*/
  • กัลยาณมิตตตา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-10-05
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 77987
  • จำนวนผู้โหวต : 34
  • ส่ง msg :
  • โหวต 34 คน
<< สิงหาคม 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 14 สิงหาคม 2555
Posted by กัลยาณมิตตตา , ผู้อ่าน : 1811 , 18:37:25 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                        ปัญหาเกี่ยวกับความหมายและหลักเกณฑ์ที่จะวินิจฉัย  ว่าอะไรและอย่างไรจึงจะเรียกว่าดี  และอะไรอย่างไรจึงจะเรียกจึงจะเรียกว่าชั่ว    คนส่วนมากมักถือเอาความสุข และความสมปรารถนาในชีวิตปัจจุบันเป็นมาตรฐานวัดความดี  คือความดีต้องมีผลออกมาเป็นความสุข  ความสมปรารถนา   เป็นลาภ  ยศ  สรรเสริญ  สุข  ส่วนความชั่วต้องมีผลตรงข้าม
 
                          ในทางพุทธศาสนา พระพุทธเจ้า ทรงได้ประทานแนวคิดไว้ว่า "กรรมใดทำแล้ว  ไม่เดือดร้อนในภายหลัง  กรรมนั้นดี  บุคคลทำกรรมใดแล้ว  เดือดร้อนในภายหลัง  กรรมนั้นไม่ดี" 
          แนวคิดนี้  เราจะมองเห็นความจริงอย่างหนึ่งว่า คนทำชั่วบางคนได้รับความสุขเพราะทำชั่วนั้น    ในเบื้องต้นถ้าเขาจะเพลิดเพลินในการทำความชั่วนั้นต่อไป   ไม่รีบเลิกเสีย  เขาจะต้องได้รับความทุกข์ในตอนปลาย    ส่วนคนทำความดีบางคนได้รับความทุกข์ในเบื้องต้น  แต่ถ้าเขามั่นอยู่ในความดีนั้นต่อไป     ไมียอมเลิกทำความดี  เขาย่อมได้ความสุขในเบื้องปลาย    ตรงกับข้อความที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า  "เมื่อกรรมชั่วยังไม่ให้ผล  คนชั่ว  อาจเห็นกรรมชั่วเป็นกรรมดี  แต่เมื่อกรรมชั่วให้ผล  เขาย่อมเห็นกรรมชั่วเป็นกรรมชั่ว  ส่วนคนดีอาจมองเห็นกรรมดีเป็นกรรมชั่ว   เมื่อกรรมดียังไม่เห็นผล   แต่เมื่อใดกรรมดีให้ผล  เมือนั้นเขาย่อมเห็นกรรมดี  เป็นกรรมดี"

                           มาตรฐานเครื่องตัดสิน  กรรมดีกรรมชั่วอีกอย่างหนึ่งหลักของพระพุทธเจ้า  คือ  กรรมใดทำแล้ว  ทำให้กิเลสพอกพูนขึ้น  กรรมนั้นเป็นกรรมชั่ว  ส่วนกรรมใดทำแล้วเป็นไปเพื่อความขัดเกลากิเลส  ทำให้กิเลสบางลง  กรรมนั้นดี  กล่าวให้ชัดคือ ทำอย่างใด  พูดอย่างใด  และคิดอย่างใด  ทำให้โลภ  โกรธ  หลง  เพิ่มขึ้นในสันดาน หรือในจิต  อันนั้นเป็นกรรมชั่ว ส่วนกรรมดีก็ตรงกันข้าม

เอามาจากัณฑ์เทศน์ของพระ




ฝากคลิปเสียงของหลวงพ่อพุทธทาสเกี่ยวกับการทำบุญและรักษาศีล










แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน