• ฟ้าพูลวรลักษณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : buengpoon@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 38
  • จำนวนผู้ชม : 34931
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
ผู้กำกับของฟ้า
บทสัมภาษณ์สมมุติ ถึงผู้กำกับภาพยนตร์ แต่งโดยฟ้า และเรื่องสั้น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/fipoonvoralak
วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม 2551
Posted by ฟ้าพูลวรลักษณ์ , ผู้อ่าน : 1007 , 12:27:51 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

แพรว

 

อีกครั้งที่ฉันฝันถึงแพรว

 

ฉันสะดุ้งตื่น  มองออกนอกบานหน้าต่างรถไฟ  พบว่ารถได้มาถึงสถานีนครสวรรค์ 

 

สามวันมานี้ฉันฝันถึงแพรวทุกคืน  มันเป็นเรื่องผิดปกติอย่างมาก  เพราะปกติฉันจะฝันถึงเธอเดือนละครั้ง  หรือสองครั้ง  แต่สัปดาห์นี้  ฉันฝันถึงเธอติดๆกัน  มิหนำซ้ำยังเป็นเรื่องเดิม สถานที่เดิม  เหมือนหนังที่มาฉายซ้ำ  เพียงแต่ตัดต่อใหม่

 

ฉันเรียกฉากนี้ว่า  ดอกไม้บนดาดฟ้า

 

แพรวเดินขบวนอยู่ข้างหน้า  คั่นกลางระหว่างฉันกับเธอมีคนอื่นที่ฉันไม่รู้จักห้าหกคน  เรากำลังเดินเป็นขบวนยาว  เหมือนงูเลื้อยอยู่บนดาดฟ้าแห่งหนึ่ง  ฉันมองเห็นไม่ชัดเจน  รู้แต่ว่าคงเป็นดาดฟ้าของตึกที่สูงมาก  รู้สึกได้จากก้อนเมฆที่เคลื่อนไปรอบด้าน  

 

พวกเราทุกคนใส่ชุดว่ายน้ำ  แต่ละคนใส่หมวกว่ายน้ำด้วย  ยกเว้นพราว  เธอผูกผมด้วยโบสีเหลือง

 

มันเป็นขบวนที่แปลก  เพราะมีคนทุกเพศทุกวัย  มีคนแก่  มีเด็กเล็ก 

 

ฉันจำได้แม่นปีนี้แพรวอายุสิบขวบ  ทุกครั้งที่ฉันฝันถึงเธอ  เธอต้องผูกโบสีสด  มันเปลี่ยนสีไปเรื่อยตามแต่โอกาส  แต่ในความฝันสามครั้งหลังนี้  เธอล้วนผูกโบสีเหลืองสด  เด็กหญิงหน้าตางดงาม  ใส่ชุดว่ายน้ำ  แต่ผูกโบ 

 

พวกเรากำลังมาทำอะไรอยู่บนดาดฟ้านี้

 

ในความฝันครั้งแรกฉันรู้สึกแปลกใจมาก  มันเป็นภาพเหนือจริง  คนจำนวนร้อยมาเดินขบวนแถวยาวเป็นรูปวงกลม  วนเวียนไปมาที่ขอบดาดฟ้า  เหมือนเป็นกลีบดอกไม้  ฉันจึงเรียกมันว่าดอกไม้บนดาดฟ้า  ทุกคนเดินอย่างเงียบกริบ 

 

แต่เมื่อฉันฝันซ้ำหลายครั้ง  ฉันเริ่มเคยชิน  ฉันไม่ถามอีกแล้วว่าพวกเรามาทำอะไรอยู่ที่นี้   พวกเราเดินวนไปมา  เหมือนกำลังรออะไรสักอย่าง  แล้วในที่สุดทุกคนจะยืนบนขอบดาดฟ้า  ทำท่าเหมือนจะกระโดดน้ำ

 

ฉันมักสะดุ้งตื่นในวินาทีที่กำลังจะกระโดดเสมอ

 

มองออกนอกบานหน้าต่าง  เฝ้าดูผู้คนมากมายที่สถานี  หวังผ่อนคลายความกังวลบางอย่างออกไป  เมื่อคืนฉันนอนไม่หลับทั้งคืน  ความดำมืดเก่าๆยังคงตามมาหลอกหลอนฉัน  เช้านี้ฉันจับรถไฟขึ้นเชียงใหม่  หลังจากที่ไม่เคยนั่งรถไฟมานานเกือบสิบปี  และเลือกนั่งชั้นสอง  มันคงเป็นเจตนาของฉันที่ต้องการเปลี่ยนความเคยชิน  ฉันอยากคิดทบทวนหาเหตุผล  หาทางออกที่ปิดตันมานานหลายปี  แต่เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน  ฉันก็เผลอหลับไป 

 

เมื่อรถไฟเคลื่อนตัวออกจากสถานี  จากช้าเปลี่ยนเป็นเร็ว  ฉันเฝ้ามองผู้คน  ทุ่งนา  ต้นไม้สองข้างทาง  มันคล้ายหนึ่งจะอยู่ตรงนั้น  คล้ายหนึ่งไม่อยู่  ฉันอดเอามือกดตรงกลางระหว่างคิ้วไม่ได้  ฉันมักทำอย่างนั้นตั้งแต่เด็ก  เวลาฉันอยากร้องไห้  มันได้ผลดี  ทำให้ฉันกลั้นน้ำตาไว้ได้  น้อยครั้งที่ฉันจะร้องไห้  และฉันคงไม่ร้องไห้ให้อายคนอื่นในรถไฟขบวนนี้

 

ฉันคุ้นเคยกับความฝันนี้ก็จริง  แต่ในอีกแง่หนึ่งฉันก็ยิ่งหวาดกลัว  มันผิดปกติมาก  มันกำลังจะบอกอะไรฉันหรือ  แต่คงเป็นเพราะหลายวันมานี้ฉันเครียดและนอนไม่พอ  ฉันคิดอะไรไม่ออก  แล้วฉันก็หลับไปอีกครั้ง

 

ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร  รถไฟกระตุกจนฉันสะดุ้งตื่น  รู้สึกคอแห้งผาก  พอดีมีแม่ค้าเดินขายน้ำผ่านมา  ฉันซื้อน้ำเย็นสองขวด  แล้วดื่มอย่างกระหาย 

 

ฉันคิดถึงความฝันของฉันอีกครั้ง  แต่คราวนี้  ฉันคิดถึงเจนจิราที่ยืนอยู่ไกลออกไปในอีกวงกลมหนึ่งบนดาดฟ้า  เธออยู่ห่างจากขบวนของฉันกับแพรวพอสมควร  แต่ฉันก็มองเห็นเธอ  ใบหน้าที่งดงามและอ่อนหวานของเธอ  ยามมองมาทางนี้  มักมีรอยยิ้มน้อยๆ  มันเป็นรอยยิ้มที่ฉันคุ้นเคยเมื่อสิบกว่าปีก่อน 

 

ฉันหวาดกลัว  เพราะฉันไม่เคยฝันถึงแพรวกับเจนจิราพร้อมกันมาก่อนเลย  ทั้งที่ฉันควรทำอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว  อะไรที่ไม่เคยเกิด  ทำไมถึงเกิดขึ้นพร้อมกันในสัปดาห์นี้  ความฝันนี้เอง  ทำให้ฉันตัดสินใจแน่วแน่ที่จะขึ้นเชียงใหม่  ไปหาเจนจิรา 

 

ฉันพบเจนจิราครั้งแรกเมื่อสิบสามปีก่อน  ตอนนั้นฉันอายุยี่สิบเจ็ดปี  เป็นคนหนุ่มเพียบพร้อม   รูปหล่อและร่ำรวย  ฉันจึงยโสและเอาแต่ใจตัวเอง  ส่วนเจนจิราเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย  เธออายุอ่อนกว่าฉันหกปี 

 

ฉันได้เธอมาโดยไม่ยากนัก  เหมือนหลายครั้งในชีวิตฉันที่ฉันได้สนุกกับเพศตรงข้าม  แต่ครั้งนี้แตกต่างกับครั้งก่อน 

 

วันที่ฉันเริ่มนึกเบื่อเธอ  อยากหาคนใหม่  แต่เธอกลับรักฉันด้วยใจจริง  และตามใจฉันทุกอย่าง  จนฉันไม่มีเหตุผลที่จะเลิกกับเธอ

 

เธอยอมเป็นเมียเก็บของฉันแต่โดยดี  และไม่เคยเรียกร้องอะไรจากฉันเลย  เธอไม่สนใจเงินของฉันด้วย  มันทำให้ฉันไม่สามารถทิ้งเธอได้ 

 

สามปีต่อมา  เธอท้อง

 

ฉันโกรธมาก  รู้สึกเหมือนตกลงไปในกับดัก  ฉันคิดว่านี้คงเป็นแผนที่เธอจะจับฉัน  เพราะฉันเคยบอกแล้วว่าฉันยังไม่อยากมีลูก  เธอบอกมันเป็นอุบัติเหตุ  แต่ฉันไม่เชื่อหรอก  ฉันไม่เคยไว้วางใจคนอื่น  มันเป็นแผนที่ซ่อนอยู่ข้างหลังใบหน้าไร้เดียงสา  ฉันยื่นคำขาดให้เธอเอาเด็กออก 

 

เธอประท้วงฉันเป็นครั้งแรก  มีอาการไม่ยินยอม  แต่ฉันบอกเธอว่า  หากเธอไม่เชื่อฟังฉัน  เราจะเลิกคบกันนับแต่นี้ 

 

เจนจิราเป็นผู้หญิงสวยแต่หัวอ่อน  และยิ่งเพราะเธอรักฉัน  ในที่สุดเธอก็ยินยอม  เธอเอาเด็กออก

 

หลังจากนั้น  เราห่างกันออกไปเองทีละน้อย  คงเป็นเพราะทุกครั้งที่เราเจอหน้ากัน  มีความปวดร้าวบางอย่าง  ความรู้สึกผิดข้างในตัวเธอ  ส่วนฉันคิดว่าฉันคงไม่รู้สึกอะไร  แต่แล้วฉันก็ต้องยอมรับว่า  มีบางอย่างเปลี่ยนไปข้างในตัวฉัน  มันเกิดขึ้นทีละน้อย 

 

จวบจนวันหนึ่ง  สามปีต่อมา  ฉันฝันถึงแพรวเป็นครั้งแรก

 

 

 

ฉันไม่เคยลืมความฝันครั้งแรกนั้นเลย  ฉันกำลังเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าที่ไร้ผู้คน  เงียบสงัด และแล้วฉันก็เห็นเด็กผู้หญิงไว้ผมยาว  ผูกโบสีแดงสด  วิ่งเล่นสวนมา  เมื่อมาถึงข้างหน้าของฉัน  เธอก็หยุดวิ่ง  แล้วยืนนิ่งจ้องมองหน้าของฉัน  ใบหน้าน่ารัก แก้มยุ้ย  ดวงตากลมโต เธอยิ้มน้อยๆให้เห็นฟันซี่เล็กๆ 

 

ฉันไม่เคยเห็นเธอมาก่อน  แต่ก็รู้สึกคุ้นเคย  จ้องมองเด็กผู้หญิงคนนั้น  คิดว่าเธอคงมีอายุประมาณสามขวบ

 

“ หนูชื่ออะไรจ๊ะ  มาจากไหน  ”

ปกติฉันเป็นคนไม่ชอบเด็ก  แต่ในเวลานั้น  ฉันรู้สึกอบอุ่น  และมีใจชอบเด็กคนนี้  เธอได้แต่จ้องมองฉันเฉย  ในมือของเธอถือขนมถุงเล็กๆ  แววตาที่สดใส  แต่คล้ายกำลังจะบอกอะไรฉัน  ทำให้ฉันสะเทือนใจอย่างประหลาด  ไม่รู้อะไรทำให้ฉันยื่นมือออกไป  หวังจะกอดเธอไว้  แต่ก่อนที่มือของฉันจะไปถึงตัวเธอ  ฉันก็สะดุ้งตื่น

 

จากนั้นเธอก็จะเข้ามาในความฝันของฉัน  ฉันเริ่มเรียนรู้ว่า  หากฉันพยายามจะกอดเธอ  เธอก็จะหายไป  ดังนั้นฉันจึงคุยกับเธอแทน  โดยไม่แตะต้องตัวเธอ  แต่เธอก็ไม่เคยคุยกับฉันเลย

 

ฉันรู้แล้วว่า  เธอคือลูกของฉัน  ที่ฉันฆ่าทิ้งไปเมื่อสามปีก่อน

 

ตั้งแต่เธอเข้ามาในความฝันของฉัน  ฉันเริ่มเปลี่ยนไป  ฉันเริ่มสำนึกผิด  คิดทบทวนกลับ  ฉันไม่เข้าใจว่าฉันทำอย่างที่ฉันทำได้อย่างไร  บัดนี้ฉันเริ่มอยากมีลูก 

 

ในที่สุดฉันตั้งชื่อเธอว่าแพรว 

 

คืนวันหนึ่ง  ฉันอยู่กับเจนจิราในคอนโดมิเนียมส่วนตัวของฉันริมแม่น้ำ  หลังอาหารเย็น  เรานั่งคุยกันที่ระเบียง  มองดูแสงไฟจากเรือใหญ่น้อยที่วิ่งอยู่บนแม่น้ำ  วันนั้นเราต่างอ่อนโยนต่อกันเป็นพิเศษ  คืนนั้นฉันมีเรื่องสำคัญจะบอกเธอ

 

ฉันคบกับเจนจิรามาได้หกปีแล้ว  แม้ช่วงหลังเราจะห่างกันออกไป  แต่เราก็ยังคบกันอยู่  ระยะนั้น  บางครั้งเราเจอกันเพียงเดือนละครั้ง  อาจเป็นเพราะเธอมีงานยุ่ง  และเพราะเชียงใหม่กับกรุงเทพฯอยู่ห่างกันพอสมควร  ตอนนั้นเธอเริ่มเป็นผู้ใหญ่กว่าเดิม 

 

ฉันคิดว่าเธอจะดีใจสักเพียงไหน  หากฉันขอเธอแต่งงาน  ฉันจงใจจะเก็บไว้  หลอกให้เธอดีใจเล่น  ที่จริงเจนจิราจนกว่าฉันมาก  ตระกูลของเธอก็เป็นรองฉันอย่างเทียบกันไม่ได้  แต่ตั้งแต่ฉันรู้สึกถึงการมีอยู่ของแพรว  ฉันก็ใจอ่อน  และยอมรับเธอ  ไม่กลัวญาติพี่น้องของฉันจะรังเกียจเธอ 

 

ล่าสุดเมื่อแพรวเข้ามาในความฝันของฉัน  ฉันบอกกับเธอว่า

“  แพรว  ลูกพ่อ  ลูกอยากกลับมาเกิดใหม่ใช่ไหม  มาเป็นลูกของพ่อกับแม่เจนจิราอีกครั้งนะ  ครั้งนี้พ่อจะรักและดูแลลูกให้ดีที่สุด  คราวนี้  พ่อกับแม่จะไม่ทิ้งหนูไปอีกแล้ว  ”

 

ในตอนนั้นฉันเริ่มรักและหลงลูกน้อยของฉัน  และเฝ้ารอคอยวันที่ฉันจะได้เห็นเธอ  ฉันวางแผนการแต่งงานไว้เป็นเวลาหลายเดือน  ก่อนที่ฉันจะบอกเจนจิรา  ฉันอยากให้เธอตกใจเล่น 

 

คืนนั้น  ยืนอยู่ริมระเบียง  เรากอดจูบกันด้วยความรู้สึกอบอุ่น  อ่อนโยน  เหมือนสมัยแรกที่เราคบกัน  คืนนั้นเธอเอาใจฉันเหมือนแต่ก่อน

 

“  วสันต์คะ  เจนมีเรื่องอยากคุยกับคุณค่ะ ”

เจนจิรากระซิบบอกกับฉัน

“  จริงหรือ  พี่ก็มีเรื่องจะบอกเธอเช่นกัน  แต่ไม่เป็นไร  เธอบอกเรื่องของเธอก่อน  ”

ฉันบอกกับเธอด้วยเสียงอ่อนโยน  ใจของฉันเต็มไปด้วยความสุข  มีบางสิ่งบางอย่างในตัวเธอที่ฉันมองข้ามไป  แต่วันนั้นฉันเห็นอย่างชัดเจน  นี้เป็นผู้หญิงที่ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่น  ทำไมต้องรอให้ฉันพบแพรว  ซึ่งมีหน้าตาคล้ายเธอ  ฉันจึงรู้สึกตัว

 

 “  เจนปีนี้อายุยี่สิบเจ็ดแล้วคะ  เจนอยากแต่งงาน ”

เธอกระซิบ  มีบางอย่างในน้ำเสียงและท่าที  ที่แสดงอาการประหม่า  ส่วนฉันแทบหัวเราะก้อง  คิดไม่ถึงว่าเธอจะมาคุยกับฉันในเรื่องเดียวกัน  ฉันพยายามบังคับตัวเองไม่ให้หัวเราะ  มีแต่รอยยิ้มที่มุมปาก

“  ดีสิ  เจน  พี่เห็นด้วย  ”

ฉันตอบยิ้มๆ  เธอมีอาการผงะอย่างเห็นได้ชัด  ในความมืดนั้น  ฉันรู้สึกถึงอาการตกใจในสีหน้าของเธอ  เธอถอยออกไปนิดหนึ่ง

“  เจนคิดว่าคุณจะไม่เห็นด้วย ”

เธอเสียงสั่น

 

ถึงตอนนั้นฉันกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่

“  ใครบอก  เจนเชื่อไหม  มันเป็นเรื่องเดียวกันกับที่พี่อยากคุยด้วย  พี่เองปีนี้ก็อายุสามสิบสามแล้ว  ไม่น้อยแล้วนะ ”

อดแปลกใจไม่ได้ที่เธอไม่มีสีหน้าดีใจ

“  แต่เจนอยากมีลูกคะ ”

เธอมีเสียงเศร้า 

“  ก็มีสิ  ใครบอกว่าพี่ไม่อยากมีลูก  ”

ในตอนนั้น  เสียงของฉันยังคงอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความสุข

 

 “  แต่มันสายไปแล้วนี่คะ  วสันต์  เจนมีคนอื่นแล้วค่ะ ”

“  หมายความว่ายังไง  ”

สีหน้าและน้ำเสียงของฉันคงเปลี่ยนไป  เจนจิรามีอาการหวาดกลัว  เธอกลัวฉันมานานแล้ว

“  หนึ่งปีมานี้  เจนได้พบผู้ชายอีกคน  และเชื่อว่าเขาจะเป็นคู่ชีวิตที่ดีของเจน  คืนนี้เจนตั้งใจจะมาบอกลา  ต่อนี้ไป  ขอให้เราเป็นเพียงเพื่อนกันเถอะนะคะ ”

 

หัวใจของฉันเต้นตุบๆ  ทั้งตกใจและโกรธ 

“  เธอจะบ้าหรือ  เจน  ”

ท่าทางฉันคงเหมือนกำลังจะเข้าไปทำร้ายเธอ  เธอรีบบอกกับฉันว่า

“  อย่าทำร้ายเจนนะคะ  วสันต์  เจนท้องกับเขาได้สามเดือนแล้วคะ  ”

คำพูดประโยคสุดท้ายของเธอทำให้ใจของฉันอ่อนลง 

 

“  สามปีมานี้  เจนรู้สึกเสียใจโดยตลอดในสิ่งที่ทำลงไป  และรู้สึกตัวแน่แล้วว่าตัวเองอยากมีลูก  เจนจึง….”

เธอพยายามอธิบาย  แต่ตอนนั้นเสียงของเธอเหมือนเสียงอื้ออึงที่ไกลห่าง  ฉันได้ยินเพียงกระท่อนกระแท่น  ฉันจำไม่ได้ว่าเธอพูดอะไร 

 

แล้วเจนจิรา  ก็ออกไปจากชีวิตของฉัน

 

เธอแต่งงานกับผู้ชายคนนั้น  และมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน  ฉันไม่อยากทำร้ายผู้หญิงคนนี้อีก  จึงปล่อยเธอไปจากชีวิตของฉัน  แต่แปลกที่ว่าเวลาผ่านไป  ผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาในชีวิตของฉัน  กลับไม่มีความหมาย  ฉันเพิ่งรู้สึกตัว  ว่าฉันรักเจนจิรา

 

เวลาฉันอยู่กับผู้หญิงคนอื่น  เพียงไม่นานฉันก็เบื่อ  และยิ่งทำให้ฉันคิดถึงความอบอุ่นเวลาอยู่กับเธอ 

 

ในระหว่างนั้น  ฉันก็ฝันถึงแพรว  เด็กคนนี้เติบโตตามกาลเวลา  เหมือนเธอมีชีวิตของตัวเอง  จากเด็กสามขวบ  เธอค่อยๆเติบโตขึ้นทีละน้อย  แต่เธอไม่เคยคุยกับฉันเลย  ในความฝัน  เรามักพบกันในที่ต่างๆ  เธอชอบมาจ้องมองฉันด้วยความแปลกใจ  อยากรู้อยากเห็น  และฉันเป็นฝ่ายชวนเธอคุย  ส่วนเธอเป็นเพียงผู้ฟัง

 

ฉันยอมรับแล้วว่าฉันอยากมีลูก  และอยากให้เป็นเด็กผู้หญิงคนนี้  ฉันรักเธอมากขึ้นเรื่อยๆ   จนในที่สุด  บ่อยครั้งฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับเหงื่อที่แตกท่วมตัว  ฉันต้องการในสิ่งที่ฉันทิ้งไปเองหมด  วันนี้  ฉันจะหามันได้จากที่ไหน

 

ใครจะคิด  ว่าฉันจะกลับไปง้อเจนจิรา

 

แต่ฉันก็ทำ  ฉันโทรศัพท์ไปคุย  บางครั้งฉันก็ขึ้นเชียงใหม่ไปหาเธอ  ทุกครั้งเธอก็ออกมาพบกับฉันตามนัด  ไม่เคยบ่ายเบี่ยง  คงเป็นเพราะเธอรู้นิสัยของฉัน  ว่ามีบางอย่างที่เธอไม่ควรท้าทายฉัน  ในตัวฉันมีความดำมืดมากมายที่ไม่เคยบอกกับเธอ  แต่เธอรู้สึกได้

 

การไม่พบกับฉัน  มีแต่จะทำให้ฉันเข้าไปในบ้านของเธอ

 

เธอมักจะนัดกับฉันในที่สาธารณะ  ในร้านอาหาร  หรือในล็อบบี้โรงแรม  และเธอมักพาป่านลูก

ชายคนเดียวมาด้วย  เหมือนจะเตือนฉันว่าวันนี้เธอมีหน้าที่  มีครอบครัวที่อบอุ่นซึ่งฉันไม่ควรเข้าไปทำลาย 

 

ฉันจะมีของเล่นติดมือไปมากมาย  ไปฝากป่าน 

 

ในวันนี้ฉันรู้ว่าเหลือเพียงทางเดียว  คือใช้ความดีเอาชนะใจเจนจิรา  ทุกวันนี้ฉันกลับคิดแต่ว่าเธอชอบอะไร  ด้วยความสนใจที่ก่อนนี้ฉันไม่เคยมี  ฉันจะเลือกหาซื้อของขวัญที่เธอชอบ  ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆเกี่ยวกับเธอ  ฉันเอาใจเธอมากกว่าสมัยรู้จักเธอครั้งแรก

 

ปีนี้เจนจิราอายุสามสิบสี่ปี  เธอกลับสวยกว่าเดิม  ในสมัยก่อน  เธอมีความอ่อนแอบางอย่างที่ฉันไม่ชอบ  ความเป็นเด็กโง่เขลา  แต่วันนี้เธอแม้จะอ่อนโยนและอ่อนหวาน  แต่ซ่อนความเข้มแข็งบางอย่างที่คาดไม่ถึง  ประสบการณ์ชีวิตและวัยของเธอ  ทำให้เธอเปลี่ยนไป 

 

วันหนึ่งฉันเล่าเรื่องแพรวให้เธอฟังเป็นครั้งแรก  ตอนนั้นเรานั่งคุยกันอยู่ในล็อบบี้โรงแรม  ป่านไม่ได้มาด้วย  เธอฟังด้วยความสนใจ  เมื่อเล่าจนถึงตอนท้าย  ฉันบอกว่า

“  เจน  พี่เสียใจในสิ่งที่ทำไป  ทุกวันนี้พี่อยากมีลูก  ลูกมาเข้าฝันพี่เสมอ  เธออยากกลับมาเกิดใหม่  และเธอไม่ต้องการแม่ใหม่  เจนกลับมาหาพี่เถิดนะ ”

“  วสันต์คะ  เรื่องที่เล่าน่าสนใจมาก  แต่เด็กคนนั้นไม่น่าใช่ลูกของเราหรอกค่ะ  ลูกของเราคงไปเกิดใหม่นานมาแล้ว  เพราะเธอไม่เคยมาเข้าฝันเจนเลย  ”

 

“  วสันต์คะ  คุณหมกมุ่นกับเรื่องนี้มากเกินไป  เราต่างทำผิดร่วมกัน  เพราะเรายังเยาว์วัยเกินไป  ขอให้เราต่างเริ่มต้นชีวิตใหม่เถิดนะคะ  คุณทั้งรูปหล่อ  ร่ำรวย  มีความสามารถ  คุณสามารถสร้างครอบครัวที่อบอุ่นได้แน่  เจนเชื่อคะ  ”

“  แต่ผมรักคุณนะ  เจน  ยิ่งนับวันผมก็รักคุณมากขึ้น  และผมเชื่อว่าคุณก็รักผม  ยกโทษให้ผมเถิดนะ  อย่าแค้นผมต่อไปเลย  ”

ฉันได้ยินเสียงหัวเราะเศร้าๆของเธอ

 

หลายปีให้หลังมานี้  ชีวิตของฉันวนเวียนกลับไปกลับมา  แต่ทุกครั้งก็กลับมาที่เดิม  มันคงเป็นบาปกรรมของฉัน  แต่ทำไมมันรุนแรงแบบนี้  ฉันเฝ้าถามตัวเอง 

 

แม้แต่แววตาเศร้า  ก็เป็นเสน่ห์ที่ธรรมชาติเพิ่มให้เธอ  จนฉันตกเป็นเบี้ยล่างทุกอย่าง

 

ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง  เมื่อรถไฟมาถึงสถานีพิษณุโลก  ครั้งนี้ฉันคงหลับไปเพียงสิบนาที  มีความฝันที่เลือนรางและจำไม่ได้  คงเป็นเพราะฉันอ่อนเพลีย  ฉันรู้สึกการเดินทางวันนี้ช่างยาวนานเหลือเกิน 

 

ฉันถือโอกาสซื้อน้ำเย็นอีกสองขวด  มันเป็นวันที่ฉันเหงื่อออกเต็มตัว  เวลาฉันเลือกทำอะไรผิด  มันมักจะเป็นอย่างนี้  ฉันเลือกนั่งรถไฟ  แทนที่จะนั่งเครื่องบิน  เพราะอยากครุ่นคิดอะไรต่างจากที่เคย   และเลือกนั่งชั้นสอง  ซึ่งไม่มีแอร์  ในบ่ายวันที่อากาศร้อนอบอ้าว  ทุกอย่างดูไม่ราบรื่นไปหมด 

 

ฉันครึ่งหลับครึ่งตื่น  รู้สึกโศกเศร้าและมีอาการกระหายน้ำตลอดเวลา 

 

เพื่อนสนิทของฉันพากันแปลกใจ  จากไอ้เสือที่ชอบออกไปเที่ยวราตรีกับพวกเขา  ฉันไม่เคยออกไปกับพวกเขาอีกเลย  เลิกเหล้าเลิกบุหรี่  เสร็จงานในตอนเย็นตรงกลับบ้าน  ไม่แวะไปไหนอีก  และเข้านอนแต่หัวค่ำ 

 

นิสัยเข้านอนแต่หัวค่ำนี้  เพื่อนของฉันเชื่อว่า  ฉันคงตื่นกลางดึกเพื่อออกไปท่องราตรีคนเดียว  เหมือนสมัยวัยรุ่น  แต่พวกเขาคิดผิด  ถึงฉันตื่นขึ้นมากลางดึก  ฉันก็เพียงนั่งเงียบๆคนเดียวในห้องฟังเพลงแล้วเปิดเพลงเบาๆ 

 

บางครั้งฉันขี้เกียจแม้แต่จะฟังเพลง  ฉันจะนั่งเงียบๆบนโซฟาในห้องนั้น  แล้วครุ่นคิดเรื่องราวต่างๆ  ในความมืด 

 

เพื่อนสนิทของฉันไม่รู้ว่าวันนี้ฉันมีใจต่อเจนจิรามากเพียงไหน  และพวกเขาไม่เคยรู้เรื่องของแพรวเลย  ปกติฉันเป็นคนเงียบ  และเก็บความลับเก่ง 

 

ในสมัยวัยรุ่น  ฉันชอบผู้หญิงกับการขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูงสุด

 

คิดถึงสมัยฉันเป็นเด็ก  อายุเจ็ดแปดขวบ  ฉันชอบทรมานสัตว์

 

ฉันชอบเอาไฟไปเผามดตามต้นไม้ในบ้าน  เฝ้ามองพวกมันฝ่อตัว  แล้วร่วงหล่นลงมาเหมือนใบไม้ร่วง  ด้วยความขบขัน  ฉันเอาไฟจี้ไปตามแถวของมันที่คดเคี้ยวอยู่ในสวน 

 

บางครั้งฉันจับเอาจิ้งจกมาผูก  ลากเล่น  หรือห้อยด้วยเชือกที่ขอบหน้าต่าง  บางครั้งเอามาแกว่งเล่นเป็นวงกลม 

 

บางครั้งฉันจับแมลงผูกที่คอด้วยด้ายเส้นเล็กๆแล้วแกว่งให้บิน  พวกมันจะบินไปได้ไม่ไกล  เพราะติดด้ายที่ผูกไว้  สุดท้ายเมื่อหมดแรงก็หล่น  หรือบางครั้งฉันจับแมลงพวกนี้ใส่ถุงพลาสติก  ผูกปากถุงไว้  บ่อยครั้งที่ปล่อยให้พวกมันตายไป

 

ในวันนี้ฉันนึกไม่ออกแล้วว่า  ฉันทำอย่างนั้นทำไม

 

ในวันนี้  แท้จริงฉันเปลี่ยนเป็นคนละคน  ฉันยังเป็นคนเงียบและเก็บตัว  บ่อยครั้งที่ฉันขับรถไปไกลในต่างจังหวัด  ไปเที่ยวคนเดียว  ซื้อของเล่นกับขนมเต็มรถ  เอาไปแจกตามโรงเรียนเด็กยากจน  หรือสถานที่รับเลี้ยงเด็กกำพร้า  บางครั้งฉันไปหาซื้อนกซื้อปลา  ไปปล่อยในป่า  หรือตามแม่น้ำลำคลอง 

 

เจ็ดปีผ่านไป  วันนี้แพรวอายุสิบขวบ

 

 

สองวันก่อนฉันฝันถึงแพรวกับดอกไม้บนดาดฟ้าเป็นครั้งแรก  เมื่อคืนนี้  ตอนหัวค่ำ  ฉันฝันถึงแพรวกับดอกไม้บนดาดฟ้าเป็นครั้งที่สอง 

 

ตื่นขึ้นมากลางดึก  ทนไม่ไหว  ฉันโทรไปหาเจนจิรา

 

“  เจน  พี่มีเรื่องจะขอร้อง  ”

ฉันตัดสินใจจะขอร้องเธอ  เธอขานรับอย่างงุนงง

“  อะไรคะ  วสันต์  ”

“  พี่ยอมรับการตัดสินใจของเจน  และไม่บังคับใจ  ว่าเจนจะอยู่ที่ไหนกับใคร  แต่มีลูกกับพี่สักคนหนึ่งเถิดนะ  จะเป็นลูกสาวหรือลูกชายก็ได้  พี่จะรักและเลี้ยงดูแกให้ดีที่สุด  ”

“  วสันต์  สิ่งที่คุณขอไม่ใช่สิ่งของนะคะ  มันเป็นชีวิต  เจนจะให้คุณได้อย่างไร  ”

“  ได้สิ  ถ้าเจนต้องการ  ”

 

“  หากเจนมีลูกกับคุณ  เจนก็คงต้องรักลูก  เจนไม่ยอมให้คุณหรอกคะ ”

เสียงของเธอเศร้า  แต่ความรู้สึกของฉันตอนนั้นมันรุ่มร้อนเหมือนอกจะระเบิด 

“  เจน  หากเธอต้องการเก็บลูกของเราไว้  พี่ก็ยินยอม  เพียงแต่ทุกปี  ให้พี่ได้อยู่กับลูกบ้าง  แค่นี้พี่ก็พอใจ  ให้พี่ได้เลี้ยงบ้าง  นิดหน่อยก็ยังดี  ”

 

เธอนิ่งเงียบไป  เหมือนกำลังตัดสินใจ  ฉันเฝ้ารอคำตอบอย่างกระวนกระวาย  คิดไม่ถึงเลยว่าฉันจะมาอยู่ในสภาพนี้  

 

ไม่รู้กี่ครั้งในความมืด  บนโซฟาห้องฟังเพลงของฉัน  ฉันเคยบันดาลโทสะ  อยากจัดการเรื่องนี้อย่างเฉียบขาด  ด้วยความโหดร้ายเหมือนแต่ก่อนนี้  แต่แล้วฉันก็ใจอ่อนทุกที  ฉันรู้ตัวว่ามันไม่ใช่วิธีที่จะทำให้ฉันพบกับแพรว  เธอจะยิ่งไกลห่างออกไปจากตัวฉัน 

 

ฉันได้ยินเสียงร้องไห้ของเจนจิรา

“  วสันต์  คุณเกือบทำให้ฉันใจอ่อน  แต่ฉันไม่อาจตอบรับหรอกค่ะ  ”

 

เธอวางหู  ส่วนฉันนั่งตาแข็งอยู่ในความมืดตลอดคืน 

เช้ามืด  ฉันจับรถไฟขึ้นเชียงใหม่   ฉันหวังว่าฉันจะคิดอะไรใหม่ๆออกในระหว่างทาง  ทำอย่างไรฉันจึงจะพบกับแพรว  โดยไม่ต้องทำร้ายใครเลย 

 

ทันใดนั้น  ฉันรู้สึกตัวมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินเฉียดผ่านตัวฉันไป  เธอใส่กระโปรงสีไข่ไก่  ที่เอวมีกระเป๋าใบเล็กๆ  แต่ที่สำคัญเธอผูกโบสีเหลืองสด

 

ฉันขนลุกขึ้นมาทั้งตัว  ใจหาย  แพรวอยู่ในรถไฟขบวนนี้  เธอกำลังเดินผ่านตัวฉันไป  ฉันรีบลุกขึ้นยืน  วิ่งไปจับข้อมือของเธอ 

 

เธอหันกลับมามอง  และใบหน้าของเธอที่หันมาไม่ผิดจากที่ฉันคิด  คือแพรว

“  แพรว  แพรวลูกรัก  ”

ฉันส่งเสียงร้องขึ้นมา  นี่ไม่ใช่ความฝัน  ในความฝันฉันไม่เคยจับต้องตัวเธอได้เลย

 

ดวงตากลมโตของเธอมีแววแปลกใจและหวาดกลัว  เหมือนไม่รู้จักฉัน  ตอนนั้นฉันไม่ได้สังเกตผู้ชายร่างใหญ่ผิวคล้ำคนหนึ่งที่เดินอยู่ข้างหลังของเธอ  ยามนี้เขากระชากมือของฉันออกมา

“  นี่คุณ  เสียสติหรือเปล่า  เด็กคนนี้เป็นลูกสาวของฉัน  ”

ผู้ชายคนนั้นคำรามใส่ฉัน 

“  อ้า  ขอโทษครับ  ผมจำคนผิด  ”

ร่างของฉันมีอาการสั่นเทิ้ม  รู้สึกเจ็บปวดไปหมดทั้งตัว  ฉันเซถลากลับมานั่งที่เดิม  

 

รถไฟยังคงวิ่งไปตามปกติ  ในรถตู้นั้น  มีผู้โดยสารบางคนจ้องมองฉันด้วยความแปลกใจ  ส่วนเด็กผู้หญิงคนนั้นกับผู้ชายร่างใหญ่เดินผ่านตู้โดยสารของฉันขึ้นไปทางด้านเหนือ

 

ฉันรู้สึกร่างของฉันเย็นวาบไปหมด  สมองของฉันก็เย็น  ฉันอาจจะมีอาการเป็นไข้  ฉันรู้สึกหนาว  เหงื่อแตก  มีเสียงหึ่งๆที่ข้างหู  ฉันรู้สึกปวดท้อง  เหมือนลำไส้ถูกบิด 

 

ทันใดนั้นฉันนึกออกแล้วว่าฉันเคยเห็นผู้ชายร่างใหญ่คนนี้ที่ไหน  แท้จริงเขาก็อยู่ในความฝันดอกไม้บนดาดฟ้าของฉัน  เขายืนอยู่ข้างหน้าฉันเอง  เพียงแต่ตอนนั้นฉันไม่ได้สังเกต

 

รถไฟมาถึงทางโค้ง  ฉันชะโงกหน้าออกไปนอกบานหน้าต่าง  มองไกลออกไปข้างหน้า  ฉันไม่แปลกใจเลยที่เห็นรถไฟขบวนเที่ยวล่องกำลังวิ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว

 

ฉันเหลียวมองรอบข้าง  ด้วยความโศกเศร้า  ไม่มีใครรู้ตัวเลยว่ากำลังจะเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า

 

ในความสังเวช  ฉันรู้สึกสงบอย่างประหลาด

 

สัมภาระหนักอึ้งบนบ่าของฉันกำลังจะถูกวางลง  ฉันรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

 

ฉันรู้ว่าเจนจิราอยู่ในรถไฟขบวนล่องนั้น





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นิระนาม วันที่ : 26/04/2012 เวลา : 11.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kobdesign
เสรี การเมือง เศรษฐกิจ สังคม

อ่านแล้ว ความรู้สึกบอกไม่ถูก แต่รู้ว่าเรียบง่ายและสวยงาม

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
skinhead วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/skinhead
          ส     กิ     น     เ     ฮ     ด         

ผมอ่านไม่ทันแต่รู้ว่าข้างซ้ายมีงูตัวใหญ่หนึ่งตัว
ข้างขวามีงูกำลังเลื้อยอีกสองตัว
เมื่อขยับเมาส์ขึ้นลงอย่างรวดเร็วนะท่าน


ปล.เดี๋ยวกลับไปอ่านอีกรอบนะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
machiamp วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 13.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ampzaa
^Ampzaa^

ยาวมากมายค่า^^
ตาลายๆ^^

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 13.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/guide007
ฉันถอดเสื้อสีแล้ว!!!! คุยกับฉันได้ไหมเพื่อนมนุษย์!!!!

โห...........
ยาวไปครับ
ขอกลับมานั่งอ่านใหม่นะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]