*/
  • น้องอร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-24
  • จำนวนเรื่อง : 31
  • จำนวนผู้ชม : 106527
  • จำนวนผู้โหวต : 34
  • ส่ง msg :
  • โหวต 34 คน
<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน 2553
Posted by น้องอร , ผู้อ่าน : 2569 , 15:25:34 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

    ขอเล่าถึงชีวิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยชีวิตท่านหนึ่ง ที่เมื่อได้เข้ามาศึกษาในโครงการมหาวิทยาลัยชีวิตแล้ว ทำให้รู้ว่า ที่ที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด คือ “บ้าน” ไม่ใช่เมืองใหญ่ที่ใครหลายคนต่างก็มุ่งหน้าเข้าไปเพื่อหางานทำ เพราะมีความหวังว่าสักวันหนึ่งจะต้องร่ำรวย

    เรื่องนี้ ทีมงานสื่อของมูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (สสวช.) ได้ไปบันทึกเทปและทำเป็นสารคดีของโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต น้องอรได้เรียบเรียงจากคำสัมภาษณ์ เขียนบันทึกเก็บไว้ และได้นำลงตีพิมพ์ในวารสารครอบครัวพอเพียง ฉบับเดือนเมษายน 2552 และใน จดหมายข่าว ม.ชีวิต ปีที่ 1 ฉบับที่ 7 ปักษ์หลัง สิงหาคม 2553

    ถึงแม้เวลาจะผ่านมานานนับปีแล้ว แต่น้องอรก็ยังเห็นว่าเรื่องนี้น่าจะมีประโยชน์ ช่วยสะกิดความรู้สึกของหลายๆ คนที่ทิ้งบ้าน ทิ้งถิ่นฐาน ทิ้งครอบครัว มาหางานทำในเมืองใหญ่ ให้อยากกลับไปบ้านเกิดของตนเอง และใช้ชีวิตที่บ้านเกิดอย่างมีความสุขและพอเพียง  ดังคำที่ว่า "อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี และมีกินในท้องถิ่นของตนเอง" (อ.เสรี พงศ์พิศ)

     คุณประไพ ยงเพชร นักศึกษามหาวิทยาลัยชีวิต ศูนย์ฯ อำเภอสำโรงทาบ จ.สุรินทร์ ก่อนหน้านั้น ชีวิตติดอยู่กับสิ่งล่อตาล่อใจในเมืองหลวง เพราะความที่เป็นผู้หญิง เห็นอะไรก็สวยงามไปหมด อยากได้อยากมีเหมือนคนอื่น ทำให้ใช้เงินฟุ่มเฟือยไม่เกิดประโยชน์ เกิดมีหนี้สิน ทำงานเพื่อให้มีเงินใช้หนี้ ใช้ชีวิตไปวันๆ แบบวัวพันหลัก ทุกวันออกไปทำงาน เย็นก็กลับมาอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยม ไปไหนไม่รอด
    คุณประไพ เล่าให้ฟังว่า เมื่อสมัยเด็กๆ ครอบครัวยากจนมาก เมื่อเรียนจบชั้นประถม พ่อแม่ไม่มีเงินส่งให้เรียน จึงร้องไห้ทุกวันเพราะอยากเรียนหนังสือต่อ ในที่สุดพ่อจึงพาไปสมัครเรียนต่อที่โรงเรียนมัธยม จึงได้เรียนหนังสือเรื่อยมาจนกระทั่งจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก็ไม่ได้เรียนต่ออีก เพราะสงสารแม่ที่ต้องตรากตรำทำงานหนัก เพื่อหาเงินมาให้เป็นค่าเล่าเรียน คุณประไพ ตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาหางานทำ และได้ทำงานเป็นคนรับใช้ เป็นเด็กทำความสะอาดในคลินิคแห่งหนึ่ง รับเงินเดือนๆ ละ 400 บาท ชีวิตช่วงนั้นก็เหมือนเด็กผู้หญิงวัยรุ่นทั่วไป คือ อยากได้อยากมีเหมือนคนอื่น อยากสวย อยากมีความรัก คิดเพ้อฝันว่าชีวิตจะต้องดีเหมือนในนิยาย เมื่อได้เจอชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกัน ก็เห็นว่าเป็นคนดี น่ารัก จึงตัดสินใจอยู่ด้วยกัน จนกระทั่งมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน  ไม่นานเมื่อสามีต้องย้ายไปทำงานที่ต่างจังหวัด ทำให้ต้องห่างเหินกันไป แต่สามีก็ให้ความหวัง และให้อดทนรอ ต่อมาภายหลัง สามีทนไม่ไหวแล้วกับสภาพชีวิตแบบนี้ เพราะทุกอย่างดูจะลำบาก เงินทองฝืดเคือง มีภาระหนี้สิน ในที่สุดสามีจึงพาญาติพี่น้องมาหาพ่อแม่ที่บ้าน มาขอเลิกกับคุณประไพ ซึ่งทางญาติพี่น้องของสามีให้เหตุผลว่า เพราะว่าคุณประไพ ไม่เหมาะสม ไม่ได้รับราชการ ไม่มีหน้าที่การงานที่ดี ไม่มีเงิน มีภาระหนี้สิน ทำให้คุณประไพรู้สึกว่าถูกญาติพี่น้องของสามีดูถูก จึงคิดอยากที่จะเรียนหนังสือ เรียนอะไรก็ได้ เพื่อให้รู้ว่า คนเราไม่จำเป็นต้องมีหน้าที่การงานที่ดีก็สามารถอยู่ด้วยกันได้
     หลังจากที่เลิกกับสามี คุณประไพเครียดมาก อยากกลับไปอยู่บ้าน แต่ก็ยังไม่สามารถกลับไปได้ เพราะยังมีภาระหนี้สิน จึงยังต้องทำงานหาเงินอยู่ที่กรุงเทพฯ  คุณประไพเล่าว่า วันหนึ่งเป็นวันหยุด นอนอ่านนิตยสารในห้อง เปิดไปเจอคอลัมน์ที่สัมภาษณ์ ดร.เสรี พงศ์พิศ อ่านแล้วรู้สึกว่าอาจารย์พูดได้กินใจมาก พูดถึงชีวิตชาวบ้าน มีการสัมภาษณ์ปราชญ์ชาวบ้านทางภาคอีสาน มีที่ดินแค่ 2 ไร่ แต่ก็สามารถมีชีวิตแบบพออยู่พอกินได้ เขาทำได้อย่างไร

                      


     ได้ทราบข่าวโครงการมหาวิทยาลัยชีวิตจากน้องชายซึ่งโทรศัพท์มาบอก จึงขอลางานเพื่อไปลองสมัครเรียน วันแรกที่ไปเรียน ได้พบกับอาจาย์เสรี คุณประไพจำได้ทันทีว่าเคยอ่านเจอคอลัมน์ของอาจารย์เสรีในนิตยสาร และเมื่อได้ลองเรียนไปสัก 2-3 อาทิตย์ ได้เรียนวิชากระบวนทัศน์ เปลี่ยนวิธีคิด วิธีปฏิบัติ มองตัวเองบนพื้นฐานของความเป็นจริง จึงคิดได้ว่า ก่อนนั้นตัวเองไม่เคยคิด ไม่เคยมองแบบนี้เลย หลอกตัวเองมาตลอด คิดว่าชีวิตข้างหน้าจะต้องดี แต่ไม่ได้มอง ณ ปัจจุบันเลย ในที่สุดคุณประไพ จึงตัดสินใจลาออกจากงานที่กรุงเทพฯ เพื่อกลับมาที่บ้าน มาเรียนโครงการมหาวิทยาลัยชีวิตที่บ้านของตัวเอง
      เมื่อกลับมาอยู่บ้าน ได้ไปเอาต้นพุดจากน้องสาวมาปลูกที่บ้าน แม่ก็ช่วยรดน้ำใส่ปุ๋ย  เมื่อต้นพุดโตออกดอก ก็เก็บดอกมาร้อยมาลัยขาย และด้วยความเมตตาจากหัวหน้าและเจ้าหน้าที่อนามัย จึงได้เข้าทำงานเป็นแม่บ้านที่สถานีอนามัย
 คุณประไพ บอกว่า ทุกวันนี้ที่ได้ไปเรียน เมื่อกลับบ้านตอนเย็นมานั่งร้อยมาลัย ก็จะเล่าให้พ่อแม่ฟัง จะเล่าให้ฟังว่าวันนี้อาจารย์สอนอะไรบ้าง พ่อกับแม่ก็เห็นด้วยตลอด ไม่ได้ไปเรียน ก็เหมือนได้เรียน
     ในตอนท้ายของการสนทนา คุณประไพ พูดอย่างภาคภูมิใจว่า “อยากขอบคุณโครงการนี้ ที่เหมือนกับมอบชีวิตใหม่ให้ ถ้าไม่มีโครงการมหาวิทยาลัยชีวิตนี้ ชีวิตก็คงยังต้องวนเวียนอยู่ที่เมืองหลวง ไม่มีอะไรดีขึ้น อยู่ไปวันๆ เช้าออกไปทำงาน เย็นก็กลับมานอน
     โครงการนี้ ได้ให้ชีวิต คือ ให้เราได้กลับมาอยู่กับครอบครัว มาอยู่บ้าน ได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างที่อยากจะทำ คือการทำสวน ทำนา มันเป็นชีวิตของเรา ทำไม่เราถึงหนีไป ทำไมคนเราต้องหนีจากถิ่นฐานด้วย แม่ก็รู้สึกภูมิใจที่ลูกกลับมา ไม่คิดจะกลับไปที่กรุงเทพฯ อีกแล้ว พบแล้วที่ที่เหมาะกับตัวเอง จะอยู่ที่นี่ จะพัฒนาชุมชนที่นี่ จะไม่ไปไหนอีกแล้ว”

     ปัจจุบันนี้คุณประไพ ได้เจริญกาวหน้าในหน้าที่การงาน นายจ้างใจดีช่วยสอนจนได้เป็นผู้ช่วยหมอฟันได้รับเงินเดือนหลักหมื่น ชีวิตทุกวันนี้มีความสุขอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว พออยู่พอกิน ไม่ขัดสน ไม่เป็นหนี้ แค่นี้.. ชีวิตก็ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว

ทีมงาน


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายไขเคว็ดบ้านโคกหม้อ วันที่ : 05/09/2010 เวลา : 17.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khokmaw
ตำบลชายคลอง บ้านโคกหม้อ : พันธะชีวา นยะสหคาม (Community Life)

ชีวิต คือ การเปลี่ยนแปลงและคือกำลัง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน