*/
  • ฟางอี้51
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ann-nichimura@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-07-14
  • จำนวนเรื่อง : 14
  • จำนวนผู้ชม : 281954
  • จำนวนผู้โหวต : 230
  • ส่ง msg :
  • โหวต 230 คน
วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม 2552
Posted by ฟางอี้51 , ผู้อ่าน : 3312 , 21:04:02 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จากการที่ได้อ่านหนังสือ    ศิลปะแห่งความสุข   โดยดาไลลามะที่14  และโฮเวิร์ด   ซี.    คัทเลอร์    เป็นผู้เขียน   ทำให้เปลี่ยนมุมมองและยอมรับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตได้อย่างสงบและยอมรับไม่ทุรนทุรายหรือเสียดายและเสียใจในสิ่งที่เคยมีทำให้เรารู้ว่า 

ขั้นตอนแรกในการแสวงหาความสุขคือการเรียนรู้  ก่อนอื่นเราต้องเรียนรู้อารมณ์และพฤติกรรมทางลบทั้งหลายว่าทำร้ายเราอย่างไร   และเราต้องรู้พฤติกรรมเข้าใจถึงประโยชน์ของอารมณ์ในทางบวกเช่นกัน   และต้องอาศัยกระบวนการทางจิตพิจารณาดูว่าอย่างไหนให้คุณให้โทษ    

ยกตัวอย่างเช่น  ความโกรธ  เกลียด อิจฉาริษยานั้นเป็นโทษนั้นถือว่า   ภาวะจิตเราเป็นลบ   เพราะทำลายความสุขสงบในใจเรา   เมื่อเราเก็บความเกลียดใครหรือเจตนาร้ายต่อใคร บางคน  เราจะมีแต่ความเกลียดและอารมณ์ด้านลบต่างๆและจะมองคนอื่นๆด้วยเจตนาร้ายเช่นกัน 

ผลก็คือ ทำให้กลัวมากขึ้น หวาดระแวง  รู้สึกไม่ปลอดภัยและไม่กล้าสบตาคนที่คนพูดให้ร้ายด้วยสายตาเต็มสองตาจนกระทั่งในที่สุดจะรู้สึกโดดเดี่ยวเหงาและคิดว่าโลกโหดร้ายในสายตา   ความรู้สึกเหล่านี้เติบโตขึ้นเพราะความเกลียดเป็นเหตุ  แต่ถ้าในทางกลับกัน  คิดแต่สิ่งดี  ทำดี   คิดแต่เรื่องสร้างสรรค์   มีจิตใจเมตตากรุณา ไม่ชิงดีชิงเด่น และในอภัยจิตก็จะเป็นไปในทางบวกนำไปสู่สุขภาพจิตที่ดีและมีความสุขในการคิดแน่นอนสิ่งเหล่านี้ต้องฝึกฝนไปเรื่อยๆในที่สุดพฤติกรรมทางลบจะหายไปเอง ซึ่งหมายความว่า จิตที่มีวินัยย่อมนำไปสู่ความสุข

 

ที่กล่าวถึงในที่นี่คือวินัยในตนเองไม่ใช่ให้ผู้อื่นบังคับให้กระทำ   หมายถึงวินัยที่เราชอบนำไปปฏิบัติคือการเอาชนะลักษณะนิสัยอันเป็นโทษ   ซึ่งพฤติกรรมและอารมณ์ในทางลบเรียกว่า อกุศล และพฤติกรรมในทางบวกเรียกว่า  กุศล วิธีที่เรามองชีวิต  โดยรวมกำหนดทัศนะที่เราคิดว่าเรามีความทุกข์  เช่น    

 ถ้าเรามองพื้นฐานว่าความทุกข์เป็นสิ่งไม่ดี     ต้องหลีกหนีทุกวิถีทาง    แถมบางคนยังมองว่า   ส่อแววให้เห็นถึงความล้มเหลว     อ่อนแอ    ก็เท่ากับไปเพิ่มความกังวลใจและความไม่อดกลั้นในยามเผชิญสถานการณ์ลำบาก จะรู้สึกเหมือนว่า   เราจมอยู่ในกองทุกข์   ในทางกลับกัน    

ถ้าเรามีมุมมองพื้นฐานที่ยอมรับว่าความทุกข์เป็นส่วนหนึ่งที่ธรรมดาของการมีชีวิตอยู่ที่เราทุกคนต้องพบเจอ     ไม่ต้องสงสัยเลยว่า  เราจะอดทนและอดกลั้นต่อความทุกข์และความยากลำบากในชีวิตได้มากขึ้น คนเรามักเพิ่มความเจ็บปวดและความทุกข์ให้ตัวเอง   จากการอ่อนไหวเกินเหตุ  ตีโพยตีพายกับเรื่องเล็กๆน้อยๆและบางครั้งมักเก็บเอาเรื่องต่างๆมาเป็นอารมณ์ บางคนทุกข์เพราะว่า   จับได้ว่า   มีคนบางคนพูดว่าเราหลับหลัง    แต่ถ้าเราเลือกที่จะตอบโต้สิ่งไม่ดีด้วยความเจ็บปวดเคืองแค้น   เท่ากับว่า  ตัวเราเองทำลายความสุขสงบในใจเราเองเพราะความทุกข์เกิดจากความคิดเราเป็นผู้ก่อ    

ในทางกลับกัน  ถ้าเราปล่อยให้คำนินทาว่าร้ายผัดผ่านไปเหมือนสายลมที่พัดผ่านหูอย่างสงบเท่ากับเราได้ปกป้องตัวเองจากความรู้สึกที่เราเจ็บและรวดร้าว   แต่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงเรื่องยุ่งยากได้เสมอไปแต่สามารถเปลี่ยนระดับทุกข์ที่ประสบ   ด้วยการ   เลือกท่าทีที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์นั้น 

จงใช้จิตพิจารณาและสงสารต่อคนที่นินทาเรา   พร้อมทั้งให้อภัยและอโหสิกรรมต่อสิ่งที่คนว่าร้ายหรือนินทาเราหลับหลังแล้วชีวิตเราจะมีความสุข   แต่นี่นับเป็นเรื่องยาก   เพราะคนยังมีกิเลส  แต่ถ้าลองฝึกและทำดูหลายๆครั้งเราจะทำได้ในที่สุด  

ผลสุดท้ายความสุขจะอยู่ที่ตัวเรา จงเรียนรู้ที่จะใช้จิตควบคุมอารมณ์อย่าให้อารมณ์ควบคุมจิต

 

 

 

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 20/07/2009 เวลา : 18.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

รวมลิงค์อบรมการเขียนเว็บบล็อก สร้างนักข่าว-นักเขียน สายพันธุ์ใหม่ชายแดนใต้
http://www.oknation.net/blog/SingMeuSai/2009/07/20/entry-2

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
JawSouw06 วันที่ : 20/07/2009 เวลา : 17.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Dekhip

หวัดดีคร๊าฟฟฟ ยินดีที่ได้รู้จักนะคร๊าฟฟฟ ชอบอ่านหนังสือเหมือนกันเลย เจ้าสัว ชอบหนังสือ เรือง เข็มทิศชีวิตอะครับ ชอบเหมือนกันหรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
หมวกขาวแถบดำ34 วันที่ : 20/07/2009 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/muakcao-taebdum

อับเดตเร็วน่ะเพื่อน

เขียนต่อไปน่ะคับเป็นกำลังใจให้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน