• แว่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tanakarn.fluke@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-25
  • จำนวนเรื่อง : 36
  • จำนวนผู้ชม : 136834
  • ส่ง msg :
  • โหวต 19 คน
เล่าสู่กันฟัง
ขอบคุณครับที่แวะมาเยือน... พื้นที่ถ่ายทอด "มุมมองที่แตกต่าง" เพื่อเสริมสร้าง "วิถีทางธรรมาธิปไตย"... (เนื้อหาบางส่วนเผยแพร่ในนิตยสาร CMYK และจุลสารปัญญาภรณ์)
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/fluke
วันจันทร์ ที่ 5 พฤศจิกายน 2550
Posted by แว่น , ผู้อ่าน : 1472 , 15:53:03 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บทความของผมเรื่องนี้เผยแพร่ในนิตยสาร CMYK ฉบับเดือนตุลาคม ๒๕๕๐ ซึ่งผมนำมาเผยแพร่เพื่อให้ชาวโอเคเนชั่นได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น... บทความครั้งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับธรรมะ ซึ่งผมอาจจะถ่ายทอดได้ไม่ดีนักเท่ากับประเด็นการเมือง อย่างไรก็ตาม ผมก็คิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านครับ...

ช่วยอุดหนุนนิตยสาร CMYK กันด้วยนะครับ มีจำหน่าย SE-ED ทุกสาขาครับ... ขอบคุณครับ

.......................................................... 

 จงดูต้นไม้เป็นตัวอย่างนั้น... ควรจะเป็นเครื่องเตือนใจเราไว้เสมอ ต้นไม้ทนต่อการถูกแสงแดดแผดเผา แต่ก็ให้ความร่มเย็นแก่เรา แล้วเราล่ะกำลังทำอะไรมหาตมะ คานธี (๑๘๖๙-๑๙๔๘)

ที่ผ่านมาผมมักเขียนบทความที่เป็นไปในแนว เสียดสีสังคม ทับถมการเมือง จนบางทีผมก็ยังนึกในใจอยู่ว่า แล้วตัวเรานี่ดีแค่ไหน เป็นคนที่สมกับการได้เกิดมาเป็นคนหรือไม่ คำถามนี้ผมขบคิดอยู่นาน จนสุดท้ายก็ได้คำตอบกับตัวเองว่า อย่างน้อยผมก็รู้ซึ้งถึงแนวทางการเป็นคนดีและปฏิบัติได้มากกว่าใครหลายๆ คนก็แล้วกัน. (โชคดีที่ผมรู้เท่าทันตัวเองมากพอและไม่หลงไปตามกระแสความเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่มากระทบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน)  

ผมเบื่อหน่ายกับการที่จะเขียนเรื่อง การเมืองหรือสังคมซึ่งแม้จะเป็นแนวถนัดของผม แต่ด้วยเพราะ ความน้ำเน่า ที่มีมายมายเสียเหลือเกินจนไม่อยากจะนึกถึง กอปรกับประเด็นทางการเมืองหรือสังคมเป็นเพียง ชั่วขณะของกาลเวลา ซึ่งอีกไม่นานก็คงต้องมีเรื่องใหม่ๆ มาให้กล่าวถึงอีก ผมจึงอยากเขียนสิ่งซึ่ง อยู่เหนือกาลเวลา(อกาลิโก) นั่นก็คือ ธรรมะครับ. 

 

 คน เป็นสิ่งมีชีวิตที่วิวัฒนาการ (evolution) สูงสุด มีพฤติกรรมการใช้เหตุผล (reasoning) รวมทั้งยังสามารถตอบสนองความต้องการของตนได้อย่างไร้ขีดจำกัด แต่ทว่า...

 บางคนเกิดมาเป็น คน แล้วพัฒนาตนจนได้ชื่อว่า มนุษย์”… 

 บางคนเกิดมาเป็น คน แต่ตกอยู่ในห้วงอกุศลจน ต่ำ ยิ่งกว่า สัตว์เดรัจฉาน”…  

 แล้วคนอย่างไรเล่าที่ควรเรียกว่า คนสมคน”… 

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) อธิบายว่า คนที่เป็น สัตว์ประเสริฐ พึงมีต้นทุน ๗ ประการ คือ ๑.) กัลยาณมิตตตา แสวงแหล่งปัญญาและแบบอย่างที่ดี ๒.) สีลสัมปทา มีวินัยเป็นพื้นฐานของการพัฒนาชีวิต ๓.) ฉันทสัมปทา มีจิตใจใฝ่รู้สร้างสรรค์ ๔.) อัตตสัมปทา มุ่งมั่นฝึกตนจนเต็มสุดภาวะที่ความเป็นคนจะให้ถึงได้ ๕.) ทิฏฐิสัมปทา ถือหลักเหตุปัจจัยมองอะไรๆ ตามเหตุและผล ๖.) อัปปมาทสัมปทา ตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท และ ๗.) โยนิโสมนสิการสัมปทา ฉลาดคิดแยบคายให้ได้ประโยชน์และความจริง. 

ทั้งหมดที่ยกมานี้เรียกว่า แสงเงินแสงทองของชีวิตที่ดีงาม หรือ รุ่งอรุณของการศึกษา ซึ่งกล่าวโดยรวมคือการเรียนรู้ฝึกฝนพัฒนาตนเองตามหลัก ไตรสิกขา นั่นเอง. 

ไตรสิกขา เกิดจากไตร (สาม) กับ สิกขา (การศึกษา) จึงแปลตามรูปศัพท์ได้ว่าหมายถึง หลักการศึกษาทั้งสาม หรือสามแนวทางการศึกษา ซึ่งหลักไตรสิกขานี้ถือเป็นหนึ่งใน หัวใจของพระพุทธศาสนาอันประกอบไปด้วยศีล สมาธิ ปัญญา. 

ศีล พื้นฐานที่พึงปฏิบัติกันซึ่งเรียกว่า นิจศีลหรือ ปกติศีล ก็คือ ศีล ๕ผมขออนุญาตไม่กล่าวถึงรายละเอียด เพราะไม่ว่าจะเป็น ชาวพุทธด้วยศรัทธา หรือ ชาวพุทธตามบัตรประชาชน ก็ล้วนแล้วแต่รู้จักศีล ๕ จนท่องได้คล่องปาก แต่ทำหรือไม่ทำก็อีกเรื่องหนึ่ง.

(แหม ! คิดซะว่าแค่พวกเขานับถือศาสนาพุทธก็บุญเหลือหลายแล้วครับ จะเอาอะไรกันหนักหนา... ทำอะไรแบบ อารยชน มันก็ลำบากลำบน สู้อยู่แบบไม่มี ศีลธรรมเหมือน บัวใต้โคลนตม สบายกว่าเยอะ... จริงมั้ยครับ ?) 

สมาธิคือ ความตั้งมั่นแห่งจิต ตามหนังสือ คู่มือชีวิตแบ่งไว้ ๓ ระดับ คือ ขณิกสมาธิ (momentary concentration) สมาธิชั่วขณะ อุปจารสมาธิ (access concentration) สมาธิจวนจะแน่วแน่ และอัปปนาสมาธิ (attainment concentration) สมาธิแน่วแน่. 

ส่วน ปัญญา คือ ความรอบรู้ รู้แจ้งตามเป็นจริง ซึ่งแบ่งเป็น ๓ ส่วนคือ สุตมยปัญญา ปัญญาเกิดแต่การสดับ (ฟัง) การเล่าเรียน จินตามยปัญญา ปัญญาเกิดแต่การคิดพิจารณา และภาวนามยปัญญา ปัญญาเกิดแต่การฝึกอบรมลงมือปฏิบัติ. 

ลักษณะธรรมะที่กล่าวมานี้เป็นธรรมะสำหรับการพัฒนาเพื่อเป็น สัตว์ประเสริฐ แต่เมื่อเราพัฒนาตนจนเป็น สัตว์ประเสริฐ แล้ว ก็ควรที่จะสร้างคุณค่าอีกระดับด้วยการเป็น คนของมนุษยชาติ คนสมคนหรือ คนสมบูรณ์แบบด้วย สัปปุริสธรรม. (กล่าวคือธรรมะที่กล่าวข้างต้นเป็นการพัฒนาเพื่อตนเอง แต่สัปปุริสธรรมที่จะกล่าวถึงนี้เป็นไปเพื่ออยู่รวมกันในสังคมอย่างสงบสุขด้วยการเป็น คนดี) 

สัปปุริสธรรม คือ ธรรมของสัปปุริสชน คือคนดี คนที่แท้ ซึ่งมีคุณสมบัติความเป็นคนที่สมบูรณ์ ประกอบด้วย ๗ ประการ คือ คือ ๑.) ธัมมัญญุตา รู้หลักและรู้เหตุ คือ รู้หลักการและกฎเกณฑ์ของสิ่งทั้งหลาย ๒.) อัตถัญญุตา รู้ความมุ่งหมายและรู้จักผล ๓.) อัตตัญญุตา รู้ตน ๔.) มัตตัญญุตา รู้ประมาณ คือ รู้จักพอดี ๕.) กาลัญญุตา รู้กาล  ๖.) ปริสัญญุตา รู้ชุมชน (จากข้อ ๕.) - ๖.) คือ รู้กาลเทศะนั่นเองครับ) และ ๗.) ปุคคลัญญุตา รู้บุคคล. 

สัปปุริสธรรม สำหรับผมคิดว่าเป็นธรรมที่ต้องศึกษาลึกซึ้ง เพราะโดยเนื้อความที่สอนให้ รู้อย่างนั้นอย่างนี้ มิได้หมายความว่าจะให้ สักแต่ว่ารู้ แต่หมายถึง รู้แล้วทำ หากทุกคนมีธรรมเหล่านี้เชื่อว่าสังคมคงจะสงบสุขเพราะต่างคนต่างเป็น คนดีขอให้จำไว้ว่า สัปปุริสธรรมคือ ธรรมสำหรับ สัปปุริสชน มิใช่ อมนุษยชน. 

กล่าวโดยสรุปธรรม ๗ ข้อแรกเป็นธรรมสำหรับคนที่ต้องการพัฒนา ตนเอง เป็น สัตว์ประเสริฐ ด้วยการศึกษา ส่วนธรรม ๗ ข้อหลัง เป็นธรรมสำหรับการพัฒนา เพื่อตนเองและส่วนรวม ให้เป็น คนสมคนไม่เสียทีที่เกิดมาเป็น คน”. 

จุดมุ่งหมายที่ยกธรรมสำหรับการเป็น คนสมคน มา ณ ที่นี้ มิใช่เพื่อให้ผู้อ่านช่วยกัน ท่องจำแต่เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีเพื่อการ ปฏิบัติ และจุดประสงค์อีกอย่างหนึ่ง ก็คือเพื่อแสดงให้เห็นว่า ผมมิใช่ดีแต่ว่าคนอื่น แต่ผมก็พยายาม พัฒนาตนเองในทางธรรมตลอดเวลาเพื่อมิให้ ติดทางต่ำดังคำของท่านพุทธทาส

บาปใหญ่-บาปลึก ?

  คิดว่าดี กว่าเขา ซิเราแย่  มันเพียงแต่ ดีกว่าคน ที่บาปใหญ่

 ส่วนตัวเอง บาปลึก นึกให้ไกล มันบาปเบา อยู่เมื่อไร ให้นึกดู

  เขาติดซ้าย, เราติดขวา, ถ้ามานึก มันยังติด เหลือลึก กันทั้งคู่,

 แม้ติดซ้าย เลวกว่า ไม่น่าดู แต่ติดขวา มันก็หรู อยู่เมื่อไร.

  มันเพียงแต่ ดีกว่าคน ที่ยังเลว ส่วนตัวเอง ก็ยังเหลว ไม่ไปไหน

 เฝ้าเกลียดซ้าย รักขวา เป็นบ้าใจ มันก็ไพล่ พลัดห่าง ทางนิพพาน ฯ

 

แม้บทความครั้งนี้จะไม่ เฉียบคมไปด้วย การร่ายรำของวาทกรรม ซึ่งอาจทำให้ อรรถรสน้อยลงไป แต่ในทางกลับกัน สิ่งที่ได้มากขึ้นในบทความนี้คือ สาระ หรือแม้กระทั่ง ความยาวของก้านสายบัว. 

ผมชอบวาทของ William Blake ที่ว่า คนที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงความคิดเห็นหรือการกระทำของตนเองนั้น เปรียบเสมือนน้ำนิ่งที่เพาะเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานแห่งสติปัญญา ลองคิดกันดูสิครับว่า เรามีสัตว์เลื้อยคลานที่ว่านี้มากมายหรือไม่ ?”... สวัสดีครับ 

๒๘ กันยายน ๒๕๕๐

บรรณานุกรม 

๑. พระปลัดวิทยา วิสุทฺธสีโล. คู่มือชีวิต. ไม่ปรากฏที่พิมพ์, ๒๕๕๐

๒. ธรรมนูญชีวิต. พิมพ์ครั้งที่สี่. กรุงเทพฯ : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, ๒๕๕๐

๓. วิชัย ธรรมเจริญ. คู่มือการศึกษา ธรรมศึกษาชั้นตรี. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์การศาสนา, ๒๕๔๒

๔. สวนโมกขพลาราม, มูลนิธิ. ภาพฝาผนัง โรงมหรสพทางวิญญาณ. กรุงเทพฯ : ธรรมสภา, ๒๕๔๕

๕. หลักแก้ว อัมโรสถ. ธรรมชาติบทเรียนแห่งชีวิต. กรุงเทพฯ : อรุณการพิมพ์, ๒๕๔๗

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คีตพจน์ วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 11.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tcmc
ประเทศถิ่นแผ่นดินสยามงาม เลื่องลือนามว่าไทยดีหนักหนา                วัฒนธรรมประเพณีแต่เดิมมา สิ่งล้ำค่าเอกลักษณ์ความเป็นไท******************************************************เกิดเป็นไท รักเมืองไทย ใช้เลขไทย  และภาษาไทยให้ถูกต้องนะครับ             เชิญแวะเที่ยวชม blog  ดนตรีไทย  ของคีตพจน์ครับ http://www.oknation.net/blog/tcmc                                                    ขอให้ทุกคนที่ความสุข  สำราญ  รื่นรมย์  โสมนัส  ปรีเปรม ปราโมทย์  ทั่วหน้ากันครับ

“จงดูต้นไม้เป็นตัวอย่างนั้น... ควรจะเป็นเครื่องเตือนใจเราไว้เสมอ ต้นไม้ทนต่อการถูกแสงแดดแผดเผา แต่ก็ให้ความร่มเย็นแก่เรา แล้วเราล่ะกำลังทำอะไร” มหาตมะ คานธี (๑๘๖๙-๑๙๔๘)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน