• 888333
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : saowapa88@windowslive.com
  • วันที่สร้าง : 2009-02-17
  • จำนวนเรื่อง : 10
  • จำนวนผู้ชม : 38714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
flash8
วิธีการใช้flash8
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/flash8
วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by 888333 , ผู้อ่าน : 4832 , 19:30:09 น.  
หมวด : ส่งการบ้านครู

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                    

                      

ชาอูหลง
ประวัติ
ชาอูหลง (烏龍茶) เป็นชาพันธุ์หนึ่งของจีน มีหลักฐานพบว่าชาพันธุ์นี้มีแหล่งกำเนิดที่ ภูเขาหลอป๋าซาน หมู่บ้านฉ่าวหยางเซียง (ต่อไปอาจเปลี่ยนชื่อเป็น อบต.ฉ่าวหยางเซียง ถ้าจีนเปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง) อำเภอซาเสี้ยน มณฑลฮกเกี้ยน เนื่องจากสถานที่นี้เป็นภูเขาสูง มีหมอกทั้งปี อากาศเย็นชื้น ดินดี ทำให้ใบชาที่นี้มีกลิ่นห๊อมหอม เป็นพิเศษ

มีเรื่องเล่าว่า ในไร่ชาที่เย็นชื้นมักจะพบงูสีดำตัวเล็กๆ เลื้อยพันต้นชา งูชนิดนี้ไม่ดุร้ายนะครับ ทีนี้พอคนมาเก็บใบชา มันก็ไม่ได้ทำร้ายอะไรใคร ดังนั้นชาทีนี้ จึงได้รับการขนานนามว่า "เฮยเสอชา" แปา าูงูดำ ครับ เมื่อชางูดำเป็นที่นิยมไปถึงบริเวณทางใต้ของฮกเกี้ยน จึงได้รับการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "ชาอูหลง"(สำเนียงอกเกี้ยน) หรือ "ชามังกรดำ" ครับ

อีกเรื่องเล่ากันว่า พื้นที่ออริจินอล ดั้งเดิมที่ปลูกชาอูหลงนั้นมีเมฆครื้มปกคลุมตลอดปี ซึ่งถ้ามองดูไกลๆเหมือนมีงูดำตัวใหญ่ขดอยู่ ดังนั้นชาวบ้านจึงเรียกกันว่า "อูหลง" มังกรดำนั้นเอง

ในสมัยราชวงค์ชิง ปีเต้ากวง "ซูเหลียง" ชาวเมืองอานซี(安溪) ซึ่งอยู่ทางใต้ของมณฑลฮกเกี้ยน ได้ย้ายต้นชาชั้นดี ชื่อว่า "หย่วนจืออูหลง" (ชาชนิดนี้ถ้าเอามาบ่มจะทำให้เกิดรสชาติดีได้ง่าย) จากตอนใต้ของฮกเกี้ยนไปปลูกที่ เจี้ยนโอว และละแวกภูเขา อู่อี๋ซาน (武夷山) ซึ่งต่อมาชาวท้องถิ่นแถวนั้นได้ใช้ชาที่ย้ายมานี้มาผลิตชากึ่งหมัก ด้วยเทคนิคเฉพาะของตน และชาที่ได้ใหม่นี้ จะมีความเข้มข้นเหมือนชาแดง แต่มีกลิ่นละมุนเหมือนชาเขียว มีรสชาติดีมาก จนเป็นที่นิยมทั่วฮกเกี้ยนและไต้หวัน
ชาอูหลงเป็นยอดชาอันดับหนึ่งของโลก การเลือกแหล่งปลูกที่เหมาะสม ประการสำคัญ....พื้นที่ที่เหมาะสมจะต้องอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร อากาศเย็นจัด และปลอดจากสารพิษ จึงจะได้ใบชาที่มีคุณภาพ
ซึ่งต้องเป็นใบชาที่เก็บเฉพาะใบยอด 3 ใบแรก ให้ประโยชน์มากมายอย่างที่เรารู้ๆกัน
เช่น ป้องกันโรคเบาหวาน ป้องกันโรคหอบหืด ป้องกันฟันผุ ช่วยชะลอความชรา ช่วยขับปัสสาวะ ป้องกันโรคหัวใจ เป็นต้น
ในที่นี้จะกล่าวถึงประโยชน์ของชาอูหลงในด้านการต้านมะเร็ง
การดื่มชาอูหลงสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งในลำไส้และกระเพาะอาหาร มะเร็งในปอด มะเร็งในทรวงอกสตรี เพราะ.. ใบชามีสารกลุ่ม -โพลีฟีนอริก ไบโอฟลาโวนอยด์ [Polyphenolics Bioflavonoids>- สารตัวหนึ่งในกลุ่มนี้มีปริมาณมาก และมีฤทธิ์ต่อสุขภาพ คือ EGCG-Epigallocatechin Gallate เป็นสารต่อต้านการเกิด และ การขยายตัวของมะเร็ง โดยทำหน้าที่เป็นสารแอนติออกซิแดนซ์ [Antioxidant> เข้ายับยั้งและทำลายสารอนุมูลอิสระที่จะทำลายเซลล์สำคัญในร่างกาย และเป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็ง
ดังนั้น กล่าวโดยสรุป คือ ในชาอูหลง มีสาร EGCG เป็นสาร Antioxidant )ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน
นอกเหนือจากนี้แล้ว .. สาร EGCG ยังลดปริมาณไขมันในเส้นเลือด ลดคลอเรส
เตอรอล และช่วยระงับการเพิ่มปริมาณไขมัน และ คลอเรสเตอรอล อย่างได้ผลอีกด้วย

แต่คงไม่เป็นการดีแน่ ถ้าหากท่านอยากดื่มชา แต่ไม่รู้วิธีการชงชาที่ถูกต้อง

หลายท่านติดใจในกลิ่นและรสชาดชาที่ทางร้านจำหน่ายชาให้ลองชิม จนท่านตัดสินใจซื้อ แต่เมื่อนำมาชงแล้ว กลับได้รสชาดที่ไม่เหมือนกัน นั่นเป็นเพราะว่าท่านอาจจะยังไม่รู้เทคนิคบางอย่างในการชงชาก็เป็นได้

ขั้นตอนในการชงชาอูหลง
1. ใส่ใบชาลงในกาชาประมาณ 1/6 -1/4 ของปริมาตรกา
2. รินน้ำเดือดลงในกาครึ่งหนึ่ง เททิ้งทันที (ไม่ควรเกิน 5 วินาที) เพื่อล้างและอุ่นใบชาให้ตื่นตัว
3. รินน้ำเดือดลงในกาชาจนเต็มปิดฝากา ทิ้งไว้ประมาณ 45 - 60 วินาที
4. รินน้ำชาลงในแก้วดื่ม (การรินแต่ละครั้ง ต้องรินน้ำออกให้หมดกา มิฉะนั้นจะทำให้น้ำชาที่เหลือคากามีรสขม ฝาดมากขึ้น เสียรสชาด) ใบชาสามารถชงได้ 4 - 6 ครั้ง และในการชงแต่ละครั้งให้เพิ่มเวลาครั้งละประมาณ 10-15 วินาที


การชงชาอูหลงให้รสชาติดีมีข้อสำคัญหลัก 4 ประการ ดังนี้ :

1. ปริมาณใบชา :
จะใช้ใบชาเท่าไรนั้น ด้วยชาอูหลงที่ดีจะมีลักษณะกลมแน่น ควรใช้ชาใน ปริมาณ 25% ของกาชา ใบชาเมื่อแช่อยู่ในน้ำร้อนจะเริ่มคลายตัวทีละน้อยจนเป็นใบชัดเจน ถ้าใส่มากเกินไปจะทำให้การคลายตัวไม่สะดวก รสชาดที่ชงออกมาก็จะไม่ได้ตามมาตรฐานของชานั้นๆ และเป็นการเสียของ ใบชาเมื่อคลายออกเต็มที่ ควรจะมีปริมาณ 90% ของกาชา

อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนด้วยว่า ต้องการรสชาดเข้มข้นมากน้อยเพียงใด และขึ้นอยู่กับคุณภาพของใบชาแต่ละชนิดด้วย ค่อยๆลองชงดู เรื่องแบบนี้ต้องฝึก
2. อุณหภูมิน้ำ :


 

 น้ำที่ใช้ชงชาอูหลง ควรใช้น้ำร้อน 100 องศาเซลเซียส เพราะจะทำให้ได้กลิ่นและรสชาดที่ชุ่มคอ ไม่ควรใช้น้ำทีถูกทำให้เดือดซ้ำแล้วซ้ำอีก

3. เวลา :
การที่ใช้เวลานาน หรือไม่นานนั้น จะบอกได้ว่า น้ำชาจะมีรสอ่อนหรือแก่ โดยปกติ ชาประเภททรงกลมแน่นอย่างชาอูหลงจะใช้เวลาในการชงครั้งแรกประมาณ 45-60 วินาที ครั้งต่อๆ ไปเพิ่มเป็น 10-15 วินาที/ครั้ง

4. กาชา :
กาที่ใช้ควรเป็นกาที่ทำจาก ดินเผา กาดินเผาจะเก็บความร้อนได้ดีกว่า และให้การตอบสนองดีกว่ากาที่ทำจากวัสดุอย่างอื่น และไม่ควรล้างกาด้วยน้ำยาเคมีต่างๆ เวลาทำความสะอาด ให้เทกากชาทิ้งแล้วลวกด้วยน้ำร้อน จากนั้นคว่ำไว้รอแห้งแล้วเก็บ ไม่ต้องไปขัดล้างด้านใน ยิ่งมีคราบชาด้านในมากราคากาจะยิ่งสูง 55+ เพราะเคยมีคนมาซื้อ เราไม่ขาย กาเราอายุกว่า 50 ปีแล้ว


การที่จะชงชาให้ได้รสชาติดีนั้น ไม่ใช่ว่าจะขึ้นอยู่กับสิ่งสำคัญหลัก 4 ประการนี้เท่านั้น แต่จะต้องมีการหมั่นฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ บางคนชอบรสอ่อน นุ่มนวล บางคนชอบรสขมฝาด หนักแน่น แตกต่างกันไปตามความเคยชิน และสภาวะทางสังคมนั้นๆ เมื่อได้ดื่มชามากขึ้นๆ ก็จะทำให้รู้ซึ้งถึงศิลปะการชงชามากขึ้น จะทำให้มีเพื่อนฝูงมากขึ้น มีสังคมที่กว้างขึ้น และจะเป็นผลถึงความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน และเพราะในใบชามีคุณประโยชน์มากมายต่อร่างกาย ดังนั้นการดื่มชาจะช่วยให้มีสุขภาพและพลานามัยที่สมบูรณ์ มีสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งจะเป็นผลดีต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติต่อ



    น้ำที่ใช้ชงชาอูหลง ควรใช้น้ำร้อน 100 องศาเซลเซียส เพราะจะทำให้ได้กลิ่นและรสชาดที่ชุ่มคอ ไม่ควรใช้น้ำทีถูกทำให้เดือดซ้ำแล้วซ้ำอีก

 
การที่จะชงชาให้ได้รสชาติดีนั้น ไม่ใช่ว่าจะขึ้นอยู่กับสิ่งสำคัญหลัก 4 ประการนี้เท่านั้นงจติต่อ

 ประเภทของชา
ชาแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 3 ประเภท คือ ชาดำ ชาอู่หลง และชาเขียว ซึ่งได้จากใบชาชนิด
เดียวกัน คือ คาเมลเลีย ไซเนนซิส ใบชาสดจากต้นชาเมื่อนำมาเข้าสู่กระบวนการผลิตและการบ่ม
(ออกซิเดชั่น) แตกต่างกัน จะได้ชนิดของชาแตกต่างกัน ในระหว่างกระบวนการผลิต ใบชาจะเกิด
การเปลี่ยนแปลงทางเคมีตามธรรมชาติเกิดสีและรสขึ้น

ชาดำ เป็นชาที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเนื่องจากมีกลิ่นหอมและรสชาติเข้มข้น
การผลิตชาดำนั้น ทำโดยนำเอาใบชามาทำให้แห้งด้วยการผึ่งไว้เพื่อลดความชื้น ใช้เวลาประมาณ
12-16 ชั่วโมง จากนั้นนำมานวดเพื่อให้ใบชาลีบอ่อนด้วยลูกกลิ้ง เซลล์ชาแตกปลดปล่อยเอ็นไซม์
ออกมา จากนั้นนำไปผ่านกระบวนการบ่มโดยวางเป็นแผ่นบางๆ ให้มีลมพัดผ่านให้อากาศระบาย
และมีอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ แล้วทำให้แห้งด้วยลมร้อน จะได้ใบชาดำที่แห้งสนิท

ชาอู่หลง มีกระบวนการผลิตแบบเดียวกับชาดำ เพียงแต่ผ่านกระบวนการบ่มเพียงครึ่งหนึ่ง
เท่านั้นโดยกระบวนการลดความชื้นจะใช้เวลาเพียง 6 ชั่วโมง แล้วผ่านขั้นตอนนวดและบ่ม
ด้วยเวลาสั้นๆจึงทำให้ชาอู่หลงมีรสชาติและสรรพคุณผสมผสานกันระหว่างชาดำและชาเขียว

ชาเขียว หลังจากเก็บยอดอ่อนของต้นชามาแล้ว จะนำมาอบด้วยไอน้ำก่อนเป็นขั้นตอนแรก
เอ็นไซม์ถูกทำลายลงและนำไปนวดด้วยลูกกลิ้ง และทำให้แห้งอย่างรวดเร็ว การทำชาเขียวจะยัง
ไม่ผ่านกระบวนการบ่มใดๆ ซึ่งแตกต่างจากชาดำและชาอู่หลง ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ใบชายังคงมี
ลักษณะเป็นสีเขียวอยู่ จากกระบวนการผลิตด้วยขั้นตอนที่ง่ายและรวดเร็วนี้เอง ทำให้ชาเขียวยัง
คงสารสำคัญจากพืชที่เราเรียกว่า สารพฤกษเคมีที่มีประโยชน์ต่างๆ ไว้ได้มากกว่าชาดำและ
ชาอู่หลงนั่นเอง

สารสำคัญในชาเขียว
ชาเขียวเป็นแหล่งสำคัญของสารพฤกษเคมีกลุ่มโพลีฟีนอลส์ ที่รู้จักกันดีในนาม
ฟลาโวนอยด์
(Flavonoids)
สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่มีอยู่มากในชาเขียว คือ แคททิชิน (Catechins)
โดยอยู่ในรูปของสาร
เอพิแกลโลแคททิชินไกลเคท (Epigallo Catechin Glycate) หรือสาร
อีจีซีจี
ส่วนสารพฤกษเคมีกลุ่มโพลีฟีนอลส์ ที่เรียกว่า ธีอะฟลาวินส์ (Theaflavins) เกิดจากการ
Polymerization ของแคททิชินในระหว่างการบ่มในกระบวนการผลิตชาอู่หลงและชาดำนั้น
พบได้บ้างในชาเขียว

สารพฤกษเคมีในชาเขียวเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นสารต้านออกซิเดชั่นหรือต้านอนุมูลอิสระ
(Antioxidant) ทำการจับกับอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น Superoxide Anions, Singlet Oxygen,
Lipid Peroxy Radicals และยับยั้งการออกซิไดซ์ของแอลดีแอล คอเลสเตอรอล(LDL-Cholesterol)
ได้ เนื่องจากออกซิไดซ์ แอลดีแอล คอเลสเตอรอล (Oxidised LDL-Cholesterol)
เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) และยังเป็นส่วนสำคัญที่
กระตุ้นให้เกิดการปริกะเทาะของ ผนังหลอดเลือดที่มีการสะสมของไขมันจำนวนมากหรือที่เรียกว่า
พลัค (Plaque) ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย ดังนั้น การยับยั้งออกซิไดซ์
แอลดีแอลคอเลสเตอรอล (Oxidised LDL-Cholesterol) ย่อมเป็นผลดีในการชะลอการเกิดภาวะ
หลอดเลือดแดงแข็ง และลดการเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันเฉียบพลันจากลิ่มเลือด

นอกจากนั้น ฟลาโวนอยด์ยังมีฤทธิ์ยับยั้งการสร้าง Cyclo-Oxygenase ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ทำให้เกิด
การรวมตัวกันของเกร็ดเลือด จึงมีฤทธิ์คล้ายกับแอสไพรินในขนาดต่ำ ซึ่งมีผลในการยับยั้งการสร้าง
Cyclo-Oxygenase เช่นเดียวกัน ฤทธิ์ดังกล่าวจะช่วยลดโอกาสเกิดหลอดเลือดอุดตันจากลิ่มเลือด

การศึกษาในคนจีนที่ไขมันในเลือดสูงเล็กน้อยถึงปานกลางและรับประทานอาหารไขมันต่ำจำนวน
240 คน โดยให้รับประทานแคปซูลสารสกัดจากชาเขียวที่มีการเติมสารธีอะฟลาวินส์ (แต่ละแคปซูล
ประกอบด้วยธีอะฟลาวินส์ ซึ่งเป็นสารประกอบของแคททิชินที่เกิดระหว่างการบ่มใบชาให้เป็นชาดำ
จำนวน 75 มก. อีจีซีจีหรือแคททิชิน 150 มก. และโพลีฟีนอลส์อื่นๆ 150 มก.) เปรียบเทียบกับยา
หลอกเป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มที่ได้รับแคปซูลสารสกัดจากชาเขียวที่เติมธีอะฟลาวินส์
สามารถลดคอเลสเตอรอลรวม (Total Cholesterol) ได้ 11.3% แอลดีแอล คอเลสเตอรอล ลดลง
16.4%เอชดีแอลคอเลสเตอรอล (ไขมันที่ดี) เพิ่มขึ้น 2.3% อย่างมีนัยสำคัญ กลุ่มที่ได้ยาหลอก
คอเลสเตอรอลแอลดีแอล คอเลสเตอรอล, เอชดีแอล คอเลสเตอรอล, ไตรกลีเซอไรด์ไม่
เปลี่ยนแปลงสรุปได้ว่าการรับประทานสารสกัดจากชาเขียวที่อุดมด้วยสารอีจีซีจีและเสริม
ด้วยสารธีอะฟลาวินส์ร่วมกับการรับประทานอาหารไขมันต่ำ จะช่วยลดแอลดีแอล คอเลสเตอรอล
ในคนไขมันในเลือดสูงได้

แม้ว่ากลไกการออกฤทธิ์ของสารสกัดจากชาเขียวที่เสริมธีอะฟลาวินส์ยังไม่สามารถอธิบายได้แน่ชัด
แต่มีงานวิจัยศึกษามากมายในห้องทดลองและสัตว์ทดลองเพื่ออธิบายกลไกการออกฤทธิ์ของสาร
สกัดจากชาเขียว ดังนี้

สารแคทชินกลุ่ม EGCG ลดการละลายของคอเลสเตอรอลใน Micells จึงมีผลลดการดูดซึม
  คอเลสเตอรอลในลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดได้ (J Nutr Biochem. 2003 Jun; 14(6): 326-32.)
ธีอะฟลาวินส์สามารถเพิ่มการขับถ่ายไขมันและคอเลสเตอรอลทางอุจจาระในสัตว์กัดแทะได้
  (Matsumoto N, Okushio K and Hara Y, 1998)
สารสารแคทชินสามารถลดความเข้มข้นของคอเลสเตอรอลในตับ (จากการศึกษาของ
  Muramatsu K, Fukuyo M and Hara Y 2000 และ Yang TT และ Koo MW.)
จากการทดลองเพาะเลี้ยงเซลล์ตับของมนุษย์ (HepG2) พบว่าสารสารแคทชินสามารถเพิ่มตัวรับ
  แอลดีแอล คอเลสเตอรอล (LDL-C receptor) ในเซลล์ตับ ทำให้แอลดีแอล คอเลสเตอรอลใน
  กระแสเลือดลดลง (Bursill C, et al. 2001)

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยสนับสนุนว่า สารสำคัญในชายังสามารถช่วยเพิ่มภูมิต้านทานของ
ร่างกาย ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง เพิ่มการเผาพลังงานผลาญ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 27/02/2009 เวลา : 20.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ลองปรับใหม่นะคะ ตัวอักษร ตีกันนัวเเนยไปหมดจ๊ะ


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
girlza วันที่ : 27/02/2009 เวลา : 19.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/girlza

หนึ่งโหวตเป็นกำลังใจค่า

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน