• Davinci
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : numm@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-05-04
  • จำนวนเรื่อง : 37
  • จำนวนผู้ชม : 76535
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
Financial Literacy
สร้างความมั่งคั่ง ด้วยความฉลาดทางการเงิน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/financial-literacy
วันอังคาร ที่ 4 พฤษภาคม 2553
Posted by Davinci , ผู้อ่าน : 1141 , 22:28:13 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

คนมีรายได้น้อยไม่มีทางรวย

คนเรากู้ซื้อบ้านได้คนละหนึ่งหลังเท่านั้น

หุ้นเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง

คนเคยมีประวัติเสียในเครดิตบูโร ต้องรอ 3-5 ปี จึงจะกลับมากู้เงินได้อีก

ฯลฯ

ข้อความข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความคิดเห็นทางการเงินที่เรามักได้ยินกันอยู่ทั่วไป ที่ผมเรียกว่าข้อความเหล่านี้ว่า “ความคิดเห็น” ก็เพราะมันคือสิ่งที่คนบางคนคิด บางคนรู้สึก และบอกเล่ากันต่อๆมา แต่มันไม่ใช่ “ความจริง” นั่นเอง

จะว่าไปแล้วสิ่งที่คนเราได้ยินได้ฟังกันในชีวิตประจำวันนั้น มีทั้งสิ่งที่เป็น “ข้อเท็จจริง” และ “ความคิดเห็น” ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้ปะปนกันไปในทุกเรื่องราวของชีวิต ไม่เพียงเฉพาะแต่ประเด็นทางการเงิน การใช้ชีวิตคู่ ครอบครัว การศึกษา สังคม รวมไปถึงการเมืองระดับชาติ ก็มีทั้งสองสิ่งปะปนกัน ชนิดที่แยกออกจากกันได้ยาก

พ่อรักลูกห่วงลูกแต่แสดงออกไม่เป็น จึงใช้วิธีการดุด่าว่ากล่าว ทำให้ลูกคิดเอาเอง (ความคิดเห็น) ว่าพ่อไม่รัก ไม่ตามใจ สุดท้ายก็กลายเป็นปัญหา สะท้อนออกมาผ่านการประชดประชัน และการทำในสิ่งที่ไม่ควร

นักการเมืองโยนข้อความ ข้อกล่าวหาใส่กัน ประชาชนที่รักพวกเขาจนหน้ามืดตามัว ก็หลงเชื่อความคิดเห็นดังกล่าว พาลเกลียดชังนักการเมืองอีกฝั่ง ก่อให้เกิดปัญหาความแตกแยกของคนในชาติเป็นสองฝั่งสองฝ่าย

จากตัวอย่างเพียงเล็กน้อยที่ผมยกขึ้นมานี้ ก็พอจะเห็นได้ว่า “ความคิดเห็น” นั้น สามารถสร้างปัญหาให้กับชีวิตคนเราได้อย่างมากมาย แต่จะว่าไปก็ใช่ว่า “ความคิดเห็น” หรือ “ข้อคิดเห็น” ที่ลอยมาตามอากาศ จะเป็นต้นเหตุของปัญหาเสียทั้งหมด ทั้งนี้เพราะสิ่งที่ช่วยสนับสนุนให้ความคิดเห็นก่อตัวเป็นปัญหาได้ ก็เนื่องมาจาก การที่คนเราขาดการค้นหา “ข้อเท็จจริง” รวมไปถึง “ความคิดเชิงวิเคราะห์” ให้ได้ว่า เรื่องที่ตัวเองได้ยินได้ฟังนั้น เป็นความจริง หรือความเชื่อของคนบางกลุ่ม ซึ่งใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้เลย

ลูกค้าท่านหนึ่งของผมเคยบ่นให้ฟังว่า เขาโชคร้ายมีเงินเดือน มีเงินเก็บ อยากมีบ้านเป็นของตนเอง แต่ก็ซื้อไม่ได้ ธนาคารไม่ปล่อยกู้ เพราะเคยติดแบคลิสต์มาก่อน ต้องรออีก 3-5 ปี จึงจะเริ่มกู้เงินเหมือนคนอื่นได้

ผมเลยถามลูกค้าท่านนั้นกลับไปว่า “ธนาคารมีเงื่อนไขอย่างนั้นจริงหรือ ทราบได้อย่างไร เขาประกาศเป็นเงื่อนไขการกู้เงินเลยหรือเปล่า” ลูกค้าตอบกลับว่า “ไม่แน่ใจ แต่ได้ยินคนส่วนใหญ่พูดกัน”

พอถามว่า “คนส่วนใหญ่” ที่ว่าเนี่ยเป็นใคร เป็นฝ่ายสินเชื่อของธนาคารหรือเปล่า ลูกค้าท่านนั้นบอกว่าไม่แน่ใจ ผมจึงแนะนำให้เขาลองยื่นกู้ดู โดยให้ไปตรวจเช็คเครดิตบูโรดูก่อนว่า หนี้สินทั้งหมดนั้นเคลียร์แล้วจริงหรือไม่ ถ้าหนี้รายการใดในเครดิตบูโรยังไม่ถูกจัดการไป ก็ให้แนบสลิปเงินกู้ที่แสดงรายการบัญชีว่าเคลียร์หนี้ได้หมด ส่งให้ธนาคารประกอบการพิจารณาสินเชื่อด้วย

จำได้ว่าลูกค้าท่านนั้นยืนขอกู้ธนาคารไปสองแห่ง มีแห่งหนึ่งตอบตกลงอนุมัติ อีกแห่งหนึ่งไม่ตกลง แม้จะกู้ผ่านเพียงหนึ่งแห่ง แต่อย่างน้อยมันก็เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า ความเชื่อในอดีตของเขาที่เคยได้ยินได้ฟังมานั้น ไม่ถูกต้อง

หลังจากได้บ้านเป็นของตัวเองแล้ว ลูกค้าท่านนั้นมาขอบอกขอบใจผมเสียยกใหญ่ ผมตอบกลับไปว่า ไม่ต้องขอบใจผมหรอก แต่ให้เขาขอบคุณตัวเองที่เลือกจะค้นหาข้อเท็จจริงดีกว่า

คำถามที่น่าสนใจมีอยู่ว่า ทำไม? คนส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะฟัง “ความคิดเห็น” จากคนอื่น แทนที่จะค้นหาข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง คำตอบง่ายๆ ของคำถามนี้ก็คือ คนส่วนใหญ่นั้นมีนิสัยที่ “มักง่าย” อยู่ในตัวเอง และไอ้เจ้าความมักง่ายนี่แหละที่ทำให้ชีวิตทางการเงินของเราประสบปัญหา หรือไม่ก็เสียโอกาสทางการเงินดีดีไป

“ผมอยากกู้เงินซื้อบ้าน ธนาคารไหนดอกเบี้ยต่ำสุด หรือสิทธิประโยชน์สูงสุด” นี่เป็นคำถามยอดฮิตที่ผู้ขอคำปรึกษาชอบถาม

แทนที่จะตอบ ผมจะแนะนำให้ลูกค้าเดินเข้าไปหา “ข้อเท็จจริง” จากแต่ละธนาคาร (หรือเว็บไซต์) เพื่อหาข้อมูลมาเปรียบเทียบกันเอง และถ้าให้ดี ลองให้ธนาคารทำตัวเลขประมาณการเงินผ่อนชำระในแต่ละปีให้ เพื่อหาเงื่อนไขที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง

ทั้งนี้เพราะ เงื่อนไขของธนาคารแต่ละแห่งเปลี่ยนไปตลอด มีโปรโมชั่นใหม่ๆ มาแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลา และนั่นทำให้ข้อเท็จจริงในอดีต กลายเป็นความคิดเห็นสำหรับวันนี้ไปเสียแล้ว

ท้ายที่สุดก็วนกลับไปเรื่อง “ความรับผิดชอบทางการเงิน” หรือ Financial Responsibility นั่นเอง สังเกตได้จากคนรวย หรือคนที่ประสบความสำเร็จทางการเงินนั้น มักเป็นผู้ที่ลงทุน ลงแรง และใสใจกับการตัดสินใจทางการเงินของตัวเองมากกว่าคนจน หรือคนประสบปัญหาทางการเงินทั่วไป พวกเขาจะลงมือค้นหา “ข้อเท็จจริง” ต่างๆ ด้วยตัวเอง และใช้ “ความคิดเชิงวิเคราะห์” เพื่อพิจารณาเองว่า อะไรใช่ ไม่ใช่ จริง ไม่จริง ทั้งนี้เพื่อให้การตัดสินใจทางการเงินของพวกเขาถูกต้องมากที่สุด เสี่ยงน้อยที่สุด และมีโอกาสประสบความสำเร็จมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ปิดท้ายวันนี้ ด้วยหลัก “กาลามสูตร” ของดีที่มีมาสองพันห้าร้อยกว่าปี ที่จะช่วยให้คุณมีความคิดเชิงวิเคราะห์ที่สูงขึ้น และเพิ่มญาณพิเศษที่สามารถแยกแยะ “ข้อเท็จจริง” กับ “ความคิดเห็น” ที่พรางตาของคุณให้กระจ่างและชัดเจนยิ่งขึ้น

แล้วพบกันฉบับหน้าครับ

หลักกาลามสูตร 10 ประการ: อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ฟังๆ กันมา / อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ทำต่อๆ กันมา / อย่าเพิ่งเชื่อตามคำเล่าลือ /

อย่าเพิ่งเชื่อโดยอ้างตำรา / อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกเดา / อย่าเพิ่งเชื่อโดยคาดคะเนเอา / อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกคิดตามแนวเหตุผล /

อย่าเพิ่งเชื่อเพราะถูกกับทฤษฎีของตน / อย่าเพิ่งเชื่อเพราะมีรูปลักษณ์ที่ควรเชื่อได้ / อย่าเพิ่งเชื่อเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของตน

------------------------------------------------------------------------------------------------------

สนใจสั่งซื้อหนังสือ “Financial Literacy – เคล็ด (ไม่) ลับ สู่ความมั่งคั่งทางการเงิน” ติดต่อได้ที่ www.bizkons.com

------------------------------------------------------------------------------------------------------

คอร์สสัมมนา “Financial Literacy” รุ่นที่ 19 (เรียนวันที่ 22-23 พฤษภาคม และ14 สิงหาคม รวม 3 วัน) เรียนรู้การเงินตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน จนถึงสามารถวางแผนการเงินที่เหมาะสมให้กับตัวเองได้ เปิดรับสมัครแล้ว สนใจรายละเอียดติดต่อได้ที่ www.bizkons.com 

------------------------------------------------------------------------------------------------------




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ภาษาไทย วันที่ : 04/05/2010 เวลา : 22.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

น่าฟัง น่าคิด .. ขอบคุณค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2010 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]