*/
  • ForestHang
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : siwat_in@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-09-06
  • จำนวนเรื่อง : 48
  • จำนวนผู้ชม : 126526
  • จำนวนผู้โหวต : 96
  • ส่ง msg :
  • โหวต 96 คน
<< มิถุนายน 2014 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 19 มิถุนายน 2557
Posted by ForestHang , ผู้อ่าน : 2323 , 16:11:04 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน opads , อาคม และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

 

สันเขาและป่าสน บน ช่องเขาเสือเผ่น Tiger Leaping Gorge

 

 

.....หุบเขาเสือกระโจนแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเลื่องชื่อของจีน จุดท่องเที่ยวก็ตามชื่อเลยครับ หุบเขาเสือกระโจน 
มันเป็นช่องแคบเล็กๆระหว่างขุนเขามหึมามหายักษ์ Haba Snow mountain กับ Yulong Snow Mountain (ภูเขาหิมะมังกรหยก) 
ความสูงจากระดับน้ำทะเลของยอดเขา ฟังแล้วใจหาย 5,596 เมตร กับอีกด้าน 5,396 เมตร 
มันสูงพอที่จะเป็นเหตุให้หิมะกอดไม่ยอมปล่อย... หรือจะจริง ยิ่งสูงยิ่งหนาว... ขุนเขาสูงยืนเคียงคู่ดูจะธรรมดาเกินไป 
ธรรมชาติจึงออกแบบให้แม่น้ำแยงซี(เกียง) ที่ยิ่งใหญ่...แม่น้ำสายที่ยาวที่สุดในเอเชีย (6,300 กม.) 
และยาวเป็นอันดับสามของโลก รองจากแม่น้ำไนล์และแม่น้ำอเมซอน ชำแรกแทรกตัวไประหว่างช่องแคบ โตรก 
หุบ ที่มีความกว้างแค่ 25 เมตร ผลก็คือมวลน้ำมหาศาลแย่งกันเดินทางผ่านช่องแคบตรงนี้โดยไม่มีบัตรคิว 
ถาโถมกระหน่ำตามกำลังที่มี เหตุการณ์นี้ ทำให้คนทั่วโลกเดินทางมาชมกันไม่ขาดสาย เงินออกจากกระเป๋าเราเข้ากระเป๋าจีนตามระเบียบ 

 

......เส้นทางที่จะเดินทางไปยังจุดชมช่องแคบเสือแผ่นตามตำนานจุดนั้น สามารถเดินทางไปตามถนนอย่างดี 
มีหินถล่มบ้างเป็นครั้งคราว   ได้ด้วย จักรยาน รถบัสประจำทาง หรือแท็กซี่ได้สะดวก ผมไม่ได้ลงไปชมที่จุดหรอก 
และผมไม่ค่อยสนใจตำนานเรื่องเสือกระโจนเท่าไหร่ แต่เส้นทางเดินเท้าบนสันเขาสูง ผมใฝ่ฝันที่จะทำมันให้ได้
ถ้าผมมีโอกาสผ่านมาแถบบนี้ แล้ววันนี้มีหรือที่ผมจะให้มันพลาด.... 

.....จุดเริ่มต้นไม่ไกลจากที่พักมากนัก เราสามารถเดิน
ออกจากที่พักได้เลย ผมฝากจักรยานไว้ที่ Jane’s GH เธอรับปากว่าจะดูแลมันอย่างดี เราเดินแยกเข้าเส้นทาง
เดินขึ้นเขาได้ไม่นาน ก็เจอวินม้าที่ปากซอย เฮียเจ้าของมาแกพยายามที่จะบอกถึงความยากลำบากในการเดินเส้นทางนี้ว่า
มันหนักหนาสาหัส ใช้ม้าเถอะสบายกว่าเยอะ... (แกพูดจีน และผมก็ฟังไม่รู้เรื่อง ผมแปลจากมือและท่าทาง 
ได้ประมาณนี้แหล่ะ) เราปฏิเสธที่จะนั่งบนหลังม้าของเฮียแกชัดเจน แต่แกก็เดินตามเราไปเรื่อยๆ บางช่วงมีทางลัดแต่ทางชัน
แกก็ขึ้นหลังม้าขึ้นเขาไปนั่งดักรอเรา อยู่ข้างหน้า พอเราเดินไปถึง ก็เดินคู่ไปกับเราอีก ผมอยากจะบอก ไปรอคนอื่นที่ปากซอยดีกว่าเฮีย ผมอยากเดิน ผมตั้งใจมาเดิน ผมแข็งแรง.... แอบทำฟอร์มยกกล้องถ่ายรูปบ่อยๆนานๆ เวลาเหนื่อย ผมเดินค่อนข้างช้า เพราะผมถ่ายรูปบ่อย ถึงภาพที่ถ่ายออกมามันจะไม่สวยเหมือนที่ตาเห็นเพราะฝีมือการควบคุมกล้อง การควบคุมแสง ไม่ได้ดั่งที่คิดที่หวัง แต่เอาเถอะ มีภาพเก็บมาระลึกความหลัง เมื่อยามเราหมดแรงอยู่กับบ้าน (แก่แล้ว)...ผมไม่ยอมปล่อยผ่านไปโดยไม่ได้บันทึก 

.....เส้นทางไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ ไปตามทางแคบๆหลังจากผ่านหมู่บ้าน มีไร่บาร์เลย์สองข้างทาง ใกล้ๆหมู่บ้าน 
นักท่องเที่ยววัยรุ่นผิวขาว เดินไล่หลังเราเป็นกลุ่มๆ แล้วแซงเราไป ดูท่าทางเขาจะเอาจริงเอาจัง และมุ่งมันในการเดินมาก 
เขาจะหยุดพักเฉพาะเวลาเหนื่อย ไม่นานก็ไปต่อ แต่ผมยอมที่จะเดินช้าๆเสพสองข้างทางให้มากที่สุด 
เพราะมันเป็นครั้งแรกและอาจจะเป็นครั้งเดียวในชีวิตก็ได้ที่ผมจะได้สัมผัสมัน (อย่าเชื่อ...อาจเพราะเดินไม่ไหว ไขข้อเสบ แล้วพูดให้ดูดี ...ไปงั้น :p ) 
....แล้วเราก็มาถึง 28 โค้ง ช่วงอำมหิตสุดโหดของเส้นทาง ลักษณะของเส้นทางที่ไต่เขาสลับฟันปลาขึ้นสู่สันเขา 
ช่วงนี้จมูกผมเอาไว้สั่งขี้มูก  อย่างเดียว ส่วนการหายใจเป็นหน้าที่ของปาก เท้าที่ก้าวออกไประยะที่ก้าวแทบจะไม่พ้นหัวแม่เท้า 
โค้งแล้ว โค้งอีก.. หลายฝรั่งวัยรุ่นเดินหอบโฮกๆแซงผมไป บางฝรั่งนั่งหอบถี่ๆยิ้มเหนื่อยๆ เมื่อเราเดินผ่านไป... 
บางครั้งของมิตรภาพ เกิดขึ้นเพราะจุดพักเหนื่อยเราเป็นจุดเดียวกัน พูดคุยที่มาที่ไป แลกเปลี่ยน อีเมล์ และ เฟซบุ๊ก 
แล้วก็เดินไปด้วยกัน... หลายคนที่ผมเจอที่นี่ ตอนนี้เรายังพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวกันอยู่เป็นประจำ...

...หลังจากถึงสันเขาด้วยความอ่อนล้า มีร้านขายของดักรออยู่ในจุดที่เหมาะสม น้ำ ขนม อาหารกึ่งสำเร็จรูป 
ถูกสั่งโดยฝรั่งกลุ่มใหญ่ ที่นั่งอยู่เต็มพื้นที่หน้าร้าน ผมกับบังสาคร เลือกที่จะเดินผ่านไปโดยไม่แวะพัก ... 
ความชันของเส้นทางน้อยลงมากทำให้เดินสบายขึ้น เดินผ่านป่าสนสามใบ ค่อนข้างทึจะร่มครึ้ม 
บางช่วงของเส้นทางเป็นทางเดินแคบๆๆๆๆ เลียบไปตามหน้าผาสูง ...  ริมขอบเหวลึก มาก
ในสภาพเช่นนั้นสิ่งมี่เรารู้สึกคือความหวาดเสียว แต่เราจะได้สัมผัสความสวยงามของทิวทัศน์ 
ยอดภูเขาที่มีหิมะปกคลุมยอดโดยไม่ต้องแหงนคอตั้งบ่า ดูเหมือนว่าเราจะอยู่ใกล้กันนะหิมะขาว.... 
เบื้องล่างต้องก้มแทบหัวทิ่มถึงจะเห็นทิวทัศน์ของแม่น้ำแยงซี(เกียง)อันยิ่งใหญ่ ที่มองขนาดเท่ากับทางระบายน้ำริมคันนา.....
ผมจะอธิบายยังไงดี....เพื่อจะให้เพื่อนๆ ผมเห็นถึงความอลังการ ของจุดที่ผมยืนอยู่ตรงนี้.... 
สายลมเย็นปะทะกระทบใบหน้า ส่วนของร่างกายที่ผมปล่อยให้เปล่าเปลือยเพียงน้อยนิดเพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกปกปิดป้องกัน...
เตือนให้ผมเดินต่อ ไปกับระยะทางที่สวยงามไปเสียทุกเมตร...ทุกเม็ด

คืนนั้นผมพักที่ Tea Horse GH. ทั้งๆที่วางแผนไว้จะไปพักที่ HalfWay GH. ซึ่งต้องเดินต่อไปจาก 
Tea Horse GH. อีก 2 ชั่วโมง ผมประเมินระยะทางและพฤติกรรมและการเดินของผมไม่ควรไปต่อ เมื่อถึง Tea Horse GH.
เพราะอาจมืดค่ำได้ ถึงแม้จะไม่น่ากลัวและสามารถทำได้แต่ผมเลือกที่จะหยุดเพราะช่วงเวลานั้นเป็นลา
ที่ควรจะนั่งซดกาแฟร้อนภายใต้สภาพอากาศที่หนาวเหน็บ ชมวิวยอดเขาหิมะขาวกระทบแสงสุดท้ายของตะวัน แบบไม่ต้องเดินดุ่มๆมองทางมืดๆ จนถึงที่พักแล้วก็เข้านอน การตัดสินใจนี้ทำให้ผมผิดสัญญาและขาดการติดต่อกับเพื่อนต่างแดนชาวออสเตรเลีย ผู้น่ารัก เธอเดินทางคนเดียว เราทักทายพูดคุยกันระหว่างทางผมถ่ายรูปให้เธอหลายรูป และคุยกันว่าจะให้ผมส่งรูปให้เธอทางอีเมล์
เธอจะให้อีเมล์แอดเดรสผมที่ HalfWay GH. เธอขอตัวเดินไปก่อนเมื่อผมหยุดถ่ายรูปวิวที่สวยงามข้างทาง
แล้วเราก็ขาดการติดต่อ ไม่เจอกันอีกเลย.... ขอโทษครับผมผิดเองที่มัวโอ้เอ้ 
กับมุมมองอลังการของแม่น้ำแยงซีเกียงที่แทรกตัวผ่านขุนเขามหึมา 
จนทำให้มิตรภาพของเราหายไปกับสายน้ำ.... (แหว่ะ...)

 

ตื่นก่อน 6 โมง(เวลาเร็วกว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง) หนาวจัดจับจิต ผมเดินออกมายืนมองยอดเขาที่โอบกอดด้วยหิมะ ตั้งแต่แสงเรืองๆ 
ยังไม่ส่อง จนแสงเช้าแจ่มจ้า ลมพัดแรง อุณหภูมิเตี้ยมากๆ ผมพูดได้ไม่เต็มปากว่าผมได้มาสัมผัสภูมิอากาศเช่นนี้ เพราะตอนเช้ามืดวันนั้น แม้แต่ลูกตา ก็ยังมีแว่นตากำบังอยู่ และส่วนอื่นก็อยู่ภายใต้การปกคลุมหุ้มห่อของเสื้อผ้าทั้งสิ้น.... 
...ไม่เข้าใจอยากมาสัมผัส แต่ทำไมต้องปกปิด........ผมออกเดินทางต่อโดยไม่รีบเร่งมากนักเพราะเส้นทางวันนี้สบายๆ ไม่มีโหดอำมหิตแบบ 28 โค้ง และเดินลงเขาสู่ถนนริมแม่น้ำแยงซี เพื่อขึ้นรถบัสเดินทางกลับสู่ Jane’S GH. เส้นทางก็ยังสวยงามแปลกตา 
สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผมตัองเก็บภาพตลอดเส้นทางเหมือนเดิม แถมวันนี้ต้องตื่นตัวตลอดเผลอไม่ได้เพราะเส้นทางเลียบผาสูงและลมแรงมาก บางครั้งกระโชกจนเซถลาให้หวาดเสียวเล่น เราเดินถึง HalfWay GH. ตอนเที่ยงตรง 
นักเดินทางที่พักที่นี่ไปกันหมดแล้ว ผมแวะซื้อน้ำและนั่งพักกับกาแฟร้อน และพบปะพูดคุยกับนักท่องเที่ยวที่เดินสวนทางขึ้นมาจากอีกด้านของเส้นทาง ... 
.... เราเดินทางต่อไปบนเส้นทางที่ยังคงสวยงาม ผ่านน้ำตกสวยงามเย็นเฉียบ เพราะน้ำที่ตกลงมานั้นล้วนมาจากลารละลายของหิมะ... แล้วเส้นทางก็เริ่มลงเขา มองเห็นถนน หมู่บ้าน และแม่น้ำใกล้เข้ามาเรื่อยๆ นั่นคือจุดหมายปลายทางในการเดินของเราครั้งนี้หรือ?.... ไม่ใช่หรอก.. มันใกล้จบและจากลาแล้วต่างหาก ... ผมต้องการจุดหมาย ที่ไม่ใช่ปลายทาง...

เราเดินมาถึง Tina’s GH. ด้วยบรรยากาศเหงาๆ เข้าไปติดต่อเรื่องรถกลับ และซื้อตั๋ว รอไม่นานรถก็มา.... 
........จบแล้ว ลาก่อน ช่องเขาเสือเผ่น... จะคิดถึงตลอดไป

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
hayyana วันที่ : 24/06/2014 เวลา : 13.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

หนุกครับ
ไปช้าๆดีละ slow travel เน้นอารมณ์ไม่เน้นปริมาณ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ForestHang วันที่ : 21/06/2014 เวลา : 21.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/foresthang
จุดหมายปลายทางของใครหลายคน อาจเป็นจุดเริ่มต้นของใครบางคน

๑.แม่มดเดือนMarch ผมแอบฝันไว้เช่นนั้นว่าเมื่ออายุผม 60 จะยังคงมีสุขภาพดีพอที่จะปั่นจักรยานเดินทางไกลสัก 3-6 เดือน ...
๒.bene ผมเผลอรำพันถึงเรื่องราวที่มันผ่านมานานเกินไปทำให้คาดเดาถึงสังขารได้ตรงแป๊ะ แต่ก็ช่างเถอะ ถึงแม้จะไม่กล่าวถึง รูปถ่ายตัวเองก็ฟ้องอยู่ดี...อาจหนักกว่าด้วยซ้ำ..

ความคิดเห็นที่ 3 ForestHang ถูกใจสิ่งนี้ (1)
bene วันที่ : 19/06/2014 เวลา : 21.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

เพิ่งไปตามอ่าน ทริปเก่าๆ " แม่ฮ่องสอน-วัดจันทร์"

คุณบอกอย่าได้นึกตาม แต่ก็อด ไม่ได้จริงๆ


ระวัง ต้องเหนี่ยว ต้นไม้-หญ้า ข้างทางอีกรอบนะคะ

เอ? หรือรอบนี้ ไม่เป็นไรแล้ว เพราะมีประสบการณ์

"การเหนี่ยว" มาบ้างแล้ว

เขาว่า ชีวิตขาลง อะไรๆก็น่ากลัว ...แต่กับชีวิตนักปั่น

ขาลงนี่มันสวรรค์ ? แต่ขาขึ้น(เนิน) ...เนินนรก ?

ความคิดเห็นที่ 2 ForestHang ถูกใจสิ่งนี้ (1)
bene วันที่ : 19/06/2014 เวลา : 17.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

เส้นทางภูเขา ดูเทียบกับเวลาการเดิน..เป็นเส้นกราฟที่ น่าทึ่งไม่น้อย

คำรำพึงรำพัน ระหว่างเดินทางบอกว่าสังขารเลยวัยกลางคน
แต่ใจไม่ยอม ยังจะหนุ่มอยู่... เป็นเรื่องสามัญ (อิอิ)


อยากปล่อยวางได้อย่างฝรั่งหนุ่ม(น้อย) ที่คุณแม่มดฯ พูดถึงจึงเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 ForestHang ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 19/06/2014 เวลา : 16.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

การเดินทางเช่นนี้เป็นเรื่องธรรมดาของฝรั่งค่ะ
สำหรับคนไทยแล้ว ถือว่า unique ทีเดียว
แม่มดเคยรู้จักฝรั่งคนหนึ่งซึ่งเริ่มใช้จักรยานเดินทางรอบโลกเมื่อายุ ๖๐ ปี
ถามว่าทำไมเริ่มช้าจัง ท่านยักไหล่ ย้อนถามกลับมาว่าช้าตรงไหน
ก่อนหน้านี่ผมต้องดูแลพ่ออายุ ๙๐ ปี พ่อผมเพิ่งตายไปเมื่อเดือนก่อน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน