*/
  • fonyukyik
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-18
  • จำนวนเรื่อง : 12
  • จำนวนผู้ชม : 24630
  • จำนวนผู้โหวต : 24
  • ส่ง msg :
  • โหวต 24 คน
เรื่อง นี่หรือ....ของ คำว่า รัก ที่ทุกคนต้องการหนักหนา ท่านคิดว่าเป็นอย่างไร
ดีมาก
1 คน
ดี
3 คน
พอใช้
2 คน

  โหวต 6 คน
วันจันทร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2551
Posted by fonyukyik , ผู้อ่าน : 1264 , 15:57:05 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

" ลูกฉันจะอยู่ได้ไหมนะ" เป็นคำพูดของผู้เป็นแม่ที่ห่วงใยลูกที่ต้องไปอยู่เมืองกรุง ....

เด็กสาววัยอายุ 15 ปี ลักษณะนิสัยไม่ค่อยพูด ไม่เคยไปไหนคนเดียว แต่ด้วยอนาคตของเด็กคนนี้ที่ต้องไปเรียนต่อระดับปวช. ในโรงเรียนพาณิชย์แถวห้วยขวาง-ดินแดน และเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย

วันแรกของเด็กสาวคนนี้ ที่ต้องเข้าเมืองกรุง โดยสัมภาระของเธอ มี 3 อย่าง กระเป๋าเสื้อผ้า กล่องกระดาษเบียร์ สมัยนั้นส่วนใหญคนต่างจังหวัดจะใช้กล่องกระดาษนี้แหละใส่สัมภาระ ในกล่อง 2 ใบ  หนึ่ง 1 กล่องใส่ของกิน กล่องหนึ่งใส่ผ้าห่ม หมอน  เด็กสาวผู้นั้น เดินทางออกจากบ้านเวลา 03.00 น.

ด้วยรถโดยสารพร้อมมารดา และกลุ่มรุ่นพี่ที่เรียนอยู่ที่นั้นก่อนเเธอ 2ปี ทุกอย่างพร้อมแล้ว  รถโดยสารแบบ 20 ประตู มาถึง ก้าวแรกที่เธอขึ้นรถ เธอบอกว่า ตื่นเต้นมากๆทั้งที่น้ำตาคลอเพราะความกลัวหรือความสุขที่ได้ไปอยู่ในเมืองกรุง  แสงไฟในรถดับหมด เหลือแต่แสงพระจันทร์ที่ส่องจากท้องฟ้า ..เธอมองรอบข้างๆ หน้าต่างก้อนึก หลายๆ อย่าง หันไปด้านหลัง หน้าหน้า หน้าข้าง ผู้โดยสารที่มาด้วยก็หลับหมด นอกจากคนขับรถเท่านั้น เธอก็หลับไม่ลง เพราะ

ความตื่นเต้น เมื่อมาถึงหมอชิต (หมอชิตเก่า) ลงจากรถ ผู้คนเยอะแยะไปหมด แล้วเธอก็นั่งแท็กซี่ไปจุดมุ่งหมาย คือ หอพักหญิง ระหว่างทางเธอได้มองสิ่งแวดล้อมในเมืองกรุงไม่เหมือนบ้านเราเลย บ้านเรานานๆ จะได้เห็นบ้านคนแต่ที่นี่ไม่ต้องเห็นติดๆ กัน ทุกตึกก็สูงเหลือเกิน .....เขาอยู่กันได้ไงไม่รู้ตึกสูงๆ นะ เธอนึกในใจ .....เมื่อมาถึงจุดมุ่งหมายแล้ว ก้อเช้าพอดี .....เป็นหอพักหญิงที่ใช้บริเวณโรงเรียนระดับประถม ที่ไม่ได้ใช้ เป็นตึกเก่าๆ ดัดแปลงเป็นหอพัก มีทั้งหมด 4 ชั้น ก่อนที่เธอจะได้ขึ้นไปที่ตึกนั้นได้เธออาจารย์ผู้ดูแลหอพัก ที่รุ่นพี่เรียกกันว่า "แม่นิ่ม" (อาจารย์ชื่อ นิ่ม) เป็นผู้หญิงรุ่นประมาณ 38 ปี กว่า ๆการพูดคุยของแม่นิ่มคนนี้ สมกับชื่อเหลือเกิน ได้ทักทายกัน พาขึ้นไปที่ห้องพัก

หญิงสาวคนนี้ ได้ห้องริมสุดใกล้กับนอนน้ำ ชั้นหนึ่งมีห้องน้ำ 2 ห้อง ชั้นหนึ่งมีห้องนอน 4 ห้อง สามารถนอนกันได้ ถึง 6 คน เธอเข้าไปห้องพักของเธฮ ได้เจอเพื่อนๆ ที่มีจากต่างจังหวัดเหมือนกัน เธฮรู้สึกตื่นเต้นได้เจอเพื่อนๆ เธอได้เลือกเตียงนอนที่เป็นเหล็ก ทาสีด้วยสีฟ้า มีโต๊ะเรียนสำหรับไว้บนหัวเตียง ได้ตู้ใส่เสื้อผ้าตู้ที่เรียกว่า ล็อคเกอร์   1 ช่อง เธอมองรอบๆ ห้อง แล้วก็มองหน้าผู้เป็นมารดาของเธอ แล้วยิ้มและนำตาคลอ.....ผู้เป็นมารดาของเธอก็จับมือเธฮ บอกว่า เพื่ออนาคตของลูกนะ แล้วก็ยิ้มตอบ ผู้เป็นแม่ของเธอ ก็ช่วยเธอจัดเตรียมของสัมภาระที่เตรียมมา ทุกอย่างก้อจัดเสร็จเรียบร้อยก้อเป็นเวลาบ่ายๆ ถึงเวลาที่มารดาของเธอต้องกลับต่างจังหวัด หญิงสาวคนนี้ก็ใจหาย เหมือนว่า เราต้องอยู่คนเดียว เธอแทบพูดไม่ออกได้แต่มองหน้ามารดาของเธอ....ใจอยากบอกว่า "อยากกลับบ้านแล้ว" แต่เธอไม่กล้าพูดไม่อย่กให้มารดาของเธอเป็นห่วง เธอและแม่ของเธอ เดินลงมาจากห้องพัก แม่ของเธอได้หยิบเงินมาให้เธอ ประมาณ 2000 บาทก้อนแรกที่เธอได้เงินเยอะ จากมารดาของเธอ ..เธอรับแล้วก็น้ำตาคลอ เดินไปส่งแม่ของเธอทีป้ายรถเมล์ ไม่พูดอะไรเลยได้แต่มองหน้ามารดาของเธอ รถเมล์สายหนึ่งมาจอดที่ป้ายมารถดาของเธอพูดว่า "แม่ไปแหละนะ อดทน เ เพื่ออนาคตของเธอ" แต่รู้ไหมว่า มารดาของเธอนึกในใจไว้ตั้งแต่ตอนที่ถึงหอพักว่า "ลูกของฉันจะอยู่ได้ไหมเนี่ย" เพราะหญิงสาวไม่เคยห่างจากแม่ของเธอเลย ............แม่ของเธอก็ขึ้นรถเมล์ รถแล่นไปอย่างช้า หญิงสาวมองรถที่กำลังแล่นพาไปอย่างช้าๆ เธอก้อหันหลังกลับสู่ห้องพัก.................

เรามาดูกันต่อไปว่า หญิงสาวคนบ้านนอกคนนี้ จะอยู่ได้หรือไหม ติดตามกันต่อไป....นะค่ะ



/1