• AIR_OS
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2020-07-23
  • จำนวนเรื่อง : 14
  • จำนวนผู้ชม : 4155
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
Fascino Online
บทความสุขภาพจากฟาสซิโน ร้านขายยาชุมชน ที่มีสาขาทั่วประเทศมากกว่าร้อยสาขา มีประสบการณ์เกือบ 40 ปี จากหน้าโรงพยาบาลศิริราช จำหน่าย ยา เวชภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อุปกรณ์ทางการแพทย์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/fascino
วันพุธ ที่ 3 มีนาคม 2564
Posted by AIR_OS , ผู้อ่าน : 176 , 15:48:48 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โรคกรดไหลย้อน หรือ Gastroesophageal Reflux Disease (GERD) เกิดจากการไหลย้อนของกรดที่มากเกินปกติโดยเฉพาะช่วงหลังรับประทานอาหารที่เป็นสาเหตุมาจากความผิดปกติของหูรูดหลอดอาหารที่ทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางหน้าอก (Heartburn) ที่อาจเกิดร่วมกับอาการเรอเปรี้ยว (Acid Regurgitation) ได้ และสามารถเกิดอาการอื่น ๆ ได้อีกด้วย เช่น ไอเรื้อรัง เสียงแหบ ฟันสึกในบางตำแหน่ง เป็นต้น

 

กรดไหลย้อนรักษาได้อย่างไร ?

ตามแนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนในประเทศไทย พ.ศ. 2563 แนะนำให้ผู้ป่วยปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตร่วมกับ การใช้ยายับยั้งการหลั่งกรดกลุ่ม Proton Pump Inhibitors (PPIs) อย่างน้อย 4 สัปดาห์ในกลุ่มผู้ป่วยที่ปรากฎอาการจำเพาะของโรค โดยขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความถี่ในการกำเริบของโรค โดยผู้ป่วยจำเป็นต้องทานยาสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

 

ปรับพฤติกรรม ช่วยได้เยอะ

นอกจากการรักษาด้วยยาแล้ว การปรับพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันของผู้ป่วยตามแนวทางการรักษาฯ สามารถช่วยลดความรุนแรงของอาการกรดไหลย้อนได้ โดยมีคำแนะนำดังนี้

  1. ลดน้ำหนัก สำหรับผู้ป่วยที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานหรืออาการกำเริบเมื่อน้ำหนักเพิ่มขึ้น จากการศึกษาโดยการนำผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนที่มีน้ำหนักเกินมาเข้าโปรแกรมลดน้ำหนักเป็นเวลา 6 เดือน น้ำหนักลดลงเฉลี่ยประมาณ 13 กิโลกรัม พบว่า มีความชุกของโรคกรดไหลย้อนและคะแนนการกำเริบของโรคกรดไหลย้อนลดลง
  2. งดการสูบบุหรี่ จากการศึกษาในผู้ป่วยกว่า 20,000 รายพบว่า การหยุดสูบบุหรี่มีความสัมพันธ์กับความรุนแรงที่ลดลงของอาการกรดไหลย้อนในกลุ่มผู้ป่วยที่น้ำหนักอยู่ในเกณ์ปกติ
  3. งดดื่มสุรา เพราะมีการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างแบบมีการควบคุมพบว่า ยิ่งดื่มสุรามากเท่าไหร่จะยิ่งเพิ่มความรุนแรงของอาการกรดไหลย้อนมากเท่านั้น
  4. ไม่กินอาหารก่อนนอน โดยหลีกเลี่ยงรับประทานอาหาร 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน สามารถป้องกันอาการกรดไหลย้อนได้ นอกจากนี้ มีการศึกษาพบว่า การนอนโดยยกหัวเตียงให้สูงขึ้น 8 นิ้วจะลดความเป็นกรดที่บริเวณหลอดอาหารได้ เมื่อเทียบกับการนอนราบ

 

นอกจากคำแนะนำ 4 ข้อที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว เราควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ไม่ใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไป และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พฤติกรรมเหล่านี้ก็มีส่วนช่วยลดอาการของกรดไหลย้อนได้เช่นเดียวกัน

 

ภญ.กมลชนก  ไทยเรือง

เลขที่ใบอนุญาต ภ.43404

ผู้เขียน




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน