังความสูงของกองขี้วัว กับยอดหิมาลัยแน่นอน;

          แต่สหรัฐเขาเอา ความเหลื่อมล้ำของโปลิสบูโล กับกรรมกรโซเวียตมันต่างกันมากที่สุดในโลกอันดับ1,ส่วนไทยอันดับ3ของโลก ดูไป ก็เทียบระหว่าง ภูเขาทองกับดอยอินทนนท์ มันก็ต่างกันจริง;

           แต่ตอนนี้ ท่านประยุทธ์คงเข้าใจแล้ว,ว่าถ้าจะใช้วิธีคิดแบบเลนิน, มันต้องเอากรรมกรไทยไปเทียบกับจอส โซลอสหรือเจ้าของรถไฟฟ้า “เทสล่า”ถึงจะถูก เพราะโลกทุกวันนี้มันเชื่อมหมดแล้ว-ก็ทุกวันนี้ จอสโซลอสเอาเงินชักเข้าชักออก-ต่างด้าวข้างบ้าน มันยังกระเทือนเลย-แต่ใครหนอกระพือแค่ เซเว่นหรือโลตัส กับแรงงานต่างด้าว มันก็ไกลกันจริงดังว่า-จริงไหมเพี่ย! ท่านประยุทธ์รู้แกว นั่นแน่-มันข่าวกรองด้านเศรษฐกิจ จิตวิทยา สหรัฐ จึงดูไม่ตกใจ?แต่ลัทธิ “ชังชาติ” ตีแผ่ประจานต่อ?)

        พอมามองเมืองไทย ขนาดไม่ถึงกับปฏิวัติ แค่รัฐประหาร ยังติดอันดับ “เหลื่อมล้ำ”จี้รัสเซียเข้าอันดับ3-อะไรกัน?อเมริโกยนี่หว่า!

             ที่จริงความเหลื่อมล้ำที่พูดกัน(สำหรับประเทศไทย)เอาเรื่องของการถือครองที่ดินเป็นหลัก: แต่ก่อนอ้างว่า “ระบอบศักดินา” ถือครองที่ดิน โดยศักดินา กับชาวนา,กระเดียดไปทางว่าระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช(หรือกึ่งศักดินา) แต่เมื่อพิสูจน์แล้วว่า “ผู้ถือครองที่ดิน”เป็นแสนไร่หรือหมื่นไร่ หรือพันไร่,ไม่เห็นมีชื่อเป็นมรว. หรือพระยงพระยาเลย-ไล่ไป ตามไร่ มา พวกเขาขายให้กับ ห้างโน้น ห้างนี้ไปหมดแล้ว; ผมไปเป็นนายหน้าขายที่ดินมาพักหนึ่ง ตรงโน้นก็ว่า นายทุนซื้อไปหมดแล้ว ,เดี๋ยวก็บอกว่านายทุนมากว้านซื้อไปเมื่อนี่ ก็มี ไม่เห็นมีเจ้า นาย หรือพระยาคนไหนเป็นเจ้าของเลย,ที่พูดนี้เป็นทั้งในเมืองและชนบท,

         ที่สำคัญการครอบครองที่ทำกิน แล้วเอามา “ให้เช่า” ที่อาจกระจายไปทั่วประเทศ-ผู้ให้เช่าได้ไม่เท่าไหร่.

             ถ้าผู้เช่ามาทำการเกษตรก็ให้เช่าเป็นปี-ไร่ละสองพันก็แพงมาก,และยิ่งให้เช่าทำการค้า ที่พอจะอยู่ได้นั้น,สำหรับพวกเอสเอ็มอี เขาก็มีกำไรมากกว่าผู้ให้เช่า.

             เอาเป็นว่าถ้าเซ้งมา-ผู้ให้เช่าก็ไม่เท่าไหร่ แต่ผู้ทำการค้าอยู่ได้ เขาจะขายได้เวียนไปมาในแต่ละวัน แต่ละเดือน หรือแต่ละปีละได้เงินหมุนมากกว่า;และถ้านับเอาที่ว่างเปล่าที่นายทุนคนหนึ่งมีนับพันๆไร่ ก็ว่างเปล่าเป็นค่อนครึ่ง-ผมไม่ได้พูดว่าใครครอบครองมากกว่า แต่กำลังจะพูดว่า,ช่องว่างของการมีที่ดินของคนจำนวนหยิบมือเดียว กับผู้ไม่มีที่ดินเป็นจำนวนมาก-นอนหรือหากินในที่ของเขา,พูดถึงการทำเงินมันน้อยกว่า(ค่าเช่า) กับผลกำไรของทุนโรงงาน หรือทุนไฟแนนท์ หรือทุนพาณิชย์ในระบอบทุนนิยม มันต่างกันเยอะมาก.

             ดังนั้น การครอบครองที่ดินของกลุ่มทุนไทย(เจ้าสัว)ก็ยังคงทำรายได้ไม่ต่างจากกลุ่มศักดินาเก่า และเทียบกับการไม่มีที่ทำกิน ของประชาชนตาดำๆก็เหมือนเมื่อร้อยปีก่อนอยู่ดี-พูดง่ายๆว่าช่องว่าความมั่งคั่งเป็นตัวเงินระหว่าง กลุ่มเจ้าของที่ดิน และผู้เช่ามันไม่ไกล (เท่ากับ) ระหว่างนายทุนกับกรรมกร ห่าง เทียบไม่ได้.

             เอาง่ายๆ,ไม่ว่าจะเป็นระบอบศักดินาเก่า หรือศักดินาใหม่ที่ทุนไทยครอบครองที่ดิน; มันไม่โหดร้ายเท่ากับกลุ่มทุนใหญ่ผูกขาดไทย(ปลาช่อน ปลานิลกินกุ้งหอยปูปลา-เปรียบเสมือน กินคนงานชาวไร่ชาวนาไทย)แต่ทุกวันนี้มันมีโลกมหาสมุทรเชื่อมกับทะเลปิด,ทุนระดับจักรพรรดิโลก มันก็มากินทุนไทยอีกที เสมือนไอ้ฉลามวาฬมันมากินไอ้ช่อน ชะโดต่อ.

          สรุปง่ายๆว่า “ทุนไทย” ก็มีรายได้มากกว่าศักดินา,แต่ระหว่างทุนไทยกับทุนผูกขาดต่างชาติ มันเป็นขนาดยกกำลังสอง หรือสามหรือสี่;

             คนที่มีที่ดินอยู่กระจุกเดียวในเมืองไทย(ที่อาจเป็นหมื่นหรือแสนๆไร่)ท้าได้เลย ว่าคนที่ชี้ว่า ช่องว่างของความเหลื่อมล้ำในไทย(มักอ้างที่ดินเป็นเกณฑ์นั้น)เป็น “โจรจับโจร” เพราะโจรระดับจักรพรรดินิยมมันจะมหึมาขนาดไหน?นักวิชาการเหล่านั้นทำ หรี่ตา พูดนี่หว่า-คล้ายๆอย่าไปเทียบต่างชาติเลยไม่เกี่ยวกัน-และที่เสือกพูดว่า ความเหลื่อมล้ำโซเวียตอันดับหนึ่ง, ไทย-ที่เป็นเผด็จการอันดับสาม,ทำไมมึงเกี่ยววะ?

