• ทางแก้ว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : anuchagrid@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-10-20
  • จำนวนเรื่อง : 444
  • จำนวนผู้ชม : 248849
  • จำนวนผู้โหวต : 806
  • ส่ง msg :
  • โหวต 806 คน
วันพุธ ที่ 20 เมษายน 2559
Posted by ทางแก้ว , ผู้อ่าน : 1555 , 14:16:57 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 14 คน เฟื่อง , หวานหวาน และอีก 11 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

 

 

       ประวัติศาสตร์ อันยาวนานของลำปางมีเรื่องราวมากมาย   ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องอื่นๆ

นี่น่าจะทำพาไปรู้เรื่อง    ของที่มาที่ไปของวัดนี้อย่างรวดเร็ว       การมาตั้งอาณาจักรหริภุญชัยที่ลำพูนปัจจุบัน

นี้ของพระนางจามเทวีใน ต้นพศว.๑๓ ยังมีเรื่องราวที่ถกเถียงในรายละเอียดอยู่มาก   และเป็นจุดตั้งต้นของสาย

วัฒนธรรมล้านนาแม้ดั้งเดิมพื้นที่นี้จะมีผู้คนเดิมอยู่แล้ว(ลัวะและฯ)   เรื่องราวของทวารดี ลพบุรี และมอญก็เป็น

เรื่องที่อาจคุยและค้นคว้ากันได้อีกมากมาย  ตอนนั้นยังไม่ต้องพูดถึงอยุธยาเชียงใหม่สุโขทัยแม้กระทั่งขอมเลย

เอาเป็นว่าเมื่อมาถึงกลางพศว.๑๓  ซึ่งเป็นรุ่นลูกพระนางจามเทวีแล้วพระนางก็ให้โอรสองค์หนึ่งครองลำพูนที่ตัว

ศูนย์อาณาจักร     และโอรสอีกองค์หนึ่งชื่อเจ้าอนันตยศมาสร้างเมืองลำปาง   การเดินทางจากลำพูนมาลำปาง

สมัยนั้นมาเพื่อมาไหว้พระธาตุลำปางหลวง      เส้นทาง(ก็น่าจะ)ใช้ทางน้ำ  ผมไปดูในแผนที่ก็มีแม่น้ำเล็กๆสาย

หนึ่ง(ไม่ทราบชื่ออะไร)    มาจากขุนตานผ่านเส้นทางของวัดนี้และผ่านวัดพระธาตุลำปางหลวง    แม่น้ำเล็กๆนี้

พอเลยไปก็จะไปเชื่อมกับแม่น้ำวังที่ผ่านตัวเมืองลำปาง       ภาพของการเดินทางก็น่าแวะพักบนบก   เป็นระยะๆ

สลับกันไปเพราะในสองวัดที่สำคัญของพื้นที่นี้คือ        วัดไหล่หินและวัดปงยางคกนี้   ยังมีเรื่องราวของช้างพระ

ที่นั่งหรือช้างที่ขนเครื่องบูชา(พระธาตุ)หยุดอยู่หน้าวัดทั้งสองวัด       และเรื่องราวของที่นี่ก็คือช้างพระที่นั่งหยุด

ที่พื้นที่นี้และคงไม่ได้หยุดเฉยๆเพราะเขาใช้คำว่าช้างนบ    ถ้าเดาแบบคนไม่รู้ก็ต้องหมายความว่ามีกริยาอาการ

ที่ไม่ใช่ยืนเฉยๆจะย่อขาหลังอย่างรูปแบบในอุดมคติหรือไม่ไม่ทราบเหมือนกัน       และพระนางจามเทวีก็ได้เห็น

"แสงฉัพพรรณรังสีแห่งพระบรมสารีริกธาตุพวยพุ่งขึ้น ณ ที่จอมปลวกแห่งหนึ่ง" (เขาใช้ศัพท์เช่นนี้)    จากนั้นจึง

สร้างเจดีย์ครอบจอมปลวกและสร้างวิหาร    ตำแหน่งที่ช้างหยุดก็สร้างกู่หรือเรือนขึ้นมาชื่อ  "กู่จ๊างนบ" ดูทรงกู่

แล้วถึงอาคารในอินเดีย    แต่ชื่อนี้ก็มีคนวิเคราะห์ว่าเป็นที่มาของชื่อวัดปงยางคก ว่ามาจาก "ปงช้างนบ" 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


           ลองเอาตัวเลขมาลบกันหยาบๆก็เป็นเวลาประมาณ หนึ่งพันสามร้อยปีเศษเล็กน้อย

และเช่นเดียวกับวัดลำปางหลวง         ในส่วนตัวผมพยายามหาดูว่ามีการซ่อมแซมอะไรบ้างอย่างไรใน

แหล่งข้อมูลก็ไม่เห็นแต่โดยปกติ       เวลาตั้งพันกว่าปีสำหรับอาคารเครื่องไม้นี้น่าจะผุพังไปหมดแล้ว

หรือจะต้องมีการบำรุงรักษาอย่างมากและ ตลอดมีการบูรณะกันต่อเนื่องเป๊นระยะๆหรืออาจใช้ตำแหน่ง

เดิมของเรือนและบูรณะขึ้นมาใหม่    โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิหารเปิดโล่งซึ่งดูแลยากอยู่แล้วทั้งเรื่องแดด

และฝน   วิหารเปิดโล่งเป็นเอกลักษณ์ของสายล้านนา   แต่เมื่อย้อนกลับมาอ่าน ประวัติของวัดนี้ต่อว่า

เป็นที่บวชของหนานทิพย์ช้างหรือหนานตื๊บจ๊าง  และเป็นคนในพื้นที่นี้   โดยท่านก็เป๊นต้นสายของราช

วงศ์ทิพย์จักรหรือราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน    ก็ถือเอาว่าที่นี่(น่าจะ)เป็นวัดหลวงเอาทีเดียว   และลำพังวัดใน

เมื่องเหนือถ้ายังมีชุมชนอยู่ก็จะถูกดูแลอย่างดีกันตลอดแต่กระนั้น   ในความคิด(ส่วนตัว)  วิหารหลังนี้

(น่าจะ) มาสร้างหรือบูรณะเอาในยุคหนานทิพย์ช้าง*     บวกลบเล็กน้อยตอนนั้นถ้าเทียบก็เป็นยุคก่อน

เสียกรุงสมัยพระเจ้าท้ายสระ 

 

 

 

 

      เมื่อ ข้ามเวลาจากหริภุญไชยประมาณหกร้อยปีต่อด้วยราชวงศ์มังรายอีกสองร้อยปี ข้ามต่อด้วย

พม่า   และมาที่ ราชวงศ์เจ้าเจ็ดตนจนถึงรุ่นที่กรุงเทพเข้าไป        สถาปัตยกรรมหลักโดยเฉพาะวัดวาอาราม

ก็ถูกอิทธิพลของแต่ละช่วงเวลาเข้าครอบงำ   และเช่นเดียวกันความเป็นล้านนาก็เช่นเดียวกันกับวัฒนธรรมทุก

สายคือเป็นที่รวมของสายวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน  และคั้นตัวมันเองออกมาเป็นเพชรเม็ดงาม    จริงๆลักษณะ

ของสถาปัตยกรรมเครื่องไม้คงไม่ต่างจากที่วัดพระธาตุลำปางหลวงนัก  แต่การบำรุงรักษาซ่อมบำรุง   และการ

ดูแลให้คงสภาพเดิมดูดีกว่าที่วัดพระธาตุลำปางหลวง    แม้จะดูเป็นวัดเล็กๆแต่รายละเอียดโดยเฉพาะภายในยัง

คงสภาพที่วิจิตรงดงามการซ่อมบำรุงของวัดลักษณะนี้จึงอันตรายนัก    เขาดูแลกันมาเป็นพันปีหรือหลายร้อยปี  

ต่อถึงรุ่นเราที่ดูเหมือนวิทยาการก้าวหน้า   แต่เมื่อขาดการเอาใจใส่อาจล้มคว่ำแบบที่ลำปางหลวงได้ ที่นี่ที่น่าจะ

เข้าไปดูกันนานๆก็คือลวดลายเขียนทอง(หรือปิด)  ตามเสาและผนังต่างๆ  ดูความละเอียดลออของเส้นสายและ

ฝีมือช่าง    มันไม่ใช่ละเอียดแบบวิจิตรแต่ก็วิจิตรแบบที่เอาใจใส่เข้าไปในงานเขียน  ลักษณะท่วงทีที่เขียนมีชีวิต

ชีวาเหมือนงานสกุลช่างเขียนอยุธยาตอนปลาย(ซึ่งน่าจะร่วมสมัยกัน) ในท่วงท่าแต่ไม่ใช่ในแบบอย่าง   ตลอด

จนชิ้นงานแกะสลักไม้หรือการลงลวดลายต่างๆ   ล้วนเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่พวกเราต้องดูนานและดูดซับ   ดูดซับ

เพื่อให้เข้าไปในตัวเราให้เข้าไปในเซลล์ในเลือดเนื้อของเรา          ไม่ว่าเราจะเป็นคนลำปางหรือคนพื้นที่อื่นๆ    

ศรีวิไลของมนุษย์อยู่ตรงนี้เอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปูรณฆตะ

 

     

              จังหวะและลวดลายของที่นี่ใช้เป็นครูให้กับช่างหรือสล่าล้านนาในยุคต่อๆมา  โดยเฉพาะ

ลวดลายปูรณฆฏะ เขียนทอง  ที่เป็นหม้อน้ำหรือแจกัน(รูปตอนบน)มีต้นไม้ปัก    ซึ่งสื่อความหมายถึงความ

อุดมสมบูรณ์ จริงๆหม้อน้ำนี่หลายท่านบอกว่ามาจากอินเดีย      แต่ความคิดผมผมเคยเห็นเหรียญโลหะของ

ทวารวดีซึ่งเราพบกันในหลายพื้นที่เช่นนครปฐมหรืออู่ทอง   อันเป็นข้อหนึ่งที่ทำให้เ้ราพิสูจน์ได้ว่าอาณาจักร

ทวารวดีมีตัวตนด้านหนึ่งมีอักษรปัลวะเขียนไว้เป้นชื่ออาณาจักรทวารวดี    อีกด้านหนึ่งมีรูปหม้อน้ำหรือวัว 

แม้หม้อน้ำจะไม่เหมือนกับปูรณฆฏะที่นี่แต่ก็น่าจะมีต้นเค้า   ด้วยอาณาจักรทวารวดีนั้นร่วมยุคร่วมสมัยกับ

หริภุญไชยของพระนางจามเทวีจนน่าจะเป็นกลุ่มอาณาจักรเดียวกัน    ปูรณฆฏะหรือรูปเทวดาที่อยู่หลังองค์

พระของที่นี่ก็ดี   ล้วนเป็นงานอันมีชื่อเสียงของล้านนาเป็นต้นแบบให้ศิลปะต่อเนื่องอีกหลายอย่างและหลาย

สถานที่     โดยเฉพาะสภาพของงานตกแต่งภายในตัววิหารถือว่าสมบูรณ์แบบ  ลักษณะวิหารเปิดและมีขนาด

ไม่ใหญ่โตมากนักแต่รังสรรค์ชิ้นงานได้โอ่โถงและสง่างาม    ถ้าเราจะหาวิหารล้านนาที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน 

ที่นี่ก็ถือว่าไม่มาดูไม่มาเห็นไม่ได้

 

 

 

ปูรณฆฏะบนเหรียญทวารวดีพบที่พระประโทนนครปฐม

ขอบคุณฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย - ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 โคลงสองพัฒนา

 

 

             สุภสาสน แต่ก่อนโพ้น           ไกลนมนานกว่าโน้น

 

เกินเค้าพันปีสมัย

 

 

             ๏ เหนรากสมานใส่เหง้า                   แก่นเรากายร่ำเร้า

 

เอ่อเส้นทางมนุษย์วิสุทธิ์

 

 

             โอยอารยธรรมจุดเจิดล้ำ               โปรยแสงสาดสว่างค้ำ

 

ว่านว้ายเครือข่ายจ่อง

 

 

              ที่นี่ห้างฉัตรคองแก้ว                      จบเศียรกรานธาตุแล้ว

 

มายั้งปงยางคกงาม

     

     

              ๏ พู้นจามเทวีแม่แล้                        วาบแสงธาตุกระจ่างแน้

 

เจิดแจ้งจอมปลวกกลางคาม

 

 

             ยังจ๊างขามหยุดยืนจั้ง                     คือนบใสธาตุผ่องยั้ง

       

ปกคุ้มเจดีย์วิหาร

 

 

              ๏ เมินพันปีหนานติ๊บจ้าง                 วีรกษัตริย์นำทางว้าง

 

เจื่องเจ้าเชื้อเจ็ดตน

 

 

              แม่นอารามยลเยี่ยมล้ำ               งามหริภุญไชยเกี่ยวย้ำ

 

ปลั่งฟ้าสุกแสงฮ่าม

                     

  

                 เค้น อร่ามสรีคามแก้ว                  เวียงละกอนอันแพร้ว

 

คู่ค้ำควรคงค่า                                                    สืบแจ้ง     นานเอ่ ๚ะ

 

 

 

 

 

 ขอบคุณกระดาษเขียนสีน้ำเยื่อไผ่หนึ่งเดียวในไทยของคนลำปาง   SP Paperstudio

 

 

 

ทางแก้ว

ปลายเมษายน ๒๕๕๙

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 18 เหล่าซือสุวรรณา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ทางแก้ว วันที่ : 27/04/2016 เวลา : 07.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

สวัสดีครับคุณหวาน เหล่าซือ
ตามที่อ้างอิงไว้หริภุญไชยร่วมสมัย
กับทวารวดี พศว.12-13
พันกว่าปีเลยครับ


ความคิดเห็นที่ 17 ทางแก้ว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เหล่าซือสุวรรณา วันที่ : 26/04/2016 เวลา : 10.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chineseclub
泰汉语与文化比较  张碧云博客

วัดนี้ดูโบราณมากค่ะอาจารย์

ความคิดเห็นที่ 16 ทางแก้ว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
หวานหวาน วันที่ : 25/04/2016 เวลา : 14.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong

สวัสดีค่ะคุณทางแก้ว
เที่ยวละเอียดดีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ทางแก้ว วันที่ : 24/04/2016 เวลา : 07.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

เขาเรียกอะไรดีละครับ
ตั้งชื่อเองแล้วกันครับคุณชาลี

จำได้ว่าออกจากลำปา่งหลวงไปวัดนี้
ไปทางซ่้าย ส่วนวัดไหล่หินไปทางขวา
ถ้ามองเป็นแผนที่ทางอากาศ
จะเป็นรูปสามเหลี่ยมของสามวัด
คร่อมอยู่สองอำเภอ คือเกาะคากับห้างฉัตร

วัดนี้อยู่ที่ห้างฉัตร
คำว่าห้างฉัตรสมัยก่อนก็เป็นที่พัก(หรือสร้าง)
ฉัตรที่จะมาถวายพระธาตุลำปางหลวง

จากเส้นทางเดินทางลำพูน
ต้องตั้งชื่อแบบคนสมัยใหม่ตั้ง
เป็นสามเหลี่ยมวัฒนธรรมอะไรทำนองนี้


ความคิดเห็นที่ 14 ทางแก้ว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 23/04/2016 เวลา : 21.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

วัดปงยางคก ไปลำปางคราวหน้า ต้องไปเที่ยมชมกันครับ
เคยไปแต่ วัดไหล่หิน เข้าใจว่าอยู่ที่ตำบลปงยางคก เหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 13 ทางแก้ว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 23/04/2016 เวลา : 21.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

วัดปงยางคก ไปลำปางคราวหน้า ต้องไปเที่ยมชมกันครับ
เคยไปแต่ วัดไหล่หิน เข้าใจว่าอยู่ที่ตำบลปงยางคก เหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ทางแก้ว วันที่ : 23/04/2016 เวลา : 18.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

สวัสดีครับคนปทุมฯ

ใช้ดีจึงบอกเพื่อน



*กินสีนิดๆ เท็กซ์เจอร์อร่อยเหาะ
เหมือนย่างพิซซ่าด้วยเตาถ่าน
และนวดแป้งด้วยมือ
อ้อแป้งก็โม่เองอีกไม่มีเคมีเลย
ที่สำคัญทำในไทย
เอได้ค่าโฆษณาหรือเปล่านี่


ความคิดเห็นที่ 11 ทางแก้ว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 23/04/2016 เวลา : 10.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

ของแต่ละชิ้น เก่าแก่ทั้งนั้นเลยนะครับพี่ทางแก้ว ได้ซื้อกระดาษเขียนสีน้ำเยื่อไผ่กลับมาด้วยไหมครับ เขียนแล้วเป็นอย่างไร? เมื่อเทียบกับกระดาษที่ใช้แบบเดิม??

ความคิดเห็นที่ 10 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ทางแก้ว วันที่ : 23/04/2016 เวลา : 08.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน


เห็นเป็นวิหารเล็กๆอย่างนี้
ที่นี่ยังมีอะไรน่าดูน่าพิจารณาหลายอย่าง
นอกจากบรรยากาศของงาน
หรือปูรณฆฎที่เขียนกันรอบตัววิหาร

องค์พระที่เรียงรายเหนือปูรณฆฎนั้น
ก็ทำให้เราเห็นภาพของพุทธศาสนารุ่น
ก่อนที่เถรวาทจะเข้ามา

แต่ผมอยากให้ดูธรรมมาสน์ตามรูปนี้เหมือนกัน
ธรรมมาสน์องค์นี้ถือว่าน่าสนใจดี
เพราะลองนึกถึงถ้าตุ๊เจ้าท่านนั่งบนธรรมมาสน์นี้
คงมองไม่เห็นท่านแต่คงจะได้ยินเสียง
เทศนาธรรมท่านลอยมาจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 9 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ทางแก้ว วันที่ : 23/04/2016 เวลา : 08.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

ป้าเจี๊ยบ
จริงๆในความเห็นที่7จะมากำหนด
เป็นไสตล์หรือแบบอย่าง นักก็ไม่ได้ครับ
มันอาจจะเป็นวิธีการของศิลปิน
หรือสล่ามากกว่า
หรือเป็นแค่มุมมองของคนในยุคหลัง

การประสมกันระหว่างงานเครื่องไม้และปูน
โดยเฉพาะที่นี่ถือว่ามีการเขียนลวดลาย
บนงานไม้อย่างเต็มที่
แม้แต่ไม้ตัวเล็กๆอย่างไม้รับกระเบื้องหลังคา
เขาก็เขียนลงลายกันอย่างวิจิตร
เรียกว่าทุกตำแหน่งที่มีไม้
ก็มีการเขียนลวดลายหมด

การทำปูนให้เรียบขาวก็เป็นวิธีการทำให้
งานที่เป็นเครื่องไม้ดูโดดเด่นขึ้นมา
จะบอกว่าเป็นไสตล์ของของสกุลช่าง
ก็คงไม่ใช่น่าจะเรียกว่า
เป็นเทคนิคหรือเชิงช่างมากกว่า
เขียนไปก็งงเองอยู่เหมือนกันครับ



ความคิดเห็นที่ 8 ทางแก้ว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 22/04/2016 เวลา : 15.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

ไปมาก็หลากหลายจังหวัด แต่ละครั้งแต่ละคราวก็แค่ผ่านตา เพิ่งมาสรุปได้จากประโยคของคุณทางแก้วตรงนี้เองว่า วิหารเปิดโล่ง เป็นเอกลักษณ์ของสายล้านนา และรวมไปถึงความเห็นข้างล่างนี้ด้วย (คห.๗)

ความคิดเห็นที่ 7 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ทางแก้ว วันที่ : 22/04/2016 เวลา : 07.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

วรรณสุข
จริงๆไสตล์ปูนฉาบทาน้ำปูนหรือสีขาวนี้
ออกจะเป็นลักษณะเด่นอีกลักษณะหนึ่งชองล้านนา
ของงานโบราณโดนเฉพาะวิหารโถงที่เปิดโล่ง
เขาจะทิ้งไว้เรียบๆแบบนี้ (แม้แต่วิหารทึบก็ตาม)

แต่บางที่ก็ปะปนกันกับสกุลช่างล้านช้าง
เลยไปถึงบ้านเราที่กลายเป็นสกุลช่างอีสานเวียด
เข้ามา กลุ่มหลังนี้นิยมเขียนสีบนผนังด้านนอก
กลายเป็นวิธีการเฉพาะของสกุลช่างเลย
อย่างที่เราเห็นการเขียนสิม
บนผนังด้านนอกกันในอีสาน

ความคิดเห็นที่ 6 ปวิภา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ทางแก้ว วันที่ : 22/04/2016 เวลา : 07.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

สวัสดีครับ
ครูปวิภา ครูแดง
สุขใจ ถนอมสุขภาพครับ


ความคิดเห็นที่ 5 ทางแก้ว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
วรรณสุข วันที่ : 21/04/2016 เวลา : 14.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

น่าเสียดายที่มีการบูรณะแบบฉาบปูนทาสีขาวแบบนี้จังค่ะ มันเลยกลายไปเหมือนรีสอร์ทน่ะค่ะ
การย้อนรอยซ่อมแซมตามวิธีดั้งเดิมมันอาจจะยาก แต่มั่นใจว่ามีอาสาสมัครอยากช่วยเยอะแน่นอน

ความคิดเห็นที่ 4 ทางแก้ว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ปวิภา วันที่ : 21/04/2016 เวลา : 10.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

...เสน่ห์คุณค่างานเก่า...ส่งคุณค่ามาถึงเสน่ห์ศิลป์ใหม่...
อืมมมมม ท่านเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริง ๆ ขอรับ
สุขกายสบายใจไปนาน ๆ นะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 ทางแก้ว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ครูแดง วันที่ : 21/04/2016 เวลา : 07.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

ยังอ่านละเอียดไม่ได้ ได้แต่อ่านคร่าวๆ เพื่อถนอมสายตา
-หากได้เดินตามแล้วคุณทางแก้วบรรยาย คงได้อรรถรสกว่านี้แน่ๆ
"ร่องรอยสวยงามมากๆค่ะ"

ความคิดเห็นที่ 2 แม่หมี , ครูแดง ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ทางแก้ว from mobile วันที่ : 20/04/2016 เวลา : 22.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

พุทธศตวรรษ คร้าบท่านน้อง
ถ้าจำไม่ผิดพระนางจามเทวีตั้งอาณาจักร 1208
ก็เป็น พศว. ที่13ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 ครูแดง , ทางแก้ว ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่หมี วันที่ : 20/04/2016 เวลา : 21.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านเรื่องราวแล้วพอจะเข้าใจ. แต่ที่ไม่รู้คือพศว.ย่อมาจากอะไร
จะว่าโง่ก็ยอมล่ะ ท่านพี่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน