• กัปตันหมี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : geeplus99@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2015-05-31
  • จำนวนเรื่อง : 68
  • จำนวนผู้ชม : 36949
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
Flight Plan วางแผนชีวิต
การบินกับ ชีวิต มีข้อคิด มุมมอง เหมือนกันอย่างไม่น่าเชื่อ บินไปกับผม กัปตันหมี ข้ามเส้นขอบฟ้า เพื่อข้ามข้อจำกัดของชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/fplan
วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม 2563
Posted by กัปตันหมี , ผู้อ่าน : 524 , 13:47:37 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

"Boeing 737 Max กับยาไทลินอล"

กรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับ Boeing 737 Max ทั้ง 2 ครั้งกับสายการบิน Lion Air และสายการบินเอธิโอเปียแอร์ไลน์ต้องยอมรับว่าสร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวง

ให้เกิดขึ้นกับบริษัทผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่อย่าง Boeing นั่นคือความเรื่องของ "เชื่อมั่น"

ทีมผู้บริหารของ Boeing ในช่วงเวลานั้น

ควรต้องแสดงภาวะผู้นำในการแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน

หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการเรียกคืนเครื่องบิน Boeing 737 Max หรือการออกมา

มีส่วนร่วมในการสั่งให้ 737 Max ของสายการบินทั่วโลกหยุดบิน

มันแสดงให้เห็นถึง Crisis Management หรือการแก้ปัญหาในภาวะวิกฤตที่หลายองค์กรกำลังศึกษาและให้ความสนใจกันอยู่ ณ ขณะนี้

 

 

มันทำให้ผมนึกถึงกรณีศึกษาที่ผมมักพูดถึง

เสมอเมื่อได้ไปให้ความรู้เรื่องภาวะผู้นำกับองค์กรต่างๆและยังถูกใช้และอ้างอิงจนถึงปัจจุบันถึง

แม้ว่าเหตุการณ์มันจะเกิดขึ้นเกือบ 40 ปีแล้ว มันคือ "Tylenol Episode"

เหตุการณ์ย้อนหลังเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน

ปี 1982 ที่สหรัฐอเมริกา มีการพบว่ามีสารพิษ Potassium Cyanide ปนอยู่กับยาไทลินอล

"มันคือการลอบวางยาเพื่อสังหารหมู่อย่างโหดเหี้ยมที่สุด"

Mary Kellerman ซึ่งมีอายุเพียง 12 ปีเธอคือเหยื่อรายแรกที่เสียชีวิตหลังจากที่เธอทานยาแก้ปวด

ไทลินอลเพื่อลดอาการไข้

หลังจากนั้นเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมีผู้สังเวยชีวิตถึง 7 คนกับเหตุการณ์ครั้งนี้

แนวทางการสอบสวนยังพบอีกว่าการลอบวางยาครั้งนี้ไม่ได้เกิดในสายการผลิตของโรงงาน ซึ่งมีบริษัท

จอนสันแอนด์จอนสันเป็นผู้ดูแลแต่มันเกิดขึ้นในร้านขายยาแห่งใดแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา

ปริศนาดำมืดจึงถูกหาคำตอบทันที

ว่าใครคือฆาตกรโหดรายนี้

James E.Lewis ที่ปรึกษากฎหมาย ถูกระบุว่าเป็นผู้ต้องสงสัย เนื่องจากพบว่าเป็นผู้เขียนจดหมายเรียกเงินจากบริษัทโดยเนื้อหาใจความจดหมายว่าถ้าต้องการหยุดการตายหมู่ครั้งนี้ต้องจ่ายเงินให้กับเขา

หลังจากถูกจับกุม เขาหมดอิสรภาพในเรือนจำกว่า 12 ปีในข้อหากรรโชกทรัพย์ แต่ยังไม่เคยมีคำรับสารภาพเรื่องการวางยาจากปากเขา

หลายฝ่ายยังเชื่อว่าเขาไม่ใช่ผู้กระทำความผิดตัวจริง ฆาตกรลึกลับยังคงลอยนวลต่อไปจนถึงวันนี้

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่เราจะคุยกันในวันนี้ครับ

สิ่งที่น่าสนใจคือการตอบสนองในการเรียกศรัทธาความเชื่อมั่นกลับคืนมาในช่วงเวลาวิกฤตต่างหาก

สิ่งที่ทีมผู้บริหารบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสันได้ทำในวันนั้นกลายเป็นตำนานที่ถูกพูดถึง

และเป็นกรณีศึกษาจนถึงทุกวันนี้ทันทีที่มีข่าวแพร่สะพัดว่ามีคนเสียชีวิต

เพราะทานยาไทลินอลบริษัทจอนสันแอนด์จอนสันเรียกคืนผลิตภัณฑ์

ยาไทลินอลทั้งหมดในท้องตลาดกว่า 31 ล้านชิ้น

คิดเป็นมูลค่าความเสียหายในวันนั้น 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถ้าเทียบกับมูลค่าเงินในวันนี้ มันจะมีมูลค่าพุ่งไปถึง 267 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

โฆษณายาไทลินอลทั้งหมดถูกระงับการออกอากาศโดยทันที มันคือการแสดงความรับผิดชอบอย่างฉับพลันทันเหตุการณ์ที่สุด

 

เพียง 6 อาทิตย์หลังจากเกิดเหตุไทลินอลก็กลับมา...

การกลับมาของไทลินอลน่าสนใจมากครับ ทีมผู้บริหารเคยมีความคิดจะเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์โดยไม่ใช้ชื่อไทลินอลอีกต่อไปแต่ในความคิดนี้ก็ตกไป สิ่งที่พวกเขาคิดว่าสมควรจะถูกเปลี่ยนมากที่สุดคือ "การบรรจุภัณฑ์ หรือ Packaging"

ซึ่งมันคือต้นแบบบรรจุภัณฑ์ยาหรือวิตามิน ที่เรานิยมซื้อกันในท้องตลาดในปัจจุบันนั่นเอง!

เริ่มจากฝาปิดจะมีฟอยล์หุ้ม 1 ชั้น

แกะฟอยล์ออกจะพบกับฝาพลาสติกที่ถูกล็อคต้องออกแรงบิดพอสมควรจึงจะเปิดได้

จากนั้นเราจะพบกับฟอยล์เงิน ซึ่งหลายคนรู้สึกว่ามันเปิดยากเย็นเหลือเกิน ต้องใช้นิ้วหรือของมีคมเปิดออกมาจะพบก้อนสำลีบรรจุอยู่ชั้นบนสุดเหนือเมล็ดยาหรือแคปซูล

 

ขั้นตอนการเปิดบรรจุภัณฑ์เพื่อจะหยิบยาออกมา

1 เม็ดมันดูยุ่งยากและซับซ้อนมากเลยใช่ไหมครับ

แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับผู้บริโภค...

มันกลับสร้างความชื่นชอบและความเชื่อมั่นว่ายาทุกเม็ดก่อนถึงมือเรา มันจะไม่ถูกเปิดหรือฉีกออกจากใครบางคน

บรรจุภัณฑ์ที่เราเห็นในทุกวันนี้ เกิดมาจากวิกฤตครั้งนั้น ต้นแบบที่ไทลินอลสร้างและปฏิรูปการบรรจุผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งหมดเพื่อเรียก"ความเชื่อมั่น" กลับคืนมา

ซึ่งมันได้ผลครับ ถ้าถามคนอเมริกันในทุกวันนี้

ให้นึกถึงยาแก้ปวด พวกเขาจะนึกถึงยาไทลินอลเป็นอันดับแรกๆนั่นหมายถึงความเชื่อมั่นได้กลับคืนมาอย่างสมบูรณ์แบบ

นี่คือ Crisis Management ที่สุดยอดและถูกนำมาศึกษาครั้งแล้วครั้งเล่าจนถึงปัจจุบัน

หลายบริษัทที่นำกรณีศึกษานี้มาปรับใช้เมื่อเจอกับภาวะวิกฤต

"การยอมรับว่ามีปัญหา คือขั้นตอนแรกที่สำคัญของการแก้ปัญหา"

ความรวดเร็วในการตอบสนองต่อสถานการณ์ คือหัวใจหรือกุญแจที่จะแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การกลับมาของไทลินอลว่ากันว่าเป็น "Great Come Back" ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว

หนึ่งในผู้บริหารของบริษัทจอนสันแอนด์จอนสันในวันนั้นกล่าวไว้ว่า...

"จากวิกฤตครั้งนี้เราไม่ถูกมองและตัดสินจากสาเหตุของปัญหา

เราถูกมองและตัดสินจากการตอบสนองต่อปัญหานั้นต่างหาก"

ชีวิตส่วนตัวของเราก็เหมือนกันครับเมื่อเราเจอปัญหาหรือภาวะวิกฤตในชีวิต

" บางครั้ง...คนอื่นอาจไม่สนใจหรือเห็นใจหรอกครับว่าปัญหาของเรามันเกิดจากสาเหตุอะไร...

แต่เขาจะสนใจและตัดสินเราจากการตอบสนองกับปัญหานั้นของเราต่างหาก "

เรากำหนดสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับชีวิตเราไม่ได้หรอกครับ...

แต่เราควบคุมหรือกำหนดการตอบสนองต่อสถานการณ์นั้นได้ครับ

กัปตันหมี

 

Photos & Ref

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน