• ฟ้าพูลวรลักษณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : buengpoon@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 38
  • จำนวนผู้ชม : 34926
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
ผู้กำกับของฟ้า
บทสัมภาษณ์สมมุติ ถึงผู้กำกับภาพยนตร์ แต่งโดยฟ้า และเรื่องสั้น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/fipoonvoralak
วันอังคาร ที่ 29 เมษายน 2551
Posted by ฟ้าพูลวรลักษณ์ , ผู้อ่าน : 892 , 16:20:00 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เรื่องที่เก้า

เรขา

 

บทความต่อไปนี้คือบทสัมภาษณ์ผู้กำกับคนหนึ่งที่ไม่นานมานี้  มีผลงานที่น่าสนใจออกมาสองเรื่อง  ชีวิตของเขาน่าสนใจตรงที่ว่าเขาเป็นผู้อำนวยการสร้างของบริษัทที่มีชื่อเสียงมาหลายปี  ก่อนที่จะหันมากำกับหนังเอง  และได้ผลงานที่น่าประทับใจ

 

เขาคือคุณสุธรรม  อำนาจจริยะ  ปีนี้อายุ  ๔๐ ปี 

 

บทความนี้  ตัดตอนมาจากเทปบันทึกการสัมภาษณ์  ขณะนั่งคุยกันอยู่ในคฤหาสน์หลังงามของเขา 

 

ผู้สื่อข่าว          เป็นเรื่องแปลกที่ผู้อำนวยการสร้างหนังที่ประสบความสำเร็จอย่างคุณสุธรรม  กลับมาเป็นผู้กำกับและประสบความสำเร็จอีกด้วย  เกิดอะไรขึ้น

สุธรรม            ที่จริง  ผมเป็นผู้อำนวยการสร้างตัวปลอม

ผู้สื่อข่าว          เพราะอะไร  หนังที่มีเครดิตว่าคุณสุธรรมเป็นผู้อำนวยการสร้างหนังมีมากกว่ายี่สิบเรื่อง  ไม่ใช่หรือ

สุธรรม            ครับ  แต่หากคุณมองดูให้ดี  จะเห็นว่ามันเป็นงานของพวกผมสองพี่น้อง  คือสุเมธ-สุธรรม  โดยมีพี่ชายของผม  คุณสุเมธเป็นประธานของบริษัท  ส่วนตัวผมเป็นรองประธาน  ผมไม่เพียงถือหุ้นน้อยกว่า  แต่ในการทำงาน  พี่ชายของผมทำมากกว่าผมเยอะครับ  เขาจึงจะเป็นผู้อำนวยการสร้างตัวจริง  เขาจะคุมงานสำคัญเกือบทั้งหมด  เหลืองานที่ไม่ค่อยสำคัญให้ผม  สาเหตุสำคัญอีกอันหนึ่งคือผมเป็นคนขี้เกียจ

ผู้สื่อข่าว          แต่ทำไมคนขี้เกียจจึงหันมาเป็นผู้กำกับหนังละ

สุธรรม            มันมีที่มา  คือในแต่ละปี  จะมีคนส่งบทภาพยนตร์ให้ทางบริษัทของเราหลายสิบเรื่อง  ในนั้นจะมีประมาณเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่ไม่ผ่าน  พี่สุเมธเขาเป็นคนเลือกเอง  ว่าจะรับทำหนังเรื่องไหน  ส่วนที่เหลือเขาให้ผมจัดการเขียนจดหมายตอบกลับไปว่า  บทของพวกเขาไม่ผ่าน 

ผู้สื่อข่าว          มันเป็นงานที่ไม่น่าทำเลย  ทำไมไม่ให้ลูกน้องคนอื่นทำละ  ต้องเป็นคุณสุธรรม

สุธรรม            สาเหตุคงเป็นเพราะพี่สุเมธเกรงใจคนส่ง  เขาอยากให้พวกเขาทราบว่าทางเราพิจารณางานของพวกเขาอย่างตั้งใจ  จึงให้ผมซึ่งเป็นหนึ่งในสองผู้อำนวยการสร้างทำหน้าที่นี้  หากมีเพียงรายเดียว  พี่สุเมธอาจตอบเองก็ได้  แต่ในแต่ละปีจะมีหลายสิบคน  เขาไม่ว่างพอ  จึงโอนหน้าที่นี้ให้ผม  แต่ก่อนที่ผมจะตอบ  ในยามว่างผมหยิบงานที่ไม่ผ่านการคัดเลือกนี้ขึ้นมาอ่านใหม่อีกรอบ  แล้วผมก็พบว่าในนั้นมีงานบางชิ้นน่าสนใจ  เพียงแต่ต้องมีการดัดแปลงบางอย่าง  ผมจึงเรียกตัวเจ้าของบทที่ผมสนใจนั้นมา

ผู้สื่อข่าว          เพื่ออะไร

สุธรรม            เพื่อบอกกับเขาซึ่งๆหน้าว่า  งานชิ้นนี้ที่จริงไม่ผ่าน  แต่ผมสนใจ  หากเขายอมให้ผมดัดแปลงตามใจชอบได้แล้วละก็  ผมกับเขาจะใช้เครดิตร่วมกันในฐานะผู้เขียนบท  และผมจะกำกับหนังเรื่องนี้เอง  โดยให้เขาเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ  มันเป็นข้อตกลงง่ายๆ  อยู่ที่เขาจะเห็นชอบไหม  หากไม่เห็นชอบ  ผมก็บาย  และเลือกงานชิ้นอื่น  แต่ส่วนใหญ่พวกเขาจะตอบรับครับ  เพราะเป็นการยากที่จะเกิดในวงการนี้   และนี่คือที่มาของงานสองชิ้นของผม  ได้แก่   สามทหารเสือ  และ  เรขา

ผู้สื่อข่าว          แต่ทำไมคุณสุธรรมไม่คิดเรื่องเอง  หรือหาเรื่องเอง  ต้องใช้วิธีกรองเอาจากงานที่ตกรอบแล้วเช่นนี้

สุธรรม            สาเหตุแรกเพราะผมเป็นคนขี้เกียจ  (  หัวเราะ )

ผู้สื่อข่าว          มีเหตุผลอื่นไหม

สุธรรม            ผมคิดว่ามนุษย์เราสมควรได้รับโอกาสที่สองครับ  เหมือนผมไปดูประกวดนางงาม  ผมพบว่านางงามตกรอบบางคนที่จริงหากมีการปรับปรุงตัวบางอย่าง  ดัดแปลงบางอย่าง  เธออาจสวยไม่น้อยกว่านางงามที่เข้ารอบ  หรืออาจสวยยิ่งกว่า  เช่นบางคนอาจเดินไม่สวย  แต่หากหาครูฝึกที่ดีก็สามารถแก้ไขได้  หรือบางคนอาจมีทรงผมที่ไม่เหมาะกับใบหน้า  หากได้ช่างทำผมที่เก่งพอ  ก็แก้ได้ไม่ยาก  บางคนอาจต้องผ่าตัดเสริมความงามบางส่วน  นั่นก็ไม่เสียหายอะไรในยุคนี้  ผมเห็นใจนางงามตกรอบ  เวลาผมอ่านบทภาพยนตร์ที่ตกรอบเหล่านั้น  ผมอดคิดไม่ได้ว่า  หนทางยังมีอยู่  เพียงแต่มองให้เห็นเท่านั้น  โดยส่วนลึกผมคิดอยากจะแข่งกับพี่ชายของผมด้วย  ว่าเรื่องที่เขาคัดทิ้งแล้วนี้  ผมอาจสามารถทำให้ดีกว่าบทที่เขาเลือกเอง  มันเป็นเกมเล็กๆระหว่างผมกับพี่ชายของผมด้วย

ผู้สื่อข่าว          อยากให้เล่าเรื่อง  สามทหารเสือ  บทเดิมเป็นเรื่องของอะไร

สุธรรม            เป็นเรื่องของชีวิตขอทานสามคนครับ  ที่ต้องช่วยกันเพื่อความอยู่รอด  คนหนึ่งตาบอด  คนหนึ่งหูหนวก  อีกคนหนึ่งขาเป๋  มันเป็นหนังชีวิตล้วนๆที่เศร้าเกินไป  แม้จะเป็นจริงได้  แต่ผมก็ยังไม่ชอบอยู่ดี  ผมจึงเปลี่ยนเป็นคนปัญญาอ่อนสามคนแทน

ผู้สื่อข่าว          ผลที่ออกมาเป็นยังไง

สุธรรม            (  หัวเราะ )  จากชื่อเรื่อง  เราอาจคิดว่าเป็นเรื่องของสามนักสู้ผู้มีความสามารถ  เหมือนนิยายเรื่อง  Three Musketeers  ของ Alexander Dumas  แต่พอดูใบปิดก็จะหัวเราะท้องแข็งเลยครับว่าไม่ใช่  มันเป็นหนังตลกกึ่งเศร้า  เป็นเรื่องของเด็กปัญญาอ่อนสามคน  ที่เพื่อความอยู่รอด  ทำให้พวกเขารักกัน  และคอยช่วยเหลือกัน  เด็กปัญญาอ่อนสามคนนี้  อายุประมาณสิบหกสิบเจ็ด  แต่จิตใจของพวกเขา  ยังเหมือนเด็กน้อยอายุสี่ห้าขวบเท่านั้นเอง  พวกเขาแม้จะยังเด็กในทางความคิดและอารมณ์  แต่พวกเขาก็พอเข้าใจถึงความรักระหว่างเพื่อน  จุดนี้เองที่เป็นหัวใจของเรื่อง  วันหนึ่งเด็กสามคนนี้พบเฮโรอินถุงใหญ่ของอาญากรกลุ่มหนึ่ง  พวกเขาไม่เข้าใจหรอกครับว่าของนี้สำคัญอย่างไร  รู้แต่ว่าคนอื่นอยากได้  คิดว่ามันเป็นการเล่นซ่อนหาอย่างหนึ่ง  พวกเขาจึงเอามันไปซ่อน  ทำให้ชีวิตของพวกเขาตกอยู่ในอันตราย 

ผู้สื่อข่าว          ในแง่ของการถ่ายทำ อะไรคือหัวใจของหนังเรื่องนี้

สุธรรม            คือการที่ผมใช้คนปัญญาอ่อนจริงๆเล่น  มีบางสิ่งในโลกของภาพยนตร์ที่ผมรับไม่ได้  อย่างการเอาคนมีอายุมาเล่นเป็นเด็ก  เช่นเอาผู้หญิงอายุสามสิบมาเล่นเป็นเด็กสาวอายุสิบห้าสิบหกปี  หากเป็นการแสดงละครบนเวที  ผมรับได้  เพราะคนดูจะนั่งดูห่างไกล  เราจะคอยดูภาษาของร่างกายมากกว่า  คือดูกิริยาท่าทางของเธอ  ซึ่งนักแสดงบางคนเล่นได้เก่งมาก  จนเราเชื่อว่าเธอเป็นเด็ก  กิริยาแกว่งแขน  กิริยาบิดตัว  ท่าทางกระโดดฯลฯ  ดาราบางคนสามารถทำได้ดีเท่าเด็ก  หรือดียิ่งกว่า  แต่หนัง  ต้องมีการโคลสอัพ  ทันใดนั้นความมีอายุของเธอก็จะปรากฏขึ้น  มันทำลายอารมณ์ของหนังหมดเลยครับ  เช่นเดียวกับบทของคนปัญญาอ่อน   หากเราเอาดาราที่แม้จะเล่นเก่งเพียงไหน  ผมดูแล้วจะมีความรู้สึกแปลกๆ  รับไม่ได้  คือผมไม่เชื่อในภาพที่เห็น  เหมือนมีอะไรบางอย่างขาดหายไป  หากเป็นการแสดงละครเวที  โอเคครับ  เพราะเราไม่มีทางเอาคนปัญญาอ่อนไปเล่นบนเวทีได้  พวกเขาเล่นไม่เป็นหรอก  ต้องใช้ดาราที่มีฝีมือการแสดงสูง  แต่สำหรับหนัง  เราใช้คนปัญญาอ่อนจริงๆเล่นได้  เพราะเราถ่ายทำหลายเทคได้  ตัดต่อช่วยได้  เหมือนเอาเด็กทารกมาเล่นหนัง  เล่นเป็นตัวเอง  มันยากและเหนื่อย  เหมือนจับปูใส่กระด้ง  แต่หากเราวางบทให้ดี  ตัดต่อให้ดี  ถ่ายดี  หนังจะออกมาสวยงามเป็นธรรมชาติ  และทำให้สะเทือนใจ 

ผู้สื่อข่าว          มีดาราอาชีพบางคนเล่นเป็นคนปัญญาอ่อนจนได้รางวัลนี่ครับ

สุธรรม            แต่ผมก็ยังไม่เชื่อแววตาของพวกเขาอยู่ดี 

ผู้สื่อข่าว          หนังของคุณสุธรรมประสบความสำเร็จทุกเรื่อง  โดยเฉพาะเรื่องที่สอง  เรขา  บทเดิมเป็นยังไงครับ

สุธรรม            บทเดิมก็คือบทในหนังครับ  เรื่องนี้ผมคงบทเดิมทั้งหมด

ผู้สื่อข่าว          อ้าว

สุธรรม            ผมเปลี่ยนเพียงแค่ดารา  กล่าวคือ  ผมใช้นางเอกสามคนเล่นเป็นตัวละครตัวเดียวที่ชื่อเรขา  ตามเนื้อเรื่อง  เรขาเป็นเด็กสาวอายุสิบหกปี  กำลังจะจบมัธยมปลายนะครับ  เธอมีผู้ชายมาหลงรักสามคน  คนหนึ่งวัยเดียวกับเธอ  เป็นเด็กนักเรียนชั้นเดียวกัน  อีกคนเป็นรุ่นพี่  อายุยี่สิบห้าปี  อีกคนหนึ่งเป็นชายมีอายุ  รุ่นคุณอา  อายุประมาณสี่สิบปี  เนื้อเรื่องเรียบๆ  ธรรมดา  แสดงความสับสน  ความอ่อนไหวของตัวเอก 

ผู้สื่อข่าว          คุณใช้ดารายังไง

สุธรรม            ผมใช้นางเอกสามคน  คือออน  เจน  และพลอย  ออนปีนี้อายุสิบแปดปี  เจนอายุสิบเจ็ด  ส่วนพลอยอายุสิบหกปีเท่าอายุตัวละคร  ผมใช้ดาราสามคนเพราะพวกเธอมีบุคลิกแตกต่างกัน  ออนจะเป็นผู้หญิงที่สุดในสามคน  สวย  หวาน  แต่ขณะเดียวกันก็ร้ายที่สุด  ส่วนเจนจะ sexy ที่สุด  รูปร่างงดงาม  แววตาเย้ายวน  ส่วนพลอยกลับคล้ายเด็กผู้ชาย  ผมสั้น เธอดูคล้ายร้าย  แต่ที่จริงกลับซื่อที่สุด  คุณจะสังเกตว่าการเลือกดาราครั้งนี้  ผมใช้ดาราใหม่สองคนคือออน กับพลอย  ส่วนเจนเป็นนางแบบมีชื่อ  ที่เคยเล่นหนังมาหลายเรื่องแล้ว  ผมต้องการสร้างความขัดแย้งทางอารมณ์  เหมือนบางครั้งเรขาก็คล้ายเด็กๆที่ไม่รู้ประสีประสาทางโลก  แต่บางครั้งก็กลับเป็นตรงกันข้าม

ผู้สื่อข่าว          ทำไมต้องใช้ดาราสามคน

สุธรรม            เพราะผมต้องการให้เห็นว่าหนังเรื่องนี้  ไม่สำคัญหรอกครับว่าเธอจะเลือกรักผู้ชายคนไหน  แต่สำคัญที่อารมณ์ของเธอต่างหาก  มันเป็นอารมณ์ของเด็กสาว  ที่เร้นลับอย่างประมาณไม่ได้  และผมใช้ความพิเศษสุดของความเป็นหนัง  ที่เป็นสื่อชนิดหนึ่ง  เปล่งพลังตัวนี้ออกมาอย่างเต็มที่  สมมติว่านี้เป็นงานวรรณกรรมนะครับ  กว่าเราจะอธิบาย  บรรยายให้คนอ่านรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของตัวเอก  ต้องกินเวลานานมาก  และไม่แน่ว่าจะได้ผล  แต่สำหรับหนัง  การเปลี่ยนตัวดารา  โดยการแพนภาพนิดเดียว  การตัดต่อแวบเดียว  คนดูจะรู้ทันทีว่าตอนนี้เรขาเธอเปลี่ยนอารมณ์แล้ว  และเร้นลับเหลือเชื่อ  ผมจะให้คนดูรู้ว่านางเอกสามคนนี้แท้จริงคือคนเดียวกันในเนื้อเรื่อง  เช่นในขณะที่เธอนั่งกินอาหารกับตัวละครชายคนหนึ่งในภัตตาคาร  กล้องเพียงย้ายตำแหน่งนิดเดียว  เราจะเห็นเด็กสาวคนนี้เปลี่ยนหน้าไปแล้ว  แววตาก็เปลี่ยน  ทรงผมก็เปลี่ยน  แม้แต่เสื้อผ้าบางทีก็เปลี่ยน

ผู้สื่อข่าว          ทำไมต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย

สุธรรม            เพราะดาราแต่ละคน  มีความเหมาะสมกับเสื้อผ้าไม่เหมือนกัน  เช่น คนหนึ่งอาจเหมาะกับชุดขาว  อีกคนอาจเหมาะกับชุดแดง  แต่เพราะนางเอกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก  ผมจึงสร้างความขัดแย้งด้วยการให้ตัวละครคนอื่นเหมือนเดิม  เรียกว่าเป็นคนปกติ  หากผมให้พระเอกเปลี่ยนเป็นหลายคนด้วย  คนดูจะงงครับ  ทำให้ไม่สนุก 

ผู้สื่อข่าว          ฉากจะเปลี่ยนด้วยไหม

สุธรรม            บางครั้งผมต้องการเน้นอารมณ์นางเอก  แม้แต่ฉากผมก็เปลี่ยน  เช่นตอนหนึ่งในภัตตาคาร  พอผมเปลี่ยนจากพลอยเป็นออน  รายละเอียดในภัตตาคารนั้นมีการเปลี่ยนแปลง  หากผู้ชมสังเกตให้ดี  มันเป็นภัตตาคารเดิม  แต่โต๊ะเก้าอี้มีการเปลี่ยนแบบ  โคมไฟก็เปลี่ยน  แม้แต่สีภายในภัตตาคารก็ถูกทาขึ้นมาใหม่  คือผมต้องการสื่อให้เห็นว่าโลกตอนนี้ถูกมองผ่านสายตาของออน 

ผู้สื่อข่าว          ทำไมไม่เปลี่ยนภัตตาคารเลย จะไม่ง่ายกว่าหรือ  ลำบากกับการทาสีใหม่

สุธรรม            เพราะถ้าเปลี่ยนมากไป  คนดูกลับไม่ประทับใจในความเป็นคนเดิมของเธอ  จึงต้องเปลี่ยนเพียงพอประมาณ  คือทำให้คนดูรู้ว่าพวกเขาแท้จริงยังนั่งอยู่ในภัตตาคารเดิม

ผู้สื่อข่าว          อะไรเป็นตัวกำหนดการเปลี่ยนดาราเหล่านี้ 

สุธรรม            ผมคิดว่าเรขาเปลี่ยนตามหลักสำคัญสองประการ  หนึ่งคือกาลเวลา  เช่นยามเช้าหรือยามเย็น  กลางวันหรือกลางคืน  จึงมีฉากหนึ่งที่พอท้องฟ้าเปลี่ยนสีจากยามบ่ายเป็นยามเย็น  เราจะเห็นเธอเปลี่ยน  อีกประการหนึ่งคืออารมณ์ที่มาตกกระทับ  ความดีใจ  เสียใจ  ความโกรธ  ความปวดร้าว  ความน้อยใจ  ฯลฯ  สิ่งเหล่านี้ก็มีผลเช่นกัน  เรียกได้ว่าเธอเป็นคนที่เร้นลับ  ยากจะคาดคะเนได้  เพราะเหตุนี้ผมจึงไม่เปลี่ยนเนื้อเรื่องเลย  ปล่อยให้มันธรรมดาอย่างที่สุด  เพื่อเน้นความสับสนที่เธอต้องมาเจอผู้ชายสามคน  ในวัยที่เธอเพิ่งเริ่มโตเป็นสาว 

ผู้สื่อข่าว          อะไรคือพลังของหนังเรื่องนี้  มันกลายเป็นหนังในดวงใจของคนหลายคน

สุธรรม            หากผมพูดในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง  ผมดูหนังเรื่องนี้จบ  จะโหยหานางเอกครับ  อยากเจอผู้หญิงอย่างนี้ในชีวิตจริง  เธอเป็นที่สุดแห่งที่สุด  เป็นหนึ่งเดียวในดวงใจ  ที่หาได้เฉพาะในหนังเท่านั้น  ผู้ชายหลายคนจะหลงใหลผู้หญิงที่เต็มไปด้วยพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง  ความเร้นลับแห่งกาลเวลา  และความลับแห่งอารมณ์ของเธอ  เราจะคาดเดาไม่ถูกในแต่ละภาพ  แต่ละวินาที  มันน่ากลัวกว่าหนังผี  น่าติดตามยิ่งกว่าหนังสืบสวน  ทั้งที่มันเป็นหนังรักธรรมดาเรื่องหนึ่ง  แต่คนดูจะเกาะเก้าอี้แน่น  แม้แต่ผู้หญิงด้วยกันเอง  ก็รู้สึกได้  ว่าอยากเหมือนเธอ  อยากเป็นคนแบบนี้  มันเป็นอิสรเสรีข้างใน  เรขาคือตัวแทนของผู้หญิงครับ  ทั้งในสายตาของผู้ชาย  และในความร้สึกของผู้หญิง  อารมณ์นี้หากเป็นสื่ออื่นจะสร้างยาก  แต่สำหรับหนัง  มันง่ายเหมือนใส่พานมาเลย 

ผู้สื่อข่าว          คุณสุธรรมรักเรขามาก

สุธรรม            ครับ  ผมจึงมาทำหนัง

 

 

 

 

 

 

 

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]