          เกี่ยวไม่เกี่ยว คนที่ชอบตีแผ่ปัญหาไทยให้ชาวโลก-มันก็เอามาอ้าง “สู้กับ” พวกมีเสียงวิจารณ์สบายๆ; เมล็ดข้าวที่ควรเกี่ยวดันไม่เกี่ยว แต่เมล็ดหญ้าที่ไม่เกี่ยว เสือกเกี่ยว –อย่างไรกัน “ไทยรัฐ”หรี่ตาพูดเหมือนพวกเขาอีก “อะ”เปล่า?

        (บรรทัดที่11) “คนกลุ่มนี้มีทั้งนักการเมืองและนักวิชาการ”ผมระบุได้ไหมว่า เป็นนักการเมืองฝ่ายค้าน ใช่ไหม? หรือฝ่ายรัฐบาลที่เหยียบเรือสองแคมไปด้วย,นักวิชาการอย่างพวกชาญวิทย์-นิธิ ที่เขาพูดถึงสิทธิเสรีภาพ ที่เขียนใน “มติใคร?”ใช่ไหม?เช่นดร.อาโก ซูซาต หรือสาย “อังดัว”  “อองแก”ก็มี รวมสายสหรัฐ-คอแนล อื่นๆที่ตั้งป้อมอ้างว่า “คนตกงานร่วม ห้าแสนคน”แน่ๆ,

              แล้วตัวเองนิ่งทำเบื้ออยู่ทำไม?    

              เพราะกว่าค่อน เป็นฝ่าย นักเรียนสังคมศาสตร์ที่เอาแต่วิเคราะห์(มาตรา1?) เข้าร่วมทักษะทางการเมือง-ใครเขาจะจ้างพวกลูกศิษย์ของพวกเอ็งล่ะ เพราะอย่างไรก็จะเป็นนักวางแผน นักวิชาการ ที่บอร์ดของพวกเขาก็มีแยะเยอะ,ลูกศิษย์ท่านแต่ละองค์เรียนมาเพื่อเป็นนายก เป็นรัฐมนตรีกันทั้งนั้น –มันก็ตกงานสิวะ,มีบ้างไหม?ที่บอกว่าไปหาทักษะอื่นเสริมที่เป็นวิชาชีพ,ที่มีก็เห็นแต่เกณฑ์มาให้มาร่วมกัน สร้างประชาธิปไตยให้เป็นจริง เปลี่ยนรัฐธรรมนูญ หรือ ไล่เผด็จการ ทุกปี ทุกปี,ประเทศไทยจะได้ก้าวหน้า-อย่างน้อยๆพวกคุณสอนนักศึกษามาเป็นแปดสิบกว่าปีแล้ว-ตำแหน่งนายกก็มีคนเดียว รัฐมนตรีก็มีแค่ไม่เกิน 50คน อยู่กันไปสองสามปี;

          แต่นักศึกษา(อยากเป็นนายก)จบออกมาที สาม สี่แสนทุกปี ทุกปี.ทำไมไม่เสนอว่า-งดรับสังคมศาสตร์บ้าง?

              ขนาดที่ว่า,เมื่อวาน เขาไล่ออกจากเป็นส.ส. ยังเสือกพูดว่า “กูยังจะเป็นแคนดิเดท” ทั้งที่ ผู้หญิงที่เอาใจช่วยก็ยังมีลุ้นอยู่ข้างๆ!คุณเธอยัง “เป็นแคนดิเดท” และที่เป็นส.ส.เขต ที่เลือกเธอให้เป็น “แคนดิเดท” ก็แอบอยากเป็นนายก-เชื่อกูเถอะ บอกให้ก็ได้ ผมไม่จบปริญญาตรีเพราะมัว “เล่นปืน”ก็ยังอยากเป็นนายกเลย-ฮา!

         (บรรทัดที่12) “ถูกตีตราว่าเป็น –คนชังชาติ”

            พวกนักวิชาการ นักการเมืองส่วนใหญ่จะฝ่ายค้าน และพวกรัฐบาลที่คิดจะแก้รัฐธรรมนูญกระมัง? ถูกตีตราว่า “ชังชาติ” ตกลงว่า “เขารักชาติ”ใช่ไหม?

         (บรรทัดที่13Paragraphที่3) “เป็นกลุ่มคนที่มีความเห็นแตกต่าง”

            แจกแจงแล้วคือ 1 กลุ่มนักวิชาการ 2กลุ่มนักการเมืองเหล่านี้ และ3กลุ่มที่โพนทะนาปัญหาของชาติให้รับรู้กัน(ทั่วโลก) “ไทยรัฐ”กำลังจะบอกว่า เป็นกลุ่มที่เห็นต่างจาก “กลุ่มผู้มีอำนาจ”ในบรรทัดที่14 ผมฟังไม่ผิด นะครับ? 

         (บรรทัดที่14) “จากกลุ่มผู้มีอำนาจในประเทศ และใน”

           ผมว่า “ไทยรัฐ”ใช้คำ ว่า “กลุ่มผู้มีอำนาจ”หมายถึง พวกเคยทำรัฐประหาร ปี2557 และสร้างรัฐธรรมนูญ ที่ตรงใจกับ “สามมิตร?”ปี2560:ซึ่งผ่านการโหวตแล้ว และให้ โหวต-เลือกตั้งในปี 2562 และ กลุ่มผู้มีอำนาจชนะ,แล้ว”ไทยรัฐ”ใช้คำว่าผู้มีอำนาจอยู่,สำรากคำที่ไม่ได้มีความหมาย ว่าเป็น”รัฐบาล”ใช่เปล่า?ฟังดูแล้ว “ไทยรัฐ” พูดเหมือนกลุ่มโพนทะนาปัญหาของชาติ?

          ผมรู้สึกไม่ดีเลย เพราะเมื่อประกาศผล, ประเทศต่างๆเขาพูดว่า “รัฐบาลใหม่”เป็นชื่อ “กลุ่มผู้มีอำนาจชนะหรือ?”

             และประชาชนอย่างผม ก็ไม่ชอบการเลือกตั้ง แต่เมื่อกลับใจมาเลือกตั้ง,ก็ย่อมรู้สึกว่า ผมเป็น “พวกอำนาจนิยม” อย่างไรก็เลือกตั้ง ด้วยระบอบนี้ ก็ยังถูกลากไปเป็นพวกอำนาจนิยมอยู่นั่นปะลัย?

         (บรรทัดที่15) “สังคมที่เรียกตัวเองว่าเป็น –ผู้รักชาติ กลายเป็น”

              อีกละ กลุ่มผู้มีอำนาจ(รัฐ) และกลุ่มที่เรียกว่าเป็น “ผู้รักชาติ” (รวมตัวผมด้วยใช่ไหม?) เป็นกลุ่มเดียวกับ “กลุ่มอำนาจนิยม”ว่างั้นเถอะ!

         (บรรทัดที่16) “ความขัดแย้งในสังคม น่าสงสัยว่าระหว่าง”

              แสดงว่า เมื่อได้เป็นรัฐบาล และฝ่ายค้านกันแล้ว,ในระบอบรัฐสภา “ไทยรัฐ” กำลังพูดว่า กลายเป็น “ความขัดแย้งทางสังคม” (ก็ไอ้เหมือนเดิมนั่นนะซิครับ ไม่ว่าจะเลือกตั้งหรือรัฐประหาร-ใช่ไหม?) หรือท่านว่า “กลายเป็น” หมายถึงมันเกิดขึ้นมาใหม่?    

        (บรรทัดที่17)“คนสองกลุ่ม กลุ่มใดที่สร้างความเสียหาย”

          ถ้าช้างชนกันมันก็เสียหายนั่นนะซิครับ!

        (บรรทัดที่18) “ให้แก่ประเทศชาติและประชาชนมากกว่า”

          ท่านกำลังพูดว่า ใครเลวมากกว่า โดยเอาอะไรเป็นตัวชี้วัด? ตรงนี้ตกลงกันเอาไว้จากอะไรบ้าง?อย่างน้อยๆก็พอรู้ว่า เสียหายต่อ 1 ประเทศชาติ และ2ต่อประชาชน?

        (บรรทัดที่19) “ กัน กลุ่มที่ตีแผ่ปัญหาของประเทศ หรือ”

           ไม่ว่ากัน,ในบรรทัดที่ 13 ฟังดูแล้วท่าน “ไทยรัฐ” ยังอยู่ในกลุ่ม “ตีแผ่” โน่นแนะ นักวิชาการ นักการเมือง และกลุ่มโพนทะนา-คือกลุ่มที่ตรงกันข้ามกับพวกที่บอกว่าตัวเอง “รักชาติ”ใช่ไหม?ดูจากบริบทของParagraphing.

            (บรรทัดที่20) “กลุ่มที่อ้างว่ารักชาติ”

             นั่นแน่,ท่าน “ไทยรัฐ” เห็นว่าอีกฝ่าย อ้างตัวเองว่า “รักชาติ” แต่ “ซึ่งต้องพิสูจน์?”

        (บรรทัดที่21) “สหภาพยุโรป หรืออียู 28ประเทศ”

             ท่านคณะบรรณาธิการ “ไทยรัฐ”ดูไม่ออกหรือว่าเขาเป็นใคร มีประเทศไหน?ทำอะไรกันบ้างกับประเทศไทย ตั้งแต่เกือบสองศตวรรษ-พวกเขามีสิทธิสภาพนอกอาณาเขตในดินแดนสยามเกือบจะครบทุกประเทศ;วันนั้นเขาบังคับเราเรื่องการค้าอย่างไร?วันนี้เขาก็บังคับอย่างนั้น-อย่างไหนหรือ?ก็อย่างที่คนได้เปรียบกระทำต่อคนเสียเปรียบ นะซิครับ,พวกคุณมีข้อมูลดีกว่าผม น่าจะสอนกันบ้างนะ.

             สิทธิสภาพนอกอาณาเขต ไม่จำเป็นต้องบังคับให้ไทยยอมรับ วันนี้, เพราะขอแต่ให้เปิดอ่าวไทยให้ปลาฉลามวาฬเข้ามาก็พอ-มึงต้องเป็นประชาธิปไตยเสรี-สากล;ลำพัง “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก”ยังไม่พอ Trade –Wall หรือTrade-Warก็ดูสหายไทยก็สะบักสะบอม ดูไม่จืดแล้ว-พระยาจักรีผู้เปิดประตูเมือง ผมเชื่อจริงๆว่ามี หลายประตูแน่ๆ.

        (บรรทัดที่22)  “เพิ่งจะส่งสัญญาณขอกระชับความสัมพันธ์”

             ผมคงไม่ต้องบอก เพราะคุณก็กำลังจะพูดในบรรทัดต่อไป?:

        (บรรทัดที่23) “กับไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น หลังจากความ”

           “ไทยรัฐ”ไม่บอก  “ อียูรัฐ” ว่า “เฮ้ย อำนาจนิยมอยู่นา” ?-ฮา

         (บรรทัดที่24) “สัมพันธ์ถูกระงับไปกว่า 5ปีหลังรัฐประหาร”

           สมัย2505ถึง2516ก็รัฐประหาร จน ประชาธิปไตยไม่มีใครรู้จักในประเทศไทยเป็น 10 ปี ก็เห็นมีสัมพันธ์อันดีหนักหนา-ขนาดรบร่วมกันในสงครามอินโดจีน ซ้อมซีอาโต้(อันเป็นคู่แฝดกับนาโต้-อย่างกับลอกมาจากรูปลอก-เด็กรุ่นใหม่ไม่รู้จัก,”รูปลอก” )นั่นมันโคตรรัฐประหารเลยนะ! “งาแซง”เหลือเลือดข้น ให้ “ไทยรัฐ”บ้างไหม?

        (บรรทัดที่25)2557 รวมทั้งระงับการเจรจาการค้าเสรี”

         เอาเป็นว่าเมื่อไทยเดินด้วย มาตรา 44, ก็มีการระงับการเจรจาการค้าเสรี-ความจริง ดีทีเดียวแหละ! ขนาดที่เราทั้งโลกมีเสรีภาพที่จะเลือกระบอบการปกครองของตนเอง-สหประชาชาติเขาว่ามา, เราปฏิวัติ “รัฐประหาร” เรายังไม่สามารถมีเสรีภาพ เลือกเป็นประเทศ “อำนาจนิยม”เลยครับ(หรือ “พวกตีแผ่ปัญหา” ทั้งหลายที่พูดถึง ไปแจ้ง “ยูเอ็น” ครับ “ไทยรัฐ”รู้ดีกว่าผมแน่ๆ!)

           ถ้ามีเสรีภาพ,แล้วเหตุไฉนใยฉะหนอ( ปฏิวัติปี2557“รวมทั้งระงับการค้าเสรี”) เจตนา ให้ไทยเสียหาย(บรรทัดที่17)โดยการ ต้าน “รัฐประหาร”ได้แฮะ.

           เมื่อเราเลือกระบอบการปกครอง “อำนาจนิยม”  เหตุไฉนเอา “กำแพง” สารพัดกำแพงมากั้น; ชื่อว่า “จะมีการเจรจาการค้าเสรี” ที่ว่า “เสรี”ใน ทางปฏิบัติ: เสมือนเห็นหูฉลามในตู้  มีเสรีที่จะซื้อครับ แต่มีเงินแค่นี้ จะกินได้หรือ มันจะได้หรือ ถ้าประมูลกัน-เป็นไปได้หรือ?คณะบรรณาธิการไม่งง “ตัวเอง”บ้างหรือ? หลุดอะไรออกไปเนี่ย!

        (บรรทัดที่26)“ทั้งๆที่อียูเป็นคู่ค้าอันดับสี่ของไทย”

             สำแดงว่า “อียู” อยากขาย รถบีเอ็ม ซีตรอง เฟียต แย่แล้ว,นี่ เปอร์โย(3008-5009) ชิง ถลันเข้ามาเต็มตัว,บอกตรงๆ-ผมก็ “เสี้ยน”จะขับเหมือนกัน;

            ขนาดที่ระดับ “ธนาธร”บอกว่า “ประเทศไทยสืบทอดอำนาจ”ยังไม่เชื่อ :การเลือกตั้ง มีคสช.เข้ามาเต็มๆ –ดูเหมือนคุณผู้หญิง “แคนดิเดต” ก็ย้ำ  “อียู” ยังทำ ไม่ได้ยิน “กระสันจะเข้ามาให้ได้” รถโตโยต้าเล็กซัส ฮุนไดชิงไข่แดงไปกินตั้ง “5ปี”แน่ะ เสียหายนับบิลเลี่ยนเลย!

        (บรรทัดที่27-28) “รองจากอาเชี่ยน จีน ญี่ปุ่น และลงทุนเป็นอันดับที่2

             ก็นี่อย่างไรล่ะ เบนซ์ บีเอ็มและสารพัด รถยุโรปโดยเฉพาะเยอรมัน เขาเสียใจขนาดไหนที่ไม่ได้มาลงทุนเพราะ ถนนของไทยกำลังเชื่อมกับ ซี แอล เอ็ม วี ที(เหนือ ใต้ อีสาน ออก ตก)ถนนหนทางรองๆกับยุโรปละมั้ง ,นี่ เพราะสหรัฐมันหัวโจก-เจ้ง?

        (บรรทัดที่29 Paragraphที่4)“ผลของการถูกอียูสั่งระงับการ”

             ผลพิษหรือผลสุขภาพของใคร?เมื่อ “คณะเผด็จการทหารไทย” เข้ามา

        (บรรทัดที่30)“เจรจาการค้าเสรีกว่า 5ปี เนื่องจาก”

        เราอาจค้าขายเอาเงินจากเขาไม่ได้-แต่ คิดหรือว่า ช่วง 2557-2562นั้น พวกเขา”มือยาวกว่า” มันจะล้วงตับไตไส้พุงเราน้อยกว่าที่เราล้วง “คลำเป้า”ของเขา-ทั้งไข่นม อุดมด้วยโปรตีนของเรา อาจ โดนย่ำยีกว่า? เพราะเขาทั้งยาวและใหญ่กว่าเราทุกสมรภูมิ-มึง อย่าเอาแต่ได้นะ! ประโยคหลังไม่ได้พูดถึง “ไทยรัฐ”นะ เพราะเขาคงไม่อ่านภาษาไทย  “มึง!”หมายถึงใครๆที่โลภ แค่คลำๆ.

        (บรรทัดที่31) “อียูเป็นกลุ่มประเทศประชาธิปไตยที่”

        ชาญวิทย์-นิธิ เขาสอนผมว่า ต้นแบบ “โคตรเผด็จการ-ฟัสซิสม์” ฮิตเล่อร์ มุสโสลินี หรือนโปเลียน โบนาปาร์ต,คงจะรังเกียจประชาธิปไตยหรือเผด็จการ?-สับสนไปหมดแล้ว,

               พวกคุณรู้หรือเปล่า “เผด็จการฟัสซิสม์”แปลว่าเผด็จการที่ถูกกลุ่มทุนผูกขาด เข้าชี้นำชนชั้นปกครอง-ที่อาจมาจากกลุ่มทหาร หรือกลุ่มนักเลือกตั้งได้ทั้งนั้น ขอแต่ให้เอานโยบาย “รุกทางเศรษฐกิจ” เพื่อความมั่งคั่งของ “กระเป๋าตุง”ของเขาครับ,ไม่ทราบว่า ลูกของสมบูรณ์ วรพงษ์ ยังอยู่ไหม? เขาเก่งนะ ไปถามเขาซิครับ.ท่านเอาหนังสือมาให้ผมแปลประจำ.

        (บรรทัดที่32) “รังเกียจเผด็จการ ทำให้ไทยเสียหายมาก”

          เฮ้ย เกลียดตัวกินไข่มั้ง?       

             (บรรทัดที่33) “น้อยแค่ไหน รัฐบาลย่อมรู้แก่ใจ”

          คงใช่มั้ง?  น้อยแค่ไหน? รัฐบาลก็รู้แก่ใจ เพราะ จีนเขาก็มาแทน ทั้งลงทุนและพาคนมาเที่ยว, ค่ารถ ค่าเดินทางก็น้อย เขาจึงมาจ่ายมากกว่า อียู-ไม่ใช่หรือ?

        (บรรทัดที่34) “ในช่วงเวลาเดียวกัน ประเทศคู่แข่งของไทย”

          อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้ว! ชักแม่น้ำทั้งห้า โยงเรื่อยเปื่อย ผมรู้นะว่าบรรทัดต่อไป (ก็คนกันเองทั้งนั้น-เขารวยก็ดี เราจะได้ไม่ “บอกลาภทางไกล” หมายความว่าไม่ต้องไปหาตลาดรวยไกลๆ จริงไหม?)

          อะไรก็เป็นคู่แข่ง ที่จริงเขาเป็นทั้งคู่ค้าและคู่ขา-ดีออกจะตายไป,เรือล่มในหนอง ทองไปไหน?ก็สุวรรณภูมิเดียวกัน! เรา-อาเชี่ยนจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง,

            ถ้าอยากได้ เฟอร์นิเจ้อร์ดีๆก็ไป “หลานหลวง” มีร้านไหนเขาตีกันบ้าง!ลืมไป สื่อคงไม่เข้าใจเรื่องนี้ เพราะถนัดแต่“หุ้นใคร”เข้าว่า.

        (บรรทัดที่35) “ไม่ว่าจะเป็นเวียดนามหรือ สิงคโปร์ต่าง”

          เวียดนามเขาไปดีก็ดีแล้ว จีดีพีของเขา พุ่งไปสองเท่าของไทย-หมายถึงเปอร์เซ็นเตช ครับ ไม่ใช่ขนาด –ยังไกลกัน. ถ้าเทียบกับสิงคโปร์ เราก็ใหญ่กว่าเขาทาง เปอร์เซ็นเตช ,แบบเดียวกับเวียดนามกับเรา-กรุณาอย่าเอาตัวเลขมาแถ.

           จีดีพีของเรา “สูตรพวกตะวันตก” รวมทั้งสิงคโปร์ อิ่มตัวครับ!

        เราลอยขึ้น เพราะอาเชี่ยน-จีน เอ่อขึ้นมา.

        (บรรทัดที่36) “เดินหน้าข้อตกลงการค้าเสรีกับอียู”

            ก็ตกลงกันไปเถอะ เพื่อนดี เราก็ดีด้วย ดีกว่าเพื่อนจน แล้วมาขอปันจากเรา.

        (บรรทัดที่37-45 Paragraphที่5ทั้งหมด)

            ตรงนี้ผมคงไม่คัดลอกมา,เพราะทางผู้รับผิดชอบเขียนมัน “ออกมาอย่างกับวัวพันหลัก” เพราะท่านบอกว่า ทรัมป์ไม่สนใจว่า ไทยเป็นประชาธิปไตย หรือเผด็จการ-เขาเอาการค้าลูกเดียว(แต่หมายถึงอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ) เขาตัดสิทธิการค้ากับไทยเพราะ ไทยไม่ยอมให้มีสหภาพแรงงาน(ที่เน้นเป็นพิเศษก็คือมีสหภาพของแรงงานต่างด้าว-ที่สหรัฐมันก็ไม่เคยมี?)ผมก็งงอยู่นี่แหละไม่รู้ว่า “ท่านไทยรัฐ”จะสื่ออะไร? คนในประเทศไหนๆก็ไม่สนใจทรัมป์. ตกลงจะให้เราสนใจทรัมป์-เพราะอะไร?จะขายข่าวพอกินหรือ?ข่าวทรัมป์อ่ะ!    

        เอาสักหน่อยดีไหม?(บรรทัดที่41) “เพราะหายใจเข้าออกเป็นการค้า แต่ก็ยัง”

              ไม่หายใจเข้าออกได้อย่างไร(ฟึดฟัด)มันกำลังทำสงครามการค้า-แม้แต่นอน มันยังกำอาวุธจะสู้เลย.

              “แต่ก็ยัง” (นี่เป็นสำนวนไทยรัฐ) ภาษาน้อง-สันสะกิด  เขาว่า despite the fact that แปลไทยว่า “ความเป็นจริงมันเป็นอย่างนั้น ท่านยังดื้อที่จะทำ”  อะไรหรือ?

        (บรรทัดที่42) “ตัดสิทธิพิเศษทางการค้า อ้างว่ารัฐบาลไทย”

             เอาเป็นว่าทำให้ไทยเสียหายจากการส่งออก เท่ากับ เสียหาย ร่วมสี่หมื่นล้านบาท.

             ผมจะscanตรงนี้ให้ดู  สินค้าที่ส่งออก ไปประเทศเขา-สหรัฐ ,เอาอียูด้วยก็ได้(อาจเกี่ยวเนื่องไปในอนาคตหรืออย่างน้อย,ไปดูบรรทัดที่23-24)เป็นสินค้าที่ องค์การ C.I.A.- Central Intelligent Agencyมันรู้ดีว่าเป็นสินค้าโดย “มือ”ของแรงงานต่างด้าว ในไทยทั้งนั้น-สหรัฐมันยังคงเหมือนเดิมคือ N0 tax no representative เขาต้องการช่วยเหลือใครหล่ะ?ถ้าไม่มีตัวแทนของแรงงานต่างด้าว(representative ไม่ได้แปลว่าส.ส. ครับ แต่แปลว่า “ตัวแทน”)

            ถ้าไม่มีสหภาพแรงงาน“กูก็ไม่ช่วย”ผมกำลังพูดว่า จริงๆไอ้จีเอสพีมันเป็นเรื่องของ แรงงานต่างด้าว หรือเกี่ยวเนื่องกับศูนย์อพยพที่มันและ อียูรับไม่ไหว  แต่จงใจฝากไว้กับประเทศต่างๆที่ “โง่งึม”และ “งมงาย” ; แปลว่าตั้งแต่เมื่อวานนี้ วันนี้ และพรุ่งนี้ เขาไม่ได้เจาะจงถึงประเทศไทยเลยที่เป็นผลประโยชน์ตรงๆ(คนกลุ่มนี้ คือนักวิชาการ นักการเมืองฝ่ายค้าน –จะรวม “ไทยรัฐ”ก็ได้ครับ ถ้าสมัครใจ-ที่จะโง่งึม หรือแกล้งโง่ หรืออะไรก็ได้ที่-แสดงว่ายังไม่ “รักชาติ” พอ,แต่ถ้าบ่อยๆ แปลว่า “ชังชาติ”)

             ตอนนี้มีสองข้อหาสำหรับคนที่คิดว่าตนเองฉลาด(เป็นสื่อส่องนำทาง  หรือเป็นกลาง หรือเป็นนักการเมืองตัวแทนของประชาชน หรือนักวิชาการหอคอยงาช้าง)ข้อหาแรกที่รู้ แสดงว่า กำลังเจอคำว่า “ชังชาติ”แต่ ไม่รู้ คือ “โง่งึม” คงไม่ต้องถึงขั้นลาออกหรือ เลิก เป็น “สื่อ” เลิกเป็นอาจารย์ เลิกเป็นตัวแทนประชาชน-ผู้ทุกข์ยาก-เอาแค่รู้จัก “อายก็พอ”ครับ คราวหลังอย่า”ผสมโรง”ไปกับเขาเลย!

        (บรรทัดที่43-45) “ตั้งแต่คสช.จนถึงปัจจุบัน ไม่ได้ให้สิทธิ” (บรรทัดที่44) “แรงงานไทยในการจัดตั้งสหภาพและการเจรจา”(บรรทัดที่45) “ต่อรอง”

        โอพระเจ้าช่างน่าสงสาร! ท่านทำถูกต้องแล้วครับ เพราะถ้าให้มีสหภาพแรงงานยามนี้ นายทุนแห่งชาติไทย และนายทุนต่างชาติที่หวังดี-สุจริต ที่เราสู้อุตส่าห์เชิญเข้ามา จะไหวไหม?ถ้าจะเผชิญกับศึกหลายด้าน,เข้าพึ่งบรม โพธสมภาร ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ต้องเจอการต่อรองแรงงาน เช้ากลางวัน เย็น; ขณะที่บอร์ดกำลังกินข้าวกลางวัน ก็กินไม่ได้, ข้าวเย็นกับภรรยาก็ไม่มีเวลา- ถ้าขอค่าแรงหนึ่งบาท กับข้าวคงลดลงเหลือกะปิน้ำปลากินไปพลางก่อน แน่ นายจ้างเรา,บางทีพวกเขาจนกว่าผมอีกนะรวมทรัพย์สินเขามี 1,000ล้าน แต่เขาเทขายหมดใช้หนี้ 1,100 ล้าน, เอาไปแลกกัน เขาจะจนทันที 100ล้าน.

             ขนาดร้านไก่ย่าง ในตลาดให้ผมไปช่วย ทำred tape กับ “หลวง”ในเรื่องแรงงานต่างด้าวเขายังบังคับให้ ต้องจ่ายค่าแรงขั้นต่ำ-ในตัวอำเภอเล็ก. เขามีแรงงาน10คนนะ รวมพ่อ แม่ ปู่ ย่า, ไม่รู้มีตา ยายด้วยหรือเปล่า? เห็นมีอีกสองแก่ หญิงหนึ่งชายหนึ่ง(นี่ขนาดโกงค่าแรงคนในครอบครัวนะได้ค่ากิน อย่างเดียว) ไม่ได้ค่าแรง- ได้แต่ค่ากิน เจียดค่าแรง คนละ300บาทต่อสี่คน วันละ1,200บาท,ทู้ซี่ กับค่าแรงเดียวกับกทม. ยังบ่นอยากตาย แต่มันหลายปากครับ-ห้ามตาย ถ้าขึ้น ค่าแรงอีก,ฉิบหายทั้งปู่ย่า ตายายแน่ๆ. ไม่อยากพูดมากเดี๋ยวกลุ่มผม “โดนโพนทะนาอีก”

             พวกคอมมิวนิสต์ และสังคมนิยม หรือประชาธิปไตยรวมศูนย์ เขาถึงพูดว่า : นายทุนแห่งชาติ คนชั้นกลาง-มนุษย์เงินเดือน ข้าราชการ ทหาร (ผมไม่พูดถึงตำรวจ) กรรมกร ชาวนา มีชะตากรรมเดียวกัน ภายใต้สงครามการเมืองระหว่างประเทศ ที่โลกนี้ ยังคงมีอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่สงครามด้วยกำลังอาวุธ(ผมจะไม่พูดถึงไซเบ้อร์)และสงครามการค้าที่ กำลังเผชิญอยู่เวลานี้ และรอไปถึงสงครามด้วยอาวุธ(งงจริงๆหมดจาก “คดีไล่ออกจากการเป็นส.ส. เหตุไฉนใยฉะหนอไป หาเรื่อง “ปฏิวัติการเกณฑ์ทหาร” กูแปลความหมายพวกมึงไม่ทันจริงๆนะ-เอากับมันสิ กูเชื่อเลย ที่ม็อบฮ่องกง มันโบกธง ติดดาว 50ดวง และสะบัด ธงยูเนี่ยนแจ็ต สงสัยว่าเป็นพ่อมันมั้ง มันคงคิดว่าพ่อเลี้ยงมันให้กินแต่น้ำเต้าหู้ จึงไม่มีดั้ง,พ่อจริงๆของมันจมูกงองุ้มเป็นสัน?)

             ที่น่าสงสัย “ประกาศจากวอชิงตัน(เรื่องฮ่องกง)-ใครทำลูกกู น่าดู” กูก็ชักจะงงๆว่า ไอ้กัน(นี่เรื่องในไทย)มันคงไข่ วางสายพันธุ์เอาไว้ตั้งแต่มาตั้งฐานทัพเมื่อร่วม 40กว่าปี,พอโตมา  เห็นมีแต่ถามหา “อนาคต” จะไปอยู่กับพ่อดั้งงุ้มหรืออย่างไร? มันคงเห็นพ่อที่นี้เป็นพ่อเลี้ยง เอาน้ำข้าวน้ำแกงราดหัวมันทุกวันๆ-ไม่เชื่อง ไม่ว่า ดูมันพูด “ประเทศนี้” และแสยะปาก ทำเหมือน “รูปสมัยทวารวดี”

        (บรรทัดที่46) “กรณีสหรัฐอเมริกาและสหภาพ”

           เราก็รู้ๆกันอยู่ว่า คือ U.S.A. และE.U. คงจะหมายถึง การยอมรับว่าเขาเป็น “เจ้าโลก” ที่จะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบเพราะ “เราต้องยอมเจ้าโลก” มันใหญ่กว่าแน่ๆ. พูดเหมือนกับว่า “กูไม่กลัว”คนโตในกลา(แลนด์-เหยียดหยามอีกแน่ะ) เพราะถ้าจะกลัวก็กลัว เจ้าโลกดีกว่า!

          “ไม่มีผู้ใด เป็นค่าสองเจ้า บ่าวสองนายได้ เพราะว่าจะชังนายข้างหนึ่งและ จะรักนายอีกข้างหนึ่ง หรือจะนับถือนายฝ่ายหนึ่ง  และจะดูหมิ่นนายอีกฝ่ายหนึ่ง”  มัทธิว บทที่7:24

          ที่ว่า “ชังชาติ” พอจะเห็นหน้าค่าตาบ้างแล้วไม่ใช่หรือ? “คุณไทยรัฐ”

        (บรรทัดที่47) “ยุโรป น่าจะก่อความเสียหายให้แก่ประเทศ”

           เอาเป็นว่า กลัวความเสียหาย ถ้าไม่ยอมทำตามพวกเขา-ลัทธิยอมจำนนต่อ สหรัฐและอียู คือวีรกรรม  ถล่ม รัฐ-อำนาจนิยม คือการแสดงออกซึ่งวีรกรรมอีกแบบหนึ่ง-อย่างน้อยๆ “การเกณฑ์ทหาร การซื้อเรือดำน้ำ หรือการถล่ม หรือการประจานว่า  เศรษฐศาสตร์-กิจ ไทยแย่”

          ที่จริงการพูดให้ห่อเหี่ยวทุกวัน ทุกวัน มันเป็นการวิจารณ์หรือหรือการสร้างกระแสทางเศรษฐกิจให้ตกต่ำลง “โดยเจตนา”ก็ได้ เพราะการปั่นหุ้น การสร้างข่าวเท็จ (หรือจริงก็ได้)มีผลต่อจิตวิทยา การค้าสมัยใหม่เป็น “การยุทธ์ชนิดหนึ่ง”ในสงคราม และถ้า “การยุทธ์”นั้นเป็นยุทธการหลักของ “ยุทธศาสตร์” จะชี้ชัดว่า “นั่นเป็นการกระทำของมิตรหรือศัตรู”  “รักชาติ” หรือ”ชังชาติ”กลายเป็นเรื่องเล็กไปแล้วซินะ!  

            ชังชาติ “ดังที่ไทยรัฐยกมาพูด”  กำลังอยู่ในปริมณฑล “ขายชาติ”แล้วหรือยังต่างหากที่กำลังพูดกัน? เพราะพฤติการณ์ของพวกเขา  “ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง”  มันเดินไปในทางสวนกระแสของผลประโยชน์แห่งชาติ?

        (บรรทัดที่48) “ไทยทั้งด้านเศรษฐกิจและชื่อเสียงอันดี”

            ตรงนี้ เราจะพบว่าเมื่อกำลังเดินในทิศทางที่เป็นคนละฝั่ง ตรงกันข้ามของผลประโยชน์;ดังนั้นฝ่ายหนึ่งเห็นดี และฝ่ายหนึ่ง ย่อม ก็จะเห็นเลว,เช่นเวลาเราขึ้นเขา เราก็จะ ใช้ปลายเท้ารับน้ำหนัก และเมื่อลงจากเขาลูกเดียวกัน ก็จะให้ส้นเท้ารับน้ำหนัก-กันไถลลื่น!

            ขึ้นภูเขา เขาดูที่ “ใช้หัวแม่ตีน” หรือลงเขา เขาใช้ “ส้นตีน” มันต่างกันครับ

            ดังนั้น “รักชาติ” หรือ”ชังชาติ” ว่าด้วยเรื่องเดียวกัน มันคงมีท่าทีไม่เหมือนกันครับ,ตรงนี้ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์-เหมือนใครคนหนึ่งที่อ้างว่าไม่เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

        ใช้ “ข้อสันนิฐานตัดสิน” อย่างศาลนั่นถูกแล้วหล่ะ!

            เรื่องของการเมือง “มาตรฐาน ไม่ได้อยู่ที่ ตัดสินกันด้วยความผิดก่อน” จริงไหมเพี่ย?  เพราะเวลาเขาเลือกตั้ง หรือหย่อนบัตรให้ใคร “เขาใช้ความเชื่อและความไว้วางใจครับ” ดังนั้นฝ่ายที่ ถูกกล่าวหา มีหลักฐานพอที่จะหักล้าง “ความไม่เชื่อมั่นและความไม่ไว้วางใจได้ไหม?” นี่อย่างไรหล่ะ!เขาถึงไม่ให้เข้ามาในสภา

              แล้วถามว่า ถ้าจะเอาคนที่อยู่ในสภาแล้วจะให้ออกไป เพราะ “ถวายสัตย์ไม่ครบ” ย่อมทำได้อย่างสม่ำเสมอ สองสามครั้ง จนสี่ครั้งมั้ง? ก็เป็นแบบเดียวกันครับ.

             แต่กรณีกรรมาธิการนั่นหนะ  ไม่ใช่เรื่องของความ “ไม่ไว้วางใจในผู้ถวายสัตย์ไม่ครบ” แต่มันเกิดเรื่องว่า “ไอ้ คนสามหาว” ใครหรือ? ไม่มีใครจะไว้วางใจเท่าไหร่มาตรวจสอบ,เพราะกระบวนการ “สอบสวน” ที่มีแบบวิธี ทางกระบวนการยุติธรรม โดย ให้อำนาจสอบสวนของกระบวนการยุติธรรม “ จากตำรวจ” เป็นฐานและส่งสำนวนให้ศาล เอามาแทนไม่ได้ครับ!

          เขาไม่ไว้วางใจในวิธีการ “สอบสวน”แบบนี้ กำลังมีการ “ปฏิรูปตำรวจ”อยู่ ตามรัฐธรรมนูญปี60-ตามรัฐธรรมนูญที่เหมาะกับ 4.0จริงๆ! ผมไม่ก้าวล่วงครับ.(แต่ถ้าผมทนไม่ได้ขึ้นมา เพราะประสบการณ์มันเยอะ –แต่เกรงใจนายตำรวจมากท่าน ที่ดูแลผมอยู่ เป็นญาติพี่น้อง และเป็นตระกูลเดียวกัน มากอยู่  รวมทั้งผู้บัญชาการท่านนี้ ผมว่าเขาดีนะ? –อาจมีภาคผนวกท้ายเรื่อง!)

            วันที่ 20พฤศจิกายน ที่กบิลเมือง ได้แสดงออกสองเรื่องคือ “เอาคนออกจากส.ส.” และอีกเวทีหนึ่ง “เอาคนออกจากเก้าอี้” ถือว่าประเทศเข้าสู่มิติใหม่ ที่รัฐธรรมนูญปี60 กำลังสำแดงอัจฉริยภาพออกมา ในเชิงปฏิวัติแล้ว.

            ด้านหนึ่ง การ “ไต่สวน”ของศาลกำลังเจิดจ้า (เพราะสังคมข่าวสารสมัยใหม่ ศาลสามารถค้นข้อมูลได้โดยตรง ไม่ต้องกลั่นกลองจากกระบวนการ “Tier”มีหลายชั้นเกินไป,ในหนังฝรั่ง- ไม่เคยเห็นหรือ, พระเอกเอาปืนขู่ผู้ร้ายให้วางอาวุธ และพูดว่า “คุณไม่จำเป็นต้องพูดอะไร” นอกจากในชั้นศาลเพราะคำพูดนี้อาจเป็นหลักฐาน-เขาเรียกว่า “ไต่สวน”  ผมคงเข้าใจน้อยกว่านักสื่ออย่างพวกคุณ)

           และขอบคุณพระเจ้านะ”ในวันเดียวกัน”

           ในอีกด้านหนึ่ง; ในกรรมาธิการโจ๊ก ก็มีใครคนหนึ่ง “เคยตัวว่ะ” สอบสวนจนเคยชิน-บอกตรงๆเลย  กูไม่เคยกลัวพวกมันเลย ที่ทำแบบนี้.  ไปอ่านดูชะตากรรม “อุยเอี๋ยน”เป็นอย่างไร จะต่างกับ “คนสามหาว”เช่นนี้แค่ไหน? รอแต่ว่าใครจะเป็น ม้าเต็ก น้องม้าเฉียว และใครจะเป็น “ขุนพลเกียงอุย”ส่งมา!เท่านั้นแหละ.

            ทหารเอก กวนอู  เตียวหุย ฮองตง จูล่ง ม้าเฉียว ต่อด้วยสุดท้าย ทหารเสือ”อุยเอี๋ยน” เดิมก็ดีอยู่หรอก-แต่พอหมด ทหารเอก5 ท่านเหล่านั้น, ถามว่า “ใครใหญ่สุด” ใครเป็นวีรบุรุษ,ด้วยความสามหาว ประกาศตนเองไปทั่วแผ่นดิน,สุดท้าย เขาบั่น “คอขาด” น่าอนาถใจจริงๆ “อุยเอี๋ยน” ผู้บัญชาการ! 

        (บรรทัดที่49) “แต่กลุ่มที่ถูกมองว่า -ชังชาติ เช่นพรรค”

           พวกที่ถูกมองว่า ”ชังชาติ” พรรคคนแดนไกล ใส่ดีเอ็นเอเข้าไป  เกิดพรรคใหม่ ถูกยุบไป “เกิดใหม่”อีก, เป็นสิทธิของท่าน ไม่ยอมอ้าง ว่าเกี่ยวเนื่องจากสิบปีนั้นเป็นอย่างไร?

           ปัญญาชน “ทั้งรักชาติ ชังชาติ” เป็นคนต่อต้านเผด็จการ “เอียงซ้าย” จนอาจถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกสังคมนิยมมาก่อน ทาง “ไทยรัฐ”มีสิทธิ ไม่เอามาเกี่ยวกันเพราะมันเป็นยุคที่ต่างกัน- -ผมเคยเป็นหนึ่งในนั้น-แต่เป็นเพราะได้รับการนิรโทษกรรมโดย สถาบันอันเป็นหลักของชาติ, พวกผมจึง “รู้คุณแผ่นดิน”

            พรรคเกิดใหม่เมื่อ “วานซืน”มาอ้างว่า เป็นเด็กบริสุทธิ์  เพิ่งตั้งมาสองสามปี-ที่ยังไม่ประสีประสา จะกล้าทำลายชาติได้หรือ ไกลเกินคิดหรือ “ไทยรัฐ”?

        (บรรทัดที่50) “อนาคตใหม่ ยังไม่ได้สร้างความเสียหาย”

          โอ,จริงด้วย!แต่คณะบรรณาธิการใหญ่คงไม่น่าพลาด “ขุนช้าง-ขุนแผน” ในบทต้นๆ,ไปถามความรู้จากคุณสุจิตต์สื่ออีก “หัวใหญ่อีกหนึ่ง” ว่าที่นางวันทองสองใจ กับขุนช้างขุนแผน-แสนสะท้าน เขาและเธอต่าง “เล่นผัวเล่นเมีย” แต่ครั้งยัง สามสี่ห้าขวบแววมันออกมาตั้งแต่เด็ก เล่นเป็นผัวเป็นเมีย ตั้งแต่ “หำน้อย”เป็นด้วงเล็กๆ  มันสะท้อนภาพอันใหญ่โตจน ต้องมีการตัดสินประหารชีวิตไปข้างหนึ่งในวัน สาวและหนุ่มใหญ่-จนเป็นนิทาน ปรนเปรอโบราณ.

           อืม! “สื่อ”และ “ประชาชน” แบ่งกันตรงไหน?

              แต่เอ, ผมชักจะติดเอาความเป็น “ข้อสันนิษฐานมาตัดสิน”เสียแล้ว แทนที่จะหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์,ตรวจ ดีเอ็นเอ”ชังชาติ” มีเปล่าวะ-นี่ถามสหรัฐและอียูที่เขาไปไกลแล้ว?ต่อไปไม่ต้องมาเลือกตั้งหรอก ตรวจดีเอ็นเอก็พอแล้ว!

             และถ้า รอให้เห็น เอาแบบนี้ใช่ไหม? “ไทยรัฐ” ว่า ต้องรอให้เขาออกอาการก่อน ค่อยว่ากัน ระบอบนี้หรือเปล่า-ผมถาม?-   นั่นหนะซิ ,เมื่อก่อนปั่นแปะกันว่าจะเอาใคร? ปัจจุบัน ใช้เลือกตั้ง? ต่อไปเอางี้ดีกว่า ใครหน่วยก้านดี “พูดเข้าท่า” เขาเรียกว่า “วาทกรรมดี”ให้เป็นก่อน เรียงคิว,สุดท้ายก็เอาที่ดีที่สุด.

                แล้วเวลาแต่งงานกัน “เรียงคิวดีใหม่” เอาให้ครบที่จองเอาไว้ล่วงหน้า, ใคร “มัน”กว่า ก็เป็นผัวไปเลย? รัฐทำได้ ราษฎร์ก็จะทำตามดีมั้งครับ?           

         (บรรทัดที่51-53) “อย่างเป็นรูปธรรม แม้จะนำปัญหาบ้านเมือง ไปตีแผ่ ทั้งในและต่างประเทศ เช่นรายการ –อยู่ไม่เป็น- ของพรรคอนาคตใหม่”

             ผมตัดเอาเฉพาะที่ไทยรัฐว่า“นำปัญหาบ้านเมือง ไปตีแผ่ ทั้งในและต่างประเทศ”ฟังดู “ไทยรัฐ” เห็นด้วย หรือกำลัง ปราม? พรรคเด็กพรรคนี้ว่า มันคล้ายๆ “ชักน้ำเข้าลึก”ผมไม่ได้ว่าท่านนะ;แต่ผมเข้าใจผิดหรือเปล่าว่า “สงครามการค้า” มันคือสงคราม ที่ย่อมไม่ปรานีใคร? และเราเป็นส่วนหนึ่งของสงครามการค้าโลก?-เหมือนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ที่สอง

             “เรื่องใหญ่นะพวกคุณทำเป็นเล่นไป”  ตีแผ่ แบไต๋ อันนี้ผมไม่ออกความเห็น,  เส้น,ผมไม่ใหญ่พอ และผม ไม่มี “พรรคพวก”  ผมไม่ใช่ “ไพร่หมื่นล้าน”

           ผมมาเรื่องส่วนตัว (คั่นความหมิ่นเหม่ ว่างั้นเถอะ) คุณปู่ผมก็เคยเข้าร่วมกองทหารเสือป่า ในฐานะ “ทหารเสนารักษ์” และพ่อผมก็เข้าร่วมในสงครามต่อเนื่องกับสงครามโลกครั้งที่สอง-ไปเกาหลี.

           คุณปู่ผมกลับมาติดยศเป็นร้อยตำรวจโท ขุนชิต ชนาพาธ บุณยสมภพ และไปอยู่หัวเมืองปะเทศราช-ลำปาง เป็นผู้ก่อตั้ง สภอ.ลำปางคณะแรก และเป็นหมอหลวงประจำ “คุ้มคำ” เจ้านครลำปาง-ผ่านการเป็นอาสาทหารสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง;

          ส่วนพ่อผมไปเกาหลียังไม่ทันรบ,กลับมาก่อน.

          พูดตรงๆนะผมและพี่ชายกลายเป็น ไม่ได้ขึ้นทะเบียนทหาร ,เพราะพ่อผมว่า “ไม่ไปอำเภอ” ท่านไม่ยอมพาพวกเราไปรายงานตัวเมื่ออายุ 15ปี,โดยไม่ทราบสาเหตุคงรอผลของท่านพลโทอะไรนั่นของพรรคที่ยังไม่เคย สร้างความเสียหายให้กับประเทศ “เลิกการเกณฑ์ทหาร”  แหม! ทำไมมาช้าจังวะ นี่ตั้ง 51ปีมาแล้ว;

          แต่ผมไม่เอาด้วยหรอกครับ ไม่รู้เข้าข่ายอาจเป็นกบฏนะ เพราะมันเรื่องว่าด้วย “ เอกราชและอธิปไตยแห่งรัฐ” แต่ถ้าจะจับผมและพี่ชายว่า “หนีทหาร” ก็ ไปจับที่พ่อผมนั่น-สุสานศาลาวังทาน,ลำปาง.

          สำหรับผมอยากเป็นทหารแย่เลย จึงไปสมัครเป็นทหารป่า,โอยทำไมไม่ไปนาแกทีวะ. แต่เพราะผมคงกลัวถูกเกณฑ์ไปเวียดนามมั้ง?จึงสมัครไปรบ,ที่อำเภอ นานา อะไรเนี่ย-เสียดายไม่ใช่นาแก,อ๋อ แถวๆนาทวี  ไม่อย่างนั้นคงเจอกันมั้ง-ฮา?

        (Paragraphingสุดท้าย บรรทัดที่ 54-62)

       ให้ไปอ่านย่อหน้าสุดท้ายของนสพ. “ไทยรัฐ” ประจำวันพฤหัสบดี ที่21พฤศจิกายน พ.ศ. 2562หน้า 3.

             เขาขึ้นชื่อส.ส. พรรคอนาคตใหม่ท่านหนึ่ง,คนดังของเขา เจ้าของ-วาทกรรม “กระดุม5เม็ด” ที่เจ้าคุณ “เผ่าจินดา” รมต.มหาดไทย ว่ามี “อนาคตดี” กลางสภา

          “นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.คนดังของพรรค ประกาศเสียงดังฟังชัด บนเวทีว่า ไม่ใช่คนชังชาติ และไม่ใช่คนคลั่งชาติ

          แต่รักชาติพอที่จะยอมรับว่าข้อเสียของชาติมีอะไร

           และพร้อมที่จะร่วมแก้ไขปัญหาเหล่านั้น หวังว่าความเห็นต่างจะไม่กลายเป็นความขัดแย้ง

               และกลายเป็นเหยื่อผู้ไม่หวังดี ที่วางกับดักเผด็จการรออยู่”

               แบ่งเป็น 3ข้อ(สองอนุประโยค “ฉงน”นี้ ไม่ขอวิจารณ์)

               หนึ่ง, ไม่ชังชาติไม่คลั่งชาติ และรักชาติอย่างมีการยอมรับจุดอ่อน

               สอง, พร้อมที่จะแก้ไขจุดอ่อนของชาติ โดยร่วมมือกับคนกลุ่มที่เห็นไปทางนี้ หรือเห็นต่างก็ตาม

               สาม, ความเห็นต่างต้องไม่เป็นความขัดแย้งไปสู่ “กับดัก”เผด็จการรออยู่

        ผมคงไม่ออกความเห็น ใครจะเชียร์ใคร?เพราะโอกาสถูกแบนมัน “เห็นกันโทนโท่” เขาไม่กลัวศาลสหรัฐหรือยุโรปหรอก-กลัวก็ศาลไทย ของจริงกว่า!

                                           ศรีภูมิ ประสานพล

                                           วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน