• ชาร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaiyaprukthailand@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 752
  • จำนวนผู้ชม : 3405016
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9308 คน
เอ็กซิท (สงวนลิขสิทธิ์ภาพและเรื่องในบทความทั้งหมดนี้ การนำไปทำซ้ำแม้แต่ส่วนใดส่วนหนึ่ง จะต้องได้รับการอนุญาตก่อน)
ภาพสวยสวยเรียงร้อยไว้กับคำคิดของคนแสวงหา ในยุคการเมืองไร้ราก
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/exit
วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2552
Posted by ชาร , ผู้อ่าน : 42657 , 15:06:57 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

เดินตลาดน้ำดอนหวายเพลินขยายพุงตอนเดียวจบไม่ลงจริง ๆ เพราะยังมีของขายอีกเยอะแยะให้กินแก้หิว กินไม่ไหวก็ยังต้องซื้อหอบหิ้วกลับไปกินต่อที่บ้านอีก  ก็เลยต้องมาชวนเดินกันต่ออีกสักตอนหนึ่ง ของกินเยอะอย่างนี้คงต้องมีสักอย่างที่ถูกใจบ้างแหละน่ะ ถ้าถูกใจหลายอย่างไม่อยากจะรอไปถึงวันเสาร์-อาทิตย์ ที่นี่วันธรรมดาเขาก็เปิดตลาด มีที่ทำงานอยู่ใกล้ ๆ จะไปหาอะไรกินกลางวันก็ยังได้ แต่อย่าเพลินเดินซื้อของจนเลยเวลางานนานเกิน ช่วงนี้เจ้านายเขากำลังจ้องหมั่นไส้อยากจะเลย์ออฟอยู่ก็เป็นได้ 

มาเริ่มชวนชิมกันที่ขนมกุยช่ายที่ทำแป้งแบบข้าวเกรียบปากหม้อ แต่ใส่ไส้ผักกุยช่ายลงไปในแป้งบาง ๆ เห็นผักกุยช่ายผัดที่เตรียมไว้แล้วก็นึกอร่อยตามไปด้วย

 

เปาะเปี๊ยะสดห่อไส้ม้วนโรยหน้าด้วยเนื้อปูใส่ไว้อยู่ในกล่อง ดูทีแรกแล้วก็ยังรู้สึกเฉย ๆ แต่พอเห็นเครื่อง กุนเชียง หมูตั้ง ไข่ หั่นเป็นเส้นยาว ๆ วางรวมไว้เป็นกองโต ก็อดหันกลับไปมองทบทวนอีกทีไม่ได้

 

ขนมเบื้องญวนทั้งแบบไม่ใส่ไข่แป้งกรอบบาง หรือใส่ไข่แป้งหนานุ่ม น่ากินตั้งแต่ยังอยู่ในกระทะ เอาขึ้นมาพักสะเด็ดน้ำมันก็ยิ่งน่ากิน

 

เครื่องเผือกกวน แปะก๊วย เห็ดหอม ถั่วลิสง หมูผัด กุ้งแห้ง ไข่เค็ม พอเอามาผัดคลุกกับข้าวเหนียวอีกที ดูอย่างไรก็ไม่น่าเบื่อ ชวนให้ต้องซื้อแบบที่เขาเอาไปใส่ในห่อใบไผ่นึ่งแล้ว รวมทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้วเรียกกันว่า บะจ่าง

 

ข้าวห่อใบบัวในซึ้งนึ่ง พอเผยอห่อให้เห็นหน้าตาเครื่องประกอบข้างใน กินไม่ไหวก็ยังต้องขอซื้อกลับไป หรืออย่างแหนมเนือง ที่ทุกวันนี้คุ้นเคยกันจนใกล้จะเป็นอาหารไทยเข้าไปทุกที อร่อยไม่อร่อยวัดกันที่สูตรปรุงหมูปิ้งกับน้ำจิ้ม

 

จานขนมจีนเจอเส้นสดสีขาว ๆ เข้าก็ชวนกินอยู่แล้ว เห็นผักสดผักต้มวางเรียงรายอยู่อีกทั้งผักกาดดอง มะระ กะหล่ำปลี ถั่วงอก ใบบัวบก หัวปลี ผักบุ้ง อยากอะไรชอบอะไรก็เลือกเอา ดูแบบที่เข้ากันได้กับน้ำราดขนมจีนก็แล้วกัน

 

น้ำราดขนมจีนที่เห็นหม้อใหญ่ ๆ มีทั้งน้ำยาปลาที่จะต้องมีทั้งแบบน้ำยากะทิ น้ำยาป่า น้ำพริกกุ้งสด แกงไก่ ที่หากินที่อื่นไม่ค่อยเจอก็มี น้ำยาปู (กะทิ) เจอร้านไหนก่อนก็อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินใจกิน เดินดูกันให้ทั่ว ๆ ก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมากินก็ได้ เพราะความอร่อยหรือน่ากินเป็นเรื่องที่เราเลือกได้

 

ถาดกับข้าวก็ละลานตา ใส่ถุงกลับบ้านไปก็ไม่ต้องเหนื่อยทำ บางอย่างซื้อมาทำเองต้องลงทุนมากเพราะมีส่วนประกอบหลายอย่าง ทำแล้วก็ได้ออกมาเยอะอีก ทั้งที่อยากกินแค่อิ่ม อย่างปูม้าผัดผงกะหรี่ กุ้งอบวุ้นเส้น บางทีทำเองแล้วหน้าตาออกมาไม่พอดี แต่ทำแล้วก็ต้องกินเพราะเสียดาย

 

ที่นี่ลูกชิ้นปลากรายจะถูกเอามาใช้ประโยชน์แปลงเป็นสูตรอาหารต่าง ๆ อยู่มาก สงสัยจะอยู่ใกล้แม่น้ำเลยมีเนื้อปลาให้ใช้เยอะ ถาดนึงเอามาผัดกับสะตอ อีกถาดนึงเป็นผัดเผ็ด

 

หลนปูเค็มกับแกงส้มไหลบัว กับข้าวส่วนใหญ่ที่นี่จะขายกันอยู่ที่ถุงละ 20-30 บาท ถ้าเนื้อสัตว์ที่เอามาปรุงมีราคาค่อนข้างสูง ก็จะขายแพงขึ้นมาอีกหน่อยเป็นถุงละ 50 บาท ร้านขายแกงที่เห็นมีถาดกับข้าววางขายมากอย่างหน่อย ดูเหมือนจะเป็นร้านแม่นวม อย่างฉู่ฉี่ปลาหมอ หรือปลาดุกฟูผัดพริกขิง ก็มีขาย เห็นวันธรรมดามีคนรับแบบใส่ถุงไปขายต่อบวกกำไรอยู่ด้วยเหมือนกัน

 

แกงบอนที่บางคนกลัวเคล็ดเลยไม่กล้ากิน เข้าปากแล้วเดี๋ยวคันกลายเป็นคนปากบอนไป ทั้ง ๆ ที่เป็นของอร่อย แก้ท้องอืดช่วยระบายท้องได้ด้วย ทำแกงบอนเองต้องรู้ต้องระวัง ทำไม่เป็นกินแล้วจะคันคอ อีกหม้อนึงเป็นแกงหน่อไม้ ทั้งสองแกงนี้ตักขายถุงละ 20 บาท

 

อันนี้ก็เอาลูกชิ้นปลากรายมาใช้งานเหมือนกัน หม้อนึงทำเป็นแกงป่า อีกหม้อนึงทำเป็นแกงกะทิ ตักขายถุงละ 30 บาท

 

ปลาทอดที่เห็นขนาดแล้ว ต้องหยุดทบทวนว่าซื้อไปแล้วจะกินกันหมดหรือเปล่า เพราะในมือนั้นก็ยังมีถุงของกินที่หิ้วกลับไปบ้านอีกตั้งหลายถุง

 

ขาหมูมีทั้งแบบต้มสุกแล้วแต่ยังไม่ได้ทอด กับที่ทอดด้วยแล้ว ขาใหญ่ ๆ ขายแค่ขาละ 190 บาท มองแล้วนึกเทียบกับขาตัวแล้ว ก็นึกปลง ๆ ในรูปลักษณ์สังขาร ๆ ไม่อยากกินทั้งขา ก็ลดต่ำลงไปอีกนิด ส่วนที่เป็นคากิเขาขาย 3 ขา 50 บาท

 

ไก่ไทยต้มเห็นมีขายอยู่เจ้าเดียวที่ร้านนายโหนก ไก่ไทยสดเขาก็มีขาย แต่ถ้าเป็นเป็ดย่าง เป็ดพะโล้ ขายกันอยู่หลายเจ้า ราคาตามขนาด แต่ส่วนใหญ่ก็ขายกันราคาไม่เกินตัวละ 300 บาท

 

เป็ดพะโล้เจ้านี้มีคนรู้จักกันมากหน่อย ชื่อนายหนับกับเป็ดพะโล้ดอนหวายได้ยินคุ้นหูมานานเป็นสิบปี มีให้เลือกขนาดตั้งแต่ตัวละ 200 บาท ไปจนถึง 300 บาท ฝ่ายต้มก็ต้มกันไป ฝ่ายสับก็สับกันไม่ได้หยุด

 

ใกล้เที่ยงท้องเริ่มส่งสัญญาณว่าได้เวลามื้ออาหารแล้ว ขาก็พลอยเป็นไปด้วยออกอาการเมื่อยขี้เกียจเดิน เข้าร้านที่เป็นแพหาโต๊ะนั่งริมน้ำสั่งอะไรมากินแก้หิว จานแรกที่ถูกส่งมาลงโต๊ะเป็นหอยจ๊อ สิบลูก 90 บาท รสชาติพอกินแต่ชอบสู้ที่ไปกินทางหนองมนหรือทางบ้านบึงเขาไม่ได้ ความเนียนในการทอดก็ยังต่างกันอยู่

 

ทอดมันกุ้งก็กินได้ไม่น่าเกลียด แต่ความนุ่มเนียนก็ดูยังขาดหายไป จานนี้ 90 บาท เหมือนกัน

 

คากิทอดหนังกรอบ 3 เท้า 50 บาท ทอดแห้งไปนิด เนื้อก็เลยยุบหายมากไป แต่ยังพอเหลือเอ็นให้แทะเล่นบ้าง

 

ผัดไหลบัวน้ำมันหอย ดีตรงเครื่องผัก รสชาติพอกิน เสียดายที่ไหลบัวไม่เหลือความกรอบทิ้งไว้บ้าง จานนี้ 50 บาท

 

ออส่วนกระทะร้อน หอยนางรมตัวใหญ่ใส่มาเยอะ เนื้อไข่ก็เยอะด้วย สงสัยจะใช้ไข่เป็ด กินกับซอสพริกรสชาติพอรอดตัว จานนี้ 100 บาท

 

ปลากะพงทอดน้ำปลารสชาติพอไปรอด เพราะเพียงแต่ทอดแล้วทำน้ำปลาราดให้มีรสชาติหวาน ๆ เค็ม ๆ ก็น่าจะใช้ได้แล้ว แต่ยังไม่ได้ความกรอบของผิวโดยเนื้อในยังนุ่ม ซึ่งต้องใช้เทคนิคและฝีมือในการทอดอยู่ไม่น้อย แต่ในแง่ราคาก็ใช้ได้เลย ตัวนี้ 200 บาท

 

กินของคาวจนเกินอิ่ม แต่ใจยังกระหายออกเดินหาของหวาน อยากกินทั้งกาแฟโบราณ ทั้งน้ำอัดลมโบราณ ทั้ง ๆ ที่เคยส่องกระจกดูหน้าตัวเองแล้วก็ยังไม่โบราณสักเท่าไหร่

 

ไอศกรีมที่เขาขึ้นป้ายเรียกชื่อตรง ๆ เลยว่า ไอติมโบราณ ฟังดูแล้วก็เป็นโบราณดีกว่าที่จะเรียกว่าไอศกรีมโบราณ เป็นไอติมตัดแท่งสี่เหลี่ยมเสียบไม้ถือ มีให้เลือกกินหลายสีหลายรสตามอยาก ถ้าซื้ออันเดียวเดินกินเลยเขาก็จะเสียบใส่กรวยรองให้ แต่ถ้าซื้อหลายอันเขาจะใส่กล่องโฟมให้ อีกเจ้านึงเป็นไอศกรีมกะทิ สูตรก็น่าจะโบราณด้วยเหมือนกัน เพราะในเนื้อไอศกรีมเห็นใส่มาทั้งเนื้อขนุนเนื้อลอดช่อง ที่แหวกแนวก็คือเวลาซื้อจะตักใส่กะลามะพร้าวให้แทนที่จะใส่ถ้วย

 

ขนมปังกรอบนมสดมีทั้งแบบทาเนยน้ำตาลธรรมดา กับแบบรสโอวัลติน ชิ้นบาง ๆ แต่ที่ชอบไปซื้อกินอยู่ประจำ เป็นขนมปังกรอบที่ร้านชื่อ อร่อย ที่ท่าพระจันทร์ เขาทำขนมปังได้ชิ้นบางจริง ๆ แต่รสชาติเข้มข้นไม่บางตามไปด้วย ส่วนวาฟเฟิลก็เจออยู่ 2 ร้าน มีให้เลือกหลายรส แต่ราคาคอนข้างสูง กล่องใส่ 6 ชิ้น ขาย 78 บาท

 

กะหรี่ปั๊บขนาดพอเข้าปากได้ทั้งชิ้นของร้านชนิดา ที่ขึ้นป้ายว่าปรุงโดยเชฟโอเรียนเต็ล น่าจะเป็นร้านเดียวกับที่ตลาด อตก. มีให้เลือกทั้งไส้ไก่ ไส้ไก่น้ำพริกเผา ไส้ปลา ไส้กุ้ง ไส้หมูหยอง ไส้เผือก ไส้ถั่ว ไส้งาดำ ไส้สับปะรด แค่กินไส้ละอัน กินได้ครบไส้ก็อิ่มกันพอดี ส่วนขนมปังนิ่ม ๆ จิ้มสังขยา ทั้งแบบสังขยาดั้งเดิม และสังขยาใบเตย บางยี่ห้อมีวางขายอยู่ที่หลายแผงค้า ลองกินแล้วแต่ยังถูกใจไม่เท่าขนมปังไส้สังขยาของร้านมนต์ แถว ๆ ศาลาว่าการ กทม.

 

ขนมแบบฝรั่งก็มีขายกันหลายร้าน ส่วนใหญ่จะทำให้มีขนาดพอคำช่วยให้กินสะดวกไม่เลอะเทอะ อย่างเค้กถ้วยถ้าจะซื้อให้ครบทุกหน้าคงกินเองไม่ไหว เพราะมีอยู่เยอะหน้ามาก ต้องเลือกเอาเฉพาะที่อยากจะกินจริง ๆ

 

ขนมเปี๊ยะจีนก็เหมือนกันมีหลากหลายแบบ แต่ดีที่ใส่ถาดให้เลือกหยิบคีบเอาเป็นชิ้นตามชอบ ชิ้นมาตรฐาน หรือจะเป็นถั่วตุ้บตั้บ ขนมคอเป็ด ก็ขายอยู่ที่ชิ้นละ 5บาท ไส้ถั่วแป้งข้างนอกนุ่มเนียนราคาก็เขยิบสูงไปอีกนิด

 

ซื้อกินคงไม่ไหวแล้ว ได้แต่มอง ๆ ถ้าต้องตาต้องใจก็คงจะได้แต่ซื้อกลับ เลือกดูขนมไทย ๆ กันบ้าง อย่างกระทงทอง ข้าวตังหน้าตั้ง และข้าวตังเมี่ยงลาว นี่ จะจัดเป็นอาหารคาว หรือขนมกันแน่ จะว่าใช้กินเล่นก็ไม่มีเอกสารกำกับบอกวิธีกิน บ่อยครั้งก็เลยเผลอกินจนอิ่มท้อง

 

แป้งสีขาวปั้นเป็นตัวจับขลิบที่ขอบเรียกว่า ขนมปั้นขลิบ แป้งสีม่วง ๆ ขึ้นเป็นรูปดอกไม้ อันนี้ก็ต้องชื่อ ขนมช่อม่วง อีกขนมที่เป็นแป้งรูปก้อนสี่เหลี่ยมลายตารางสีออกเหลือง ๆ บางคนบอกว่าเป็น ขนมหรุ่ม แต่มีบางคนก็บอกว่าเป็น ขนมล่าเตียง ขนมสองอย่างนี้จะเหมือนกันหรือต่างกันอย่างไรก็ไม่รู้เหมือนกัน ส่วนคนขายเข้าใจแก้ปัญหาเรียกรวมว่า ขนมหรุ่มล่าเตียง เสียเลย

  

ขนมเก่า ๆ ที่ไม่ค่อยได้เห็นคนทำมาขายตามตลาดทั่ว ๆ ไปแล้ว หรือนับวันก้ได้เห็นน้อยลงไปเต็มที ทั้งขนมข้าวเม่า ขนมถั่วแปบ และยังมีอีกหลายอย่างที่เก็บภาพมาให้ดูกันได้ไม่หมด ไม่ว่าจะเป็นขนมข้าวโพดพล่า ขนมลืมกลืน ขนมต้มขาว ฯลฯ

 

ขนมตาลที่เอาลูกตาลสุกมายีเนื้อผสมแป้ง น้ำตาล มีทั้งแบบกระทงออกจากซึ้งนึ่งก็เอาวางเรียงเป็นชั้น ไม่นึกว่าจะนึ่งขายกันจนหมดเยอะขนาดนี้ บางคนก็ชอบชื่อที่คุ้นเคยอย่างขนมตาลแบบใส่ถุงพลาสติกของป้าไข่ ที่ดั้งเดิมก็นึ่งขายทั้งกระทง เห็นฟูแบบนี้เป็นเพราะเชื้อแป้งไม่ได้ใช้ผงฟูกัน

 

ขนมลูกชุบที่คนทำช่างคิดประดิษฐ์ประดอยถั่วกวนให้ออกมาขายเป็นรูปลักษณ์และสีสันต่าง ๆ ส่วนขนมตระกูลทองที่ติดแผ่นทองคำเปลวมาด้วยคือ ขนมทองเอก

 

ขนมไทยมาตรฐานอย่างทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน ร้านไหน ๆ ก็ทำได้ดูน่ากิน แต่ทั้งไข่ ทั้งน้ำตาล ถ้าจินไปด้วยดูแลสุขภาพไปด้วยก็ต้องคิดให้มากหน่อย ประเภทที่จะจิ้มแค่เม็ดสองเม็ดคงได้แต่คิด ส่วนมากจิ้มแล้วก็ติดใจต้องจิ้มอีกหลายเม็ด แม่ค้าสาวน้อยอารมณ์ดี แต่ดูหาบที่เอามาวางขนมขายเทียบกับตัวคนขายแล้ว มันดูขัดไม่ค่อยกลมกลืนกันเท่าไหร่

 

ขนมจ่ามงกุฎที่ต้องค่อย ๆ เอาเม็ดแตงโมมาจัดวางเรียงรอบ ๆ ที่ไม่ยักได้เห็นขนมในกลุ่มเดียวกันก็คือขนมเสน่ห์จัน ส่วนที่ทำเป็นรูปกุหลาบสีเขียว สีแดง คือขนมอาลัว

 

ขนมปลากริมไข่เต่าที่มีความแปลกตรงที่เป็นขนมที่ทำหม้อเดียวไม่ได้ เพราะต้องทำแยกแบบรสเค็ม แล้วก็รสหวาน ถ้าจะให้มีกลิ่นหอมก็ใส่ใบเตยลงไปเสียหน่อย เสร็จแล้วเวลากินก็ต้องตักเอามารวมกันทั้งรสเค็มและรสหวาน ใครชอบรสไหนมากกว่ากันก็มือหนักตักรสนั้นใส่มากหน่อย

 

ขนมเบื้องไทยมีทั้งแบบไส้หวานใส่ฝอยทอง และแบบไส้เค็มใส่มะพร้าวขูดฝอยสีแดง เลือกไม่ถูกก็ซื้อแบบสองไส้ในอันเดียวกันก็ได้ ส่วนขนมถังแตกก็เป็นแบบประยุกต์ ชิ้นเล็กลงพอให้ถือได้มือเดียว เหมาะสำหรับคนที่ถังยังไม่แตกหรือแค่ถังแตกนิดหน่อย ไส้ก็เป็นแบบใส่ฝอยทองกับใส่มะพร้าวขูดฝอยสีแดง

 

ลูกตาลเชื่อมที่เอาจาวตาลมาเชื่อมกับน้ำตาลทราย จะซื้อเอาไปกินเปล่า ๆ ก็ได้เลย คนชอบกะทิจะเอากะทิไปโรยหน้าก็จะได้ความหวานมัน หรือจะเอาไปกินเป็นหน้าข้าวเหนียวมูน โรยเกลือ น้ำตาล งา มะพร้าวขูดเส้น ก็อร่อยแบบดัดแปลง ที่บางคนเรียกว่า ข้าวเหนียวโตนด ส่วนพุทราจีนเชื่อมที่คว้านเมล็ดออกแล้ว กินเปล่าก็ได้ จะเอาไปเติมน้ำหวานใส่น้ำแข็งกินแล้วก็หวานเย็นชื่นใจ

 

มะตูมเชื่อมที่เดี๋ยวนี้ชักจะหากินยากขึ้นทุกวัน เพราะคนทำหามะตูมได้ยากขึ้นทุกวัน ในกรุงเทพฯ ที่เห็นทำมะตูมเชื่อมขายกันมานานก็อยู่แถว ๆ กรมอู่ทหารเรือ เขตบางกอกน้อย ทำกันแทบทั้งตรอก จนกระทั่งชื่อตรอกก็ยังเรียกว่าตรอกมะตูม อีกอันเป็นสาเกเชื่อมที่มีความหอมหวาน หอมคือกลิ่นสาเก หวานคือน้ำตาลที่เชื่อม คนไม่กินหวานถ้าจะเอาสาเกมานึ่งกินก็เคยเห็นคนทำอยู่

 

กล้วยเชื่อมที่เอากล้วยไข่มาเชื่อมให้ขึ้นเงาหวาน จะราดกะทิหรือไม่ราดแล้วแต่ชอบ อย่างข้าวหลาม ขนมจาก ก็มีขาย เอามาย่างขายกันแบบหอม ๆ ใหม่ ๆ

 

วุ้นมะพร้าวอ่อนใส่ยี่ห้อเป็นชื่อแบบฝรั่ง เจลลี่โค (โคนัท) ส่วนมะพร้าวกะทิเนื้อหนา ๆ แบบนี้ ขายลูกละ 65-70-75 บาท

 

เม็ดแปะก้วย เม็ดบัว พุทราจีน เอาไปใส่น้ำลำไย แล้วใส่น้ำแข็งกินชื่นใจยามร้อน ๆ อย่างนี้ หรือโอวนีแปะก้วย ที่เป็นข้าวเหนียวกับเผือกกวนใส่เครื่องเม็ดแปะก๊วย เม็ดบัว พุทราจีน ขายชุดเล็ก 30 บาท ชุดใหญ่ 50 บาท

 

สลิ่มที่ทั้งเส้นนุ่ม น้ำกะทิหอมหวาน ใส่น้ำแข็งกินชื่นใจ แต่ถ้าไปเจอขาโจ๋แซวว่า แต่งตัวสลิ่ม ก็ให้รู้ว่าวันนั้นเราใส่เสื้อผ้าที่สีตัดกันมากเกิน เป็นแบบสีสลิ่มที่ส่วนใหญ่มักจะใช้สีเขียวกับสีชมพู โดนว่าสลิ่มก็ยังดูดี แต่ถ้าโดนว่าเสล่อคงต้องกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนถาดใหญ่ ๆ เป็นทับทิมกรอบ กินแล้วอร่อยชื่นใจคลายร้อนได้ดี แล้วยังได้ความมันจากแห้ว ที่ได้ยินคนเรียกว่าสมหวังฟังแล้วไม่รู้สึกมันเหมือนเรียกแห้ว ถ้าใส่มะพร้าวกะทิลงไปด้วยยิ่งได้ความหอมมัน

 

ลอดช่องมีให้เลือกกินทั้งลอดช่องสิงคโปร์ เส้นเหนียวใส บางทีก็ใช้แค่ดูด ๆ เอาจากหลอด เห็นเรียกว่าลอดช่องสิงคโปร์ทีแรกก็นึกว่าต้นตำรับมาจากสิงคโปร์ ที่ไหนได้คนไทยคิดเองเมื่อกว่า 60 ปีก่อน แต่เพราะร้านขายไปอยู่ที่หน้าโรงหนังสิงคโปร์ ซึ่งตอนหลังสร้างใหม่เป็นโรงหนังเฉลิมบุรี ตรงแยกหมอมี ถนนเจริญกรุง ไม่เหมือนลอดช่องไทยต้องตักกิน น้ำกะทิก็คนละสูตร แต่ดูปริมาณแล้วลอดช่องไทยน่าจะขายดีกว่า เพราะทำมากาละมังเบ้อเริ่ม

 

แล้วก็ไปยืนดูเขาทำหมี่กรอบมันกุ้งกันสด ๆ เห็นเขาเอามันกุ้งที่ผสมปรุงรสใส่หม้อไว้แล้ว ตักใส่กระทะไฟแรงเคี่ยวให้ข้น อีกเตาหนึ่งตั้งน้ำมันร้อนจัด ได้ที่แล้วทะยอยแบ่งเอาเส้นหมี่ขาวใส่ลงไปทั้งเส้นแข็ง ๆ โยนลงไปปุ๊บหมี่ก็จะพองปั๊บแทบจะตักเอาขึ้นได้เลย ทำจนได้เส้นหมี่ที่ทอดแล้วพอเหมาะพอสมกับปริมาณน้ำมันกุ้งที่เคี่ยวไว้ ลดความแรงของไฟแล้วเอาหมี่ที่ทอดลงไปคลุกจนเข้ากันดีเห็นกรอบเหนียวและสีออกแดง

ล้วงกระเป๋ากางเกงจะหยิบเงินมาซื้อหมี่กรอบที่เพิ่งเสร็จขึ้นมาใหม่ แต่ควานหาแล้วก็เจอแต่ผ้าก้นกระเป๋า หันไปดูถุงสารพัดของกินที่วางกองอยู่ตรงหน้าแล้ว ก็นึกได้ว่าน่าจะหมดตัวไปตั้งแต่ร้านก่อนหน้านั่นแล้ว

มาอิ่มปากท้อง-สองมือหิ้ว ทั้งกินทั้งขนแบบนี้ เส้นหมี่ยังไม่ทันกรอบได้ที่ คนก็(จน) กรอบไปเสียก่อนแล้ว !!!

ชาร / 10 มีนาคม 2552




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลุงวอ วันที่ : 10/03/2009 เวลา : 16.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder

มีแต่ของน่ากินทั้งนั้น แค่ดูก็อิ่มแล้วครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]


เรื่องกิน กับ เรื่องเที่ยว คุณชอบเรื่องไหนมากกว่ากัน
เรื่องกิน
2088 คน
เรื่องเที่ยว
1101 คน

  โหวต 3189 คน