• ชาร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaiyaprukthailand@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 752
  • จำนวนผู้ชม : 3406010
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9308 คน
เอ็กซิท (สงวนลิขสิทธิ์ภาพและเรื่องในบทความทั้งหมดนี้ การนำไปทำซ้ำแม้แต่ส่วนใดส่วนหนึ่ง จะต้องได้รับการอนุญาตก่อน)
ภาพสวยสวยเรียงร้อยไว้กับคำคิดของคนแสวงหา ในยุคการเมืองไร้ราก
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/exit
วันศุกร์ ที่ 28 พฤษภาคม 2553
Posted by ชาร , ผู้อ่าน : 58149 , 10:54:38 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ชาร โหวตเรื่องนี้

อารมณ์คนนั้นนอกจากจะทำร้ายตัวเองได้แล้ว ยังทำร้ายคนอื่นได้อีกมากมาย ยิ่งยอมปล่อยให้ใจวิ่งตามอารมณ์จนหลุดหลงไปด้วยกัน คิดอยากให้ได้ทุกสิ่งอย่างที่ต้องการ เหมือนกับว่าสิ่งที่มีและสิ่งที่จะได้มานั้นจะเป็นของเราตลอดไป ย้อนไปดูต้นทางของเรื่องก็เจออยู่แค่อารมณ์มืด ๆ ที่ไม่มีสติอยู่ช่วยนำทาง ถึงวันว่าง ๆ ลองพักใจร้อน ๆ ไม่รู้จะไปไหน จะไปที่วัดใหญ่สว่างอารมณ์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ก็ได้ มีตลาด (ริม) น้ำให้เดินเพลิน ๆ เผื่อจะปล่อยวางได้อารมณ์สว่าง ๆ กลับบ้านมาบ้าง

 

วัดใหญ่สว่างอารมณ์อยู่ที่ถนนราชพฤกษ์ฝั่งทิศตะวันออก ช่วงระหว่างถนนรัตนาธิเบศร์กับถนนชัยพฤกษ์ที่จะข้ามสะพานพระราม 4 ไปทางถนนแจ้งวัฒนะ ถ้าเข้าไปจากทางถนนรัตนาธิเบศร์ก็จะต้องไปกลับรถไกลอยู่เหมือนกัน วิ่งไปจนถึงสะพานวงแหวนที่จะวนไปทางสะพานพระราม 4 ถึงตรงนี้ให้วิ่งตรงไปก่อน ไม่ต้องเข้าวงแหวน ไปอีกประมาณ 1.5 กม. จะมีทางลอดใต้สะพานให้กลับรถ แต่ถ้าขึ้นสะพานวงแหวนลงถนนชัยพฤกษ์ไปแล้วก็ไม่เป็นไร ไปอีกประมาณ 2-3 กม. ก็จะมีทางลอดใต้สะพานให้กลับรถได้เหมือนกัน

 

แต่ถ้ามาจากทางถนนแจ้งวัฒนะหรือปากเกร็ดก็จะสะดวก ข้ามสะพานพระราม 4 ตรงมาตามถนนชัยพฤกษ์ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชพฤกษ์ วิ่งมาประมาณ 3 กม. จะมีป้ายบอกทางเข้าวัดใหญ่สว่างอารมณ์ และวัดสิงห์ทอง ก่อนถึงปากซอยทางเลี้ยวเข้า จะมีร้านขายอาหารกันอยู่หลายร้าน อย่างร้านเต๊กกอ และร้านข้าวหมกไก่เทเวศร์ ขากลับพอเลี้ยวออกจากซอยนี้ ก็จะมีทางลอดใต้สะพานให้กลับรถได้เลย

 

ถนนซอยที่จะเข้าวัดใหญ่สว่างอารมณ์ เป็นถนนซีเมนต์ขนาด 2 เลน รถวิ่งสวนกันได้ มีคดโค้งและซอยแยกบ้าง เข้าไปแล้วก็ให้ยึดถนนเส้นเมนไว้เป็นหลัก เอาแค่เลี้ยวตามความโค้งของถนนก็พอ ไม่ต้องเลี้ยวเข้าซอยแยกซอยไหนอีก

 

เข้าไปประมาณ 2 กม. ก็จะเจอวัดใหญ่สว่างอารมณ์รออยู่ที่ปลายสุดเส้นทาง ให้ขับรถตรงผ่านเข้าประตูวัดไปได้เลย เพราะตัวตลาดจะอยู่ภายในบริเวณวัด

 

ผ่านซุ้มประตูวัดเข้าไปแล้ว ทางซ้ายมือก็จะเป็นลานจอดรถ ซึ่งจัดเตรียมไว้กว้างขวาง ตอนนี้ยังพอให้จอดกันได้เต็มพื้นที่พอดี ๆ แต่ถ้าตลาดติดก็น่าจะไม่พอ ค่าจอดรถไม่คิดราคา

  

วัดใหญ่สว่างอารมณ์อยู่ที่ตำบลอ้อมเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามก็คือเกาะเกร็ด แถว ๆ ที่มีบ้านขนมหวาน หรือบ้านคุณแอ๋ว ที่คนไปล่องเรือเที่ยวรอบเกาะเกร็ด จะต้องแวะขึ้นบ้านไปชม ชิม และซื้อขนมหวานแบบไทย ๆ กลับไปบ้าน ข้าง ๆ วัด ก็มีคลองที่ทะลุออกแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่คลองหนึ่งชื่อคลองบางบัวทอง บางคนก็เรียกคลองนี้ว่า คลองขนมหวาน

 

สำหรับตลาดจะตั้งอยู่บนฝั่งตรงลานวัด ตลาดนี้ก็เลยไม่ได้เรียกชื่อว่าเป็นตลาดน้ำ แต่เรียกว่า ตลาดริมน้ำวัดใหญ่สว่างอารมณ์

 

ไปถึงวัดแล้วก็ไหว้พระกันก่อนหาความเป็นสิริมงคลใส่ตัว

 

วัดนี้มีประวัติว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ก่อนชื่อว่าวัดใหญ่บางน้อย หลังปี 2463 จึงเปลี่ยนชื่อมาเป็นวัดใหญ่สว่างอารมณ์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชในสมัยนั้น ท่านเคยเสด็จมาประทับที่วัดนี้อยู่ประมาณกว่าครึ่งเดือน และมีพระตำหนักของพระองค์ท่านอยู่ เสียดายที่ตอนหลังได้ชำรุดทรุดโทรมลงจึงถูกรื้อไปแล้ว

 

ไหว้พระวัดเดียวยังไม่พอ ยังอยากไหว้พระวันเดียวแบบหลาย ๆ วัด เขาก็มีเรือบริการพาเที่ยวไหว้พระฟรีรอบ ๆ เกาะเกร็ดอีก 9 วัด รวมเป็น 10 วัด ขอย้ำว่าเขาพาไปแบบไม่ต้องเสียเงิน จะไปนั่งเรือเที่ยวชมวัดเฉย ๆ ก็ได้ ถ้าจะไปก็ให้ไปลงทะเบียนเข้าคิวไว้ ระหว่างรอเวลาก็ไปเดินตลาดก่อน เดี๋ยวถึงเวลาเขาก็จะมีประกาศเรียก

 

อีก 9 วัด ที่เขาจะเอาเรือไปจอดให้ขึ้นไปไหว้พระหรือจะขึ้นไปแค่เที่ยวชมก็ตามใจ เริ่มจากวัดบางจาก วัดเสาธงทอง วัดไผ่ล้อม วัดปรมัยยิกาวาส วัดฉิมพลี วัดกลางเกร็ด วัดเชิงเลน วัดท่าอิฐ วัดแสงสิริธรรม แล้วก็เอากลับมาส่งขึ้นท่าที่วัดใหญ่สว่างอารมณ์

 

เรือที่มาพาไปเที่ยวก็ไม่ใช่เรือแจว เรือพาย หรือเรือลำเล็ก ๆ ธรรมดา ๆ แต่เป็นเรือที่นั่งสบาย ๆ มีความปลอดภัย ไม่ให้เสียชื่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีได้ ส่วนตัวคนเขียนยังไม่ได้ลงไปใช้บริการ สอบถามแล้วได้ความว่ารอบหนึ่งใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ไม่ได้ตระเตรียมเวลาเอาไว้ก่อนล่วงหน้า เลยต้องขอผลัดไปก่อน ถ้าจะไปกันเป็นหมู่คณะก็ไปติดต่อลงทะเบียนไว้ก่อนได้ตั้งแต่แปดโมงครึ่ง

  

ตลาดริมน้ำวัดใหญ่สว่างอารมณ์เปิดขายเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เป็นตลาดปั้นที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีตั้งใจจะทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนใกล้ ๆ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไปแล้วจะเช่าเหมาเรือขึ้นไปเที่ยวเกาะเกร็ดกันก็สะดวก เพราะอยู่ห่างกันแค่ข้ามฟากแม่น้ำ ตอนนี้ก็ค่อย ๆ เติบโตขึ้นไปตามวันเวลา

  

คนชอบต้นไม้ใบหญ้าก็ไปเดินเลือกหาซื้อพันธุ์ไม้กันได้ มีให้เลือกเอาไปปลูกกันหลากหลายหน้าตา ตั้งแต่ไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ผล ไม้หอม ไม้มงคล อย่างไม้ผลก็เห็นมีขายทั้งต้นทุเรียน มะม่วง ลองกอง ลิ้นจี่ ชมพู่ มะเหมี่ยว ฝรั่ง สาเก มะไฟ เชอรี่ น้อยหน่า ตะลิงปิง ฯลฯ ไปเดินตลาดน้ำ ตลาดโบราณ มาก็หลายแห่ง ไม่ค่อยมีเอาไปขายกันสักเท่าไร

 

ตรงนี้เป็นชวนชมจริง ๆ ไม่ใช่แค่ชวนให้ชมเฉย ๆ อย่างสายพันธุ์บางคล้าซึ่งต้นแหล่งมาจากซาอุดิอารเบีย ที่เรียกกันว่าหนองแหนไซโค และเพชรพระนคร เห็นติดป้ายราคาขายอยู่ต้นละ 500 บาท

  

เห็นมีขายต้นองุ่นอยู่ด้วย นึกตกใจอยู่เหมือนกันว่านนทบุรีก็ปลูกองุ่นกันด้วยแล้วหรือ เข้าไปดูใกล้ ๆ แล้วน่าจะมีต้นทางมาจากทางปากช่องนั่น ไม่ซื้อต้นพันธุ์ไปปลูกก็ซื้อน้ำองุ่นสด ๆ แช่เย็นดื่มให้ชื่น ๆ ใจก่อนได้ ขายอยู่แค่ขวดละ 20 บาท

  

ของที่ระลึกที่มีทำขายเท่าที่เห็นก็มีเสื้อยืด กับรูปถ่าย อยากได้ไว้เป็นที่ระลึกว่าเคยได้มาตลาดริมน้ำวัดใหญ่สว่างอารมณ์แล้ว ก็ซื้อติดมือเอากลับไป

  

ของขายพวกข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า เครื่องประดับตกแต่งสวย ๆ งาม ๆ ยังมีให้เห็นอยู่น้อยร้าน ถ้าเป็นพวกของกระจุ๊กกระจิ๊กก็พอมีให้เห็นบ้าง วันหลังถ้าตลาดติดก็คงจะมีคนเอาเข้ามาขายเพิ่มขึ้นมากกว่านี้

  

ไม่ใช่เด็กหลอดแก้ว แต่เป็นเด็กเป่าแก้ว เด็กหนุ่มกับความมุ่งมั่นที่จะเป่าแก้วทำเป็นดอกกุหลาบสารพัดสี สร้างรายได้ขายอยู่แค่ชิ้นละ 15 บาท

  

สินค้าหัตถกรรมแบบชาวบ้านก็ยังมีขายให้เห็นอยู่ เป็นพวกภาชนะ และเครื่องใช้ในการทำความสะอาดแบบไทย ๆ อย่างเครื่องทำความเย็นที่เป็นพัดสานขายอยู่อันละ 10 บาท

 

ร้านนี้ขายของเก่าที่เอามาปัดฝุ่นตกแต่งให้ดูใหม่สวยงามแล้ว ตั้งชื่อเก๋ก็ว่าร้านโบราณบันเทิง นอกจากจะหาของเก่ามาขายแล้ว ยังรับซ่อมพวกตะเกียงเจ้าพายุ

  

พืชผักสด ๆ ที่ชาวบ้านปลูกเองแล้วเก็บมาขายเอง ราคาก็เลยเป็นแบบชาวบ้าน ๆ กันเอง อย่างผักที่หั่นหรือเด็ดให้ด้วย เสร็จแล้วก็เอามาใส่ถุงขาย เช่น สายบัว ดอกขจร ดอกแค ตำลึง บวบอ่อน ผักกวางตุ้ง ขายกันอยู่แค่ถุงละ 10 บาท

 

พวกพืชผักสมุนไพรอบแห้งก็ขายกันอยู่ที่ราคาถุงละ 10 บาท

 

ผักหนามดองเอาไปจิ้มกินกับน้ำพริกกะปิ น้ำพริกปลาร้า หรือกินแกล้มกับขนมจีน ก้อร่อยทั้งนั้น ขายอยุ่ถุงละ 15 บาท

 

เมื่อก่อนได้ยินชื่อหน่อกะลายังนึกว่าเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของมะพร้าว ตอนหลังถึงได้รู้ว่าเป็นผักพื้นบ้านชนิดหนึ่งในตระกูลเดียวกับขิง ที่เขาเอาต้นมาปอกเปลือกออกให้เหลือแต่เนื้อใน จะกินสดก็ได้ หรือจะเอาไปปรุงแต่งทำอย่างอื่นก็แล้วแต่จะคิดสรร กินเข้าไปแล้วก็ไล่ลมแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ เห็นบางคนก็เรียกว่า เร่ว ส่วนใหญ่จะมารู้จักเห็นหน้าเห็นตากันที่เกาะเกร็ด

 

ที่ตลาดนี้เห็นเอามาทำขายกันอยู่ก็มีตั้งแต่หน่อกะลาชุบแป้งทอด

  

ทอดมันหน่อกะลา

  

ยำหน่อกะลา และแกงส้มหน่อกะลา

 

สุดท้ายที่ได้เห็นอีกอย่างก็คือ ห่อหมกหน่อกะลา ขายอยู่กระทงละ 10 บาท

  

มีอยู่ร้านหนึ่งที่ช่างคิดเอาพืชและดอกไม้สารพัดมาชุบแป้งทอด ที่เห็นก็มีอย่าง หน่อกะลา แตงกวา ดอกกล้วยไม้ ดอกโสน ดอกเข็ม ผักเป็ด ดอกแค ดอกเฟื่องฟ้า ดอกอัญชัญ ใบชะพลู กินกับน้ำจิ้มเปรี้ยวหวาน

  

สองภาพที่เห็นอยู่นี้เป็นดอกกล้วยไม้ และดอกเฟื่องฟ้าทอด เห็นทุกอย่างแล้วก็น่ากินไปเสียหมด มีนิสัยรักพี่เสียดายน้องแบบนี้เลยสั่งว่าเอาทุกอย่างใส่รวมกันแค่ถุงเดียว ซื้อแบบรวมมิตรอย่างนี้เขาขายอยู่แค่ 40 บาท

  

ผลไม้สวนแบบชาวบ้านหน้าตาก็เลยดูมอมแมมไปบ้าง มะไฟขายอยู่ที่ กก.ละ 25 บาท ทับทิมลูกเล็กหน่อยก็ กก.ละ 30 บาท ถ้าเป็นลูกใหญ่ขึ้นมาอีกนิดก็ กก.ละ 50 บาท

  

กะท้อนห่อพันธุ์เกร็ดแก้วลูกขนาดกลาง ๆ ขาย กก.ละ 50 บาท ส่วนน้อยหน่าเพชรปากช่องลูกโต ๆ ขาย กก.ละ 70 บาท

 

มะม่วงพันธุ์เขียวใหญ่ของอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ลูกดิบกินมัน ส่วนลูกสุกก็กินหวาน ใหญ่หรือไม่ใหญ่ก็ดูได้จากน้ำหนักที่หนักถึงลูกละกิโลครึ่ง ขอตัดแบ่งซื้อแค่กิโลเดียวเขาไม่ยอมขายให้

  

เดินหาของหวานกิน เจอไอศกรีมที่มีทั้งแบบไอศกรีมแท่งโบราณ ตัด มีให้เลือกทั้งรสเผือก กะทิ ถั่วดำ กาแฟ ทุเรียน ชอคโกแลต สตอเบอรี และใบเตย เป็นท่อนเสียบไม้ขายแท่งละ 10 บาท หรือจะกินไอศกรีมแบบตักใส่ถ้วย เป็นไอสกรีมรสกะทิใส่เส้นลอดช่องผสมไปด้วย

 

น้ำมะพร้าวอ่อนปั่นจนเป็นเกร็ดน้ำแข็งผสมเนื้อนิดหน่อยก็หวานหอมชวนกิน

  

น้ำอ้อยคั้นสดร้านนี้เอาลงไปแช่ในถัง เย็นจนเป็นเกร็ดน้ำแข็งทุกขวดด้วยเหมือนกัน ร้อน ๆ อย่างนี้ได้ดื่มสักขวดก็ชื่นใจ ขายอยู่ขวดละ 10 บาท

 

ร้านนี้ขายนมแพะซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนชอบนม ที่น่าสนใจก้คือเขาทำไอศกรีมนมแพะขายด้วย ขายอยู่ถ้วยละ 10 บาท มีให้เลือกทั้งรสนมแพะดั้งเดิม รสชอคโกแลต รสเผือก และรสทุเรียน แล้วยังมีโยเกิร์ตนมแพะ ขายถ้วยละ 20 บาท มี 4 รสผลไม้ให้เลือก ทั้งรสสตรอเบอร์รี รสบลูเบอร์รี รสกีวี และรสลิ้นจี่

 

ขนมแบบนี้สมัยเด็ก ๆ ยังเรียกอยู่เต็มปากว่าไข่เหี้ย โตขึ้นมาหน่อยก็ต้องใช้วาจาให้สุภาพขึ้นเรียกขนมไข่สวรรค์ หรือไข่หงส์ แทน เอกลักษณ์ของขนมต้องลูกโต ๆ ให้สมชื่อไข่หงส์ เมื่อไม่กี่วันก่อนเห็นทำมาขายใกล้ที่ทำงานลูกขนาดเท่าลูกชิ้น ไม้รู้ว่าข้างในจะเหลือไส้อยู่มากน้อยแค่ไหน

 

ขนมรังผึ้งที่เดี๋ยวนี้ผสมผเสปนเปไปกับขนมวาฟเฟิลจนดูจะกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันไปแล้ว สูตรดั้งเดิมพิมพ์นิยมต้องเป็นแผ่นกลม สีออกมาเหลืองสวย เนื้อนุ่มแต่ตรงช่องตารางจะแห้งกรอบจนเจาะแคะแป้งมากินให้เป็นรูได้ สนุกเล่นก็ตอนที่เจาะกินทีละช่อง ๆ นี่แหละ ออริจินัลแบบนี้ไปตามต่างจังหวัดบางที่ยังพอได้มีให้ลิ้มลองอยู่

  

ขนมกะหรี่ปั๊บ หรือกะหรี่พัฟ ยังเห็นมานั่งคลึงแป้งให้เป็นแผ่นตักไส้ใส่พับจับจีบ แล้วเอาลงทอดในกระทะน้ำมันกันใหม่ ๆ สด ๆ

 

ทอดขึ้นมาให้ผิวเหลืองกรอบแต่เนื้อในนุ่มแบบนี้ขายอยู่ชิ้นละ 5 บาท มีให้เลือกกินทั้งไส่ถั่ว ไส้ไก่ ไส้เห็ดหอม และไส้แฮม

 

ขนมเบื้องไทยทำให้แผ่นโตขึ้นอีกหน่อย ใส่พร้อมกันทีเดียวได้ทั้งสองไส้ เดี๋ยวนี้ไส้หวานนอกจากจะใส่ฝอยทองแล้วต้องโรยลูกเกดลงไปด้วย ส่วนไส้เค็มจะเป็นมะพร้าวขูดอยู่เหมือนเดิม

  

ขนมถังแตกสมัยก่อนทำกันแผ่นโต ๆ โรยไส้แค่น้ำตาลทราย งาคั่ว และมะพร้าวขูด เน้นปริมาณกินให้อิ่มท้องสมกับชื่อถังแตก ที่แทบจะไม่เหลือเงินในกระเป๋า ต้องรวบรวมเศษเหรียญในกระเป๋ากางเกงมานับซื้อกิน เดี๋ยวนี้กระชับขนาดให้เล็กลง แล้วโรยใส่ฝอยทองลงไปให้ดูล้นทะลัก เปลี่ยนชื่อเรียกเป็น ขนมถังทอง ไปแล้ว

 

ขนมปังหน้าหมูขนาดขนมปังแผ่นตัดสี่กินกับน้ำจิ้มอาจาด

  

ลูกชิ้นหมูก็มีให้เลือกกินทั้งแบบลูกชิ้นปิ้งและลูกชิ้นลวก

  

ประเภทข้าวเกรียบก็มีให้เลือกกินทั้งข้าวเกรียบกุ้ง ข้าวเกรียบปลา ข้าวเกรียบฟักทอง ทอดกันใหม่ ๆ ตรงนั้น กินไม่ไหว ก็มีแบบบรรจุใส่แพคเกจให้ซื้อกลับไปกินต่อที่บ้าน

  

ปลาท่องโก๋เกลียวสูตรของนายกอล์ฟที่ขึ้นป้ายว่าเป็นตำรับปักษ์ใต้ คนชอบแป้งทอดแบบหวานที่เรียกว่าซาลาเปาก็มีให้ซื้อ กินจิ้มกับสังขยาใบเตย ตัวนี้เป็นสินค้าโอทอปสี่ดาวของจังหวัดนนทบุรี ต้นแหล่งดูเหมือนจะอยู่แถว ๆ ตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี นี่เอง

 

ขนมตาลร้านป้าอารีย์นึ่งขึ้นมาสด ๆ ใหม่ ๆ โชยกลิ่นหอมของตาล ร้านนี้ยังมีขนมกล้วย ขนมชั้น ด้วย

  

ลูกชุบสีสันชวนกินทำออกมาให้มีรูปลักษณ์หน้าตาแปลก ๆ แตกต่างกันไป สุดท้ายก็ลงไปอยู่ในท้องด้วยกันทั้งหมด

 

ขนมไทยทั้งทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน ขายอยู่ถุงละ 20 บาท ซื้อทีเดียว 3 ถุง จ่ายแค่ 50 บาทก็พอ

  

ขนมอาลัวและขนมวุ้นกรอบก็ทำสีสันออกมาชวนกิน โดยเฉพาะอาลัวที่ทำออกมาเป็นรูปดอกกุหลาบได้สวย แล้วสีก็สวยแปลกตา

  

สารพัดกล้วยอบทั้งแบบอบทั้งลูกและฝานเป็นแผ่นชิ้นพอคำแล้วเอาไปอบเนย กล้วยอบเจ้านี้เพิ่งได้โอทอปสี่ดาวมาเมื่อปีที่แล้วนี่เอง ประเภทที่ได้รู้สึกจะเป็นประเภทกล้วยรำแต๊ หรือกล้วยเบรกแตก อะไรนี่แหละ ที่เรียกว่าเบรกแตกเพราะว่าอร่อยไม่หยุดปาก

ไม่ชอบขนมหวานแบบชิ้นย่อม ๆ ก็มีของใหญ่แบบข้าวหลามให้ซื้อ เป็นข้าวหลามสูตรที่ไม่มันกะทิมากนัก

 

ไม่ชอบหวานมันแบบกะทิ แต่ชอบหวานมันแบบเกาลัดคั่วทราย ก็มีด้วยเหมือนกัน ขาย กก.ละ 200 บาท

 

ไข่เค็มที่ขึ้นป้ายไว้ว่า น่ากินจัง เป็นไข่เป็ดพันธุ์เชอร์รี่ ฟองก็เลยค่อนข้างโต เนื้อส่วนที่เป็นไข่แดงมาก ใช้ดินนาเกลือพอก ความเค็มน่าจะกำลังพอดี ขายอยู่ฟองละ 6 บาท

 

หอยดองของเจ๊หอยตักใส่ถุงขายถุงละ 20 บาท

 

น้ำพริกเผาหลากหลายรสชาติ มีจัดหน่อไม้ต้มใบย่านางไว้ให้จิ้มกับน้ำพริกเพื่อลิ้มลอง กว่าจะชิมน้ำพริกได้ครบทุกรสชาติ ก็เลยอิ่มท้องไปเสียก่อนที่จะได้ซื้อ

 

งบทะเลย่างขายห่อละ 20 บาท มีให้เลือกงบกุ้ง งบปู งบปลาอินทรี งบไข่แมงดา และงบรวมทุกอย่าง ว่าแต่ว่าเงินในกระเป๋ายังพอจะมีงบเหลืออยู่หรือเปล่า

  

ผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารสารพัดปลาจากท้องทะเลไทย จะกินแบบกินเล่นเปล่า ๆ ก็ได้ หรือจะกินเป้นกับข้าวก้ได้ทั้งข้าวต้มและข้าวสวย

 

ปลาอินทรีทอดให้เสร็จแล้วก็น่ากิน ซื้อกลับไปถึงบ้านทำเป็นเครื่องยำแต่งทรงเครื่องซะหน่อย กินได้ทั้งกับข้าวสวยและข้าวต้มเหมือนกัน

  

ปลาตะเพียนและปลาทูต้มเค็ม เรียกชื่อว่าต้มเค็มกันไปอย่างนั้นเอง เพราะถ้าจะทำให้อร่อยปากต้องได้ออกมาสามรสทั้งเค็ม หวาน เปรี้ยว กลมกลืนกันพอดี ๆ เวลากินก็ต้องไม่ยุ่งยาก หากก้างนิ่มก็กินกันได้ทั้งตัว

 

หมูย่างสูตรนครปฐมเนื้อนุ่ม หนังกรอบ ไปเจอกันที่ตลาดไหนก็อดไม่ได้ ต้องซื้อติดมือกลับบ้านมาทุกที

  

หน้าตาหมูกรอบและหมูแดดเดียวแบบนี้นี่แหละ แล้วยังมีคอหมูย่างอีกอย่าง แต่ต้องขอเว้นไปบ้างเดี๋ยวไขมันจะท่วมตัว

  

ไก่ย่างมีให้เลือกทั้งแบบที่เป็นสูตรนครปฐม

  

และไก่ย่างสูตรไก่กะทิทรงเครื่องแบบนครศรีธรรมราช หน้าตาไก่ย่างต้องบอกว่าหอมน่ากินทั้งสองนครนั่นแหละ ถ้าไม่เลือกรักเลือกชอบ ก็ต้องซื้อกลับไปทั้งสองร้าน

  

แต่ร้านนี้เป็นไก่ต้มน้ำปลาสูตรอยุธยา ตอนที่อยู่ในหม้อต้มก็ยังดูธรรมดา ๆ แต่พอสุกยกเอาขึ้นมาจากหม้อ ไก่ต้มน้ำปลาอะไรก็ไม่รู้ตัวเบ้อเริ่ม ผิวมันสีเหลืองทองสวยกำลังน่ากิน

  

มีแยกส่วนปีกและส่วนคอไว้ขายให้กับคนที่รักที่ชอบกันจริง ๆ ด้วย

 

ได้เวลามื้อเที่ยงไปเดินหาของกิน ที่ร้านสถานีส้มตำก็มีของกินที่น่าสนใจอยู่หลายอย่าง เช่น ส้มตำไทย ส้มตำผลไม้ ส้มตำปู ส้มตำปูม้า ส้มตำปลาร้า ส้มตำหอยดอง ส้มตำไข่เค็ม ส้มตำซั่ว ส้มตำโคราช ยำมะม่วง ยำปูม้า ฯลฯ ว่าแต่ว่าทีแรกที่เห็นหน้าตาคนตำส้มตำ ยังไม่ค่อยมั่นใจว่าจะตำส้มตำออกมาได้หน้าตาน่ากินอย่างที่ได้เห็น

 

หอยทอดดูเหมือนจะมีกันอยู่ 2 ร้าน ร้านแรกชื่อร้านหอยทอดเนาวรัตน์น่าจะเป็นสูตรของคนนนทบุรี อีกร้านหนึ่งชื่อสำเภาโภชนาเป็นสูตรหอยทอดจากเมืองปทุมธานี

 

ข้าวคลุกกะปิของร้านประภาพร

  

ข้ามต้มปลาก็เห็นมีอยู่ 2 ร้านเหมือนกัน ร้านแรกชื่อ ข้าวต้มปลามรดกตาปะ อยู่ที่บางใหญ่เก่า ส่วนอีกร้านหนึ่งชื่อ ข้าวต้มปลาท่าเรือบางศรีเมือง ขายอยู่ในราคาเท่า ๆ กัน ชามธรรมดา 25 บาท ชามพิเศษ 30 บาท

  

ก๋วยเตี๋ยวก็มีให้เลือกกินอยุ่หลายร้านหลายแบบ ทั้งก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้น ก๋วยเตี๋ยวหมู ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ อย่างร้านนี้ชื่อ โกบึ้ง ขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ คนปรุงตัวโตเบ้อเร่อแถมหน้าตาย นึกเดาในใจว่าน่าจะเป็นโกบึ้งตัวจริง ไม่กล้าเข้าไปกวนใจถ่ายภาพมากนัก

 

เย็นตาโฟร้านนี้ขึ้นป้ายว่าทรงเครื่อง ร้านนี้มีที่นั่งอยู่ริมน้ำ ก๋วยเตี๋ยวที่ตลาดนี้ยังขายกันอยู่ที่ชามธรรมดา 25 บาท ส่วนชามพิเศษ 30 บาท

  

เย็นตาโฟอีกร้านขึ้นป้ายได้สะดุดตาว่า เย็นตาโฟโคตรเครื่อง ส่วนจะโคตรเครื่องกันอย่างไรคงต้องไปลองกันเอง เสียดายที่อีกร้านหนึ่งวันนั้นไม่ได้มาขาย เห็นขึ้นป้ายไว้ว่า เย็นตาโฟตีลังกา เลยไม่ได้รู้ว่าเวลากินจะต้องตีลังกากินด้วยหรือเปล่า

 

ที่นั่งกินเขาทำเป็นโต๊ะและม้านั่งหินไว้ให้นั่งอยู่ตรงลานริมแม่น้ำเจ้าพระยา

  

วันที่ไปเขาจัดให้ชาวสวนเอาทุเรียนจากสวนเมืองนนทบุรีมาขายพอดี ที่คุ้นเคยหน้าตากันก็คงเป็นพันธุ์ก้านยาว และพันธุ์หมอนทอง

 

หน้าตาแบบนี้เรียกว่าพันธุ์กบแม่เฒ่า

 

ส่วนหน้าตาแบบนี้เรียกว่าพันธุ์กบชายน้ำ

 

รูปลักษณ์แบบนี้เรียกว่าพันธุ์กำปั่นเจ้ากรม

  

เนื้อของกำปั่นเจ้ากรมจะเหลืองสวยอย่างนี้ แพคขนาดนี้ขายอยู่ที่ราคา 300 บาท

 

ที่ได้หิ้วกลับบ้านมาอีกอย่างก็คือ กุ้งแม่น้ำ ที่มีคนเขาตกขึ้นมาจากแม่น้ำสด ๆ

  

และที่จะขาดมืออดซื้อกลับบ้านไม่ได้ ก็คงเป็นเนื้อสีเหลือง ๆ รสชาติหวานมันแบบนี้

ก่อนมาก็ตั้งใจว่าจะมาปล่อยวาง ที่ไหนได้ตอนขากลับนอกจากจะไม่ได้ปล่อยวางแล้ว ยังหิ้วกลับบ้านไปด้วยอีกตั้งเยอะ !!!

ชาร / 28 พฤษภาคม 2553

ลิขสิทธิ์เรื่องและภาพในบทความนี้เป็นของ www.chaiyaprukthailand.com




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เพลงกระบี่ฯ วันที่ : 28/05/2010 เวลา : 20.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plaengkrabi
http://www.oknation.net/blog/krabinoi   **BE GENTLE WITH THE EARTH**

โอออออออออ...ต้องอดอาหารกี่วันคะถึงจะได้กินทั้งหมดที่เห็นนี่ ท่านทำเอาพยาธิในท้องข้าพเจ้าครวญครางด้วยความหิวโหย
...โอยยยย..คิดถึงบ้านสุดๆ
แถวๆ นั้นถิ่นเก่าข้าพเจ้าเองคะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ดอกพร้าวชาวเกาะ วันที่ : 28/05/2010 เวลา : 19.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/witthansadej

ของกินเยอะจริงๆเลยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Sea-Sand-n-Star วันที่ : 28/05/2010 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sea-sand-n-star
บ้านหลังแรก "ก็เพราะหัวใจรักการเดินทาง จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อเติมฝันให้นักเดินทางผู้ร่วมความฝันเดียวกัน" >>>ขอเชิญเยี่ยม>>> บ้านหลังใหม่ "ร่วมคิด ร่วมสร้าง สังคมดี"   http://www.oknation.net/blog/ssns2

โอย เห็นแล้วน่ากินทุกอย่างเลย ต้องหาทางไปบ้างแระ
ชอบดอกไม้ชุบแป้งทอด ที่บ้านมีอัญชัญออกดอกเยอะมา จับมาทอดกินแล้ว อร่อยดี แต่กินบ่อยมะไหว...

หน่อกะลาก็ชอบ แกงส้มอร่อยนะ
ขอลาไปปาดน้ำลายก่อนละกัน 555

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ย่าดา วันที่ : 28/05/2010 เวลา : 15.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

เห็นบรรดาอาหารน่าทานๆแบบนี้แล้วคิดถึงเกาะเกร็ดจัง
ไปเที่ยววัดสว่างอารมณ์ อารมณ์จะได้สว่างๆนะคะ

เดี๋ยวนี้ย่าจัดการอารมณ์ตัวเองด้วยการไม่ดูถ่ายทอดอภิปรายในสภาแต่จะดูผลสรุปทางทีวี ค่อยยังชั่วหน่อย
ดูแล้วอดโมโหพวกชอบเอาสีข้างเข้าถูกไม่ได้จะจูงไปประเด็นเผาบ้านเผาเมืองอยู่เรื่อยเฮ้อ..อ้าวแอบบ่นจนได้
ไปดูนกพิลิแกนน่ารักๆที่นี่ดีกว่า
http://www.oknation.net/blog/freesoultofly/2010/05/28/entry-1

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เรือนข้าหลวง วันที่ : 28/05/2010 เวลา : 13.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/banklangtung

หลังจากชื่นชมตลาดไปได้ซักพัก
ต้องพักไปทานข้าว..ด้วยรูปภาพของกิน
ที่ล้วนชวนยั่วความหิว
..ไม่เคยเห็น หน่อกะลา..

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 28/05/2010 เวลา : 13.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

บ้านเมืองนนทบุรี..ของกินจะเยอะมาก..แค่เห็นก็อิ่มแล้ว..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
market วันที่ : 28/05/2010 เวลา : 11.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

เห็นของแต่ละอย่างแล้วอยากไปมากค่ะ
น่าทานน่าซื้อทุกอย่างเลย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พิราบเงา วันที่ : 28/05/2010 เวลา : 11.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kenrama8

เชิญอ่านข่าวสั้นทันใจได้ที่บล็อกของพิราบเงานะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เคียงดิน วันที่ : 28/05/2010 เวลา : 11.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

คิดถึงจัง ทอดมันหน่อกะลา บ้านคนสองเลไม่มีให้ทาน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2010 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]


เรื่องกิน กับ เรื่องเที่ยว คุณชอบเรื่องไหนมากกว่ากัน
เรื่องกิน
2088 คน
เรื่องเที่ยว
1101 คน

  โหวต 3189 คน