• ครูแหลม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : leamkom@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-17
  • จำนวนเรื่อง : 300
  • จำนวนผู้ชม : 439767
  • จำนวนผู้โหวต : 88
  • ส่ง msg :
  • โหวต 88 คน
วันพุธ ที่ 14 กันยายน 2559
Posted by ครูแหลม , ผู้อ่าน : 483 , 05:14:33 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน february26 โหวตเรื่องนี้

=บทที่๑=

" ไปวิ่งเล่นกัน "
เพื่อนชวน
" จะบ้า!!!หรือไง กูตาย!!ใครจะรับผิดชอบ "
ฉันตอบเพื่อนไปด้วยความโกรธ

ฉันจึงไม่มีเพื่อนมาเล่นด้วยเลยในวัยเด็ก ฉันเป็นโรคหอบหืด หรือโรคหลอดลมอักเสบจากภูมิแพ้ (asthma)
จึงต้องหลีกเลี่ยงหรือขจัดสิ่งต่างๆที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ เช่น ขนแมว ,ฝุ่นละอง ,ทุเรียน ,ปู ,กุ้ง ,อากาศที่เย็นหรือร้อนเกินไป และการออกกำลังที่ทำให้เหนื่อยหอบทุกประเภท ฯลฯ
โดยที่ฉันจะต้องถูกทดสอบ ด้วยการฉีดยาไปที่ใต้ผิวหนัง ถึง ๑๑๙ เข็ม ถ้าแพ้สิ่งไหน จะมีเลือดและน้ำเหลือง ออกมาตรงผิวหนังที่โดนฉีดยาเข็มนั้น .....

นั้นจึงทำให้ฉันต้องอยู่ในห้องเรียน อ่านแต่หนังสือ ฉันจึงสอบได้ที่ ๑ ทุกเทอม ฉันไม่ใช่เด็กเรียน แต่เป็นเด็กขี้โรคที่ไม่มีทางเลือก ฉันจึงไม่มองไปที่สนามกว้างๆของโรงเรียนเวลาที่เพื่อนๆวิ่งเล่นกีฬาและหัวเราะกัน อย่างสนุกสนาน

มันเป็น"อคติ"ในวัยเด็กของฉัน "กีฬา" ไม่ใช่เรื่องที่ดี ครูพละไม่ชอบฉัน แต่ครูใหญ่รักและสงสารฉันมาก ฉันต้องไปฉีดยา ที่โรงพยาบาลทุกวันอังคาร และ วันพฤหัส
ฉันจึงไม่ได้เรียนพละในวันอังคาร รวมทั้งงานฝีมือที่ต้องใช้เลื่อยฉลุที่มีแต่ฝุ่นของขี้เลื่อย (ฉันชอบวิชานี้ที่สุด) ในวันพฤหัสบดี ครูใหญ่ไม่เคยดุฉันเลย แถมยังชมเชยฉันที่หน้าเสาธงเป็นประจำ เพราะว่าฉันเรียนเก่งที่สุดในชั้นปี และยังได้เป็นเด็กดีเด่น ประจำโรงเรียนอีกด้วย ฉันได้คะแนนวิชาพละเต็ม ทั้งๆที่ไม่เคยเรียน ตีนยังไม่เคยแตะพื้นสนามเลยด้วยซ้ำไป

และวิชาที่แอบร้องไห้บ่อยๆที่ไม่เคยได้เรียนเลย คือวิชาลูกเสือ ทุกวันศุกร์ฉันแต่งชุดลูกเสือไปทุกครั้ง แต่ไม่เคยแม้แต่ที่จะไปยืนรวมหมู่ตากแดดกับเพื่อนๆ
...วิชาลูกเสือ คือวิชาห้องสมุดของฉัน หนังสือทุกเล่มในห้องสมุดฉันได้อ่านทุกตัวอักษร แน่นอนครูพละกับครูลูกเสือ คือคนเดียวกัน ครูคงรังเกียจฉันเข้าไส้ ๕๕๕๕๕ ที่ได้รับอภิสิทธิ์พิเศษ เพียงเพราะว่าฉันมีประวัติทางการป่วยด้วยโรคประจำตัวที่รุนแรง
จากท่านอาจารย์หมอ พลตรี นพ. สฤษดิ์วงศ์ วงศ์ถ้วยทอง ฉันคือเด็กป่วยasthmaอย่างหนัก ที่อยู่ในโครงการรักษาดูแลพิเศษ ในโครงการของท่าน

จึงทำให้ฉันอ่อนแอขี้โรค แต่เป็นเด็กเรียนในสายตาของเพื่อนๆและคุณครูผู้น้อย จนประถม๔ ฉันมีเพื่อนคนเดียว ชื่อ"บุญเบิก"

บุญเบิก เป็นเด็กโข่งเรียนป.๔ ซ้ำชั้นมาสามครั้งแล้ว
"ไอ้เบิก" จึงเป็นเด็กตัวดำใหญ่มาก เด็กๆทุกคนในโรงเรียนกลัวมันมาก เพราะว่าไอ้เบิกเกเร ชอบหาเรื่องชกต่อย กับคนอื่นเสมอ แต่ไอ้เบิกมันรักฉันมาก เพราะครูประจำชั้น จับไอ้เบิกให้มานั่งกับฉันและกำชับว่าปีนี้ บุญเบิกต้องจบ ป.๔ ให้ได้

ในสมัยนั้นการศึกษาภาคบังคับแค่ชั้นประถมสี่ ไอ้เบิกอายุ ๑๔ ปี พ่อแม่มันยากจน เก็บขยะขาย อาศัยกระต๊อปหลังอู่รถเมล์ ติดๆกับโรงเรียนเป็นที่ซุกหัวนอน ครูใหญ่ใจดี สงสารให้มันเรียนฟรี เพราะว่า พ่อแม่มันคอยมาเก็บกวาดโรงเรียน แต่ไม่ได้เป็นภารโรง พ่อแม่บุญเบิก ยกมือไหว้ทุกคนแม้แต่ฉัน ก็ยกมือไหว้ฉันก่อน เรียกฉันว่าคุณหนูทุกคำ

บุญเบิก แข็งแรง เก่งกีฬาและวิชางานฝีมือมาก งานเลื่อยฉลุของมันสวยที่สุด เจ๋งเป้งที่สุดในโรงเรียน แต่สิ่งที่ทำให้ฉันทึ่งไอ้เบิกมากคือ มันรู้จักรถยนต์ทุกคันที่แล่นผ่าน มันบอกชื่อ/รุ่นได้อย่างน่าอัศจรรย์ กับเด็กโข่งที่อ่านหนังสือไม่ออกเขียนสะกดไม่ได้ แม้กระทั่งเสียงเครื่องยนต์มันก็แยกแยะออกมาได้

ไอ้เบิกจะคอยปกป้องฉัน ไม่ใช่เพราะว่า ฉันให้มันลอกข้อสอบตามที่ครูสั่ง แต่มันสงสารฉัน เวลาที่ฉันป่วยหืดหอบ หายใจแต่ละทีซี่โครงบานออกมาพร้องเสียง วี๊ดๆ ที่ออกมาจากปอดผ่านหลอดลม ใครที่มีญาติพี่น้องเป็นโรงหืดหอบ จะเข้าใจได้ดี

ไอ้เบิก ไม่มีรองเท้านักเรียน มันมีชุดนักเรียน เก่าๆเหม็นสาบอยู่ชุดเดียว ฉันไปเล่าเรื่องบุญเบิก ให้พ่อกับแม่ฟัง พ่อฉันจึงซื้อชุดนักเรียนใหม่ให้ไอ้เบิก สามชุด พร้อมร้องเท้าคู่ใหม่ ครอบครัวเราไม่ใช่คนรวยมีสตางค์ แต่ฉันไปเราว่า "ไอ้เบิกตัวเหม็นมากครับพ่อ อยู่ใกล้ๆมันแล้วหายใจไม่ออกเป็นหืดทุกที" ๕๕๕๕๕ และนั้นคือที่มาของชุดนักเรียนใหม่ๆของไอ้เบิก ในตอนเช้าไอ้เบิกจะไปยืนรอฉันที่หน้าประตูโรงเรียนทุกวัน จนจบป.๔ ....หลังจากนั้นฉันไม่ได้เจอมันอีกเลย จนกระทั่ง....

สี่สิบกว่าปีต่อมา ฉันไปบรรยายพิเศษ ได้เจอเสี่ยอ้วนๆตัวดำๆใส่ทองเส้นโต กับนาฬิกาเรือนทองฝังเพชร เดินเข้ามากอดแน่นๆ แล้วบอกว่า " อาจารย์แหลม กูบุญเบิกเพื่อนมึง " ฉันจำมันไม่ได้....แต่จำเสียงห้าวห้วนๆของมันได้ เพื่อนเป็นเศรษฐีทำโรงงานประกอบรถทัวร์อยู่ที่ราชบุรี ...วันนั้นน้ำตาฉันไหลไม่หยุด ตื้นตันใจมาก
เล่าเรื่องบุญเบิก เพื่อจะบอกว่า นิยายชีวิตต้องอ่านกันยาวๆ พรุ่งนี้หน้าสุดท้ายต้องตายทุกคน ระหว่างทางของชีวิตนี่ซิสำคัญ เรียนเก่ง แต่อ่อนแอ กับ ไม่ชอบที่จะเรียน แต่แข็งแรง และรักที่จะทำในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างมีเป้าหมาย

ตั้งแต่เด็กฉันจึงไม่สนใจกีฬา ไม่ชอบออกกำลัง
เพราะฉันเชื่อว่า ทำงานมากๆ จะได้"เงิน"มากๆ
เงินซื้ออะไรก็ได้ ซื้อสุขภาพที่ดีก็ได้ ที่สำคัญที่สุด เงินซื้อความสุขได้ แล้วจนกระทั่ง เกิดวิกฤติเศรษฐกิจพังพินาศในบ้านเราและเอเซียในปี ๒๕๔๐
เรารู้กันว่าวิกฤตการณ์การเงินในเอเชียหรือวิกฤตต้มยำกุ้ง
คือความฉิบหาย มาเยือนไม่ว่าใครก็ตามได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงไม่มากก็น้อย ฉันโดนเต็มๆ!!!

ฉันเครียดมาก เริ่มป่วย มาทุกโรค ความดัน, กรดไหลย้อน, ซึมเศร้า และหัวใจ
๑๗ ปีที่อยู่กับโรค และหนี้สินมากมาย
กลับหัวคิด ได้มองมุมต่าง "ชีวิต เราช่างสั้นจริง เดินแบกตัวเองก็หนักพอแล้ว ยังจะแบกโลกเอาไว้อีก"

((( วิ่ง )))

วิ่งรักษาโรคได้ ใครๆก็รู้ ฉันก็รู้ เธอก็รู้
มันยากมาก เหมือนที่ใครรู้สึกและผ่านการวิ่งมาแล้ว

" ยากที่สุด ตอนก้าวขาออกมาจากบ้าน "
แต่วินาทีนั้น ฉันรู้สึกว่ามันเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่มาก
วันพุธที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
"เพราะว่ากลัวตาย" ฉันจึงออกมาวิ่ง
ไม่เคยคิด ว่าจะออกกำลังได้เลยด้วยซ้ำ
เพราะว่าเป็นมนุษย์สายศิลปะ (ดื่มเหล้าแทนน้ำ ตลอดเวลา)
หลังจากรู้ตัวว่า เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจโป่งพอง ทั้งสามเส้น
ต้องใช้เงินผ่าตัดเกือบ ๒ ล้าน !!!
จึงคิดว่า เอาเงินนั้นมาให้ ลูกสาวทั้งสองคนเรียนหนังสือ เพลินรู้ให้สนุกสูงสุดดีกว่า ตายหนึ่งแลกสอง คุ้มแน่นอนครับ

"พรุ่งนี้ก็ตายแล้วครับ"

ฉันจึงเลือกที่จะตายถูกๆ คือตายเองดีกว่า
(ค่ายาเดือนละ ๕ พันกว่าบาท)

วันแรกของการวิ่ง ๒ กิโลเมตร
โห...ฉันเกือบตายจริงๆแน่ะ ๕๕๕๕๕ โค ตา ระ เหนื่อย

วิ่งๆ วิ่งๆ วิ่งแมร่งทุกวัน
เอาว่ะฉันจะวิ่งให้มันหัวใจวายตายไปเลยดีกว่า
๕๕๕๕๕ วันนี้ยังหายใจอยู่

หลังจากวิ่งมา ๙ เดือน

เส้นเลือดหัวใจ ก็ยังโป่งเหมือนเดิม แต่หนาขึ้น แข็งแรงมากขึ้น และที่สำคัญที่สุด ฉันไม่ต้องกินยาแล้ว
ไม่น่าเชื่อว่าจากวันแรก และเก้าเดือนต่อมา

ฉันวิ่งมาราธอน ๔๒.๑๙๕ กิโลเมตร ผ่านมาแล้ว(ได้ไงว่ะ)

ไม่ต้องการชวนใครออกมาวิ่ง แค่อยากบอกว่า

"อย่าไปตายแพงที่โรงพยาบาลมันแพงมากครับ"

ถ้าทุกคน วิ่งวันละ ๕ กม. ทุกวัน ๓๐๐วัน ก็ได้ ๑๕๐๐ กม.แล้วครับ เป็นเรื่องธรรมดานะครับ ๕๕๕๕๕

ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ได้สุขภาพดีๆ ได้กินอาหารที่อยากกิน ไม่ต้องทนทรมานอดอาหาร ไม่ต้องเสียค่าหมอค่ายา ....

.../พี่ลูกเสือ รำพึง เฉยๆ
(ไม่ได้ชวนใครมาวิ่งนะครับ ๕๕๕๕๕)

ติดตามบทที่ ๒ ทำไม?ต้องเป็นชุดลูกเสือ?
ปล. วิ่งด้วยแรงกายแรงใจ และรองเท้าลูกเสือ วันนี้อ่านฟรีๆ รออ่านรวมเล่ม " มาราธอน มีความลับ " โดย พี่ลูกเสือ
รายได้ทั้งหมดมอบให้ โครงการซื้อรองเท้านักเรียนให้น้องนะครับ



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน