• แว่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tanakarn.fluke@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-25
  • จำนวนเรื่อง : 36
  • จำนวนผู้ชม : 136835
  • ส่ง msg :
  • โหวต 19 คน
เล่าสู่กันฟัง
ขอบคุณครับที่แวะมาเยือน... พื้นที่ถ่ายทอด "มุมมองที่แตกต่าง" เพื่อเสริมสร้าง "วิถีทางธรรมาธิปไตย"... (เนื้อหาบางส่วนเผยแพร่ในนิตยสาร CMYK และจุลสารปัญญาภรณ์)
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/fluke
วันพุธ ที่ 12 มีนาคม 2551
Posted by แว่น , ผู้อ่าน : 5063 , 09:27:09 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บทความนี้ตั้งใจจะเขียนลงนิตยสาร CMYK เล่ม ๑๑ (พฤศจิกายน ๒๕๕๐) แต่เพราะนิตยสารปิดตัวลงก่อนจึงไม่ได้เผยแพร่ ก็เลยจะนำมาเผยแพร่ที่นี่ แม้จะช้าไปบ้างแต่อย่างไรเรื่องนี้ก็เป็นเชิงธรรมะและปรัชญาซึ่งน่าจะเป็น “อกาลิโก” ครับ... หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้คงจะทำให้คุณขบคิดหาคำตอบของคำถามเหล่านี้ได้ด้วยตนเองนะครับ...

เราเกิดมาทำไม?   เราเรียนไปทำไม?   เราทำงานไปทำไม?   เราอยู่ไปทำไม?   เราตายแล้วไปไหน?   ถ้าเราจะตายในวันพรุ่งนี้เราจะทำอย่างไร? หลายคนอาจจะเคยนึกถึงคำถามเหล่านี้และขบคิดคำตอบที่ดีที่สุดของตนเอง ในขณะที่หลายคนรวมทั้งผมแทบไม่เคยนึกถึงคำถามเหล่านี้เลย... ถ้าตอบคำถามเหล่านี้แล้วทำให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้นก็คงไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรหากจะลองตอบ “จุดมุ่งหมายของชีวิต” เหล่านี้ดู... 

พระอาจารย์ซึ่งสอนอยู่ที่โรงเรียนของผม ท่านได้ใช้คำถามเหล่านี้เป็นกุศโลบายในการสอน แม้ผมจะไม่ได้เรียนกับท่าน แต่ผมก็มีโอกาสได้สนทนาธรรมกับท่านเป็นประจำ จนวันหนึ่งท่านถามคำถามทั้ง ๖ ข้อนี้แล้วกำชับให้ผมเขียนตอบเป็นบทความ ซึ่งนี่ก็คือจุดเริ่มต้นครับ. 

คำถามที่คนส่วนใหญ่นิยมถามกันมากที่สุด คือ ตายแล้วไปไหน? สงสัยกันถึงถึงขนาดว่าหนังสือหรือข้อเขียนที่ตอบคำถามเรื่องนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า... ส่วนคำถามที่ผมได้ยินบ่อยเมื่อครั้งยังเยาว์ก็คือ เรียนไปทำไม? คำถามนี้มักเป็นคำถามที่เด็กๆ ใช้ถามผู้ใหญ่เวลาที่ไม่อยากเรียนหนังสือ หรือเป็นคำถามของผู้ใหญ่ที่เข้าใจชีวิต (ที่ไม่รู้ว่าถูกหรือผิด) ใช้ถามเด็กๆ เพื่อให้เด็กได้มีความคิด. 

ส่วนคำถามที่คิดว่ามีคำตอบที่กว้างขวางที่สุดก็คงเป็น ถ้าเราจะตายในวันพรุ่งนี้เราจะทำอย่างไร? เพราะผมจำได้ว่าเคยมีรายการหนึ่งที่เชิญแขกรับเชิญมาเล่าแนวคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตก่อนความตาย ๗ วัน ซึ่งผมก็ได้ฟัง “ความคิดสร้างสรรค์” ที่หลากหลายจากรายการนั้น โดยลักษณะคำตอบนั้นเสมือนว่าเมื่อถึงจุดนั้นแล้วเราทุกคนจะทราบได้จริงๆ ว่าเรากำลังจะ “ถึงที่ตาย”. 

สำหรับผมแล้วผมคิดว่าชีวิตเป็นเพียงแค่สิ่งธรรมดาซึ่งผ่านมาแล้วผ่านไป ด้วยเหตุนี้ผมจึงไม่ค่อยยึดติดและเดือดร้อนอะไรกับ “ความเปลี่ยนแปลงในชีวิต” มากมายสักเท่าใดนัก... แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นข้อดีของการไม่ยึดติดกับชีวิตก็คือผม “ไม่ค่อย” หวั่นไหวไปตามแรงหรือกระแสแห่ง “โลกธรรม ๘” ซึ่งต้องขอเน้นว่า “ไม่ค่อย” ไม่ใช่ “ไม่เคย” เพราะผมยังเป็น “ปุถุชน” อยู่ครับ.

(โลกธรรม ๘ แบ่งเป็น ๒ ฝ่าย คือ ฝ่ายอิฏฐารมณ์ คือ  ได้ลาภ ได้ยศ สรรเสริญ เป็นสุข และฝ่ายอนิฏฐารมณ์ คือ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา เป็นทุกข์) 

สำหรับย่อหน้าต่อจากนี้ก็จะเป็นคำตอบตาม “ปัจเจกทรรศนะ” ซึ่งก็แล้วแต่ผู้อ่านจะพิจารณาว่าผมใช้ “ปัญญา” ในการตอบมากน้อยเพียงใด. 

เราเกิดมาทำไม? คำถามนี้หากตอบในเชิงวิทยาศาสตร์ก็น่าจะเป็นเพราะมนุษย์ต้องการดำรงเผ่าพันธุ์ แต่สำหรับผมแล้วคิดว่าเป็นเพราะ “เพื่อใช้กรรมเก่าและสร้างกรรมใหม่” คำตอบสั้นๆ นี้น่าจะเกิดขึ้นเพราะความทุกข์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตผม ซึ่งแม้จะไม่ได้ “อาบน้ำร้อน” มามากมาย แต่ผมก็พอจะรู้ได้ว่าความทุกข์เป็นของคู่กับชีวิตของ “ปุถุชน” จริงๆ. 

กรรม (การกระทำ) เป็นคำกลางๆ จึงมีทั้งกรรมดีและชั่ว ผมเชื่อเรื่อง “กรรม-วิบากกรรม” ผมจึงคิดว่าที่เราเกิดมาก็เป็นเพราะ “วิบากกรรม” และในชีวิตของเรานั้นก็จะมีเวลาสร้างกรรมใหม่สำหรับกำหนด “ชาติต่อไป” ดังนั้นผมจึงเชื่อคำสอนที่ว่า “ให้เร่งทำความดีไว้”. 

เราเรียนไปทำไม? คำตอบนี้มองได้ ๒ ส่วน คือ ปัจจัยส่วนตัวกับปัจจัยทางสังคม ปัจจัยส่วนตัวนั้นก็เป็นเพราะการใช้ชีวิตนั้นจำเป็นจะต้องมีการเรียนรู้ ซึ่ง “เรียน” ในที่นี้มิได้เป็นเฉพาะในห้องเรียนเท่านั้น แต่หมายถึงการเรียนรู้ทุกรูปแบบ แต่หากถามต่อว่าแล้วทำไมต้องไปนั่งเรียนในห้องเรียน ขอตอบว่าเป็นเพราะการเรียนในห้องเรียนเป็นการเรียนที่ “เป็นรูปธรรม” มากที่สุด ส่วนทางสังคมนั้นมาจากการที่สังคมจะยอมรับเฉพาะ “ผู้มีการศึกษา” และการจะอยู่ร่วมกับคนอื่นนั้นจะต้องรู้ “วิธีเข้าสังคม” ฉะนั้นเราจึงเรียนไปเพื่อสิ่งนี้.       

เราทำงานไปทำไม? ตอบสั้นๆ ว่าเป็นเพราะเราต้องหา “เงินตรา” มาตอบสนอง “ปัจจัย ๔” ที่จะทำให้คนเรามีชีวิตต่อไปได้. 

เราอยู่ไปทำไม? คำถามนี้คำตอบเหมือนกับ เราเกิดมาทำไม? คืออยู่ไปเพื่อรับวิบากกรรมและสร้างกรรมใหม่ แนวคิดหลักของผมอยู่ที่ว่าการที่ให้เราได้เกิดมาและได้อยู่มีชีวิตนั้นเป็นเพราะ “ให้โอกาสเราได้สร้างกรรมดี” เพราะเหตุนี้จึงอย่าไปยึดติดกับกรรมเก่าแต่เร่งสร้างกรรมดีขึ้นมาใหม่เพื่อไม่ให้ “เสียชาติ (ที่ให้เรามา) เกิด”. 

เราตายแล้วไปไหน? สำหรับผมนั้นผมไม่สนใจว่าจะไปไหน จึงขอตอบว่า “ไปไหนก็ไป” เพราะการที่จะตายแล้วไปไหนนั้นก็ต้องพิจารณากรรมที่ติดตัวเราอยู่ครับ แต่หากตอบให้เข้าทีก็ขอตอบตามท่านหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุว่า “ตายแล้วไปป่าช้า”. 

สุดท้ายคือ ถ้าเราจะตายในวันพรุ่งนี้เราจะทำอย่างไร? แนวคิดของผมเหมือนกับคำของหลวงปู่พุทธอิสระที่ตอบคำถามว่าท่านจะเทศน์ให้นักโทษประหารที่กำลังจะตายว่าอย่างไร ท่านบอกว่าจะเทศน์ว่า “เตรียมตัวตาย” ซึ่งผมก็ขอ “เตรียมตัวตาย” เช่นกัน. 

สิ่งที่ผม “คิด” จะทำก็คือร่ำลาพ่อแม่และกัลยาณมิตรของผมเท่าที่จะทำได้ (ถ้าท่านยังอยู่) แล้วก็ใช้เวลาจัดการกับสิ่งที่คิดว่าจะเป็น “ปัญหา” ภายหลังผมตาย หลังจากนั้นก็จะใช้ชีวิต “ตามปกติ” เพื่อ “เตรียมตัวตาย” คือ พยายามเข้าใจความตายให้มากที่สุด และเฮือกสุดท้ายก่อนจะตายก็จะนึกถึงกรรมที่ได้ทำมา และขออโหสิกรรมต่อทุกสิ่งครับ แต่นี่เป็นเพียง “อุดมคติ” ที่ผมคิดว่าจะทำ จึงอาจจะไม่ใช่เรื่องจริง ดังนั้นหากจะถามผมว่า “แล้วคุณจะทำได้จริงหรือ” ผมก็ขอตอบว่า “คุณมาบอกวัน เวลาตายของผมให้ได้จริงๆ ก่อนเถิดครับ”. 

บางคนอาจจะแอบคิดในใจว่า “ทำเป็นดัดจริตตอบราวกับว่าเข้าใจธรรมะลึกซึ้ง” ซึ่งผมก็ขอยอมรับโดยดุษณีว่าผมไม่สันทัดเรื่องธรรมะจริงๆ แต่อย่างน้อยผมก็ “เข้าถึง” ในระดับหนึ่ง เพราะผมศึกษาธรรมะเพื่อความเข้าใจและนำไปปฏิบัติจริง มิใช่ศึกษาธรรมะเพื่อเอาธรรมะมาหากินดังเช่น “เดรัจฉานในคราบพุทธบริษัท” และมิได้ศึกษาเพื่อไปอวดศักดากับใครว่า “ข้านี่แหละคนดี” เช่นใครหลายๆ คนนิยมทำ. 

ผมประทับใจกลอนบทหนึ่งที่ใช้บรรยายภาพฝาหนังโรงมหรสพทางวิญญาณของท่านพุทธทาส เพราะกลอนบทนี้ทำให้ผมฉุกคิดได้ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่และควรจะต้องทำอะไรต่อไปในฐานะที่เกิดมาเป็น “คน” และหวังว่ากลอนบทนี้จะทำให้เราทุกคน “อายหมา” เสียบ้างครับ

                                    อ้ายชาติชั่ว เรียกตัว ว่ามนุษย์

                        ผลที่สุด ไม่มีดี อะไรนี่

                        อนิจจา หมาไม่กิน ขำสิ้นดี

                        เสียแรงที่ แสนฉลาด “อ้ายชาติคน”

อย่างที่กล่าวไว้แต่แรกว่านี่เป็น “ปัจเจกทรรศนะ” ซึ่งจะถูกหรือผิดก็แล้วแต่ดุลยพินิจของผู้อ่าน แต่ต้องออกตัวไว้ก่อนว่ามันเป็น “ชีวิตใครชีวิตมัน” ฉะนั้นผมหวังว่าเมื่ออ่านจบแล้วคุณจะลองตอบคำถามเหล่านี้ของ “ชีวิตคุณ” ด้วยตัวเองดูบ้างนะครับ... สวัสดีครับ

๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๐




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
แว่น วันที่ : 16/03/2008 เวลา : 19.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fluke
เล่าสู่กันฟัง... มุมมองที่แตกต่าง บนวิถีทางธรรมาธิปไตย...

ขอบคุณที่มาเยือน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
manop26 วันที่ : 12/03/2008 เวลา : 12.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/manop26
 

สวัสดีครับ.....ผ่านมาชมแล้วดีเลยทีเดียว เลยเข้ามาทักทาย ว่างๆ แวะมาดูเว็บไซค์ผมบ้างน๊ะ....ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แว่น วันที่ : 12/03/2008 เวลา : 10.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fluke
เล่าสู่กันฟัง... มุมมองที่แตกต่าง บนวิถีทางธรรมาธิปไตย...

ยินดีที่ได้รู้จักครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ญาปู่ครูบาธรรมโยคีอริยธาตุมหาญาณโพธิสัจ วันที่ : 12/03/2008 เวลา : 09.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/taimahayan
ธรรมะวิถีไทเซน  มหาสารคาม

..ท่านญาปู่แนพให้พวกเราหาคำตอบ ให้กับ๕ คำถามนี้ให้ได้ ชีวิตถึงจะมีเป้าหมายที่ชัดเจน
๑.ชีวิตคืออะไร?
๒.เกิดมาจากไหน?
๓.อยู่เพื่อทำอะไร?
๔.เป้าหมายชีวิตอยู่ไหน?
๕.สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่คิดว่าควรจะได้คืออะไร?
....มาชวนไปรู้จัก"หมอปากหมา" ที่พูดถึงอาการชา ที่น่าสนใจมาก ที่บ้านtaimahayan ถ้ามีสาระโดนใจช่วยVote และแสดงความคิดเห็นด้วยเด้อ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นามปากหมา วันที่ : 12/03/2008 เวลา : 09.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pigcy
หมีเอสปาด้า

แว่น ไปกินเอ็มเคกันเธอเลี้ยงนะ (ล้อเล่น)

มาเยี่ยมผมบ้างนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน