*/
  • enjoyjing
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tan_saii@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2010-03-30
  • จำนวนเรื่อง : 108
  • จำนวนผู้ชม : 68935
  • จำนวนผู้โหวต : 17
  • ส่ง msg :
  • โหวต 17 คน
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2563
Posted by enjoyjing , ผู้อ่าน : 352 , 09:37:58 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

         FLASH-MOB

ความงามงดงามหรืออัปลักษณ์             

     ที่จริง,ผมไม่อยากสนใจนักหรอกครับว่าพวกคุณจะก่อตัวด้วยประโยชน์และวิธีคิดอย่างไร?แต่เมื่อสองสามนี้, มีสองสามเรื่องหรือมากเรื่องกว่านั้น,มันพอที่จำต้องเขียน “ตะโกนออกไปดังๆ” แม้ดูมันจะยาวสักหน่อย;

            เพราะอย่างพวกคุณ ถ้าไม่ใช่ข้อสอบ-สักสิบบรรทัดคงทนอ่านไม่ได้ ,แต่ผมยังมีความหวังว่าจะมีคนหนึ่งในร้อยหรือหนึ่งในพันที่อาจลองทนอ่านอะไรๆจากคนธรรมดาสามัญคนหนึ่ง –แต่รับรองผมไม่มีเชื้อไพร่หรือ ทาส หรือคนต่างด้าวเท้าต่างแดน ซึ่งยังรักที่จะพูดอะไรออกมาเพื่อประเทศอันเป็นที่รักของผม

             (ผมกล้าพูดได้เลยว่าผมนี่แหละเป็นคนรักในประเพณีวัฒนธรรมของประเทศนี้อย่างยากจะหาตัวจับได้-ขวาจัด อนุรักษ์นิยมสุดๆ?บางทีฮิตเล่อร์กลับชาติมาเกิดมั้ง-ฮา!ถ้าผมพอจะมีเงินหรือเวลา ผมเลือกจะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศนี้-ซึ่งผมใช้รถยนต์ส่วนตัวเดินทางมาเกิน หนึ่งล้านกิโลเมตรมาแล้วเฉพาะอยู่หน้าพวงมาลัยเอง นับสามสิบคันทั้งเก่าและใหม่เดินทางในประเทศนี้เสมอๆ,ถ้าประเทศนี้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ผมจะขับรถยนต์ด้วยตัวเองเดินทาง-โดยหวังว่าจะครบ สองล้านกิโลเมตรในอีกสักสิบปีถ้ายังลากสังขาร ขับเองได้-และยืนยันได้ว่าไม่เคยไปต่างประเทศทั้งๆที่ มีคนยอมให้เงินฟรีๆหลายครั้ง ผมขอเงินจำนวนนั้นมาใช้การเดินทางในประเทศ,เว้นไว้แต่เมื่อ กลุ่มทักษิณและบริวาร ครองอำนาจ และยังมีอิทธิพล สร้างความแตกแยก- ผมไม่เหยียบเชียงใหม่นานมากแล้ว-เมืองที่ผมต้องไปเที่ยวปีละหลายๆครั้ง แม้จะงดงามแค่ไหน?คงรอเวลากวาดเสี้ยน เอ้ย เมล็ดหญ้า ที่ติดขา กางเกงในไร่ให้หมดก่อน-ผมขอโทษ กำลังทำไร่เล็กๆน้อยๆ อยู่อาจพูดผิดพูดถูก)

           เรื่องแรกเห็นจะมีคนหัวเกรียนหน้าตะกร้อ คนดังของเราพูดขึ้นว่า การก่อตัวของนักศึกษาวันสองวันนี้มันเหมือนกับเหตุการณ์ปี 2516-คือวันที่14 ตุลาคม หรืออาจจะเป็น6ตุลาคม2519 –ไม่รู้ว่าช่วงนั้นท่านอยู่ชั้นอะไรครับ?และก็มีหลายผู้ คิดว่ารัฐบาลนี้จะสร้างเหตุการณ์นองเลือดเหมือนวันนั้น,และนำไปสู่เหตุการณ์แบบพฤษภาทมิฬ  17 พฤษภาคม 2535(ซึ่งคงคิดว่าท่านถนัดที่สุดเพราะท่านเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงวันนั้น ผมเห็นเด็กหนุ่มรุ่นคุณอย่างนายอะไรนามสกุล ทำใจ หรือนาย นามสกุลนฤมิตร อะไรนี่ที่กำลังเป็นผู้นำในหมู่นักศึกษายามนั้นได้อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งเป็นระยะผ่านหนึ่งที่สำคัญในประวัติศาสตร์ไทยทั้งมวล แต่ถ้าเอาเหตุการณ์ใดหนึ่งเป็นสรณะ ก็ไม่ต่างอะไรกับ “ตาบอดคลำช้าง” นะน้องๆ;

           ที่จริง,ไม่ว่าจะเป็นช่วงปี 16หรือ19 หรือปี35 ซึ่งหลายคนโด่งดัง และสมประโยชน์(ส่วนตัวก็มาก)แต่ผมไม่เคยที่จะเข้าไปหาประโยชน์จากมันแม้แต่น้อยนิด –เว้นแต่ได้ประโยชน์จากความเป็นสังคมที่ชอบธรรมขึ้นมาระดับหนึ่งในแต่ละขั้นของมัน,ได้อานิสงส์เช่นเดียวกับประชาชนไทยทั่วไป.

           แต่มองๆดู แล้ว ปี53 เป็นเรื่องของคนบางกลุ่มที่พิทักษ์คนบางกลุ่มที่เป็นเสื้อแดง หรือประมาณปี49เป็นกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่าเสื้อเหลือง-เป็นการต่อสู้ของพวกกลุ่มนายทุนน้อยและมวลชนพื้นฐานจำนวนหนึ่ง,รวมทั้งปี56เป็นมวลมหาชนที่กว้างขวางขึ้น แต่ครอบคลุมไม่ทั้งหมด-ซึ่งนำมาสู่ระบอบกึ่งประชาธิปไตย(อันจำเป็น-อาจไม่กว้างขวางทั้งประเทศแต่ก็จำเป็นที่จัดว่าชอบธรรมที่สุด นับจากสมัย14ตุลาคม2516 ที่วันนี้กำลังถูกบิดเบือนไปอย่างน่าอัปยศอดสู-ไร้ยางอายที่สุด!)

             ผมไม่เชื่อว่าคนที่เข้าร่วม “ม็อบ-ฉาบฉวย” ซึ่งผมกำลังแปลให้ตรงกับ FLASH-MOB ที่สุดแล้วนะ,เขาจะมาอ่านข้อความยาวๆของผมเมื่อผ่านพารากราฟแรก เขาคงเปิดอย่างอื่นดูต่อไป หรือเลื่อนมันไปเรื่องอื่น-ที่ประดังปะเดมาในโลกออนไลน์; แต่ผมคิดว่า มันเป็นบันทึกหนึ่งในเหตุการณ์ที่กลืนไม่เข้าคลายไม่ออก-เสมือนบันทึกที่ท่านส.ส.มักอ้างว่าขอบันทึกเอาไว้ในสภา.ถ้าไม่น่าสนใจหรือหนักกว่านั้นเป็นเอกสารทางราชการที่เขียนเอาไว้ให้“อาลักษณ์”ค้นคว้าเฉพาะ.

            เมื่อผมได้ยินเสียงเพลง “ถ้าหากฉันเกิดเป็นนกที่โผบิน ติดปีกบินไปให้ไกลๆแสนไกล จะขอเป็นนกพิราบขาว” เป็นเพลงที่ จิตร ภูมิศักดิ์ ประพันธ์ก่อนปี2516 สักเจ็ดแปดปี-ท่านแต่งด้วยทำนองของคนเวียดนามกำลังทำสงครามกับผู้รุกราน –สหรัฐอเมริกา(ฟังประเทศนี้ให้ดีๆนะ) เป็นเนื้อทำนองที่ต่อต้านสหรัฐผู้รุกรานครอบงำประเทศเขา,และท่านจิตร ได้เอามาแปรงเป็นไทยในขณะที่เข้าป่าจับปืนต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการ สฤษดิ์ ถนอม ประภาส ที่กำลังปราบปรามประชาชน ไทยเพราะ คนไทยต่อต้านกองทัพสหรัฐ มาตั้งในประเทศไทยนับสิบแห่งโดยประชาชนไทยไม่เห็นดีด้วย-สหรัฐตั้งฐานทัพเอาเครื่องบินมาลงที่นี่เพื่อประหยัดเงินที่จะเอาเครื่องบินจากเกาะกวมมาทิ้งระเบิดในสามประเทศอินโดจีน ซึ่งว่ากันว่าระเบิดที่ทิ้งในลาวเพื่อนพี่น้องของชาวไทย ถูกลูกระเบิดของสหรัฐทิ้งไม่กี่ปี มีจำนวน รวมๆกันมากกว่าที่มีระเบิดใช้ในสงครามโลกครั้งที่สองทั้งหมด วันนี้แผ่นดินในลาว เขมร และเวียดนามยังมีระเบิดฝังในดินอยู่ กู้ยังไม่หมดเลย,ผ่านมาร่วมเกือบครึ่งศตวรรษแล้ว.

            ผมก็ไม่อยากสนใจมาก,แต่เมื่อนักเรียนเตรียมอุดมทำ “ม็อบ-ฉาบฉวย”ฉาบฉวยพอๆกับสำนักอื่น การหยิบฉวยเอารูปท่าน จิตร ภูมิศักดิ์ ขึ้นมาอ้างอิงว่าเป็นนักต่อสู้เผด็จการทหาร;ผมคงทนไม่ได้แน่เพราะผมเป็นศิษย์เก่าเตรียมอุดม และเป็นรุ่นน้องคุณจิตร ในหลายๆด้าน

            (เรื่องนี้ไม่ได้โม้นะ อาจารย์วัธนวรรณ เป็นนักศึกษารุ่นเดียวกับจิตร ภูมิศักดิ์ สอนภาษาไทยของผมที่จบอักษรจุฬา, วันหนึ่ง ไม่ทราบว่าท่านเห็นผมเป็นคนอย่างไร?

           -ตอนนั้นผมเรียนอยู่ปีหนึ่ง-ม.ศ.4  ห้อง 406 ห้องควีน ท่านว่า

           “เห็นนั่งอยู่ที่ที่ผมนั่งนี้แหละ” ผมเป็นหัวหน้าห้อง 406แต่ตอนนั้นห้อง406เป็นห้องคิง,ท่านบอกว่าความหัวแข็งของเธอคล้ายกับเพื่อนของท่าน เรียกชื่อยังไม่ได้นะ-เพราะตอนนั้นแม้จะเอ่ยชื่อคนเป็นคอมมิวนิสต์ไม่สามารถทำได้ มีกฎหมาย “ว่าด้วยการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์” พวกเผด็จการก็เอาตาย,มันคนละขนาดกับเผด็จการที่ท่านว่าเวลานี้อย่างกับฟ้าและเหวมั้ง?

            ผมก็ได้แต่เดาว่า “แล้วผมจะรู้ไหมนี่ ว่าจะทำอย่างไร?” เขาถูกโยนบก เพราะกระด้างกระเดื่อง สมัยเรียนจุฬา,และต่อมาเขาอยู่ในป่า-สุดท้ายก็เสียชีวิต,ผมก็สงสัยว่าเอาผมไปเทียบกับคอมมิวนิสต์ทำไม?เพราะพวกเรากลัวอย่างกับอะไรดี! อย่าง “เหมาเจ๋อตง” เราถูกฝรั่งเขียนเป็นยักษ์มีเขี้ยวออกมา,เราเรียกว่า “เมา”แล้ว “เซ”และถูกเตะกระเด็นไปเชียง “ตุง” คือ “เมาเซตุง”เป็นยักษ์ดุร้ายมาจากจีน ต้องระวัง-มันขนาดนี้เลยนะน้อง เผด็จการสมัยนั่น.

           พอย่างเข้าปีสอง(2515)เราก็เริ่มรู้ว่าเผด็จการถนอม-ประภาส ชักจะเข้ามาควบคุมนักเรียน; หลังจากที่เข้าเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยกันเกือบหมดโดยคณะทหาร เริ่มจากที่แสบคือจอมพลถนอมเป็นนายยกสภาธรรมศาสตร์,นี่แสบกว่าเพื่อน ,ส่วนประภาสเป็นนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,ในเตรียมอุดมมีการควบคุมนักเรียน ตั้งแต่การตัดผม การแต่งกาย-ฟังดูคล้ายจะให้เราเป็น แบบเตรียมทหาร-หรือนักเรียนนายสิบ.

          ผมเกลียดทหารมากกว่าพวกน้องๆเสียอีก,รู้ไหม?ผมเล่นรักบี้ให้เตรียมอุดมซึ่งแข่งประเพณีกับเตรียมทหาร,เหมือนบอลจุฬา-ธรรมศาสตร์,ผมชอบประวัติช่วงนี้มาก; ผมเป็นแถวหน้า เข้าชนนักเรียนเตรียมทหารทุกคน ที่แข็งแรงมากเมื่อเทียบกับเตรียมอุดมที่ถอดแว่นตาเล่นเกือบทุกคน,ผมเห็นใครก็ได้ที่เป็นทหาร ชนหมด จน ครั้งหนึ่ง ผมแทกกองกลางของเขาและกระเด็นไปนอกสนาม,กองเชียร์ทั้งหมด ที่จะตะโกนทุกครั้งว่า “เสียบ” หรือ “ฆ่ามัน”ก็มี, ผมถูกกองเชียร์เตรียมทหารถีบเข้ามา-ผมงงหมดเพราะกลับมาอยู่ในสนามเฉยเลย –เพื่อนฟูลแบค บอกว่า “มันโหดฉิบหาย” มึงถูกสี่ห้าตีนถีบเข้ามา(ไม่รู้ว่าท่านประยุทธ์ อยู่ในกองเชียร์ถีบผมด้วยหรือเปล่า เพราะท่านอยู่ปีสอง เตรียมทหาร-ความจริงท่านรุ่นเดียวกับเพื่อนผมแต่ท่านเข้าเตรียมทหารก่อนรุ่นหนึ่ง) เชื่อไหม?รักบี้ประเพณีเตรียมทหาร-เตรียมอุดม มีหลายปีแล้ว เตรียมอุดมไม่เคยชนะ แพ้ หมดรูป  0 ต่อ20 หรือ4ต่อ 30

                 แต่มาปี2514 ก่อนการรัฐประหาร ตนเองของจอมพลถนอม 17พฤศจิกายน 2514-หลังจากเลือกตั้งแล้วพรรคสหประชาไทยของท่านถนอม-ประภาสชนะเลือกตั้งท่วมท้น แต่สภาวุ่นวาย ทหารเผด็จการฟัสซิสม์หุ่นเชิดของสหรัฐปฏิวัติ เพราะคำบัญชาของสหรัฐ เมื่อโวเหงียน เกียบ ประกาศสงครามขั้นยันในเวียดนาม,สหรัฐต้องการเพิ่มอาวุธและกำลังทหารและขอขยายฐานทัพในไทย;ในขณะเดียวกัน,ได้มีการเตรียมการล้อมปราบกองทัพปลดแอกไทยที่พิษณุโลก เลย เพชรบูรณ์ ที่รุนแรงมากขึ้น-เผด็จการฟัสซิสม์ไทยจึงปิดปากประชาชนและระบอบรัฐสภาไทย เพื่อสะดวกในการกระทำการตามคำบงการชองสหรัฐ.

                  จะว่าไปก็คล้ายเรื่องที่เกิดขึ้นในสมัยนี้(ไม่สงสัยเลยหรือว่า สหรัฐมีท่าทีต่อประเทศไทยเหมือนกับสมัยนั้นไหม? แทนที่จะสนับสนุนระบอบทหารประยุทธ์เหมือนเมื่อสมัยถนอม-ประภาส,สหรัฐกลับใจใหม่-อยากล้างบาปหรือ? เขาชูธงสนับสนุนพรรคที่ถูกยุบที่น้องๆรักนักหนา ที่พวกน้องๆ ถือว่าทหารกลุ่มประยุทธ์ทำให้พวกน้องโกรธ-เพราะยุบความหวังของน้องๆ! ดังที่สำนวน ฝรั่งว่า “A hay in the back of a camel”เขาสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยเสรีแบบน้องๆแหละ?รวมทั้งกลุ่มเสื้อแดง มิตรคู่เรือนเพื่อนคู่ใจน้องๆนี่แหละ ที่เคยกระทำสิ่งเลวร้ายในสายตาสหรัฐในสมัย สฤษดิ์ ถนอม-ประภาส-งานนี้ ท่านชาญวิทย์สมาชิกพรรคที่แบเบอร์เลือกข้าง หมดสภาพนักวิชาการบริสุทธิ์-และนิธิ ผู้ตื้นตันใจที่สุดในชีวิตเมื่อเห็นน้องๆของท่านออกมาสร้าง จุฬาจรัสแสง สองท่านไม่เคยเล่าหรือ สองผู้เป็นปรมาจารย์ยุคใหม่ –เขาปิดอะไรเอาไว้ครึ่งหนึ่ง ในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ได้กันอย่างไรหนอ? พวกประชาธิปไตย-ชาว 14 ตุลาคม 2515 –ที่พวกน้องๆแอบอ้างว่าพวกน้องๆกำลังสืบทอดเจตนารมณ์อยู่นี่ บังเอิญพี่ยังไม่ตาย ที่สูญหาย และหลงลืมไปก็มาก เห็นจะๆว่าเป็นคนละ จิตวิญญาณเลยครับ อยากจะอาเจียนแย่แล้ว –ไม่ใช่กลิ่นคาวเลือดในกายน้องๆนะ-แต่เป็น ความดัดจริต แค่เอาอารมณ์พุ่งพล่านไม่กี่นาที หน้าห้องเรียน เมื่อเทียบกับพวก14ตุลาคม เขานอนบนถนนเลือด กลิ่นดินระเบิด ดินปืนรอบกาย-แต่เชื่อไหม?ที่ท่านเสกสรร ประเสริฐกุลพูดไม่มีผิด! ก็ไม่เคยเห็นกลุ่มนักวิชาการเหล่านี้บนแนวรบที่ลงแรงเลยสักกี่คน ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนกระทั่งการชุมนุม ที่หน้าห้องทำงานของเขาก็ไม่โผล่ออกมาสักคนเดียว: ไปกลางทุ่งนา เพื่อมวลชนผู้ยากไร้อยู่ท่ามกลางทุ่งสังหารที่ พวกเรา มีแต่มือเปล่า-กระทั่งเข้าป่าจับปืน แต่เข้าป่าทั้งที ปืนไม่มี ต้องเอาเหล็กตันๆมาเจีย เป็นกระบอกลูกซอง สู้กับ เอชเค-โรงงานผลิตปืน ในไทยที่เยอรมันช่วย เอ็ม16 มาจากสหรัฐหรือ05นาโต้ มาจากกลุ่มนาโต้- EUที่เชิดชูน้องที่ออกมาต้าน ผู้สืบทอดอำนาจที่เขาเลือกตั้ง ในเวลานี้อย่างไรหละ!สหรัฐส่งเสริมให้ฆ่านักศึกษาและประชาชนที่ “ต่อต้านเผด็จการถนอม-ประภาส” ที่น้องคิดว่าเหมือนประยุทธ์ประวิทย์ นี่อย่างไรหละ!ฆ่าตายนับศพอาทิตย์ละคนภายใต้คำบงการของC.I.A. และในสมัยนั้น ยุยงให้ทหารเข่นฆ่าด้วยซ้ำ-คือการนองเลือด วันที่ 6ตุลาคม 2515 โดยโยนบาปไปที่กลุ่มศักดินาเหมือนเดิมที่สหรัฐทำเวลานี้-และทำท่าจะสร้างสถานการณ์จำลอง ตามกฎวิทยาศาสตร์สังคมแบบประยุกต์: ตัวอย่างคนตาย อมเรศ ไชยสะอาด-เหมือนจะเป็นชาวหมอมหิดล,อาจารย์ชวินทร์ สระคำ,นิสิต จิรโสภณ ชาวม.ช.หรือ ดร.บุญสนอง บุณโญทยาน อาจารย์สังคมวิทยาที่นักสังคมวิทยาทั่วโลกยอมรับว่าเป็นหนึ่ง,นี่เป็นเหตุให้ผมเข้าป่าก่อน 6ตุลาคม 2519เลือดของเราแดงกว่า ของชาวธรรมศาสตร์ของน้องทอนอีกครับ,กลั่นออกมาเป็นบทเพลง “เลือดต้องล้างด้วยเลือด  ให้มันแห้งเหือด ความแค้นในใจ –ยิง ปัง ปัง เราลูกประชา เอาเลือดมันมาล้างแค้นเลือดไทย”)                              

             วันนั้น(ย้อนกลับมาใหม่)ผม ขณะอยู่เตรียมอุดมเดียวกับน้องๆที่ชูป้าย “จิตร ภูมิศักดิ์” ด้วยเลือดเหลืองแดงในอนาคตของผม –ผมกลายเป็นวีรบุรุษ(คนละนากับท่านนายตำรวจใหญ่นะ)ผมทำให้เตรียมทหารเกือบแพ้(ขอย้ำเตรียมอุดมแพ้เตรียมทหาร 0 ต่อเลขสองหลักขึ้น ตลอดมา) เตรียมอุดมของผม แพ้อีกตามเคย แต่เขา อาจารย์ของเตรียมทหาร บอกว่าเตรียมอุดมก็เรียกว่า “แพ้ก็ได้” แต่เป็นผู้ชนะอย่างแท้จริงกว่า? เพราะ ทหาร เขาวางทรัยได้4 แต่เรา-พลเรือน เตะเปลี่ยนได้ฟาว 3 ผลออกมา เป็น ¾ ,จบการแข่งขัน ชื่อผมถูกสาวๆตะโกนรอบสนาม กระทั่งรถบัสของเรา ตะโกนชื่อผมตลอดทางจากสนามมวยลุมพินี ที่เป็นที่เดียวกับโรงเรียนเตรียมทหาร สนามแข่งวันนั้น(ก็นี่อย่างไรหละ?เป็นผลประโยชน์ นับกว่าห้าสิบปีมาแล้ว! ที่ท่านผบทบ.ลูกพลเอกสุนทร คงสมพงษ์ จะสะสางช่วงนี้แหละ) จนรถเข้ามาโรงเรียนเตรียมอุดมที่ที่น้องๆถือป้ายจิตร ภูมิศักดิ์ ประท้วงทหารวันนี้-ที่มีเรื่องอะไรกลับทิศกลับทางไปหมดแล้วโว้ย!)

                 ผมสงสัยว่า วันนี้ จิตร ภูมิศักดิ์ ไปรักชอบพอกับสหรัฐตรงไหน?โดยผ่านเผด็จการประยุทธ์ที่สหรัฐแทบจะกึ่งปรามกึ่งประณาม,ตามด้วยEU หรือ KUเอ้ย นี่มันนักศึกษาเกษตร –ขอโทษครับ!ที่ผมพูดมานี่ไม่ต้องตกใจครับ,พวก “ม็อบ กล้วยฉาย”มันไม่อ่านหรอกครับคุณทักษิณหรือคุณธนาธรหรือคุณอะไรหนา อีกสักกี่คนละว้า จำไม่ได้?

           เอาเป็นว่า,ผมเกลียดทหารขนาดไหน และวันนั้นถ้าผมรู้ว่ากองเชียร์เตรียมทหารที่มีคุณประยุทธ์อยู่ด้วยผมจะเกลียดท่านขนาดไหน?ฮา!(เมื่อวานนี้นายเพนกวิ้นไปพูดที่เกษตร ดูเหมือนมีดราม่าเล็กน้อย ที่มีชายชุดเสื้อเหลือง-แดง เข้าไปใกล้ นายเพนกวิ้นผิดสังเกต:แว่วๆว่า เขาไม่เห็นด้วยที่เพนกวิ้นพูดอย่างนั้น,ตรงที่สมัยนั้น เตรียมทหารสมัยท่านประยุทธ์ เขาถอดเสื้อ ไม่กล้าเดินกลางถนน-ผิดถูก หรืออย่างไร?ผมไม่รู้ แต่คนที่พูดทักท้วงนั้นจะเป็นการพูดจริงหรือเท็จหรือก่อกวนตามความเห็นของสื่อสาย “แม้ว”ผมว่า ไม่ใช่,ท่านผู้นั้นอาจพูดจริง! เพราะข้อเท็จจริงนั้น ;ผมเดาเอาเองนะว่า เตรียมทหารเขาถอดเสื้อออกเพราะ,หนึ่ง ท่านอาจไว้อาลัย และละอายที่ทหารปราบปรามประชาชน(เรื่องกลัวนั้น-ถ้าคุณเป็นชายแท้เขาไม่หมิ่นชายหรอกครับ-เว้นแต่ไม่ใช่ลูกผู้ชายพอ) สอง สมัยนั้น รู้หรือเปล่าว่า นักเรียนทหารหรือทหารด้วยกันเขาก็เข้าใจ ว่าประเทศไทยถูกปกครองด้วยคณะทหารที่ไม่ชอบธรรม และเอาประเทศไปแขวนไว้กับสหรัฐ,ผมเชื่อว่าขบวนการ 14ตุลาคม2516 เป็นขบวนการ รักชาติรักประชาธิปไตยของประชาชนทุกชนชั้นและทุกวงการ ทั้งวงการทหารและตำรวจ ข้าราชการที่เป็นคนไทย-เพื่อนผมที่เรียนเตรียมทหาร เราก็ยังเป็นเพื่อนนักเรียนเหมือนกัน มีการพูดคุยกัน มีพี่มีน้องที่เป็นเตรียมอุดม เป็นสวนกุหลาบ แต่เราเลือกเรียนต่างกัน-เชื่อไหมว่า 14 ตุลาคม 2516ไม่เพียงแต่ทำให้เราซึ่งจะจบออกไปในอนาคต-รวมทั้งนักเรียนเตรียมทหาร ก็อยู่ในขบวนการนี้ด้วย-เมื่อเราจบออกมา เป็นข้าราชการ ทหารหรือตำรวจ หรือปลัดอำเภอหรือเข้าไปทำงานเป็นวิศวกร หรือเป็นนักบัญชี ต่างได้พกเอา “จิตใจรักชาติ รักประชาธิปไตย” ของขบวนการ 14ตุลาคมเข้าไปอยู่ในจิตใต้สำนึก ไม่เว้นแม้กระทั่งกลุ่มทหารประยุทธ์กลุ่มนี้-จิตใจนี้เข้าแทรกซึมทุกอณูของบรรดาประชาชาติและชนชาติทั้งมวลกระทั่ง “ทหาร” ในทางกลับกัน

              กลุ่มทหารประยุทธ์นี้เขาจึงมีท่าทีต่อสหรัฐและอียู-ต่างแตกออกไปจากกลุ่มสฤษดิ์ ถนอม-ประภาส อย่างไรหละ!เฉกเช่นนักศึกษาอย่างเราๆนี่ ไม่ใช่หรือ?

             รัชกาลที่เก้าได้ยุติศึกโดยทรงตั้ง สัญญา ธรรมศักดิ์ ทำให้ทุกหมู่เหล่าเข้าใจ ระบอบพระมหากษัตริย์ไทยกับระบอบประชาธิปไตย ไปด้วยกันได้สนิททีเดียว เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข,และเป็นวิถีทางเดียวที่จะขจัดระบอบกึ่งเมืองขึ้นกึ่งทุนนิยม ที่สหรัฐ “เสือก”เสนอเข้ามาให้คนไทยรับไว้ นั่นคือระบอบประชาธิปไตยเสรีจอมปลอม หรือระบอบเผด็จการ จอมปลอม “รักชาติจนน้ำลายไหล” อยากจะสูบเลือดให้หมดมั้ง?)           

           และเมื่อผมอยู่ปีสอง เตรียมอุดม 2515,มียุทธการเขาค้อ ปราบแม้วแดงและประชาชนในแถบอีสานที่นิยมกองทัพปลดแอก กลุ่มทหารถนอม-ประภาสสูญเสียมากมายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน,ความเริ่มจะแตกเพราะงบประมาณทหารถูกใช้ไปมาก-เศรษฐกิจย่ำแย่ผู้คนตกงาน อย่างแบบที่พวกคุณทั้งหลายว่ามาเช่นทุกวันนี้แหละ-เริ่มมีม็อบตามมหาวิทยาลัยเล็กๆน้อยๆและรุกลามไปทั่ว.

          ทุกคนต้องเรียนร.ด.เพื่อจะได้ไม่ต้องเป็นทหาร,มีการจัดอภิปรายต่อต้านเผด็จการประปลายในระดับไม่กว้างขวางแต่ซึมลึก.

          ผมสมัครเรียนร.ด วันแรก,จ่าทหารกร่างมาก,เพราะตอนนั้นทหารเป็นใหญ่,สั่งผมวิดน้ำ-ทำโน่นนี่นั่น-น้องๆร.ด.ก็คงรู้. พอเราพักและเข้ามาฝึกอีกรอบ ผมก็ชัดอีดๆออดๆ ไม่ฟังคำสั่ง-เริ่มจะต่อต้านเพราะท่านพูดจาไม่ค่อยเป็นเรื่องเช่นเรียกพวกเราว่า “ไอ้สะเหร่อ” ที่แปลว่าเซ่อร์เพราะพวกเราสรวมแว่นเสียส่วนใหญ่เวลาถอดก็เงอะงะ-หันมาทางผมว่าหมดแรงหรืออย่างไร?จริงๆผมเป็นนักรักบี้ฝึกหนักกว่านี้อีก.ผมตะโกนว่า “เบื่อทหารหวะ!” แล้วเดินออกนอกแถว,จ่านั่นตะโกนว่า “จะออกไปไหน?กลับมาก่อน เดี๋ยวกูไล่ออกนะ”

          “กูลาออกเดี๋ยวนี้แหละ”และก็ถือกระเป๋ากลับบ้าน-พร้อมตะโกนกลับไป

           เอาเป็นว่ารัฐทหารหรือรัฐบาลประชาธิปไตยที่เลือกตั้งตามกลไกแบบประชาธิปไตยทั่วไปในสมัยท่านประยุทธ์นี้นั้น-อาจมีบางสิ่งบางอย่างไม่เต็มที่นัก;แตกต่างจากเผด็จการทหารในอดีตอย่างสิ้นเชิง,มีความเป็นอิสระเป็นตัวของตัวเองไม่อยู่ใต้อำนาจรัฐใด-โดยเฉพาะกลุ่มทุนใหญ่สหรัฐและยุโรป,เดี๋ยวนี้ออสเตรเลียก็สะเออะเข้ามากับเขาหรือ?

           น้องๆลองหันไปหาความจริงให้ทั่วด้านกว่านี้,ที่มีเสียงแว่วมาว่า “ม็อบชังชาติ”มันมีเค้านะน้องๆ,บรรดาอาจารย์ทั้งหลายที่มีภรรยาเป็นฝรั่งต่างชาติ-ผมคิดเองนะ เขาเผื่อเอาไว้หรือเปล่า?เพราะคงไม่ร่ำรวยอย่างคุณทักษิณ หรือครอบครัวเหล่านั้นที่เขามีทุนรอนพอจะอยู่ประเทศนอกคอกนา ได้สบายทั้งชาติ-คนแล้วคนเล่าชะตากรรมของเขาเป็นอย่างไร?ไม่มีใครมาช่วยเหลือสักกี่น้ำ,ที่ตายก็ตายไปที่อยู่ก็สู้ต่อไป-ใช่ว่าคนเดือนตุลาคมจะไม่ประสบชะตากรรมเหมือนคนเสื้อแดงหลายๆท่าน;แต่ที่ไม่เหมือนเพราะท่านเหล่านั้นที่ตายก็เป็นวีรชนจริงๆอย่างจิตร ภูมิศักดิ์;คนที่ต่อสู้ตั้งแต่ปี53และดูไปดูมาจะเป็นแบบน้องที่ทำ FLASH-MOB ที่มีเสียงตุๆออกมาบ้างว่า

“ม็อบชังชาติ” เพราะแทนที่ต่อสู้เพื่อคนทั้งมวล แต่กำลังต่อสู้ “เพื่อ”คนบางกลุ่ม

           และปฏิเสธ พัลวันว่า ยุบพรรคเป็น “ฟางเส้นสุดท้าย” ต่อต้านเผด็จการ เพื่อประชาชน?ต่างหาก มองไม่ออกหรือว่าพวกเขาต่อสู้เพื่อความมั่งคั่งของตนเองทั้งนั้น-พวกน้องๆต่อสู้เพื่อพวกเขาเพียงหยิบมือเดียว-จะเหลืออะไร?ครับ!

             ถ้าจะปล่อยไป มันจะไปกันใหญ่หลายเรื่องที่ความฉาบฉวย มันจะเข้าทำนอง “กล้วยฉาบ”กระมัง?ผมจึงเข้ามาเตือนสติแรงๆ!

              เอาอย่างนี้ดีกว่า “เพลงภูพานปฏิวัติ” ที่แต่งโดยคุณจิตร หรือเพลง “เลือดต้องล้างด้วยเลือด” ท่านแต่งต่อต้านเผด็จการทหารหุ่นที่เกาะตีนเกาะมือสหรัฐ-ยิ่งกว่านั้น พวกไหนเอ่ยที่เกาะแข้งเกาะขา “คนแดนไกล”มันยิ่งไปคนละเรื่อง!

             มีเพลงหลักของคนในป่า ถือเป็นเพลงประจำ “ชาติ”ของเขาคือ”ปฏิวัติชาติไทย”      คุณจิตรน่าจะเป็นคนแต่ง:

              “ปฏิวัติชาติไทย เพื่อมวลชนยากไร้ พี่น้องเอ๋ย พลีสละกายใจ พิทักษ์ไทยไพบูลย์ ก้าวไปเถิดนาประชา (ผมจำท่อนนี้ไม่ได้-กว่าสี่สิบปีแล้ว) สร้างกำลังเพิ่มพูน เข้าดับสูญ “อเมริกา” ตรงนี้คงไม่ได้หมายถึงทวีปอเมริกานะ และคงไม่หมายถึงประเทศอเมริกา-ไม่มีครับ มันหมายถึงสหรัฐอเมริกาครับ;

              พวกเด็กๆเตรียมอุดมทั้งหลาย เห็นว่าเรียนจบจะไปต่อโน่น นี่นั่น,ก่อนอื่นต้องรู้จัก ฟังค้นคว้า ฝึกเรียนรู้อะไรให้จริงก่อนนะน้องๆทั้งหลาย-พอเกิดการยุบพรรค(อดีต)อนาคตใหม่ สถานทูตอะไรเอ่ยขยับก่อนเพื่อน,ถ้าน้องๆรักและเคารพท่านจิตร ภูมิศักดิ์ ทำไฉนมันตรงกันข้ามกับ ท่านจิตรละครับ-นั่นมันศัตรูหมายเลขหนึ่งในหัวใจของท่านเลยนะ!สหรัฐอเมริกา.

              ถ้าจะบอกว่าสหรัฐเปลี่ยนไปแล้ว?ตอบว่ายิ่งกว่าเหมือนเดิมหนักเข้าไปอีก-โน่นแน่ะ คาบสมุทรเกาหลี(ต่อจากคาบสมุทรอินโดจีนของคุณจิตร ภูมิศักดิ์) มันไปคาบสมุทร เปอร์เชีย คาบสมุทรบอลข่าน และคาบสมุทรตุรกี,หรือแถวๆนั้น อิรักและซีเรียมันยิ่งกว่าโหดของโหดอีกนะน้องๆ และไอ้ที่น้องสตรีวิทย์ ว่าจะไปต่อออกฟอร์ด เคมบริดจ์หรือ ซอบอน อะไรนั่นมันเชื้อแถวเดียวกันทั้งนั้นแหละ-สี่สิบห้าสิบปี พวกนี้มันไม่เปลี่ยนหรอกครับ;

             ตั้งแต่สมัยพระนารายณ์-เห็นว่าชอบดูหนังทีวี “บุพเพสันนิวาส”ก็เป็นภาพกว้างๆภาพหนึ่ง สามร้อยกว่าปี ชาติที่ออกแถลงการณ์ ต้านรัฐบาลทหารไทย “อียูทั้งหลายแหล่” สามร้อยปีมันเรียงหน้ากระดานกินโต๊ะของไทยกระทั่งโต๊ะเสวย,และเมื่อร้อยห้าสิบปีก่อน,มันเรียงหน้ากระดานและต่อคิวเข้ามาตามสนธิสัญญาเบาริงที่เราเป็นกึ่งเมืองขึ้นของพวกมัน,กว่าจะแก้ได้ต้องยอมเสียเมืองจันทบุรีและต้องแลกเขมราฐ ศรีโสภณ พระตะบองและทางใต้ ไทรบุรี ตรังกานู ปะริส;น้องๆทั้งหลาย

                 เพราะคนไทยฉลาดกว่าเดิม ,รวมทั้งน้องๆที่ยืนตามมหาวิทยาลัยต่อต้านเผด็จการทหารประยุทธ์ในวัน (เหล่า)นี้นั้น-เข้าใจว่าจะมีต่อกันหลายวัน,สหรัฐมันฉลาดล้ำลึก,มันก็รู้ว่าคนไทยโดยเฉพาะน้องๆก็ฉลาด แต่ความฉลาดมันไม่ได้ต่อเนื่องเพราะน้องๆอ่อนด้อยทางประวัติศาสตร์-เพราะนักประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่ มันเลือกจะอยู่ข้างนี้แล้ว-เขาจึงไม่ได้สอนน้องๆ เพราะเขาไปเรียนจากสหรัฐ ที่เป็นเจ้าของทางนี้แล้ว-คงไม่มีใครกระทั่งนักวิชาการเอง ที่อยู่ข้างๆ คอยกระซิบข้างๆ เป่ากูน้องๆ-ที่จะทิ้งวิชาของตนเองที่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปเรียนจนได้ชื่อว่าเป็น ศาสตราจารย์ด็อกเต้อร์ทางนี้กล้าพูดหรอกครับ!

           ว่า: พวกสหรัฐและอียูได้เสนอ ให้ทั่วโลก(แกมบังคับ-ถ้าไม่ปฏิบัติตามจะมีมาตรการหลากหลายชนิด กีดกัน ทางการค้า ประณามด้วยสื่อหรือประโยชน์อื่นใด เช่น จีเอสพีหรือปะดามี)ทั้งหมดจง “สร้างระบอบประชาธิปไตยเสรี สากล”ในประเทศของตน-มิฉะนั้น?เวเนซูเอล่า เป็นตัวอย่าง ซีเรีย  อิรัก อิหร่าน เกาหลีเหนือ

          หรือตลอดเวลาที่ประเทศไทยเผชิญจากพวกเขา ในระยะห้าปีผ่านๆมา.เฉตุไฉนใยฉะหนอ-ประชาธิปไตยแปลว่า “เสรีภาพ” โดยตัวมันเองจึงมีภาคบังคับ เป็นเช่นกฎหมายโลกไปเสียแล้วหละ?

          ที่แท้ “ระบอบเสรีประชาธิปไตย” ที่จะให้ประเทศไทยใช้,มันคือ “สนธิสัญญาเบาริ่ง” แปรงร่าง ที่ทำให้ไทยต้องยอมให้พวกตะวันตกเข้ามาค้าขาย หลายอย่างโดยเสรี(ของพวกตะวันตก) เพื่อให้ไทยเป็นกึ่งเมืองขึ้นตามลำดับ,มันเป็นระบอบอาณานิยมระดับ 4.0นั่นเอง!ที่เรียกชื่อแบบ4.0ว่าลัทธิประชาธิปไตยแห่งโลก;

          ในวันนั้น(สามร้อยปี และร้อยห้าสิบปีล่วงมาแล้ว)คนไทยที่ประกอบการค้าและเข้าเป็นส่วนหนึ่งของลัทธิล่าเมืองขึ้น เขาเข้าอยู่ในอาณัติของตะวันตก คืออังกฤษ และฝรั่งเศสหรือสหรัฐ หรือเยอรมัน ลากยาวมาอีก ในสมัยรัชกาลที่สาม,ก็ดูจะเท่ห์ ทันสมัย เป็นการเท่ห์แบบสังคม1.5หรือเข้าสู่สังคม 2.5-ทำผิดกฎหมายก็ขึ้นศาลตะวันตก-แหม เหมือนศาลที่พวกน้องๆเรียกร้องศาลรัฐธรรมนูญ ให้ศาลเอาตามสากล(เช่น การกู้ไม่ใช่เงินบริจาค-ที่จริงก็เป็นอย่างนั้นเพราะ “อินกอด วีทรัส” คัมภีร์ไบเบิลของเขาบอกว่า การถวายต้องด้วยใจและไม่มีภาระผูกพัน; ท่านทั้งหลายสอนว่าสังคมไทยเป็นสังคมอุปถัมภ์ไม่ใช่หรือ? ก็ท่านพูดเองว่าไทยมันยังไม่ถึง 3.0เต็มเลย? มันแก้แล้วหรือยัง-4.0แบบเขาอ่ะ? เงินบริจาคหรือเงินกู้แบบเสน่หา ต่างกันตรงไหน? ดอกต่ำตามตกลงกัน ของคนไทย มันอุปถัมภ์กันไม่ได้ใช่ไหม? แบบนี้เอ็นพีแอล ท่าน ยังไม่กลัวเลย จริงไหม? “ก็ผมรวย!”คุณศรีทะนนชัย,36อาจารย์ก็เป็นเจ้าคุณศรีไปแล้วหรือ?พ่อมหา36 ปรมาจารย์ชั้นนำของไทย!เฉไฉไปเรื่องอะไรอีกหละ-เป็นกฎหมาย “มหาชน” สัญญาประชาคม ดร.“อังดัว”อะไรเพ้อเจ้อเรื่อยเปื่อย,แล้วกฎหมายเสรีประชาธิปไตย ที่ศาลสูง สหรัฐสามารถเอา “นิกสัน” ประธานาธิบดีที่คนสหรัฐเลือกครึ่งประเทศ,ศาลสูงสหรัฐบอกว่าการแอบฟังเทปลับของพรรคฝ่ายค้าน โดยนิกสัน-พรรคของเขาก็เห็นด้วย? ผิดมหันต์ จงออกไป-ไม่ใช่ให้ลาออกนะ!มันกฎหมายอะไร?บอกทีเถอะ-การปลดรัฎฐาธิปัตย์สหรัฐ หนักกว่ายุบพรรค;นี่ขนาดยุบนะ ศาลไทยเผด็จการ?ปรานีขนาดไหน ยังเคลื่อนไหวอย่างกับพรรคคอมมิวนิสต์แน่ะ นอกสภาก็ได้ว่ะ)

            แต่นักประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่ผู้เกลียดระบอบศักดินาเสมอมา,ไม่ได้บอกหรือว่า พฤติกรรมของคนไทยบางกลุ่มในสมัยนั้น พอมองในวันนี้ คืออีก 100หรือ200ปีต่อมามันคือ “พวกไทยขายชาติ”ทั้งนั้นแหละเป็นเอกฉันท์ไม่ใช่หรือ?

           วันนี้ พวกที่เข้ารีตในระบอบประชาธิปไตยเสรี(คือสนธิสัญญาทาส-เบาริ่งที่เรียกว่าเป็นสังคมแบบ1.5หรือ2.0)แต่เป็นเพราะมันกำลังเป็นสังคม4.0ตามที่ท่านประยุทธ์ประกาศ;ลัทธิเสรีประชาธิปไตยที่น้องๆชื่นชอบ,มันคือระบอบสนธิสัญญาทาส ตามสังคมสมัยใหม่ 4.0นั่นแหละนา! และที่เขาเรียกว่า “ชังชาติ”นั้นเขาเรียกตามแบบสังคม 4.0นะครับ,แต่ถ้าเรียกตามสังคมร้อยสองร้อยปีก่อน ในรัชกาลที่สาม-เขาเรียกว่า “ชายชาติ ขายบ้านเกิดเมืองนอน-ตามแบบสังคม2.0” นั่นอย่างไรหละครับ!

                กว่าจะหลุด มันลากเราเข้าสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง สงครามโลกครั้งที่สอง,ไปกับมัน ทั้งที่ไม่เกี่ยวอะไรเลย กว่าจะเป็น “ไทย” แล้วใครจะยัง “ชักศึกเข้ามาอีกเหรอ?”

                ศรีภูมิ ประสานพล  2/3/2020

                


เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น