• แว่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tanakarn.fluke@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-25
  • จำนวนเรื่อง : 36
  • จำนวนผู้ชม : 136943
  • ส่ง msg :
  • โหวต 19 คน
เล่าสู่กันฟัง
ขอบคุณครับที่แวะมาเยือน... พื้นที่ถ่ายทอด "มุมมองที่แตกต่าง" เพื่อเสริมสร้าง "วิถีทางธรรมาธิปไตย"... (เนื้อหาบางส่วนเผยแพร่ในนิตยสาร CMYK และจุลสารปัญญาภรณ์)
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/fluke
วันอังคาร ที่ 29 กรกฎาคม 2551
Posted by แว่น , ผู้อ่าน : 4546 , 15:39:11 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

“ภาษาไทยเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของชาติ ภาษาทั้งหลายเป็นสิ่งที่สวยงามอย่างหนึ่ง

เช่น ในทางวรรณคดี เป็นต้น ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องรักษาไว้ให้ดี ...

เรามีโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ ...”   

พระราชดำรัสฯ ในที่ประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย

คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๐๕

การเปลี่ยนแปลงของทุกสรรพสิ่งถือเป็นปรกติวิสัยหรือเรื่องธรรมดาภายใต้กฎไตรลักษณ์ ทว่า หากการเปลี่ยนแปลงเป็นไปในทางหายนะมากจนเกินไป ก็ยากที่จะทำใจยอมรับได้โดยดุษณี... เฉกเช่นเดียวกับเรื่องของภาษา.

ด้วยธรรมชาติของภาษาที่ “ยังมีชีวิต” (ได้อีกไม่นาน) ภาษาไทยจึงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ  ทั้งในทางที่เจริญ (วิวัฒนาการ) เช่น การสร้างระดับการสนทนา การมีมารยาทในการสื่อสาร หรือความนิยมในการเขียนร้อยแก้วเชิงสร้างสรรค์ เป็นต้น และในทางที่เสื่อม (อวิวัฒนาการ) เช่น การพูดภาษาไทยสำเนียงอังกฤษ การสร้าง “คำคะนอง” ขึ้นใช้เอง การอ่านภาษาไทยไม่ถูกต้อง ความล้มเหลวในการใช้ภาษา (การพูด การเขียน) ของเยาวชน เป็นต้น ซึ่งแม้อาจจะไม่แน่ใจว่าการเปลี่ยนแปลงทางใดมีมากกว่า แต่ก็มั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงทางหลังมีผลกระทบร้ายแรงกว่า.

ภาษาทุกภาษาล้วนมี “เอกลักษณ์” เช่นเดียวกับการที่มนุษย์มี “ปัจเจกลักษณะ” ของตน    ซึ่งเอกลักษณ์ของภาษานั่นเองที่เป็นสิ่งบ่งชี้คุณค่าของภาษา สำหรับเอกลักษณ์ภาษาไทยนั้นก็มีอาทิ ภาษาไทยมีระบบเสียงที่ไพเราะ (วรรณยุกต์) ซึ่งพบได้ไม่มากในภาษาทั่วๆ ไป ภาษาไทยมีระดับการใช้ภาษาตามความเหมาะสม (คำราชาศัพท์ ภาษาทางการ ภาษาสนทนา) ซึ่งถือเป็นสิ่งบ่งบอก “มารยาท” ของภาษาไทย สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ภาษาไทยนั้นเป็นภาษาเฉพาะเผ่าพันธุ์หรือถ้าหากจะเรียกให้งดงามขึ้นก็คือ “ภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ”.

ในประเทศอินเดียมีภาษาใช้มากมายทั้งภาษาราชการ และภาษาชุมชน ซึ่งมองว่าเข้าทำนอง “มากคนมากความ” ไร้เอกภาพในการสื่อสาร ส่วนภาษาอังกฤษ ภาษาจีน หรือภาษาฝรั่งเศสก็มีใช้กระจัดกระจายไปทั่วโลก หากจะมองในแง่ความเป็นสากลก็คงว่าเป็นเรื่องดี แต่หากมองอีกมุมหนึ่งในเรื่องของความภาคภูมิใจในความเป็น “ชาติเจ้าของภาษา” แล้ว ก็ต้องกล่าวว่า ชาติต่างๆ เหล่านั้น “ฤๅจะภาคภูมิใจเท่าเรา”. 

ภาษาไทยมีใช้เป็นภาษาหนึ่งเดียวประจำชาติไทย แม้ว่าจะมีภาษาถิ่นที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็ถือว่าภาษาเหล่านี้เป็น “สายโลหิตเดียวกัน” ฉะนั้นจึงสามารถกล่าวได้อย่างเต็มภาคภูมิว่า “ภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติไทย” หรืออีกนัยหนึ่งว่า “ชาติไทยมีภาษาประจำชาติคือภาษาไทย” ทั้งนี้ก็เพื่อให้เห็นว่าภาษาไทยมีความสำคัญอย่างยิ่งในการแสดงความเป็นชาติ บูรณภาพแห่งรัฐ ความมีอารยธรรม และความเป็นเอกราชโดยเฉพาะ “เอกราชทางวัฒนธรรม”.

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันภาษาไทยที่แสดง “เอกราชทางวัฒนธรรม” ของประเทศไทย กำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ ทั้งนี้ก็เพราะภาษาต่างประเทศนั้นเข้ามาผสมผสานกลมกลืนกับภาษาไทยด้วยความเต็มใจของผู้ใช้ภาษาไทยส่วนใหญ่ที่ไร้ “จิตสำนึกในคุณค่าภาษาไทย” ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า ประเทศไทยกำลังถูก “ล่าอาณานิคม” ซึ่งภัยคุกคามครั้งนี้มาในรูปแบบใหม่ คือ ไม่ใช้แสนยานุภาพทางทหารแต่ใช้แสนยานุภาพทางวัฒนธรรม.

ในกรณีพิพาทเรื่องเขาพระวิหารหรือกรณีนักธุรกิจจากอาหรับคิดจะลงทุนทำนาข้าวนั้น “ลัทธิชาตินิยม (สุดโต่ง)” ที่เคยรุ่งเรืองในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามก็ถูกนำมา “ผลิตซ้ำ” อีกครั้ง ภายใต้เงื่อนไขใหม่ เวลาใหม่ แต่เป็นที่น่าสงสัยว่าเพราะเหตุใดแนวคิดชาตินิยมในการที่จะอนุรักษ์หวงแหนภาษาไทยไว้กลับยังคงสงวนไว้สำหรับ “ไดโนเสาร์” ซึ่งเป็นชื่อเรียกที่คนรุ่นใหม่ตั้งให้ผู้ที่มีจิตสำนึกรักภาษาไทย รักเอกลักษณ์ของชาติไทย และรักประเทศไทย.

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าประชาชนทั่วไปมิได้ตระหนักถึงคุณค่าของภาษาไทย จึงคิดว่า “ปัญหาที่เกิดขึ้นกับภาษาไทยเป็นเรื่องเล็กๆ” ตัวอย่างหนึ่งที่ยังจำได้เมื่อช่วงวันภาษาไทยสองปีก่อน (๒๙ กรกฎาคม ๒๕๔๙) มีรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งนำเสนอประเด็นความวิบัติของภาษาไทย มีช่วงหนึ่งที่สัมภาษณ์อาจารย์สอนวิชาภาษาไทย (นอกระบบ) ท่านหนึ่ง ซึ่งได้กล่าวไว้อย่างน่าคิดว่า “คนไทยไม่กินข้าว... ไม่ได้แปลว่าไม่รู้จักข้าว” เทียบได้กับ “ความรู้จัก” และ “ความรู้รัก” ภาษาไทย จึงไม่น่าแปลกนักที่เยาวชนไทยสมัยนี้ไร้จิตสำนึกรักภาษาไทยเช่นนี้ ซึ่งก็ขอตั้งคำถามกลับว่า “ถ้าลูกทุกคนเพียงแค่ “รู้จัก” พ่อแม่ โดยที่ปราศจากการ “รู้รัก” นี่เป็นเรื่องธรรมดาหรอกหรือ”.

            ฉะนั้นเพื่อการ “รู้รัก” ในภาษาไทย ทุกๆ องคาพยพในสังคมไทยที่มี “สำนึกรักบ้านเกิด” จึงควรร่วมกันอนุรักษ์ภาษาไทยโดยการใช้ภาษาให้ถูกต้องก่อนที่จะไป “จูงจมูก” ผู้อื่นให้มา “รู้รัก”  ซึ่งทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก (Butterfly’s Effect) ที่ว่า “เพียงแค่ผีเสื้อตัวเล็กขยับปีก ส่งผลกระทบทั้งโลก” คงเป็นทฤษฎีที่ช่วยให้คิดได้ว่า “ผีเสื้อน้อยควรขยับปีกให้เป็นก่อน ค่อยไปสอนให้ตัวอื่นขยับตาม”.

            “รักภาษาคือรักชาติ” เป็นทัศนคติที่ประชาชนไทยทุกคนควรยึดถือไว้ประจำใจ ทั้งนี้ก็เพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งเอกราชและอารยธรรมของชาติไทย เพื่อมิให้เหตุการณ์เป็นไปตามคำกล่าวของ   รศ. สุนีย์ สินธุเดชะ ที่ว่า “สิ้นภาษาก็สิ้นชาติ”.

 

๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ - ๒๑.๓๖ น.




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน