• ฟ้าพูลวรลักษณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : buengpoon@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 38
  • จำนวนผู้ชม : 34912
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
ผู้กำกับของฟ้า
บทสัมภาษณ์สมมุติ ถึงผู้กำกับภาพยนตร์ แต่งโดยฟ้า และเรื่องสั้น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/fipoonvoralak
วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน 2551
Posted by ฟ้าพูลวรลักษณ์ , ผู้อ่าน : 1184 , 20:23:43 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เรื่องที่สาม

ราชาหนังวาย

 

 

บทความนี้คือบทความสัมภาษณ์คุณธีระ  จตุรงคลักษณ์  นักวิจารณ์ภาพยนตร์ชื่อดัง อายุ ๓๒ ปี  ในเมืองไทยตอนนี้  เขาเป็นอันดับหนึ่ง 

 

บทความนี้  ตัดตอนมาจากเทปบันทึกการสัมภาษณ์  ขณะนั่งคุยกันอยู่ในบ้านไม้ของเขาริมทางรถไฟ  บนเส้นทางระหว่างราชบุรีถึงเพชรบุรี  มันเป็นบ้านที่เขาอยู่ตั้งแต่เกิด 

 

ผู้สัมภาษณ์      วันนี้อยากสัมภาษณ์คุณธีระ  ในหัวข้อสิบผู้กำกับในดวงใจ  ดีไหมคะ

ธีระ     ผมขอแก้เป็นหนึ่งผู้กำกับในดวงใจดีกว่าครับ  เพราะมีเพียงคนเดียว

ผู้สัมภาษณ์      เอ๊ะ  ใครคะ

ธีระ     คุณสมาน  ประเทืองเงินครับ

ผู้สัมภาษณ์      คนที่เสียชีวิตไปเมื่อห้าปีก่อนหรือคะ

ธีระ     ครับ

ผู้สัมภาษณ์      แต่เขาเป็นผู้กำกับหนังเกรดบีนี่คะ

ธีระ     ครับ  คุณสมานมีฉายาในวงการว่า  ราชาหนังเกรดบี  หรือ  น้อยจนเกือบไม่มี

ผู้สัมภาษณ์        ฉายาที่สองนี้เพิ่งเคยได้ยิน  มันหมายความว่ายังไงคะ

ธีระ     คุณสมานขึ้นชื่อว่าทำหนังราคาถูก  และใช้เวลาน้อยมาก  หนังส่วนใหญ่ของเขาใช้เวลาถ่ายทำเพียงหกวันเท่านั้นเอง  และต้นทุนก็ถูกมาก  จนกระทั่งว่า  หักค่ารถ  ค่าน้ำค่าไฟ  ค่าฟีลม์  แทบไม่เหลืออะไรเลย  เขาจึงได้ชื่อว่า  ได้มาจากสภาวะที่น้อยจนเกือบไม่มี

ผู้สัมภาษณ์      เขาทำหนังกี่เรื่องคะ

ธีระ     จากการค้นคว้าของผม  มีประมาณหนึ่งพันเรื่องครับ  มันเหลือเชื่อใช่ไหมครับ  แต่นี่แหละคือความมหัศจรรย์ของเขา  เขาเริ่มทำหนังตั้งแต่อายุยี่สิบปี  เสียชีวิตเมื่ออายุเจ็ดสิบห้าปี  รวมเวลาทำงานกว่าครึ่งศตวรรษ  เฉลี่ยแล้วเขาทำหนังปีละประมาณยี่สิบเรื่อง  มันมากมายเหลือเกิน  หนังยุคต้นของเขา  เขาใช้ชื่อปลอมหลายชื่อครับ  เช่นเสน่ห์  เจตริน  สมชาย  ฯลฯ  เรียกว่าสร้างความลำบากให้กับผม  แฟนพันธุ์แท้ของเขา  ที่ต้องออกไปควานหา  และไม่แน่ใจว่ายังอาจมีชื่ออื่นที่ผมยังไม่รู้  ยังดีที่เมื่อเขาอายุมากขึ้น  เขาใช้ชื่อจริงตลอด  หนังบางเรื่องของเขาเป็นเพียงเทเลมูฟวี่  คือทำออกมาเป็นแผ่นซีวีดีเลยครับ  บางเรื่องออกฉายในโรงชั้นสอง  โดยไม่ผ่านโรงชั้นหนึ่ง 

ผู้สัมภาษณ์      คุณธีระมีหนังของเขาครบไหมคะ

ธีระ     ไม่หรอกครับ  จากการควานหาทุกซอกทุกมุม  ผมหาได้ประมาณสามร้อยเรื่อง  คิดว่าหากพยายามหาต่อไป  อาจหาได้อย่างมากประมาณห้าร้อยเรื่องครับ  เพราะมีบางเรื่องสูญหายไปแล้วแน่นอน  แต่แม้จะได้ไม่ครบ  แต่ก็น่าพอใจแล้วครับ

ผู้สัมภาษณ์      แต่หากหาได้ครบละคะ

ธีระ     มันเป็นความใฝ่ฝันของผมเลยครับ  ข้อมูลบนโลกนี้ไม่สูญหายไปโดยง่าย  แต่การจะได้ครบ  ก็ยากเช่นกัน  ผมจึงพอใจที่ครึ่งหนึ่ง  ส่วนที่เหลือก็ต้องทำใจ

 

ผู้สัมภาษณ์      เหลือเชื่อว่าคุณธีระจะเป็นแฟนของผู้กำกับหนังเกรดบี

ธีระ     ผมมีชื่อเรียกส่วนตัวของผมเอง  ผมเรียกเขาว่า   ราชาหนังเกรดวาย

ผู้สัมภาษณ์      ( หัวเราะ )  หนังเกรดวายคืออะไรคะ

ธีระ     ก่อนอื่นผมจะเล่าประสบการณ์ของผมให้ฟังนะครับ  สมัยผมยังเป็นเด็กวัยรุ่น  วันหนึ่งผมจัดระเบียบ  ประสบการณ์  หนัง  หนังสือ  เพลง  ของผมออกเป็นกลุ่มๆ  ภายในยังแยกออกเป็นกลุ่มย่อย  โดยเรียงตามลำดับคะแนนเต็มสิบที่ผมให้  เช่นหนัง  ก็แบ่งเป็นสิบเอ็ดกลุ่ม  คือ  จากสิบคะแนนลงไปจนถึงศูนย์คะแนน  ผมทำเช่นนี้เพราะอยากเก็บไว้เป็นข้อมูล  ว่าในความเห็นของผม  หนังเรื่องไหนดี  ไม่ดี  สนุก  ไม่สนุก  ผมชอบเพราะอะไร  ไม่ชอบเพราะอะไร  ผมทำไปเรื่อย  เป็นการเล่นอย่างหนึ่ง

ผู้สัมภาษณ์      มันเป็นการเริ่มต้นชีวิตแห่งการเป็นนักวิจารณ์ในวันนี้ใช่ไหมคะ

ธีระ     ครับ  การแบ่งกลุ่มทำให้ผมดูหนังด้วยความระมัดระวัง  สมมติตัวเองเป็นนักวิจารณ์คนหนึ่ง  มันทำให้ผมละเอียดขึ้น  หนังบางเรื่องผมดูซ้ำหลายรอบได้ 

ผู้สัมภาษณ์      แล้ววายละคะ

ธีระ     ต่อมาวันหนึ่ง  ผมเพิ่มกลุ่มที่สิบสอง  ผมเรียกกลุ่มนี้ว่า วาย  ที่จริงผมไม่รู้จะตั้งชื่อว่าอะไรดี  เพราะมันเป็นกลุ่มที่ผมให้คะแนนไม่ถูก  จะเรียกว่า เอ็กซ์  ก็อาจทำให้สับสนกับหนังเอ็กซ์  ผมจึงเรียกว่าวายแทน   หนังบางเรื่อง  หากผมให้คะแนน  คล้ายหนึ่งจะน้อยเกินไป  หรือมากเกินไป  ตอนแรกผมยังงุนงงกับปรากฏการณ์นี้  แต่พอเกิดขึ้นหลายครั้ง  เมื่อผมแยกกลุ่มนี้ออกมาต่างหาก  ผมตื่นตะลึง  พบว่ามันเป็นกลุ่มที่สำคัญที่สุด  มันคือหนังที่ให้คะแนนไม่ได้  เพราะมีความดีบางอย่างพิเศษ  ยิ่งคิด  ยิ่งศึกษากลุ่มวาย  ยิ่งพบข้อมูลมากมาย  มันเป็นสุดยอดแห่งการดูหนัง

 

ผู้สัมภาษณ์      เพราะอะไรคะ

ธีระ     เพราะตราบใดที่ให้คะแนนได้  ตราบนั้นมันยังถูกจำกัดด้วยขอบเขตบางอย่าง  การให้คะแนนได้  ไม่ต่างกับเหตุผลทางวิทยาศาสตร์  แต่ชีวิตที่แท้จริงให้คะแนนไม่ได้  แน่ละผมรักหนังที่ได้คะแนนตั้งแต่สิบลงมาถึงเจ็ด  หกกับห้าก็ยังพอใช้ได้  จากสี่ลงมาถึงหนึ่งถือได้ว่าเป็นหนังไม่ดี   ศูนย์ก็ไม่ต้องพูด  ดูไปก็เสียเวลา  แต่กลุ่มวายเป็นอะไรที่โดดเด่นออกมา  เพราะมันเป็นอิสระ  มันเป็นหนึ่งชีวิตของผม  แม้บางครั้งเป็นเรื่องส่วนตัว 

 

ผู้สัมภาษณ์      เป็นยังไงคะ  เรื่องส่วนตัว

ธีระ     เช่นบางเรื่องได้วายเพราะมันเป็นหนังที่มีดาราคนโปรดของผมเล่น  หนังบางเรื่อง  หากคิดถึงคุณค่าทางศิลปะ  อาจได้คะแนนไม่เท่าไหร่   แต่ผมพบดาราคนโปรด  ที่มองคราใดก็มีความสุข  อย่าลืมว่าการดูหนัง  หัวใจอันหนึ่งคือการดูดาราบางคน  และดาราบางคนนั้นมีค่าเท่ากับหนังที่ดีที่สุด  ยามมองดาราที่ผมรัก  ผมเห็นชีวิตตัวเอง  บางสิ่งบางอย่างที่หาอะไรอื่นมาแทนค่าไม่ได้  ผมจึงให้วาย  แต่หากวายมีแต่หนังที่เล่นโดยดาราคนโปรดของผม  กลุ่มวายนี้ก็ไม่น่าสนใจ  ไม่มีอะไรเล่าให้ฟัง  มันน่าสนใจตรงที่  บางเรื่องผมให้วาย  ทั้งที่ในนั้นไม่มีดาราแม้สักคนที่ผมชอบเลย

ผู้สัมภาษณ์      แสดงว่าคราวนี้  มันไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวแล้ว  แต่เป็นอะไรมากกว่านั้น

ธีระ     ครับ  เช่นหนังบางเรื่อง  หากคิดถึงคุณค่าทางศิลปะ  อาจได้คะแนนไม่สูงนัก  แต่คอนเซ็ปต์ของหนังดีเยี่ยม  โดนใจผม ผมตื่นตะลึงว่าเขาคิดคอนเซ็ปต์  หรือมุมมองนี้ได้อย่างไร  มันไม่ได้คะแนนสูง  เพราะมันทำไม่สำเร็จ  มันเป็นคอนเซ็ปต์ที่ดี  แต่ล้มเหลว  แต่มันทำให้ผมเกิดไฟในการทำงาน  เกิดความเข้าใจใหม่ในการมองชีวิต  คุณค่าตรงนี้ผมประเมินไม่ได้  ผมจึงให้วาย  บางครั้งมันเกิดขึ้นเพราะเทคนิคดีเยี่ยม  และลงตัวกับภาพบางภาพ  ในบางวินาที  ทันใดนั้นเหมือนเปิดประตูโลกสมัยใหม่ให้กับผม    เหมือนได้เปิดประตูมิติแห่งเวลา  ผมพอใจกับวินาทีนั้นมากเกินกว่าจะให้คะแนนได้  ให้มากเกินไป  ก็ไม่เป็นธรรมกับงานศิลปะ  ให้น้อยเกินไป  ก็ไม่เป็นธรรมกับความรู้สึกของตัวเอง  อีกอย่างหนึ่งเขาทำให้ผมรู้สึกว่า  คุณค่าของหนังบางเรื่องอยู่ในสิ่งที่มีในหนังเรื่องนั้น  แต่คุณค่าของหนังบางเรื่องอยู่ในสิ่งที่ไม่มีในหนังเรื่องหนัง  สภาวะว่างเปล่าบางอย่างที่หลอกหลอนในนั้น  ผมถือว่าเป็นศิลปะชั้นสูง

 

ผู้สัมภาษณ์      หนังเรื่องแรกของคุณสมานที่กระทบใจคุณธีระคือเรื่องอะไร  จำได้ไหมคะ

ธีระ     คือเรื่อง  ฉันกับเธอต่างคนต่างชีวิต  ผมดูแล้วพบภาพประทับใจหลายภาพ  และน้ำตาซึมหลายครั้ง  ทั้งที่หนังเรื่องนี้ในแง่คุณภาพทางศิลปะ  ก็พอใช้เท่านั้น  เช่นขนาดของภาพ  บางภาพผิดแน่นอน  การจัดแสง  หลายฉากไม่พอ  การตัดต่อ  หลายฉากก็ผิด  บทบางตอนก็ไม่เข้าเรื่อง  และหลายเหตุการณ์ในเรื่องก็ไม่น่าเชื่อ  แต่ทำไม  อารมณ์บางอย่างกลับเกิดกับผมได้  ผมแปลกใจมาก  เลยให้คะแนนไม่ถูก  เพราะการดูหนังหนึ่งเรื่องแล้วร้องไห้หลายครั้ง  มันไม่ธรรมดาเลย  และเมื่อต่อมาผมรู้ข้อมูลมากขึ้น  ทราบว่าหนังเรื่องนี้คุณสมานใช้เวลาถ่ายทำหกวันเท่านั้น  และใช้ต้นทุนถูกเหมือนได้เปล่า  มันเลยทำให้ผมหัวใจสลาย

ผู้สัมภาษณ์      เพราะอะไรคะ

ธีระ     เพราะทันใดนั้น  ผมเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างที่อยู่ลึกข้างใน  ผมรู้แล้วว่าการดูหนังคุณสมาน  ต้องทำจิตอีกแบบหนึ่ง  เราไม่อาจใช้มาตรฐานการดูงานศิลปะแบบทั่วไปได้  มันเหมือนการดูหนังของอีกสิ่งมีชีวิตหนึ่ง 

ผู้สัมภาษณ์      เล่าต่อสิคะ

ธีระ     นานมาแล้วนะครับ  วันหนึ่ง  ผมซื้อวีซีดีเรื่อง  เงินมัดจำ  เพราะเหลือบเห็นชื่อผู้กำกับ ตอนนั้นผมเริ่มสนใจเขาแล้วละครับ  แต่ผมก็ยังไม่แน่ใจทีเดียว  เพราะหนังเรื่องนี้ชื่อไม่น่าดูอย่างที่สุด  ดาราก็ไม่มีใครสักคนที่ผมชอบ  หน้าหนังก็เลวสุดขีด  เรียกว่าหากไม่เห็นว่ามันราคาถูก  และเป็นงานของผู้กำกับที่น่าสนใจแล้ว  ผมคงมองข้ามมันไปแน่  แต่เมื่อเปิดดู  ผมตกตะลึง  หนังสนุก  ตื่นเต้นตลอดเรื่องเลยครับ  เป็นไปได้ไง  หัวใจของผมเต้นตุบตับ  มันเป็นเสียงหัวใจเต้นสมกับการดูหนังสืบสวนที่ดีที่สุด   ที่ผมประทับใจคือพลังของงาน  งานชิ้นนี้เป็นงานชิ้นหลัง  ในวัยชราของเขาแล้วครับ  แต่เวลาดู  จะรู้สึกว่าคนทำยังหนุ่มมากเลย  เหมือนผมได้จับมือกับเขา  แล้วพบว่าร่างของผมชาไปครึ่งหนึ่ง

 

 

ผู้สัมภาษณ์      จากนั้นคุณก็เลยเป็นแฟนของเขา

ธีระ     ครับ  จากนั้นผมเริ่มตามหา  ตามสะสมผลงานของเขา  ซึ่งที่จริงก็หาได้ในตลาดหนังเกรดบี  แต่หากต้องการหาให้ครบ  กลับยาก  ไม่ได้หมายความว่าหนังทุกเรื่องของเขาได้วายหมดนะครับ  หนังสามร้อยกว่าเรื่องที่ผมมี  มีประมาณสามสิบกว่าเรื่องที่ผมให้วาย  ที่เหลือก็ได้ประมาณสองหรือสามคะแนนเท่านั้น  แต่แม้หนังที่ถือได้ว่าไม่ดี  ก็ไม่ได้เลวทั้งหมด  อย่างน้อยจะมีหนึ่งหรือสองซีนที่น่าประทับใจ  ทำให้ผมเชื่อแน่ว่า  เขาเป็นคนเก่งมาก

ผู้สัมภาษณ์      ถ้าเขามีความสามารถ  ทำไมเขาไม่ทำหนังเกรดเอละคะ

ธีระ     นี่แหละครับคือปริศนาที่น่าสนใจ  ผมถามตัวเองหลายครั้ง  เขาทำงานมานานมาก  ผลงานเยอะแยะ เด็กรุ่นน้องหลายคนที่เคยช่วยเขาทำงาน   กาลต่อมาได้กลายเป็นผู้กำกับมีชื่อมากกว่าเขา  แต่เขาก็ไม่ทุกข์ร้อนอะไร  ดูเหมือนเขาทำงานแบบสนุกๆ  หรือจะว่าอีกที  เขาไม่คิดด้วยซ้ำว่า  การทำหนังเป็นศิลปะแบบหนึ่ง  ตอนเขาตาย  เขาเป็นข่าวนิดเดียวบนหน้าหนังสือพิมพ์  และเมื่อผมลองไปค้นตามห้องสมุด  ก็พบว่าเขาไม่เคยมีบทสัมภาษณ์จริงจังเลยแม้แต่ครั้งเดียว  บทวิจารณ์หนังของเขาก็ไม่มี  เคยมีการพูดถึงบ้างนิดหน่อย  แต่อ่านดูแล้ว  ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าคนเขียนได้ดูหนังของเขาจริง   สมมติว่ามีหนังสิบเปอร์เซ็นต์จากงานของเขาได้วาย  เท่ากับว่าจากหนึ่งพันเรื่องของเขา  จะมีหนังเกรดวายถึงหนึ่งร้อยเรื่อง  ซึ่งมันมหาศาลนะครับ  ผมจึงถือว่าเขาเป็นครูในดวงใจของผมเพียงคนเดียว  แม้ทุกวันนี้ผมจะมีเพียงสามสิบกว่าเรื่อง  แต่นั่นก็มากกกว่าคนอื่นอยู่แล้ว 

ผู้สัมภาษณ์      ตอนเขาเสีย  เป็นยังไงคะ

ธีระ     เขาตายแบบคนอนาถาครับ  แม้เขาทำหนังมาก  แต่ก็ไม่ร่ำรวย  เพราะรายได้ต่ำ  ประกอบกับเขาเป็นคนใช้จ่ายฟุ่มเฟือยในชีวิต  เป็นคนรักสนุก  ผมไม่เคยเจอตัวจริงของเขาหรอกครับ  แต่ดูจากภาพถ่ายในวัยชรา  เขาผมขาว  หนวดขาว  ท่าทางน่ารักดี 

ผู้สัมภาษณ์      พอเข้าใจจิตใจเขาไหมคะ

ธีระ     ไม่หรอกครับ  มันเร้นลับมากเลย  อาจเป็นว่าเขาสนุกกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า  เล่าว่าเขาทำหนังโดยไม่ต้องมีบทภาพยนตร์ก็ได้  หลายเรื่องเขามีเพียงเนื้อเรื่องย่อ  หรือที่เรียกว่าทรีดเม้นท์ประมาณยี่สิบหน้า  เมื่ออ่านทรีดเม้นท์นี้จบแล้วเขาจะตัดสินใจได้ทันทีว่าเขาทำได้ไหม  หากทำได้  เขาก็รับทำ  และเปิดกล้องเลย  ปกติเราทำหนังแบบนี้ไม่ได้หรอกครับ  อะไรจะง่ายอย่างนั้น  หนังยาวสองชั่วโมงนะครับ

ผู้สัมภาษณ์      แล้วจริงๆหนังของเขาดีหรือไม่ดีกันแน่คะ

ธีระ     อันนี้เป็นเรื่องตอบยากครับ  เพราะในทางศิลปะสากลที่เรารู้จักกัน  หนังของเขาไม่อาจนับว่าดีเลิศได้แม้แต่เรื่องเดียว  เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งพันเรื่องแห่งความล้มเหลว  แต่หากเรามองลึกเข้าไปถึงเบื้องหลังการถ่ายทำ  คิดถึงเวลาและเงินทุน  เราจะเห็นภาพอีกแบบหนึ่ง  ซึ่งประหลาดมาก  หนังของเขาเรียกร้องอะไรบางอย่างจากคนดูครับ  ให้ไปพบเขาครึ่งทาง  ซึ่งสิ่งนี้เป็นไปไม่ได้สำหรับชาวโลกทั่วไป  ดังนั้นหนังของเขาจึงถือได้ว่าล้มเหลวทั้งหมด  แต่ผมอาจเป็นคนยกเว้นที่พร้อมจะไปพบกับเขาที่ครึ่งทาง  นี้คือครูคนเดียวของผม  ที่ทำให้กาลต่อมาผมกลายเป็นนักวิจารณ์หนังได้  ผมเรียนรู้อะไรมากมายเกี่ยวกับภาพยนตร์จากเขา  และไม่เท่านั้นหรอกครับ  มันขยายออกไปถึงชีวิตด้วย

ผู้สัมภาษณ์      ช่วยขยายความตรงนี้ด้วยนะคะ

ธีระ     คือผมใช้วิธีการเดียวกันนี้ในการฟังเพลงและอ่านหนังสือ   คือหนัง  เพลง  หนังสือ  มีธรรมชาติแตกต่างกัน  แต่ผมสามารถจัดกลุ่มได้เช่นกัน  และกลุ่มที่สำคัญที่สุดคือวาย 

ประสบการณ์ชีวิตก็เช่นกัน ในนั้น  วาย  คือหัวใจของผม  มันอาจเปราะบาง  เพราะมันอยู่พ้นการให้คะแนน   การพบมันแต่ละครั้ง  ทำให้ชีวิตของผมเปลี่ยนไป  ทั้งที่แต่ละประสบการณ์นั้นอาจเล็กน้อยเหลือเกิน  อาจบอบบางจนเกือบไม่มี

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]