*/
  • ForestHang
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : siwat_in@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-09-06
  • จำนวนเรื่อง : 48
  • จำนวนผู้ชม : 122634
  • จำนวนผู้โหวต : 96
  • ส่ง msg :
  • โหวต 96 คน
<< มีนาคม 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 2 มีนาคม 2553
Posted by ForestHang , ผู้อ่าน : 8264 , 15:03:27 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผมทิ้งบล็อกไปซะตั้งนาน แต่ก็ยังคิดถึงชาว OKNation
อยู่เหมือนเดิมนะครับ มาเที่ยวนี้ มีเรื่องราว มาเล่าบอกถึงการท่องเที่ยว
แบบช้าๆ...เหงาๆ.... ของผม...โดดเดี่ยว แต่ไม่เดียวดาย... 
ทริปนี้ ผมคิดวางแผนประมาณครึ่งปีเหมือนกัน หาข้อมูลเส้นทาง..
ระยะทาง จากเมืองสู่เมือง ความเป็นไปได้ของการปั่นจักรยานแบบโดดเดี่ยว
จากหาดใหญ่-สตูล-ปีนัง-กัวลาลัมเปอร์ ทบทวนอยู่หลายรอบ
ตัดสินใจเอาแน่ ลาพักผ่อนล่วงหน้า กันพลาดราวครึ่งเดือน...
ไม่ได้บอกใครล่วงหน้า....ก่อนหน้าเดินทาง ทำประกันอุบัติเหตุซะหน่อย.....
จะได้ไม่ตายฟรี...หึ...หึ...


ทริปนี้ เริ่มที่ควนเนียง

เช้าของวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๒ วันหยุด วันรัฐธรรมนูญ( แห่งประเทศไทย)
ผมนั่งรถไฟฟรีเพื่อประชาชน (แต่จักรยานต้องเสียค่าโดยสารตั้ง ๑๓๐ บาทแน่ะ)
นครศรีธรรมราช-หาดใหญ่เพื่อลดระยะทางและเวลาในประเทศไทยลง ๑ วัน


ตั้งใจจะปั่นจากหาดใหญ่-รัตภูมิ-สตูล ในวันแรกของการปั่น 
แต่นั่งทบทวนผมควรลงรถที่สถานีควนเนียง(ก่อนถึงหาดใหญ่)
เพื่อลดระยะไม่ต้องปั่นย้อนกลับมาทางรัตภูมิลงรถไฟสถานีควนเนียงราว
๑๐ โมงกว่าปั่นไปเรื่อยๆ จากควนเนียงถึง อช.ทะเลบันก่อนถึงด่านชายแดน
วังประจันประมาณ ๒ กม.ผมแวะนอนตั้งหลักที่นี่ ซะคืนนึง พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน

วันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๒ วันศุกร์ ผมตื่นแต่เช้าเพราะบรรยากาศของ
อช.ทะเลบันทำให้อดใจไม่ไหวที่จะต้องออกไปเดินสูดอากาศยามเช้า
อากาศเย็นนิดๆ เสียงชะนีร้องให้ได้ยินอยู่ไกลๆ ....... กลับมาเก็บเต้นท์
จัดสัมภาระขึ้นจักยาน ร้านอาหารในอุทยานยังไม่เปิดเลย ...ผมไม่รอหล่ะ
วันแรกของการออกนอกประเทศแบบเป็นเรื่องเป็นราวโดยการใช้พาสปอร์ต
และผมต้องออกไปคนเดียว... โดยจักรยาน..ผมปั่นออกจาก อช.ทะเลบัน
แว๊บนึงในความคิด ..เอาแน่เหรอวะ... ในหัวว่างไปแป๊บนึง 
ในขณะที่ผมเห็นป้ายบอกทาง ด่านวังประจัน....เออ....เอาแน่....

 
 





ผมหาข้าวแกงกินบริเวณตลาดฝั่งไทย เช้า.....ยังเงียบเชียบ
ไม่ค่อยมีความวุ่นวายอะไรมากมาย มีรถยนต์เข้าออก พอสมควร 
พาสปอร์ต ผมโดน ประทับ... ปัง .... ครั้งแรกหลังจากมันมีอายุถึง ๒ ปี
ถ้าเทียบกับอายุของคน นั่นมันเกือบครึ่งชีวิตแล้วนะ 
(เฮ้อ....ลงจากคานซะที(ผมหมายถึงพาสปอร์ตของผมนะ))
ผมดำเนินการจัดการเอกสารผ่านแดนจนเสร็จ มันไม่ยากอย่างที่ใจผมหวั่น
(ครั้งแรกในชีวิต....ก็หวั่นๆเป็นธรรมดาครับ) .... ผมเหยียบมาเลเซีย
แค่ก้าวแรกก็ใจหายวาบ.... ตายละวา...ผมไม่มีเงินมาเลเซียเลย แม้แต่
๑ ริงกิต  กลับไปถามตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ที่ด่านมาเลย์ถึงสถานที่แลกเงิน
เขาบอกให้ผมแลกที่ร้านขายของที่ยังไม่เปิดเลยสักร้าน...
และบอกให้รอ....ผมบอกผมรอไม่ได้... ผมต้องไปให้ถึง อลอร์สตาร์
ซึ่งห่างออกไป ๘๐ กว่า กม. ตำรวจนายนั้นมองมาที่จักยานของผมแล้วยิ้ม...
ผมขอข้ามกลับไปฝั่งไทย.....และแลกเงินสำเร็จตามความต้องการแล้วก็
........เริ่มเดินทาง.......
เหตุผลของการเดินทางเส้นทางนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการปั่นจักยานผ่านพื้นที่
สามจังหวัดชายแดนที่มีปัญหาอยู่ขณะนี้...ทั้งๆที่ในใจผม
มีความอยากที่จะสัมผัสผ่าน..เบตง..ตามทางหลวง ๔๑๐ ซึ่งเส้นทางนี้ต้องผ่าน
ยะรัง-บันนังสตา และเบตง แต่มันคงไม่เป็นสุขนักกับเส้นทางนั้น
..ผมเลยเลือกที่จะเลี่ยง........
 

ประมาณเที่ยงผมปั่นมาถึงเมือง Kangar  (กังการ์ ไม่แน่ใจว่าอ่านถูก)
เมืองหลวงของรัฐปะลิสรัสที่เล็กที่สุดของมาเลย์เซีย หาซื้อ
ซิมโทรศัพท์มือถือแบบเติมเงินเพื่อโทรติดต่อรับ-ส่งข่าวกับเมืองไทยอันเป็นที่รัก
ว่าผมยังมีชีวิตอยู่ (ตายผมคงไม่ได้บอก)  แล้วก็เดินทางต่อ ถึงเมือง
Alor Setar ตอนเย็นๆ ถามหาโรงแรม ก็ได้รับความเอื้อเฟื้อจากคนมาเลย์
แนะนำโรงแรม
Comfort Motel ราคา ๓๕ ริงกิต (ประมาณ ๓๕๐ บาท)
แอร์ ทีวี ห้องน้ำรวม ก็โอเคครับ ผมคุยกับเขาอยู่นานเพราะเขาเคยมาเป็นนักดนตรี
เล่นอยู่แถวๆ ภูเก็ต และ สมุย ผมบอกลาด้วยคำ
Good Bye เขาบอกลาผมด้วยคำ
“สวัสดีครับ”

 

๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๒  วันเสาร์   Alor Setar (บางครั้งเขียน Alor Star)-Pulau Pinang 
ดูระยะทางจากเครื่อง จีพีเอส บอกไว้ ๑๑๘ กม. ปั่นออกจากเมืองไปเรื่อยๆกะว่าหาร้านอาหาร
จากสองข้างทางนี่แหล่ะ แต่ที่มาเลย์นี่เขาไม่ค่อยเปิดร้านตอนเช้ากันเลย
ปั่นผ่านอาคารแบบเก่า คล้ายๆ ภูเก็ตแต่ที่นี่มีมากกว่าและยังรักษาไว้
ถึงแม้จะทรุดโทรมแต่ไม่รื้อทำลาย หันมาเจอร้านก๋วยเตี๋ยว ก็แวะทันที
เขาถามเป็นษามาเลย์ ผมได้แต่ยิ้ม และชี้ไปที่เส้นหมี่สีเหลืองๆในตู้ “หมี่ซู้ป”
เขาถามกลับมา ผมรีบพยักหน้า  “หมี่ซู้ป” รสชาดก็โอเค
.....ผมปั่นต่อไปตามทางหลวงหมายเลข ๑ รถค่อนข้างเยอะ
ถนนบางช่วงกว้าง-เรียบ ไหล่ทางกว้าง แต่มีบางช่วงไหล่ทางแค่ครึ่งเมตร
และที่ไม่มีไหล่ทางเอาเลยก็มี ก็ระวังเอาหน่อย...อากาศร้อนมากๆ

 

.........ประมาณบ่าย สี่โมงครึ่งผมมาถึงสี่แยกไฟแดงตรงไปเป็นสะพานข้ามไปยังท่าเรือเฟอรี่ข้ามฟาก
ไปยังเกาะปีนัง แต่มีป้ายห้าม มอเตอร์ไซด์-จักรยาน  อ้าว....แล้วผมจะไปไงเนี่ย
!!! 
มีวัยรุ่นมาเลย์ขับมอเตอร์ไซด์จอดไฟแดงข้างๆผม ผมถามว่าผมจะไปลงเรือเฟอรี่ได้ไง ผมถาม....เขารู้
แต่ที่เขาบอก..แห่ะ...แห่ะ...ผมไม่รู้.. เขายิ้มฟันขาว..
Follow Me 
แล้วเปิดไฟเลี้ยวขวาขับออกไป..  อิ..อิ..อันนี้ผมรู้   ผมรีบปั่นตามออกไป
เขาพาผมเข้าซอยเล็กๆ ..เล็กมากๆ  ออกมาที่คล้ายสถานีขนส่งมีรถเมล์จอดเต็มไปหมด
.....อ้อมไปด้านหลังสถานีขนส่ง..เข้าซอยเล็กๆอีกที ..
ผมมาโผล่ที่หน้าแถวรถยนต์ที่จอดรอลงเรือ ถัดไปอีกด้านเป็นแถวของมอเตอร์ไซด์
เต็มไปหมด ข้างหน้ามีรั้วเหล็กสูงประมาณเข่า หนุ่มมาเลย์หันมายิ้มชี้ให้ผมยกข้าม
ผมเผลอพูด ”ขอบคุณครับ  แล้วตามด้วย
Thank You
เขายื่นมือออกมา...ผมยื่นมือออกไปสัมผัส

แล้วเขาดึงมือกลับไปแตะที่หน้าอกแบบอิสลามเขาทำกัน ...
ผมทำตาม ด้วยความรู้สึกเปี่ยมล้นด้วยความรู้สึกดี
ต่อมิตรภาพเขากลับรถขับออกไป
ผมปั่นลงเฟอรี่คันสุดท้าย ทั้งๆ ที่ผมอยู่ข้างหน้าสุด
เพราะยากที่จะแทรกขบวนมอเตอร์ไซด์เข้าไปได้

....แล้วผมก็ถึงปีนัง ความตั้งใจเดิมจะพักที่วัดดังแห่งหนึ่งที่นี่ ปั่นหาจนพบ
เข้าไปในวัดหมาไทยพันทางพิชบูลสองตัวเห่ากรรโชกเสียงดังเข้ามาใกล้น่อง
ผมมากจนหวาดเสียว แต่ผมก็ทักทายมันด้วยคำพูดเรื่อยเปื่อย ...
ผมเข้าไปพูดคุยกับพระด้วยภาษาไทยเต็มปากเต็มคำ  ... ขออาศัยนอนสักคืนสองคืนนะครับ
... พระท่านมองผมด้วยสายตา ที่ผมไม่อยากรบกวน แล้วท่านก็บอกผมให้นอนตรงไหนกับใคร
ผมจำไม่ได้ แล้วท่านก็หายไปไหนไม่รู้ ผมตั้งใจรอบอกท่านสักคำว่าผมไม่รบกวนหล่ะ
ถอดหมวกกันน็อค-ถุงมือ นั่งพัก เจ้าสองตัวที่เห่าผมเสียงดังตอนเข้ามา
...ตอนนี้เราเป็นมิตรกันถึงขั้นผมลูบหัวมันได้..ผมนั่งสักพักก็ไม่เห็นพระท่านออกมาผมก็เลยต้อง
ไปโดยไม่ได้บอกลา.....เพราะผมยังไม่มีที่พักเลย....เจ้าสองตัวกระดิกหางมาส่ง...ผมลูบหัวมัน.......
ไปหล่ะ......ผมพูดกับมัน..... ผมปั่นออกจากวัด มองหาโรงแรมถามราคาไปเรื่อย  ๕๐ ริงกิต
  ๗๐  ริงกิต 
ผ่านไปเรื่อย มาเจอที่หนึ่ง  Friendship Motel เข้าไปถาม..... เขาให้เข้าไปดูห้องก่อน ผมเข้าไปดู 
เตียงเดี่ยว-แอร์-ทีวี ห้องน้ำรวม แคบขนาดผมกางมือแล้วปลายนิ้วผมสัมผัสฝาผนังทั้งสองข้าง แต่ทุกอย่างดูดี
เพดานสูง  ราคา ๒๘ ริงกิต ประมาณ ๒๘๐ บาท ผมโอเค.. แต่ตอนเอาจักรยานเข้าห้องนี่สิ
ลำบากน่าดูเปิดประตูแล้วปิดไม่ได้.... ต้องยกล้อจักรยานให้อยู่ในแนวตั้ง....ปิดประตู  แล้วค่อยวางจักยานลง
แต่ที่กว้างกว่านี้เขาก็มี..... ราคาก็สูงขึ้นไปตามส่วน
..

อาบน้ำอาบท่าแล้วคืนนั้นผมเดินหาอะไรกินแถวย่านตลาดกลางคืน 
ที่นี่หลากหลายวัฒนธรรมมากๆ.....ในเมืองจอร์จทาว ที่เป็นเมืองหลวงของรัฐปีนัง
ส่วนใหญ่เป็ชมชนของคนจีน....รองลงมาคือคนมาเลย์และเชื้อสายอินเดีย
....แล้วก็กลับเข้านอน.....

๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๒  วันอาทิตย์  ตื่นมาวันนี้ตั้งใจปั่นข้ามภูเขาไปด้านหลัง
ออกมาหาอะไรกินแถวหน้าโรงแรม...เจอรถจักรยานมากมาย
สอบถามดูได้ความว่าวันนี้มีการแข่งขันจักรยาน  เลยรอชม...
พบทีมเด็กๆ จากรัฐเคดะห์ เข้าไปพูดคุย อยู่พักใหญ่  และนั่งชมการแข่งขัน

 

 

ได้รู้จักกับ Danny นักแข่งที่เคยมาแข่งจักรยานและเที่ยวเมืองไทยหลายครั้ง เขาทำงานที่กัวลาลัมเปอร์ ผมเอารูปถ่ายเมื่อครั้งปั่น
กรุงเทพ-สังขละบุรี-ทุ่งใหญ่นเศวรให้เขาดู และพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์
เขาให้เบอร์โทรและบอกว่าเมื่อถึงกัวลาลัมเปอร์ให้ผมโทรหา.... 
เรานั่งคุยกันจนถึงเวลาเขาแข่งผมรอดูแล้วก็บอกลาแยกย้าย 
ผมเปลี่ยนใจไม่ข้ามเขาไปด้านหลังเพราะนี่มันเที่ยงแล้ว...ปั่นเที่ยวซอกแซกรอบเมือง
จนค่ำมืด แล้วเข้าที่พัก

 

 
 
 

๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๒     "ไยต้องกล่าวคำลา หากการจากพรากเช่นนี้ มิใช่การลาจาก"  
แล้วจะกลับมาทันทีที่มีโอกาส ......ปีนัง........
ไปต่อตอนจบเล้ยยย....



http://www.oknation.net/blog/foresthang/2010/03/15/entry-1
ดูเส้นทางได้จากที่นี่  http://www.everytrail.com/view_trip.php?trip_id=509489



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
aree วันที่ : 27/08/2010 เวลา : 21.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/areejang


ปั่นออกนอกประเทศด้วย ได้บรรยากาศไปอีกแบบนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ย่าดา วันที่ : 08/03/2010 เวลา : 02.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

เท่ห์จริงๆเลยการเดินทางแบบนี้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน