*/
  • ทางแก้ว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : anuchagrid@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-10-20
  • จำนวนเรื่อง : 477
  • จำนวนผู้ชม : 299958
  • จำนวนผู้โหวต : 935
  • ส่ง msg :
  • โหวต 935 คน
วันพุธ ที่ 9 มกราคม 2562
Posted by ทางแก้ว , ผู้อ่าน : 806 , 12:04:26 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน เหล่าซือสุวรรณา , ลิงเขียว และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

         อดีต   นั้นมีปัจจัยของอดีตเองที่เมื่อมองกลับเข้าไปเราไม่อาจใช้ความรู้ความรู้สึกของคนใน

ปัจจุบันตีความได้  ทุกครั้งมีอะไรแปลกๆที่เราอาจจะละเลยผ่านตาผ่านความคิดและปิดบังความรับรู้ของเราอาจจะ

เกิดจากความรู้ที่(เสมือน)มากมายของเราเองที่กดเราให้ยืนอยู่กับที่   การมองย้อนกลับไปเหมือนที่ผมเคยนึกถึง

เมื่อไปวัดไลย์ที่ท่าวุ้ง ว่าใครมาทำวัดนี้ซึ่งห่างจากเมืองลพบุรีถึงยี่สิบกว่ากิโลเมตร   โดยรูปแบบศิลปะต่างๆของ

วัดดูราวกับวัดหลวงกลางเมือง         หรือที่มีคนชอบถามเรื่องหนึ่งเช่นตำหนักคำหยาดทำไมมาอยู่กลางพื้นที่ที่

โพธิ์ทองที่ไม่มีแม่น้ำเข้าถึงและห่างไกลเช่นนั้นเรื่องหลายๆเรื่องเช่นที่กล่าวมานี้ก็ยังมีอีกบางเรื่องเช่นวัดหนองบัว

ที่ท่าวังผาน่านนั้นเกิดขึ้น   แม้ระยะเวลาของชิ้นงานศิลปะไม่นานนักก็ยังเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่มีงานจิตรกรรมอัน

วิเศษตระการอยู่ในพื้นที่ที่ห่างจากตัวเมืองมากพอสมควร  การสร้างสรรศิลปะพวกนี้นอกจากต้องหาช่างที่มากฝีมือ

ซึ่งส่วนใหญ่ในสมัยก่อนอยู่กับเจ้านายในพื้นที่แล้ว  ยังจะต้องการศรัทธาและทุนทรัพย์พอสมควรแล้วที่ท่าวังผานั้น

มีอะไรหรือมีใครไปอยู่หรือเกิดอะไรขึ้น

 

 

         ๑.๏อดีต ใดใจใครชี้         เป็นเอง

 

   คิดเรื่องคิดตนเกรง                       ตีเค้า

   เอาปัจจุบันคว้าเพรง                     มองกลับ

   อัตตาวัดเรื่องเร้า                          ยำเยง

 

 

         ๒.๏ดู สิท่าวังผานี้               ไกลแสน

 

   ห่างเวียงย่ำประเลง                      ว่างเร้น

   รอยอดีตหนึ่งฝากแดน                  แผ่นดิน

   เป็นสุกมณีสว่างเค้น                     ล้านนา ฯ

 

 

 

 

 

 

            ครั้ง ที่สองที่มาน่านนี้หลังจากดูที่ต่างๆในเมืองแล้วอีกวันหนึ่งก็ต้องกลับมาที่นี่รูปภาพที่ปรากฎ

ในบทความนี้จึงเป็นภาพอยู่สองสมัยที่ต่างกันประมาณห้าปี ซึ่งก็ดูโดยภาพรวมไม่มีอะไรที่ต่างกันในสายตานัก

ท่องเที่ยวแต่ความต่างกันครั้งที่สองนี้คือการเข้ามามีส่วนร่วมของชุมชน  กับการมาดูแลวัฒนธรรมและรากเหง้า

ของเขาอย่างชัดเจน    วัฒนธรรมเมือง บนความเจริญวัดกับชุมชนได้เหินห่างกันไปแล้วหลายที่ถ้าเรายังเหนียว

แน่นกับสายโซ่เส้นนี้ อีกร้อยปีพันปีวัฒนธรรมนั้นก็ยังดำรงพัฒนาสืบเนื่องได้

 

           ในรอบร้อยสองร้อยกว่าปีมานี่สถาปัตยกรรมล้านนา หรือทางเหนือโดยเฉพาะในเมืองหลักและวัดหลัก

ประจำเมืองถูกเปลี่ยนแปลงผสมกับสถาปัตยกรรมกรุงเทพฯไปเป็นอันมาก   โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องบนหลังคา

ตั้งแต่ช่อฟ้าใบระกาถูกนำมาดัดแปลงจนกลายเป็นสถาปัตยกรรมลูกผสมกับของเดิมเราอาจหางานเดิมของล้านนา

ได้โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล  อย่างที่นี่เราก็จะเห็นลักษณะที่ชัดเจนของสถาปัตยกรรมล้านนาจริงๆแม้งานก่อสร้าง

จะสร้างมาเป็นรุ่นหลังในช่วงที่กรุงเทพฯเข้าครอบพื้นที่แล้วคือประมาณ ร.4และร.5   โดยประวัติหยาบๆของที่นี่

ก็มีการสร้างวัดกันในช่วงเวลานั้น      ในพื้นที่มีวัดเดิมอยู่แล้วย้ายมาสร้างวัดใหม่โดยพระสุนันต๊ะหรือครูบาหลวง

ซึ่งเป็นครูช่างด้วยกับแรงงานชาวบ้านน่าจะเป็นช่วงประมาณพศ.2410       มุขปาฐะที่สืบต่อในชุมชนนั้นมาจาก

พระครูมานิตบุญญการซึ่งเป็นชาวหนองบัว(เกิด2437)  กล่าวถึงนายเทพซึ่งเป็นบิดาบวชที่วัดหนองบัวนี้แล้วสึก

มารับราชการเป็นทหารของเจ้าอนันตยศ     ช่วงเวลานั้นนายเทพตามทัพเจ้าเมืองน่านไปรบกับเมืองพวนซึ่งเป็น

เมืองในปกครองของหลวงพระบาง ในประวัติศาสตร์เป็นช่วงที่กรุงเทพฯรวมทัพเมืองเหนือไปปราบฮ่อ อยู่สิบสาม

ปีกับหลวงพระบางสิบปันนาสิบสองจุไทหัวพันทั้งห้าหัวพันทั้งหก     แต่นั่นแหละช่วงที่เจ้าอนันตยศไปเมืองพวน

เมืองพวนอ่อนน้อม   นายเทพ(ซึ่งภายหลังจะได้เป็นพระยาเทพ)ได้ขอทิดบัวผันซึ่งเป็นช่างเขียนเมืองพวนตาม

กองทัพกลับมาและมาเขียนจิตรกรรมในวัดหนองบัวแห่งนี้    โดยมีทิดบัวผันนายเทพและพระภิกษุที่วัดชื่อแสน

พิจิตรอีกท่านหนึ่ง

 

       ปกติผมไม่ค่อยเก็บรายละเอียดแบบการคัดลอกประวัติศาสตร์มาแต่พออ่านเรื่องนี้รู้สึกน่าสรุปบันทึก

เอาทีเดียวด้วยเป็นข้อเขียนเก่าของ อจ.สน สีมาตรังที่ทำวิเคราะห์วิจัยเรื่องของจิตรกรรมที่นี่ไว้   ประวัติศาสตร์

เรื่องเล่าของคนในชุมชนนั้นเป็นสิ่งมีค่ากับยุคสมัย     เพราะสามารถเปิดหูเปิดตาเราจากคำถามในบทแรกที่ผม

เขียนไว้ว่าเพราะอะไรเพชรหรือมณีเม็ดงามของจิตรกรรมในภาคเหนือที่มีอยู่ไม่มากนัก   มาอยู่ที่ท่าวังผาได้บาง

ครั้งสงครามก็ไม่ใช่การทำลายไปหมด และการเชื่อมโยงของงานจิตรกรรมที่นี่กับที่วัดภูมินทร์ก็มีจุดหรือตำแหน่ง

เริ่มที่เราจะสาวไปถึงได้   การสืบทอดงานของล้านนาในชั้นต่อไปต้องเริ่มจากการที่รู้จักรากตรงนี้

 

 

 

 

 

         ๓.๏หนองบัว อารามชั้น     เชิงกรอบ

 

   สถาปัตยกรรมพร่ำพา                         เชิงแท้

   หลบเร้นกรุงเทพครอบ                       งำประกาย

   เอกอารามล้านนาแน้                         แก้กล ฯ

 

 

         ๔.๏ยัง แต่จิตรกรรมเร้น          ทาบอิน

 

   สายเส้นปาดป่ายดล                        ฉาบแต้ม

   เทพชั้นสะบัดผิน                            ดั่งแกล้ง

   ไหวลายเพีย*ดวงแย้ม                     อิ่มเขษม ฯ

 

 เพีย=เพยีย

ดูลวดลายอันงดงาม  และน่าสนใจ

 

 

 

 

 

 

 ธรรมาสน์รูปแปดเหลี่ยมหลังนี้งามจริงๆ

 

 

 

 

 จิตรกรรมด้านหลังพระประธานเป็นอดีตพระพุทธเจ้า

 

 

 

 

 

 

ลีลาการเขียนพระสงฆ์และชาวบ้านหมอบกราบ  อดีตพุทธเจ้า

 

 

แท่นบูชาทำเป็นขั้นบรรไดแปลกตาและสวยงาม

 

 

ฝาสกัดทางเข้าด้านหน้าหรือฝาตรงข้ามพระประธาน

ตอนบนเป็นพุทธประวัติตอนพระอินทร์มาดีดพิณเป็นนิมิตรให้พระพุทธเจ้า

ส่วนตอนล่างและผนังด้านยาวทั้งสองเป็นเรื่องจันทคาทชาดก

 

 

 

 

 

ดูการใช้สีเชื่อมต่อกัน  สีฟ้าครามในยุคนั้นถือว่าเป็นของใหม่และของแพงจากต่างประเทศ

 

ดูลีลาของการเขียนตัวละครสวยและสนุก  รูปนางเอก(นางเทวธิสังกา)ฟันดาบบนหลังช้างนี้ถือว่ามีชื่อเสียงมาก

 

       ๕.๏กลาง ชุมชนแบกเค้า      ความต่อ

 

   มุขปาฐะเล่าถ่ายเอม                       สืบครั้ง

   แต่สงครามปราบฮ่อ                       ก่อนนั้น

   รวมสล่าน่านพวนรั้ง                       แต่งแต้ม ฯ

 

 

      ๖.๏รังสรรค์ ศรัทธาหั้น     วิริยะ

 

   เสกอารามส่งแย้ม                        ชื่อชั้น

   สร้างสกุลสรรสล่าจะ                     คว้าฝัน

   ฝันแต่อาไรย*คั้น                         ปลายกัปป์ ฯ

 

 *พระศรีอริยะเมตไตร

 

         ๗.๏เช่น ชมชื่นเชิงคว้า       ฝ่าสวรรค์

 

   อดีตใช่อดีตตายจับ                       ก่อนเนิ้น

   ดูอดีตสายเส้นวัน                         นี้ผัน

   "เทวธิสังกา"*แกว่งดาบเอิ้น           ยังสะบัด ฯ   

 

 *ชื่อตัวนางของเรื่องจันทโครธ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          ๘.๏สอง ส่งสองวัดรั้ง       เทียบทาง

 

   ภูมินทร์หนองบัวจัด                     แยกตั้ง

   อารามหลวงชุมชนต่าง                 วิถี

   ยังศรัทธาเยี่ยมสนองรั้ง                เสมอศิลป์ ฯ

 

 

          .๏โอบ กอดทิวเขาแก้ว     ถ่องท่ง

 

   ดูน่านเสพย์กลิ่นอิน                        ดินง้วน               

   ดั่งพรหมกินศิลป์ยง                       ไทลื้อ

   ลอยรื่นหลงอาริยะล้วน                   เรี่ยแมน  ๚ะ๛

 

 

 

 

 

              พอ เห็นจิตรกรรมที่เขียนกันเต็มพื้นที่ในพื้นที่ห่างไกลอย่างท่าวังผานี้พลอยทำให้เกิดคำถาม

อย่างย่อหน้าแรกของบทความอีกเป็นครั้งที่สอง     เราได้เห็นอดีต อดีตแห่งความศรัทธาของผู้คนความวิริยะ

อุตสาหะของช่างอันมีผู้ร่วมประกอบงานศิลปะต่างแขนงกันที่จะนำมารวมเป็นชิ้นงานใหญ่  ในเมืองน่านนี้ กับ

สองวัดคือวัดนี้และวัดภูมินทร์กลางเมืองที่น่านน่าจะเป็นงานระดับเจ้าเมืองอุปถัมป์หรืองานหลวง   เราคงเห็น

ความต่อเนื่องกันแต่ก็พอดูออกว่าเป็นคนละช่างเขียนหรือช่างแต้มกันกัน  และผู้เขียนจันทคาธกับผู้เขียนอดีต

พุทธเจ้าก็ดูออกว่าเป็นคนละคนกันเมื่อเรามองแค่สองวัดเราก็คงตีความอะไรต่ออะไรไปได้มากมาย เหมือนเรา

เห็นอดีตอดีตที่นักวิชาการหลายคนบอกว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่ตกตายไปแล้ว ข้อดีของงานศิลปะนั้นก็คือชิ้นงาน

ดังกล่าวนั้นหรืออย่างนางเทวธิสังกายังมาร่ายรำดาบกวัดแกว่งไปมาบนหลังช้างอยู่ตรงหน้าเราในปัจจุบัน  อดีต

ไม่ได้ตกตายไปในอดีตเช่นที่พวกเขากล่าวถึงเลย

 

 

เอกสารประกอบการเขียน

1.จิตรกรรมฝาผนังวัดหนองบัว   สน สีมาตรัง

2.เรือนไทลื้อ  เสนอนิลเดช

 

 คัดลอกจากรูปเก่าของวัด

 

 

ทางแก้ว

9 มกราคม 2562



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ทางแก้ว วันที่ : 10/01/2019 เวลา : 06.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

คุณลิงเขียว
ดีน่ะครับทำงานหนัก
ช่วงพักก็ได้พักยาว
สบายใจ



ความคิดเห็นที่ 6 ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ทางแก้ว วันที่ : 10/01/2019 เวลา : 06.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

สวัสดีครับคุณสำรวจฟ้า

เรื่องช่างชุดเดียวกันหรือคนละชุดกับวัดภูมินทร์นั้น
ในบทความของอจ.สน สีมาตรังได้กล่าว
ไว้ว่าเดิมที่ภูมินทร์นั้นมีรูปเขียนอยู่ก่อนแล้ว
แต่ยังไม่เสร็จ
ได้ให้ช่างม่าน(พม่า)มาวาดให้เสร็จ

ช่วงที่วาดเติมนั้นเป็นร่วมสมัยกับที่วัดหนองบัววาด
มีบันทึกต่อมาว่าช่างม่านก็ได้
มาดูงานวาดของช่างพวนที่หนองบัว

แต่ทิดบัวผัน(ช่างพวน)แจ้งว่าติดงานที่วัดหนองบัว
แต่เมื่อดูภาพเทียบกัน
ก็พอมองออกแบบที่ว่า"รู้ข้อมูลก่อนแล้วมาตีความที่หลัง"
ว่าเป็นคนล่ะคนในลักษณะของเส้นสายที่แตกต่างกัน


ความคิดเห็นที่ 5 ทางแก้ว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลิงเขียว from mobile วันที่ : 09/01/2019 เวลา : 20.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

สวัสดีค่ะ

เป็นวัดเก่าแก่ที่มีภาพวาดฝาผนังที่แม้จะเก่าและไม่ชัดเจน
แต่ก็พอให้นึกภาพออกว่า
...สมัยภาพวาดยังใหม่ น่าจะสวยงามมาก...

ลิงเขียวกลับมาพักผ่อนที่บ้านบึงกาฬจ้า
อยู่ที่นี่สัปดาห์นึงค่ะ
อิอิ มีความสุขกับครอบครัวและหลานๆ :):):)

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลิงเขียว from mobile วันที่ : 09/01/2019 เวลา : 20.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

สว

ความคิดเห็นที่ 3 ทางแก้ว , ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สำรวจฟ้า วันที่ : 09/01/2019 เวลา : 15.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

แม้จะสร้างในสมัย ร.๔ ร.๕ แต่ยังคงสร้างตามรูปแบบล้านนา
ภาพจิตรกรรมฝาผนังในมองไม่ออกว่าเป็นคนละช่างกับวัดภูมินทร์

ความคิดเห็นที่ 2 ทางแก้ว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ทางแก้ว วันที่ : 09/01/2019 เวลา : 13.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

ขอบคุณครับแม่หมีที่แวะมาเยี่ยมเยียน


ความคิดเห็นที่ 1 ลิงเขียว , ทางแก้ว ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่หมี from mobile วันที่ : 09/01/2019 เวลา : 13.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

จิตรกรรมงดงามมาก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน