• ครูแหลม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : leamkom@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-17
  • จำนวนเรื่อง : 300
  • จำนวนผู้ชม : 452430
  • จำนวนผู้โหวต : 89
  • ส่ง msg :
  • โหวต 89 คน
วันอาทิตย์ ที่ 24 กรกฎาคม 2559
Posted by ครูแหลม , ผู้อ่าน : 810 , 15:32:25 น.  
หมวด : กีฬา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน BlueHill , bene โหวตเรื่องนี้



((((เมื่อเธอเฉียดตาย!!!..."แต่ขอร้องอย่าหยุดวิ่ง")))

มาราธอน ๔๒.๑๙๕ กิโลเมตร ไม่ใช่การวิ่งเพื่อออกกำลังกายแล้วนะครับ...

หัวใจของผู้วิ่งมาราธอน คือ อัตราชีพจรการเต้นของหัวใจ คนทั่วไปจะวิ่งมาราธอนก็ประมาณ ๑๔๐ ครั้ง ต่อ นาที ถ้าวิ่งติดต่อกัน ๗ ชั่วโมง หัวใจ ๕๘,๘๐๐ ครั้ง จึงเป็นสามเท่าของชีวิตปกติ นั้นประมาณ การใช้ชีวิต ๑ วัน
เราจึงต้องกิน อาหารสามมื้อ (๓,๐๐๐ แคลลอรี่ โดยเฉลี่ย) เพื่อมาเป็นพลังงานในการใช้ชีวิต นะครับ

แต่ลูกศิษย์ สองคนที่จะเล่าให้ฟัง เฉียดตาย !!! เพราะ.....

๑.ดื้อมาก
๒.ไม่ศึกษาหาความรู้
๓.ฝึกซ้อมไม่เพียงพอ

สามข้อนี้ จึงทำให้ทั้งสองคน ได้เข้าไปใกล้ชิดท่านยมฑูต
ทั้งสองคน อายุเท่ากัน สี่สิบกว่า เป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่เด็กๆ
ลงวิ่งมาราธอนครั้งแรกในชีวิตเหมือนกัน ตามแรงเชียร์ แรงยุ แรงดูถูก!!! ของเพื่อนๆในกลุ่ม "ใครๆเขาก็วิ่งผ่านมาราธอนกันหมดแล้ว เหลือแต่พวกมึงสองคน ไม่อายหรือว่ะ ...กูว่าพวกมึงขี้ขลาด!!!"

คนแรกจึง ลงรายการ นาวิกโยธินมาราธอน คนที่สองลงพัทยามาราธอน นักวิ่งมากประสพการณ์ มักจะไม่ให้นักวิ่งหน้าใหม่ลงรายการที่นี่ เพราะโหดเกินไปสำหรับมาราธอนแรก ...แต่เขาก็ดื้อ จึงเลือกลงรายการนี้ 
เพราะจำคำพูดของฉันที่บอกว่า =ให้ใช้"หัวใจ"เป็นประธาน= 
เขาพูดกับฉันขำๆว่า "ครู ผมจะวิ่ง ๔๐ และให้หัวใจวิ่ง ๑๖๐ เปอร์เซนต์"

๕๕๕๕๕...เออๆเธอเก่ง ต้องซ้อมให้ถึงนะครับ อย่างน้อย ๓๕ กิโลเมตร...นะครับ
ฉันแนะนำไป และเชื่อสนิทใจ ว่าเขาวิ่งจบได้แน่นอน

...พอถึงวันจริง ฉันวิ่งไปกับลูกศิษย์คนนี้ ได้ ๑๘ กิโลเมตร ฉันเห็นว่า เขาวิ่งได้ ไปช้าๆไม่ต้องรีบ จึงวางใจ ฉันจึงกลับมาวิ่งในระยะปกติของฉันคือ ๗ ถึง ๘ นาที ต่อหนึ่งกิโลเมตร ฉันวิ่งเข้าเส้นชัยในเวลา ๖ ชั่วโมงกว่า ซึ่งเป็นระยะเวลาปกติของฉัน ส่วนเขาวิ่งมาถึง ๗ ชั่วโมงกว่า ....ฉันดีใจมากที่เขาทำสำเร็จ เราเข้าไปสวมกอดกัน 
เขาเดินไปรับเหรียญ และเสื้อผู้พิชิตมาราธอน เขาเดินไปเรื่อยๆ รับนมกล่องจากเจ้าหน้าที่มาดื่ม แล้วนั่งลง "มันจบแล้ว ผมบอกครูแล้วว่าผมทำได้ ๕๕๕๕" เขาโม้ "เออๆเอ็งเก่งมาก" เราคุยกันต่ออย่างสนุกสนาน แล้วเขาก็นอนราบลงไปบนพื้น ....

!!!!.... เขาตาเหลือก ตัวซีด กระตุกสองสามครั้งแล้วก็นิ่งไป !!!!

ณ เวลานั้น จึงเกิดการชุลมุนขึ้น ฉันตะโกนขอความช่วยเหลือ แพทย์สนาม กรูกันมาช่วยชีวิตเขาอย่างเร่งด่วน เจ้าหน้าที่ถอดเสื้อ เขาออกปั๊มหัวใจ เอาน้ำแข็งมาโปะ เวลาผ่านไปสองนาที แต่ดูเหมือนมันช่างนานแสนนาน .....!!!!

ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น ต่างคิดว่า เราได้เสียเขาไปแล้วครับ

...สักครู่เขาลืมตาขึ้นมา สีหน้าเหมือนไม่รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง เขากลับมาแล้วแบบงงๆ ว่าทุกคนมาทำอะไรกับร่างกายของเขา

ขอบพระคุณทีมแพทย์สนามมากครับ 

สองอาทิตย์ถัดมา ที่พัทยามาราธอน ...เฉียดตายคนที่สอง
คนแรก ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ให้กลุ่มเพื่อนๆฟัง รวมทั้งคนที่สองด้วย มาราธอนแรกที่พัทยา โหดมากตามลักษณะภูมิประเทศ ภูเขาชายทะเล เป็น ๔๒ กิโลเมตรที่ นักวิ่งหน้าใหม่ที่ซ้อมไม่ถึง ไม่สมควรมาวิ่งอย่างยิ่งครับ แต่เขาก็ตัดสินใจแล้ว

...เหมือนหนังเก่าที่ฉายไปแล้วสำหรับคนแรก
ภาพนั้นกลับมาหลอกหลอนฉันอีกครั้ง !!!! 

แต่คนนี้เก่งมากครับ อีก๒นาที จะ๗ชั่วโมง Cut Off คือการตัดสิทธิ์ให้ออกจากการแข่งขัน พอวิ่งมาถึงเส้นชัย เพื่อนๆก็ดีใจ ที่เขาทำสำเร็จ เขาเริ่มคุยโม้อย่างสนุกสนานว่าเขาผ่านอะไรมาบ้าง 

แล้วขอเดินไปพักที่เต้นท์พยาบาล เขาชูสองนิ้ว พร้อมเหรียญผู้พิชิตมาราธอน นั้นคือภาพสุดท้ายที่เขารู้สึกตัว 

!!!!....อาการเขาเหมือนเพื่อนคนแรก ตาลอย!!! กระตุก!!! แล้วนิ่ง!!!

คราวนี้หนักกว่าเพื่อน ปั๊มไม่ขึ้นต้องส่งตัวไปโรงพยาบาล
เขาต้องนอนดูอาการ ๑ คืนจึงกลับมาปกติได้ครับ

ทั้งสองคน ทำสำเร็จ เข้ามาที่เส้นชัย แต่ได้ใช้พลังงานไปมากมาย เหมือนรถที่น้ำมันหมด แล้วก็เครื่องก็ดับสนิท...

ฉันเป็นครู ไม่ใช่หมอ ฉันจะสรุปเรื่องเฉียดตาย จากการวิ่งมาราธอน ของทั้งสองคนนี้ว่า...

๑.ดื้อมาก ถึงมากที่สุด
๒.ไม่ศึกษาหาความรู้ เกี่ยวกับการวิ่งมาราธอน
๓.ให้เวลากับการฝึกซ้อมไม่เพียงพอ 

แต่ที่เขาทั้งสองรอดมาได้นั้น เป็นเพราะ"มิตรภาพ" ของเพื่อนๆนักวิ่งที่วิ่งไปด้วยกันดูแลกัน

มาราธอน ได้ให้ชีวิตใหม่ กับเขาทั้งสอง ที่จะจดจำไปอย่างที่ไม่มีวันลืมเลือนครับ

" เธอเฉียดตาย!!!...แต่ขอร้องอย่าหยุดวิ่ง"
ไปช้าๆไม่ต้องรีบครับ ขอบพระคุณมากครับ 

.../พี่ลูกเสือ มาราธอน

ปล.พี่ป๊อก เคยบอกกับนักวิ่งทุกคนว่า มาราธอนมีทุกเดือนครับ เตรียมตัวฝึกซ้อมให้ดีที่สุด สู้ไม่ไหวก็ต้องยอมแพ้นะครับ
อิทธิพล สมุทรทอง
ขอบพระคุณพี่ป็อกมากครับ
--------------------------------
ขอเสริมแบบครูโง่ๆคนหนึ่งนะครับ
สองคนนี้ไม่ได้เป็น"โรคลมแดด" หรือ ฮีต สโตรก (Heat stroke) นะครับ 

...แต่ทั้งสองคนเขานอนราบลงไปทันทีครับ ไม่มีการวอร์มดาวน์ คือ วิ่ง/เดิน ให้ช้าหรือเบาลง ช่น หลังจากวิ่งมาจนเหนื่อยก็วอร์มดาวน์ด้วยการเดินช้าๆ สักพัก เพราะถ้าเราหยุดออกแรงกะทันหัน เลือดจะปรับตัวไม่ทัน ทำให้หน้ามืดหรือเป็นลมได้
ประกอบกับ ไม่มีพลังงานเหลืออยู่เลยครับ
คนแรกได้กินนมก่อน หมดสติ จึงฟื้นได้เร็วครับ

ส่วนคนที่สอง ไม่ได้กินอะไรเลย เป็นตะคริวด้วย และพลังงานไม่เหลือแล้ว ร่างกายจึง Shut Down หยุดทำงานทุกส่วน มีแต่เพียงหัวใจที่เต้นอยู่อย่างแผ่วเบาเท่านั้นครับ

มีความเป็นไปได้สูง ในเชิงวิชากรi(บ้านๆ) ที่ว่า...
นอกจากฝึกซ้อมไม่พอแล้ว
เขาทั้งสองก่อนวันวิ่งมาราธอน นอนพักผ่อนไม่พอครับ
และ กินอาหารไม่พอ ในรูปของคาร์โบไฮเดรต
โดยมีความสำคัญต่อชีวิตในด้านการเป็นแหล่งพลังงานและเป็นส่วนประกอบของส่วนต่าง ๆ ภายในเซลล์และเยื่อเซลล์ต่าง ๆ

เอาให้เข้าใจง่ายๆนะครับ อาหารของสมองคือ น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว คือ แล็กโทส (lactose) ที่ประกอบด้วยกลูโคสและกาแล็กโทส และซูโครส (sucrose) ที่ประกอบด้วยกลูโคสและฟรักโทส, และมอลโทส (maltose)

คำว่า “คาร์โบไฮเดรต” มีรากศัพท์มาจากคำว่า คาร์บอน (carbon) และคำว่าไฮเดรต (hydrate) ที่แปลว่าอิ่มตัวไปด้วยน้ำ เมื่อรวมกันแล้วก็จะหมายถึงคาร์บอนที่อิ่มตัวไปด้วยน้ำ แล้วร่างกายจะแปลงมาเป็นน้ำตาล เพื่อส่งไปเลี้ยงสมองครับ 

ภาษาบ้านๆ คือขาดน้ำตาลไปเลี้ยงสมองไงครับ สมองจึงหยุดทุกส่วนของร่างกายไม่ให้ทำงาน แต่สมอง สั่งหัวใจไม่ได้ครับ เพราะหัวใจเป็นประธาน สำคัญที่สุดและสูงสุดของเรา เมื่อทุกส่วนของร่างกายหยุดทำงานไปหมดแล้ว แต่หัวใจยังเต้นต่อไป แม้นำออกมาจากร่างกายแล้ว บางกรณี หัวใจยังเต้นอยู่ถึง ๓๐ นาที นะครับ มหัศจรรย์มาก จึงมีเวลาพอ ถ้าเราได้รับการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง และส่งถึงมือแพทย์ จึงรอดตาย พ้นเงื่อมมือท่านมัจจุราชแน่นอนครับ

.../พี่ลูกเสือ รำพึง(เป็นครูไม่ใช่หมอ)



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 ครูแหลม ถูกใจสิ่งนี้ (1)
bene วันที่ : 25/07/2016 เวลา : 04.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene


ความคิดเห็นที่ 1 ครูแหลม ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 24/07/2016 เวลา : 17.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน