• ย่าดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : suda57@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-22
  • จำนวนเรื่อง : 255
  • จำนวนผู้ชม : 772832
  • จำนวนผู้โหวต : 2883
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2883 คน
โกรกอีดก ตอนที่ 1

ทำสไลด์โชว์ของ โกรกอีดกตอนที่ 1 ไว้ จึงเอามาใส่ไว้หน้านี้ เนื่องจากหน้าเดิมของมันมีอับสไลด์ ภาพคุณแม่ไว้จ้า

View All
<< มีนาคม 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 30 มีนาคม 2554
Posted by ย่าดา , ผู้อ่าน : 3717 , 14:50:28 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน

จากตอนที่ 8 หากใครยังไม่ได้ชม คลิ๊กลิงค์ด้านล่าง
http://www.oknation.net/blog/freesoultofly/2011/03/18/entry-1
จากสารนาถ เราเดินทางไปพาราณาสี หรือ วาราณสี (Varanasi) กว่าจะมาถึงก็ค่ำมืดแล้ว
เราจึงมีโอกาสได้ชมริมฝั่งแม่น้ำคงคงยามค่ำกันค่ะ

พรีวิวสถานที่กันก่อนสักเล็กน้อย

• เมืองพาราณสี หรือ วาราณสี (Varanasi) เป็นชื่อของเมืองหลวงแคว้นกาสี ประเทศอินเดีย
มีแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ไหลผ่าน มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 4,000 ปี เป็นเมืองที่
ถือว่าเป็นสุทธาวาสที่สถิตแห่งศิวเทพ ถือว่าเป็นเมืองอมตะของอินเดียและเป็นที่แสวงบุญ
ทั้งของชาวฮินดูและชาวพุทธทั่วโลก

• พาราณสียังเป็นเมืองที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาในหลายด้าน คือเป็นที่เกิดของพระ
โพธิสัตว์หลายครั้ง พื้นที่เมืองพาราณสี มีอาณาเขตครอบคลุมถึงป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาแก่พระปัญจวัคคีย์ ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า สารนาถ อันเป็น
สังเวชนียสถานแห่งหนึ่ง

• แม่น้ำคงคา เป็นแม่น้ำสายสำคัญของอินเดีย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู
มีต้นกำเนิดทางภาคเหนือของอินเดีย บริเวณเทือกเขาหิมาลัย ไหลผ่านทางภาคตะวันออก
เฉียงเหนือของอินเดียไปทางตะวันออก และรวมกับแม่น้ำพรหมบุตรที่ประเทศบังกลาเทศ
ก่อนจะไหลออกที่อ่าวเบงกอล แม่น้ำคงคามีความยาวประมาณ 2,510 กิโลเมตร

• ความเชื่อเรื่องการล้างบาปในแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์

• พวกพราหมณ์นิยมเชื่อถือเรื่องการอาบน้ำล้างบาป โดยเชื่อว่าแม่น้ำคงคาโดยเฉพาะที่ท่า
เมืองพาราณสีนั้นศักดิ์สิทธิ์มาก สามารถล้างบาปได้ พวกพราหมณ์ จึงพากันลงอาบน้ำล้าง
บาปอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือ เช้าและเย็น ถือว่าบาปที่ทำตอนกลางวันล้างด้วยการลงอาบ
น้ำในตอนเย็น ส่วนบาปที่ทำตอนกลางคืนก็ล้างได้ด้วยการลงอาบน้ำในตอนเช้า ที่เชื่อกัน
ว่ากระแสน้ำในแม่น้ำคงคาศักดิ์สิทธิ์นั้นเพราะเชื่อว่าได้ไหลผ่านเศียรของพระศิวะลงมาท่า
น้ำแห่งแม่น้ำคงคาที่เมืองพาราณสี จึงเป็นบุณยสถานของชาวอินเดียทั้งปวงในสมัยนั้น
• ปัจจุบันนี้ก็ยังเชื่อถือกันอยู่และยังเชื่อต่อไปอีกว่า ใครก็ตามที่ตายและได้เผาที่ท่าน้ำเมือง
พาราณสีแล้วกวาดกระดูกลงแม่น้ำคงคาก็เป็นอันเชื่อได้ว่าต้องไปสวรรค์แน่นอน พวกเศรษฐี
นิยมมาปลูกบ้านทิ้งไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา เมื่อป่วยหนักคิดว่าจะไม่รอดแล้วพวกญาติก็จะนำ
มาที่บ้านริมแม่น้ำ พอตายก็จะได้สะดวกในการเผาที่ริมแม่น้ำและกวาดกระดูกลงแม่น้ำไป
• เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว พระองค์เคยทรงสนทนากับพวกพราหมณ์ผู้ไปอาบน้ำในแม่น้ำ
คงคาเพื่อล้างบาปเป็นใจความว่า ถ้าต้องการล้างบาปไม่จำเป็นต้องไปอาบน้ำในแม่น้ำคงคา
ขอให้ชำระกาย วาจา ใจให้บริสุทธิ์ คือ เว้นทุจริตทางกาย วาจา ใจ และประพฤติสุจริตทางกาย
วาจา ใจ นั่นแหละคือการอาบน้ำล้างบาปมีในศาสนาของพระองค์ ถ้าประพฤติอยู่ในสุจริตแล้ว
แม้น้ำดื่ม น้ำอาบ ธรรมดาก็จะกลายเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปด้วย อนึ่ง ถ้าน้ำในแม่น้ำคงคาสามารถ
ล้างบาปได้จริงและอำนวยผลให้ผู้ลงไปอาบไปสวรรค์ได้จริงแล้ว พวก กุ้ง หอย ปู ปลา ก็มีโอกาส
ไปสวรรค์ได้มากกว่ามนุษย์เพราะอาศัยอยู่ในแม่น้ำนั้นตลอดเวลา
ขอบคุณข้อมูลจาก

http://www.oceansmile.com/India/Paranasi.htm



ร้านค้ายามค่ำที่พาราณสี ช่วงที่ไปถึงอากาศหนาวลมแรง ฝุ่นก็เยอะค่ะ
ต้องจอดรถหากจากจุดลงเรือค่อนข้างมาก แล้วต่อด้วยรถม้า ไปที่ท่าอัสศเมธ



ถึงแล้วค่ะ บรรยากาศร้านค้าที่ท่าเรือ



Dr.Rajendraprasad ghat
จะมีกัต ghat (ท่าที่สำหรับลงเรือ) ต่างๆ



ระหว่างที่เดินทางมาที่นี่ รถติดมาก ประกอบกับระหว่างทางมีการทำทาง
ทำให้เรามาถึงจุดหมายล่าช้าไปมาก ทำให้มาไม่ทันดูพิธีบูชาไฟ ที่ริมฝั่ง
แม่น้ำคงคา ซึ่งจะจัดขึ้นทุกคืน

จึงได้แต่ภาพตะเกียงในพิธี มาฝากเท่านั้น เสียดายเหมือนกันค่ะ



พิธีคงคาอารตี...พีธีบูชาแม่น้ำคงคาจบไปแล้ว...
หากต้องการชมย่าเอาลิงค์ในยูทูบของคุณ venfaa มาให้ชมก็แล้วกันนะคะ

http://www.youtube.com/embed/_0kKOQW7flg
(ย่าก็ยังไม่ได้ดูเหมือนกันค่ะ เพราะขณะที่โพสเครื่องนี้โหลดช้าค่ะ)
“คงคาอารตี” คือพิธีบูชาแม่น้ำคงคาด้วยไฟ พวกเขานำดวงไฟมาลอยแม่น้ำ
เพื่อนำทางข้อความที่ร้องขอไปยังเทพเจ้า



ไฟประดับตกแต่งที่ท่าน้ำอัสศเมธ



พิธีจบไปแล้ว ผู้ขายกระทงพักเติมพลัง



ที่ท่าเรือเรามารอคิวลงเรือกันที่นี่



คอยคิว



หลังจากลงเรือแล้วเรือเราจะแล่นไปยังจุดเผาศพกันค่ะ
กำลังแล่นออกจากฝั่งอัสศเมธ งานนี้ย่าติดกล้องกับเลนส์ไวแสง 1.8 ไปเพียงตัวเดียว
โดยตั้งใจว่าหากถ่ายได้ก็จะถ่ายหากไม่ได้ก็จบ



จำได้ว่าตั้ง ISO ไว้ประมาณ 800 ไม่มีขาตั้งกล้อง ใช้เทคนิกการวัดแสงที่จุดสว่างเข้าไว้
---
โรงแรมเรียงรายริมฝั่งแม่น้ำคงคาใกล้จุดเผาศพ



ท่าน้ำอัสศเมธยามค่ำกับการตกแต่งสถานที่สำหรับประกอบพิธีคงคาอารตี(Ganga Aarti)



เก็บช๊อตแสงไฟสะท้อนน้ำระหว่างที่เรือของเราแล่นห่างฝั่งออกไปทุกที



จุดที่มีร่มโค้งๆหลากสีคือจุดทำพิธีบูชาพระแม่คงคา



ล่องเรือไปยังจุดเผาศพ



จากท่าน้ำอัสศเมธไปชมจุดเผาศพไฟจากเชิงตะกอนไม่เคยดับตลอดระยะเวลาอันยาวนานสี่พันปี



แสงไฟจากโรงแรมที่ผู้ป่วยจะมาพักเพื่อรอระยะสุดท้ายของชีวิต



ล่องเรือไปถึงจุดเผาศพ จอดเรือและสวดมนต์ให้กับผู้วายชมณ์



แสงระยิบเต้นไหว รับรู้ถึงดวงวิญญานที่แตกดับ

สุดท้ายก็คือเชิงตะกอน



เรือขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยสร้อยระย้าของดาวเรืองที่ท่าน้ำท่าน้ำอัสศเมธ จอดนิ่งอยู่
คงเป็นเรื่อพิธีอะไรสักอย่างที่จัดไปเรียบร้อยแล้ว



กล่าวกันว่า ไม่ว่าเศรษฐี หรือยาจก จุดสุดท้ายก็คือที่เดียวกัน จะต่างกัน
ตรงที่ฟืนเผาศพ หากเป็นเศรษฐีจะเป็นไม้ฟืนที่แพงกว่า และมีจำนวนฟืน
มากพอที่จะเผาไหม้ศพให้มอดไหม้จนหมดก่อนจะกวาดเศษเถ้าถุลีลงแม่น้ำ
คงคาอันศักดิ์สิทธิ์ ส่วนศพของยาจกจะมีจำนวนฟืนเพียงน้อยนิดไม่พอที่จะ
เผาศพให้มอดไหม้ทั้งหมดได้ ส่วนศพที่มอดไหม้ไม่หมดก็จะถูกกวาดลงแม่น้ำ
คงคา กลายเป็นอาหารให้กับนก,กา แม้ว่าจะเกิดภาพอุดจาดบาดตาไม่น่ามอง
แต่ก็ถือว่าเขาได้ทำบุญเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเสื่อมสลายไปจากโลกมนุษย์



จุดเชิงตะกอนห้ามถ่ายเพื่อเป็นการเคารพต่อวายชมณ์



ภาพชีวิตยามค่ำที่ฝั่งแม่น้ำคงคา



ไม่มีภาพจากจุดเผาศพนะคะ จากนั้นพวกเราก็เดินทางกลับ



ร้านค้ายามค่ำที่พาราณสี



กลับสู่Hotel Ideal tower ที่พาราณสี เพื่อพักผ่อน



วันรุ่งขึ้น เดินทางสู่ วัดเชตวันมหาวิหาร

ประวัติวัดค่ะ
วัดเชตวันมหาวิหาร หรือ วัดพระเชตวัน อารามของบิณฑิกเศรษฐี เป็นอาราม (วัด)
ที่สร้างโดยท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี มหาเศรษฐีแห่งเมืองสาวัตถี บนที่ตั้งของเชตวัน
หรือสวนเจ้าเชต นอกเมืองสาวัตถี ซึ่งอนาถบิณฑิกเศรษฐีซื้อมาด้วยเงินมากถึง 18 โกฏิ
(ตามการนับค่าเงินในสมัยนั้น) วัดแห่งนี้นับว่าเป็นวัดและที่มั่นสำคัญในการเผยแพร่
พระพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาล และเป็นวัดที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษามากที่สุด
ถึง 19 พรรษา วัดเชตวันมหาวิหารเป็นสถานที่เกิดเรื่องราวต่าง ๆ ในคัมภีร์ทาง
พระพุทธศาสนามากมาย

ปัจจุบันวัดเชตวันมหาวิหารเหลือเพียงซากโบราณสถาน ได้รับการบูรณะจากทางราชการ
อินเดียเป็นอย่างดี ตั้งอยู่ทางใต้ของแม่น้ำราปติ (Rapti) หรือแม่น้ำอจิรวดีในสมัยพุทธกาล
นอกกำแพงเมืองสาวัตถีไปทางทิศใต้ประมาณ 1 กิโลเมตร ที่ ตำบลสะเหต (Saheth)
รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย



ต้นอานันทโพธิ์ ต้นโพธิ์ซึ่งชาวพุทธนับถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอันดับสอง
รองจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคยา ปลูกโดยพระอานนท์โดยนำเมล็ดพันธุ์
มาจากศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคยา



วัดเชตวันในสมัยพุทธกาล
พระมูลคันธกุฏี วัดเชตวัน สถานที่พระพุทธองค์ประทับจำพรรษานานที่สุดถึง
19 พรรษาเดิมวัดเชตวันเป็นพระราชอุทยานสำหรับเสด็จประพาสของเจ้าเชต
เจ้าชายในราชวงศ์โกศลแห่งเมืองสาวัตถี เป็นพระราชอุทยานร่มรื่นนอกตัวเมือง
หลวง มีเนื้อที่ 80 ไร่ (32 เอเคอร์)

วัดเชตวันมหาวิหารมีอีกชื่อหนึ่งปรากฏในพระสูตรว่า "วัดพระเชตวัน อารามของ
บิณฑิกเศรษฐี" ที่เรียกเช่นนี้เพื่อให้ทราบว่าวัดนี้เป็นวัดที่อนาถบิณฑิกะสร้างถวาย
แต่ใช้ชื่อวัดของเจ้าของที่เดิม เพราะวัดแห่งนี้เดิมเป็นที่ของเจ้าเชต เศรษฐีเจ้าที่ดิน
ในสมัยนั้น ซึ่งอนาถบิณฑิกะซื้อต่อมาด้วยราคาที่แพงมหาศาลถึง 18 โกฏิ (เจ้าเชต
กำหนดให้นำเหรียญทองมาปูเต็มพื้นที่ ๆ ต้องการซื้อ) และซ้ำยังต้องใช้ชื่อวัดเป็น
ชื่อของเจ้าเชตอีกด้วย จึงทำให้วัดนี้ได้นามตามเจ้าของเดิม ในขณะที่อนาถบิณฑิก
เศรษฐีเจ้าของที่ผู้สร้างวัดถวายไม่สามารถใส่ชื่อของตนไปในนามวัดได้ โดยวัดแห่งนี้
อนาถบิณฑกเศรษฐีได้สร้างถาวรวัตถุต่าง ๆ สิ้นเงินไปอีก 18 โกฏิ จึงทำให้การสร้าง
วัดแห่งนี้มีราคาถึง 54 โกฏิ

พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาประทับจำพรรษาและบำเพ็ญพุทธกิจที่วัดแห่งนี้รวมถึง 19
พรรษา นับว่าเป็นวัดที่พระพุทธองค์ประทับจำพรรษานานที่สุด เนื่องจากสถานที่
แห่งนี้เป็นสถานที่สัปปายะต่อการเผยแพร่พระพุทธศาสนา เพราะเมืองสาวัตถีใน
สมัยนั้นเป็นเมืองที่มั่งคั่ง สงบ และมีการอุปถัมภ์บำรุงเป็นอย่างดีจากพระเจ้าปเสนทิโกศล
อนาถบิณฑิกเศรษฐี และประชาชนทั้งหลาย



วัดเชตวันหลังการปรินิพพานหลังพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน วัดเชตวันได้รับการดูแลมา
ตลอด โดยเฉพาะมูลคันธกุฎีที่มีพระสงฆ์เฝ้าดูแลทำการปัดกวาดเช็ดถูปูลาดอาสนะและ
ปฏิบัติต่อสถานที่ ๆ พระพุทธเจ้าเคยประทับอยู่ทุก ๆ แห่ง เหมือนสมัยที่พระพุทธองค์ทรง
พระชนม์ชีพอยู่มิได้ขาด โดยมีการปฏิบัติเช่นนี้ติดต่อกันจวบจนเมืองสาวัตถีตกไปอยู่ใน
อำนาจของแคว้นมคธและเสื่อมความสำคัญลงจนถูกเมืองสาวัตถีและวัดแห่งนี้ได้ถูกทิ้ง
ร้างไปหลังยุคกุษาณะในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 จากเมืองหลวงแห่งแคว้นเป็นชนบทเล็ก ๆ
ที่ห่างไกล และสิ่งก่อสร้างถูกทิ้งกลายสภาพเป็นเนินดิน และชื่อของสาวัตถีได้ถูกลืมไป
จากอินเดีย (กลายเป็นเพียงสาเหต-มาเหต โดยสาเหตเป็นที่ตั้งของซากวัดเชตวัน
และมาเหตเป็นที่ตั้งของเมืองสาวัตถี)

จนมีการขุดค้นพบพุทธสถานและซากเมืองในช่วงหลัง ทำให้ปัจจุบันซากวัดแห่งนี้ได้
รับการขุดค้นปรับแต่งเป็นอย่างดี ซึ่งต่างจากตัวเมืองสาวัตถีที่ไม่มีการบูรณะขุดค้นเท่าใด
นัก จึงทำให้ปัจจุบันมีผู้มาจาริกแสวงบุญ ณ วัดเชตวันเป็นประจำ ปัจจุบันชาวบ้านแถบนี้
เริ่มหันหลับมาเรียกตำบลแห่งนี้ว่าศราวัสตี (ภาษาสันสกฤต) เหมือนในสมัยก่อนบ้างแล้ว

จุดแสวงบุญและสภาพของวัดเชตวันในปัจจุบันสถานที่สำคัญ ๆ ที่พุทธศาสนิกชนใน
ปัจจุบันนิยมไปนมัสการคือ พระมูลคันธกุฎี ที่ได้ทำการขุดค้นปรับแต่งเป็นอย่างดี,
อานันทโพธิ์ ต้นโพธิ์ที่ปลูกโดยพระอานนท์ในสมัยพุทธกาล ต้นโพธิ์ต้นนี้ปรากฏหลักฐาน
ในคัมภีร์และยังคงเป็นยืนต้นมาจนปัจจุบัน, หมู่กุฏิพระมหาเถระ, บ่อน้ำสรงสนานของ
พระพุทธองค์ เป็นต้น

ขอบคุณ ข้อมูลจาก wikipedia ตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3


ก่อนกลับ สักการะ พระมูลคันธกุฎี ภายในวัดเชตวันมหาวิหาร
หลังจากพวกเราได้สวดมนต์กันที่นี่เรียบร้อยแล้ว



ลากันด้วยภาพพระมูลคันธกุฎี ที่วัดเชตวันมหาวิหาร
พบกันใหม่ตอนที่ 10 ส่วนจะเป็นที่ไหนโปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15
ย่าดา วันที่ : 21/03/2013 เวลา : 13.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

(0)
อ่านทุกตอนได้จากลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://www.oknation.net/blog/freesoultofly/2011/01/20/entry-1
อินเดีย: ตามรอยพุทธศาสนา ไหว้สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ตอนที่1
http://www.oknation.net/blog/freesoultofly/2011/01/21/entry-1
อินเดีย: ตามรอยพุทธศาสนา ไหว้สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ตอนที่2
http://www.oknation.net/blog/freesoultofly/2011/01/24/entry-1
อินเดีย: ตามรอยพุทธศาสนา ไหว้สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ตอนที่3
http://www.oknation.net/blog/freesoultofly/2011/01/26/entry-1
อินเดีย: ตามรอยพุทธศาสนา ไหว้สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ตอนที่4
http://www.oknation.net/blog/freesoultofly/2011/02/15/entry-2
อินเดีย: ตามรอยพุทธศาสนา ไหว้สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ตอนที่5 นาลันทา มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของโลก
http://www.oknation.net/blog/freesoultofly/2011/02/21/entry-1
อินเดีย: ตามรอยพุทธศาสนา ไหว้สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ตอนที่6หลวงพ่อดำ,มูลคันธกุฏี เขาคิชฌกูฏ
http://www.oknation.net/blog/freesoultofly/2011/03/03/entry-1
อินเดีย: ตามรอยพุทธศาสนา ไหว้สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ตอนที่7 ตโปทาราม (ความแตกต่างระหว่างชนชั้น),ทอดผ้าป่าวัดไทยกุสาวดี
http://www.oknation.net/blog/freesoultofly/2011/03/18/entry-1
อินเดีย: ตามรอยพุทธศาสนา ไหว้สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ตอนที่8 วัดไทยสารนาถ,ธัมเมกขสถูป สารนาถ
http://www.oknation.net/blog/freesoultofly/2011/03/30/entry-1
อินเดีย: ตามรอยพุทธศาสนา ไหว้สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ตอนที่9 ล่องแม่น้ำคงคายามค่ำ,วัดเชตวันมหาวิหาร
http://www.oknation.net/blog/freesoultofly/2011/04/08/entry-1
อินเดีย: ตามรอยพุทธศาสนา ไหว้สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ตอน10 บ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี,บ้านองคุลีมาล และวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ (๙๖๐)
http://www.oknation.net/blog/freesoultofly/2011/04/22/entry-1
อินเดีย: ตามรอยพุทธศาสนา ไหว้สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ตอน11 ลุมพินีสถานที่พระตถาคตประสูติ
http://www.oknation.net/blog/freesoultofly/2011/04/25/entry-1
อินเดีย: ตามรอยพุทธศาสนา ไหว้สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ตอน12 มหาปรินิพพานวิหาร และ มกุฏพันธนเจดีย์ (ตอนจบ)
ความคิดเห็นที่ 14
ครูแดง วันที่ : 23/04/2011 เวลา : 05.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

(1)
-ไม่ว่า ร่ำรวย ยากจน สุดท้ายก็เชิงตะกอนเหมือนกัน

-มาช้า...แต่ก็คุ้มค่าที่มาค่ะ ขอบคุณนะคะ
ความคิดเห็นที่ 13
ว่างเปล่า วันที่ : 09/04/2011 เวลา : 14.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pupanasang
เทพ

(1)
งามแท้ ๆ ข้อมูลแน่น อนุโมทนาสาธุ ครับผม
ความคิดเห็นที่ 12
ก่อพงษ์ วันที่ : 07/04/2011 เวลา : 12.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gorbhong

(1)
ขอบพระคุณอย่างยิ่งครับ

งดงามประทับใจมากครับ
ความคิดเห็นที่ 11
ย่าดา วันที่ : 02/04/2011 เวลา : 20.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

(0)
สวัสดีค่ะทุกท่าน ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมบล๊อกค่ะ
ตอบคุณชาลี ดอกไม้จริงค่ะเป็นดอกบัวที่บานอะแหล่งแฉ่ง กลีบเหี่ยวลู่ลงมาหมดแล้ว แต่ยังดูสวยย่าจึงจับภาพมานำเสนอค่ะ
ความคิดเห็นที่ 10
Ae^ วันที่ : 01/04/2011 เวลา : 08.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai

(1)
เป็นอย่างนี้นี่เอง วาระสุดท้ายของชีวิต เคยได้แต่ดูภาพจากสารคดี
ความคิดเห็นที่ 9
feng_shui วันที่ : 01/04/2011 เวลา : 00.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

(1)
แวะมาโหวต ยามดึกค่ะ

.
ความคิดเห็นที่ 8
BlueHill วันที่ : 31/03/2011 เวลา : 17.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

(1)
ในภาพสุดท้่าย ดอกไม้จริงหรือเปล่าครับย่า
สวยมาก ๆ
ความคิดเห็นที่ 7
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 31/03/2011 เวลา : 15.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  

(1)

ชวนประมูลการกุศล ช่วยเหลือชาวใต้ค่ะ
http://www.oknation.net/blog/witita/2011/03/31/entry-1
ความคิดเห็นที่ 6
ชบาตานี วันที่ : 31/03/2011 เวลา : 09.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

(1)
เป็นความใฝ่ฝันค่ะย่า ว่าซักวันจะมีโอกาสได้ไปอินตระเดียกะเค้าบ้าง
ภาพสวยเหมือนเดิมค่ะย่าขา
ความคิดเห็นที่ 5
hayyana วันที่ : 30/03/2011 เวลา : 16.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

(1)
cool!!
ความคิดเห็นที่ 4
พิทักษ์ วันที่ : 30/03/2011 เวลา : 16.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

(1)
ขอบคุณเรื่องราวดีๆและภาพสวยๆครับ
ความคิดเห็นที่ 3
ลุงตุ่ย วันที่ : 30/03/2011 เวลา : 15.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

(1)
ขาประจำตามมาแล้วครับ
ความคิดเห็นที่ 2
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 30/03/2011 เวลา : 15.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

(1)
ได้ยินชื่อ"พาราณสี"มานาน ขอดูภาพวันนี้ครับย่า
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 30/03/2011 เวลา : 15.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

(0)
ได้ยินชื่อ"พาราณสี"มานาน
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน