• ฟ้าพูลวรลักษณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : buengpoon@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 38
  • จำนวนผู้ชม : 34920
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
ผู้กำกับของฟ้า
บทสัมภาษณ์สมมุติ ถึงผู้กำกับภาพยนตร์ แต่งโดยฟ้า และเรื่องสั้น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/fipoonvoralak
วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม 2551
Posted by ฟ้าพูลวรลักษณ์ , ผู้อ่าน : 1007 , 09:14:07 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผู้สื่อข่าว          เรื่องที่สามและที่สี่  คือ  รอยสักมังกรภาคต้นและภาคปลาย  อยากให้เล่าที่มา

ปฐมภูมิ          ก่อนอื่นผมบอกก่อนครับว่าในบรรดานักเขียนนิยายกำลังภายใน  ที่ผมชอบที่สุดในฐานะคนทำหนังคือ  ลิ่วชั่งเอี๊ยง  กับ  อุนเลี้ยงเง็ก  คนแรกเป็นนักเขียนเกรด C  เท่านั้น  คือขาดความลึก  แต่ผมชอบมากกว่ากิมย้ง  โก้วเล้ง  หรือแม้แต่อึ้งเอ็ก  ในเชิงวรรณกรรมนักเขียนอย่างกิมย้งเหนือกว่าครับ  โก้วเล้งก็สำบัดสำนวนงดงามกว่ามาก  อึ้งเอ็กก็หนักแน่น  ทันสมัย  ฯลฯ  แต่ผมรักลิ่วชั่งเอี๊ยง  เพราะมันขาดความลึก  ทำให้ผมสามารถจินตนาการต่อเติมได้มาก  และเพราะมันบู๊ดี  แบบเด็กๆ  เวลาสร้างภาพเป็นหนังแล้วผมคิดว่าได้ผลกว่า  มันสอดคล้องกับปรัชญาในการทำหนังของผม  ที่เริ่มจากความตื้น 

ผู้สื่อข่าว          อะไรคือจุดเด่นของ  รอยสักมังกร  เรื่องนี้คุณคงรักมาก  ไม่เช่นนั้นคงไม่สร้างสองภาค  แต่ที่จริงมันคงมีดีแน่  เพราะเป็นงานที่สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการ  โดยเฉพาะวัยรุ่น

ปฐมภูมิ          จุดเด่นก็คือมันบู๊ดี  สู้กันทั้งเรื่อง  เกินเลยกว่าความคาดหมาย  เกินกว่าที่จะเชื่อได้  เพราะนักสู้ในหนังสองภาคนี้รวมกัน  เฉพาะที่เป็นผู้มีฝีมือ  ไม่นับลูกสมุนปลายแถว  มีประมาณสองร้อยคน  และรบกันล้มตายเป็นเบือ  เรียกว่าเปลืองตัวละครมากที่สุดในโลก  มันดุเดือดเพราะมันสู้กันแบบตะลุมบอน  ของพรรคประมาณเจ็ดพรรค  แต่ละพรรคมีผู้ทรงฝีมือประมาณยี่สิบกว่าคน  คิดดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น  มันเป็นหนังที่บู๊ที่สุดเท่าที่เคยมีมา  เด็กวัยรุ่นดูกันตาค้างเคยครับ (  หัวเราะ )

สังเกตดูเขาคุยอย่างไม่เบื่อหน่าย  ในสิ่งที่เขารัก

ปฐมภูมิ          เรื่อง รอยสักมังกร  เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่ง  ก็พระเอกนะครับ  โดนเมียเล่นชู้กับเพื่อนรัก  พวกเขาลอบทำร้ายเขาเกือบเสียชีวิต  แต่ด้วยปรากฏการณ์ปาฏิหาริย์  เขารอดมาได้  แถมยังได้ฝึกยอดวิชาของจอมคนคนหนึ่ง  และให้เขาออกไปตามหาสมุนของเขาในทะเลทราย  มันคือ พรรคอินทรีทะเลทราย  และนี่คือการเปิดเรื่อง  พระเอกกับเหล่าสมุนพวกนั้นยกพรรคเข้ายุทธจักรเพื่อล้างแค้น  ระหว่างทางก็พบพรรคอื่น  ซึ่งมีชื่อแปลกๆ  เป็นโลกของมันเอง  เช่นพรรคกลุ่มโจรนอกกำแพงใหญ่  พรรคเสื้อสีเทา  พรรคจิ้งจอกเหินฟ้า  ป้อมขนนก  ฯลฯ  มันเป็นหนังที่สู้กันดุเดือดตลอดเรื่อง  เกือบไม่มีเนื้อเรื่องเลย

ผู้สื่อข่าว          แล้วจะสนุกหรือครับ

ปฐมภูมิ          มันสนุกครับ  สนุกอีกแบบหนึ่ง  ผมรู้เพราะนี่เป็นนิยายกำลังภายในที่ผมรักที่สุดเรื่องหนึ่ง  หลายสิบปีไม่เคยลืม  ผมก็แปลกใจว่าเพราะอะไร  ในเมื่อเนื้อหาก็ตื้นมาก  เพราะฉากรบมันงดงาม  ดุเดือดครับ  ผมฝันถึงมันเสมอ  คิดดูว่ามีนักสู้ประมาณสองร้อยคน  แต่ละคนแปลกๆทั้งนั้น  แต่ละพรรคจะมีประมุขพรรค  รองหัวหน้าคนที่หนึ่ง  รองหัวหน้าคนที่สอง  มีองครักษ์  มีหัวหน้าหมวดห้าคน  หัวหน้ากองห้าคน  ประมุขธงสีห้าสี  หัวหน้าตึกลงทัณฑ์  ผู้พิทักษ์กฎ  ฯลฯ  วุ่นวายสนุกมากเลย  เหมือนอยู่ในโลกแห่งความฝัน  สนุกกว่าสำนักบู๊ตึ้ง  เซ้าหลิน  ฮั้วซัว ฯลฯ เสียอีก  เพราะปรากฏเพียงครั้งเดียวในนิยายเรื่องนี้  แล้วไม่เคยเห็นอีกเลย  เช่นพรรคจิ้งจอกเหิรฟ้า  ไม่เคยได้ยินชื่ออีกเลย  แต่พรรคของพวกพระเอกสำคัญที่สุด  ส่วนพวกที่เหลือเป็นผู้ร้าย  ในเรื่องเดิมพระเอกมีองครักษ์ชายสองคน  แต่ผมเปลี่ยนใหม่ให้เป็นหญิง  เพราะเรื่องนี้ผู้ชายเยอะมากแล้ว  คนซ้ายคือ กระบี่ซ้าย  คนขวาคือ  ดาบไว  สองคนนี้ก็น่ารักดี  สง่าดี 

ผู้สื่อข่าว          มิน่าเด็กวัยรุ่นถึงชอบเรื่องนี้  เรียกว่าบ้าเลย  เพราะหนังเรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ

ปฐมภูมิ          ครับ  ถ้าจะบ้าต้องบ้าให้ถึงที่สุด  เด็กวัยรุ่นชอบการต่อสู้  ความฉับไว  และการไม่ประหยัดตัวละคร  แต่ละคนที่ออกมา  อีกไม่กี่นาทีก็อาจตายได้  ทั้งที่ตัวละครนั้นสง่ามาก  อันนี้เป็นความสะใจ  ผมเกลียดการอั้นตัวละคร  เช่นควรตายก็ไม่ยอมตายเสียที  น่าจะฆ่าได้แล้ว  ก็ยังจับเป็นไว้ก่อน  ทำให้หนังยาวออก  แต่เสียความรู้สึก  และไม่สมจริง  ผมชอบทีเดียวตายเลยครับ  ไม่เสียดายตัวละคร  เพราะอีกสักครู่ตัวละครใหม่ก็ออกมาอีก ( หัวเราะ )  อารมณ์ฉับไวแบบนี้  เป็นความสนุกสนานที่ลืมได้ยาก  เรียกว่า มันมาก  แต่คุณสังเกตไหมครับว่า  หนังจะพักเป็นระยะด้วยฉากที่จงใจอืดกว่าปกติ  เช่นฉากพระเอกกินข้าวกับนางเอก  จงใจทำให้ช้าและอืดมาก  กล้องไม่เคลื่อนไปไหน  นั่งคุยกัน  ล้อเล่นกัน  จูบกัน ฯลฯ   บางครั้งก็เป็นฉากพระเอกนั่งกินข้าวกับพรรคพวก  แล้วพูดเล่นกัน  มันกินเวลานาน  ผมจงใจให้เป็นการพักครับ  เหมือนมวยสิบห้ายก  ชกกันดุเดือด  ต้องมีพักให้น้ำให้ท่าแก่คู่ต่อสู้  คนดูไม่ร้สึกว่ามันอืด  เพราะคนดูต้องการพักครับ  แล้วอีกสักครู่ค่อยรบกันใหม่  (  หัวเราะ )  หากตัดเอาฉากคุยกันเหล่านั้นมารวมกัน  จะพบว่านี้เป็นหนังที่อืดเหลือหลาย  ผมจงใจให้ฉากเหล่านั้นไม่มีความลึกด้วย  เพราะต้องการพักจริงๆ  กินข้าวก็คือกินข้าว  คุยกันก็คือคุยกัน  หยอกล้อกันเพียงหยอกล้อ 

 

ผู้สื่อข่าว          เรื่องที่ห้า  ตะลุยแดนสิบจอมมาร   มาจากไหน

ปฐมภูมิ          เรื่องนี้ผมดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูนและเขียนต่อเติมเอง  มันเป็นเรื่องของพระเอกกับนางเอกที่ต่างก็มีพลังฝีมือสูงส่ง  แต่เป็นศัตรูค่อาฆาตกัน  อันเนื่องมาจากความแค้นของตระกูล  สองตระกูลนี้รบกันมาจนแต่ละฝ่ายเหลือฝ่ายละคน  คือพระเอกกับนางเอก  พระเอกปลงชีวิตแล้วครับ  เบื่อการตามล้างตามล่าของนางเอกเต็มที  เขาจึงหนี  ส่วนนางเอกก็ไม่ยอมเลิกรา  ยังตามล้างแค้นพระเอก  ท้ายที่สุดพระเอกหนีมาถึงประสาทร้างแห่งหนึ่ง  นางเอกก็ตามเข้าไป  ตอนแรกคิดว่ามันเป็นเพียงประสาทร้าง  ที่ไหนได้  Jackpot เลย (  พูดถึงตอนนี้เขานิ่งเงียบไปนิดหนึ่ง )

ผู้สื่อข่าว          เกิดอะไรขึ้นครับ 

ปฐมภูมิ          ภายนอกมันดูเป็นปราสาทร้าง  แต่แท้จริงมันเป็นที่ซ่อนตัวของสิบจอมมาร  ที่หนีศัตรูมาซ่อนตัวอยู่ในนั้น  เป็นเวลาหลายสิบปีแล้วครับ  ที่จริงศัตรูที่พวกเขากลัวเสียชีวิตไปแล้ว  แต่พวกเขาไม่รู้ตัว  เพราะอยู่ในโลกมืดนั้นนานเกินไป  มันเป็นปราสาทที่ใหญ่มาก  มีห้องลับมากมาย  มีทั้งห้องใต้ดิน  ห้องลับใกล้ดาดฟ้า ฯลฯ  เหมือนเป็นนรกข้างในที่มีหลายขุม  มารแต่ละตัวก็แยกกันอยู่อย่างโดดเดี่ยว  พวกมันไม่สู้กันเอง  แต่ก็ไม่สามัคคีกัน  เพราะพวกมันเป็นมารที่แต่ละตัวเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว  พวกมันไม่ปรากฏตัวพร้อมกันหรอก  หากทำเช่นนั้นพระเอกนางเอกก็ตายตั้งแต่ต้นเรื่องแล้ว  สิบมารเก็บตัวอยู่ในประสาทร้างนั้น  ยามว่างก็ฝึกปรือพลังฝีมือ  จนแต่ละมารล้วนร้ายกาจ  พระเอกนางเอกเหมือนไปบุกรุกถิ่นของพวกเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ  ไปปลุกจอมมารให้ตื่นขึ้น  พระเอกกับนางเอกต้องหันมาร่วมมือกันสู้กับมารแต่ละตัว  ตอนแรกแม้พวกเขาจะเป็นศัตรูกัน  แต่มาเจอจอมมารที่ร้ายกว่ามาก  พวกเขาก็ลืมความแค้น  หันมาไว้ใจกัน 

ผู้สื่อข่าว          พวกเขาได้แก่ใครบ้างครับ

ปฐมภูมิ          สิบจอมมารได้แก่ ๑  เด็กผี ๒ คนตาบอด ๓ กิ้งก่า ๔ คางคก ๕ กะเทย ๖ งูจงอาง ๗ หนู  ๘ จิ้งจก ๙  คนดีดพิณ ๑๐  เทวีปีศาจ  หนังสนุกตรงที่แม้คนดูจะรู้แต่ต้นเรื่องว่าในปราสาทนี้มีสิบจอมมาร  แต่ว่าแต่ละมารจะมีหน้าตาบุคลิกยังไง  กลับต้องรอดู  เพราะมันจะปรากฏตัวช้าๆ  เหมือนค่อยๆตื่นจากการนอนหลับอันยาวนาน  เช่นเรารู้ว่ามีคางคก  แต่เราก็ไม่รู้ว่าคางคกมีมุมมองยังไง  มีเทวีปีศาจ  แต่เรายังไม่รู้ว่าเธอเพราะอะไรจึงมีฉายานี้  หนังยกเว้นฉากแรกและฉากจบ  เกือบทั้งเรื่องถ่ายทำอยู่แต่ในปราสาทร้างแห่งนี้ มันจะดำมืดเป็นส่วนใหญ่ 

ผู้สื่อข่าว          อะไรคือจุดเด่นของหนังเรื่องนี้

ปฐมภูมิ          ผมจงใจสร้างให้คนดู  ดูผ่านสายตาของจอมมารแต่ละคน  เช่นเมื่อถึงเด็กผี  ซึ่งเป็นเด็กคนหนึ่ง  หน้าตาน่ารัก  แต่จิตใจชั่วร้าย  เพราะเขาเป็นเด็ก  เขาจะมองโลกผ่านสายตาของเด็ก  คือปราสาทนั้นจะใหญ่กว่าความเป็นจริง  คุณสังเกตไหมครับ  เวลาเราเป็นเด็ก  มองอะไรก็จะใหญ่  เช่นสนามหญ้าที่โรงเรียน  เวลาเราเป็นผู้ใหญ่กลับไปดู  จะตกใจพบว่า  ทำไมมันเล็กกว่าความทรงจำ  เพราะสมัยเด็กเราขาสั้นนะครับ  เช่นเดียวกับกำแพงหรือเพดาน  กำแพงจะสูงกว่าความจริง  เพราะตัวเราเตี้ย  นี้คือการปรากฏตัวของเด็กผี  ส่วนคนตาบอด  เขาไม่ได้บอดสนิทนะครับ  จะเห็นพระเอกเป็นแสงสีแดงเลือนราง  ส่วนนางเอกเป็นแสงสีเหลืองจางๆ  หากภาพอย่างนี้ปรากฏ แสดงว่าเราเข้ามาสู่โลกของคนตาบอด

ผู้สื่อข่าว          เทวีปีศาจเป็นยังไงครับ

ปฐมภูมิ          เธอมีใบหน้างดงามบางขณะครับ  แต่อีกหนึ่งนาทีต่อมาก็กลายเป็นน่าเกลียด  เหมือนผี  คือหน้าตาของเธอเปลี่ยนไปมาเหมือนหิ่งห้อย  บางครั้งก็มืด  บางครั้งก็สว่าง  บางครั้งก็สวย  บางครั้งก็น่าเกลียด  สมฉายาเทวีปีศาจ  คิดดูแล้วคนอย่างนี้ยิ่งน่าเกลียดกว่าปกติ  

ผู้สื่อข่าว          อะไรที่ทำให้คุณชอบหนังเรื่องนี้

ปฐมภูมิ          มันเหมือนความฝันนะครับ  เราทุกคนจะเคยฝันร้าย  ว่าตกเข้าไปยังดินแดนหนึ่งที่ออกไม่ได้  เหมือนพระเอกกับนางเอกที่ตกเข้าไปในถิ่นของสิบจอมมาร  และเป็นต้นเหตุทำให้พวกเขาตื่นขึ้น  จะทำยังไงจึงจะให้พวกเขานอนหลับเหมือนเดิม  มันเป็นหนังกำลังภายใน  เพราะต้องต่อสู้กันครับ  ท้ายที่สุดพระเอกนางเอกรอดออกมาได้  กลายเป็นคู่รักกัน  เพราะพวกเขาผ่านนรกที่ลึกล้ำมาด้วยกัน  ความแค้นเคืองใดที่เคยมีก็ลืมหมด  นางเอกก็สิ้นทิฐิ 

ผู้สื่อข่าว          เรื่องที่หก  เกาทัณฑ์สยบฟ้า ละครับ

ปฐมภูมิ          อันนี้ดัดแปลงมาจากบทประพันธ์ของ อุนเลี้ยงเง็ก  นักเขียนอีกคนหนึ่งที่ผมชอบเป็นพิเศษ  เพราะเขาเขียนเกี่ยวกับอาวุธลับได้ดีมากเลย  หนังสี่เรื่องถัดจากนี้  คือ  เกาทัณฑ์สยบฟ้า  สี่มือปราบพญายม  แส้ทวงวิญญาณ  ทวนเงินทวนทอง  ล้วนดัดแปลงมาจากบทประพันธ์ของเขา

ผู้สื่อข่าว          อาวุธลับของเขาเป็นยังไงครับ

ปฐมภูมิ          ยกตัวอย่างเช่นตอนหนึ่งใน สี่มือปราบพญายม  มีผู้ร้ายคนหนึ่งใช้เข็มเป็นอาวุธลับ  เข็มเล่มนิดเดียว  บางเหมือนขนวัว  เขาซัดมันลงไปในดินครับ  แล้วเข็มเล่มนั้นจะวิ่งผ่านดิน  มาทะลุที่ส้นเท้าของศัตรู  เข้าจุดตายเลย  เข็มเล่มเล็กนั้น  หากขว้างมาในอากาศ  ยังยากจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า  นี่วิ่งมาในพื้นดิน  ยากที่ใครจะป้องกันได้  มันลึกล้ำน่ากลัวมากเลย  หนังสมัยใหม่  สามารถสร้างภาพแบบนี้ได้  เข็มเล่มเล็ก  สามารถถ่ายให้เห็นชัดเจน  ราวกับหอกหนึ่งเล่ม   

ผู้สื่อข่าว          คุณปฐมภูมิสนใจอาวุธมากเลยนะครับ

ปฐมภูมิ          แน่นอนครับ  อาวุธเป็นดาราเด่นในหนังกำลังภายใน  เป็นความงามและสีสัน  เช่นในเรื่อง  แส้ทวงวิญญาณ  ตัวเอกคือแส้ของนางเอกกับแส้ของผู้ร้าย  พวกมันคือแส้ทวงวิญญาณของนางเอก  กับแส้ปลิดชีวิตของผู้ร้าย  มันร้ายมาก ไม่รู้ใครจะร้ายกว่ากัน  เพราะเราสามารถทำให้เห็นว่าแส้หนึ่งเล่ม  เหมือนงูที่มีชีวิต  ผมรู้สึกกลัวแส้มาก  แม้มันคล้ายจะเป็นอาวุธกระจอก 

ผู้สื่อข่าว          ทวนเงินทวนทอง  เป็นเรื่องของอะไร

ปฐมภูมิ          เรื่องนี้ผมจงใจอวดเพลงทวนครับ  ในสรรพอาวุธ  ผมสนใจทวน  เพราะว่ามันมีความงดงามมาก  และเป็นอาวุธโบราณที่เราเห็นน้อยกว่าดาบหรือกระบี่  ดังนั้นในเรื่องนี้  ผมจึงให้ดารานำสองคน  เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องสำนักเดียวกัน  คนพี่ใช้ทวนทอง  คนน้องใช้ทวนเงิน  ตอนท้ายพวกเขาต้องสู้กันเอง  คนพี่เป็นผู้ร้าย  คนน้องเป็นพระเอก  เป็นหนังแสดงความแปลกแห่งทวน  คือไว  เร็ว  หนัก  เร้นลับ  ชั่วร้าย  ฯลฯ  มันมีหมดเลย  ทั้งที่ไม่น่ามี  เพราะมันยาว  ใหญ่  น่าจะเทอะทะนะครับ  แต่ตรงนี้เองคือความน่าสนใจของทวน  ดูจบแล้วยังแปลกใจเลยว่า  ทำไมทวนมีความเป็นไปได้มากเพียงนี้ 

ผู้สื่อข่าว          สี่เรื่องนี้คุณชอบเรื่องไหนมากที่สุดครับ

ปฐมภูมิ          ผมชอบเท่ากันนะครับ  แต่หากนับความเศร้า  ผมว่า เกาทัณฑ์สยบฟ้า เศร้าที่สุด  พระเอกเป็นคนในตระกูลที่มีอาวุธร้ายที่สุดคือ เกาทัณฑ์สยบฟ้า  มันเป็นธนูที่งดงาม  มีพลานุภาพมาก  และในหนังจะใช้น้อยมาก  แต่ว่าแต่ละครั้งที่ใช้จะ ยากที่ใครจะต้านทานใด  สมช่อของมัน  ตระกูลนี้มีศัตรูคู่อาฆาตมาก  และยังมีศิษย์ทรยศอีกหลายคน  มันเศร้าเพราะมันต้องพุ่งตรงเข้าส่หัวใจของคนรัก  มันต้องพุ่งตรงเข้าสู่หัวใจของพี่น้อง  ต้องพุ่งตรงเข้าสู่หัวใจของเพื่อน  ฯลฯ  เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวที่คนดูอาจต้องร้องไห้

ผู้สื่อข่าว          คำถามสุดท้ายนะครับ  มีคนตั้งฉายาคุณว่าคนป่าเถื่อน  เพราะอะไร  เพราะหนังของคุณบู๊มากไปหรือเปล่า 

เขานิ่งอึ้งไปนิดหนึ่ง  หลับตาพริ้ม  เอามือลูบหัวล้านของเขา  แล้วเขาก็ลืมตาโต

ปฐมภูมิ          คนโบราณบอกว่า  คนที่รู้จริงเพียงสิ่งเดียว  เป็นคนป่าเถื่อนครับ  (  หัวเราะ  )

 

 

 

 

 

 

 

 

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]