• ชาร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaiyaprukthailand@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 752
  • จำนวนผู้ชม : 3173940
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9308 คน
เอ็กซิท (สงวนลิขสิทธิ์ภาพและเรื่องในบทความทั้งหมดนี้ การนำไปทำซ้ำแม้แต่ส่วนใดส่วนหนึ่ง จะต้องได้รับการอนุญาตก่อน)
ภาพสวยสวยเรียงร้อยไว้กับคำคิดของคนแสวงหา ในยุคการเมืองไร้ราก
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/exit
วันพฤหัสบดี ที่ 22 เมษายน 2553
Posted by ชาร , ผู้อ่าน : 47188 , 10:16:12 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ชาร โหวตเรื่องนี้

ไม่ได้เขียนหนังสือมาเสียหลายวัน บรรยากาศร้อน ๆ ของบ้านเมืองไม่ชวนให้เกิดอารมณ์ชวนชื่น จะออกไปเล่นน้ำสงกรานต์ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยน่าจะเริงรื่นอีก ก็แค่จะก้าวเท้าออกจากบ้านยังต้องคิดว่าจะใส่เสื้อสีอะไรดี ตัดสินใจยากเลยเปลี่ยนใจถอดเสื้อปล่อยให้เปล่าเปลือยท่อนบน แล้วนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่กับบ้านดูหนังดูละครทีวีไปตามเรื่อง ซึ่งถ้าจะว่าน้ำเน่าก็คงจะไม่ต่างกับข่าวสารที่ได้เห็นและได้ยินอยู่กันมากนัก

 

วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ไปเที่ยวดูคลองแถวชานเมืองที่คงยังไม่เน่ามากนัก เห็นวิถีชีวิตชาวบ้านที่เขาอยู่กันเงียบ ๆ อย่างมีความสุขแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าฝั่งกลางเมืองกำลังมีแต่เหตุเรื่องราวความวุ่นวาย วันหยุดนี้ถ้ายังไม่รู้จะไปที่ไหน แต่ไม่อยากอยู่กับบ้าน แล้วก็ไม่อยากไปไหนมาไหนไกล จะลองไปเดินเล่นกันดูบ้างก็ได้

ตลาดน้ำไทรน้อยอยู่ในตัวอำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี นี่เอง ไปไม่ยากใช้ถนนกาญจนาภิเษก จากตลิ่งชันมุ่งหน้าไปทางบางใหญ่ หรือถ้ามาจากถนนรัตนาธิเบศร์ก็ให้ขึ้นสะพานวงแหวนเลี้ยวไปทางขวามือ ผ่านตลาดบางใหญ่ซิตี้ ห้างบิ๊กคิงส์ ห้างคาร์ฟูร์ หมู่บ้านบัวทอง พอเลยซอยวัดลาดปลาดุกไปประมาณ 700-800 เมตร จะเจอศูนย์อีซูซุ เลยไปอีกหน่อยสัก 200 เมตร ให้เลี้ยวเข้าทางแยกซ้ายมือ (ทางหลวง 1013) ถนนเส้นนี้จะผ่านหมู่บ้านเยอะ ๆ ขับไปตามทางเรื่อย ๆ ประมาณสัก 12-13 กม. ก็จะเห็นโรงเรียนอนุบาลไทรน้อยทางขวามือ ถัดจากโรงเรียนไปก็จะเป็นลานจอดรถของตลาด ที่จัดเอาไว้ให้กว้างขวางพอประมาณ

แต่ถ้าวิ่งอยู่ที่ถนนกาญจนาภิเษกแล้วเลยถนนที่ว่านี้ไปแล้ว ก็ไม่ต้องกังวลใจ เลยไปสัก กม.เศษ ๆ จะมีถนนแยกซ้ายมือเข้าอำเภอไทรน้อย ที่เรียกว่าถนนบ้านกล้วย-ไทรน้อย (ทางหลวง 3215) เลี้ยวเข้าไปเลย ทำลืม ๆ หน่อย ประมาณสัก 12 กม. ก็จะเจอโรงพยาบาลกับโรงพักไทรน้อยทางขวามือ เลยไปอีกประมาณ 1 กม. ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนที่จะไปที่ว่าการอำเภอ ไม่เต็ม กม. ดีก็จะขึ้นสะพานข้ามคลอง พอลงสะพานทางซ้ายมือก็จะเจอลานจอดรถอยู่ มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลแจกบัตรจอดรถให้ด้วย แต่ไม่ต้องเสียเงินค่าจอด

ไม่มีรถจะขับไปเองก็เห็นมีรถตู้โดยสารวิ่งเข้าไปที่อำเภอไทรน้อย ต้นทางดูเหมือนจะอยู่ที่เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน สายหนึ่ง กับที่ห้างพาต้า ปิ่นเกล้า อีกสายหนึ่ง จากอนุสาวรีย์ชัยฯ ก็เห็นว่ามีเหมือนกัน แต่ถ้าเอารถไปเองจะเลยไปเที่ยวตลาดน้ำ ตลาดโบราณอื่น ๆ ก็สะดวก อย่างตลาดน้ำลำพญา และตลาดเก่ามีเหล่าเต๊งอย่างตลาดบางหลวง ก็อยู่เลยต่อกันไปอีกหน่อยทางอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ทั้งสองตลาดนี้เคยได้เขียนถึงไปแล้ว

ตลาดน้ำไทรน้อยเปิดขายมาได้สัก 7-8 ปีแล้ว เป็นตลาดที่ค่อย ๆ เติบโตขึ้นมาตามวัย ตลาดตั้งอยู่ติดกับวัดไทรใหญ่ ส่วนวัดไทรน้อยนั้นอยู่ไกลกันออกไปอีกหลาย กม. เหมือนกัน ถึงจะชื่อวัดไทรใหญ่ แต่ก็อยู่ที่ตำบลไทรน้อย อำเภอไทรน้อย

วัดนี้มีเรื่องราวความเป็นมาตั้งแต่ปี 2410 ชื่อเดิมคงจะเรียกกันยากคือ วัดมหานิโครธาราม มหา ก็คือ ใหญ่ นิโครธ ก็คือ ต้นไทร ตอนหลังก็เลยเรียกว่า วัดไทรใหญ่ ง่ายกว่าตั้งเยอะ ในโบสถ์ของวัดมีหลวงพ่อทองคำ พระพุทธรูปปางมารวิชัยฝีมือช่างหลวงสมัยอู่ทอง ฝาผนังมีจิตรกรรมเรื่องพระเจ้าสิบชาติ

 

ไหว้พระแล้วจะไปเดินเล่นชมวิถีชาวบ้านริมคลองก่อนจะเดินตลาดอย่างเต็มตัวก็ยังได้ ที่นี่มีสะพานแขวนข้ามคลองชื่อ มงคลประชารัฐ ให้ไปยืนชมบรรยากาศหรือถ่ายภาพสองฝั่งคลอง แต่ต้องคอยระวังรถจักรยานยนต์ที่ข้ามไปข้ามมาด้วย

 

คลองที่ไหลคู่ขนานไปกับแนวตลาดน้ำไทรน้อยนี้ ไม่แน่ใจว่าชื่อเรียกที่ถูกต้องคืออะไรกันแน่ เพราะได้ยินคำบอกมีทั้ง คลองพระพิมลราชา คลองพระราชาพิมล และคลองพระพิมล แต่ถ้าถามถึงความเป็นมาของลำคลองสายนี้ ก็มีคนบอกว่าเป็นคลองขุด โดยคนที่ให้ขุดก็คือ พระราชาภิมณฑ์ ส่วนที่ชื่อคลองทำไมไม่ใช้คำว่า ภิมณฑ์ แต่ไปใช้ว่า พิมล นั้น ยังหาผู้รู้อธิบายให้ฟังไม่ได้ แล้วถ้ายืนดูอยู่บนฝั่งยังไม่โดนใจ เขาก็มีเรือรับจ้างพาล่องเที่ยวคลองเที่ยวสวนอยู่ด้วยเหมือนกัน

ส่วนคลองที่ตัดขวางกับคลองพระพิมลราชาตรงสะพานแขวน ก็น่าจะเป็นคลองทวีวัฒนา ซึ่งเป็นคลองที่ยาวมาก ๆ แต่ดูท่าจะล่องเรือเที่ยวชมคลองได้ลำบาก เพราะกว่าจะแหวกดงผักตบชวาผ่านไปได้ ก็คงจะเล่นเอาถึงกับหมดแรงไปเสียก่อน

 

หรือจะไปนั่งละเลียดให้อาหารปลาที่หน้าวัดไทรไหญ่ ดูฝูงปลาเบียดเสียดแหวกว่ายอยู่ในน้ำก็เพลิน ๆ ดี

 

ตลาดน้ำไทรน้อยเป็นร้านค้าตั้งอยู่บนฝั่งตลิ่งเรียบขนานไปกับคลองพระพิมลราชา ตลอดระยะทางเดินยาวต่อเนื่องประมาณ 300-400 เมตร เปิดขายกันในวันเสาร์กับวันอาทิตย์  ตั้งแต่แปดโมงเช้าไปจนถึงห้าโมงเย็น ส่วนวันหยุดนักขัตฤกษ์ไม่รู้ว่าจะเปิดขายกันหรือเปล่า ท่านผู้รู้ก็ช่วยออกความเห็นอัพเดทข้อมูลให้ด้วยก็แล้วกัน

 

ส่วนแพเล็กแพใหญ่ที่ลอยกันอยู่ในลำคลอง เป็นร้านขายอาหารที่มีโต๊ะเก้าอี้ไว้ให้นั่ง ส่วนใหญ่ก็เป็นอาหารตามสั่งแบบอาหารจานเดียว เป็นข้าวบ้าง ก๋วยเตี๋ยวบ้าง ไม่ใช่อาหารกินนานแบบตามแพอาหารหรือภัตตาคารลอยน้ำอะไรพวกนั้น ที่นั่งก็มีให้เลือกทั้งแบบที่เป็นโต๊ะเก้าอี้ หรือเป็นแบบมีโต๊ะเตี้ย ๆ แต่นั่งพื้น แต่บางแพก็ทำที่นั่งแบบเรียงเดี่ยวหันหน้าออกชมคลอง

 

วันที่ไปพกเอาท้องน้อย ๆ ไปด้วยท้องเดียว ถึงอยากจะลองอะไรมากมายหลายอย่างก็คงต้องทนฝืนใจ เสี่ยงเลือกลงไปที่แพเจ๊เบ็ญ พวกก๋วยเตี๋ยวชามราคาอยู่ที่ 25 บาท ถ้าเป็นก๋วยเตี๋ยวผัด ข้าวผัด ก็ขึ้นไปที่ 30 บาท แต่ถ้าลงท้ายว่าทะเล ก็ขยับไปอยู่ที่ 35 บาท กลิ่นย่างหมูสะเต๊ะเตะเข้าที่ช่องจมูกก่อนเพื่อน เลยสั่งมากินอุ่นเครื่อง จานเล็กแบบนี้มี 9 ไม้ ขาย 30 บาท น้ำจิ้มยังไม่เนียน เข้าปากแล้วล่วงรู้ถึงความเป็นน้ำกับเม็ดถั่ว

 

เครื่องคงเริ่มจะอุ่นขึ้นบ้างแล้ว เหลือบไปเห็นกระทะทอดอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลขวางหูขวางตา เลยลองสั่งหอยทอดมาลองดู ใช้หอยแมลงภู่ทอดแบบแป้งกรอบ จานนี้ 30 บาท

 

สงสัยเครื่องจะติดเข้าจริง ๆ แล้ว เห็นเด็กในร้านยกจานผัดไทยไปลงโต๊ะใกล้ ๆ แก้อิจฉาตาร้อนก็เลยสั่งผัดไทยโบราณห่อไข่มาเติมเต็มอีกสักจาน ว่าแต่ไอ้ที่ว่าโบราณนั้น มันจะโบราณสักแค่ไหนกัน ก็ประวัติที่เคยเขียนเล่าถึงไปแล้วเกี่ยวกับผัดไทยนั้น ว่ากันว่าเพิ่งจะเกิดขึ้นมาในสมัยของจอมพล ป.พิบูลสงคราม นี่เอง จานนี้ 30 บาท เหมือนกัน แหวกไข่ออกแล้วจึงพอให้เห็นหน้าตา

 

กลัวจะไปกันใหญ่เลยต้องคิดหาของหวานมาดับเครื่องสักหน่อย เห็นป้ายอาหารแนะนำที่ตั้งอยู่บนโต๊ะตรงหน้า ตัดสินใจเลือกข้าวเหนียวมะม่วงใบเตย ได้ข้าวเหนียวสีเขียว ๆ ราดกะทิ โปะหน้ามาด้วยมะม่วงน้ำดอกไม้ จานนี้ 50 บาท มะม่วงนั้นหวานได้ใจ แต่ข้าวเหนียวยังไม่ถึงกับโดนปากโดนใจ อันนี้ก็ขอให้เป็นเรื่องนานาจิตตังต่างปากต่างใจกันไป

 

ยังไม่ทันได้เดินตลาดเลย ก็ทำท่าว่าจะอิ่มเกินความต้องการเสียก่อนแล้ว ยิ่งเจอเข้ากับลมโชยชายคลอง ชวนให้หนังตาจะหย่อนหลับเอาเสียดื้อ ๆ ฝืนเดินดูของขายเป็นการย่อยอาหารก่อน เพื่อไม่ให้ผิดเป้าประสงค์ที่ตั้งใจจะมาตลาดน้ำ ตลาดที่นี่มีของขายก็คล้าย ๆ กับตลาดน้ำ หรือตลาดโบราณ ทั่ว ๆ ไป ทั้งพวกต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ และข้าวของเครื่องใช้ที่ใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน ราคาของที่เอามาขายกันก็มักเป็นของที่ราคาไม่สูงมากนัก พอที่จะซื้อหาติดตัวกลับไปบ้านกันได้

 

พืชผักสด ๆ จากสวนในราคาที่ถูกใจคนที่ชอบทำกับข้าว มีขายให้เลือกซื้อกันอยู่หลายเจ้า หลายชนิดผักยังจับขายเป็นกำแบบตลาดชาวบ้าน กำละ 5 บาทบ้าง 10 บาทบ้าง

 

เห็นถั่วหวานสด ๆ แล้วชวนซื้อเอาไปผัดกิน เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้เห็นถั่วลันเตาฝักใหญ่ ๆ ก็ได้แต่อาศัยถั่วหวานกินไปพลางก่อน ก็ได้แคลเซียมและฟอสฟอรัสเหมือน ๆ กัน ฝรั่งเคยเอาไปชุบแป้งทอดทำมาให้กิน ก้รู้สึกเข้าท่าดี ดอกกระเจี๊ยบแดง ๆ แบบนี้ เอาความเปรี้ยวของรสไปทำแกงส้มหรือยำก็ชวนให้น้ำลายซึม

 

ส่วนเห็ดสดดูเหมือนจะเห็นขายอยู่เจ้าเดียว แต่มีให้เลือกซื้ออยู่หลายเห็ด มีทั้งเห็ดหอม เห็ดหูหนู เห็ดโคนญี่ปุ่น เห็ดเข็มทอง และเห็ดออเรนจิ

 

ไม่ถูกอกถูกใจเห็ดชนิดไหนเป็นพิเศษ ก็เลือกซื้อแบบที่เขาใส่ถุงเข้าไว้แล้ว เขาขายอยู่ที่ราคา 3 ถุง 50 บาท แค่นี้ก็ได้เห็ดกลับบ้านไปถึง 3 ชนิดแล้ว

 

ผลไม้สวนก็มีขายกันอยู่หลายเจ้าเหมือนกัน ส่วนใหญ่ก็เอามาขายคู่กันทั้งผักทั้งผลไม้ หน้าตาผลไม้ที่เอามาขายก็ดูเปรอะ ๆ เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องเน้นทำสวยเพื่อแต่งราคา เก็บจากต้นได้ก็ใส่กระจาดสานเอามาวางขาย

มะขามเทศเปลือกฝักแดง สีเนื้อก็ออกแดง ๆ แบบนี้ ท่าทางน่าจะทั้งหวานทั้งมัน แล้วต้องมีรสฝาดหน่อย ๆ ติดมาด้วยถึงจะครบเครื่อง สมัยเด็ก ๆ เคยแต่เก็บกินจากต้นที่เขาปลูกทิ้งไว้ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้เห็นแล้ว ต้องใช้ซื้อกินเอา เขาว่ามีวิตามินอีสูง วิตามินซีก็ขนาดน้อง ๆ มะขามป้อม เส้นใยก็มาก

มะเฟืองหวานนี่ตอนที่เป็นเด็ก ๆ ก็เห็นปลูกทิ้งปลูกขว้างกัน หลัง ๆ เห็นต้องไปเอาพันธุ์จากมาเลย์บ้าง ไต้หวันบ้าง มาปลูกกัน นี่ก็ว่าเป็นผลไม้ที่มากด้วยสารอาหารและเส้นใย

 

เดินดูขนมกินเล่นก็เห็นมีอยู่มากมายขายกันอยู่หลายร้าน อย่างที่ร้านแม่สำรวยก็มีทั้งขนมเบื้องไทย ขนมรังผึ้ง ทองม้วนสด อีกร้านหนึ่งดูหน้าตาจะออกไปทางญี่ปุ่นหน่อย ๆ เพราะขายเครป ขนมโตเกียว และพวกแพนเค้กรูปสัตว์

 

ขนมบ้าบิ่นสูตรมะพร้าวน้ำหอมของร้านป้าชุ้น ทำออกมาให้ได้ขนาดชิ้นพอคำก็ดูน่ากิน

 

ขนมปั้นขลิบหรือปั้นสิบไส้ปลาสูตรโบราณของแม่ถาวร อันนี้เป็นของกินเล่นระดับโอทอป 4 ดาว ของอำเภอไทรน้อย ส่วนอีกร้านหนึ่งขายข้าวเกรียบ ดูหน้าตาทีแรกก็เหมือนข้าวเกรียบธรรมดา ๆ ทั่วไป ต้องดูป้ายถึงได้รู้ว่าเป็นข้าวเกรียบที่ทำจากเห็ดนางรม

 

ขนมตาลของร้านแม่สรนึ่งสุกขึ้นมาใหม่ ๆ กำลังฟูหน้าแตก สีเหลืองชวนกิน อีกร้านหนึ่งอบขนมสาลี่ ขนมปุยฝ้าย สุกมาใหม่ ๆ เห็นแล้วชวนให้กินอีกเหมือนกัน

 

บัวลอยที่นี่ใช้สีจากพืชธรรมชาติทำออกให้ได้แป้งถึง 4 สี กินแล้วก็ดูไม่ซ้ำซากจำเจ ส่วนกล้วยเชื่อมได้ออกมาสีแดง กล้วยอื่น ๆ ที่ไม่ใช่กล้วยน้ำว้า ไม่รู้ว่าเอามาเชื่อมแล้วจะออกมาเป็นสีแดงด้วยหรือเปล่า อย่างกล้วยไข่ก็เชื่อมออกมาได้สีเหลือง กล้วยเชื่อมนี่กินตอนอุ่นราดกะทิก็อร่อย หรือจะเอาไปกินใส่น้ำแข็งก็อร่อยอีกเหมือนกัน

 

ร้านเจ๊หน่อยขายขนมไทยโบราณ ไม่ว่าจะเป็นกล้วยบวชชี หรือแม้แต่ขนมอย่างเต้าส่วน ก็เห็นใส่มะพร้าวอ่อนลงไปด้วย คงได้ความหวานหอมเพิ่มลงไป แล้วยังเห็นมัดใส่ใบเตยลงไปอีก ก็น่าจะเป็นสูตรเพิ่มความหอมขึ้นอีกหน่อย

ข้าวหลามกระบอกละ 20 บาท ที่คงจะแกะกินสดกันเลยคงไม่ไหว ทำได้แค่ซื้อหิ้วกลับไปกินต่อที่บ้าน ข้าวหลามที่นี่เป็นตำรับหนองมน ที่ใส่กะทิลงไปให้เยอะหน่อย กินแล้วหวานมันท้าทายทั้งคอเลสตอรอลและไตรกลีเซอไรด์น่าดู ข้าวหลามดั้งเดิมสูตรชาวบ้านแถวนี้ส่วนใหญ่จะหนักข้าวเหนียวมีกะทิลอยหน้าอยู่แค่บาง ๆ

 

ขนมดอกจอกของคุณอ้อย ทำกันสด ๆ ร้อน ๆ เวลาทำต้องอุ่นพิมพ์ดอกจอกในน้ำมันให้ร้อนเสียก่อน กระทะที่ใช้ก็ต้องเป็นกระทะทองเหลือง พิมพ์ต้องร้อนได้ที่แล้วจึงเอาพิมพ์ไปจุ่มชุบน้ำแป้งข้น ๆ ที่โรยงาใส่ไว้ด้วยแล้ว จากนั้นก็เอามาหย่อนใส่กระทะน้ำมันเดิม ถ้าพิมพ์ร้อนได้ที่แป้งก็จะร่อนหลุดและสุกเหลืองกรอบเป็นชิ้นขนม แต่ถ้าพิมพ์ไม่ทันร้อนแป้งก็จะเปื่อยดูเละเทะ

 

เกาลัดก็เอามาคั่วทรายกันสด ๆ ขายกันร้อน ๆ เดี๋ยวนี้เขาทันสมัยไม่ต้องใช้เตาถ่านกระทะใบใหญ่ ๆ มาคั่ว แม้แต่การคั่วเกาลัดก็ต้องมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้วยเหมือนกัน 

 

หาดูของคาวกินกันบ้าง เกี๊ยวกรอบทอดที่เนื้อหาส่วนใหญ่จะเป็นแผ่นแป้ง ไม่รู้ว่าจะมีหมูแปะไว้ด้วยหรือเปล่า แต่ลูกชิ้นทอดเจอน้ำมันร้อน ๆ เข้าก็พองกรอบ เลยกระตุ้นความอยากลองขึ้นมาได้อีก

ทอดมันปลาที่น้ำพริกแกงปรุงรสคนขายเขาทำเอง เนื้อปลาขูดต้องนวดให้มีความเหนียวนุ่ม เอาลงไปทอดน้ำมันแล้วขึ้นฟู ส่งเข้าปากแล้วต้องเคี้ยวได้หนุบ ๆ หน่อย

 

ไข่เค็มที่ไข่แดงข้างในดูใหญ่โตและมีสีแดงเข้ม เห็นแล้วก็อดที่จะซื้อกลับมาบ้านด้วยไม่ได้ ชอบเอามาคลุกเคล้ากับเครื่องน้ำยำใส่กุ้งแห้งโรย กินกับข้าวต้มร้อน ๆ แล้วหยุดไม่อยู่ ส่วนปลาทูหน้างอคอสั้นแบบนี้ก็น่าจะเป็นปลาทูแม่กลอง ขายอยู่ตัวละ 25 บาท

หน่อไม้ต้มใบหญ้านางว่ากันว่าเป็นภูมิปัญญาไทย ๆ ที่ช่วยล้างกรดบางอย่างที่มีอยู่ในหน่อไม้ออก เจอแล้วก็ชอบซื้อเอาไปจิ้มน้ำพริกกิน

 

ซูชิแบบตลาดน้ำไทย ๆ ถาดละ 2 ชิ้นขายแค่ 10 บาท เห็นต้นทุนวัตถุดิบแล้วก็คงจะพอเหลือกำไรกันบ้างนิดหน่อย อีกร้านหนึ่งเป็นสารพัดไก่ทอด กับมันฝรั่งทอด หน้าตาคล้ายคลึงกับที่มีขายอยู่ตามร้านในห้างห้องแอร์ แต่ราคาย่อมเยากว่า

 

ปลาหมึกเสียบไม้ย่างที่ซื้อกินแค่พอให้ได้หายอยาก ไม่ต้องสั่งมากินทั้งตัวใหญ่ ๆ หรือทั้งจานที่ใส่เรียงนอนกันมาหลายตัว ซึ่งกินแล้วก็จะเกินพอดี น้ำจิ้มของร้านนี้ก็เหมือนน้ำจิ้มของร้านขายของกินร้านอื่น ๆ ที่ขึ้นป้ายไว้เหมือน ๆ กันว่า น้ำจิ้มรสเด็ด

 

ปลาซาบะย่างของอีกร้านหนึ่งที่ขึ้นป้ายว่าน้ำจิ้มรสเด็ดไว้เหมือนกัน อีกร้านหนึ่งขายปลาตะเพียนต้มเค็ม อันนี้ไม่ต้องใช้น้ำจิ้มช่วย เพราะปรุงรสหวานเค็มต้มจนเข้าน้ำเข้าเนื้อ ขนาดก้างก็ยังเปื่อย

 

เป็นแม่บ้านเดี๋ยวนี้สะดวกขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก อยากทำแกงส้ม แป๊ะซะ หรือแกงเลียง ไม่ต้องเปิดตำราทำอาหาร ให้ยุ่งยาก แล้วก็ไม่ต้องซื้อเครื่องประกอบให้มากมายมาลงมือทำ เดี๋ยวนี้เขาทำขายแบบกึ่งสำเร็จ ซื้อแล้วกลับเข้าบ้านเอาทุกอย่างที่เขาจัดไปให้ใส่ลงหม้อตั้งไฟเดี๋ยวก็ได้กินร้อน ๆ พ่อบ้านก็ทำเองได้ คนใกล้ตัวไม่รู้ก็นึกว่าเก่งทำได้เอง

 

ขนมจีนร้านนี้มีทั้งน้ำยากะทิ น้ำยาป่า แล้วก็น้ำพริก ที่ไม่ค่อยเหมือนร้านอื่น ๆ ก็ตรงที่น้ำยากะทินั้นเป็นน้ำยากะทิหมู ส่วนน้ำยาป่าก็ใช้ปลาทรายแดง ขายอยู่แค่จานละ 15 บาท พิเศษขึ้นมาหน่อยก็ 20 บาท

ขนมจีนซาวน้ำจานขนาดนี้ขายแค่ 20 บาท ไม่ขี้เหนียวกุ้งแห้งแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเหลือกำไรอยู่กี่มากน้อย

เห็นเครื่องประกอบแล้วก็ต้องนึกถึงยำแหนมสดข้าวทอด คนที่ไม่สนิทสนมกับหนังหมูคงกินได้ไม่ค่อยเต็มปากเต็มคำ หรือไม่ก็เสียเวลาอยู่กับการเขี่ยออกเสียมาก

 

ร้านนี้ชื่อร้านแดดเดียว เพราะขายหมูกับเนื้อแดดเดียวทอด ทอดขึ้นมาจากกระทะใหม่ ๆ ทั้งกลิ่นและหน้าตาเรียกร้องความสนใจได้อย่างเต็มที่นี่ กินที่นี่ไม่ไหวแล้วก็ซื้อติดมือกลับไปบ้านกันอีกตามเคย

หรือถ้าชอบอย่างติดมันเยอะมากหน่อย ก็มีไว้ตอบสนองให้ด้วยเหมือนกัน ของแบบนี้ต่างจิตต่างใจ เห็นหน้าตาแบบนี้เข้าบางคนก็วิ่งหนี แต่บางคนกลับวิ่งเข้าหา ทั้ง ๆ ที่ตัวจะเป็นสามชั้นตามชิ้นเนื้อหมูชิ้นนั้นไปด้วยอยู่แล้ว

 

แต่ถ้าชอบเป็นแบบคอหมูย่าง ก็ต้องไปที่ร้านแม่ปลาจิน ร้านนี้ขายส้มตำ ไก่ย่าง น้ำตก ไก่ย่างเขาก็ย่างได้น่ากิน ไม่รู้ว่าขายอยู่ไม้ละเท่าไร แต่คอหมูย่างขายอยู่ขีดละ 25 บาท พวกส้มตำ ซุปหน่อไม้ เขาก็ขายอยู่จานละ 25 บาท ถ้าเป็นพวกลาบและน้ำตกขายจานละ 40 บาท

หมูย่างสูตรนครปฐม ที่คนขายดูเหมือนจะอยู่บางบัวทอง ที่นนทบุรี นี่เอง แค่เหลือบตามองผ่าน ๆ ก็พอจะรู้สึกได้ถึงหนังที่กรอบ เนื้อที่นุ่ม ถ้าคิดจะซื้อต้องสับแล้วกินเลย ใส่ห่อกลับถึงบ้านเป็นได้เหนียวนิ่มไปก่อนเสียทุกที

 

ถ้าถูกใจจะซื้อก็มีให้เลือกทั้งแบบหมูย่างต้นตำรับ กับหมูย่างสูตรผัดกับเครื่องน้ำพริก อย่างแรกกินเปล่า ๆ ก็อร่อยแล้ว แต่อย่างหลังต้องคลุกกับข้าวสวยร้อน ๆ

 

เป็ดย่างและเป็ดพะโล้ ถ้าจำมาไม่ขาดก็น่าจะมีกันอยู่สัก 2 ร้าน คือ ร้านเจ๊ดา กับร้านถวิล ต่างคนต่างก็ขึ้นป้ายว่าเป็นเจ้าเก่าของไทรน้อย ก็เลยไม่รู้ว่าใครเก่ากว่าใครกันแน่

 

แต่สำหรับลูกค้าบางกลุ่มที่ชื่นชอบเป็นส่วนตัว ชอบแทะพวกเท้าเป็ด ปีกเป็ด หรือชอบกินไส้เป็ด เขาก็มีจัดไว้ขายให้ ที่ดูเหมือนจะไม่ได้เห็นก็พวกปากเป็ด ลิ้นเป็ด เมื่อก่อนไม่เคยกินเห็นแล้วก็เฉย ๆ พอได้ลองกินเข้าหนแรกก็ติดใจ พวกลิ้นเป็ด เท้าเป็ด พวกนี้ ทำไปทำมาราคาน่าจะสูงกว่าซื้อเนื้อเป็ดกินเสียอีก

 

ของไม่ได้มีขายอยู่แค่บนตลิ่ง ในคลองก็มีเรือพายมาจอดขายของอยู่ริมแพขายก๋วยเตี๋ยวกันหลายลำ แพแรกขายก๋วยเตี๋ยวเป็ดชื่อร้านนายแดง ส่วนอีกแพหนึ่งมีทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือของร้านเจ๊หลิน ขายพวกก๋วยเตี๋ยวเนื้อ แล้วก็มีร้านเย็นตาโฟและก๋วยเตี๋ยวหมู ก๋วยเตี๋ยวที่ขายกันก็ตั้งราคาขายอยู่ที่ชามละ 20-25 บาท

 

เป็นก๋วยเตี๋ยวเรือที่คนขายลงไปทำก๋วยเตี๋ยวขายอยู่ในเรือ และเรือก็ลอยอยู่ในน้ำคลองจริง ๆ ไม่ใช่ก๋วยเตี๋ยวเรือแบบที่ยกเรือขึ้นบก พวกกาแฟโบราณก็เลยต้องลอยเรือขายอยู่ด้วยเหมือนกัน

 

พืชผัก ผลไม้สวน ของกิน ขนมหวาน ก็มีแบบที่ขนใส่เรือพายเอามาขายด้วย ไม่ยอมให้เสียชื่อในความเป็นตลาดน้ำ

 

ที่ดูจะขายขนมเป็นหลักเป็นฐานหน่อยก็คงเป็นร้านขนมไทยโบราณแม่เจริญ แต่ถ้าจะเรียกให้ถูกก็น่าจะเรียกว่าเป็นเรือขนมไทยมากกว่าที่จะเป็นร้าน เห็นขึ้นป้ายไว้ว่าขาย หยิบ หยอด ทอง เลยต้องชะโงกหน้าไปดูในเรือให้หายสงสัย ที่แท้ก็ขายขนมไทยพวกทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทอง

ที่ชอบไอเดียก็คือการที่หยิบเอาขนมไทย ๆ มาใส่หม้อดินเผา เห็นแล้วนอกจากจะเข้ากันได้แบบลงตัว ยังดูชวนให้น่ากินมากยิ่งขึ้น เสียแต่ทองหยิบที่ใส่ในถ้วยพลาสติก ถ้าเปลี่ยนเป็นกระทงใบตองเล็ก ๆ จะดูเก๋ไก๋ไฉไลขึ้นอีกมาก

 

ร้านนี้ยังขึ้นป้ายว่า หยอดใหม่สดทั้งวัน ดูในเรือแล้วก็เห็นจริง เพราะเขาเอาขนมมาทำบนเรือแบบสด ๆ ใหม่ ๆ กันเลย

เห็นเขาโรยไข่ใส่น้ำเชื่อมในกระทะทำฝอยทองก็ชวนดู ไม่ยักเหมือนตอนที่มีคนโรยตัวลงจากห้องพักที่โรงแรมเมื่อไม่กี่วันก่อน ที่ทั้งหุ่นและท่าทางไม่ชวนให้ดูสักเท่าไร

เคร่งเครียดทุกวันติดต่อกันมาเกินเดือน ทั้งคนที่อยู่ในค่ายและคนที่อยู่กลางถนนน่าจะหาวันพักมาเดินตลาดน้ำกันบ้าง เผื่อบางทีจะนึกออกได้ว่า ชาวบ้านเขารู้จักสร้างความสุขให้กับตัวเอง ด้วยการรู้จักละและวางกันอย่างไร !!!

ชาร / 22 เมษายน 2553

ลิขสิทธิ์เรื่องและภาพในบทความนี้เป็นของ www.chaiyaprukthailand.com





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สีเงิน วันที่ : 23/04/2010 เวลา : 09.48 น.

ไม่มีที่ไหนจะสุขสบายเท่าประเทศไทยแล้ว จะอะไรกันนักกันหนา

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
nilsamai วันที่ : 23/04/2010 เวลา : 08.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nilsamai
.

น่าทานทั้งนั้นเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 23/04/2010 เวลา : 08.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม


http://www.oknation.net/blog/KINTARO2/2010/04/23/entry-1

ของขายเยอะมากเลยครับ
กลัวลดความอ้วนกันไม่ไหว
เพราะทุกวันนี้ก็จะแย่แล้ว

แต่บรรยากาศดูดี และน่าไปจังเลยครับ
ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Chaoying วันที่ : 22/04/2010 เวลา : 10.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ผัดไทย มีปลานิลแดดเดียวทอด ของโปรดด้วย เป็นใช้ได้ เอ้อ...ไม่ไป ไม่ได้แล้ว
เจ้าหญิงนกตบยุง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Chaoying วันที่ : 22/04/2010 เวลา : 10.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ขอบคุณมาก สำหรับข้อมูลดีๆ อร่อย ๆ หมดเลย ช่างถ่ายรูปยั่วน้ำลายเป็นที่ยิ่ง
ดีแล้ว วันหน้า..จะพายเรือไปจากบ้านริมคลองทวีวัฒนา หรือไม่ก็ไปตลาดน้ำลำพญา เสร็จแล้วต่อไปไทรน้อย หมู่บ้านพิมลราช มีญาติอยู่ไปถามหาคงไม่ยาก..
เสาร์ที่จะถึงเป็นไง..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2010 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]


เรื่องกิน กับ เรื่องเที่ยว คุณชอบเรื่องไหนมากกว่ากัน
เรื่องกิน
2088 คน
เรื่องเที่ยว
1101 คน

  โหวต 3189 คน