• ชาร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaiyaprukthailand@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 752
  • จำนวนผู้ชม : 3405079
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9308 คน
เอ็กซิท (สงวนลิขสิทธิ์ภาพและเรื่องในบทความทั้งหมดนี้ การนำไปทำซ้ำแม้แต่ส่วนใดส่วนหนึ่ง จะต้องได้รับการอนุญาตก่อน)
ภาพสวยสวยเรียงร้อยไว้กับคำคิดของคนแสวงหา ในยุคการเมืองไร้ราก
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/exit
วันพฤหัสบดี ที่ 1 สิงหาคม 2556
Posted by ชาร , ผู้อ่าน : 35748 , 10:26:03 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

สมัยเป็นเด็กอยู่ต่างจังหวัด ได้กินข้าวเกรียบปากหม้อ หรือที่จะขอเรียกให้สั้น ๆ ว่า ปากหม้อ ก็เป็นปากหม้อไส้ไช้โป๊วสับ ที่เขาเอามาขายคู่กันกับสาคูไส้หมู่นั่นแหละ แคะได้แล้วก็จะวางบนใบตองที่ใส่ถาดรองเอาไว้ และเพื่อไม่ให้แป้งติดกัน เขาก็จะชะโลมปากหม้อที่เสร้จแล้วด้วยกะทิ เวลากินจึงเป็นอะไรที่ช่างหวานมันอร่อย จนมาอยู่กรุงเทพฯ ถึงได้มารู้จักกินปากหม้อชะโลมน้ำมัน ซึ่งไม่ได้รสชาติความหวานหอมของกะทิ ต่อมาก็ได้รู้จักกินปากหม้อที่เป็นไส้ผัก และต่อมาอีกก็ได้รู้จักกินปากหม้อไส้ผักแบบที่เป็นก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ ส่วนปากหม้อแบบดั้งเดิมที่พรมด้วยน้ำกะทิ ยังเคยไปกินอยู่ที่เชียงใหม่ ร้านเป็นตึกแถวอยู่แถว ๆ วัดเกตุ ถนนเจริญเมือง ริมแม่น้ำปิง เดี๋ยวนี้ไม่รู้ว่ายังขายอยู่หรือเปล่า ไม่ได้ไปอัพเดทรสชาติมานานมากแล้ว

 

สำหรับปากหม้อของร้านที่จะเขียนถึงนี้ เป็นปากหม้อไส้ผัก ไม่มีชื่อร้านหรอก ก็แล้วแต่จะเรียกกัน ส่วนใหญ่ก็จะเรียกว่าปากหม้อท่าเรือ เพราะขายอยู่ที่ตลาดท่าเรือนี้มานานกว่า 30 ปี แต่ได้ไปกินของเขามาครั้งแรกเมื่อปี 2549 ถ้าไม่มีคนพาไปกิน ก็คงจะไปเองไม่ถูก ตอนหลังก็เลยต้องรับหน้าที่พาคนอื่นไปกินบ้าง แต่หลัง ๆ มานี่นอกจากจะบอกเล่ากันแบบปากต่อปาก และมีคนเอามาเผยแพร่บอกเล่ากันทางโซเชีบลเน็ตเวิร์กแล้ว ก็มีรายการโทรทัศน์อีกหลายรายการไปถ่ายทำรายการ ทำให้คนรู้จักกันกว้างขวางมากขึ้น แต่ไม่ว่าจะมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันแค่ไหน แต่ไปกินเมื่อไหร่ก็ยังได้บรรยากาสเดิม ๆ อารมณ์เดิม ๆ คือ ต้องนั่งล้อมโต๊ะข้าง ๆ คนขาย ที่จะแคะปากหม้อจากหม้อที่ใช้ทำเสิร์ฟกันเดี๋ยวนั้น

 

ท่าเรือที่พูดถึงนี้เป็นชื่อของตำบล ที่อยู่ในอำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เป็นท่าเรือที่รู้จักกันดีในเรื่องของวุ้นเส้น ที่เวลาเอามาทำอาหารโดนความร้อนแล้ว ตัวเส้นก็ยังมีความเหนียวนุ่มอยู่ได้นาน ถ้าเดินทางโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 323 หรือถนนแสงชูโต จะอยู่ห่างจากอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ประมาณ 25 กม. และอยู่ก่อนจะถึงตัวจังหวัดกาญจนบุรีประมาณ 23 กม.

 

ร้านปากหม้อท่าเรือตั้งอยู่ในซอยแสงชูโต 17 ทางเข้าตลาดสดท่าเรือ ที่บางคนเรียกว่า ตลาดเก่า ปากซอยจะมีร้านทองชื่อ ห้างทองวงเดือน ใครเข้าไปในพื้นที่เทศบาลที่เรียกว่าเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่นนี้ จะเห็นว่ามีร้านทองอยู่เยอะแยะมาก น่าจะบ่งบอกถึงสถานะทางเศรษฐกิจของคนที่นี่ได้ดี ซอยที่ว่านี้เป็นซอยตื้น ๆ ลึกแค่ประมาณ 70-80 เมตร รถวิ่งเข้าไปได้ แต่ไม่ค่อยสะดวก เพราะซอยค่อนข้างแคบ และมีรถจอดกันอยู่ หาที่จอดก็ยาก ถ้าเจอที่จอดริมถนนว่างก็จอดได้เลย แล้วเดินเท้าเข้าซอยไป สักประมาณ 50-60 เมตร ก็จะเจอร้านปากหม้อขายอยู่หน้าตึกแถวทางฝั่งขวามือ ซึ่งถ้าเดินเลยไปอีกประมาณ 10 กว่าเมตร ก็จะถึงตัวตลาดสดท่าเรือ

 

ถ้าจอดรถที่ริมถนน ลองเหลือบ ๆ ตาย้อนมองกลับไปสักซอยหนึ่ง ที่ตรงปากซอยแสงชูโต 15 จะมีร้านขายข้าวเหนียวมะม่วงอยู่ร้านหนึ่งชื่อว่า ร้านแม่บุญช่วย ข้าวเหนียวมะม่วงของเขาน่ากินมาก เห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะต้องซื้อติดไป ตั้งใจว่าจะเอาเข้าไปกินเป็นของหวานหลังจากกินปากหม้ออิ่มแล้ว ร้านแม่บุญช่วยขายอยู่หลายอย่าง ดูจากป้ายเห็นมีทั้งข้าวผัดปู ผัดไทย อาหารตามสั่ง แล้วก็ บัวลอยไข่หวาน แต่ยังไม่เคยได้ไปลองกินสักที

 

ร้านปากหม้อท่าเรือจะเปิดขายทุกวัน ถ้าไม่ได้รับงานไปออกร้านที่อื่น ก็ขายกันตั้งแต่ตอนห้าโมงเช้าไปจนถึงห้าโมงเย็น แต่ถ้าวัตถุดิบที่ใช้ทำหมดก่อน ก็อาจจะเลิกงานก่อน แต่ขนาดไปถึงก่อนเริ่มขาย งตอนสี่โมงเช้ากับอีกห้าสิบนาที ก็มีนักเที่ยวจากกรุงเทพฯ ไปรอคิวกินอยู่ก่อนแล้ว ยังไม่รวมคนในท้องถิ่นที่มาสั่งใส่ห่อและมาต่อคิวรอกินอยู่อีกเป็นระยะ ๆ

 

สมัยก่อนคนที่มายืนทำปากหม้อขายจะเป็น แม่ยี่สุ่น เอง บางคนก็เลยเรียกเรียกปากหม้อร้านนี้ว่า ปากหม้อแม่ยี่สุ่น แต่เดี๋ยวนี้แม่ยี่สุ่นเลื่อนตำแหน่งตัวเองไปเป็นผู้ควบคุมแล้ว อายุมากขึ้นจะยืนขายวันละ 5-6 ชั่วโมง คงจะปวดเมื่อยไปทั้งตัว โดยเฉพาะแขนและมือที่จะต้องใช้ ละเลงแป้ง ปิด-เปิดฝาหม้อ หยอดไส้ แคะพับแป้งให้ห่อไส้ แล้วก็ตักเสิร์ฟให้คนกินหรือใส่ห่อ เดี๋ยวนี้ก็เลยปล่อยให้ น้องนุ้ย มาเป็นคนทำปากหม้อขายแทน

 

ไส้ปากหม้อมีให้เลือกกินอยู่ด้วยกัน 6 ไส้ เวลาที่เขาวนเสิร์ฟแต่ละรอบ ชอบกินไส้อะไรบ้างก็บอกเขาไป ไม่จำเป็นว่าจะต้องซ้ำไส้กัน แล้วรอบต่อไปก็ยังเปลี่ยนใจได้อีกเรื่อย ๆ ให้บริการเรื่องกินตามความพอใจกันจริง ๆ

 

 

ไส้แรกเป็นไส้ไช้โป๊วสับ รสชาติจะออกหวาน ๆ เค็ม ๆ ไส้ที่สองเป็นไส้ผักกาดดอง รสชาติจะออกเค็มนำ

 

 

ไส้ที่สามเป็นไส้ถั่วงอก ดูแล้วรสชาติน่าจะออกจืด ๆ หน่อย ไม่รู้ว่าเอาไปทำอะไรมาให้พอสุก เห็นหน้าตาถั่วงอกแล้วเหมือนว่าจะเพิ่งสลด ไส้ที่สี่เป็นไส้เต้าหู้ที่เอาไปผัดกับกุ้งแห้งตัวเล็ก ๆ

 

 

อีกสองไส้ก็คือ ไส้หน่อไม้ซอยที่เอาไปผัดใส่กุ้งแห้ง กับไส้ผักกุยช่าย สองไส้หลังนี้ดูหน้าตาน่ากินมาก แค่เห็นก็แอบกลืนน้ำลายแล้วจินตนาการไปถึงรสชาติก่อนแล้ว

 

โต๊ะที่จัดไว้ให้นั่งกิน เป็นโต๊ะไม้ที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไร แล้วก็มีอยู่แค่โต๊ะเดียว ตั้งอยู่ติดกับคนทำปากหม้อ ทำให้เสียที่นั่งไปด้านหนึ่ง เหลือที่นั่งไว้ให้พอนั่งล้อมรอบกันได้สัก 5 คน ซึ่งกำลังดี มากกว่านี้รัศมีทำการของมือและแขนในการกินจะไปกระทบกระแทกคนอื่น ที่เขาไม่จัดโต๊ะไว้หลายโต๊ะ หรือมีโต๊ะเดียวก็ได้แต่ทำโต๊ะให้นั่งกันได้มากกว่านี้อีกหน่อย ก็เป็นเพราะเขาต้องทำสด แคะขึ้นมาเดี๋ยวนั้น ก็เสิร์ฟให้เดี๋ยวนั้น คนกินก็เลยต้องนั่งอยู่ในรัศมีทำการของมือคนทำปากหม้อซึ่งยืนอยู่กับที่ แล้วก็ไม่ใช่มือแบบแม่นากที่จะยื่นแขนให้ยาวลงไปเก็บมะนาวใต้ถุนบ้านได้ เวลากินก็เลยได้ความใกล้ชิดเป็นกันเองดีทั้งคนกินและคนขาย ซึ่งน้องนุ้ยจะทำไปคุยไปอย่างอารมณ์ดี คนกินก็นั่งล้อมวงอยู่ที่โต๊ะข้าง ๆ แปลกหน้ากันพอได้มานั่งร่วมโต๊ะกันกิน ก็ได้คุยทักทายทำความรู้จักกัน บรรยากาศแบบนี้ไปกินมาครั้งแรกตั้งแต่ 7 ปีที่แล้ว มาจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

 

สิทธิในการนั่งโต๊ะเป็นไปตามคิวที่มาถึง ไปก่อนก็นั่งก่อน ได้ที่นั่งแล้วก็กินได้ไปจนกว่าจะพึงพอใจ ไม่มีใครไล่ หม้อที่ใช้ทำจะมีอยู่ 3 ปาก (หม้อ) คนทำจะหมุนเวียนละเลงแป้ง-หยอดไส้-แคะ-เสิร์ฟ อยู่อย่างนี้ไม่หยุดหย่อน แต่ละปากจะใส่ไส้ให้ตามที่คนที่ได้คิวกินบอก

 

คนกินเมื่อได้เก้าอี้นั่งแล้ว ก็จะได้ใบตองกับส้อมเป็นเครื่องมือไว้ใช้ในการกิน เห็นถ้วยกระเทียมเจียวอยู่กลางโต๊ะตรงหน้า ก็ให้ตักเอามาทาใบตองรอการเสิร์ฟปากหม้อจากคนทำ ชอบกระเทียมเจียวมากน้อยแค่ไหนก็ตักมาละเลงใบตองเอาตามที่ใจเราชอบ ไม่ชอบกระเทียมก็ตักช้อนเอาแต่น้ำมัน ที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพื่อหล่อลื่นไม่ให้แป้งปากหม้อติดกันหรือติดใบตอง ผักเคียงมีจัดวางไว้เป็นกองกลางบนโต๊ะแล้ว น้ำจิ้มมีให้เลือกกินหลายสูตรแล้วแต่ชอบ มีทั้งแบบเผ็ดและไม่เผ็ด ชอบแบบหวาน แบบเค็ม หรือแบบเปรี้ยว เลือกกินกันเองตามที่ชอบน่ะแหละ

 

คนกินแต่ละคนจะได้รับการเสิร์ฟข้าวเกรียบปากหม้อเป็นรอบ ๆ ไปตามคิว รอบหนึ่งจะได้ 4 ตัว เพื่อให้สะดวกแก่การคิดเงินตอนจบ แต่ละรอบใน 4 ตัวนี้ อยากจะกินไส้อะไรบ้างก็บอกสั่งเขาไป

 

รอบไหนวนมาถึงเร็วกินไม่ทันก็ขอเว้นวรรคได้ กินไปจนกว่าจะรู้ตัวเองว่ามีอาการที่ฝืนกินต่อไปก็กลืนไม่ลงแล้ว ก็บอกเขาไปว่าพอแล้ว เขาจะได้คิดเงิน ยังมีคนที่ยืนรอคอยลุ้นให้เราลุกอยู่ด้วยเหมือนกัน ว่ากันว่าเคยมีคนทำสถิติสูงสุดไว้ 23 รอบ 92 ตัว ไม่กล้าไปลบทำลายสถิติของเขาหรอก คราวนี้ที่ไปก็ทำได้แค่ 5 รอบ 20 ตัว กินเท่านี้ยังต้องขอเว้นวรรคพักไปรอบหนึ่งเลยนะ

 

 

อิ่มปากหม้อแล้ว นึกขึ้นได้ว่ายังมีข้าวเหนียวมะม่วงของร้านแม่บุญช่วยที่ซื้อติดมือมาอยู่อีก ก็เลยเอาออกมากินเป็นของหวานท้ายมื้อ ไม่ได้นั่งกินที่โต๊ะสำหรับกินปากหม้อหรอก ขยับออกมานั่งเก้าอี้ที่อยู่รอบนอกแทน

โถ..ก็คนที่ยืนทำตาปริบ ๆ กลืนน้ำลายต่อคิวรอกินเขามองค้อนขวับ ๆๆๆ อยู่อย่างนั้น ก็เลยทำใจได้ไม่แข็งพอ !!!

ชาร / 1 สิงหาคม 2556




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2013 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]


เรื่องกิน กับ เรื่องเที่ยว คุณชอบเรื่องไหนมากกว่ากัน
เรื่องกิน
2088 คน
เรื่องเที่ยว
1101 คน

  โหวต 3189 คน