*/
  • february26
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2016-05-03
  • จำนวนเรื่อง : 486
  • จำนวนผู้ชม : 1694389
  • จำนวนผู้โหวต : 164
  • ส่ง msg :
  • โหวต 164 คน
<< พฤศจิกายน 2017 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน 2560
Posted by february26 , ผู้อ่าน : 1110 , 22:15:27 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน คนคอหนัง , rattiya และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

รู้จักประเทศเลโซโท ดินแดนที่น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปพลิกฟื้นชีวิตเกษตรกร

เลโซโท ประเทศเล็ก ๆ ในทวีปแอฟริกา ที่จัดการปัญหาด้านเกษตรกรรมได้สำเร็จอย่างสวยงาม เพราะน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 ไปใช้ 

          จากข่าวพระมหากษัตริย์แห่งเลโซโทเสด็จฯ มาถวายพระราชสักการะพระบรมศพ และยังเสด็จฯ มาร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 26 ตุลาคม ทำให้หลาย ๆ คนอยากทำความรู้จักประเทศเลโซโทกันมากขึ้น ซึ่งทราบไหมว่า ดินแดนแห่งนี้ ครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้เจ้าหน้าที่ไทยเดินทางไปให้ความรู้ และมอบทุนในการจัดตั้งศูนย์พัฒนาเกษตรตัวอย่างในประเทศเลโซโทขึ้น จนกระทั่งสามารถแก้ปัญหาด้านเกษตรกรรมในประเทศนี้ได้อย่างยั่งยืน เราจะมารู้จักประเทศเลโซโทให้มากยิ่งขึ้น 

ชื่ออย่างเป็นทางการของเลโซโท 

          ประเทศเลโซโท (Lesotho) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรเลโซโท (Kingdom of Lesotho) 

อาณาเขต ที่ตั้งและพื้นที่ของเลโซโท 

          ประเทศเลโซโทตั้งอยู่ในพื้นที่ราบสูงในทวีปแอฟริกาใต้ เป็นประเทศที่ถูกล้อมรอบด้วยดินแดนของประเทศแอฟริกาใต้ ไม่มีทางออกสู่ทะเล โดยมีพื้นที่ประมาณ 30,344 ตารางกิโลเมตร 

 

แผนที่ส่วนขยายทวีปแอฟริกา


แผนที่ประเทศเลโซโท 

          ประเทศเลโซโทตั้งอยู่ในทวีปแอฟริกาใต้ โดยถูกล้อมรอบด้วยประเทศแอฟริกาใต้หมดทุกทิศ ดังจะเห็นได้จากแผนที่ประเทศเลโซโท ดังนี้ 

เลโซโท เมืองหลวงคืออะไร 

          เมืองหลวงของเลโซโทคือ กรุงมาเซรู (Maseru) 

สภาพทางภูมิศาสตร์ 

          สภาพภูมิประเทศเลโซโทเต็มไปด้วยภูเขา โดยเป็นประเทศที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500-3,350 เมตร 

สภาพภูมิอากาศ 

          ประเทศเลโซโทมีสภาพอากาศอบอุ่นในช่วงฤดูร้อนและมีฝนตกทั่วประเทศ ส่วนในฤดูหนาวมีอากาศเย็นและมีหิมะตกในเขตที่ราบสูงบางพื้นที่ 

ภาษาหลักของเลโซโท 

          ประเทศเลโซโทใช้ภาษาเซโซโท (โซโททางตอนใต้) ภาษาซูลู และเซาซา โดยมีภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ 

ธงชาติ 

           ธงชาติเลโซโท มีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน แบ่งเป็นแถบสี 3 แถบตามแนวนอน โดยแถบบนสุดเป็นสีน้ำเงิน แถบกลางสีขาว และแถบล่างสีเขียว ใจกลางธงมีรูปหมวกพื้นเมืองของเลโซโทสีดำ ที่เรียกว่า หมวกโมโกรอทโล (mokorotlo) มีลักษณะเป็นหมวกปีกกว้างชนิดหนึ่งของชาวบาโซโท 

           ธงชาติเลโซโทนี้เริ่มใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2549 เนื่องในวาระครบรอบ 40 ปี แห่งการได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร 

เลโซโท มีประชากรจำนวนเท่าไร 

           ประชากรในประเทศเลโซโทขณะนี้มีอยู่ประมาณ 2.2 ล้านคน ส่วนใหญ่อาศัยในบริเวณที่ราบลุ่ม โดยเฉพาะภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ตามแนวแม่น้ำคาเลดอน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การทำเกษตรกรรมมากที่สุด 

           ทว่าประเทศเลโซโทมีสภาพแวดล้อมค่อนข้างเปราะบาง จึงมีปัญหาสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เช่น หน้าดินเสื่อมง่าย เกิดความแห้งแล้ง และการเพิ่มขึ้นของประชากรก็เป็นเหตุผลให้เกิดการตัดไม้ทำลายป่ามากขึ้น ดังนั้นประเทศเลโซโทจึงประสบปัญหาการผลิตอาหารได้ไม่เพียงพอ จนกระทั่งสามารถแก้ปัญหานี้สำเร็จเมื่อกษัตริย์แห่งเลโซโทน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาฟื้นฟูด้านเกษตรกรรม 

ภาพจาก Bas van den Heuvel/shutterstock.com


ชาวเลโซโท นับถือศาสนาอะไร 

          ประชากรในประเทศเลโซโทส่วนใหญ่ 80% นับถือศาสนาคริสต์ และอีก 20% ที่เหลือนับถือลัทธิความเชื่อดั้งเดิม 

ประวัติศาสตร์ประเทศเลโซโทโดยสังเขป 

          ประเทศเลโซโทก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2316 โดยมีสมเด็จพระราชาธิบดีโมโชโชที่ 1 เป็นผู้ปกครอง (เดิมใช้ชื่อประเทศบาซูโทแลนด์) ต่อมาชนเผ่าซูลูและคนผิวขาวเข้าไปตั้งหลักแหล่งในประเทศ แต่ถูกทางแอฟริกาใต้รุกราน บาซูโทแลนด์จึงขอรับความคุ้มครองจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร และมีฐานะเป็นรัฐในปกครองของสหราชอาณาจักร (British protectorate of Basutoland) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2411 จนกระทั่งเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2509 ได้ประกาศเอกราชและเปลี่ยนชื่อเป็นประเทศเลโซโทในช่วงรัชสมัยของสมเด็จพระราชาธิบดีโมโชโชที่ 2 

ภาพจาก Gil.K/Shutterstock.com


การเมืองการปกครองในเลโซโท 

          ประเทศเลโซโทมีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย โดยมีกษัตริย์เป็นประมุข นับเป็น 1 ใน 3 ประเทศในทวีปแอฟริกา ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เช่นเดียวกับประเทศโมร็อกโก และประเทศสวาซิแลนด์ แต่กษัตริย์แห่งเลโซโทไม่มีอำนาจทางการบริหารและนิติบัญญัติ 

          โดยอำนาจในการบริหารเป็นของนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้นำรัฐบาล ดำรงตำแหน่งวาระละ 5 ปี โดยนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันคือ นาย Pakalitha Mosisili ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2558 

          อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ประเทศเลโซโทต้องเผชิญกับความวุ่นวายทางการเมืองมาโดยตลอด อันเนื่องมาจากการแย่งชิงอำนาจของกลุ่มชนชั้นปกครอง แม้จะมีการเลือกตั้งทั่วไปเป็นระยะ ๆ แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่มีเสถียรภาพได้ จึงมีการชุมนุมประท้วง และเกิดการรัฐประหารขึ้น โดยการก่อรัฐประหารครั้งล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อกลางปี 2557 ที่กองทัพเลโซโทได้เข้ายึดอำนาจ ทำให้อดีตนายกรัฐมนตรีโทมัส ทาบาเน แห่งเลโซโท ต้องลี้ภัยไปยังประเทศแอฟริกาใต้ 

กษัตริย์แห่งเลโซโท พระองค์ปัจจุบัน 

          คือ สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 แห่งเลโซโท เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2539-ปัจจุบัน ภายหลังการสวรรคตของพระราชบิดา คือ สมเด็จพระราชาธิบดีโมโชโชที่ 2 ทั้งนี้สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 ทรงเคยขึ้นครองราชย์มาแล้วในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2533-กุมภาพันธ์ 2538 ขณะที่พระราชบิดาทรงอยู่ระหว่างการลี้ภัยทางการเมือง 

          สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 พระราชสมภพเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2506 อภิเษกกับสมเด็จพระราชินีมาเซเนต โมฮาโต เซเอโซ มีพระราชโอรสและพระราชธิดา 3 พระองค์ คือ เจ้าหญิงเซนาตี เซเอโซ, เจ้าหญิงมาเซเอโซ และเจ้าชายเลโรโทรี เซเอโซ 

สภาพเศรษฐกิจของประเทศเลโซโท 

          รายได้หลักของประเทศเลโซโทมาจากภาคเกษตรกรรม และการอุตสาหกรรมขนาดเล็ก โดยมีสินค้าส่งออกที่สำคัญอันได้แก่ เสื้อผ้า รองเท้า ชิ้นส่วนยานยนต์ ขนสัตว์ ผ้าขนสัตว์ อาหารสัตว์ และสัตว์มีชีวิต      

          นอกจากนี้เซโลโทยังมีรายได้จากโครงการสร้างเขื่อนและอุโมงค์ส่งน้ำขนาดใหญ่ เพื่อส่งน้ำจากเลโซโทไปให้แอฟริกาใต้ ทำรายได้ให้เลโซโทประมาณ 70 ล้านดอลลาร์ต่อปี และสร้างงานให้ประชากรในประเทศอีกกว่า 10,000 คน 

สกุลเงินของเลโซโท 

          ในประเทศเลโซโทใช้สกุลเงินโลติเลโซโท (LSL) โดย 1 LSL ประมาณ 2.54 บาท 

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเลโซโทกับประเทศไทย และแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง 

          จากที่สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 เสด็จฯ มาถวายพระราชสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทำให้เราต้องย้อนไปยังจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์อันดีระหว่าง 2 ประเทศ ในครั้งที่สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 เคยเสด็จฯ มาร่วมงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ซึ่งในครั้งนั้นได้เสด็จฯ ไปยังศูนย์พัฒนาห้วยฮ่องไคร้ จ.เชียงใหม่ เป็นการส่วนพระองค์ เนื่องจากทรงสนพระราชหฤทัยในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และได้ขอพระบรมราชานุญาตนำแนวพระราชดำริดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ยังประเทศเลโซโท พร้อมกันนี้ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้เจ้าหน้าที่ไทยเดินทางไปให้ความรู้ และมอบทุนในการจัดตั้งศูนย์พัฒนาเกษตรตัวอย่างในประเทศเลโซโทขึ้น 

          นั่นเพราะแต่เดิมนั้น เกษตรกรเลโซโทแต่ละรายปลูกพืชเพียงอย่างเดียว และพึ่งพาแต่น้ำฝนเท่านั้น ทำให้ผลิตอาหารได้ไม่เพียงพอ ต้องนำเข้าอาหารจากต่างประเทศถึง 70 เปอร์เซ็นต์ของการบริโภค แต่เมื่อนำการเกษตรทฤษฎีใหม่ในพระราชดำริไปใช้ ทำให้ชาวเลโซโทปลูกพืชหลายชนิดในที่ดินแปลงเดียวกัน โดยเน้นปลูกพืชที่สามารถใช้เป็นอาหารได้ ไม่ได้ปลูกแต่พืชที่มุ่งเน้นการจำหน่ายเพียงอย่างเดียว ทำให้ปัจจุบันชาวเลโซโทผลิตอาหารเองได้ นับว่าเป็นการตามรอยเบื้องพระยุคลบาทที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก 

          นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2554 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ เยือนประเทศเลโซโทเพื่อติดตามความก้าวหน้า และพบว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จึงได้ส่งมอบอาคารการดำเนินการให้เจ้าหน้าที่เลโซโทดำเนินการต่อ 

เลโซโท มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้าง 

        เนื่องจากภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาและภูเขา ดังนั้นสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นของเลโซโท แน่นอนว่าต้องหนีไม่พ้นการท่องเที่ยวแบบป่าเขา ซึ่งจะมีที่ไหนบ้างนั้น ดูได้จาก 

        - เที่ยวเลโซโท ดินแดนสุดเงียบสงบและเรียบง่ายในแอฟริกา 

อยากเที่ยวเลโซโท ต้องขอวีซ่าที่ไหน 

          เลโซโท มีกงสุลในประเทศไทย โดยเป็นสถานกงสุลแห่งราชอาณาจักรเลโซโท ประจำประเทศไทย ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 2 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 5 แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โทร. 0-2411-6011 โดยมีคุณอภิชาติ สุดแสวง ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ 

          แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ต้องการจะไปเที่ยวประเทศเลโซโท จะต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวเลโซโทเสียก่อน (เมื่อวีซ่าอนุมัติจะสามารถพำนักอยู่ในเลโซโทได้ 30 วัน) โดยสามารถยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศเลโซโทได้ที่สถานกงสุลแห่งราชอาณาจักรเลโซโท ประจำประเทศไทย ซึ่งสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.lesothoconsulate-thai.or.th หรือติดต่อที่สถานกงสุลแห่งราชอาณาจักรเลโซโท ประจำประเทศไทย 

          และนี่ก็เป็นข้อมูลของประเทศเลโซโทที่เรานำมาให้ทุกคนได้ศึกษาและทำความรู้จัก ที่สำคัญเรายังอยากให้ทุกคนน้อมรำลึกถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นหลักปฏิบัติที่สามารถนำไปแก้ปัญหาปากท้องได้จริง ๆ และเป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนอีกด้วย 

 

ภาพจาก เฟซบุ๊ก กระทรวงการต่างประเทศ, เฟซบุ๊ก บ้านสวนบุญยังรักในหลวง 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  

- เพจชมรมคนรักในหลวง

- วิกิพิเดีย 

กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา 

กระทรวงการต่างประเทศ 

สถาบันศึกษาความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงพริทอเรีย 

สถานกงสุลกิตติมศักดิ์เลโซโทประจำประเทศไทย  

- BBC 

- Central Intelligence Agency



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
คนคอหนัง วันที่ : 30/11/2017 เวลา : 23.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/movietalk

ศาสตร์แห่งพระราชา
เป็นที่ยอมรับของประเทศทั่วโลก
นี่คือพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ครับ

ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

ความคิดเห็นที่ 3 february26 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 30/11/2017 เวลา : 10.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ศาสตร์พระราชทานเป็นศาสตร์สากล นำไปใช้ได้ทั่วโลกครับ

ความคิดเห็นที่ 2 february26 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 30/11/2017 เวลา : 07.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ศาสตร์พระราชา ที่นานาประเทศได้น้อมนำไปปรับใช้ ได้อย่างเห็นผลเป็นรูปธรรมอย่าง ประเทศเลโซโท และภูฎาน ชาวต่างชาติได้รับประโยชน์จากพระองค์ที่ทรงสร้างไว้ให้
คิดถึงพ่อค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 february26 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชบาตานี วันที่ : 30/11/2017 เวลา : 06.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ของดีไทย ไปสร้างความรุ่งเรืองในต่างแดน
น่าปลื้มใจค่ะ
อยากให้คนไทยอีกมากมายหันมาดูของดีของไทยเรา
ของดีอันมีค่าที่พ่อได้ทิ้งไว้เป็นสมบัติของพวกเราชาวไทยทุกคน
พูดแล้วคิดถึงพระองค์ท่านน่ะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน