• february26
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2016-05-03
  • จำนวนเรื่อง : 441
  • จำนวนผู้ชม : 1649870
  • จำนวนผู้โหวต : 135
  • ส่ง msg :
  • โหวต 135 คน
<< มีนาคม 2017 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 16 มีนาคม 2560
Posted by february26 , ผู้อ่าน : 12277 , 14:23:09 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน พาจรดอทคอม , สุรศักดิ์ และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

มหาปราชญ์ กับ การทูตหยุดโลก
โดย ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ 

ทุกคนทราบว่าราชวงศ์ไทย–ญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์เป็นพิเศษ หลายคนทราบว่าปลานิลมาจากความสัมพันธ์ดังกล่าว แต่น้อยคนทราบว่า ก่อนปลานิลยังมีปลาบู่ เมื่อสองกษัตริย์ชวนไปชมปลา การทูตหยุดโลก คือความหมายของเหลือเชื่อ

สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ ทรงเป็น “มีนกร” (คำนี้หมายถึงผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลา เด็กประมง ม.เกษตรศาสตร์ เรียกตัวเองว่า “มีนกร” มาแต่ไหนแต่ไร) พระองค์สนใจเรียนรู้เรื่องปลา จนจบการศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์ ขณะนั้นพระองค์ดำรงตำแหน่งเป็นมกุฎราชกุมาร

ความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการระหว่างสองกษัตริย์ เริ่มจากกษัตริย์ของไทยเสด็จเยือนญี่ปุ่นใน พ.ศ.๒๕o๖ (๒๗ พฤษภาคม-๓ มิถุนายน) ก่อนเชิญมกุฎราชกุมารเสด็จฯ เยือนไทย

มกุฎราชกุมารจากญี่ปุ่นเสด็จฯ เยือนไทยในเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕o๗ ในครั้งนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ และจัดโปรแกรมช่วงหนึ่งให้ “ไปทอดพระเนตรปลา”...หากอ่านผ่าน ๆ คุณอาจไม่คิดอะไร แต่ถ้าพิจารณาสักนิด มกุฎราชกุมารจากญี่ปุ่น มหาอำนาจแห่งเอเชีย เสด็จฯ มาไทยเป็นครั้งแรก เราจะชวนไปดู “ปลา” ไหมครับ?...เป็นใครก็คงส่ายหน้า เป็นใครก็คงคิดไม่ถึง

เขามาเยือนเป็นครั้งแรก เราต้องจัดประชุมให้หนัก พูดคุยกันเรื่องการบ้านการเมือง มีงานเลี้ยงใหญ่โต ใครจะคิดถึงโปรแกรม “ไปดูปลา”

...แต่พระมหากษัตริย์ไทยคิด และเป็นความคิดที่ “หลุดกรอบ” มากที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอะเจอ.

คนคิดนอกกรอบ “ตัวจริง”

คนรุ่นนี้มักพูดกันถึงความคิดแปลกใหม่ เราเบื่อการยึดติด เบื่อโน่นนี่นั่น ถึงเวลานอกกรอบ เคยทราบไหมครับว่า ใครคือผู้ “นอกกรอบ” ที่แท้จริง และนอกกรอบมาเมื่อกว่า ๕o ปีก่อน

คนชอบปลามาเยือน ก็ต้องพาเขาไปดูปลาสิ...เป็นความคิดที่ห้าวหาญจนสุดจะจินตนาการไหว เมื่อคิดว่าทั้งผู้ต้อนรับ และผู้มาเยือนเป็นกษัตริย์...ไม่มีใครทราบว่าพระมหากษัตริย์ของไทยคิดเช่นไร แต่ถ้าให้ผมวิเคราะห์ ผมคิดว่าท่านอาจคิดถึงประวัติศาสตร์ เพราะเคยมีคนทำมาก่อนหน้านั้น และทำจนสำเร็จ

ย้อนไปเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๔๓๓ มกุฎราชกุมารแห่งรัสเซีย ตอบรับคำเชิญของรัชกาลที่ ๕ ถือเป็นครั้งแรกที่ราชวงศ์ชั้นสูงจากประเทศมหาอำนาจในยุโรปเสด็จมาเยือนไทย

ในครั้งนั้นคือการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา รวมถึงการ “คล้องช้างครั้งสุดท้าย” ที่ช้างป่าถูกต้อนมากว่า ๓oo ตัวกลายเป็นความประทับใจที่ไม่มีวันลืมของมกุฎราชกุมารผู้ต่อมาทรงขึ้นเป็น กษัตริย์ซาร์นิโคลัสที่ ๒ เมื่อสยามเดือดร้อนถึงขีดสุด รอบด้านล้วนตกเป็นอาณานิคม มหาอำนาจต่างชาติถึงขั้นเตรียมแบ่งประเทศเรา รัชกาลที่ ๕ จำเป็นต้องเสด็จฯ ยุโรปเพื่อแสดงว่าเราเจริญแล้วมิใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน ประเทศเดียวที่ต้อนรับเราด้วยไมตรีจิตคือ รัสเซีย

เมื่อภาพ คิงจุฬาลงกรณ์ ประทับคู่ ซาร์นิโคลัสที่ ๒ ถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ยุโรป ประเทศอื่นถึงยอมรับ และต้อนรับพระองค์ จนทำให้ไทยยังคงเป็นไทยจนทุกวันนี้ และนั่นคือการทูตหยุดโลกที่เริ่มต้นจาก “ช้าง”

การทูตหยุดโลกเริ่มต้นอีกครั้ง จาก “ปลา” ที่กษัตริย์แห่งไทย พามกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่นเสด็จฯ ไปทอดพระเนตร...สถานที่คือ พิพิธภัณฑ์ประมง ตั้งอยู่ในคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ ที่ทำงานของผม

บันทึกบอกไว้ มกุฎราชกุมารทรงพระสำราญมาก หยิบขวดโน้นยกขวดนี้ขึ้นมาดู (สังเกตในภาพ) รวมถึง “ปลาบู่”...ปลาบู่ดังกล่าวเป็นปลาบู่ที่พบในเมืองไทยเป็นครั้งแรกของโลก ตัวแรก ๆ ที่ค้นพบและถูกนำมาศึกษาจนเป็นตัวอย่างต้นแบบอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้.

 

จากปลาบู่ ถึง ปลานิล

นั่นยังไม่แปลกอะไร แต่ความสำคัญมี ๒ ประการ ๑) ปลาบู่ชนิดนี้มีชื่อว่า “ปลาบู่มหิดล” ตั้งชื่อเพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ๒) ปลาบู่ชนิดนี้ค้นพบ และตั้งชื่อโดย ดร.ฮิว แมคคอร์มิค สมิธ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น รักปลาเป็นชีวิตจิตใจ เมื่อทราบว่า ปลาบู่ถูกตั้งชื่อตามพระราชบิดาของกษัตริย์ไทย ความประทับใจย่อมก่อเกิด...อย่าเอาความคิดเราไปตัดสินครับ ในสายของนักอนุกรมวิธาน การที่จะมีชื่อใครสักคนเป็นชื่อวิทยาศาสตร์ของสัตว์ชนิดหนึ่ง เป็นเกียรติสุด ๆ และชื่อนั้นถูกบันทึกไว้ใน พ.ศ. ๒๔๙๖ นานแสนนานในครั้งที่โลกเรายังไม่ก้าวหน้าเช่นทุกวันนี้

การตั้งชื่อสัตว์ต้องมีที่มาที่ไป ในครั้งนั้น ดร.สมิธ ถวายชื่อให้เพราะ พระบรมราชชนก ทรงช่วยกิจการประมงไทยให้ตั้งต้นได้ รวมถึงพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ ส่งคนไปเรียนเมืองนอกในสาขาวิชาด้านนี้ ก่อนกลับมาเป็นบรมครูสอนพวกเรารุ่นต่อมาผมยังมีข้อ ๒ นั่นคือ ดร.สมิธ ผู้เชี่ยวชาญจากอเมริกา รัชกาลที่ ๖ ขอตัวมาเมื่อจัดตั้ง “กรมรักษาสัตว์น้ำ” เพื่อเป็นเจ้ากรมคนแรก เพราะคนไทยยังไม่มีความรู้ทางนี้เลย...ดร.สมิธ ถือเป็น “ระดับเทพ” แห่งวงการมีนวิทยาในยุคนั้น ใครศึกษาเรื่องปลา ล้วนต้องรู้จักท่าน จึงไม่น่าแปลกใจที่ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น ทรงหยิบขวดนี้ขึ้นมาดู พร้อมอุทานว่า “นี่เป็นปลาที่ ดร.สมิธ เก็บหรือ?” (มีบันทึกอ้างอิง มิใช่คิดเอาเองครับ) และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความประทับใจสุด ๆ จนกลายเป็นความสนิทสนมเป็นการส่วนพระองค์

เมื่อได้ใจ “คนรักปลา” ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕o๘ พระองค์จึงขอพระราชทาน “ปลานิล” จาก มกุฎราชกุมารญี่ปุ่น ผมเชื่อเหลือเกินว่า พระองค์ทรงเล็งเห็นอยู่แล้ว คนไทยต้องการโปรตีนเพื่อพัฒนาร่างกาย พัฒนาสมอง แต่โปรตีนจากเนื้อสัตว์อื่นใดล้วนมีราคาแพงเกินกว่าที่ชาวบ้านสามัญชนจะหากินได้ทุกวี่วัน

มีแต่ปลา และปลาเท่านั้น ที่ชาวบ้านจับได้กินได้ และคนไทยก็กินปลามาแต่โบราณ เพียงแต่ขาดปลาที่เลี้ยงง่ายโตไวอยู่ได้ในทุกแหล่งน้ำ และไม่รบกวนระบบนิเวศเกินไป...ปลานิลอ้วน เนื้อเยอะ และอร่อย ปลานิลที่มีถิ่นกำเนิดจากลุ่มแม่น้ำไนล์ จึงเป็นปลาที่น่าจะเหมาะสมที่สุด.

สิ้นสงสัยในคำว่า มหาปราชญ์

ตรงนี้มีข้อสงสัย พระองค์ทราบได้อย่างไรว่าต้องเป็นปลานิล?

คำตอบคือเรากำลังพูดถึงใคร? กรุณาเข้าใจว่าเรากำลังพูดถึง “มหาปราชญ์”

มกุฎราชกุมารถวายปลานิล ๕o ตัวให้ด้วยความยินดี จากนั้นก็ตายไป ๔o ตัว (ตามคำบอกเล่า) เหลือเพียง ๑o ตัว พระองค์จึงรีบนำกลับมาเลี้ยงเองในวังสวนจิตรลดา
หากใครสงสัยคำว่า “มหาปราชญ์” ที่ผมระบุไว้ น่าจะสิ้นสงสัยตรงนี้

คนที่แต่งเพลงได้เกือบ ๕o เพลง สร้าง และเล่นเรือใบก็ได้ ทำฝนเทียมก็ได้ เลี้ยงปลาที่คนอื่นเลี้ยงไม่รอดให้รอด คนแบบนั้นควรจะเรียกว่าอะไรครับ? และอย่าลืมว่าท่านเป็นกษัตริย์ มีภารกิจมากมายมหาศาล

มหาปราชญ์จึงเป็นคำที่ถูกต้องทุกประการ ไม่ได้มีการยอยศให้เกินเหตุ

 

หนึ่งปีผ่านไป พระองค์ตั้งชื่อ “ปลานิล” ให้เชื่อมโยงกับชื่ออังกฤษ (Nilotica–ปลาแม่น้ำไนล์) ก่อนพระราชทานให้กรมประมง ๑o,ooo ตัว เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนเลี้ยง

ขอบอกวันที่สักนิด มกุฎราชกุมาร ถวายปลานิล ๕o ตัวในวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕o๘
พระองค์มีปลาเหลือ ๑o ตัว เลี้ยงและขยายพันธุ์ พระราชทานให้กรมประมง ๑o,ooo ตัว ในวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕o๙…ในเวลาไม่ถึง ๑ ปี ปลา ๑o ตัวกลายเป็น ๑o,ooo ตัว (ยังไม่รวมที่พระองค์เก็บไว้) ผมไม่ทราบจะอธิบายเช่นไร? มีอิทธิฤทธิ์ บุญบารมี?แต่มีคำบอกเล่าว่าพระองค์ไม่ทรงเสวยปลานิลด้วยเหตุผลง่าย ๆ “เลี้ยงมาเหมือนลูก จะไปกินลงไปได้อย่างไร” (ถ้อยคำจากคำบอกเล่า)...บุญบารมีคงมีจุดเริ่มมาจาก “เลี้ยงมาเหมือนลูก” ทรงทุ่มเทฟูมฟัก เหมือนเศรษฐีดูแลเอาใจใส่ปลาราคาแพง เพื่อเลี้ยงไว้ประดับบารมี

เผอิญพระองค์ฟูมฟักปลานิล ไม่ใช่เพราะสวยดีประดับบารมีได้ แต่เพราะปลานิล คือปลาที่พระองค์ตั้งใจไว้ว่าจะเป็นทางออกให้ประชาชนชาวสยาม

เวลาผ่านมา ๕o ปี ผมไม่ต้องหาตัวเลขใด ๆ มายืนยันว่า พระองค์ประสบความสำเร็จ ขอเพียงคุณเดินไปตามตลาด คุณเห็นปลานิลย่าง ปลานิลทอดบนตะแกรงบ้างไหม?

มีปลาใดราคาถูกเท่านี้ มีเนื้อมากเท่านี้ และทุกคนกินได้กินดี ดังเช่นปลานิล

ผมเพิ่มตัวเลขให้เพื่อความชัดเจน ปัจจุบันเมืองไทยผลิตปลานิลได้ปีละ ๒๒o,ooo ตัน จากฟาร์ม ๓oo,ooo แห่ง สร้างงานให้ผู้คนเรือนล้าน...ประเทศไทยยังส่งออกปลานิลไปทั่วโลก สร้างรายได้มหาศาล จนเป็นปลาส่งออกลำดับต้น ๆ ของเมืองไทย

นำทุกอย่างกลับมาคิดใหม่...๒๕o๖ เสด็จฯ เยือนญี่ปุ่น...๒๕o๗ มกุฎราชกุมาร เสด็จฯ มา พาไปดูปลาบู่... ๒๕o๘ ขอปลานิลมาเลี้ยง ๕o ตัว…๒๕o๙ พระราชทานปลา ๑o,ooo ตัวให้กรมประมง...๒๕๕๙ ปลามากกว่า ๒๒o,ooo ตันต่อปี สร้างงานให้คนนับล้าน เป็นโปรตีนราคาถูก และดีที่สุดของประเทศนี้.


การทูตหยุดโลกของ ดร.ธรณ์

ผมพูดถึง “การทูตหยุดโลก” มาหลายครั้ง แต่ยังไม่อธิบายความหมายให้ชัดเจน ตอนนี้ถึงเวลาแล้ว

การทูตหยุดโลก = ปลาบู่ = ปลานิล = คนไทยมีกิน = คนมีงานทำ...เป็นสมการแสนง่าย แต่ใคร่ขอถามว่า แล้วใครจะคิดได้? ...แล้วใครจะคิดได้เมื่อกว่า ๕o ปีก่อน แล้วใครจะมองการณ์ไกลขนาดนั้น

สมัยผมเป็น สปช. เราช่วยกันทำยุทธศาสตร์แห่งชาติ ๒o ปี แค่นั้นยังปวดหัวแทบตาย บางคนพูดว่าจะคิดไปได้ยังไงไกลขนาดนั้น บางคนบอกว่าสิงคโปร์ มาเลเซียเขาทำหมดแล้ว เขาก้าวหน้าไปไกลกว่าเราตั้งนาน ๒o ปี? ก้าวไกลไปกว่าเราตั้งนาน?

๕o ปี ปลาบู่ ปลานิล คน ๖๖ ล้าน คิดคนเดียว ทำจนจบยังไม่พูดถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นของสองประเทศ ไม่พูดถึงปรากฏการณ์ที่ไม่มีมาก่อนเมื่อ องค์จักรพรรดิญี่ปุ่น“ไว้ทุกข์” ให้พระสหายผู้สนิทสนมกว่า ๕o ปี

ไว้ทุกข์ให้กับ “บุรุษผู้ประสบความสำเร็จสูงสุดในเรื่องปลา” ไม่ใช่ค้นพบปลาสายพันธุ์ใหม่ ไม่ใช่เชี่ยวชาญเก่งกาจในวิทยาศาสตร์เรื่องปลา แต่ทำให้ปลา ๑o ตัวกลายเป็น ๒๒o,ooo ตันต่อปี... ทำให้ “ปลา” กับ “คน” มาเชื่อมต่อกันอย่างสุดที่ใครจะเปรียบได้

 

ผมไม่ตั้งใจเขียนบทความนี้ให้คุณร้องไห้ เพราะผมเขียนไม่ไหวแล้ว บทความ “โลกร้อน” ทำเอาผมเกือบตาย ผมตั้งใจจะสื่อให้ชัดเจนว่า ทำไมผมถึง “กราบ” ?...ผมไม่เคยกราบเพราะเขาบอกให้กราบ ไม่เคยกราบเพราะเขาสอนให้กราบ ไม่เคยกราบเพราะคนอื่นเขากราบกัน ผมไม่กราบอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์

ผมกราบ “ความจริง” เท่านั้น...ผมกราบสยบแทบเท้า กราบด้วยหัวจิตหัวใจ...กราบเพราะผมเห็นประจักษ์ กราบแทบเท้าพระองค์ท่าน

คำว่า “เหลือเชื่อ” ถูกใช้กันจนเกร่อ แต่สำหรับผมแล้ว อย่างนี้สิถึงเป็น “เหลือเชื่อ” คิดได้ไง...ทำได้ไง...เหลือเชื่อ

จึงทรุดกายกราบซบหน้าแนบดินด้วยความอาลัย บุรุษผู้สร้างสิ่งที่ไม่สามารถแม้แต่จะจินตนาการได้

อย่างนี้สิถึงต้องกราบ อย่างนี้สิถึงต้องร้องไห้...ร้องให้ใจสลาย...ร้องเพราะยิ่งค้นยิ่งเขียน จึงยิ่งรู้ว่า เราสูญเสียมากเกินไป...มากเกินไปจริง ๆ!

หมายเหตุ-ผมไม่เคยก้าวล่วงความคิดส่วนตัวของใคร จะคิดอย่างไรกับพระองค์ท่านเป็นสิทธิของคุณ ว่าแต่...คุณเคยกินปลานิลไหมครับ?

ที่มา-งานเขียนชุดนี้ ผมตั้งใจทำเพื่อเป็นบทเรียนของนิสิต ม.เกษตรศาสตร์ ที่ผมกำลังจะนำไปสอน มีทั้งหมด ๓ ตอน “โลกร้อน” “จากปลาบู่ถึงปลานิล” และ “จับปลาอย่างไร”...ผมใช้ถ้อยคำธรรมดาเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากไม่ถนัดในการใช้ราชาศัพท์ และผมตั้งใจเขียนให้คุณอ่านเข้าใจง่าย ผมยินดีให้คุณแชร์ไปใช้ประโยชน์ได้ แต่หากมีการตีพิมพ์ รบกวนติดต่อผมก่อนครับ เพราะแต่ละเรื่องใช้เวลานานมาก และใช้เวลาร้องไห้นานกว่า.

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 february26 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
NN1234 วันที่ : 17/03/2017 เวลา : 13.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

เหมือนอยากจะถามคนบางคนว่า เคยใช้ถนนที่มหากษัตรย์พระองค์นี้ไหมครับ แล้วถ้าไม่มีถนนหนทางที่พระองค์ดำริ พวกเขาจะเป็นอยู่อย่างไรในวันนี้ ...?

ความคิดเห็นที่ 2 february26 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สุรศักดิ์ วันที่ : 17/03/2017 เวลา : 00.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ได้จากที่นี่เลย "รวย...จน...เริ่มต้นที่จินตนาการ !!"คลิกลิงก์บรรทัดบน

"ในเวลาไม่ถึง ๑ ปี ปลานิล ๑o ตัวกลายเป็น ๑o,ooo ตัว"
นับว่ามหัศจรรย์จริงๆ สมแล้วที่เทิดทูนพระองค์เป็น
มหาปราชญ์

ความคิดเห็นที่ 1 february26 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 16/03/2017 เวลา : 23.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

พสกนิกรผู้จงรักภักดีคงจำพระอริยบทขณะในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงปล่อยปลาได้ ในหลวงจะประทับนั่งพระชานุ(เข่า)ติดพื้น ทรงบรรจงค่อยค่อยปล่อยปลาออกจากถุง ซึ่งจะช่วยให้อัตรารอดของปลาปล่อยสูง

ธ สถิตย์ในใจพสกนิกรไทยนิจนิรันดร์

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน