• ฟ้าพูลวรลักษณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : buengpoon@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 38
  • จำนวนผู้ชม : 34884
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
ผู้กำกับของฟ้า
บทสัมภาษณ์สมมุติ ถึงผู้กำกับภาพยนตร์ แต่งโดยฟ้า และเรื่องสั้น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/fipoonvoralak
วันพุธ ที่ 2 เมษายน 2551
Posted by ฟ้าพูลวรลักษณ์ , ผู้อ่าน : 1328 , 16:34:28 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สองเห่าดง

หมายเหตุ……เรื่องสั้นเรื่องนี้  ได้หยิบเอาตัวละครและเหตุการณ์จากนวนิยายเรื่องแรกของพนมเทียนมาเขียน  โดยมีการดัดแปลงและเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย 

 

 

  เห่าดงตัวลูก

 

กลางดึกคืนนี้ฉันยืนอยู่อย่างเดียวดายในห้องนอน 

 

ฉันตั้งใจว่าคืนนี้  เวลาสองนาฬิกา  จะเป็นเวลาเริ่มออกปฏิบัติการ  ที่จริงยังมีเวลาอีกเกือบสองชั่วโมง  แต่ฉันค่อยๆเตรียมพร้อม  ด้วยการรอคอยอย่างไม่เบื่อหน่าย  ฉันรู้ว่าคืนนี้เป็นคืนสำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน  เพราะฉันอาจต้องตาย  แต่ฉันไม่มีทางเลือก 

 

เป็นเวลาเกือบสองปีเต็มที่ฉันตามล่าไอ้ว่องอย่างไร้ผล  มันซ่อนตัวได้อย่างมิดชิด  เหมือนจมดินหายไป

 

ไม่น่าเลยที่พ่อเพลิง พัชรวิบูลย์ของฉัน  ต้องมาเสียชีวิตเพราะโจรกระจอกอย่างนี้  เขาเป็นคนสอนฉันทุกอย่าง  หนึ่งในนั้นคือความไม่ประมาท  แต่ตัวเขาเองกลับทำเสียเอง  เขาประมาทอย่างไม่น่าเชื่อ  เขาคือเห่าดง  จอมโจรโดดเดี่ยว  ที่กล้าปล้นโจรด้วยกัน  จึงเป็นศัตรูของทั้งฝ่ายมือกฎหมายและฝ่ายมิจฉาชีพ  แต่ด้วยความสามารถ  เขาเอาตัวรอดมาโดยตลอด  ไม่คิดสักนิดว่าคนอื่นเกลียดชังเขาสักเพียงไหน 

 

พ่อเห่าดงเสียชีวิต  เพราะถูกลอบยิงข้างหลัง  จากโจรสวะคนหนึ่งที่เขาไว้ชีวิต  ยิ่งคิดฉันยิ่งแค้น  หากพ่อตายเพราะเหตุอื่น  ฉันยังอาจทำใจได้  แต่ไม่ใช่เพราะเหตุนี้

 

เป็นเวลาสองปีที่ฉันเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน  เพราะความแค้นของพ่อเพลิง 

 

ความแค้นของฉันมากเพียงไหน  คิดเพียงง่ายๆว่าหากผู้ชายคนไหนที่ฉันรักที่สุด  กล้ามาขัดขวาง  มันเท่ากับเขาได้พิพากษาชีวิตตัวเขาเอง

 

โจรที่ขี้ขลาดกล้าร้องวิงวอนขอชีวิตจากศัตรู  แท้จริงมันร้ายกาจกว่าที่คิด  บางชีวิตซ่อนตัวอยู่หลังความสวะนั้น  มันซ่อนความเข้มแข็งไว้หลังความอ่อนแอ  นี้คือคนที่ปรับตัวได้รวดเร็วเหมือนสุนัขจิ้งจอก  ฉันรู้สึกได้  ว่าว่องเป็นใครคนหนึ่งที่ประมาทไม่ได้เลย  พ่อประมาทคงเพราะวิบากกรรมตามทัน มันบดบังสัญชาตญาณที่ปกติคมกริบของเขาไว้  หากยามปกติพ่อเป็นคนประมาทอย่างนี้  พ่อคงตายนานมาแล้ว  แต่คืนนั้น การเผลอไผลนิดเดียวจบชีวิตนักเลงของพ่อ

 

คนที่เดินทางมืด  ในที่สุดก็ต้องถูกกรรมตามทัน  มันมาด้วยอาการง่ายดายเพียงแค่นี้เอง   เหมือนบุรุษไปรษณีย์ส่งจดหมายมาถึงตัว  แต่ต่อให้ผู้ส่งจดหมายมาถึงนั้นคือยมทูต  ฉันก็จะล้างแค้นอยู่ดี  เพราะฉันคือลูกพ่อ

 

ไม่มีใครสามารถมาใช้เหตุผลกับเห่าดง

 

จริงอย่างที่ฉันคิด  ไอ้ว่องมันเป็นผู้อยู่รอดที่น่ากลัว  สองปีมานี้มันกบดานเงียบ  ไม่ว่าฉันจะพยายามสืบหาตัวมันเพียงไร  ก็ไร้ผล  เหมือนหนึ่งมันไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้ว 

 

ฉันยืนนิ่งฟังเสียงการแกว่งตัวของลูกตุ้มนาฬิกา  เวลาใกล้เข้าไปทุกที    ฉันจะไม่มีวันนอนตาหลับ  หากฉันไม่ได้ฆ่ามันกับมือของฉัน  ฉันรู้สึกเบื่อหน่าย  อ่อนเพลีย  และไม่อยากเป็นเห่าดงนานกว่านี้ 

 

สองปีมานี้  ที่ฉันเป็นเห่าดง  ใช้ชีวิตตามแบบพ่อของฉัน 

 

แท้จริงฉันไม่ใช่เห่าดง  ฉันเป็นเพียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น

 

วิญญาณของพ่อจะอยู่ในตัวของฉันเสมอ  จนกว่าความแค้นนี้จะได้รับการตอบสนอง

 

ความแค้นนี้เริ่มขึ้นเมื่อไร  ไม่ใช่เมื่อสองปีก่อน  เพราะหากใช่ฉันไม่มีทางใดที่จะกลายมาเป็นเห่าดงตัวที่สองได้เลย  หากแต่มันเป็นความแค้นตั้งแต่ฉันจำความได้  เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนนั้น  วันที่ฉันยังเป็นเด็กเล็กๆ

 

ความแค้นนั้นฟักตัวอยู่ในร่างกายของฉัน  มันเรียกร้องและบีบคั้น  ให้ฉันเป็นคนสองชีวิต 

 

ตั้งแต่เด็ก  ฉันหวาดกลัวความมืด  แต่ก็ลุ่มหลงมัน  ฉันหวาดกลัวความเจ็บปวด  แต่ก็หายกลัวอย่างรวดเร็ว ฉันรู้สึกตัวแต่วันนั้นว่าฉันเป็นมากกว่าหนึ่งชีวิต  ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่มันดูเหมือน

 

ฉันกลัวถูกพ่อทำโทษที่สุด  แต่ก็ชอบ  หวาดกลัวบททดสอบยากๆ  แต่ฉันก็แก้ปัญหาบททดสอบเหล่านั้นได้เสมอ  และรู้สึกพอใจอย่างบอกไม่ถูก  ฉันอยากได้ความรักและความภูมิใจจากพ่อ 

 

ฉันรู้สึกโลกนี้ไม่ยุติธรรมกับพ่อของฉัน  คนอื่นไม่เข้าใจ  และทำร้ายเขา  ความรู้สึกนั้นไม่มีเหตุผล  มันเป็นไฟที่ลุกไหม้อยู่ในอก  แต่มันทำให้ฉันมีพลังอย่างเหลือเชื่อ

 

มองดูชุดเห่าดงสีดำสนิทที่พาดอยู่บนเตียงนอน  และถุงคลุมหน้า  ชุดที่หน้าอกปักด้วยดิ้นทองเป็นรูปงูเห่ากำลังแผ่พังพาน  ในลักษณะเตรียมสู้  และอาวุธคู่มือของฉัน  ปืนสั้นสองกระบอก  และมีดหนึ่งเล่ม 

 

จากปากคำของนายตำรวจที่พบเขายามใกล้จะตาย  และถูกถ่ายทอดลงในหนังสือพิมพ์  ทำให้ฉันเข้าใจเหตุการณ์ในวันนั้นได้เหมือนฉันอยู่ในนั้นด้วย  พ่อเล่าให้นายตำรวจคนนั้นฟังทำไม  เหมือนกำลังเล่านิทาน  คิดดูอีกทีเหมือนเขากำลังถ่ายทอดข้อมูลนั้นมาสู่ฉัน 

 

พ่อคงต้องการให้ฉันแก้แค้น 

 

เบาะแสของไอ้ว่องหาได้ยากเย็นแสนเข็ญ  แต่ทำไมอยู่ๆเมื่อวานนี้ฉันกลับได้มาโดยง่าย  บัดนี้ฉันรู้ว่ามันซ่อนตัวอยู่ในโกดังแห่งหนึ่งที่ชานเมือง  คล้ายเป็นเพียงเหตุบังเอิญ  แต่ฉันรู้ว่าไม่ใช่  นี้เป็นกับดักงู  มันคงเบื่อหน่ายชีวิตที่ต้องหลบๆซ่อนๆ  จากเดิมที่มันคิดว่าจะให้ฉันพลาดในมือของคนอื่น  ในที่สุดมันตัดสินใจจะเผชิญหน้ากับฉัน  มันเอาตัวเองเป็นเหยื่อ  เพื่อล่อฉันไปสู่ความตาย

 

ถึงฉันจะรู้  ฉันก็รับคำท้านั้น  ฉันเข้าใจความทระนงของพ่อ  เพราะฉันก็เหมือนพ่อ  มันเป็นความโหดร้าย  ความเชื่อมั่นในตัวเองอย่างไร้ที่เปรียบ  ฉันจะให้ทุกอย่างจบลงในคืนนี้

 

คล้ายหนึ่งกับดักนี้ไร้ช่องโหว่  แต่มันมีอยู่  เหมือนหนึ่งฉันกำลังไปฆ่าตัวตาย  แต่ไม่ใช่  ฉันมีหนึ่งโอกาส  เพราะฉันยังมีไพ่ในมือ

 

เห่าดงตัวนี้แท้จริงมีพลังฝีมือยิ่งกว่าตัวแรก  ความลับนี้มีไม่มีใครจะล่วงรู้ได้  แม้แต่ไอ้ว่อง  ที่ระวังตัวแจ  มันคือไพ่ในมือของฉัน 

 

โดยเฉพาะคืนนี้  ยิ่งตกดึก  ดวงตาของฉันยิ่งเจิดจ้า  ฉันสามารถมองเห็นได้แม้ในความมืด 

 

ฉันได้ยินเสียง  แม้เพียงเล็กน้อย  ในที่ห่างไกล 

 

 

 

มันเป็นความพร้อมอย่างสูงสุด  ทุกความรู้สึกในตัวฉันเข้าสู่จุดสุดยอดในคืนนี้  ฉันเตรียมตัวมานานตั้งแต่เมื่อวาน  มันเป็นการรวมพลังของฉันเข้าสู่จุดเดียว  กาลเวลาของฉัน  มาเป็นหนึ่งจุด  จุดเดียวนั้นคือจุดตัดสินที่เพียงพอสำหรับทุกสิ่ง  มันเป็นคืนตัดสิน  ฉันรู้สึกอ่อนไหวอย่างประหลาดในทุกลมหายใจ  ฉันเฝ้าสังเกตการเต้นของหัวใจตัวฉันเอง  มันดังขึ้นเหมือนเป็นหัวใจสองดวง

 

ของฉันกับพ่อฉัน

 

พวกมันเตรียมตัวรับมือกับหนึ่งเห่าดง  แต่คืนนี้เป็นคืนแห่งสองเห่าดง

 

พ่อขา  หนูจะทำหน้าที่คืนนี้ให้ดีที่สุด  แล้วขอให้พ่อปล่อยหนูไป  ให้หนูได้ใช้ชีวิตของคนธรรมดา 

 

 

 

 

 

 

 

      เห่าดงตัวพ่อ

 

คืนนี้ฉันเฝ้ามองพราวจากมุมมืด

 

คืนนี้เธออ่อนแอและเปราะบางกว่าธรรมดา  ไม่เข้มแข็งร้ายกาจเหมือนพราวอีกคนหนึ่ง

 

พราวลูกพ่อ  แต่พราวคนนี้พ่อรักยิ่งนัก  เพราะในความเข้มแข็งเธอยังซ่อนความบอบบาง  ฉันจำได้เมื่อฉันยังเป็นหนุ่ม  โหดร้าย  จอมอาฆาต  รักและเกลียดรุนแรง  แต่ยังมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉันร้ายไม่ลง  เธอคนนั้นคือพราวคนแรกที่ฉันรัก

 

คืนวันนั้น  ในงานเต้นรำที่สวนอัมพร  ฉันแอบมองพราวคนแรก  มันเป็นคืนสุดท้ายที่ฉันอยากมองเธอ  ก่อนที่ฉันจะจากไป  ไม่ว่าเธอจะร้ายกับฉันปานไหน  ฉันก็จะไม่สิ้นความผูกพันในตัวเธอ

 

เธอแต่งชุดราตรีสีม่วง  ให้ความรู้สึกโศกเศร้า  สง่างาม  ไม่เคยมีสีใดเหมาะกับเธอเหมือนสีนี้เลย  ความจริงไม่ว่าเธอจะสวมชุดสีอะไร  ก็งดงามทั้งสิ้น  ไม่ว่ามันจะเป็นชุดขาว  เหลือง  หรือชมพู แต่สีม่วงดูจะเป็นสีแห่งราชินี  มันสะท้อนพลังอำนาจบางอย่างที่ฉันไม่อาจดิ้นรนขัดขืน 

 

ฉันเป็นลูกอกตัญญูผู้ไม่สนใจความรู้สึกของพ่อแม่  ไม่สนใจแม้แต่อนาคตของตัวเอง  ฉันต่อสู้ทุกครั้งเมื่อรู้สึกมีอะไรมากระทบถูกความรู้สึกข้างในของฉัน  สิ่งที่ถูกเรียกว่าความทระนง  แต่ฉันกลับแพ้พราว

 

ฉันไม่เคยสำนึกเสียใจในสิ่งที่ฉันได้ทำลงไป

 

ยกเว้นเพียงนิดเดียว  คือราตรีนั้น  เพราะฉันรู้ว่าฉันอาจไม่ได้เจอเธออีกแล้ว

 

เมื่อฉันถูกไล่ออกจากราชการ และถูกตัดขาดจากกองมรดก  เธอก็เปลี่ยนไป  หมดความสนใจในตัวฉัน  ความรักของเธอเป็นแต่เพียงเปลือกเท่านี้เองหรือ  เป็นไปได้หรือ  ผู้หญิงคนที่ฉันรัก  เป็นเพียงคนสวยแต่รูป  แต่จิตใจตื้นเขิน  ไร้น้ำใจ   

 

แต่ความจริงฉันไม่อาจปฏิเสธ  เธอบอกเลิกกับฉันเอง

 

ในราตรีที่ฉันแอบมองเธอ  ก่อนออกเดินทางไปตามยะถากรรมของฉัน  ฉันไม่รู้หรอกว่าหลังวันนั้นจะมีอะไร  แต่หลายปีผ่านมา  ฉันจึงรู้ว่า  ทำไมฉันสร้างพราวขึ้นมาใหม่  พราวคนใหม่แทนพราวคนเดิม  คนที่มีพลังอำนาจครบทุกอย่างเหมือนคนที่ฉันเคยรัก  แต่ร้ายกาจน้อยกว่านิดหนึ่ง  นิดเดียวเท่านั้นพอ  พราวคนใหม่ที่มีน้ำใจให้กับฉัน

 

 “  เพลิง  ต่อไปนี้เราไม่มีอะไรกันแล้ว  ฉันไม่อยากเจอคุณอีก ”

ราตรีหนึ่งเธอพูดกับฉัน

“  พราว  แม้แต่เธอก็รังเกียจฉัน  ยามที่ฉันตกอับ  เธอรักอะไรในตัวฉันกันแน่  เพียงความโก้เก๋ที่ได้ควงกับฉันเท่านั้นหรือ  ”

“  ฉันจะรักคนที่ไม่รักตัวเองได้อย่างไร  ”

เธอตอบฉันเสียงกระด้าง  ใบหน้าของผู้หญิงคนที่รักมาหลายปี  กลายเป็นเพียงใบหน้าของคนแปลกหน้า  ดวงตาของเธอ  เหมือนมาจากโลกอื่น  ฉันคิดว่าฉันกำลังฝันร้าย  แต่มันเป็นฝันร้ายที่ฉันไม่อาจตื่น  หากเธอไม่รักฉัน  แล้วจะมีสิ่งใดมาแทนที่ได้

 

“  คุณมีเรื่องไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง  มิใยว่าจะมีใครเตือนคุณยังไง  คุณเป็นคนยังไงกันแน่  คุณทิ้งอนาคตทั้งหมด  คนอย่างคุณจะสามารถเป็นหัวหน้าครอบครัวของใครได้  ขอให้คุณไปสู่เส้นทางอันธพาลอันดำมืด  ซึ่งนั่นคือเส้นทางเดียวของคุณ ”

 

ผู้หญิงคนนี้กำลังประณามฉันอย่างรุนแรง  เพราะเธอคงรู้ตัวดีว่าฉันไม่อาจทำร้ายเธอได้  ฉันเป็นคนร้าย  เลือดเย็น  ฉันฆ่าคนตายได้ง่ายๆ  แต่กลับยืนนิ่งต่อหน้าผู้หญิงคนนี้  สิ่งที่สร้างความสะท้านใจให้กับฉัน  ทำให้ฉันพูดไม่ออก  คือความว่างเปล่าข้างหน้า  ความดำมืดของชีวิตฉัน  ที่จะอยู่ต่อไปโดยไม่มีเธอ

 

เธอส่งฉันไปลงนรก  และไม่มีวันผุดเกิด 

 

แต่มองดูพราวคนหลัง  เด็กสาวที่ฉันเลี้ยงมาเหมือนลูก  ฉันเห็นความสว่าง  มันเป็นลำแสงเดียวในความมืด  ความรักความเกลียดทั้งหมดของฉันรวมตัวเป็นเธอ

 

เธอเก่งกว่า  โหดร้ายกว่าฉัน  และอ่อนหวานกว่า   สวยกว่า  ใจเย็นกว่าด้วย  ทุกอย่างขึ้นไปข้างหน้าอีกหนึ่งระดับชั้น

 

จากประสบการณ์ของฉัน  การสร้างอะไรสักสิ่งที่ขึ้นไปข้างหน้าหมดอีกหนึ่งระดับชั้น  เป็นการทำงานที่ยากเหลือเกิน 

 

ในที่สุดฉันก็ทำได้  การสร้างใครคนหนึ่งให้เหนือกว่าตัวฉัน  ในทุกความดีที่ฉันมี  และในทุกความเลวที่ฉันมีด้วย  ยกเว้นนิดหนึ่ง  มันเป็นเงื่อนไขประหลาด  ลี้ลับเหลือจะบรรยาย 

 

เพราะเธอคือสองเห่าดง

 

ตัวฉันเป็นเพียงหนึ่งเห่าดงเท่านั้น

 

เธอเป็นสองเห่าดง  เพราะในตัวเธอมีฉันอยู่ในนั้น  เป็นความรักที่ซ้อนอยู่ในความรัก  เป็นความแค้นที่ซ้อนอยู่ในความแค้น  เป็นความดีที่ซ้อนอยู่ในความดี  และเป็นความเลวที่ซ้อนอยู่ในความเลว 

 

เธอเป็นผลงานสูงสุดของฉัน  เป็นศิษย์เหนือครู

 

ยากนักที่ใครจะเข้าใจเธอได้  เพราะทุกอย่างในตัวเธอ  มิดชิดซ่อนเร้น  มันเป็นสีดำที่ซ่อนอยู่ในสีม่วง  มีเพียงเธอที่สามารถเหนือกว่าพราวคนแรก 

 

มีเพียงลูกสาวคนนี้  ที่เหนือกว่ารักครั้งแรกและรักเดียวของฉัน

 

มันเป็นเดิมพันหมดตัวของฉัน  จากใครคนหนึ่งที่หมดตัวมานานแล้ว  มันจึงเป็นเดิมพันมหาศาล 

 

ฉันจำได้ดี  วันนั้นเป็นวันสุดท้าย   ก่อนที่ฉันจะออกเดินทางไปตายดาบหน้าที่ภาคใต้  ฉันยังมีบัญชีแค้นเล็กๆที่ฉันอยากจัดการ  บ่ายวันนั้นฉันแอบปีนเข้าไปในบ้านของหลวงประจนฯ อดีตผู้บังคับบัญชาของฉัน  เพราะฉันยังรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมในการปลดฉันออกจากราชการ 

 

มองจากวันนี้  ที่จริงท่านเป็นผู้บังคับบัญชาที่ดีมาก  แต่ความเกเร  เสเพลของฉันต่างหากที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด  แต่ในวันนั้นใจของฉันไม่อาจสงบลงได้  ฉันคิดในใจว่า  ฉันเพียงอยากทำอะไรเล็กน้อยเท่านั้น  ให้ท่านเจ็บใจเล่น  เพราะในส่วนลึก  ฉันก็ชอบท่านไม่น้อย  มันเป็นบุคลิกจอมอาฆาตของฉันเท่านั้นเอง  ตอนฉันเดินเข้าไปในบ้านท่านฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันจะทำอะไร

 

อะไรนิดเดียวนั้นคืออะไร  ฉันไม่รู้เลย  แต่หากมันเพียงเท่านั้น  ฉันทำไมต้องเข้าไป  แม้ในวันนี้ฉันก็หาคำตอบไม่ได้

 

ในชีวิต  มีบางครั้งที่เราทำเรื่องราวที่ผิดพลาดที่สุด  ไร้สาระที่สุด  แต่แล้วไม่รู้เพราะอะไร  เหมือนมีอีกความผิดพลาดหนึ่งเกิดขึ้น  แล้วความผิดพลาดแรกนั้นกลับกลายเป็นการกระทำที่สมบูรณ์พร้อม  ไร้ที่ติ

 

มันกลายเป็นประสบการณ์ทีพิเศษที่สุดในชีวิตของใครคนนั้น

 

บ่ายวันนั้นฉันเดินเข้าไปในห้องหนึ่ง  คงเพราะฉันได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง  แล้วฉันก็เห็นเด็กทารกฝาแฝดนอนอยู่ในเตียงเด็ก  หน้าตาน่ารักสุดจะบรรยาย  ไม่รู้เพราะอะไร  อยู่ๆฉันก็ตัดสินใจอุ้มเด็กทารกคนหนึ่ง  แล้วหนีออกมา  ฉันตอนนั้นอายุยี่สิบสองปี  ไม่ใช่เด็กไร้เดียงสา  ทำไมฉันทำเรื่องราวที่มีผลพวงตามมาอย่างใหญ่หลวงขนาดนั้นได้  เหมือนเด็กซนๆที่แอบกดปุ่มเล่น  โดยไม่รู้สึกตัวว่าปุ่มนั้นแท้จริงคือปุ่มของอะไร  กดเพราะความอยากรู้

 

ฉันหวังเอาอะไรจากการกระทำนั้นหรือ

 

แน่ละ  แม้ในวันนั้น  ฉันรู้ว่าฉันจะสร้างความเสียใจอย่างลึกซึ้งแก่หลวงประจนฯ  แต่ท่านทำอะไรให้ฉัน  จนถึงกลับต้องตอบแทนอย่างสาหัสขนาดนั้น  แม้เด็กหนุ่มที่แสนพาลอย่างฉัน  ก็ไม่อาจมีคำตอบ

 

เป็นสัญญาวิปลาสของผู้ชายคนหนึ่ง  ที่หัวใจกำลังแหลกสลายอย่างนั้นหรือ

 

ฉันเพียงรู้สึกขบขัน  ในความโศกเศร้า  ฉันเหมือนได้ยินเสียงหัวเราะของตัวเอง 

 

ผู้ชายใจร้าย  แข็งกระด้างอย่างฉันกลับอุ้มเด็กทารกบอบบาง เบาเหมือนตุ๊กตาตัวหนึ่ง  ฉันจะพาเด็กทารกคนนี้ไปไหน 

 

แต่ทำไมฉันเลือกเด็กคนหนึ่ง  ไม่เลือกเด็กอีกคนหนึ่ง

 

ในขณะที่ฉันเอื้อมมือลงไปอุ้มเธอขึ้นมา  วูบหนึ่งฉันลังเล  แต่เพียงแวบเดียว  เพราะเด็กสองคนนี้แม้หน้าตาจะเหมือนกัน  แต่ปฏิกิริยาของพวกเขาไม่เหมือนกันเลย  ฉันจำได้  เด็กทารกคนหนึ่งตื่นอยู่  มองฉันด้วยดวงตาใสแป๋ว  ด้วยความอยากรู้อยากเห็น  และคล้ายอยากให้ฉันอุ้มเธอขึ้นมา  ส่วนเด็กทารกอีกคนหนึ่งนั้น  กำลังนอนหลับปุ๋ย

 

มองดูในวันนี้  มันแตกต่างกันมากจนไม่ต้องสงสัย  ใครคือลูกสาวของฉัน 

 

มันเป็นเพียงวูบเดียวจริงๆ  ที่ฉันอุ้มเด็กทารกคนหนึ่งขึ้นมา  แล้วตั้งชื่อเธอในใจฉัน  ชื่อเดียวกับใครที่วันนี้ฉันทั้งรักและเกลียด

 

แต่ฉันจะให้พราวคนนี้รักฉัน  และรักตลอดไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  กรองแก้ว กฤษณวิภาค

มันเป็นเวลาดึกที่เงียบสงัด  ท้องฟ้าคล้ายหนึ่งจะมีฝนตกในไม่ช้า  ท้องฟ้าไม่มีดาว  หากมีใครผ่านมาจะเห็นใครคนหนึ่งในชุดสีดำสนิท  ยืนนิ่งใต้ต้นมะขามหน้าห้องสมุดคฤหาสน์กฤษณวิภาค  แอบมองข้างใน  ไม่รู้เขายืนอยู่ตรงนั้นนานเท่าไร

 

จากแสงไฟ  เห็นร่างของชายชราคนหนึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างในนั้น 

 

ฟ้าแลบขึ้นมาแวบหนึ่ง  พร้อมทั้งเสียงลมบนใบไม้  ฝนเริ่มลงเม็ด

 

ชายชรานอกราชการหันขวับ  พร้อมกับมีร่างดำมืดของใครคนหนึ่งเข้าประชิดจากด้านหลัง  ไฟสว่างจากโป๊ะส่องให้เห็นอสรพิษพญางูแผ่เต็มอยู่กลางอก บุรุษลึกลับอยู่ภายในเครื่องแต่งกายดำมืดและถุงคลุมหน้า  เห็นเพียงริมฝีปากและดวงตา  มันเป็นการจู่โจมอย่างเงียบกริบและรวดเร็ว  ไม่รู้ร่างนี้เข้ามาทางไหนและเมื่อไร  สร้างความตะลึงงันให้กับท่าน  ก่อนที่ท่านจะเคลื่อนไหวเช่นไรต่อไป  มือสวมถุงยางเย็นเฉียบก็แตะที่ต้นแขนของท่านอย่างละมุนละไม  พร้อมกับเสียงแหบแห้งแต่อ่อนโยน

“ อย่าตื่นเต้น  ผมมาหาท่านอย่างมิตรไม่ใช่ศัตรู ”

“  เห่าดง  ”

ท่านอุทานอย่างตกใจ ในขณะที่จอมโจรชุดดำแตะริมฝีปาก

“ เบาหน่อยครับ  ผมไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าผมมาหาท่าน ”

“  เธอต้องการอะไร  ”

“ ผมเพียงต้องการให้ท่านตอบคำถามเพียงสองสามข้อเท่านั้น  กรุณาตอบผมตามความเป็นจริง  แล้วผมก็จะจากไป ไม่มารบกวนท่านอีก  ”

 

ชาวชราเหลือบมองจอมโจรที่มีชื่อเสียง  และเป็นที่หวาดกลัวของคนทั้งหลายด้วยความแปลกใจ  คิดไม่ถึงว่าเขาจะสุภาพเรียบร้อย  และมีจุดประสงค์ที่คาดไม่ถึง 

 

มองจากใกล้ๆ  เห่าดงจึงพบว่าชายชราคนนี้แม้จะดูอ่อนแอ  แต่ก็ยังแฝงความสง่างามไม่น้อย  เขายังมีร่องรอยของผู้ที่เคยเป็นผู้บังคับบัญชากองม้ารักษาพระองค์ 

“  ยี่สิบห้าปีก่อน  ท่านมีบุตรสาวสองคนใช่ไหมครับ  ”

“  ทำไมรู้  ”

ชายชรามีอาการสะดุ้งเล็กน้อย  อดถามกลับไม่ได้

“  กรุณาเป็นเพียงผู้ตอบคำถาม  แล้วผมจะกลับ  โดยไม่มีผู้ไดถูกทำร้าย  ผมอยากทราบว่าบุตรสาวของท่านอีกคนหายไปไหน  ”

“  ฉันไม่รู้ว่าเธอถามทำไม  เรื่องราวเก่าๆที่ฉันไม่ต้องการจะเก็บมาคิดให้เป็นความทุกข์อีกต่อไป  ถูกแล้วพี่สาวของกฤษณายังมีอีกคนหนึ่ง  เป็นคู่ฝาแฝด  ตอนเด็กอายุยังไม่ถึงขวบ  ก็หายสาบสูญ  ตอนนี้คงเสียชีวิตแล้ว ”

“  เด็กคนนั้นชื่ออะไร  ”

“  ชื่อกรองแก้ว  ”

แล้วในห้องนั้นก็ตกอยู่ในความเงียบ

 

คืนนั้นฉันจำได้  ฉันยืนอยู่ด้านนอก  ข้างบานหน้าต่างห้องสมุดคฤหาสน์กฤษณวิภาค

 

ฉันยืนใจเต้นระทึกอยู่ตรงนั้นเป็นเวลาครู่ใหญ่  เหลือเชื่อว่าเห่าดงที่ไม่เคยกลัวใคร  กลับยืนใจเต้นด้วยความไม่แน่ใจ  กับการเข้าไปเผชิญหน้ากับชายชราคนหนึ่ง 

 

ข้อมูลเหล่านี้  ที่จริงฉันสืบมาหมดแล้ว  แต่ฉันรู้สึกมันเหมือนไม่ใช่เรื่องจริง  ฉันต้องการคำยืนยันจากปากของชายชราคนนี้อีกครั้ง หวังให้ความห่างระหว่างความจริงกับสิ่งที่คล้ายเป็นเพียงความฝันได้ย่นระยะลงหน่อย  นามของกรองแก้ว  เหมือนเป็นเพียงอากาศธาตุ  ฉันไม่สามารถนึกถึงตัวตนของกรองแก้วได้เลย

 

ฉันอยากฟังจากปากของเขา  อยากให้ความรู้สึกเหมือนเพียงฝันไปเองนี้หายไป  แต่มันไม่เกิดผล  ฉันยังคงรู้สึกเหมือนเดิม  ฉันไม่สามารถเชื่อมโยงเข้าหากรองแก้วได้เลย มันเป็นสองโลกที่ไม่สามารถรวมเป็นหนึ่ง 

 

สิ่งที่พ่อเพลิงทำกับฉัน  มันเจ็บแสบเกินบรรยาย  ฉันควรแค้นเขาอย่างสูงสุด  ควรแม้แต่จะเกลียด 

 

แต่ยิ่งนึกเกลียดพ่อเพลิง  ก็ยิ่งรักเขา 

 

ตั้งแต่วันที่พ่อเพลิงเสียชีวิต  ฉันจึงได้มีโอกาสเปิดตู้เซฟของพ่อ  และพบเห็นความลับหลายอย่างในนั้น  นอกจากชุดเห่าดง  อาวุธ  และเงิน  ยังมีบันทึกส่วนตัวของพ่อ  ที่ทำให้ฉันรู้ต้นกำเนิดชีวิตตัวเอง  พ่อเพลิงเป็นคนเลวเหลือเกิน  แต่ในความร้ายของเขาก็ซ่อนความอ่อนโยน  ในบันทึกฉันจึงรู้ความร้ายกาจของเขาที่ทำกับฉันตั้งแต่วัยทารก

 

ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพ่อเพลิงที่ฉันแสนรัก  แท้จริงคือโจรร้ายที่ลักพาตัวฉันมาตั้งแต่ยังเป็นทารก  เขาเป็นคนพรากฉันจากพ่อแม่  และน้องสาวของฉัน  ฉันยังควรรักเขาเหมือนเดิมหรือ  แต่น่าประหลาด  ฉันยิ่งรักเขามากกว่าเดิม

 

ทำไมฉันรักคนที่ทำกับฉันอย่างนี้  เพราะฉันเป็นลูกของพ่อเพลิง  อารมณ์ของฉันรุนแรงเกินไป  จนไม่มีเหตุผล  มันเลื้อยเหมือนงู   

 

ในความร้ายของพ่อเพลิง  ฉันเห็นความเป็นเด็กซุกซนที่แสนงอนของเขา

 

จากบันทึกที่ฉันอ่าน  ยิ่งทำให้ฉันเข้าใจพ่อเพลิง  และรู้สึกได้ถึงความรักของเขาที่มีต่อฉัน  ชีวิตของฉันจบแล้ว  ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีก 

 

แม้ฉันจะไม่มีอะไรต้องสงสัยความจริงในบันทึกลับของพ่อเพลิง  แต่ฉันก็ยังอยากได้ยินคำยืนยันจากปากของพ่อบังเกิดเกล้า  เพียงสองสามประโยคเท่านั้น  และบัดนี้ฉันก็ได้รับแล้ว

 

“  ขอบพระคุณ  ผมหมดคำถามเพียงแค่นี้  ผมรบกวนเวลาท่านเพียงพอแล้ว  ลาก่อน  ”

จอมโจรชุดดำเอ่ยคำอำลา

“  หยุด….อย่าขยับเป็นอันขาด ”

เสียงตวาดใสแจ๋วดังขึ้นทางเบื้องหลัง  เห่าดงชะงักนิ่งอยู่กับที่  เสียงนั้นดังมาอีก

“  ชูมือขึ้น ”

จอมโจรปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย  และหมุนตัวกลับมาทางเจ้าของเสียง  กฤษณาธิดาสาวสวยของเจ้าของคฤหาสน์  ยืนอยู่หน้าประตู  ในมือถือปืนออโตเมติกขนาด ๖.๓๕ จ้องท่าทางขึงขัง  จอมโจรยิ้มพรายเมื่อเห็นภาพที่อยู่ข้างหน้า  เขาลดมือลงอย่างช้าๆ  กฤษณาตวาดมาอีก

“  แกขัดคำสั่ง  ฉันยิง ”

เสียงแหบแห้งของจอมโจรดังขึ้น

“  คุณกฤษณา  ปืนกระบอกนั้นเล็กเกินไปสำหรับเห่าดง  ”

 

ในพริบตานั้น  ท่านเจ้าคุณก็ได้เห็นท่าร่างที่รวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ  ท่านเห็นจอมโจรพุ่งเข้าไปหาบุตรสาว  ก่อนที่เธอจะรู้สึกตัว  เธอก็ถูกเขาโอบกอดไว้จากด้านหลัง  ข้อมือที่ถือปืนของเธอก็ถูกเขาจับบิดไปข้างหลัง  และเขายังหอมแก้มเปล่งปลั่งของเธอค่อนข้างแรงขณะที่ก้มลงกระซิบ

“ เก่งกาจเกินไปแล้ว  น้องสาว  ”

 

หล่อนถูกเหวี่ยงกระเด็นเข้าไปในห้อง  ก่อนที่ร่างของจอมโจรที่ผละหายออกไปโดยเร็ว  ในยามนั้นคงมีคนรู้ถึงความผิดสังเกต  เสียงกริ่งไฟฟ้าถูกกด  ความสับสนอลหม่านถูกปลุกสะเทือนไปทั่วอาณาเขตบ้านกว้าง  ไฟฟ้าสว่างจ้าขึ้นทีละดวงพร้อมกับเสียงเอะอะโวยวาย 

 

 แต่ไม่มีใครสามารถขัดขวางเห่าดง  ที่วิ่งกลืนหายไปในความมืด  ท่ามกลางสายฝน 

 

เมื่อฉันมองเห็นกฤษณา  ความรู้สึกของฉันก็เปลี่ยนไป  และยิ่งเมื่อฉันได้กอดเธอไว้  แม้จะเพียงครู่เดียว 

 

นี่หรือคือน้องสาวฝาแฝดของฉัน  เธอช่างบอบบางและอ่อนหวานเสียจริง  แม้เธอจะทำท่าขึงขังสักเพียงไหน  ฉันก็อดขบขันไม่ได้  กระดูกของเธอยังเปราะบางนัก  เมื่อเทียบกับฉัน 

 

ในทันใดนั้นฉันก็เข้าใจช่องว่างที่รบกวนจิตใจฉันมานาน   ฉันเห็นตัวเองในอีกโลกหนึ่ง 

 

ในวินาทีที่ฉันกอดเธอไว้  ฉันได้เชื่อมโยงสองโลก 

 

ความรู้สึกอบอุ่น  และความรักไม่รู้มาจากไหน  มันท่วมท้นจิตใจของฉัน  ฉันอยากกอดเธอไว้นานๆ  แต่ฉันทำได้เพียงเท่านี้  ในยามนั้นฉันจงใจไม่ดัดเสียงให้แหบแห้ง  ฉันเปล่งคำพูดออกไปว่า  เก่งเกินไปแล้ว  น้องสาว  ด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานของผู้หญิง  แต่ในยามฉุกละหุกนั้น  เธอคงไม่ได้สังเกต  เธอหลับตาด้วยความอายและหวาดกลัว  เธอคงไม่รู้ว่าการกอดจูบครั้งนี้มีความหมายอะไร  และเสียงเรียกน้องสาวตัวเองครั้งนี้  เป็นเสียงเดียวที่ฉันเปล่งขึ้น  จากความต้องการที่ล้ำลึกภายในนานถึงยี่สิบห้าปี 

 

กรองแก้ว  กฤษณวิภาคลืมตาตื่นขึ้นเป็นครั้งแรก  เหมือนการตื่นขึ้นของดักแด้

 

ความรักความแค้นของฉันที่มีต่อพ่อเพลิงยิ่งรวมตัวแน่นหนากว่าเดิม

 

คงไม่มีใครต้องการฉัน  ถึงแม้ต้องการ  เราคงไม่มีวันจะอยู่ด้วยกันอีกได้  เพราะกาลเวลายี่สิบกว่าปี  มันทำให้ชีวิตของฉันเปลี่ยนแปลงไปมาก  จนกลายเป็นคนละชีวิต  จากเด็กทารกไร้เดียงสา  วันนี้ฉันคือนางงูร้าย 

 

คืนนั้นฉันวิ่งฝ่าสายฝนออกมา  ไม่มีใครมองเห็นน้ำตาของฉัน  ฉันไม่รู้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร  มันไหลออกมาเอง

 

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]